Group Blog
 
All blogs
 
จะถือหุ้นเล็กในบริษัทใหญ่หรือถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเล็กดี? (กลยุทธ์)



เป็นอีกคำถามหนึ่งที่อาจมีคนถามบ่อย และก็มักมีความคิดเห็นและเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป แม้อาจดูคล้ายคำถามเรื่องหัวหมากับหางสิงห์เมื่อคราวก่อน แต่หากพิจารณาให้ดีก็จะพบว่ามีความแตกต่างกันในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านรายได้ และความเสี่ยง เพราะการเป็นพนักงานประจำนั้น ความเสี่ยงจะมีน้อย การได้ลองเป็นหัวสิงห์ที่มีโอกาสในการควบคุมโชคชะตาของตัวเองจึงสำคัญ และการเป็นหางสิงห์จึงอาจมีโอกาสเติบโตน้อยกว่า

ในขณะที่การนำเงินไปลงทุนในบริษัท จะมีโอกาสได้เงินคืนรวมทั้งผลกำไรมากกว่า การนำไปลงทุนในบริษัทเล็ก(โดยเฉพาะที่กำลังจะเริ่มต้น) สองเรื่องนี้แม้ดูคล้ายจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แต่แน่นอนว่า คำตอบต่อคำถามเราสมควรจะเลือกลงทุนในบริษัทไหนดี ที่เป็นคำตอบสำเร็จรูปที่แน่นอนตายตัวนั้นคงไม่มี เพราะบริษัทแต่ละบริษัทก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป โอกาสเจริญเติบโตก้าวหน้าก็ต้องวิเคราะห์กันเป็นกรณีๆ ไป

และเมื่อเราจะเริ่มจากมุมมองเป็นกลยุทธ์แบบกว้างๆ ก่อน ก็ต้องบอกว่าโดยหลักของธุรกิจนั้น ยิ่งมีความแข็งแกร่งมาก บริษัทนั้นยิ่งได้เปรียบและโอกาสล้มเหลวน้อย และบางทีโอกาสทำกำไรก็จะมากกว่าบริษัทเล็กเสียอีก เพราะการทำธุรกิจคือการแข่งขัน และผู้ที่แข็งแรงย่อมได้เปรียบผู้ที่อ่อนแอ

ฉะนั้น ถ้าเรามีเงินอยู่จำนวนหนึ่งและอยากนำเงินนั้นไปลงทุนทำธุรกิจ โดยมีสองบริษัทในธุรกิจเดียวกันให้เลือก ก็อาจตอบโดยกว้างๆ ว่าการนำเงินไปลงทุนในบริษัทที่ใหญ่จะดีกว่า

แต่หากเป็นสองบริษัทที่อยู่ในคนละธุรกิจ ก็อาจต้องพิจารณาสภาพโอกาสในการแข่งขันของบริษัททั้งสองมาพิจารณาประกอบ ซึ่งบางครั้ง บริษัทเล็กที่กำลังเกิดในธุรกิจใหม่ที่มีการแข่งขันน้อยก็อาจมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า

และข้อดีอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ที่มีวิญญาณของการเป็นนักธุรกิจ(แตกต่างจากนักลงทุน) หลายๆ คนชอบก็คือ การได้ควบคุมทิศทางชีวิตและธุรกิจของตนเอง และสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้ผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตนเองหลายคนเลือกที่จะเป็นหุ้นส่วนใหญ่(หรืออาจเป็นเจ้าของคนเดียว)ในบริษัทเล็ก มากกว่าที่จะเป็นเพียงหุ้นเล็กๆ ในบริษัทใหญ่อย่างบริษัทมหาชน

เมื่อมามองแบบผสมผสาน และนำข้อดีสองอย่างมาบวกกัน ผมคิดว่าผู้ที่มีเงินเย็นอยู่และสนใจจะเริ่มทำธุรกิจ สมควรนำเงินนั้นไปลงทุนในบริษัทใหญ่(เป็นหุ้นเล็กก่อน) แม้ว่าบริษัทนั้นอาจไม่ได้ใหญ่ขนาดบริษัทมหาชน เพื่อทำให้ตนเองมีฐานที่มั่น(มีรายได้) ที่แน่นอนก่อน ปลอดภัยไว้ก่อน รวมทั้งอาจเป็นที่ๆ คุณสามารถจะได้เข้าไปศึกษาวิธีการทำธุรกิจให้เชี่ยวชาญมากขึ้นเสียก่อน จนเมื่อพร้อมและอยากทำกิจการของตัวเองอีกสักธุรกิจหนึ่ง จึงค่อยนำผลกำไรจากธุรกิจแรกหรือเงินทุนที่ยังพอมีเหลือมาริเริ่มกิจการเล็กๆ ที่ผ่านการพิจารณาแล้วว่ามีศักยภาพในการแข่งขันได้อีกทีหนึ่ง ก็จะลดความเสี่ยงไปได้มาก

นี่เป็นเพียงคำแนะนำจากแนวคิดส่วนตัวในเชิงกลยุทธ์ของผม แม้ผมจะไม่ได้เริ่มธุรกิจด้วยเส้นทางแบบนั้น แต่มาในวันนี้ที่ผ่านประสบการณ์มาบ้าง ผ่านการเรียนรู้เรื่องกลยุทธ์เกี่ยวกับธุรกิจมาอีกพอสมควร จึงคิดว่าเส้นทางแบบนี้น่าจะดีที่สุด

จากสองบทความที่ผ่านมา คุณจะพบว่า การคิดเป็นกลยุทธ์จะเป็นการคิดแบบผสมผสาน ที่ไม่ใช่การเดินเป็นเส้นตรง แต่เป็นการเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของเราในขณะนั้น และมีการวางแผนเป็นขั้นตอน เช่น เมื่อบรรลุแผนที่ 1 แล้ว จะต่อด้วยแผนที่ 2 และ 3 อย่างไร หรือหากเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามแผนจะแก้ไขอย่างไร การคิดเป็นกลยุทธ์จึงเป็นการคิดแบบมองเป็นช๊อตๆ เหมือนในเกมหมากรุก หมากล้อม หรือกระทั่งเกมสนุกเกอร์ แม้ว่าการพลาดพลั้ง 1 หมากอาจทำให้ต้องวางแผนใหม่เกือบทั้งหมด แต่ถ้าสำเร็จ การคิดเป็นแผนจะทำให้หมากต่อไปง่ายขึ้นมาก เพราะทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อ หรืออาจเหมือนกับการวางแผนทิศทางของลูกสนุกเกอร์ให้ไปอยู่ในจุดที่ง่ายต่อการทำแต้มในช๊อตต่อไปมากที่สุด การคิดเป็นแผนและเป็นกลยุทธ์จึงทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ แต่ก็ต้องบวกกับฝีมือในการทำให้แต่ละช๊อตสำเร็จลุล่วงด้วยนะครับ




Create Date : 30 เมษายน 2551
Last Update : 16 กรกฎาคม 2552 17:45:47 น. 3 comments
Counter : 2275 Pageviews.

 
กำลังศึกษาการเล่นหุ้นอยู่พอดีเลยคะ
กะจะเล่นหุ้นในต่างแดน


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:9:41:44 น.  

 
ถ้ามุ่งในทางเล่นหุ้น อาจมีปัจจัยย่อยต่างออกไปนะครับ เช่น ดูนโยบายการจ่ายเงินปันผล หรือบริษัทชอบลงทุนแบบสร้างหนี้เพิ่มหรือไม่

ลองหาอ่านแนวทางของ วอเรน บัฟเฟตดูครับ น่าจะได้แนวทางและประโยชน์มากๆ

อนาคตก็คิดจะเล่นหุ้นเหมือนกันครับ แต่ตอนนี้ต้องทำอย่างอื่นก่อน และก็ศึกษาไปเรื่อยๆ อยู่ครับ


โดย: Jimmy Walker วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:00:21 น.  

 
เยียมครับ กำลังประสบปัญหาแบบนี้อยู่พอดีครับ


โดย: แกะแดง IP: 58.8.230.238 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:02:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Jimmy Walker
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




จากทักษะของการเป็นนักคิด นักวิเคราะห์ บวกกับความสนใจใน"กระบวนการ"และ"ปัจจัย"ที่ก่อให้เกิดเป็นความสำเร็จ ที่ทำให้ผมศึกษาและวิเคราะห์กรณีศึกษาเกี่ยวกับความสำเร็จและความล้มเหลวจำนวนมาก จนเชี่ยวชาญในองค์ความรู้พอที่จะขอเรียกตัวเองว่า "ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งความสำเร็จ"
Friends' blogs
[Add Jimmy Walker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.