เวลาเป็นเงินเป็นทอง แต่เวลาที่ใช้อ่านหนังสือสามารถให้สิ่งที่มีค่ากว่าเงินทองแก่เราได้
Group Blog
 
All Blogs
 

พระจันทร์กลางน้ำ : W. Maple



พระจันทร์กลางน้ำ

โดย : W. Maple
จำนวนหน้า : 256
ราคา : 169

รายละเอียด : คาวี...กัปตันแห่งเรือลมเหนือจำต้องเดินทางไปยังเกาะมายา
เพื่อตามหาเขี้ยวของปลาเขี้ยวดาบและกำไลทองคำ สมบัติล้ำค่าของชนเผ่ากลางน้ำ
เพราะแผนการสกปรกของบาลาจี โจรสลัดพ่อค้าผู้ชั่วร้าย

หากแต่เรื่องทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามคาด
เมื่อใครอีกคนวางกลอุบายแสนซับซ้อน หลอกล่อเขาไปสู่หลุมพรางแสนอันตราย
พร้อมนาช่า...บุตรสาวอันเป็นที่รักของหัวหน้าเผ่ากลางน้ำผู้เข้มแข็งทระนง

การผจญภัยและความรักบทใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น ณ ดินแดนลึกลับสุดขอบฟ้า
ที่ซึ่งความทรงจำแห่งรักตราตรึงไว้ชั่วนิรันดร

ที่มาข้อมูลจากเว็บแจ่มใสค่ะ
---------------------------------------------------------------------

เท้าความ

เนื่องจากจขบ.ได้มีโอกาสอ่านอาทิตย์แรกแห่งพันต์แล้วคลั่งมาก พอได้ทราบจากพี่ยุ้ย (W. maple) ผู้เขียน ว่าจะมีเรื่องราวการผจญเวร เอ๊ย... ภัยของโคจัง เอ๊ย... คาวี ตามมา จขบ. ก็นับวันรอเล่มนี้เลยค่ะ

ในเมื่อเคยเล่าถึงอาทิตย์แรกแห่งพันต์มาแล้ว จะไม่เล่าถึงพระจันทร์กลางน้ำก็คงไม่ได้ ดังนั้น ก็ขอเล่าถึงโคจัง เอ๊ย.. คาวีบ้างค่ะ

ความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่าน

เนื่องด้วยบุคลิกอันแสนจะเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครของคาวี รับประกันได้เลยค่ะ ว่าเรื่องราวการผจญภัยของคาวีจะต้องสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ไม่น้อยหน้าใครแน่นอน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

ตอนที่ฮาที่สุด คือตอนที่เป็นการเจรจาของเหล่าโจรสลัดในอ่าวโลมาค่ะ คิดได้ไงคะ คำสาปที่ว่าจะเป็นหมันและเสื่อมสมรรถภาพเนี่ย อ่านแล้วขำกลิ้งเลยช่วงนี้

แต่พอเข้าสู่เนื้อเรื่องหลัก ความฮาก็ชักลดลงค่ะ กลายเป็นความเครียดเข้ามาแทน อ่าน ๆ ไปก็สงสารนาช่า (แทนที่จะสงสารคาวี) นาช่าช่างเป็นผู้หญิงที่ดวงตกจริง ๆ ที่ต้องมาเจอคาวี

เล่าถึงอะไรมากนักไม่ได้ค่ะเรื่องนี้ เพราะถ้าเล่ามันจะหลุดสปอล์ยทันที เนื่องจากเหตุการณ์ในเรื่องมันเดินหน้าอย่างเรวดเร็วตลอด ไม่มีช่องว่างที่จะเอามาฝอยได้เท่าไหร่ ต้องขออภัยด้วยค่ะ (แต่เดินเรื่องเร็วแบบนี้ ทำให้บางช่วงรู้สึกว่ามันรวบรัดตัดความเกินไปหน่อยอยู๋เหมือนกันค่ะ)

ความจริงรู้สึกว่าพระนางมันรักกันง่ายไปหน่อยค่ะ ความจริงคืออยากให้เข้าพระเข้านางกันมากกว่านี้ เอ๊ย... ไม่ใช่ คือ จริง ๆ แล้วอยากให้คาวีมันซวยกว่านี้ค่ะ

อื่น ๆ ---- ชอบมุขกำไลค่ะ ถ้าในโลกมีธรรมเนียมแบบนี้ก็ดีสิ เหอ เหอ เอ๊ย... ผิดไอคอนค่ะ

อีกอย่างคือ ไม่ค่อยอยากให้... (ถ้าอ่านแล้วคุณก็จะรู้ว่าใคร) เป็นอย่างนี้เลยค่ะ จขบ.ชอบแบบไม่เหนือธรรมชาติขนาดนี้มากกว่า

สรุปว่า --- ใครอยากอ่าน DoL ที่ทั้งหวาน มัน และเค็ม (เค็มจริง ๆ ค่ะเพราะทั้งเรื่องอยู่ในทะเลตลอด (ฮา)) เชิญลองชิม เอ๊ย...ลองอ่านเรื่องนี้ดูค่ะ

ป.ล. อยากให้คาวีมันซวยกว่านี้จริง ๆ ค่ะ ขอยืนยัน
(Action: หัวเราะอำมหิตอยู่ในลำคอ)




 

Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2551 20:56:04 น.
Counter : 839 Pageviews.  

ณ ที่ปลายฟ้าจรดพื้นน้ำ : ลิปิการ์




ณ ที่ปลายฟ้าจรดพื้นน้ำ

โดย : ลิปิการ์
จำนวนหน้า : 240
ราคา : 159


รายละเอียด : อดีตองครักษ์อินทัตแห่งแคว้นเนตราออกเดินทางไปยังแผ่นดินซึ่งอยู่ ณ ดินแดนที่ปลายฟ้าเอื้อมจรดขอบพื้นน้ำ
ตามคำทำนายของหมอดูเฒ่าแห่งทะเลทราย เพื่อไปหาคนที่เฝ้าคอยเขามาเนิ่นนาน
วิเวียน่า หญิงสาวผู้ร่าเริงสดใสราวกับเปลวแดดที่ระยิบระยับเหนือพื้นทะเลสีเขียวมรกตดุจเดียวกับสีของ
ดวงตาเธอ จะใช่เธอหรือเปล่าคนที่เขามาตามหา และจะเป็นเธอหรือเปล่าคนที่เขาคิดจะมอบใจ
และกับหญิงสาวอีกคน...อคาเซีย เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินจางที่แฝงเอาไว้ด้วยแววเศร้าและรอคอย
คนที่ปรากฏตัวให้เขาเห็นบ่อยครั้งนับตั้งแต่เหยียบย่างขึ้นไปยังเกาะเคซัส
ใครกันแน่คือคนที่ชักพาให้เขาเดินทางมา ณ ที่ปลายฟ้าจรดพื้นน้ำ มา...เพื่อค้นหาหัวใจ

ที่มา จากเว็บสำนักพิมพ์แจ่มใสค่ะ

-------------------------------------------------------------------------
เท้าความ ---- ก่อนอื่นขอเล่าถึงที่มาของการหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาอ่านค่ะ
เมื่อ 3 ปีก่อน จขบ.ได้อ่านอาทิตย์แห่งทะเลทรายเวอร์ชันพิมพ์รวมเล่มครั้งแรกกับสนพ. เดิม แล้วเกิดอาการอึ้ง... ว่าอะไรกันนี่
ยอมรับว่ารู้สึกเฉย ๆ (ค่อนไปทางอึ้ง) กับอาทิตย์ฯ ในสมัยนั้นค่ะ (ตอนหลังมาทราบว่าเป็นผลงานเรื่องแรกของผู้เขียน จขบ.ก็เลยเข้าใจว่าทำไมอาทิตย์ฯ ถึงเป็นเช่นนั้น)

ต่อมาเมื่อปีก่อน ได้อ่านเรื่อง"รอยใจในแรมจันทร์" แล้วประทับใจสำนวนเรื่องนี้มาก ก็เลยสนใจที่จะติดตามผลงานของคุณลิปิการ์ขึ้นมา

และแล้วเมื่ออาทิตย์แห่งทะเลทราย และ ณ ที่ปลายฟ้าจรดพื้นน้ำ พิมพ์ใหม่อีกครั้ง จขบ.ก็ได้โอกาส แต่ยังไม่ทันได้ซื้ออาทิตย์ฯ ก็ซื้อ ณ ที่ปลายฟ้าฯ มาก่อน เนื่องจาก หลงปก !!!!

ความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่าน ----------------

จขบ. รู้สึกชอบสำนวนของเรื่องนี้มาก อ่านแล้วไม่สะดุดอารมณ์ (ดีใจมากที่เป็นอย่างนั้น )
ที่ชอบเป็นพิเศษก็จะเป็นฉากที่อินทัตเห็นหญิงสาวผู้มีนัยน์ตาสีน้ำเงินค่ะ เพราะว่ามันให้อารมณ์เศร้า ๆ ดี

ส่วนเรื่องการเดินเรื่องก็ลื่นค่ะ แต่โทนเรื่องที่ควรจะเครียด เพราะเหตุการณ์หลักพัวพันอยู่กับความขัดแย้ง มันกลับไม่เครียดเท่าที่ควรจะเป็น เพราะว่าบรรยากาศในเรื่องจะอวลด้วยความรัก

(จริง ๆ แล้วเรื่องประเภทที่เหตุผลในการกระทำของตัวละครเกือบทุกตัวคือเรื่องความรัก และปมในเรื่องคลี่คลายได้ด้วยความรัก จะไม่ถูกจริตจขบ.สักเท่าไหร่)

ณ ที่ปลายฟ้าจรดพื้นน้ำ ก็เกือบเป็นแบบนั้นค่ะ แต่ไม่ถึงกับทั้งหมด บรรยากาศในเรื่องเครียดกว่านี้ได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อาจจะไม่เข้ากับประเด็นหลักที่อินทัตมาตามหาคนที่รอคอย ดังนั้น ประเด็นนี้ จขบ. ก็ไม่ซีเรียสค่ะ

ตัวละคร --- รู้สึกว่าอินทัตจะได้แสดงฝีมือน้อยไปหน่อย (เสียดาย)

ส่วนอคาเซีย เป็นตัวละครหญิงที่เท่มาก จขบ.ชอบเธอมาก ตั้งแต่ฉากแรกที่เปิดตัวก็ชอบแล้วค่ะ ถ้าจะให้บรรยายถึงเธอ จขบ.รู้สึกว่าเธอจะให้อารมณ์นายหญิงผสมกับผู้หญิงธรรมดาแบบพอดี ๆ ค่ะ

อีกคนที่ชอบคือแม่เฒ่าเจติยาค่ะ รู้สึกว่าแม่เฒ่าไม่น่าจะมาเป็นแม่มดแม่หมอเลย ไปเป็นแม่สื่อดีกว่าค่ะ

สรุปว่า ถ้าชอบ (DoL) รักหวาน ๆ ก็น่าจะลองอ่านดูค่ะ

แต่สำหรับจขบ. ตอนจบเศร้ามากเลยค่ะ
คุณลิปิการ์ทำไมเขียนแบบนี้ล่ะ




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2551 12:52:18 น.
Counter : 336 Pageviews.  

ไอลีจา...พันธสัญญาแห่งใจ : yayoi




ไอลีจา...พันธสัญญาแห่งใจ

ผู้เขียน: yayoi
จำนวนหน้า: 312
ราคา: 189 บาท

รายละเอียด: เอนไดเนร่า ทายาทแห่งแอลเลเวน เจ้าของไอลีจา ดาบวิเศษที่ไม่ได้มีเพียงหนึ่ง
จำต้องออกตามหาเจ้าของไอลีจาอีกเล่มเพื่อขอความช่วยเหลือ
ในการกอบกู้อาณาจักรอันเป็นที่รักของตน
โชคดีที่การตามหาไม่ได้ยากเย็นนัก เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าไอลีจาอีกหนึ่งนั้นอยู่ที่ไลซา
หัวหน้าทหารโจรแห่งรัตติกาลที่รับจ้างทำงานตามความพอใจ
ไอลีจา...ดาบอันมีพันธสัญญาเกี่ยวข้องกัน นอกจากจะทรงอานุภาพเมื่ออยู่ร่วมรบแล้ว
ยังเชื่อมกระแสความรู้สึกของผู้ถือครองจนก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์อันยากจะอธิบายอีกด้วย




---------------------------------------------------------

เป็นเรื่องที่ 3 ในเซต DoL ที่มีโอกาสได้ซื้อเป็นของตนเอง (หลังจากที่เช่าอ่านบ้าง อ่านฟรีบ้างมาหลายเรื่องแล้ว - -) แต่ลัดคิวไปเล่าถึงวังวนแห่งมนตราก่อน ตอนนี้เลยได้โอกาสเล่าถึงเรื่องนี้บ้างจริง ๆ แล้วอ่านเรื่องนี้จบไปเกือบ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ

หลังจากที่อ่านเรื่องอื่น ๆ มาแล้วประมาณ 8-9 เรื่อง ก็พบว่า DoL สมกับเป็น DoL คือมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบหลัก เกินกว่า 85 % ทั้งสิ้น (บางเรื่องก็เกิน 90 - -)

แต่ทั้งนี้จขบ. ก็ไม่คิดว่าเป็นข้อเสีย แต่เป็นเพราะจขบ.ผิดเองที่รู้ว่าตัวเองไม่ถูกกับน้ำตาล แต่ก็ยังจะอ่าน ดังนั้นเรื่องไหนที่มีสิ่งอื่นนอกจากน้ำตาลเป็นองค์ประกอบอยู่มากพอจะกลบหวานลงได้บ้าง จะเป็นเรื่องที่ถูกจริตจขบ. อย่างยิ่ง

(เนื่องจากรู้สึกว่าแฟนตาซีเกลื่อนตลาดในขณะนี้ที่เป็นเรื่องทำนองผู้กล้าและพรรคพวกที่ประกอบอาชีพต่าง ๆ ต้องไปเข้า ร.ร. เวทมนตร์ หรือเด็กหนุ่ม/สาวเจ้าของชะตากรรมยิ่งใหญ่แต่กลับซ่อนความสามารถไว้ลึกสุดดดดขีด ยิ่งทำให้จขบ.รู้สึกหงุดหงิดมากกว่า จนคิดว่าอ่านแฟนตาซีที่มีโรแมนติกบ้างอาจจะให้อารมณ์ดรามาลุ่มลึกแบบที่ต้องการได้มากกว่า แต่ถ้าน้ำตาลมันเยอะมาก ๆ สมองก็วายได้เหมือนกัน)

สรุปว่าก็ยังต้องอ่านดูเป็นเรื่อง ๆ ไป ว่าเรื่องไหนถูกจริต เพราะบางครั้งจริตจขบ.ก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ และเรื่องไหนที่จขบ.ไม่ชอบ ก็หาได้เป็นเพราะว่าเรื่องนั้นมีข้อเสียรุนแรงแต่อย่างใดไม่ แต่อาจเป็นเพราะเพียงแค่มันไม่ "ถูกจริต" จขบ. เท่านั้นก็เป็นได้

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ และหนังสือที่อ่านแล้วไม่อยากกล่าวถึงก็มี ไม่ใช่เพราะไม่ดี แต่เพราะไม่ถูกจริต ถ้ากล่าวถึงอาจจะเป็นการไม่ยุติธรรมกับหนังสือเรื่องนั้น ๆ ได้ (เขียนไปเขียนมาชักงงเอง)



มาพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่าค่ะ ไอลีจา...พันธสัญญาแห่งใจ เป็นอีกเรื่องที่ถือว่ามีองค์ประกอบอื่นนอกเหนือจากน้ำตาลเป็นองค์ประกอบอยู่ นั่นคือนอกจากเรื่องรักก็ยังมีปมขัดแย้งที่ออกแนวการเมืองนิด ๆ

เอนไดเนร่าที่ต้องกอบกู้อาณาจักร และไลซาที่ต้องการจะพิสูจน์ความเหมาะสมในตัวเอนไดเนร่า ว่าเธอคู่ควรกับการที่เขาจะทำตามพันธสัญญาแห่งไอลีจาหรือไม่

ในเรื่องประกอบด้วยเหตุการณ์ขัดแย้ง และรายละเอียดหลายอย่างที่สมเหตุสมผล ทำให้อ่านไปแล้วรู้สึกเชื่อถือค่ะ อย่างเช่นเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นพันธมิตรแห่งขุนเขา

นอกจากนั้นตัวละครก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้ถูกจริตจขบ. มาก ๆ นั่นคือ ทั้งเอนไดเนร่าที่มีทั้งความเข้มแข็งสมกับที่เป็นทายาทผู้ครองแคว้น และความไม่มั่นคงที่ทำให้จขบ. เชื่อได้ว่าเธอก็เป็นมนุษย์ และไลซาที่มีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์มาก อธิบายไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ต้องอ่านดูถึงจะรู้ว่าทำไม แต่ออกแนวเป็นคนที่มองโลกได้สะใจดี (บุดลิกก็กวนดีสุดยอด)

(เสียดายแต่ตอนไคลแมกซ์ก่อนที่สองคนนี้จะยอมรับกันได้มันรวบรัดไปนิดนึงค่ะ ก่อนหน้านั้นดึงอารมณ์มาถึงที่สุดแล้ว จขบ.ก็ลุ้นสุดขีดเลย)

โดยรวมมันมีอย่างอื่นที่มากกว่าน้ำตาลค่ะ เป็นของหวานที่กลมกล่อมมันเค็ม (ฮา)
ถ้าใครชอบอ่านแบบมีลุ้นมีมันมีหวานมีแผนการมีบู๊พอสมควร ก็โอเคมากค่ะ

เสียดายอีกอย่างเหมือนกันที่ตอนจบมันลงเอยด้วยดีง่ายไปนิด ทั้ง ๆ ที่ปมสำคัญอีกอย่างที่ทำให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้กำลังดึงอารมณ์มาดีจะซาบซึ้งแล้ว (จขบ. ชอบขมอมหวาน ขมนำมาก ๆ ก็ดี)

สรุปว่าถูกจริตค่ะ
(ขออภัยค่ะ น้ำมาก เนื้อน้อยไปหน่อย)





 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2551 13:06:15 น.
Counter : 439 Pageviews.  

Cursed Heart...วังวนแห่งมนตรา : คาซี (ปราณธร)




ชื่อหนังสือ: Cursed Heart...วังวนแห่งมนตรา
ผู้เขียน: คาซี (ปราณธร)
จำนวนหน้า: 368
รายละเอียด:
อาณาจักรนิเคเรีย สถานที่แห่งความอุดมสมบูรณ์ นำมาซึ่งการต่อสู้ช่วงชิงเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของ
ณ ที่แห่งนั้นจึงถือกำเนิดอัศวิน ทหารผู้กล้า และจอมเวทผู้มีฝีมืออีกหลายชีวิตเพื่อทำหน้าที่ปกป้อง
หนึ่งในนั้นคือ เคลทีนอร์ท จอมเวทหนุ่มอัจฉริยะ ผู้ยอมพลีกายถวายชีวีเพื่อบ้านเกิด...
และเพื่อหญิงอันเป็นที่รัก
หากแต่หัวใจของเขาก็ต้องปวดร้าว เมื่อรู้ว่าเพื่อนรักที่เติบโตมาด้วยกันก็ทุ่มเทความรัก
ให้กับนางผู้เป็นสุดดวงใจของเขาด้วยเช่นกัน
เพราะต้องการหลบหนีเพื่อไปรักษาแผลใจ เขาจึงกลับมาหาใครบางคน...
คนที่ทำให้เขาสามารถยิ้มและหัวเราะได้อย่างเต็มปาก
แต่ครั้นเมื่อกลับมาเผชิญกับความจริงอันแสนโหดร้าย คลื่นความปั่นป่วนก็กลับมากระทบใจอีกระลอก
วังวนแห่งความรักครั้งนี้ช่างซับซ้อนเหลือคณา แม้มนตราก็มิอาจช่วยได้ แล้วเขาจะต้องทำอย่างไร
กับหัวใจรักที่กำลังไหวเอน

ราคา : 219 บาท

--------------------------------------------------------------------------

ความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่าน -- พึ่งได้สอยมาเมื่อวันเสาร์นี้เอง ความจริงเป็นนิยายในชุด DoL (Dreamland of Love) เรื่องที่ 3 ที่ได้อ่านในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ว่ามาแรงแซงทางโค้งค่ะ ขอลัดคิวกรี๊ดเล่มนี้ก่อนนะ

ก่อนอื่นขอสารภาพว่าจขบ. เป็นอะไรไม่รู้ อ่านเรื่องนี้แล้วคลั่งค่ะ ตอนไหนที่หวานก็ยิ้ม ตอนไหนที่ฮาก็หัวเราะ ตอนไหนที่เครียดก็ลุ้นตาม ตอนไหนที่เศร้าก็สงสารพระเอก อาการเหมือนโดนคนเขียนวางยาเลย

ตอนแรกที่อ่าน สิ่งที่ จขบ. ชอบมากที่สุดก็คือ หลักการใช้เวทมนตร์ของเรื่องนี้ค่ะ มันเป็นทฤษฎีที่ดูสมเหตุสมผล น่าเชื่อถือดี หลักการที่ว่าก็คือพลังเวทเกิดจากการรวบรวมพลังจากภายในร่างกายทุกส่วนจนถึงระดับเล็กกว่าอนุภาค ส่งออกไปรวม/ควบคุมธาตุในธรรมชาติให้เกิดเป็นรูปร่างค่ะ

ความถนัดในการใช้เวทมนตร์จะขึ้นอยู่กับพื้นฐานของพลังจิต (เหมือนว่าลักษณะนิสัยก็มีส่วน) ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น พวกที่อารมณ์เย็น (มาก ๆ ) ก็จะใช้เวทในธาตุเย็นได้ดี เช่น พวกน้ำแข็ง เป็นต้น

อย่างท่านอาจารย์ทอดด์ ลอว์ อาจารย์สุด love ของจขบ. เอ๊ย...ของเคลทีนอร์ท ท่านจะเป็นพวกออกแนวซ่า ๆ หน่อย ปากร้ายใจดี อารมณ์จะแปรปรวน ที่ฮาที่สุดคือท่านชอบประชดประชันศิษย์รักอยู่ตลอดเวลา เพราะแค้นที่เรียนอยู่ได้ไม่นาน ก็หนีไปอยู่ในราชสำนักแล้ว (แต่เคลท์มันก็เก่งแล้วนะ) ท่านอาจารย์ทอดด์มีพื้นฐานเป็นธาตุลม แต่ธาตุอื่นก็ใช้ได้ดี ทั้งน้ำ น้ำแข็ง ไฟ ฯลฯ แถมดูเหมือนจะใช้มนตร์อสูร (summoning) ได้หน้าตาเฉย สรุปว่าเก่งหมดทุกอย่างนั่นเอง แต่จขบ.ว่าเรื่องที่ท่านถนัดที่สุด คือ แกล้งลูกศิษย์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่านมายอมมาช่วยเคลท์แก้ปัญหาเรื่องหาวิธีทดสอบเด็กที่จะสอบเข้าหอเวท แถมได้โอกาสแกล้งศิษย์รักไปด้วยในตัว จขบ.อ่านแล้วเทคะแนนนิยมให้ท่านอาจารย์ไปเพียบ เรียกได้ว่า สำหรับจขบ.แล้ว ท่านอาจารย์นี่ละค่ะ คนขโมยซีนพระเอก

พูดถึงอาจารย์พระเอกเยอะแล้ว ขอพูดถึงพระเอกบ้างค่ะ เนื่องจากว่าเคลท์มันไปหลงรักคนที่สูงเกินกว่าจะเอื้อมถึง มันก็เลยไม่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้ ต้องเก็บความรักซ่อนไว้ตลอดเวลา ทำให้เวทมนตร์ที่เคลท์ถนัดเลยกลายเป็นน้ำแข็ง เพราะความที่อยากจะแช่แข็งความรู้สึกตัวเอง (ยกมาจากสำนวนคนเขียน) และนอกจากนั้นอีกอย่างหนึ่งที่เคลท์ถนัดก็คือ สายฟ้า เนื่องมาจากการเคลื่อนตัวของอารมณ์รุนแรงของตัวเอง ก็เลยปะทุออกมาเป็นเหมือนสายฟ้านั่นเอง (กรี๊ด หลักการเท่มากเลยค่ะ )

ส่วนในด้านเนื้อเรื่องสำหรับจขบ.แล้วเรื่องนี้เป็นแฟนตาซีโรแมนติกที่รสชาติกลมกล่อมดีค่ะ ไม่หวานจัดจนเกินไป แล้วก็มีหลากหลายรสมาก ทั้งรัก ความผูกพัน การเมือง บู๊ ความขัดแย้ง ด้านมืดของมนุษย์ และอีกรสที่ผู้เขียนอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่จขบ. ชอบคือมี ขำ ! แทรกอยู่หน่อย ๆ

ตัวละครแต่ละตัวดูมีบุคลิกและปมขัดแย้งเป็นของตัวเองดีค่ะ อ่านดูแล้วรู้สึกว่าแต่ละคนก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง แล้วแต่ว่าใครจะเลือกวิถืทางไหนเท่านั้นเอง โดยรวมจขบ.ก็รู้สึกว่าการตัดสินใจของแต่ละคนมันดูเป็นเหตุเป็นผลดี แล้วก็ดูเป็นธรรมชาติของมนุษย์มาก ที่จะมีทั้งอารมณ์เข้มแข็งและอ่อนแอ แล้วก็ด้านที่ดีกับด้านที่หลงผิดค่ะ

นอกจากนั้นที่นึกไม่ถึง คือ ความเปลี่ยนแปลงของตัวละครตัวหนึ่งค่ะ ในความคิดจขบ. มันเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นและอารมณ์หม่นให้เรื่องนี้มาก รู้สึกว่าเนื้อเรื่องจริงจังและลึกซึ้งขึ้นมากเลย ถ้าขาดตรงนี้ไปเรื่องนี้ก็คงเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ที่สำคัญมันเลยกลายเป็นคติสอนใจในเรื่องด้วย อ่านแล้วสงสารคนคนนี้เหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าเคลท์มันก็เป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงของคน ๆ นี้อยู่หน่อย ๆ

นอกจากนี้ ขอไม่เล่าดีกว่า เดี๋ยวจะสปอยล์

เพิ่มเติม --- พระเอกเรื่องนี้น่าสงสารมาก เพราะกว่าจขบ.จะรู้ตัวว่าชอบมันเหมือนกัน ก็จนอ่านอีกเป็นรอบที่สองถึงพึ่งเล็งเห็นว่า เคลท์มันก็น่ารักดี เนื่องจากตอนอ่านรอบแรกโดนท่านอาจารย์ทอดด์ขโมยซีน แย่งความสนใจไป (จขบ. โอจิคอนกำเริบนิดหน่อย )

อื่น ๆ -------- ขออนุญาตโฆษณาค่ะ "คาซี" ผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่ก็คือ ฯคีตกาล หรือคุณฯคี นั่นเอง

ผลงานอื่น ๆ ในซีรีส์เดียวกัน-- คือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกแฟนตาซีใบเดียวกัน แต่คนละทวีปค่ะ เท่าที่พิมพ์ออกมาแล้วตอนนี้ก็ได้แก่

- Merchant ปีกแห่งคารูด (สนพ. บงกช)
- ลิเวีย (สนพ. สถาพร)
- คีตธร (สนพ. สถาพร)
- Cursed Heart...วังวนแห่งมนตรา (สนพ. แจ่มใส)

แนะนำว่า -- ใครชอบดราม่าให้อ่าน คีตธรกับลิเวียค่ะ ใครชอบพระเอกกวน ๆ ก็ต้อง ปีกแห่งคารูด ใครชอบหวาน ๆ หน่อย(แต่ก็มีเลือดอยู่เหมือนกัน) ก็ วังวนฯ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็... อ่านทุกเรื่องไปเลยค่ะ


ป.ล. ขอฝากถึงผู้เขียนค่ะ ----- อยากให้พี่กกเขียนแฟนตาซีแนวบู๊ล้างผลาญ ตีกันโครม ๆ จัง ประเภทสงครามมหาเวทอะไรทำนองนี้ คงจะสนุกแน่เลย (พิจารณาจากทฤษฎีเวทมนตร์ของเรื่องนี้ 555)

ป.ล. 2 --- แง ๆ พี่กกวางยา ตอนนี้เป็นแฟนตาซีโฮลิกแล้ว ไล่ล่าหาแฟนตาซีอ่านจะแย่แล้ว (ที่แย่ยิ่งกว่าคือที่หาได้บางทีก็ไม่ถูกจริตอีก เวรกรรม...)




 

Create Date : 18 มกราคม 2551    
Last Update : 18 มกราคม 2551 12:33:27 น.
Counter : 350 Pageviews.  

ลุยอุตลุดไปกับชุดอวกาศ : Have Space Suit - Will Travel




เขียน : Robert A. Heinlein
แปลโดย ดร.ยรรยง เต็งอำนวย
พิมพ์ที่ เอเอสเค มีเดีย
พิมพ์ปี 2549
269 หน้า
ราคา 219 บาท

แนะนำ
กลับมาอีกครั้งกับผลงานของแกรนด์มาสเตอร์แห่งวงการหนังสือ Robert A. Heinlein ผู้เขียนจันทราปฏิวัติ (The Moon is a Harsh Mistress) นี่คือเรื่องราวของคิป หนุ่มน้อยผู้อยากไปเหยียบดวงจันทร์ ในยุคที่ฝันจะเป็นจริงได้ ก็ต้องจ่ายแพงหูฉี่ แต่แล้วโชคชะตาก็จับพลัดจับผลูให้คิปได้มาพบกับ พีวี เด็กสาวผู้มากับจานบินพร้อมด้วยเรื่องราววุ่นๆ ให้ลุ้นกันอีกเพียบ ติดตามการผจญภัยทะลุจักรวาลของยายตัวร้ายกับนายชุดอวกาศได้ใน ลุยอุตลุดไปกับชุดอวกาศ

ข้อมูลจากเว็บ thaispecial.com
และเว็บ เอเอสเคมีเดีย

----------------------------------------------------------------------------

มาถึงไซไฟเรื่องล่าสุดที่ได้อ่านบ้างค่ะ ปกติจขบ.จะเกิดอารมณ์อยากอ่านไซไฟขึ้นมาเป็นพัก ๆ และพักนี้ก็เลยได้ทำความรู้จักกับเรื่องนี้ จขบ.ไม่เคยอ่านจันทราปฏิวัติมาก่อน ก็เลยอ่านเรื่องนี้แบบไม่คิดอะไร ดูจากปก+แนะนำก็คิดว่าคงเป็นไซไฟที่ไม่หนักเท่าไร

แต่ปรากฏว่าผิดดาดนิดหน่อยค่ะ คือ เรื่องนี้เป็น Hard Sci-fi การเดินเรื่องไม่หนักมากหรอกค่ะ แต่รายละเอียดทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องละเอียดมากจนจขบ.ทึ่งไปเลย

เรื่องมันเริ่มจากคิป หนุ่มน้อยที่ด฿เหมือนจะธรรมดาค่ะ แต่ไม่ธรรมดา เพราะเขาบังเอิญมีป๊ะป๋าที่ดูภายนอกก็เหมือนจะธรรมดาเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วป๊ะป๋าไม่ธรรมดาเลย

คุณป๋าเลี้ยงคิปแบบให้อิสระเต็มที่ อยากได้อะไรก็ให้ค่ะ แต่ต้องไปทำงานเก็บเงินเอาเอง และที่ทำเอาจขบ.ทึ่งที่สุดก็คือ คุณป๋าเอาหนังสือทั้งหมดที่คิปต้องเรียนตามหลักสูตรม.ปลายของที่ร.ร. มานั่งอ่าน หลังจากที่ได้รู้หัวข้อการบ้านของลูก สิ่งที่คิปต้องเรียนใน 3 ปี คุณป๋าอ่านจบในหนึ่งอาทิตย์ (ขอทีนึงค่ะ)

หลังจากนั้นคุณป๋าก็วิเคราะห์หลักสูตร และคุยเปิดอกกับคิปว่า หากหลักสูตรมันเป็นอย่างนี้ (เท่าที่อ่านดูเข้าใจว่ามันไม่เน้นวิชาการเอาเสียเลย) คิปจะไม่มีความรู้พอที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริการได้แน่นอน (พวก MIT อะไรทำนองนั้น) แล้วคุณป๋าก็มอบหนังสือแนว ๆ วิศวกรรมเบื้องต้น ไฟฟ้า ฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ ให้ลูกอ่านค่ะ (แต่ไม่ได้บังคับนะคะ)

ผลออกมา มันยากในตอนแรกสำหรับคิป แต่หลังจากนั้น มันก็เริ่มง่ายขึ้น และทำให้คิปมีความรู้ และโตเป็นผู้ใหญ่ รวมทั้งมีสติมากกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกันค่ะ กิจกรรมยามว่างของคิปเลยกลายเป็นพวกซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ทดลองต่อวงจรสารพัด แทนที่จะเป็นประเภทเที่ยว+หลีหญิงแบบวัยรุ่นทั่วไปค่ะ จขบ.ปลาบปลื้มทั้งคิปทั้งวิธีเลี้ยงลูกของคุณป๋ามาก

หลังจากนั้น คิปก็เริ่มคิดว่าอนาคตจะทำอะไรค่ะ ปรากฏว่าอย่างแรกที่อยากทำคือ แน่นอนเรียนมหาวิทยาลัย แต่คิปก็รู้สึกว่าที่บ้านอาจจะไม่มีเงินพอ (เนื่องจากพ่อไม่เคยฟุ่มเฟือยให้เห็น) ก็เลยไปทำงานพิเศษ และในตอนนั้นเขาก็พบว่ามีอีกเรื่องที่อยากทำ นั่นคือ การไปดวงจันทร์ พอบอกพ่อ แน่นอนว่าพ่อก็ไม่ว่าอะไร แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนเงินทุน (ตามเคย)

ในตอนที่กำลังคิดว่าจะหาเงินไปดวงจันทร์ได้ยังไงนั้น เป็นโชคดีของคิปที่มีสบู่ยี่ห้อหนึ่งออกมาจัดชิงโชค รางวัลใหญ่แพ็คเกจทัวร์ดวงจันทร์พอดี กติกาคือเขียนคำขวัญให้สบู่นี้ แล้วส่งชิ้นส่วนไปค่ะ

คิปก็เลยใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยความช่วยเหลือของหลายคนค่ะ ทั้งเจ้าของร้านที่คิปไปทำงานด้วยที่ชื่นชมคิป (ถึงขนาดจะส่งเรียนเภสัช เพื่อมาสืบทอดร้านยาเพราะเขาไม่มีลูก แต่คิปอยากเรียนทางวิศวะเลยได้แต่ขอบคุณ) ก็ช่วยรับสบู่มาขาย และให้คิปดำเนินกลยุทธ์โฆษณาขายสบู่ได้เต็มที่ แถมคิปยังคิดโปรโมชัน ลดราคาแต่ต้องคืนกระดาษห่อ (ที่ต้องเอาไว้ชิงโชคนั่นล่ะค่ะ)

คิปก็ได้ชิ้นส่วนมาเยอะมาก ส่วนคุณป๋าก็ช่วยด้วยการใช้หลักทางสถิติเข้าช่วยในการคิดคำขวัญและคำนวณจำนวนชิ้นส่วนที่ต้องหาเบื้องต้น (อ่านแล้วอึ้ง)

สุดท้าย คำขวัญที่คิปส่งไปก็ได้รางวัลชนะเลิศค่ะ แต่เขาไม่ได้รางวัลเพราะมีคนส่งไปซ้ำกันหลายคน เลยตัดสินให้คนแรกที่ส่งไป ได้รางวัลใหญ่ ส่วนคิปและคนอื่น ๆ ได้รางวัลปลอบใจ คิปก็เลยได้ชุดอวกาศมาค่ะ

คิปจะแลกชุดอวกาศรุ่นเก่าที่ได้มากับเงินรางวัล แต่ก็เปลี่ยนใจมาซ่อมมันจนมันใช้ได้เหมือนของจริงแทน จนเจ้าชุดอวกาศนี่เองที่ทำให้เขาได้พบกับพีวี และเรื่องราวใหญ่โตเกินกว่าที่เขาจะคาดถึง

-----------------------------------------------------------------------------

ความรู้สึกหลังจากที่ได้อ่าน

คิปมันเก่งมากกกก แล้วก็เป็นเด็กดี อ่านแล้วปลื้ม ปลื้มคุณป๋าที่เลี้ยงคิปน่ะค่ะ(โอจิค่อนกำเริบอีกแล้ว)

เรื่องนี้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์แทรกอยู่ตลอดเวลา จนมันจะกลายเป็น hard sci-fi แล้ว แต่เหตุการณ์การดำเนินเรื่องจะออกเป็นแนวผจญภัย การคลี่คลายปัญหาก็ดูจะเหมือนเหตุการณ์พาไป ทำนองว่ามีคนช่วย เพราะไปช่วยเขาไว้ อะไรแบบนี้ค่ะ คงเพราะผู้เขียนเขียนเรื่องนี้โดยเน้นให้เป็นหนึ่งในซีรีส์สำหรับเยาวชน ก็เลยลุ้นพอประมาณ ไม่มากเท่าไหร่ แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าประเด็นของเรื่องนี้อยู่ที่คล้าย ๆ จะสอนเด็ก ๆ ว่าให้เตรียมตัวให้มีความรู้พร้อมไว้เสมอและให้เป็นเด็กดี (แล้วจะมีคนมาช่วย) มากกว่าค่ะ

แต่โดยรวมก็ประทับใจค่ะ ว่านี่ขนาดเขียนให้เด็กอ่านนะนี่ จนทำให้อยากอ่านเรื่องอื่น ๆ ในซีรีส์บ้าง อ่านชื่อเรื่องดูก็มีน่าสนใจอย่างเช่น Space Cadet เป็นต้นค่ะ

อยากให้เมืองไทยมี sci-fi ให้อ่านเยอะ ๆ บ้างจัง




 

Create Date : 11 มกราคม 2551    
Last Update : 11 มกราคม 2551 12:58:52 น.
Counter : 255 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

จินตานุภาพ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Imagination is more important than knowledge
Friends' blogs
[Add จินตานุภาพ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.