หนีร้อนไปแร่ดเกาหลี
มันเกิดจากที่เราเหนื่อยกับชีวิตนิสิตสัตวแพทย์มากเกินไป
คิดถึงอปป้า เบื่อแฟนเก่า มันเซ็งชีวิต อยากไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ
ยิ่งไปค่ายโดนพี่หมอด่าทุกวัน เครียดอ่ะ อาหารก็เหี้ย คนก็กาก
แม่ก็ไม่เข้าใจตุ้ม เลยหนีไปเกาหลีเลย แม้ว่าจะมีข่าวจะยิงกันตู้มๆๆๆๆ
รีบกลับมากทม.มีเวลาคืนเดียวซักผ้าที่หมกจากไปค่ายมา กะเตรียมของ เหมือนมันจะไม่มีเวลาพอเลยอ่ะ TT_TT

แล้วแม่งก็จริง วันรุ่งขึ้นตื่นโคดสาย เครื่องออกเก้าโมง แต่ตื่นหกโมงกว่าเกือบเจ็ดโมง ผ้าก้ไม่แห้งเพราะเพิ่งกลับจากค่ายมา
เครียดมาก ยัดทุกอย่างลงกระเป๋า เดินหอบแฮ่กๆไปกวักแท็กซี่หน้ามารวย พอดีเจอแท็กซี่ใจดีมาก รีบพาไปส่งสุวรรณภูมิ ระหว่างทางลูซี่ก้โทรมาตลอดๆ ถามเป็นไง เดินทางปลอดภัยนะ
พอเอาใบอีทิกเก็ตไปยื่นที่เคาน์เตอร์คาร์เธ่ย์แปซิฟิค เจอกราวน์หน้าสวยแต่ไม่มีมารยาทอ่ะ เรารู้สึกแย่กะสายการบินนี้ไปเลย -*-




โทรหาเพื่อนที่เดินทางบ่อยๆอีกที ถามอีกทีทำไง โทรหาป้าหาแม่ แล้วนั่งกรอกใบตม. ดันหาปากกาไม่เจอ เจอลุงฝรั่งใจดีให้ยืมปากกามาเขียน นั่งๆหลับๆแปปนึงแล้วก้ตัดสินใจเดินไปรอที่เกตดีกว่า เพราะเกตเปิดแล้ว โคตรจะไกลเลย คิดถูกมากที่เดินมาตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งที่เหลือเวลาอีกหนึ่งชม.กว่าจะบิน เหนื่อยมาก เพราะว่าเมื่อวานไปหาเมมโมรี่สติกกล้อง ไม่มีเลย ทั้งพันทิป เซนลาด ฟอร์จูน จนถอดใจ

ระหว่างนั้นก้คุยกับลูซี่ไปด้วยว่า หน้าเราเป็นแบบนี้นะ ส่งรูปให้นางดู นางก้นัดไปกินข้าวบ้านนางก้ใจง่ายรับปากนางไป ทั้งที่เป็นเพื่อนคุยกันทางกาเกาทอล์คแท้ๆ 555
ในที่สุดก้เดินมาจนถึงเกต มีคนจีนเต็มเลย เสียงดังช้งเช้ง แล้วก็มีแบคแพคเกอร์สามคนเพื่อนกันเป็นชาวตะวันตก เค้าก็เหมือนรำคาญเหมือนกัน เราเลยไปนั่งด้วย สักพักก้เห็นตาลุงคนนึงเดินลงไปตามทางลาด เลยเดินตามลงไปมั่ง ฝรั่งเห็นเราลงก้เดินตามไปนั่งรอขึ้นเครื่อง เช็คอิน แล้วคนจีนก้ล้งเล้งจริงๆด้วย ตั้งแต่กรุงเทพยันฮ่องกง ทั้งลุกเปิดปิดที่เก็บของ เดินไปมา เสียงดังตลอด แต่เราก้หลับได้นะ 555

อาหารรสชาติเหี้ยมาก เป็นถั่วหุงกับข้าว แล้วมีเนื้อยุ่ยๆใส่พริกไทยเยอะมากจนเหม็นจะอ้วกทั้งๆที่กุเป็นคนชอบอาหารหนักเครื่องเทศนะ นี่มากไป แดกน้ำส้มล้างปากไป เริ่มเวียนหัว หลับอีกค่ะ สักพักรู้สึกมีตัวไรอยู่บนตัก หนุ่มจีนข้างๆเอาลูกอ่อนมาฝากค่ะ อีดอก เราไม่รุจักกันนะคะ มาฝากลงฝากลูก สักพักฮีก้กลับมาเอาลูก กุก้เคืองนิดๆ ก้หลับๆตื่นๆไปจนถึงฮ่องกง



ก้เดินไป immigration ค่ะ เจอคนอิสราเอลเป็นแบคแพคเกอร์อีกแล้ว นางก้เบลอๆ เดี๋ยวทำกระเป๋าทับตีนกุบ่อยๆ เดี๋ยวเดินชน ฮ่องกงหนาวมากกก จนต้องเอาเสื้อกันหนาวของป้ามาใส่ เริ่มรู้สึกน้ำมูกไหล ก้เดินไปเรื่อยจนได้คิว ก้เดินไปรอที่เกต



ไม่กล้าซื้อไรมาก ไปนั่งเล่นเนทฟรีของ Hongkong airport เร็วมากกกก อัพสะใจจจจ แต่ไฟล์ดีเลย์อ่ะ กุหนาว เดินไปนั่งก้แข้งขาอ่อนจนล้มหน้าทิ่มเสียงโคดดัง เขาหันมาดูกันหมด เจอแบตมือถือซัมซุงของตาลุงญี่ปุ่นที่นั่งข้างๆ ก้เลยแก้เก้อเอาไปคืนฮี ฮีก้ดีใจมากเลย 555
พอได้ขึ้นเครื่องแม่งยังกะหนังคนละม้วน คนโหรงเหรงมากกกกกกกก น่ากลัว มืดด้วย มีแต่คนเกาหลีแก่ๆ ดูไม่ค่อยมีมารยาท ย้ายที่นั่งยังกะเก้าอี้ดนตรี จนแอร์เดินมาดุ แล้วพาลตาขวางใส่กุด้วย อันนี้กุไม่ประทับใจอีกละ



กุเลยย้ายที่นั่งมานั่งข้างหน้าต่าง ดูท้องฟ้ายามค่ำคืน แล้วกินอาหารอีกละ ทีนี้เอาไรไม่รุให้กุแดก ไม่อร่อยสัสๆๆๆๆ จะอ้วก แดกได้แต่น้ำส้มอีกละคับ TT_TT หลับๆตื่นๆสักพัก แอร์เอาใบตม.มาให้กรอก แต่มันเป็นภาษาเกาหลีอ่ะ ทำไงวะเนี่ย แปลออกอันเดียวว่า ชื่ออะไร รอจนแอร์เดินผ่านมา กุเลยขอให้เขาแปลให้ เขาก้ตกใจ บอกว่าไม่ใช่คนเกาหลีเหรอคะ แล้วก้รีบไปเปลี่ยนฉบับภาษาอังกฤษมาให้ แหม หนูหน้าเหมือนคนเกาหลีก้ไม่บอก หลับๆไปสักพัก ตื่นมาเห็นไฟเต็มไปหมดเลยที่พื้นดิน ว้าววว เราถึงดินแดนแห่งความฝันแล้ว เกาหลีๆๆๆๆ

สวยมากกกก สวยจนลืมถ่ายรูปมา 555 จนแลนดิ้งที่อินชอนก้ตื่นเต้นมากๆเลย ลงแล้วก้เดินตามแกงค์คุณลุงเกาหลีที่มาเครื่องเดียวกัน จนต้องไปลง shuttle train กุก้งงค่ะ ขึ้นรถไฟไปไหนอ้ะ เลยไม่ขึ้นไปกะเขา เลยถามพนง.ที่ยืนอยู่คนเดียว หล้อหล่อ ถามเค้าว่าไปเอาเป๋าที่ไหนอ่ะ เค้าก้บอกว่าต้องขึ้นรถไฟไปนะคับ เราก้โอ๊ะ วิ่งไปทันคนสุดท้ายพอดี ตื่นเต้นมาก ไม่เค้ยไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องนั่งไรงี้ จนไปถึงส่วนที่อิมมิเกรชั่น ดันลืมเขียนใบเข้าเมือง ต้องออกมาเขียนอีกรอบและต่อแถวกะเขาอีกที เสียใจอ้ะ ตอนต่อแถวมีชาวเบลเยี่ยมสองคนมาต่อคิวด้วย ก้เลยบอกว่าเค้าว่ามีใบเข้าเมืองยัง ถ้าไม่มีไปเอาซะนะ เดี๋ยวได้ต่อคิวสองรอบแบบเรา เค้าก้ยิ้มๆ เดินมาซะชิดเชียว สักพักถามชื่อ ชวนเที่ยว กุว่าเริ่มแปลกๆละ เลยทำเป็นไอๆจามๆ จนตม.เรียกเข้าไป กุก้ อันยองฮาเซโย แอ๊บแบ๊วใส่ เขาก้อมยิ้มใส่ ให้ทำไรก้ทำไป จนเค้าประทับตึงงงงบนพาสปอร์ต ว้าววว อิแม่ได้เที่ยวเกาหลีแล้วนะ ดีใจลิงโลดมากกกกก รีบลงบันไดเลื่อนไปรอเป๋าที่สายพานข้างล่าง ได้แล้วรีบไปเยี่ยวก่อนเลยค่ะ ดูนาฬิกา โอ้ว ถึงเกาหลีตอนสามทุ่มครึ่งจริงๆด้วยได้ไงเนี่ย เวลาเกาหลีนะ

แล้วก้ลากกระเป๋าไปถามที่อินฟอร์เมชั่นในสนามบินว่าไปซื้อบัตรทีมันนี่ที่ไหนคะ เค้าก็ชี้ไปที่ร้านสะดวกซื้อ




ร้านหนึ่งหมด ร้านสองหมด ร้านสามก้หมด ทีนี้กัวไปถึงดึกอ่ะ กลัวมาก รีบวิ่งๆมีแต่คนขำเรา ลากเป๋าล้อวิ่งแฮ่กๆๆๆ หมดอ่ะ เลยโอเค ยอมแพ้ ไปขึ้นบัสก้ได้วะ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ามันแพงนะ ตั้งหมื่นวอน คุณไปขึ้นรถไฟดีกว่า แต่เค้าพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ สักพัก เค้าเลยพาไปส่งที่ตู้ซื้อบัตรทีมันนี่แบบ single use only ก้เจอน้องที่เพิ่งกลับจากเรียนที่ฟิลิปปินส์สองพี่น้อง สวยสูงหุ่นดีมาก เรียนมัธยมเอง แต่น้องเขาอังกฤษดีมาก มากับลุงกับแม่ เราไปขอให้เค้าช่วยเราซื้อบัตรทีมันนี่ เค้าก็บอกให้แบงค์ห้าหมื่นวอนที่เรามีไปแตกแบงค์เล็กๆมา ก้ดีที่คอนวีเนียนสโตร์ชั้นล่างยังไม่ปิด เราเลยรีบวิ่งไปซื้อโคล่า แล้วแตกแบงค์กลับมา ลุงเค้าก้เร็วๆๆ 555



แล้วแม่เค้าเหมือนเป็นห่วง ทำหน้าแบบไม่สบายใจ เอาแต่พูดว่าระวังตัวด้วยนะจ๊ะๆ แต่ลุงน้องเค้าตลกมากๆเลย จนในที่สุดน้องเค้าลงก่อน แล้วเราก้ขอบคุณเค้ามาก ไปถึง Hong ik university station โคดงง ร้างสัสอ่ะ เหมือนไม่มีคน เดินไปเรื่อยๆก็ยิ่งเหมือนเรื่องคนเห็นผี 10 ไอ่เหี้ย โคดไกลกว่าจะเจอทางออกหาทางออกสองไม่เจออีก เลยขอพี่สาวคนนึงช่วย เค้าก้กดไมโครโฟนบอกเจ้าหน้าที่ว่ามีคนต่างชาติเงินในบัตรหมดแล้ว แต่เค้าต้องการจะออก จนท.ก้เปิดช่องคนพิการให้ 555 พี่สาวเค้าใจดีมาก ถึงจะพูดอังกฤษไม่ได้เลยก้เหอะ พอออกมา กุหลงทิศอีกละตอนนั้นก้สี่ทุ่มละ เลยเรียกแท็กซี่ แต่ลุงคนนั้นก้เงอะงะไรอยุ่ มีคนนึงปาดหน้า กุเลยขึ้นเลย ชั่วเนาะ ก้เอาที่อยู่ให้ลุงเค้า เค้าก้กดจีพีเอสแล้วมันบอกทางหมดเลย ก้นั่งไป 2400 วอน ดีที่จำตึกได้เพราะท่องในเนทจนขึ้นใจ ไปถึงแล้วแม่งเหมือนตึกร้างเลย ปิดไฟมืดดดด ทางเข้าก็ไม่มีบัตรอ่า แต่ก้ลองผลักดู เออ ผลักเข้าได้แฮะ ก้แบกกระเป๋าขึ้นชั้นสองเพราะว่าเกสต์เฮ้าส์อยู่ชั้นสอง แต่เค้าดันบอกให้ไปติดต่อแมเนเจอร์คือเจสสิก้าที่ชั้นสาม ก้แบกต่อค่ะ กดอินเตอร์คอมเรียก นางก้โอ้วว นึกว่ามาถึงดึกว่านี้นะเนี่ยย มาๆๆๆ ลงชั้นล่าง เดี๋ยวชั้นช่วย มาถึงปุ๊บ สามีนางก้เอาฮีตเตอร์ล้อเลื่อนมาให้ แล้วก้จ่ายไปสองแสนสองหมื่นวอน แล้วนางก้ให้รหัสเล่นเนทกะพาสเวิร์ด แม่งทั้งหอมีกุคนเดียว สงสัยเพราะสงครามป่ะวะ มีกุใจกล้ามาคนเดียว

ก้ดี ก้เลือกเตียงถ่ายรูปแล้วรีบอัพเดทในเฟสบุคว่ายังไม่ตายจ้ะ สนุกมาก ลุ้นสุดๆ นั่งเปิดทีวีกินไรสักพักก้อาบน้ำ น้ำเย็นมากกกก มีรูในห้องน้ำด้วยย เงิบมาก แต่เงียบจิงๆ อยู่ๆไปก้ตกใจเสียงนาฬิกากุ๊กกู แล้วก้เข้าไปนอน ตื่นเต้นมา บอกลูซี่ว่าถึงแล้ว ลูซี่ก้ตื่นเต้น 555




Create Date : 11 กรกฎาคม 2556
Last Update : 11 กรกฎาคม 2556 22:33:51 น.
Counter : 606 Pageviews.

0 comment
1  2  

กี่วันก็ง่วง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]