ตะลุยไปเรื่อย....กับนายจิวยี่
Group Blog
 
All Blogs
 

ขึ้นสวรรค์กับรีสอร์ทบนดิน เวลาสซารุ มัลดีฟส์ รีสอร์ท Velassaru Maldives Resort

สวัสดีครับ วันนี้จะมาพรีเซนต์ทริปที่แพงที่สุดในชีวิต แต่เนื่องจากตั๋วฟรีและตั๋ว 50% ก็เลยรีบโทรหาสาวน้อยเพื่อจัดเวลาไปมัลดีฟส์กัน

หลังจองตั๋วบางกอกแอร์ได้เรียบร้อยด้วยความใจดีของเพื่อนสาวน้อย ผมก็ไปศึกษาข้อมูลจากเว็บมัลดีฟส์ชื่อดัง ก่อนจะจองผ่านเว็บอะโกด้าเพราะถูกกว่ากันเยอะครับ แต่ที่น่าเสียดายคือที่พักวอเตอร์วิลล่าราคาถูกอีกแห่งหมดไปแล้ว เพราะความวางใจของผมเองที่คิดว่ายังไงก็น่าจะมีเหลือ

ทำให้ต้องกลับมาค้นตามสเปกโรมแรมที่ตั้งไว้คือ พักวอเตอร์วิลล่าราคาถูกสุด ไม่ต้องนั่งซีเพลนเพราะจะเสียเวลาและค่าใช้จ่าย ใช้การนั่งสปรีดโบ๊ทเอา ทำให้มาลงตัวที่ เวลาสซารุ มัลดีฟส์ รีสอร์ท

หลังจากจองเสร็จหน้าก็มืดไปตามตัวเลขเงิน แต่ก็เฝ้ารอด้วยความใจจดใจจ่อจนกระทั่งถึงวันออกเดินทาง

เรานัดกันที่สนามบินสุวรรณภูมิเวลาเที่ยง เพราะเครื่องออก 14.00 น. หลังเช็คอินเสร็จ ก็ลงไปกินข้าวก่อนจะผ่านแถวตม. ที่ไม่ค่อยยาวเท่าไหร่ ไปถึงเกตก็ได้เวลาขึ้นเครื่องพอดีเลยอดเข้าเล้าท์ของบางกอกแอร์เลย (อุตส่าห์ขึ้นสายการบินแพงๆซักที)

นั่งเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงสนามบินมาเล่ย์ มัลดีฟส์ (ไม่ใช่มาเลเซียนะครับ) หลังผ่านด่านตรวจและรับกระเป๋าแล้ว เดินออกมาก็เจอคนจากรีสอร์ทมารอรับเราไปขึ้น
เรือสปรีดโบ๊ทอยู่แล้ว โดยมีเครื่องดื่มให้คนละขวด (มีคนเข็นกระเป๋าบวกดูแลตลอดให้ความรู้สึกของคนมีกระตังค์ขึ้นมาเลยทีเดียว ) เรือมุ่งตรงสู่รีสอร์ทโดยใช้เวลาไม่นานประมาณ 15-20 นาที เราก็มาถึง เวลาสซารุ มัลดีฟส์ รีสอร์ท

ที่เวลาสซารุ มัลดีฟส์ รีสอร์ท ต้อนรับเราด้วยเวลคัมดริ๊งส์เป็นน้ำมะนาวผสมเครื่องเทศนิดหน่อยให้กลิ่นหอมๆ หลังดื่มเสร็จเราก็เดินจากท่าเรือที่เป็นสะพานไม้มุ่งสู่ล็อบบี้เพื่อเช็คอิน

หลังเช็คอินเราก็เดินไปที่ห้อง โดยระหว่างทางเดินเต็มไปด้วยวิวรอบเกาะที่สวยงาม แสงแดดค่อนข้างแรง ทรายขาวๆ ทะเล 2 สี (สีเขียวเป็นน้ำตื้น ส่วนสีน้ำเงินเป็นน้ำลึก จะเห็นตัดกันอย่างชัดเจน) มีปลาตัวใหญ่สีสันสวยงามว่ายไปมาให้เห็นแบบตื่นตาตื่นใจ สาวน้อยถึงถึงกับดีใจมากจนออกนอกหน้า

หลังเดินมาถึงห้องแบบวอเตอร์วิลล่าห้อง 410 เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่าห้องกว้างกว่าที่คิดไว้ ภายในตกแต่งด้วยไม้และสีสันโทนส้มน้ำตาลสวยงามมากๆ มีวิวทะเลให้ดูขณะนอนบนเตียง ที่ห้องน้ำก็มีอ่างอาบน้ำที่ให้แช่ชิลๆพร้อมดูวิวทะเลได้ด้วย แถมท้ายด้วยระเบียงที่มีที่นอนอาบแดดพร้อมร่มบังแดดสำหรับคนที่อยากนอนชิลๆดูทะเล ที่นั่งเล่นรับลมอ่านหนังสือสบายๆ และที่สำคัญคือมีทางลงทะเลตรงระเบียงด้วย แต่เป็นทางลงแบบสระว่ายน้ำ ทำให้ขึ้นลงลำบากไปหน่อย ส่วนในห้องสามารถเล่นเน็ตฟรีได้ด้วย เพียงแต่ต้องขอรหัสจากเจ้าหน้าที่

สรุปภาพรวมของห้องน่าพอใจมากๆครับ ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาที่เสียไป สำหรับวันแรกเนื่องจากการเดินทางทำให้เราเหนื่อย เราจึงพักผ่อนอยู่ภายในห้องพร้อมดูกีฬาคริกเกตชิงแชมป์โลกไปด้วย เพราะส่วนมากกีฬานี้จะดังมากในโซนเอเชียใต้ (อินเดีย, ปากีสถาน, ศรีลังกา แต่ก็ยังมีทีมทางยุโรปเช่น อังกฤษ ไอร์แลนด์ไปแข่งด้วย)

เมื่อนอนเล่นเปิดหน้าต่างรับลมทะเลซักพัก เราก็ได้ยินเสียงแปลกๆเหมือนมีคนเล่นน้ำแล้วก็หายไปเป็นพักๆ เราพยายามสังเกตก็ไม่เห็นมีใครเล่นน้ำเลยนี่นา จนมีเสียงดังขึ้นอีกเราเลยได้เห็นฝูงปลาเล็กๆแต่ตัวไม่เล็กกำลังกระโดดเล่นน้ำกันอยู่ใกล้บริเวณที่พักของเรา และเห็นบ่อยมากๆจนความตื่นเต้นกลายเป็นความเคยชิน

ก่อนจะไปทานอาหารเย็น ขออธิบายถึงลักษณะของห้องอาหารของรีสอร์ทโดยรวมกันก่อนนะครับ ที่นี่จะมีห้องอาหาร 5 ห้องหลักๆ ได้แก่ 1.Vela เป็นห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ที่เรากินตอนเช้าทุกวันเป็นอาหารนานาชาติ 2.Sand เป็นอาหารแนวเอเชียประยุกต์ 3.Teppanyaki จะเป็นส่วนที่อยู่ในห้องอาหารแซนแต่จะตั้งอยู่บนทะเล เป็นอาหารแบบปิ้งย่างและอาหารญี่ปุ่น ที่นี่คนกินเยอะมากจึงควรจะจองก่อนไปทาน 4.Etesian เป็นอาหารสไตล์ยุโรป 5.Fen เป็นบาร์นั่งชิลๆชมวิวทะเลพร้อมทั้งสั่งอาหารจากห้องอาหาร Etesian มากินได้ และอีก 2 แห่งที่ไม่ได้กินได้แก่ 1.Turquoise อยู่ตรงไหนไม่รู้ และ 2.Chill จะอยู่ฝั่งวอเตอร์บังกะโลเป็นห้องอาหารริมทะเลที่อยู่อีกฝั่งของเกาะ ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีจากที่พักของผม เหมาะสำหรับนั่งชมพระอาทิตย์ตกแบบเปิดโล่ง

เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น เราได้จองมื้อเย็นของวันพรุ่งนี้ที่ห้องอาหาร sand ไว้ล่วงหน้า เพราะเราดินเนอร์ฟรี 1 มื้อเนื่องจากแจ้งไปว่าเป็นฮันนีมูน ซึ่งเราก็ถือว่าเป็นฮันนีมูนเล็กๆของเรา (เนียน) ก่อนที่จะออกไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน แสงดาว และลมทะเลที่ห้องอาหารเทปันยากิ ลักษณะของอาหารที่นี่จะแบ่งออกเป็นคอร์สคือ มีอาหารทานเล่น อาหารหลัก และของหวาน ราคาโดยรวมทั้งเซตจะประมาณ 60 เหรียญยูเอส แต่ถ้ามีเงินไม่มากนักจะทานเฉพาะอาหารจานหลักก็ได้จะตกประมาณ 25-35 เหรียญยูเอส

อาหารเย็นที่นี่จะทานกันดึกกว่าที่บ้านเรา คือประมาณ 19.30-22.30 น. เราสั่งมาชิมก่อนโดยเริ่มจากซุปมิโสะ อาหารว่างเป็นนิกิริ (ข้าวปั้น 6 ชิ้น) ส่วนจานหลักเป็นทูน่าย่างกับข้าวผัดซีฟู้ด สั่งมาแบ่งกันกินเพราะกะขนาดอาหารไม่ถูกและราคาค่อนข้างแพง ซึ่งอาหารจานหลักจานค่อนข้างใหญ่ จึงกินอิ่มโดยไม่ต้องสั่งเพิ่มแต่อย่างใด หลังกินอิ่มก็แจ้งหมายเลขห้องและเซ็นบิลไว้จ่ายตอนเช็คเอาท์ได้ โดยเค้าจะให้บิลมาด้วยเราจะได้ประเมินค่าใช้จ่ายถูกหรือจะจ่ายเป็นเงินสดเลยก็ได้ เสร็จแล้วก็กลับมาอาบน้ำและนอน

ก่อนจะเล่าถึงวันที่ 2 ต้องขอเล่าถึงกิจกรรมที่ฟรีของรีสอร์ทกันก่อนนะครับ ภายในรีสอร์ทจะมีสระว่ายน้ำใกล้ทะเล สนามเทนนิส ฟิตเนส และมีที่ให้ยืมอุปกรณ์สำหรับดำน้ำตื้นแบบสนอกกิ้งด้วย ส่วนกิจกรรมที่เสียเงินมีอีกเยอะครับ รวมไปถึงสปาด้วยแต่เราไม่ได้สนใจ โดยเจ้าหน้าที่จะมีการนำข้อมูลสภาพอากาศและกิจกรรมต่างๆที่เสียเงินในวันรุ่งขึ้นมาให้ทุกวัน

ตื่นเช้าวันที่ 2 เราออกไปกินอาหารเช้าประมาณ 9.30 น. เพื่อที่กลางวันจะได้ไม่ต้องกินประหยัด เมื่ออิ่มแล้วก็แวะไปยืมอุปกรณ์ดำน้ำตื้นเพื่อจะไปเล่นน้ำทะเลที่ห้อง ขณะที่เตรียมการเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วกำลังจะลงน้ำ สาวน้อยก็หันไปเห็นปลากระเบน หรือ Sting rays ที่เจ้าหน้าที่เตือนว่ามันชอบหลบในทรายและอันตราย เพราะเคยได้ยินข่าวนักสารคดีชื่อดังของออสเตรเลียที่ตายเพราะโดนหางมันแทงเอา ทำเอาเราใจฝ่อประกอบกับไม่เห็นมีคนลงเล่นน้ำ ก็เลยสรุปว่าไปเล่นน้ำตรงหาดทรายดีกว่า

หลังเดินถ่ายรูปไปจนถึงหาดทราย ปรากฏว่าเราเห็นปลาฉลามตัวเล็กขนาดประมาณแขน ว่ายอยู่ใกล้ๆหาด แถมมีปลากระเบนตัวเล็กอีกตัวว่ายอยู่ใกล้ๆ แต่ด้วยความอยากเล่นน้ำและบริเวณนั้นก็มีคนเล่นน้ำบ้าง (2 คน หุๆๆ ที่เหลือนอนอาบแดด) ก็เลยลงไปเล่นบ้าง ขณะเล่นน้ำก็จะเห็นนกขนาดใหญ่พอสมควรบินมาเดินที่ชายหาด นกมันคงรู้สึกปรกติแต่เรารู้สึกไม่ปรกติ 5555 หลังเล่นน้ำกันซักพักจนคิดว่าตัวดำได้ที่แล๊ะ เลยกลับไปอาบน้ำที่ห้องก็เจอกับนกขนาดตัวพอๆกับเมื่อซักครู่บินมาเกาะอยู่บนหลังคาวิลล่า ดูตลกดีเพราะไม่ค่อยกลัวคนเลย สรุปวันนี้ก็ไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรทำนอกจากถ่ายรูปและนอนเล่นอ่านหนังสือเพราะที่เกาะสวยมากจริงๆ

พอถึงเวลาดินเนอร์เราก็ไปตามเวลาที่ห้องอาหารแซนแล้วแจ้งเบอร์ห้องที่จองไว้ สำหรับวันนี้เราสั่งให้ไม่เหมือนกันเพื่อจะดูหน้าตาของอาหาร เนื่องจากอาหารฟรีเราจึงสั่ง mocktail มาดื่มกันไปด้วย เริ่มต้นจากอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นเป็ดต้ม 2-3 ชิ้นกับผัก 2-3 อย่างราดด้วยซอสที่ทำจากไวน์แดง ตามด้วยของทานเล่นของผมเป็นเป็ดย่างกับผักที่ผัดมาสไตล์จีน เป็ดย่างหอมกว่าจานแรกมากๆๆ ส่วนของสาวน้อยเป็นแก้วมังกรยัดไส้ผัก ลักษณะคล้ายซูชิโรล ต่อมาเป็นจานหลักของสาวน้อยเป็นเนื้อแกะย่าง ส่วนของผมเป็นปลากระพงนึ่งโรยหน้าด้วยงา สำหรับของหวานของสาวน้อยคือมูสมะม่วงบนชีสเค้กกับราสเบอรรี่ไม่ถูกปากอย่างแรง ส่วนของผมเป็นผลไม้รวมกับไอศครีมราสเบอรี่อร่อยมากๆ หลังกินอิ่มเช็คบิลก็กลับห้องเล่นเนต อาบน้ำและพักผ่อน ก็เป็นอันจบคืนที่ 2

และแล้วก็มาถึงวันที่ 3 กันแล้วครับ หลังทานอาหารเช้าวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับนอกจากเล่นน้ำกับถ่ายรูป หลังสาวน้อยไปอาบน้ำพักผ่อน ผมก็ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปบริเวณรอบๆรีสอร์ท คือฝั่งวอเตอร์บังกะโล สนามเทนนิส ห้องอาหารชิล และก็นำอุปกรณ์สนอกเกิ้ลไปคืน ก่อนจะมานั่งอ่านหนังสือและดูคริกเกตที่ห้องแบบสบายๆ

จนถึงอาหารค่ำสาวน้อยก็ตัดสินใจไปกินที่ร้านเทปันยากิ ไปถึงตอนทุ่มครึ่งโดยไม่ได้จองปรากฏว่าคนเต็มทุกโต๊ะ จนพนักงานต้องบอกให้มาทานประมาณ 3 ทุ่มจะจองไว้ให้ สาวน้อยก็เลยเดินคอตกกลับไปอิๆๆๆ เราเลยไปนั่งเล่นอินเทอร์เน็ตที่ล็อบบี้ เพื่อเช็ครายชื่อเพื่อนที่จะส่งโปสการ์ดไปให้ ก่อนจะแวะไปซื้อโปสการ์ดกับสแตมป์ที่ร้านติดกับล็อบบี้เพื่อเอาไว้เขียนในคืนนี้

เมื่อถึงเวลาเราก็เดินกลับไปที่ห้องอาหารเทปันยากิอีกที สาวน้อยสั่งเฉพาะเมนคอร์สเป็นปลาหมึกและเนื้อแกะย่างกับข้าวผัดไก่เพียงอย่างเดียวกะกินให้พุงแตกตาย ส่วนผมก็สั่งคล้ายๆกับวันแรก เพียงแต่เปลี่ยนเมนคอร์สเป็นซี่โครงแกะย่างกับข้าวผัดทะเล หลังจากอิ่มดีแล้วก็กลับห้องไปดูดาวก่อนจะนอน

มาถึงเช้าวันสุดท้ายแล้ว วันนี้เรากลับเที่ยวบิน 5 โมงเย็น ดังนั้นทางโรงแรมก็ให้เราเช็คเอาท์ตอนเที่ยงและรอเรือสปรีดโบ๊ทรอบบ่าย 3 โมง เนื่องจากเช้านี้ตื่นสายและเบื่ออาหารบุฟเฟ่ต์แล้วก็เลยไม่ได้กินข้าวเช้า หลังเช็คเอาท์เราก็เลยไปนั่งเล่นที่ห้องอาหารกึ่งผับ Fen โดยผมสั่งพิซซ่าซีฟู้ดมาทาน ส่วนสาวน้อยสั่งเป็นแป้งโรตีใส่สลัดไก่ พร้อมกับม็อกเทลมาดื่มรอเวลา เมื่อนั่งเล่นจนได้เวลาก็ขึ้นเรือกลับมาที่สนามบินมาเล่ เพื่อบินกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับชมครับ

เริ่มต้นที่สนามบินมาเล่ สนามบินหลักของมัลดีฟส์




จากนั้นก็นั่งเรือมาถึงที่นี่เลยครับ เวลาสซาลูมัลดีฟส์



แผนที่รอบเกาะ



บรรยากาศฝั่งที่พักของเรา วอเตอร์วิลล่า



วิวอีกด้านนึงที่เห็นไกลๆเป็นที่ทานอาหาร



บริเวณท่าเรือที่เรามาขึ้น ตึกที่เห็นเป็นที่สำหรับซื้อและยืมอุปกรณ์ดำน้ำ



ทางเดินไปวอเตอร์วิลล่า



ฟ้าสวย ทะเลสวย ที่พักสวย



เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



ห้องพักของเรา 410



มีผลไม้มาต้อนรับ



เครื่องชงกาแฟ มีกาแฟให้เลือกหลากหลาย



ที่นอนนุ่มมาก นอนจนไม่อยากลุกเลยยยย




โซฟาสวยๆ นั่งสบายๆ




แถมมีวิวทะเลงามให้ดูอยู่ตลอด



บรรยากาศในห้องน้ำ



อ่างอาบน้ำสำหรับนอนแช่สบายๆ



แถมแช่น้ำไปนอนดูวิวทะเลไปได้ด้วย



รูปบริเวณระเบียง ซ้อนกันหลายๆหลัง



มุมนี้ต้องขอซักรูป



ที่นอนตรงระเบียงนอนสบายมากๆ แต่กลางวันแดดจะร้อนไปหน่อย



มุมนี้ยิ่งสวย



ยามค่ำคืน โรแมนติค



บันไดลงเล่นน้ำ (ทะเล)



ปลากระเบนตัวเป็นๆ



นกตัวใหญ่มากๆ



วิวที่ชายหาด



อันนี้วิวที่สระว่ายน้ำ



ที่นอนเล่นอาบแดด



เปลเชือกนอนสบายๆ



มีคอร์ทเทนนิสให้เล่นด้วย



วอเตอร์บังกะโล อยู่คนละฝั่งกับวอเตอร์วิลล่า



บริเวณที่นั่งชิลๆ ใกล้ๆวอเตอร์บังกะโล



ล็อบบี้ตอนกลางคืน



ห้องอาหาร Fen ที่นั่งชิลๆกินไปฟังเพลงไป



ร้านอาหารเทปันยากิ ทำกันให้ดูเห็นๆ



อาหารหน้าตาน่ากิน ข้าวผัดกับปลาทูน่า



ที่นั่งทานอาหารห้องอาหาร Sand



ม็อกเทล เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แก้วซ้ายเปรี้ยวอร่อยๆ



ซี่โครงแกะย่าง



มูสมะม่วงชีสเค้กกับแยมราสเบอร์รี่



เนื้อปลากระพงนึ่ง



ไอศครีมเชอร์เบสราสเบอร์รี่กับผลไม้



ในห้องมีไวน์ด้วย ^^



ส่วนนี่คืออาหารมื้อเช้าของทุกวันครับ



มาดูวิวหาดทรายขาวๆกับทะเลกันต่อ



เจ้านกตัวใหญ่มาเกาะอยู่ระเบียงห้อง



บรรยากาศเหมาะกับการถ่ายรูป



อยากอยู่แบบนี้หลายๆวัน



ขอโดดซักที ^^



ปลาแสนสวยตัวใหญ่มากๆ



ฝูงปลาน้อยๆ



เอ่อ รูปนู้ดครับ 555555



ดูยังไงก็สวย



ทะเลที่กว้างใหญ่ (ขนาดผมตัวใหญ่แล้วน๊า)



ห้องอาหาร Fen ยามเช้าน่านั่งจริงๆ



บรรยากาศรอบๆ



ทั้งนั่งทั้งนอนได้เลยทีเดียว



ปิดท้ายด้วยพิซซ่า



กับม็อกเทลอีกซักแก้ว ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมเช่นครับ




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 29 ตุลาคม 2555 23:09:59 น.
Counter : 893 Pageviews.  


jiwyeefun
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฟังเพลง
Friends' blogs
[Add jiwyeefun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.