ยินดีต้อนรับทุกท่านที่หลงเข้ามาค่า~
Group Blog
 
All Blogs
 

สีน้ำ กับ การวาดอาหาร... ชนิดของ Tool ที่เราพึงสังวรค่ะ

*ต่อเนื่องมาจากกลุ่มแฟ้มงานภาพ CG ค่ะ... ที่เราวาดรูปขนมหวานจากโปรแกรม Painter ค่ะ (ถ้ายังไม่เห็นกัน ย้อนไปคลิกอีกกลุ่มบล็อกนะคะ)
แต่รูปสีน้ำนี้เราทำก่อนที่จะใช้คอมพ์ช่วยน่ะค่ะ เพราะเริ่มเห็นสัจธรรมบางข้อ เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือไม่เท่านั้นแหละค่ะ....

ความรู้สึกของเราในตอนแรก... สีน้ำ เป็นสีที่เหมาะกับการวาดที่ให้ฟีลนุ่มนวล ธรรมชาติ ดูแล้วผ่อนคลาย

นีรมาลีก็เหมาเอาเองเสร็จสรรพว่า...ก็น่าจะเหมาะกับอาหารด้วยนะ เพราะอาหารก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง แล้วการมองโลกในแง่ดีครั้งนั้นก็สร้างบทเรียนให้ทันที พอลงสีปุ๊บ ก็เริ่มเห็นปัญหาปั๊บ...

ใช่ค่ะ... สีน้ำเหมาะกับธรรมชาติ แต่สำหรับเราแล้วมันเป็นการยากมากถึงยากที่สุด ที่จะทำให้รู้สึกได้ว่า "ธรรมชาตินั้น กินได้!!" -- อ้อ ! เหตุผลนี้สำหรับเราคนเดียวนะคะ อย่าเพิ่งเหมาตามเราว่าสีน้ำไม่เหมาะกับการเพ้นท์อาหารค่ะ เพราะเรามีหนังสือสอนสีน้ำอยู่เล่มหนึ่ง ผู้เขียนเก่งสีน้ำอย่างมาก วาดสีน้ำออกมาได้เหมือนรูปถ่ายเลยล่ะค่ะ + (อาจจะมีหลายคนบอกว่า ถ้าวาดออกมาเหมือนรูปถ่าย แล้วจะวาดสีน้ำไปทำไมน่ะ?) เล่มนี้ทำให้เรารู้ว่า ศักยภาพของสีน้ำทำได้ทุกอย่างจริงๆ วาดให้ฟุ้งสวยๆ ก็ได้ จะวาดให้เก็บเหมือนรูปถ่ายก็ได้ แน่นอน...เมื่อผู้เขียนท่านนี้วาด "อาหาร" อาหารนั้นก็เก็บกิ๊กเหมือนรูปถ่าย พร้อมการจัดวางอย่างสวยงามและเป็นธรรมชาติอย่างมาก จะไม่ให้น่ากินได้ยังไงล่ะคะ? อีกอย่างคือ ที่เห็นนั่นก็เป็นรูปอาหารฝรั่งนะคะ ยังคิดเล่นๆ ว่าถ้าผู้เขียนต้องมาวาดข้าวหน้ากระเพราไก่ จะวาดยังไงว้า? อิอิ


กลับมานั่งทบทวนปัญหาของตัวเอง...
* เนื่องด้วย ตัวเทคนิคสีน้ำเอง (ที่นีรมาลีไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่...) เรามักใช้สีหลายๆ สีผสมกันไปในวัตถุชิ้นเดียวตามแสงเงา แสงที่กระทบสะท้อนกลับมาน่ะค่ะ หากการลงแสงเงาอาหารนั้น...การที่เราจะผสมหลายสีจะส่งให้อาหารนั้นดูผิดธรรมชาติได้น่ะค่ะ เช่น... เราจะวาดลูกชิ้นปลา (อะนะ...วาดอะไรไม่วาด ดันวาดของไม่มีเอกลักษณ์ชัดเจนซะนี่) สีส่วนที่เป็นเงา จะเป็นสีเทาอมฟ้านิดๆ การมีสีฟ้าไปฟู่ในเงาลูกชิ้นสีขาวนี่แหละค่ะ!!~ ลูกชิ้นปลานั้นจึงกลายสภาพเป็น ลูกชิ้นปลาที่ดูมีพิษทันที (โดยธรรมชาติ สีฟ้าดูเป็นสีที่ไม่เชิญชวนให้รับประทานอยู่แล้วค่ะ สังเกตได้ว่าอาหารตามธรรมชาติทั่วๆ ไป เรามักไม่มีสีฟ้ากัน--ที่มีสีฟ้ากินกัน ก็เพราะคนเราใส่สีไปล่ะค่ะ เมื่อเราเห็นอาหารสีฟ้า มักจะถามเป็นอย่างแรกเลยว่านี่จะกินได้เหรอ? อ้อ ถ้าเป็นสีดอกอัญชันกินได้นะคะ)
พอเราลองเปลี่ยนเป็นให้เงาเป็นสีเทาอมเหลืองนิดๆ ให้ลูกชิ้น ก็ได้ผลลัพธ์เหมือนลูกชิ้นเน่าค้างปีซะนี่ ยิ่งมีคราบน้ำติดมา ก็ยิ่งรู้สึกว่าความเน่านั้นกำลังขยายตัว ดูหยะแหยงอย่างมากค่ะ

เฮ้อ... ถ้าอยากวาดให้น่ากินด้วยสีน้ำจริงๆ เราว่าเราคงต้องฝึกอีกนานๆๆๆๆๆๆ มาก ๆๆๆๆๆๆ ใช้ยกกำลัง N เลยเอ้า ใครวาดเป็นก็ช่วยแนะนำด้วยนะคะ ยอมรับว่าเราจนปัญญาจริงๆ

มาดูรูปเจ้าปัญหากันดีกว่าค่ะ

รูปนี้ใครๆ ก็ทายไม่ถูกว่าเป็นอะไร ดูเอาเองละกันนะคะ ขอใบ้ว่า...เป็นอาหารหากินได้ทั่วไป และราคาไม่แพงค่ะ



ชื่อภาพ : อาหารสีน้ำ

อ่า... รูปข้างบนทายเป็น "ปลาดิบ" กันเป็นทิวแถวเลยล่ะค่ะ ถึงว่า... "รูปอะไรที่คลุมเครือ ดูไม่ออก ก็จะใช้ประสบการณ์ตัวเองตัดสินค่ะ" คนทั่วไปคงชอบกินปลาดิบเนอะ แต่เราไม่ค่อยชอบนะคะ กินได้แต่แซลมอนดิบอะ เพราะมันไม่ค่อยคาว

แท้จริงแล้ว มันคือ "หมูแดง" ที่สไลด์แล้วค่ะท่าน .... (เฉลยแล้วคงหงายผึ่งกันเป็นแถว คนวาดก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ ตามไปด้วยค่ะ...เฮ้อ ฟืดดดด)


ส่วนรูปข้างล่าง ก็ทายเป็น มะเขือยาว (แบบอาหารญี่ปุ่นค่ะ) รูปนี้เราก็เข้าใจนะคะ ว่ามันทายยากจริงๆ เราก็ได้แต่ถอนใจอีกเหมือนกัน เพราะรูปนี้ความจริงมันใกล้ตัวเราๆ ท่านๆ กันมากน่ะค่ะ แต่เป็นเพราะเราด้อยความสามารถในการถ่ายทอดเองแหละ....

ความจริงมันคือ "ข้าวอบไก่ย่าง" อะ... แต่พอวาดไปวาดมา ดูเนื้อไก่ชิ้นมันเล็กน่ะค่ะ เลยเปลี่ยนเป็นข้าวหน้าเป็ดแทน แล้วแอบเติมน้ำซอสดำๆ ลงไปด้วย แต่สีน้ำเป็นสีที่ห้ามถอยหลังกลับ เราก็ต้องปล่อยเลยตามเลยไปน่ะคะ ...ออกมาเลยเป็นดังนี้แหละ เฮ้อ...

แต่การลองครั้งนี้ก็ได้อะไรเยอะแยะเหมือนกันนะคะ ...สนุก และก็ได้ข้อพึงสังวรมาด้วยว่า *"ตัวเรามีขีดจำกัด ว่าจะเหมาะกับอุปกรณ์อะไร กับงานแบบไหน ที่สำคัญก็คือ ต้องตีโจทย์ให้ออกก่อน ว่างานชิ้นนี้เหมาะกับอุปกรณ์อะไร แล้วเราถนัดอุปกรณ์นั้นไหม?"

จริงๆ เราก็พอสังวรมาได้ระยะหนึ่งแล้วค่ะ แต่คราวนี้มันชัดเจนมากว่าการเลือก Tool ที่ไม่เหมาะกับของที่เราวาดแล้วมันเป็นยังไง เพราะเรายังไม่ค่อยมีฝีมือด้วย เลยผ่านขีดจำกัดของอุปกรณ์ไม่ได้น่ะค่ะ ... อือม์ เก็ตๆๆๆ ฝีมือระดับเทพๆ เขาก็เลยขีดจำกัดของอุปกรณ์ไปแล้ว คือใช้อุปกรณ์ชิ้นนั้นทำอะไร วาดอะไรก็ได้ แต่เรายังไปไม่ถึงตรงนั้น

ก็ได้แต่ฝึกฝนต่อไป... เราต้องพยายามให้มากกว่านี้ค่ะ!




 

Create Date : 23 เมษายน 2549    
Last Update : 23 เมษายน 2549 17:28:03 น.
Counter : 551 Pageviews.  

มาแล้น~~ Gallery ภาพสีสดใสสมัยเรายังไฟแรง (Handmade) พร้อมเทคนิคค่ะ

นีรมาลี รวบรวมประวัติศาสตร์ของตัวเองมาค่ะ...นั่งเรียบเรียงไว้อยู่หลายหมวดหมู่เหมือนกัน แล้วจะทยอยลงนะคะ บางคนอาจจะเคยเห็นบางรูปไปแล้ว เพราะไปโพสกระทู้แล้วน่ะค่ะ แต่บางรูปก็เป็นงานลับแลสุดๆ ที่ เพื่อนๆ รู้จักเท่านั้นจึงได้เห็น งานน่าอายมั่กๆๆๆ แต่ก็ยังเอามาแสดงสู่ที่สาธารณะ รวบรวมเทคนิคและอุปกรณ์ไว้ด้วยหวังว่าใครได้เห็นอาจจะเกิดแรงฮึดให้สร้างสรรค์รูปต่อไปค่ะ แต่เราก็เข้าใจว่าคงมีน้อยคนแล้วล่ะ ที่ยังลงสีด้วยมือกันอยู่ ภาพ CG น่าจะได้รับความนิยมมากกว่า และเราเองก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรแต่พยายามอาศัยการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองมาตลอดค่ะ... สำหรับจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจด้านลงสีด้วยมือ จะอ่านข้ามไปเลยก็ได้นะคะ แบบว่า...หง่า...อายน่ะค่ะ///

---ขอบอกว่า...นี่เป็นบล็อคที่ยาวมากนะคะ มี 15 ภาพพร้อมเทคนิคนิดหน่อยๆ อ่านกันตาลายหน่อยน้า---

*เริ่มจากรูปที่เราชอบมากที่สุดในหมวดแฮนด์เมดก่อนละกันนะ โพสจนพ่อหนุ่มเขาหน้าช้ำแล้วนะเนี่ย... เราจะเรียงจากงานล่าสุดไปจนถึงเก่าสุดนะคะ อันนี้ก็คงได้เห็นพัฒนาการนิดหน่อย



ชื่อภาพ : "Waterfall" เราก็ตั้งชื่อภาพกันตรงๆ แบบนี้ล่ะค่ะ... เพราะเราตั้งใจแค่ให้ตัวเราจำได้น่ะค่ะ มะได้ตั้งชื่องานวรรณกรรมซะหน่อย อิอิ ไม่งั้นจะตั้งให้หรูเลย)
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 1 กันยายน 2547
ขนาด : A4

เทคนิคพิเศษ : +งานสีหมึกอย่างที่ตนเองถนัดค่ะ นี่ใช้สีไฮโซยี่ห้อ Dr. Ph Martin's ที่ต้องฝากเพื่อนซี้แสนน่ารักซื้อมาให้จากอเมริกานู้นแน่ะค่ะ อูย... สียี่ห้อนี้สดแบบหม่นๆ คือไม่ได้สดแบบใสๆ (เอ๊ะ? ยังไง) ทั้ง Blending ง่ายมากๆ ค่ะ เกลี่ยสีได้ดั่งใจฉันเลย เพราะสีแห้งช้ากว่าสีหมึกชนิดอื่น แล้วก็ไม่ฟุ้งกระจายเพราะเนื้อสีแน่นมาก ดังนั้นเวลาระบาย การไหลของสีจึงไม่ข้ามเขตที่เราต้องการค่ะ กับสียี่ห้ออื่นๆ ปาดตั้งหลายทีกว่าสีจะเข้มขึ้น แต่คุณด็อกเตอร์เพียงหยดเดียว... สวยเด้งเลยแหละ แน่นอนว่าสนนด้วยคุณภาพระดับ 5 ดาวเยี่ยงนี้ ราคาของมันจึงน่าตกใจมากๆ เราซื้อชุด 12 สีมาค่ะ (เพื่อนบอกว่าซื้อเป็นชุดถูกกว่า เพราะไม่ต้องคิดค่า Vat ทีละขวด) แล้วก็ได้ลด 5 % มาด้วย (เพราะใช้บัตรนิสิตของมหาลัยซื้อค่ะ) ไม่คิดค่าหอบหิ้วมา ... ก็ตกชุดละ 2,000 บาทค่ะ คำนวณเองนะคะว่าราคาจริงมันเท่าไหร่...

+ อีกเทคนิคหนึ่งคือ ใช้แอร์บรัชพ่นสีโปสเตอร์ขาวค่ะ เพื่อเพิ่มความเหมือนของละอองน้ำบริเวณน้ำตก โห..แอร์บรัชเราก็"โม" เองนะคะ คือ มันเป็นปั๊มลมแอร์บรัชไม่แท้น่ะค่ะ เราใช้ปั๊มลมสำหรับบ่อปลาแทนอะ เล่นเอาหัวแอร์บรัชเราตอนนี้เจ๊งกะบ๊วยไปแล้ว ขี้เกียจไปซ่อมจนถึงวันนี้เลย เพราะเอาเงินที่ซ่อมไปเพิ่มอีกนิดหน่อย ก็ได้ Tablet- Wacom รุ่นดีๆ แล้วค่ะ เราเลยตัดสินใจซื้อ Wacom แทน

+ การวาดน้ำตกให้โคตะระเหมือนนี่ก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน เราต้องนั่งหาข้อมูลดูภาพน้ำตกแห่งต่างๆ ให้ขึ้นใจเลยค่ะ สีของหินน้ำตกแต่ละที่จะแตกต่างกันตามชนิดของแร่ธาตุในหินนั้นๆ และเมื่อลองคิดตามความเป็นจริงแล้ว ความชื้นของป่าและน้ำ บริเวณก้อนหินย่อมมีบรรดาตะไคร่และมอสขึ้นอย่างแน่นอน อะนะ เราก็มั่วเองจนได้แหละ ด้วยแรงบันดาลใจล้นเหลือ อยากไปเที่ยวเว้ยยยย~~ อยากเดินป่าเข้าจายมั้ยยยยย แล้วความอยากก็ทำให้งานเราสัมฤทธิ์ผลค่ะ หลงตัวเองนิดหน่อย(หรือไม่หน่อย) ว่าน้ำตกในรูปนี้น่าไปเที่ยวจังเลย... ท่าทางจะเย็นฉ่ำ ละอองหมอกเพียบ เพราะพ่นบรัชมันส์ไปหน่อย อิอิ






ชื่อภาพ : "Orchid" ช่างเป็นชื่อที่ตรงตัวอีกเช่นกัน
วาดได้เมื่อ : วันที่ 27 ธันวาคม 2546
ขนาด : A4

เทคนิคพิเศษ : + เป็นสีหมึกยี่ห้อ Dr. Ph Martin's เช่นกันค่ะ แต่รูปนี้พิเศษตรงที่ เราลองแอร์บรัชเป็นครั้งแรกกับแบ็คกราวนด์ด้านหลังค่ะ ความยากของรูปนี้อยู่ที่การจัดวางองค์ประกอบภาพเรื่องทิศทาง เพราะลงตัวยาก เหมือนตัวละครเค้าเข้าแถวเฉียงกันยังไงก็ไม่รู้ค่ะ เลยใช้ผ้าข้างหลังซึ่งไม่มีความหมายอะไรมาช่วยดึงความสนใจ ความยากของภาพจึงไม่ใช่ตอนลงสีเท่าไหร่... ยกเว้นพื้นที่สีเสื้อชายหนุ่มมีอาณาเขตกว้างมาก เราเลยต้องใช้ เทคนิคแบ่งเนื้อที่ตามตะเข็บ เสื้อเขาน่ะค่ะ

เทคนิคแบ่งเนื้อที่ตามตะเข็บ หมายความว่าอย่างไร?

นี่เป็นเทคนิคแสนพื้นฐานสำหรับตระกูลสีที่แห้งไวอย่างสีหมึก อีกทั้งผู้ที่ไม่นิยมในคราบน้ำเท่าไหร่ (อย่างเราเป็นต้น) สีหมึกเป็นสีทาทับให้เข้มขึ้นได้เรื่อยๆ ค่ะ แล้วยังสามารถทำให้ไม่เห็นคราบน้ำได้ด้วย นี่คือคุณสมบัติที่สีหมึกต่างจากสีน้ำค่ะ การแบ่งเนื้อที่ คือ การกำหนดระบายให้เสร็จเป็นที่ๆ ไป ไม่ต้องระบายคลุมพื้นที่ทั้งหมดค่ะ เช่น สีเสื้อ ก็แบ่งระบายไปจากซ้ายไปขวา (เพื่อกันสีไม่แห้งเปื้อนสันมือเรา ถ้าเราเป็นคนถนัดขวา) พื้นที่แขนเสื้อ , พื้นที่คอเสื้อ , พื้นที่ลำตัวข้างซ้าย -ขวา โดยแบ่งตามเส้นตะเข็บของเสื้อ หรือ รอยยับเป็นหลักค่ะ นี่ถ้าใช้สียี่ห้ออื่น คงเน่าไปแล้วเหมือนกันเพราะเกลี่ยให้เนียนไม่ทัน... นี่ก็หวิดไปแล้วล่ะค่ะ






ชื่อภาพ : Happy New Year & Happy Valentine's Day
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 3 มกราคม 2546
ขนาด
: A4

เทคนิคพิเศษ : + สีที่ใช้เป็นสีหมึก ยี่ห้อ Pelikan เป็นส่วนใหญ่ค่ะ และยี่ห้อ Winsor&Newton เป็นส่วนน้อย สังเกตไหมว่าความสดของสีต่างจากรูปข้างบนพอสมควรค่ะ เพราะเนื้อสีของยี่ห้อมันแตกต่างกัน พีลีแกนและวินเซอร์ฯ มีเนื้อสีแน่นน้อยกว่า Dr.Ph Martin's มาก เมื่อวาดออกมาแล้วตีพิมพ์ ภาพจะดรอปอย่างสาหัสมากเช่นกัน เพราะเนื้อสีมันน้อยนี่แหละค่ะ มืออาชีพที่วาดปก จะเรียกภาพสีดรอป นี้ว่า "สีจม" ค่ะ แถมการเกลี่ยสีประเภทมีเนื้อสีน้อยๆ นี้ก็ต้องไวปานวอก สำหรับคนชอบสีเนียนๆ อย่างเราก็เลยต้องหาวิทยายุทธ์เป็นของตัวเอง ด้วยการ "เลี้ยงน้ำ" หรือคอยหาจังหวะเติมน้ำเพื่อไม่ให้สีแห้งเร็วค่ะ (แต่สีจะฟู่ ควบคุมไม่ให้ออกนอกเขตได้ยาก) ทั้งนี้ก็เป็นที่คุณภาพของกระดาษด้วยว่าอุ้มสีได้ดีขนาดไหน (เรื่องอุปกรณ์...เป็นความชอบและความถนัดส่วนตัวค่ะ แต่ถ้าอยากให้แนะนำ ก็บอกกันมาละกันนะคะ จะทำตารางคุณสมบัติไว้ให้ค่ะถ้ามีเวลา...)

+ สำหรับคนที่มีปัญหาว่าลงสีแล้วน้ำชุ่มเกินทำให้กระดาษงอและก็ช้ำด้วย (อันที่จริง... ต้องใช้พู่กันซับสีเบาๆ ทิ้งไปก่อนนะคะ) เราขอแนะนำเทคนิคของ พี่ Zen มือเก๋าการวาดปกให้นะคะ (ปัจจุบันพี่เขาไปเปิดบริษัทอนิเมชั่นแล้วอะ) ที่รู้ก็เพราะเห็นงานปกของพี่เขาดามกระดาษไว้ แล้วเราเข้าไปถามน่ะค่ะ

- ง่ายๆ ค่ะ แค่เรา "ดามกระดาษ"วาดรูป ด้วยการฉีดกาวสเปรย์หลังแผ่นกระดาษร่างที่เราต้องการจะลงสี นำไปติดกับกระดาษแผ่นหนาๆ แข็งๆ ผิวเรียบ เราใช้ "กระดาษชานอ้อย" ค่ะ ซึ่งได้ผลดีกว่าการนำภาพไปขึงด้วยเทปนิตโต้ไว้กับกระดานเขียนเสียอีก เราก็เลือกใช้วิธีนี้ล่ะค่ะ
* ตามประสบการณ์แล้ว... เราควรตัดขนาดกระดาษรองให้ขนาดพอดีกับขนาดภาพค่ะ เพราะถ้ามันเลยขอบ เราจะตัดเจียนได้ยาก เพราะกลัวว่าจะไปเจี๋ยนเอาพื้นที่ลงสีเข้า แต่การตัดแบบขนาดพอดีเป๊ะนี้จะมีปัญหาการวางภาพไม่ให้เบี้ยว อันนี้ก็หาคนมาช่วยจับค่ะ พอเราเอาภาพร่างติดกระดาษรองได้มุมหนึ่งแล้ว ก็ค่อยๆ รีดไป เป็นอันเสร็จพิธี

*รูปนี้ก็วาดผิดๆ ไปหน่อยเหมือนกัน... มีเพื่อนทักว่า มือผู้ชายแท้ๆ ทำไมเรียวยังกะผู้หญิงแน่ะ อ่า... ก็มักจะมาเห็นข้อผิดพลาดตอนเขาทักหรือไม่ก็เพิ่งลงสีเสร็จทุกทีล่ะค่ะ

*ปัจจุบันตามร้านขายเครื่องเขียนในห้างฯ เราก็แทบไม่เห็นสีหมึกบางยี่ห้อแล้วค่ะ อย่างยี่ห้อ Winsor & Newton นี่ก็แทบจะสาบสูญไปแล้ว, Magic Color ก็หายไปแล้ว ที่ยังพอเห็นบ้าง คือ Pelikan , Ecoline (ยี่ห้อนี้น่ะ...สีหมึกจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้... สีสดใสมากๆ แต่ละลายน้ำได้ดีค่ะ ฟู่มาก เหมือนสีน้ำเลยแต่สดเชียว)






ชื่อภาพ : Thai Dessert
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 14 เมษายน 2545
ขนาด : A5

เทคนิคพิเศษ : + หลังจากรูปนี้ไปก็เป็น สี Winsor & Newton เป็นส่วนใหญ่ และ Pelikan เป็นส่วนน้อยค่ะ หลังจากรูปนี้ไปจะเห็นได้ชัดเลยว่าภาพ "สีจม" และ "เนื้อกระดาษช้ำ"เป็นอย่างไร เพราะมันเห็นชัดมากและตอนนั้นเราก็ยังไม่รู้เทคนิคที่จะขจัดสีจมค่ะ

+ สมัยก่อน (ลองนับปีดูนะคะ) เราเป็นพวกชอบลองเทคนิคแบ็คกราวนด์ต่างๆ น่ะค่ะ ผิดมั่ง ถุกมั่ง ทำให้ภาพเราดู Over Work คือ มันรกไปหมดเลยจริงๆ อะไรๆ คุณเธอก็ใส่หมด เรียกว่า แทนที่จะสวยแบบพอดี กลับประเคนเทคนิคมามากจนมันตีกันยุ่งน่ะค่ะ เอามาลงไว้ไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างนะคะ ภาพที่ดีคือภาพที่โชว์พองามค่ะ ไม่ต้องบ้าพลัง ถ้ามัวแต่แต่งนู่นแต่งนี่มันจะเละอย่างที่เห็นล่ะค่ะ






ชื่อภาพ : Red - War
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 11 เมษายน 2545
ขนาด : A5

เทคนิคพิเศษ : +เป็นการลองทำเปลวเพลิงครั้งแรกของเราค่ะ แล้วก็ลองเทคนิคสีโปสเตอร์ขาวอย่างเมามันเชียว แหะ แหะ ผลก็คือ เกือบเละ!! ตอนนั้นก็คิดนะคะ ว่าอยากมีแอร์บรัชจิงจิ๊ง... แต่ตอนที่มีแอร์บรัชแล้วมาดูรูปนี้อีกที...ก็คิดว่าไม่ใช้แอร์บรัชน่ะดีแล้ว ตูขี้เกียจตัดมาส์กกิ้งฟิล์ม (แผ่นสติ๊กเกอร์เป็นเนื้อฟิล์มบางๆ สำหรับไว้กันพื้นที่เวลาเราพ่นแอร์บรัชน่ะค่ะ) เผลอๆ เนื้อสีจะขังอยู่ในรอยตัดมาส์กกิ้งฟิล์มอีกตังหาก...

+ ภาพนี้แอบติดสกรีนโทนขาวดำในส่วนของลายเสื้อค่ะ ดูแปลกดี คือ ระบายให้เสร็จก่อน แล้วตัดแปะลงไปน่ะค่ะ ภาพออกมาก็แปลกดีน้อ อิอิ

แถมรูปนี้ยังวาดแขนผิดอย่างจังๆ เลย มารู้ก็ตอนวาดเสร็จแล้วเช่นกัน... มีคนแอบแซวมาว่า เปลวเพลิงของแก ทำไมมันดูหวานจังฟะ ... รู้สึกเหมือนตัวเองถูก ยังงี้เลยอะ






ชื่อภาพ : "กันต์" (อ้อ...เป็นชื่อตัวละครของเราเองน่ะค่ะ ชื่อเต็ม... อติกันต์)
วาดไว้เมื่อ : เมื่อไหร่ไม่รู้ค่ะ แต่เป็นปี 2545 แน่นอน

เทคนิคพิเศษ : + สีไม้...นี่เป็นเพียงไม่กี่ภาพที่หลงเหลือมาค่ะ นอกนั้นแจก Pen Friend หมดแย้ว~ ถ้าสังเกต จะเห็นว่าเราเป็นคนใช้สีไม้ที่ยังเน้นสีนวลเนียนอยู่ดี... แล้วยังงี้จะเรียก Feeling การฝนเส้นแบบสีไม้ขึ้นมาได้ไงละวา... มีคนบอกว่า เขียนรูปสีไม้ได้เหมือนลงสีหมึก ก็ไม่รู้จะดีใจดีหรือเปล่านะคะ?






ชื่อภาพ : วีริศ กับ นภิส (เป็นชื่อตัวละครของเราอีกเช่นกัน)
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 15 ตุลาคม 2544
ขนาด : A5

เทคนิคพิเศษ : + อ่า...สีหมึกแบบสีจมๆ น่ะค่ะ ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากอยากวาดปีกแบบสีๆ อะค่ะ แต่รู้สึกจะเพลินไปหน่อยอีกเช่นกัน จนเอ็ฟเฟ็กต์ข้างหลังมันเด่นตีกับตัวละครข้างหน้าซะนี่? .. ภาพนี้ใช้สีไม้ช่วยให้ปีกดูนุ่มๆ ปุยๆ น่ะค่ะ (แต่ผลออกมานุ่มหรือเปล่าก็ไม่รู้จิ)

*รูปนี้ทิศทางผิดความจริงไปนิดหน่อยเหมือนกัน อย่างเส้นผมคุณนภิสนี่แหละค่ะ มันไม่ควรตั้งโด่เด่แบบนั้น ถึงจะเป็นท่าที่ลอยลงมาก็เหอะ เจ้าวีริศของเราก็ไม่ได้เต็มใจรับเธอสักเท่าไหร่แฮะ ในตอนนั้นเราก็ไม่คิดอะไรหรอก ...เพราะแค่อยากวาดอะค่ะ พอมาตอนนี้ก็เหวอ? วาดเข้าไปได้...




***ต่อไปนี้เป็นรวมภาพการ์ดที่เราทำส.ค.ส. แจกช่วงปีใหม่ค่ะ บางทีการวาดมันจะเลทๆ ไป แต่ก็ยังอยู่ในช่วงปีใหม่นา... เป็นภาพขนาด A6 ทั้งหมด...(แบบว่ากลัวเหนื่อยอะ ไปถ่ายเอกสารสี A4 ก็ได้ตั้ง 4 รูปแน่ะ) ยิ่งดูงานเราจะยิ่งเก่าลงเรื่อยๆ นะคะ



ชื่อภาพ : "ชายหนุ่มเปียกปอน แบบ เขียวๆ" (นี่...ชื่อจริงๆ หรือเนี่ย?)
วาดไว้เมื่อ : 11 กุมภาพันธ์ 2544





ชื่อภาพ : "Sport Boy"
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2544






ชื่อภาพ : "ณ เมืองนอก... และดอกไม้ก้านหัก"
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 16 ธันวาคม 2542
*... รูปนี้จริงๆ แล้วแอบดูแบบฉากค่ะ แต่ก็เอามาดัดแปลงแหละ ตอนแรกชายหนุ่มด้านซ้ายของภาพ ตั้งใจว่าจะให้ถือถุงขนมปัง ไปๆ มาๆ เกิดครึ้มค่ะ เปลี่ยนเป็นช่อดอกไม้ดีกว่า สวยกว่า... แต่ลืมมองดูการบิดข้อมือของเขาไป...ช่อดอกไม้ที่อยู่ในแนวนั้นได้... ก็คือ ก้านต้องหักเท่านั้น!! ค่ะ.. ฮ่วย... ก็มารู้ตอนเสร็จทู้กที





ชื่อภาพ : "วันเหงาๆ..."
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 15 ธันวาคม 2542
*รูปนี้เป็นการลองวาดลายสก๊อตภาพแรกในชีวิตค่ะ ชอบมากๆ ดูแบบจากแม็กกาซีน รอยยับผ้าแบบนี้ กับลายสก๊อตแบบนี้ แล้วเอาสองข้อมูลมารวมกันในหัวค่ะ ศึกษารอยผ้ายับแบบยิบๆ เลย วาดทีตาก็จะเหล่เอาค่ะ แต่เสร็จออกมาเราก็ภูมิใจมากเหมือนกัน ใช้เทคนิคผ้าก๊อตตั๊มสีหมึกสีม่วง เอาเป็นแบ็คกราวนด์ด้วยค่ะ ดูแปลกดี





ชื่อภาพ : "ปิกนิก"
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 14 ธันวาคม 2542
* ไหงขนาดภาพมันไม่เท่ากันอีกแล้วหว่า.. สงสัยจะย่อไฟล์ไม่เท่ากันน่ะค่ะ แต่ก็พอดูได้เนอะ นี่ก็เป็นรูปแรกที่เราลองระบายฉากต้นไม้ดูค่ะ อยากให้ฟีลออกสดชื่น ก็พอไปได้ค่ะ ภาพนี้แอบใช้สีอะครีลิคแต่งเป็นดอกไม้ด้วย เพราะอยากให้ทาทับสีเขียวที่ทำเป็นฉากต้นไม้ ถ้าเป็นสีหมึก..สีเขียวมันจะลอยขึ้นมาด้วยค่ะ





ชื่อภาพ :...สายใยแห่งรัก มั้ง ? ถ้าจะพิมพ์ให้ถูก ต้องบอกว่าสายโบว์ตังหาก
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 11 ธันวาคม 2542

*ในบรรดาภาพ ส.ค.ส. ทั้งหมด รูปนี้เราไม่ชอบที่สุดเลยค่ะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันอะ... หรือเป็นเพราะมันไม่ท้าทายเรา? คือ ภาพนี้มันไม่ยากเลยน่ะค่ะ แทบจะไม่ได้ฝึกอะไรเลย...




เอาล่ะ ! มาดูงานที่โบร้าณ...โบราณที่สุดในเซ็ตนี้กันเถอะ เห็นแล้วอาจจะเหวอได้นะ ส่วนงานที่โบราณยิ่งกว่านี้ เราจะทำไว้อีกแฟ้มสำหรับให้มือใหม่ได้ดู เพื่อให้เกิดกำลังใจค่ะ ว่าครั้งหนึ่ง...ก่อนจะเป็นมนุษย์...เราก็ต้องผ่านช่วงอุรังอุตังมาก่อนเหมือนกัน... แหงะ แต่ขอทำใจก่อนนำเผยแพร่นะคะ




ชื่อภาพ : "สู่แดนพิศวง"
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 16 พฤษภาคม 2541... (เฉียดๆ 8 ปีที่แล้วเอง...)
ขนาด : A5

เทคนิคพิเศษ : + รูปนี้...เราก็ชอบมากเหมือนกันค่ะ รู้สึกว่ากล้าใช้สีชะมัดเลย... การวาดปราสาทหินก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับเราในตอนนั้นมากๆ การวาดแบ็คกราวนด์ ทั้ง คนและปราสาทให้ดูขลังๆ เราก็ว่ามันดูโอเคจนวันนี้น่ะค่ะ (หลงตัวเองสุดฤทธิ์ ///) นี่เป็นภาพแรกที่เราคิดว่า..."สีหมึกคงเป็นสีที่เหมาะกับเราสินะ" แถมตอนลงสีเนื้อรูปท่านเทพข้างบน เรากำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนอยู่ คุยไป ก็ระบายสีไปด้วยน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าทำไปได้ไง? มาวันนี้...ทำไม่ได้แล้วนะเนี่ย...

+ นี่ก็ใช้เทคนิคผสมค่ะ... ใช้ผ้าก๊อตตั๊มเป็นเอ็ฟเฟ็กต์เหมือนกัน อยากให้ภาพมันเรืองๆ มิราเคิลหน่อยๆ ตอนนั้นยังวาดคนไม่เก่งเลยค่ะ (ตอนนี้ก็ยังไม่เก่ง...หงะ) สัดส่วนรูปนี้ก็เพี้ยน... แต่เราไม่สนใจเท่าไหร่ เพราะอยากให้ดูแบ็คกราวนด์ อิอิ จริงๆ ความคิดนี้ก็ไม่ดีนักหรอกนะคะ







ชื่อภาพ : "Get Free"
วาดไว้เมื่อ : วันที่ 13 พฤษภาคม 2541 เก่าที่สุดในบรรดาเซ็ตนี้แล้วนะคะ

เทคนิคพิเศษ : + เราเริ่มค้นพบตั้งแต่รูปนี้ว่า.. ปีกสีขาวน่ะ ไม่ได้ระบายยากเท่าไหร่ ถ้าเรามีโปสเตอร์ขาวเสียอย่าง ระบายสีปีกเข้มไป ก็ไม่เป็นไร เรามีสีโปสเตอร์ขาว ใช้พู่กันแต่งเป็นริ้วๆ ก็ดูนุ่มสมจริงแล้วค่ะ... (แต่รูปนี้ยังไม่เวิร์กหรอกนะคะ ในสายตาเรา) ไอ้ที่เราถนัดใช้โปสเตอร์ขาว... ก็เพราะเราชอบพวกประกายระยิบระยับอะค่ะ

* เอ...ภาพไฟล์รูปนี้มันเดี้ยงๆ แล้วนะคะ...แต่เราก็ขี้เกียจไปทำไฟล์ใหม่อะค่ะ วันนี้อัพบล็อคก็เสียเวลาทั้งวันแล้ว หวังว่ายังพอดูกันได้นะจ๊ะ

*แถมรูปนี้ ระนาบพื้นเอียงกันเห็นๆ เลยค่ะ ตอนนั้นเราวาดสรีระไม่เป็นเลยแหละ... โดยเฉพาะ ช่วงขากับช่วงเท้า มันช่างเป็นอวัยวะที่วาดยากเย็นแสนเข็ญอะไรเยี่ยงนี้ จนวันนี้ก็ยังคิดแบบนี้อยู่ค่ะ เฮ้อ... ถ้าจะชอบที่สุด เราชอบคอนเซปต์ของรูปนี้ค่ะ~~ พี่แกจะถอดเสื้อบินแล้วแหละ รูปนี้โดนทึกทักบ่อยมาก ว่าดู Y... แต่ขอให้เชื่อเถอะค่ะ ว่าเราไม่มีความคิดนี้เลยตอนวาด แค่คิดว่าถ้าวาดเป็นผู้หญิงมันจะดูโป๊...เท่านั้นเองอะ

อะนะ ก็มีหลายรูปที่ชาว Y อาจจะคิดไปได้ว่า...มันเป็น กุ๊กกิ๊กจิจ๊ะกัน... ป่าวน้าค้า.... เพราะตัวละครเราทุกตัว มีคู่เป็นผู้หญิงหมดเลย เพียงแต่ไม่ค่อยนำมาวาดเท่านั้นเอง เรื่องที่วาดมา เราก็ไม่ได้ไปส่งที่ไหนเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะเราต้องเรียน ต้องทำงานไปด้วย จนวันนี้ก็ยังวาดไม่จบเลยนะ เพราะเจอความจำเป็นของชีวิต ต้องมุ่งทำมาหากินก่อนจะเขียนเรื่องตัวเองแล้วล่ะค่ะ...

แต่เรายังไม่ทิ้งความฝันพวกนี้หรอกนะคะ ขอบอก...


ถ้าเราระบายรูปสี(ด้วยมือ)ใหม่ๆ ก็จะทยอยใส่ในบล็อคกลุ่มนี้ล่ะค่ะ แล้วเราจะแยกบล็อคภาพ CG ไปอีกกลุ่มหนึ่ง จะได้ไม่งงกันค่ะ

นี่เป็นบล็อคที่ยาวที่สุด เท่าที่เราทำมาเลยนะเนี่ย... ภาพทั้งหมด 15 ภาพนี้ คิดว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คงได้อะไรบ้างแหละเนอะ (ช่วยกันพยักหน้า หรือ คอมเม้นต์มาหน่อยก็ดีนะคะ แหะ แหะ จะได้รู้ว่าสิ่งที่เราพยายามก็มีผลตอบรับเหมือนกัน มีกำลังใจค่ะ)

ไปก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ


ป.ล. ตามมาแก้ค่ะ... เราลืมลงรูปไปอีกรูปหนึ่งล่ะด้วยความมึน ตอนแรกนับเป็น 16 รูป ตอนนี้เลยต้องแก้เป็น 15 รูปค่ะ




 

Create Date : 01 เมษายน 2549    
Last Update : 2 เมษายน 2549 12:10:10 น.
Counter : 714 Pageviews.  


Dream Awake
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Blog นี้จะเน้นไปทางเสนองานการ์ตูนของเราเองค่ะ มีทั้งงานสี งานขาว-ดำ...เทคนิคการวาดเล็กๆ น้อยๆ และเรื่องบ่นอีกสารพันตามประสาคนอยากเล่าน่ะจ้า~~

+ป.ล. รักคนอ่านมั่กๆ ค่า...+
#แวะทักนีรมาลีที่หลังไมค์นี้ได้เลยค่า
Friends' blogs
[Add Dream Awake's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.