If Asshole could fly, the town I'm living in would be Chicago Air Port!
Group Blog
 
All blogs
 

Dare to be Bare!



สาวๆขาประจำกระทู้ "ขนเจ้าปัญหา" ทั้งหลายคะ

คงจำเรื่องที่พวกเราดิสคัส ผ่านกระทู้แบบนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้งได้นะคะ

วันนี้ขอเชิญพี่ป้าน้าอาคุณย่าคุณยาย เร่เข้ามาเลยค่ะ...

เจโลจะมาหลาวววให้ฟัง เรื่องที่ยอมพลีร่าง ซื้อ Brazilian wax kit มาทดลองใช้ด้วยตัวเอง

แล้วก็อุตส่าห์ได้รอดชีวิตกลับมาเล่าถึงเหตุการณ์ "เฉียด" ให้เพื่อนๆฟังเนี่ยล่ะค่า..........




Chapter 1 : The Decision

เรื่อง DIY Waxing นี่ เจโลได้หาข้อมูลมาพักใหญ่ๆแล้วล่ะค่ะ

เคยเห็นคอมเมนต์หลายๆที่ เค้าว่ากันว่ามันไม่ได้เจ็บมากมายเหมือนที่เค้าว่ากันหรอกเธ๊อ!

หลังจากไตร่ตรองอยู่นานประมาณ 3 ชั่วอายุคน บังเอิ๊ญ..มาได้จังหวะดี

เมื่อตอนที่คุณสามีต้องไปราชการที่ Tampa ถึงครึ่งเดือนเนี่ยแหละ

เอาล่ะ โอกาสทองมาถึงแล้ว หากมีการผิดพลาดทางเทคนิค เช่น ทรงมันบิดเบี้ยวไม่ได้รูปจนต้องจับบวชชีซะเลย

ถึงหยั่งงั้นกว่า "ผู้ตรวจท้องที่" จะกลับมา ก็คงมีเวลางอกทันล่ะฟะ

คิดได้ดังนั้น ส่งสามีขึ้นเครื่องปุ๊บ ก็จัดการรีบไปหาซื้อ Wax kit ในซุปเปอร์มาร์เก็ตไกลบ้านทันที(กลัวเจอคนรู้จักอ่ะดิ)

หยิบอันนู้นอันนี้มาอ่านๆดูอยู่หลายยี่ห้อ ในที่สุดก็ตกลงใจเลือกอันที่ระบุว่า For private part และ sensitive skin formula

อือ ฟังดูมันน่าจะปลอดภัยต่อน้องแตงอ่อนของเราเนาะ...




Chapter 2 : D-Day

เย็นวันถัดมา หลังจากอาบน้ำให้น้องแตงอ่อนแล้ว ก็จัดการหยิบ Direction มาอ่านๆๆๆ อย่างละเอียดละออหลายๆรอบซะก่อน

เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการจำขั้นตอนมาทำแบบมั่วๆตกๆหล่นๆ


อ้อ ตรงนี้ขอทำความเข้าใจกันก่อนว่า Wax kit มีหลายรูปแบบ แต่ละอย่างก็จะมีอุปกรณ์ให้มาไม่เหมือนกัน

บางอย่างต้องใช้ cotton strips แบบที่น้องมังกรเผือกทำมาและลงรูปไว้ที่บล็อกของน้องเขา

(รูป cotton strips นะจ๊ะ ไม่ใช่รูป before and after ที่น้องเขาไปแว๊กซ์มา เอ้า คิดกันไปถึงไหนล่ะน่ะ กลับมาก่อนเล๊ย!)


แต่ยี่ห้อที่เจโลซื้อมานี่เป็น Hard wax สีเขียวๆ สามารถป้ายแว๊กซ์ลงบนผิวโดยตรง

ไม่ต้องใช้ cotton strips พอแว๊กซ์เริ่มจับตัวเป็นแผ่นแล้ว ก็ดึงออกได้เลย



วิธีการอุ่นแว๊กซ์และตระเตรียมผิวบริเวณที่ต้องการแว๊กซ์ จะมีบอกอยู่ใน Direction เเล้วทุกยี่ห้อ

ฉนั้นเพื่อให้ไม่เยิ่นเย้อ ขอรวบรัดมาที่วิธีการป้ายและดึงแว๊กซ์เลยละกันนะคะ

ดูตามรูปประกอบข้างล่างนี้เลยค่ะ

1. ป้ายแว๊กซ์ลง ตามแนวลูกศรในรูป 1 ควรป้ายเป็นบริเวณทีละน้อยในแต่ละครั้ง

2. พอแว๊กซ์เฟิร์มแล้ว ให้เอามือข้างหนึ่งจับผิวบริเวณนั้นเหนี่ยวไว้ให้ตึงเหมือนในรูปที่ 2

3. มืออีกข้างจับแผ่นแว๊กซ์ แล้วกระชากออกอย่างรวดเร็ว ไปในทางทิศที่ย้อนแนวขน






Chapter 3 : Got Trouble!

ตอนที่เจโลอ่าน Direction ก็เห็นคำเตือนแต่เเรกเเล้วล่ะ ว่าห้ามทิ้งแว๊กซ์ไว้บนผิวนานเกิน 15-30 วินาที

เพราะแว๊กซ์จะเกาะติดแน่นเป็นปลิง ทีนี้จะดึงออกยากมาก


แต่เนื่องจากความขี้ขลาดตาขาวของข้าพเจ้าที่มีอยู่เป็นทุน หลังจากป้ายแว๊กซ์ลงไป รอซักพัก

แตะๆดูเห็นมันเริ่มจับตัวดีแล้ว เอานิ้วจับขอบแผ่นเเว๊กซ์ นับ "หนึ่ง สอง สาม ฮึ้บ!"

เอ่อ…………..... ปากน่ะร้อง "ฮึ้บ" แต่มือดิ มันไม่ยอมขยับซักกะ "จึ้ก" อ่าค่า..... แป่วววว!



หายใจลึกกกกกก ลึกกกกกกกก ซะหนึ่งเฮือก ปลุกระดมกำลังใจตัวเองเป็นการใหญ่.... ขึ้นหลังเสือแล้ว ลงไม่ได้ว้อย

รอบสอง...... "เอ้า หนึ่ง สอง สาม ฮึ้บ! อ๊ายย!"

ตานี้ มือมันยอมดึงแล้วค่ะ แต่ดั๊น ด้วยความที่กลัวเจ็บ เลยกระชากไม่แรงพอ

แว๊กซ์มันเลยไม่หลุดหง่ะ เจ็บฟรีไปหนึ่งดอกแระตรู ฮือ ฮือ...



เอาฟะ เป็นไงเป็นกัน กลั้นใจยอมเจ็บอีกที

ไม่งั้นคืนนี้น้องแตงอ่อนที่รักของช้านได้นอนติดกันสาดเขียวอื๋อทั้งคืนแน่ๆ



รอบที่สาม.... "หนึ่ง สอง สาม ฮึ้บ! จ๊ากกกส์!"

ตานี้ออกแล้วค่ะ แว๊กซ์ออกมาหนึ่งกระบิ ขนออกมาหนึ่งกระจุก และน้ำตาออกมาหนึ่งกระปริบค่ะ



ก้มลงไปตรวจ Crime scene ก็พบหลักฐานอาชญากรรมเป็นแว๊กซ์ส่วนที่ดึงออกมาได้

แต่........เฮ้ย! ทำไมมันชิ้นกะจิ๊ดเดียวเองอ่ะ แค่ประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ของแว๊กซ์ที่ป้ายลงไปเท่านั้นเอง


อ้าว! เวนแล้วงัยกรู.....

เป็นไงล่ะ เจือกใจเย็น มัวแต่นับวนไปวนมาอยู่นั่นแหละ แว๊กซ์มันเลยแห้งแข็งโป๊กติดแหง่กอยู่เงี้ย

เอาแค่แผ่นนี้แผ่นเดียวคืนนี้จะเอาออกหมดมั๊ยเนี่ย



ทันทีทันใดนั้น เสียงเพลงของพี่เบริด์ ก็ล่องลอยเเผ่วๆตามลม เข้ามาสู่โสตประสาทข้าพเจ้าในฉับพลัน.......


"........กลับตัวก้อม่ายด้าย ให้ปายต่อปาย ก้อปายหม่ายทึ้ง..........

....เหมือนมีอารายฉุดดึง...(จ๊ากสสสส์)......... ก้อม่ายรุจาทำอย่างไร......... ....."




Chapter 4 : Solution

คิด......... คิด........... คิด......... ต้องหาทางแก้ไข........

แล้วก็เริ่มใช้วิชาตรรกวิทยามาไขปัญหา........


อืม...... แว๊กซ์มันก็คือขี้ผึ้ง จะทำให้ขี้ผึ้งอ่อนตัว มันก็ต้องใช้ความร้อนนี่เนาะ................ อืม........

งั้นใช้ไฟลนได้มั๊ย? เอ๊ะ แล้วจะลนยังไงไม่ให้ป่าไม้เบญจพรรณตรูไหม้วอดวายไปด้วยหว่า........

โน โน ใช้ไฟไม่ได้ ต้องคิดหาทางอื่น...................................... อืม..................

หรือจะเอาเตารีดมานาบ? เฮ่ย จะบ้าเหรอ เด๋วแว๊กซ์ไปติดที่ผิวเตารีด พอเอาไปรีดเสื้อผ้าต่อ ผ้าผ่อนก็เขียวอื๋อหมดดิ๊


แม๊ เกือบไปเเระ โชคดีนะเนี่ยที่เฉลียวใจ ถ้าคิดไม่ทันนี่ เสื้อแสงดีๆได้เสียหายหมด หุ หุ คนไรม่ายรุ หัวไวเจงๆเรย



เออ! หรือจะพาน้องแตงอ่อนไปทำสปาโดยการไปโก้งโค้งอังสตีมเมอร์ดี?

แต่เอ.......กว่าแว๊กซ์มันจะละลาย น้องแตงอ่อนตรูไม่สุกจนหลุดจากขั้วเลยรึ



หลังจากคิดหาหนทางอยู่นาน ที่สุดก็ปลงได้ว่า เฮ้อ ไม่มีวิธีไหนอีกแล้วนังเจโลเอ๋ย

นอกจากต้องยอมทนกระชากไอ้เเว๊กซ์เวงที่แข็งเป็นกระดองเต่าหุ้มหลังน้องแตงอ่อนอยู่นี่ออกให้หมด

>
>
>
>
>
>

จากนั้นและเนิ่นนานไปตลอดอีกราวๆ 10 นาที เจโลก็ได้ครีเอทฮอลลีวูดซาวด์แทรคออกมาดังนี้

"อ๊าย! แย๊ว! โอ๊ว! แย๊ก!" เป็นระยะๆ

พอเงียบเสียงแรกลงก็มี "ซี๊ด....... อู๊ยยยยย........" คั่นเป็นช่วงๆ



เออ ว่าแต่ว่า ไม่รู้ทำไมพักหลังๆนี่ เวลาเพื่อนบ้านข้างๆโบกไม้โบกมือหรือเซย์มอร์นิ่งกะเราทีไร

เมียเค้าจะโผล่พรวดออกมาจิกหัวผัวลากกลับเข้าบ้านทันควัน ผ้วเมียคู่นี้ทำไรแปล๊ก แปลกเนอะ




Chapter 5 : Result

ในที่สุด เเว๊กซ์แผ่นแรกที่ป้ายลงไปก็ถูกดึงออกมาจนหมด(ทั้งน้ำตา)จนได้

แต่ เดี๋ยวก่อนพี่น้องคะ.... ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เจโลตัดสินใจลงมือป้ายเเว๊กซ์ลงไปในจุดต่อไปค่ะ!

ก็อย่างที่ว่าไว้แต่เเรกน่ะแหละ ขึ้นหลังเสือมาเเล้วหนิ เป็นไงเป็นกัน

จะมากลัวทำไมกะกระชากแว๊กซ์แผ่นเล็กๆแค่นี้

ทีหัวใจหนุ่มๆแม่ยังกระชากมาครองนักต่อนักแร้วววว (อ้วกกกกกกกก...)

>
>
>
>
>
>

เมื่อเริ่มลงมือจุดที่สอง เรารู้(ซึ้ง)แล้วว่า ห้ามป้ายแว๊กซ์เป็นบริเวณกว้างเกินไป และห้ามปล่อยไว้บนผิวนานไป

พอแว๊กซ์เฟริ์มก็รีบกระชากให้แรงพอ กะเอาพรึ่บเดียวให้มันออกเลย

เพราะถ้ามันไม่ออกต้องกระชากใหม่ แว๊กซ์มันจะเเข็งตัวขึ้นแล้ว จะดึงออกยากขึ้นแล้วเจ็บกว่ามากด้วย


พอทำมาถึงจุดที่สาม สี่ และต่อๆมา ก็เริ่มเรียนรู้เทคนิคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จุดหลังๆ พอป้ายแว๊กซ์ลงไปแล้ว แทบจะไม่ต้องรอให้ถึง 10 วินาทีตาม Direction เลย

ชนิดที่ว่าแว๊กซ์ยังร้อนๆอยู่นี่แหละ ลองแตะๆดูตรงกลางแผ่นแว๊กซ์ที่ป้ายลงไปก่อน ถ้ามันไม่เหนียวติดมือ...

ก็ลองแกะตรงขอบๆลอกออกดู ถ้ามันหยิบติด แว๊กซ์มันก็พร้อมที่จะดึงออกได้แล้วค่ะ



ผลปรากฏว่า ทำแบบนี้แล้ว แทบจะไม่เจ็บแลย ไอ้แปล๊บ แปล๊บ เวลาดึงนี่ มันไม่เจ็บเท่าไหร่นะคะ 2 วิผ่านไปก็หาย


ไม่เหมือนตอนที่นั่งแกะแว๊กซ์ที่ป้ายครั้งแรกออกนั่น โอ๊ย แม่เอ๊ย แกะไป ร้องไป น้ำตาซึมไป ด่าตัวเองไป

โอ้ ชีวิตตูนี้หนอ ช่างมีสีสรรสารพันบันเทิงซะเหลือเกิ๊น



Chapter 6 : Tips

สรุปนะคะ เพื่อนๆคนไหนอยากลองแว๊กซ์ แต่ว่าขี้อายไม่อยากไปแว๊กซ์ที่ซาลอน


เจโลขอยืนยันฟันธงค่ะว่า DIY Waxing ไม่ยุ่งยากและไม่เจ็บรากเลือดเหมือนที่เขาโจษขานกันไว้ปานน้านนนน



ขอแค่ให้คุณ Make sure ว่า

1) ป้ายแว๊กซ์ลงแค่บริเวณเล็กๆต่อครั้ง

2) ห้ามทิ้งแว๊กซ์ไว้บนผิวนานเกินที่ Direction ระบุไว้

3) เหนี่ยวผิวหนังบริเวณนั้นไว้ให้ตึงก่อนกระชากแว๊กซ์ออกเสมอ

4) เวลากระชากแผ่นแว๊กซ์ ต้องทำอย่างรวดเร็ว และแรงพอที่จะให้มันหลุดหมดทีเดียว

5) ดึงไปในทิศทางย้อนขนเท่านั้น ถ้าคุณดึงไปตามแนวขน มันจะขาดที่โคนเป็นตอๆเหมือนใช้มีดโกนน่ะค่ะ


แว๊กซ์ส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวยังออกไม่หมด ให้ใช้โลชั่นหรือเบบี้ออยล์นวดลงบนผิวบริเวณนั้น แล้วเช็ดออก

>
>
>
>
>
>

เนี่ยเลย 3 สัปดาห์มาแล้ว น้องแตงอ่อนของเจโลก็ยังเนี๊ยน เนียนเป็นแตงร้าน(หรือแตงล้าน? สะกดไม่ถูกอ่า)อยู่เลย

ช่างคุ้มค่าการลงทุน(เจ็บ)จริงๆ มิเสียดายที่ทำไปเลยค่ะ ขอบอก ขอบอก


อันที่จริง ขนอ่อนที่เกิดใหม่ก็มีบ้างนะคะ แต่มันจะเส้นบางจ๋อยมองแทบไม่เห็น สัมผัสแทบไม่รู้ ไม่แข็งและไม่คัน การันตี

ต่อไปนี้จะเลิกใช้ Razor มาใช้ Wax เเทนเป็นการถาวรแล้วล่ะค่ะ ก็ติดใจในผลลัพธ์ที่ได้น่าซี ฮิ ฮิ





เอาล่ะ ใครจะอาสาเป็นหน่วยกล้าตายรายต่อไปก็...........

โจ้กดี๋เน่อ







 

Create Date : 05 เมษายน 2550    
Last Update : 6 เมษายน 2550 0:18:40 น.
Counter : 179 Pageviews.  


Jennifer Lowclazz
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Bopmyspace.comBopmyspace.comBopmyspace.com
Friends' blogs
[Add Jennifer Lowclazz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.