ตะลุยไปเรื่อย....กับนายจิวยี่
Group Blog
 
All Blogs
 

เที่ยวเมืองมรดกโลกสีชมพู ที่มะละกา

สวัสดีอีกครั้งครับ กลับมาพบกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้เราตัดสินใจเดินทางไปเมืองมรดกโลกกัน ตอนแรกก็กะจะไปอยุธยา 5555 แต่เห็นตั๋วราคาถูกของแอร์เอเชียแล้วอดใจไม่ไหวเลยจองตั๋วไปมาเลเซียกัน จุดมุ่งหมายของเราในครั้งนี้ก็คือ มะละกา

แผนการเดินทางในครั้งนี้คือ เดินทางไปพักที่มะละกา 1 คืน แล้วกลับมาเก็บกัวลาลัมเปอร์ในส่วนที่รอบที่แล้วไม่ได้แวะอีก 1 คืน

เราเริ่มต้นจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 7 โมง ถึงที่สนามบิน LCCT 10 โมง ครั้งนี้เราตั้งใจเดินทางไปมะละกาเลย จากข้อมูลที่ได้มีรถบัสจากสนามบิน LCCTตรงไปยังมะละกาได้เลย ก็เดินหาอยู่สักพักก็เจอ แต่รถออกเดินทางเวลา 11.30 นาที ก็เลยแวะกินข้าวรอเวลา

รถบัสที่นี่ออกค่อนข้างตรงเวลาไม่เหมือนที่บ้านเรา เมื่อได้เวลาก็ขึ้นรถบัสเพื่อออกเดินทางกันเลย มุ่งหน้าสู่มะละกา ค่ารถ 22 ริงกิต ตอนออกเดินทางฟ้ายังใสๆอยู่เลย พอออกเดินทางมาซักพักฝนก็เทลงมาจนได้ ประกอบกับอากาศเย็นๆบนรถบัสทำเผลอหลับไป (ไม่เย็นก็หลับอยู่ดี แหะๆ)

เดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็เดินทางมาถึง ขนส่งที่มะละกา (Melaka Sentral) คล้ายๆที่ หมอชิตบ้านเรา ก่อนอื่นก็ไปหาซื้อตั๋วรถบัสเพื่อกลับกัวลาลัมเปอร์ (KL)ในวันรุ่งขึ้นไว้ก่อนดีกว่า โดยซื้อรอบบ่ายโมงไว้ ถึงกัวลาลัมเปอร์ที่ขนส่งของ KL คือ puduraya

จากนั้นก็เข้าเมืองโดยรถเมล์สาย 17 สภาพเก่ามาก (เดินชั่งใจตั้งนานเพราะมันมีชานชะลาเลขที่ 17 กับรถเมล์หมายเลข 17) ในที่สุดก็ตัดสินใจถูก ค่ารถเมล์คิดตามระยะทาง แต่จากขนส่งไปกลางเมืองที่เราจะลง ค่ารถคนละ 1 ริงกิต นั่งไปประมาณ 10-15 นาที

ส่วนวิธีลงรถก็ง่ายมากครับ เพราะกระเป๋ารถเมล์หรือคนขับรถเค้าจะรู้อยู่แล้วว่านักท่องเที่ยวอย่างเราๆจะลงตรงไหน แต่ถ้าจะสังเกตก็ไม่ยากครับ ก่อนจะถึงจะถึงโบสถ์เซนต์ฟรังค์อยู่ด้ายซ้ายมือ และเห็นตึกชมพูๆก็เตรียมลงได้เลย

จากนั้นก็เดินหาโรงแรม โดยโรงแรมในครั้งนี้ที่จองไปก็คือ โรงแรม Fenix Inn ซึ่งต้องเดินไกลมาก แถมฝนตกปรอยๆอีกต่างหาก หากจะพักที่โรงแรมนี้แนะนำให้ไปลงป้ายหน้าคาร์ฟูร์เลยจะสะดวกกว่า คือเห็นซ้ายมือเป็นห้างก็เตรียมลงได้เลย (ห้างชื่อพัลวัน ติดกับคาร์ฟูร์) โรงแรมนี้ค่อนข้างสะอาดและใหม่ ไม่รู้เพราะว่าได้ตัวตึกในส่วนที่แยกมาทำใหม่รึเปล่าก็ไม่ทราบได้ (ลืมถ่ายรูปห้องพักอะครับ )

หลังจากเก็บของเข้าห้องพักเรียบร้อย ก็ออกไปเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมสวยๆกันดีกว่า เริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์เรือ เป็นประวัติความเป็นมาของชาวดัตส์ จากนั้นเราก็เดินถ่ายรูปรอบๆในบรรยากาศเมฆครึ้มๆ สายฝนพรำๆ กับสีชมพูๆ ก่อนจะแวะกินแม็ค (อาหารอิสลามไม่หร่อยเลยอะ + ช็อปที่ห้างพัลวัน

เมื่อพักผ่อนเพียงพอกับเวลา เราก็ออกเดินชมเมืองยามค่ำคืนกันบ้างที่นี่จะเน้นใช้ไฟสีชมพู และสีเหลืองทำให้เมืองทั้งเมืองดูโรแมนติค เสียดายที่ไปคนเดียวอะ

จากนั้นก็เดินไปที่ถนนยองเกอร์ เป็นถนนที่มีขายทั้งของกิน ของฝาก และของอาร์ตๆ ซึ่งเราก็ได้แต่ดูเฉยๆ เพราะไม่ถนัดช็อปอะไรนักก่อนที่จะเดินเรียบ แม่น้ำผ่านตลาดนัดกลางคืน ที่มีของขายทั่วๆไป เราแวะกินลูกชิ้นราดน้ำสะเต๊ะที่นี่ รสชาติอร่อยเลยล่ะ แต่ยังไงก็สู้ราดน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบบ้านเราไม่ได้ เมื่ออิ่มดีแล้วก็กดลับที่พักสลบสไล

ตื่นเช้ามาอีกวัน เราก็เดินย้อนกลับไปที่ถนนยองเกอร์เพื่อหาข้าวมันไก่ที่เป็นก้อนกลม และเป็นเอกลักษณ์ของทีนี่ หลังจากได้ชิมไปแล้ว จะบอกว่าคล้ายกับกินข้าวเหนียวมากกว่าข้าวมันอะครับ มันออกจะแข็งๆไปหน่อย แค่จานเดียวก็อิ่มแล้ว จึงไม่ได้ลองชิมแบบธรรมดาเพื่อมาเทียบดูกับความอร่อยของบ้านเราเลยครับ

จากนั้นก็มาเดินย่อยโดยการเดินเพื่อชื่นชมความงามของตัวเมืองอีกซักรอบ ซึ่งเราจะสังเกตุเห็นว่าที่มะละกาจะมีพิพิธภัณฑ์เยอะมากๆ เสียดายที่เราเป็นคนไม่ซึ้งกับวัฒนธรรม เลยได้แต่ชมอยู่แค่ภายนอกเท่านั้น

หลังได้เวลาใกล้เที่ยงก็กลับโรงแรมเพื่อเช็คเอาท์แล้วขึ้นรถเมล์สาย 17 หน้าห้างคาร์ฟูร์ตรงจุดที่ลงรถเพื่อกลับสู่มะละกาเซ็นเตอร์ เสียค่ารถ 1.50 ริงกิต ให้ทันก่อนบ่ายโมง เมื่อถึงมะละกาเซ็นเตอร์ใช้เวลาประมาณ 15 นาที พอๆกับขามา ก็เข้าห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กัวลาลัมเปอร์กัน รถบัสที่นี่ออกตรงเวลามากๆ ดังนั้นเพื่อนๆก็ควรกะเวลาให้เหลือไว้นิดนึง

เมื่อรถบัสออกจากมะละกาเราก็หลับตามระเบียบ อิๆ กว่าจะถึงมะละกาก็ประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ไปเจอรถติดแถวพูดูรายาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่รู้ว่าไปถึงชั่วโมงเร่งด่วนพอดีรึเปล่า รถถึงได้ติดมากมาย ทั้งๆที่ปกติแล้วรถในกัวลาลัมเปอร์จะไม่ค่อยติดซักเท่าไหร่จากที่เดินๆดูอะนะครับ

เมื่อถึงแล้วเราก็ขึ้นรถไฟฟ้ามาลงที่ Kl Sentral เพื่อเดินไปถึงที่พักของเราที่ไม่ไกลมากนักประมาณ 5 นาทีได้ โดยเราพักที่ Kl sentral hotel ห้องดีราคาไม่แพง และเดินทางสะดวก เสียอย่างเดียวข้างๆที่พักจะเป็นแหล่งที่อยู่ของคนอินเดีย สำหรับผู้หญิงกลับมาจากเที่ยวดึกๆก็ต้องระวังตัวหน่อย แต่ก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

หลังจากเก็บข้าวของ และพักผ่อนพอสมควรก็ออกเดินทางโดยรถไฟฟ้าเพื่อไปห้างพาวิลเลียนเดินเล่นๆในตึกแฝดพอเพลินๆ จากนั้นก็ไปต่อที่มัสยิดจาเม็กที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการแต่งตัวมาก ต้องใส่กางเกงขายาว เสื้อมีแขน และอื่นๆอีกมาก ซึ่งเป็นกฎของศาสนา ทำให้เราถ่ายวิวเพียงภายนอกก็พอ เพราะฝรั่งยังไปทะเลาะกับผู้ดูแลเลยครับ เห็นแล้วกลัวแทน อ้อ ที่สำคัญ ถ้าเพื่อนๆจะแวะไปชม เค้ามีสวดกันตอน เที่ยงถึงบ่าย 2 เลยนะครับ หลีกเลี่ยงเวลานั้นด้วยครับ เพราะเค้าไม่อนุญาตให้เข้าไป เราจึงเห็นแต่นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันด้านนอกซะมากกว่า

จากนั้นก็เดินต่อไปยังเมอเดก้าสแควร์ ชมสถาปัตยกรรมงามๆในเวลาที่ฟ้าจะมืด เนื่องจากเราเคยมากัวลาลัมเปอร์แล้วรอบนึงจึงกลับที่พักเพื่อพักผ่อน ตื่นเช้ามาวันสุดท้าย เราก็แวะไปเมอเด้ก้าสแควร์อีกซักรอบ เพื่อดูความแตกต่างของเวลา ก่อนเดินไปชมไชน่าทาวร์ และปิดท้ายที่เซ็นทรัลมาร์เก็ต แต่สรุปก็ไม่เสียซักริงกิต เพราะของไม่ค่อยถูกใจ

ก่อนกลับที่พักเก็บของเช็คเอาต์ แวะส่งโปสการ์ดที่คราวก่อนมาไม่ได้ส่ง จากนั้นก็มุ่งตรงสู่สนามบิน LCCT เพื่อขึ้นเครื่องหางแดงกลับบ้านเรา ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันครับ ตามไปดูรูปกันได้เลยจ้า

ออกเดินทางจากสนามบินไปมะละกาด้วยรถคันนี้




ป้ายรถเบอร์ 7 นี่ล่ะครับ



ข้ามมาถึงที่พักกันเลยเราพักที่โรงแรมนี้ครับ Fenix Inn



พิพิธภัณฑ์สมุทรศาสตร์



ชนซะทะลุผนังเลย ทำได้เก๋ดีจัง



กังหันวิดน้ำ



แผนที่เมืองแบบน่ารักๆ ที่ป้ายรถเมล์



ซักรูปริมแม่น้ำ (เหอๆๆๆๆ อ้วนซะ อ้วนเยาวราช ไม่ใช่อ้วนรังสิตนะ )



บรรยากาศริมแม่น้ำ



รถสามล้อสีสันสดใส เอกลักษษณ์ของที่มะละกา



โบสถ์คริสต์ตรงจัตุรัสดัสต์ สีชมพูอมส้มสวยๆ



ซักรูปกับสัญลักษณ์ประจำเมือง



กระจง สัตว์ประจำเมืองมะละกา



น้ำพุกลางดัตส์สแควร์สวยๆ ในวันฟ้าหม่น



หอนาฬิกา



โบสถ์คริสต์ตัดกับสีดอกไม้ดีจัง



บรรยากาศรอบๆบริเวณ



ที่จอดรถสามล้อ เป็นแนวยาวตัดกับสีของต้นไม้



วงเวียนกลางเมือง



พิพิธภัณฑ์ความเป็นมาของชาวมะละกา



รถสามล้อเต็มเมือง (น้องๆซิ่งซักรอบมะน้อง)



ในแม่น้ำก็มีบริการเรือเพื่อชมบรรยากาศเมือง



ส่วนอันนี้เป็นเครื่องแบบนักเรียนที่นี่ก็ยังคงสีชมพู



จากนั้นเป็นวิวยามค่ำคืนกันบ้างที่หอนาฬิกา



ถนนเป็นสีชมพูแบบนี้



บรรยากาศริมแม่น้ำกับไฟเหลืองๆ ดูสวย



โบสต์เซนต์ฟรังซิสซาเวีย ใครเห็นยมทูตบ้างมั๊ยครับ



ป้ายประกาศมรดกโลก



เดินเล่นยามค่ำคืน



เลขที่บ้าน และศาลเจ้าประจำบ้าน ของเมืองไทยจะไว้ในบ้านอะครับ



ศาลเจ้าแบบจีน



มัสยิดของอิสลาม แต่ดูๆไปก็ออกจีนๆหน่อยนะครับเนี่ย



ที่นี่ที่จอดรถยนต์เค้าเล็กมากๆครับ มิน่าคนซื้อแต่รถคันเล็กๆ ไม่ฝีมือก็จอดยากอะครับ



ถนนคนเดินยองเกอร์



โคมไฟสวยๆ



สีสันยามค่ำคืน ชมพูๆ หรือเรียกโคมแดงดีนะ 5555 เบลอเลยครับ รูปอะครับรูป สงสายจะมาวววว



ย้อนกลับมาที่ดัตส์สแควร์อีกซักที



ป้ายพิพิธภัณฑ์สมุทรศาตร์



เรือยามค่ำ สวยไปอีกแบบ



ลูกชิ้นต้มราดน้ำจิ้มสะเต๊ะ



พิพิธภัณฑ์



และพิพิธภัณฑ์



อันนี้สถานีตำรวจครับ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์



ร้านข้าวมันไก่ลูกบอล ฟาโมซ่า



ภายในร้านตกแต่งแบบจีนอลังการมาก



ที่นั่งแบบฮ่องเต้ ไว้ถ่ายรูป



บรรยากาศร้าน



มังกรทอง เหลืองอร่าม (ไม่ใช่อุนจินะ)



สวยงามมาก



โคมไฟจีนเข้ากับร้าน



บันไดทอง



นี่ล่ะครับหน้าตาข้าวมันไก่ลูกบอล แต่ของผมเป็นหน้าเป็ด



ประตูทางเข้าสมาคมฮกเกี๊ยน



โบสต์เซนต์ฟรังตอนเช้า



กลมได้อีก (พุงอะนะ)



ริมแม่น้ำบรรยากาศดี



ป้ายทางเดินริมแม่น้ำครีเอตมาก



ตามเจอแล้วมะละกอที่มะละกา



สวยจัง



ข้ามมาที่ห้องพักในโรงแรม KL Sentral ผ้าห่มสีทองอลังการมาก



ห้องน้ำ



เอ่อ ดูเอา อิๆ



โรงแรมนี้ล่ะครับ



จัตุรัสเมอเดก้า กำลังซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ



ภาพมุมกว้าง



อีกด้านนึงรู้สึกว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์สิ่งทอนะครับ ถ้าจำไม่ผิด



ธงชาติมาเลเซียที่สูงเกือบที่สุดในโลก (มีคนแซงไปแล้ว)



ซักรูปในบรรยากาศที่มืดแล้ว แบตจะหมดด้วยอะ



เช้าอีกวันครึ้มตลอด กับรถโมโนเรียล



คุกเก่าที่กัวลาลัมเปอร์



อีกซักรูป



ปิดท้ายด้วยสะพานลอยสีสันสดใส ขอบคุณครับที่แวะมาชม




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2555 22:53:33 น.
Counter : 417 Pageviews.  

KL เก็นติ้ง ที่เที่ยวไม่น่าสนใจแต่โดนใจสุดๆ

สวัสดีครับพบกันอีกแล้วนะครับ เที่ยวกันบ่อยไปนิด แต่สำหรับเพื่อนๆคงจะมีคนที่เที่ยวเยอะกว่าผมเป็นแน่ เพราะผมปั๊มเงินไม่ทัน หุๆๆๆๆ

เริ่มต้นจากโปรโมชั่นหางแดง 0 บาท ที่ทำให้ได้ราคาตั๋วเครื่องบินไป - กลับ เพียง 1600 กว่าบาทเท่านั้น เลยลองโทรศัพท์ชวนเพื่อนๆดู ปรากฏว่าได้สมาชิกเพิ่มมาอีก 2 คน คือ กอล์ฟ และเจิ้ล รวมเป็นทั้งหมด 4 คน แถมยังได้โปรโมชั่นที่พักของ hotelclub ทำให้ประหยัดค่าโรงแรมไปได้อีกเยอะเลยทีเดียว ขอบคุณสมาชิกพันทิพย์ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

Smiley กำหนดการเดินทางคือ วันที่ 27 - 29 มี.ค. 52 ก่อนการเดินทางก็ใช้เว็บเช็คอินเพื่อความสะดวกก่อนไปรวมตัวกันที่สนามบินสุวรรณภูมิตอน 05.30 น. เนื่องจากไม่มีใครอยากช้อปก็เลยไปรอที่เกทกันเลย เวลาออกเดินทางก็ตรงตามเวลาและถึงก็ตามเวลาเป๊ะๆ

ไปถึงก็งงๆด้วยคราวนี้ไม่ได้เตรียมตัวอ่านข้อมูลไปเท่าไหร่ เลยหารถบัสของแอร์เอเชียที่จ่ายเงินไปแล้วไม่เจอ ต้องสอบถามกันอยู่ซักพักถึงรู้ว่าต้องเดินออกไปไกลพอสมควร แต่ด้วยความหิวก็เลยขอลิ้มลองฟาสต์ฟู้ดสไตล์อาหารอิสลามซักนิด ก่อนจะเดินทางไป KL Sentral

ตามสูตรก็หาตั๋วรถบัส + กระเช้าไปเก็นติ้งที่อยู่ในซอกมุมบนชั้น 2 ของ KL Sentral ได้มาเป็นรอบบ่าย 3 โมงต้องรอรถตั้ง 2 ชั่วโมง เลยคุยกันว่าจะไปเที่ยวไหนกันดี คุยไปคุยมาด้วยความไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย ก็เลยไปนั่งกินกาแฟรอเวลากัน

จนได้เวลาก็ขึ้นรถบัสออกเดินทางสู่เก็นติ้ง ด้วยทางที่คดเคี้ยวบวกกับการไม่ได้นอนทั้งคืนเลยหลับสบาย ถึงเก็นติ้งประมาณ 5 โมงเย็นก็ไปต่อคิวขึ้นกระเช้าที่ชั้น 3 หวาดเสียวนิดๆดีครับ

บรรยากาศก็ดีถึงแม้จะรู้สึกหวิวๆก็ตาม ขึ้นไปได้ซักพักก็จะเห็นหมอกเต็มไปหมดพร้อมกับอากาศที่เย็นมากขึ้นเรื่อยๆ (อากาศที่มาเลร้อนมากๆครับ) บังเอิญบนกระเช้าได้ทำความรู้จักกับคนที่นั่งกระเช้ามาด้วยกันเป็นสาวๆน่ารัก 4 คนที่มาจากอินโดนีเซีย

หลังจากขึ้นไปบนเก็นติ้งแล้วดูอุณหภูมิพบว่าอยู่ที่ 21 C ขนาดเป็นหน้าร้อนนะเนี่ย ไว้วันหลังต้องลองมาหน้าหนาวดูซักหน่อย จากนั้นก็ไปเข้าคิวเช็คอินที่โรงแรม First World (ข้างบนนี้จะมีหลายโรงแรมมาก แต่เป็นเจ้าของเดียวกัน คิดดูสิครับว่าจะรวยแค่ไหน) ระบบเช็คอินจะเหมือนกับธนาคารบ้านเราใช้ระบบบัตรคิว ในตอนที่เช็คอินเราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาวิวฝั่งภูเขาหรือฝั่งสวนสนุก ผมเลือกวิวภูเขาส่วนอีกห้องเลือกเป็นวิวสวนสนุก

จากนั้นก็ได้เจอกับ 4 สาวอินโดอีกครั้งเหมือนบุพเพสันนิวาสเลย Smiley 5555 ก็เลยถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกัน ก่อนจะลาก็คุยกันไว้ว่าถ้าจะไปเที่ยวอินโดหรือเมืองไทยก็ติดต่อมาได้จะไปเป็นไกด์นำเที่ยวให้กันและกัน หลังจากขึ้นไปเก็บของที่ห้องและอาบน้ำเสร็จก็ลงมากินข้าว อาหารที่นี่ค่อนข้างแพงกว่าใน KL แถมรสชาติก็ไม่ค่อยอร่อยด้วยออกแนวเค็มและกลิ่นเครื่องเทศแรง

หลังจากอิ่มกันแล้ว (อิ่มมั๊ยไม่รู้) ก็ไปเดินดูสวนสนุกและคาสิโน แต่ด้านนอกมีฝนตกก็เลยไม่ได้เดินไปดู ก่อนจะกลับมานอนโดยไม่ต้องเปิดพัดลมเลยครับเพราะอากาศเย็นมากๆแถมยังต้องห่มผ้าอีกต่างหาก

เช้าวันที่ 2 ตื่นมาก็ลงไปทานอาหารเช้ารสชาติไม่โอเคเลยครับ แต่เนื่องจากความหิวก็เลยทนๆกินกันไป จากนั้นก็ออกไปสวนสนุกกลางแจ้งเล่นเครื่องเล่นพร้อมกับถ่ายรูปในบรรยากาศเย็นๆสบายๆ ก่อนจะเก็บของเช็คเอาท์และลงจากเก็นติ้งมารอรถบัส เลยตัดสินใจกินข้าวกลางวันกันที่สถานีรถบัสเป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่คล้ายบ้านเราพอกินได้ ส่วนคุณเพื่อนๆก็ทานข้าวไก่ทอดกันซะงั้น

หลังจากนั่งรถบัสที่เหมือนนั่งรถไฟเหาะ (จากความคดเคี้ยว) ก็หลับตามเคยจนมาถึง KL Sentral ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมคล้ายๆหมอชิตบ้านเรา เราก็นั่งรถ LRT ไปถึงสถานี KLCC เดินอีก 2-3 นาที ก็ถึงที่พักในคืนที่ 2 นั่นคือโรงแรม Corus พอเช็คอินเสร็จปรากฎว่าห้องนึงได้อัพเกรดเป็นห้องที่อยู่ติดสระว่ายน้ำเลยห้องสวยมากๆ เสียดายที่ต้องนอนกับเพื่อน ถ้านอนกับแฟนคงสวีทดี

พอเก็บของเสร็จก็ออกไปเดินห้างที่ใต้ตึกทวินส์ทาวเวอร์เพื่อหาของช้อป Smiley แต่จากงบประมาณที่จำกัดก็เลยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาเลย จากนั้นก็หาอาหารเย็นทานที่ฟู้ดคอร์ทที่มีอาหารหลากหลายชาติให้เลือกทาน นับเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในทริปนี้ หลังทานอาหารเสร็จก็ไปรอถ่ายรูปตึกทวินส์ทาวเวอร์ตอนกลางคืน ปรากฏว่าเป็นคืนที่เค้ารณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมงพอดีเลย เลยนั่งรอก่อนที่จะเห็นไฟเปิด ตึกทวินส์ทาวเวอร์ยามค่ำคืนสวยงามกว่าตอนไม่ได้เปิดไฟมากๆเลย

หลังถ่ายรูปมากมายเสร็จก็กะจะเดินไปถ่ายรูปตึก KL Tower แต่เดินไปไม่ถึงเพราะไกลมากก็เลยเปลี่ยนใจกลับมาพักผ่อนที่ห้องดีกว่า

วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันสุดท้ายหลังรับประทานอาหารเช้าก็ไปเช็คเอาท์ แล้วออกเดินทางกลับสู่สนามบิน LCCT เพื่อขึ้นเครื่องแอร์เอเชียกลับบ้าน เป็นอันจบทริปครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ Smiley


เริ่มต้นจากทางขึ้นกระเช้าที่เก็นติ้งเลยละกันครับ



ขึ้นกระเช้ากันแล้วก็หันไปมองซักหน่อย




มีหมอกด้วย สวยงามมาก



วิวด้านบนเก็นติ้ง



อุณหภูมิตอนเย็น 18 องศาเซลเซียสครับ



ภายในห้องนอนครับ



เรียบๆ ไม่มีแอร์แต่เย็นมากครับ



วิวนอกหน้าต่างครับ



ยามเย็น



มีหมอกตลอดทั้งวัน



สวยงามจับใจ



แบบจำลองของเก็นติ้ง



รวมกลุ่มๆๆๆๆ



บรรยากาศภายใน



มีเทพีเสรีภาพด้วย



ร้านอาหารจีน



อันนี้เหมือนจะเป็นศูนย์อาหาร



สวนสนุกในร่ม



ลานก่อนจะออกสวนสนุกด้านนอก



เครื่องเล่นต่างๆของสวนสนุกในร่ม



เครื่องเล่นต่างๆของสวนสนุกด้านนอก



ซักแช๊ะกับที่ขายตั๋ว



แบบแปลนด้านนอก



มีเครื่องเล่นทางน้ำด้วย



เครื่องเล่นเหมือนดรีมเวิลด์




ชิงช้าสวรรค์



เครื่องเล่นหวาดเสียว



ด้านนอกโรงแรมเฟิร์สเวิลด์กับสวนสนุก



จูจุ๊ฟ



สี่ตัวตลก โอ๊ะ ไม่ใช่แค่ 2 สิ 555555



วิวจากด้านบน



กลับมาที่โรงแรมที่กัวลาลัมเปอร์ โรงแรมคอรัส (หรือว่ารัดคอ 5555)



ได้มา 4 ดาว



ภายในห้องนอน ออกจะเละไปหน่อย



ธาตุแท้ออก 55555



วิวอาคารภายใน KL



บรรยากาศรอบๆ



วิวจากบนสะพานลอย



ต้นไม้ร่มรื่นดี



สาวน้อยซักรูป



วิวตึกเปโตรนาสจากโรงแรม



ห้างสรรพสินค้าที่ตึกแฝด



วิวแบบใกล้ๆ




วิวไกลๆ



วิวยามค่ำคืน อย่างสวยอะ




อดไม่ได้ต้องแช๊ะรูปคู่



ตึกแฝดอย่างสวย



ขอปิดท้ายด้วยรูป KL ทาวเวอร์ ครับ ขอบคุณที่ติดตามชมครับ





 

Create Date : 01 เมษายน 2552    
Last Update : 1 กรกฎาคม 2555 3:11:00 น.
Counter : 403 Pageviews.  


jiwyeefun
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฟังเพลง
Friends' blogs
[Add jiwyeefun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.