ตะลุยไปเรื่อย....กับนายจิวยี่
Group Blog
 
All Blogs
 

ไปย่ำต็อกกับเมืองสุดสวย เอเชียสไตล์ยุโรป มาเก๊า

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้มานำเสนอทริปดองเค็มตั้งแต่ปีใหม่ที่ผ่านมากัน กับการแทรคกิ้ง มาเก๊า (ไปคนเดียวจ้า) เผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจจะตามรอยไป เนื่องจากงบประมาณก็ไม่แพงมากนัก ตอนที่ไปรวมเสร็จสรรพไม่รวมชอบปิ้งอยู่ที่ประมาณ 8000 บาทเท่านั้น เทียบกับการไปเชียงใหม่ได้สบายๆ

อ๊ะๆนี่ไม่ใช่การชวนเพื่อนๆเอาเงินตราออกไปนอกประเทศนะ แต่อยากให้เพื่อนๆลองออกไปสัมผัสกับวัฒนธรรมใหม่ๆที่แตกต่าง พร้อมประสบการณ์ที่ท่านไม่เคยเห็น ซึ่งเงินไม่สามารถซื้อได้ และประสบการณ์ของแต่ละคนที่ได้ออกเดินทางที่ได้รับกลับมาจะไม่เหมือนกัน ความประทับใจ ความไม่ประทับใจ สุข เศร้า เหงา ปนๆกันไป ตามแต่สถานการณ์ที่แต่ละคนเจอมา

อ้อ!อารัมภบทเยอะไปแล้วเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า หลังจากถามเพื่อนๆ 3-4 คนเรื่องการออกแทรคกิ้งครั้งนี้แล้ว ก็ตัดสินใจไปคนเดียวดีกว่า เนื่องจากกลัวว่าถ้าไปกับเพื่อนๆแล้วเกิดไม่ประทับใจจะไม่สนุกกันป่าวๆ เลยตัดสินใจจองตั๋วสายการบินแอร์เอเชีย มุ่งตรงสู่ มาเก๊า กันเลย ก่อนไปก็พะวงแล้วพะวงอีก กลัวง่ะ เอ๊ไปคนเดียวไม่มีที่นอนจะทำไงดี พูดภาษาจีนก็งูๆปลาๆ คนที่นั่นภาษาอังกฤษก็พูดไม่ค่อยได้กัน แต่กลัวได้แป๊บเดียวก็ถึงวันเดินทางแล้ว มาออกเดินทางกันเลย

เริ่มต้นตื่นแต่เช้ามาก เนื่องจากยังไม่เคยไปสนามบินสุวรรณภูมิมาก่อน เลยไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลามากน้อยเท่าไหร่ รวมถึงต้องกะเวลาก่อนเครื่องออกเพื่อเช็คอินด้วย เลยตื่นตั้งแต่ตี 5 ออกจากบ้านตั้งแต่ 6 โมง ทั้งๆที่เครื่องออก 10 โมง นั่งแท็กซี่อีกต่างหาก ไปถึงตั้งแต่ 6.30 น. จากนั้นก็หาอะไรรองท้องก่อนเนื่องจากเช็คอินตั้ง 8.30 น. หลังจากนั่งแง่วรอเวลาเช็คอิน ก็มองผู้คนที่มากหน้าหลายตา เดินไปเดินมากับอิริยาบถต่างๆก็มองแล้วเพลินดี จน 8.30 น. เมื่อไหร่ไม่รู้ก็ต้องไปต่อแถวเพื่อเช็คอินที่ Counter E หลังเช็คอินเสร็จ ก็ไปจ่ายค่าภาษีสนามบิน 500 บาท ซึ่งเดือนกุมภารู้สึกว่าจะขึ้นเป็น 700 บาท จากนั้นก็ไปตรวจพาสปอร์ตพอผ่านเข้าไป ก็ต้องไปรับของจากดิวตี้ฟรีที่พี่ๆฝากไว้ อ๋อย! เยอะพอสมควรเลยนะพี่ ดีนะที่เอากระเป๋ามาอีกใบ อิๆไม่งั้นคงต้องกองไว้ตรงนั้นแหละ หลังจากนั้นเราก็ขึ้นเครื่องโดยรถมินิบัสยืน โฮะๆเอาอะไรมากกับสายการบินราคาถูก ก่อนหาที่นั่งเนื่องจากไม่มีการบุ๊คที่นั่งล่วงหน้า เราก็นั่งหลังๆด้านซ้ายอะเห็นเค้าบอกมาว่าจะเห็นลู่แลนดิ้งกลางทะเลที่มาเก๊าด้วย

หลังจากเครื่องขึ้นก็ถ่ายรูปแช๊ะๆซักพัก ก็หลับยาว ตื่นอีกทีก็จะลงซะแล้ว เพราะนั่งไปแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากเครื่องลง อ้าวไมไม่เห็นลู่แลนดิ้งล่ะ ฮือๆจำไว้นะๆ งวดหน้าย้ายมาด้านขวาดีกว่า พอเครื่องจอดสนิท ก็ลงจากเครื่องแทบตกใจ อากาศเย็นมากๆแถมมีลมอีกต่างหาก แทบจะวิ่งเข้าประตูกันเลยทีเดียว

หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว (ที่นี่ไม่ต้องขอวีซ่านะจ๊ะ) ก็ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติมาเก๊ากันเลย โดยปฏิบัติตามจากที่ได้อ่านประสบการณ์ของเพื่อนคนอื่นๆมาคือ ต้องไปแลกเหรียญก่อน ไปเจออาเจ๊นั่งอยู่จะบอกไงดีวะมีเงินฮ่องกงแล้วด้วย (ลืมบอกไปเงินที่มาเก๊ากับฮ่องกงสามารถใช้ร่วมกันได้แต่อัตราแลกเปลี่ยนฮ่องกงสูงกว่าเล็กน้อย แล้วก็อีกเรื่องสกุลเงินของมาเก๊าเรียกว่า ปาตาการ์ ซึ่งไม่เหมือนเหรียญฮ่องกงนะจ๊ะ) หลังจากแลกเงินซึ่งเจ๊แกถามอะไรไม่รู้ รู้แค่ลงท้ายว่ามาเก๊าอ่า ก็เออออไปแกก็ส่งเงินมาให้พร้อมเหรียญด้วยทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรมาก งงๆอยู่ 5555

จากนั้นก็ไปรอรถสาย AP1 เพื่อเข้าเมืองหาที่พักแถวๆเซนาโด้สแควร์กันเลย ค่ารถ+ สัมภาระ 3.3 เหรียญ ไม่มีทอนนะจ๊ะ แต่รอซักพักทำไมเห็นสาย MT1 และ MT2 ด้วยอะ จากหนังสือเห็นบอกมีสายเดียวนี่นา แต่เอาเถอะจากการกลัวหลงก็นั่งสาย AP1 นั่นแหละนะ หลังจากนั่งข้ามสะพานแขวนไปแล้ว ผ่านหน้าหอคอยมาเก๊า แหะๆ ไม่อยากบอกว่าหาที่ลงไม่ถูกเลย ก็เลยนั่งมันไปเรื่อยๆซะอย่างนั้น ทั้งๆที่ที่จริงแล้วถ้าเห็นคาสิโนลิสบัวที่เป็นที่สังเกตชัดเจนก็ให้ลงแล้วเดินเอาได้แล้วจ้า เราก็เลยลงเดินมันซักที่นั่นแหละ กลัวว่าถ้าไกลไปจะหาทางกลับไม่เจอ จากนั้นก็กางแผนที่เดิน แต่ปัญหานี่สิไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน แล้วแผนที่ก็ดูยากมากๆ เพราะถนนเป็นภาษาโปรตุเกสอะ เลยเดินมันไปเรื่อยๆ หาที่ๆคนเดินไปเยอะๆนั่นแหละ อยู่ๆเราก็มาโผล่เซนาโด้สแควร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางของมาเก๊าซะอย่างนั้น

ได้เวลาหาโรงแรมนอนกันแล้ว เพราะตอนนั้นก็บ่าย 3 โมงแล้ว อืมมาคนเดียวแบบนี้หาที่ถูกๆดีกว่า ก่อนอื่นก็ตรงไปที่ โรงแรม Central ก่อนเลย ที่นี่เห็นง่ายมาก แต่บรรยากาศแย่สุดๆ 2 ดาว ขั้นแรกก็ถามราคากันก่อน ตอนแรกที่คุยกันวันเสาร์ก็คือ ห้องมีหน้าต่าง 175 เหรียญ ไม่มีหน้าต่าง 150 เหรียญ ก็ขึ้นไปดูห้องก่อน พอได้เห็นห้องยิ่งไม่อยากจะพักใหญ่ เพราะดูสภาพห้องแล้วเก่ามากๆ เลยตกลงใจจะไปดูโรงแรม Manva ก่อนเพราะเค้าบอกว่าสะอาดกว่าใหม่กว่า แต่จนแล้วจนรอดก็หาไม่เจอ เห็นบอกว่าอยู่ตรงตรอกขนม (มาหาเจอทีหลังเลยช่างมันอะ) ด้วยความกลัวไม่มีทีซุกหัวนอน เหอๆๆๆๆ ก็เลยย้อนกลับไปพักที่โรงแรม Central ก็ได้ฟะ ตอนแรกกะจะจองห้องมีหน้าต่าง แต่คิดได้ว่าคงอยู่ห้องแค่ไม่กี่ชั่วโมงเลยเปลี่ยนใจเอาห้องไม่มีหน้าต่างละกัน (ดีนะที่มาคนเดียวเลยง่ายๆสบายๆ อิๆ)

หลังจากเก็บของเข้าห้องเรียบร้อย ก็เริ่มหิวแล้วสิ เพราะตั้งแต่กลางวันยังไม่ได้กินอะไรเลย เราเลยมุ่งหน้าสู่เซนาโด้สแควร์เพื่อหาอะไรกินกันเลย ด้วยการที่พูดจีนกวางตุ้งไม่ได้ก็เลยเดินมองๆร้านต่างๆไปก่อน (กลัวแพงอะ) แต่ด้วยความหิวจนตาลายแล้ว เลยลุยเข้าไปร้านนึง เป็นร้านบะหมี่ ยี่ห้อหมีแพนด้า มีอาหารชุดซะด้วยก็เลยชี้เอาเลยครับไม่รู้อะไรก็เหอๆๆๆๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นบะหมี่ปลา ที่ไหนได้เป็นปลาหมึกกรอบสีขาวอะ รสชาติไม่อร่อยเลยคร้าบ (ขออภัยไม่มีรูปหิวจนกินเรียบ ขนาดไม่อร่อยนะเนี่ย เหอๆๆๆๆ) แต่ที่อร่อยมากๆติดใจเลยก็น้ำเก็กฮวยของเค้า ชื่นใจมากๆ หลังจากอิ่มก็ชดใช้ค่าเสียหายไป

ก็เลยเดินดูบรรยากาศยามค่ำคืนที่ดูโรแมนติคมากๆ เพราะพึ่งผ่านปีใหม่มาอาทิตย์เดียว ยิ่งสาวหมวยน่ารักๆเต็มไปหมด เหอๆๆๆ ก็เลยถ่ายรูปซะเต็มอิ่ม ก่อนจะเดินมั่วๆมองแผนที่ไปด้วย แต่ยังคงไม่เข้าใจแผนที่อยู่ดี ก็เลยทำการเซอร์เวย์หาที่เที่ยวสถานที่ต่างๆยามค่ำคืนไปด้วย ก่อนที่จะแวะซื้อของตามเซเว่น กลับไปเป็นเสบียงที่ห้องสรุปว่าวันแรกไม่ค่อยได้อะไรเลยครับ แหะๆ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ทราบถึงวิธีใช้แผนที่ในมาเก๊าแล้ว แต่ยังไม่จบเพราะยังใช้รถเมล์ไม่เป็น เนื่องจากมาเก๊าเป็นเมืองที่สถานที่เที่ยวจะอยู่ใกล้ๆกันอยู่แล้ว มีแค่บางแห่งเท่านั้นที่อยู่ไกลกัน เคยลองใช้รถเมล์แล้วมันงงๆอะ เพราะมันวิ่งผ่านซอกซอยเต็มไปหมด เลยตัดสินใจใช้การเดินเป็นหลักดีกว่า

หลังกลับมาถึงโรงแรมเจอพวกอย่างว่ามานั่งที่ชั้นล่างด้วยอะ น่ากลัวจริงๆ ไปนอนดีกว่าจบวันแรกครับ

วันที่ 2 วันนี้ตื่นเช้าพอสมควร รีบออกไปสูดอากาศเย็นๆข้างนอกดีกว่า ว่าแล้วก็ต้องหาอะไรกินตอนเช้าซักหน่อย ออกเดินไปได้ซักพัก พึ่งจะฉลาดว่าที่นี่สามารถเดินเที่ยวได้ง่ายมากจริงๆ มีป้ายบอกเป็นระยะว่าจะไปที่เที่ยวนี้ต้องเดินไปทางไหน ไอ้เรามันก็โง่จริงๆแฮะ พึ่งรู้สึก หรือเพราะมันเป็นการแบ็คแพ็คครั้งแรกของเราละมั้ง คิดในแง่ดี

ด้วยความเพลินตากับสถานที่ที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นยุโรป ผสมผสานเข้ากับจีนได้อย่างลงตัว อาจจะดูขัดๆตาไปบ้าง แต่ก็ดูแล้วสวยงามมาก ส่งผลให้ลืมกินข้าวเช้ากันเลย เริ่มต้นออกเดินจากเซนาโด้สแควร์ไปยังสถานที่ต่างๆ โดยได้รับข้อมูลความรู้จากคู่มือท่องเที่ยวมาเก๊า (ฟรีด้วย) ลงเครดิตให้ครับ เยี่ยมมากๆ ยังไงก็ไปตามอ่านกันเอานะ ไม่อยากให้ความรู้มากเกินไปจ้า มาสนุกกันต่อ

ออกจากเซนาโด้สแควร์ ที่มีกระเบื้องให้ลายตาพร้อมกับสาวๆหมวยๆน่ารักเพียบ น่าเอามากอดให้หายหนาวเนอะ แวะเข้าชมที่โบสถ์เซนต์โดมินิค ที่ที่มีชาวจีนที่นับถือศาสนาคริสต์ เข้ามาสวดมนต์อยู่ประปราย ก่อนจะออกมาต่อคฤหาสน์หลู่เกา เค้าเขียนว่าคฤหาสน์อะ แต่เราเข้าไปดูก้บ้านจีนธรรมด๊าธรรมดานั้นแหละ (สงสัยตาจะไม่ถึงแฮะ อย่างว่าพวกพิพิธภัณฑ์เนี่ยไม่เข้าหัวเลยอะ) จนกระทั่งเดินมาถึงประตูโบสถ์เซนต์ปอลที่ดูใหญ่โต ถึงแม้จะมีเพียงแค่ประตูก็ตาม

ข้างๆประตูโบสถ์เซนต์ปอล จะมีวัดนาชา ซึ่งไม่น่าเรียกวัดเลยอะเหมือนจะเป็นศาลเจ้ามากกว่า และส่วนกำแพงโบราณ ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าเป็นกำแพงทั่วๆไป พอดูในหนังสือ เออนี่แหละเหอๆๆๆๆๆ ก่อนจะแวะกินโจ๊กข้างทาง ที่เค้าเรียก จ๊ก จนถึงวัดอาม่า ซึ่งก็ไกลพอสมควร

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถเมล์สาย 18 ไปที่สวนคามอสที่ไม่ไกลจากเซนาโด้สแควร์นัก ใกล้ๆก็ติดกับสวนคามอส จะเป็นสวนคาซา และสุสานโปรเตสแตนท์ ก่อนจะเดินกลับมาหาของกินที่บริเวณเซนาโด้สแควร์ ก่อนจนั่งรถเมล์ต่อไปห้างนิวเยาฮัน เที่ยว ฟิชเชอร์แมนวาล์ฟ แต่ไม่ได้ไปเล่นเครื่องเล่นนะครับ แค่ไปถ่ายรูปเล่นเท่านั้น

พอเริ่มมืดก็ไปเดินตามแหล่งคาสิโนเรื่อยไปจนถึงเจ้าแม่กวนอิมตอนค่ำ เดินๆๆๆๆๆ จนปวดขาไปหมดเลยครับ ก่อนหาขนมจีบ ซาลาเปากินก่อนนอน ก็ใช้ภาษามือจิ่มๆเอาอะครับ

วันสุดท้ายของการเดินทางแพ็คกระเป๋าเสร็จ ออกเดินไปทางจัตุรัสลิเลา ขึ้นเขาไปที่โบสถ์เพนย่า ย้อนลงมาทางทะเลสาบนัมวันผ่านสถานที่ราชการต่างๆ แล้วหาอะไรกิน ก่อนขึ้นรถเมล์ย้อนกลับมาที่สนามบิน เลยอดเที่ยวเกาะไทปา และเกาะโคโลอานเลย เนื่องจากกลัวกะเวลาไม่ถูกจะตกเครื่องซะเปล่า ไว้โอกาสหน้าจะกลับไปเยี่ยมเยียนใหม่ นะจ๊ะเมืองยุโรปในเอเชียจ๋า

มาดูภาพกันดีกว่าครับ

เริ่มต้นออกบินกับฟ้าใสๆ



ออกจากสนามบินก็ขึ้นรถแบบนี้เลยครับ AP1



ผ่านมาเก๊าทาวเวอร์ แค่ผ่านจริงๆครับไม่ได้ขึ้นไป



และแล้วก็มาถึงเซนาโด้สแควร์ ที่ผมไปพึ่งผ่านปีใหม่ไปไม่นาน ยังตกแต่งสวยอยู่เลยครับ



สำนักแห่งความเมตตา Holy house of mercy ถูกสร้างโดยบิชอบองค์แรกของมาเก๊า สไตล์แบบนีโอคลาสสิก



ส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างวัฒนธรรมเอเชีย และยุโรป



มหาวิหาร หรือ Cathedral ของที่นี่



ถนนแห่งความสุข หรือที่เรียกว่า Rau da Felicidade เป็นถนนที่ประกอบด้วยสไตล์จีนโบราณสีแดง อนุรักษ์ไว้เป็นถนนสายวัฒนธรรม



บรรยากาศยามค่ำคืนที่เซนาโด้สแควร์ ได้ใจมากๆ อันนี้ถ่ายเองกับมือนะครับไม่ได้ใช้กราฟฟิคใดๆ เหอๆๆๆ ถ่ายได้สวยเหมือนกันแฮะเรา



เอาไปอีกรูปนึง คนละมุมครับ



โบสถ์เซนต์โดมินิคเหลืองสวยสง่าอยู่กลางเซนาโด้สแควร์



ประตูโบสถ์เซนต์ปอล แลนมาร์คของมาเก๊าเลยครับ



มุมมองสูงจาก เม้าท์ ฟอเทรส จะเห็นบ้านเรือนของชาวมาเก๊ามากมาย เค้าอยู่กันสูงแบบนี้แหละครับ



เม้าท์ ฟอเทรส เป็นป้อมปราการหลักในการป้องกันเมือง ซึ่งเราจะเห็นปืนใหญ่อยู่รอบป้อมแห่งนี้ และมีพิพิธภัณฑ์มาเก๊าอยู่ที่นี่ด้วย



พิพิธภัณฑ์มาเก๊า ไม่ถูกกับของแบบนี้เลยเลยถ่ายแค่ด้านหน้ามาให้ดูครับ



ใกล้ๆกัน มีอาม่า อาอึ้ม มารำพัดกันด้วยครับ



ศาลเจ้าทั่วๆไปครับ ที่เห็นเป็นวงๆนั่นคือธูปนะครับ



อันนี้ทางเข้าอะไรไม่แน่ใจครับ แต่เห็นมีเรืออยู่ 1 ลำด้านใน ใครทราบบอกที ติดกับพิพิธภัณฑ์ทางทะเลครับ



ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ทางทะเล อย่างที่บอกไม่ถูกกันครับ เหอๆๆๆๆ



ส่วนใกล้ๆกันก็วัดอาม่าครับ คนตรึมเลยครับ



อันนี้เรือที่จำลองเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเกาะมาเก๊า อยู่ในวัดอาม่าครับ



ห้างนิวเยาฮันห้างเดียวของที่นี่มั้งครับ เพราะไปที่เดียว



บรรยากาศสวยๆของสะพานข้ามระหว่างเกาะครับ



Military club สโมสรทางทหาร แหมสีชมพูสวยเชียว ไม่น่าจะเกี่ยวข้องสถานที่ทางทหารเลยครับ



สาวหมวย (น้อย) น่ารัก 2 คนครับ เห็นผมยกกล้องขึ้นก็วิ่งมานั่งให่ถ่ายรูปเลยครับ



ถนนในมาเก๊าจะเห็นแบบนี้เยอะเลยครับ เพราะทั้งเกาะเป็นภูเขา เลยได้รูปแปลกๆมาให้ชมกัน



สะพานลอยข้ามถนนในเมือง มองดีๆจะเห็นเมโทรจัสโก้ด้วยครับ ไม่ใช่เมืองไทยนะครับ แหะๆๆ



สวนสาธารณะครับ จะเห็นว่าที่มาเก๊ามีเยอะมากทั้งเล็กและใหญ่ ประชาชนที่มาเก๊าถึงได้แข็งแรงไงครับ เห็นคนอายุ 70-80 เดิน ยังแข็งแรงกว่าผมเลย



รถตำรวจครับ เท่กว่าของบ้านเราจมเลย เหมือนหนังการ์ตูนแปลงร่างยังไงไม่รู้ เพราะรถมันสีฟ้าด้วยมั้งครับ



สถานทูตโปรตุเกสประจำมาเก๊าครับ



ถนนขึ้นลงเขาจะเห็นได้เรื่อยๆเลยครับ สวยจริง แต่เหนื่อยเดินครับ



อันนี้ไม่รู้ครับ เห็นสวยดี แหะๆ



อันนี้ตลาดกลางคืนครับ ที่เห็นขายเป็นส่วนใหญ่ก็ผลไม้ครับ



ถ่านรูปวิวกลางคืนจะติดไฟสีเหลือง แล้วเดินเปลี่ยวๆคนเดียว ขนลุกดีเหมือนกันครับ



ตึกนี้เห็นสวยดี เลยแวะถ่ายมาฝาก



สำนักแห่งความเมตตา ยามค่ำคืน



ส่วนอันนี้คือไปรษณีย์กลางครับถ่ายมาให้ดู ตอนกลางคืนก็สวยไม่แพ้กัน



ส่วนนี่คาสิโนชื่อดังครับ คาสิโนลิสบัวนี่เอง เดินผ่านคาสิโนหลายแห่งเลยครับแต่ไม่ได้เข้ากลัวห้ามใจไม่อยู แล้วจะหมดตัวกลับประเทศไม่ได้ เหอๆๆๆๆ



คาสิโนอีกแห่งครับ Wynn อ่านเอาเองนะครับอ่านไม่ถูก อิๆๆ



ล่อตาล่อใจด้วยคำพูดที่แสนหวาน สนใจมั๊ยครับ 1 ล้านเหรียญ หุๆๆๆๆ



ยังมีตุ๊กตาแสงสี จัดไว้ให้ดูเพียบเลยครับ อันนี้ตัวอย่างแบบนึงครับ



ถัดมาก็เจ้าแม่กวนอิมทองคำ ไปตอนกลางคืน เหลืองอร่ามทีเดียวครับ แต่เดินไปใกล้ไม่ได้ เพราะมันปิดตอน 6 โมงเย็นอะสิครับ แป่ว



ถัดมาก็อีกวันที่วัดนาชา ที่ผมบอกว่าเหมือนศาลเจ้าอะครับ ลองดูสิครับ ทั้งวัดมีแค่นี้จริงๆครับ



โบสถ์เซนต์แอนโทนี่ สวยๆ



ภายในสวนคามอสครับ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ร่มรื่นจริงๆ



สวนคาซาครับ อดีตเป็นบ้านของมานูเอล เปไรร่า พ่อค้าชาวโปรตุเกส ปัจจุบัน คือสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิโอเรียนเต็ล



สุสานโปรเตสแตนท์ แสดงถึงความหลากหลายของผู้คนในชุมชนมาเก๊า



ร้านขายผักนานาชนิดครับ ขายกันตามบ้านเลยครับ



โรงละครดอมเปรโดร ที่5 อยู่ที่จัตุรัสเซนต์เอากุสติน



ส่วนอันนี้สถานีตำรวจครับ ลองดูตราแบบนี้อะครับสถานีตำรวจ



ส่วนรูปนี้เป็นศาลเจ้าเล็กๆในซอยๆหนึ่ง เห็นแปลกตาดีกับรูปเทพเจ้าตรงกลางที่มีผมกับหนวดสีขาวน่ะครับ เลยถ่ายมาให้ชมกัน มันเหมือนตุ๊กตามากกว่าน่ะครับ



โรงเรียนนักธรรม และโบสถ์เซนต์โยเซฟครับ



โบสถ์เซนต์ลอเรนซ์ กำลังซ่อมแซมเลยไม่ได้เข้าไป



มาเก๊า SAR Government ใครรู้แปลทีคร้าบ โง่ปะกิตอะ



น้ำพุในทะเลสาบนัมวัน หรือที่เรียกว่า Cybernrtic Fountain กลางคืนมีแสงด้วยอะ แต่ไม่ได้เดินไปดู



จำไม่ได้อะครับ รู้แต่เกี่ยวข้องกับกีฬาทางน้ำ ง่ะ หาข้อมูลกันน๊าเหอๆๆๆๆ ขออภัย



ส่วนรูปนี้เป็นรูปของโรงเรียนครับ แต่ที่น่าแปลกใจคือ ตอนนั้นมันเที่ยงแล้วอะครับ ทำไมเด็กถึงพึ่งเข้าเรียนกันหว่า งงๆ



ก๋วยเตี๋ยวเนื้อชามใหญ่ อาหร่อยมากๆเลยครับ



บ้านหลังหนึ่งสีสวยมากๆ ที่จัตุรัส ลิเลา



แถวๆนี้ล่ะครับที่เค้าเรียกจัตุรัส ลิเลา



อันนี้คือโบสถ์เพนย่าสวยงามมากๆเลย เป็นโบสถ์ที่อยู่บนเขา เราเลยต้องนั่งหอบ แฮ่กๆ หลังจากเดินไปถึง



มองลงมาจากโบสถ์เพนย่าจะเห็นวิวแบบนี้ครับ



อีกด้านนึงเป็นวิวทะเล มีเรือขนส่งอยู่เยอะเชียวครับ ก็เมืองท่านี่เนอะ



เมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปที่โบสถ์เพนย่า จะเห็นวิวแบบนี้ครับ



อำลาไปกับทิวทัศน์ยามเย็นของสนามบินนานาชาติมาเก๊าครับ ที่ติดตามจ้า





 

Create Date : 05 มกราคม 2551    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2552 13:57:39 น.
Counter : 517 Pageviews.  


jiwyeefun
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฟังเพลง
Friends' blogs
[Add jiwyeefun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.