ไทยๆ ในโลกล้วนอนิจจัง : ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ






ไทยๆ ในโลกล้วนอนิจจัง


ผู้เขียน ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ


ISBN 978-616-298-360-3 ฉบับปก สำนักพิมพ์แซลมอน. พิมพ์ครั้งที่ 1. 2560.

จำนวน 208 หน้า ราคา 210 บาท


---------------------------------------------------------------------------------

“...ความเป็นไทยบางครั้งจึงอาจจะไม่ต้องมีรากที่มาลึกซึ้งอะไรก็ได้

แค่ชนชั้นนำเคยประดิษฐ์อะไรขึ้นมาใช้กันเก๋ๆ ไม่กี่คน

แล้วคนมีอำนาจไปประกาศบังคับให้คนทั้งประเทศใช้ตามก็เป็นอันใช้ได้แล้วนะครับ

เพราะในยุคจอมพล ป. ก็ยังมีการประดิษฐ์คำทักทายจำพวก อรุณสวัสดิ์ ราตรีสวัสดิ์

ซึ่งก็เอามาจากคำทักทายจำพวก

Good Morning หรือ Good Night ในภาษาอังกฤษ...”

- ไทยๆ ในโลกล้วนอนิจจัง

---------------------------------------------------------------------------------


“25 ความเรียงชวนตั้งคำถามถึงสารพัดสิ่งไทยๆ ผ่านมุมมองประวัติศาสตร์ โบราณคดี และอื่นๆ แบบแก่นๆ อย่างถึงแก่น” คำโปรยปกหลังหนังสือ ไทยๆ ในโลกล้วนอนิจจัง นอกจากช่วยสรุปเนื้อหาของหนังสือทั้งเล่มได้อย่างเข้าใจง่ายแล้ว ยังเชื้อชวนให้ผมอยากหยิบขึ้นมาอ่านมากๆ ซึ่งผมก็ไม่รอช้า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 ช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา ผมเลยสอยจากบูธแซลมอนมาอ่านเสียเลย พร้อมทั้งขอการันตีหลังอ่านจบแล้วว่า สนุกจริงๆ และได้สาระความรู้มากมาย ทั้งแบบที่ชวนทึ่ง ชวนว้าว และชวนขมวดคิ้วให้ต้องตามไปหาข้อมูลเพิ่มเติม 

หนังสือความเรียงเล่มนี้ เป็นงานเขียนกึ่งสารคดี กึ่งงานค้นคว้าเชิงวิเคราะห์-สังเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ซึ่งถูกนำมาตีแผ่และร้อยเรียงขึ้น เพื่อตั้งคำถามกับ “ความเป็นไทย” ที่สังคมไทยและคนไทยส่วนใหญ่ มักเข้าใจว่าเป็นของคนไทยมาแต่เก่าก่อน เป็นของไทยแท้ๆ ห้ามใครลอกเลียนแบบ หรือต้องแบบนี้สิ ไทยแท้แน่นอน หรือมีหนึ่งเดียวในวัฒนธรรมไทยเท่านั้น 

หากใครเคยเชื่อมั่นในความเป็นไทยทำนองนี้ ผมชวนให้ลองนึกถึงอะไรก็ได้ ที่คุณรู้สึกว่านี่แหละ “ความเป็นไทย” จากนั้นก็ลองเปิดเข้าไปอ่านในหนังสือเล่มนี้กัน แล้วคุณจะสัมผัสได้ทันทีถึงคำว่า ไทยๆ ในโลกล้วนอนิจจัง เพราะบางสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นของไทยแท้ๆ มันไม่เที่ยงแท้จริงๆ ครับ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ให้เราคนไทยเลิกภูมิใจกับความเป็นไทยในแบบที่เราเชื่อนะครับ เพียงแต่เราต้องภูมิใจอย่างเข้าใจด้วยว่า วัฒนธรรมความเป็นไทยของเรานั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาโดดๆ เดี่ยวๆ แต่ความเป็นไทยเกิดจากการผสมผสานสิ่งละอันพันละน้อย จากหลากหลายวัฒนธรรมรอบๆ ตัวเรา รวมทั้งจากตัวเราเองด้วย

ดังนั้น หากคุณเริ่มเปิดอ่านหนังสือเล่มนี้ คุณต้องเปิดใจให้กว้างด้วยนะ เพราะเนื้อหาบางส่วนเป็นการเขียนเชิงเสียดสีและตั้งคำถามกับสังคมไทย ซึ่งผมมองในแง่ดีว่า สามารถทำให้ผู้อ่านฉุกคิดได้เหมือนกัน

ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ผู้เขียนสามารถนำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี มาเล่าได้สนุกและเข้าใจง่ายมาก ทำให้เห็นภาพที่มาที่ไปของความเป็นไทยได้ชัดเจน แถมยังใช้สำนวนสนุก แก่นๆ มีความร่วมสมัย แต่ก็พาเราไปรู้จักความเป็นไทยแบบถึงแก่นจริงๆ ซึ่งผมคิดว่าสามารถนำไปใช้อ้างอิงในงานศึกษาทางวิชาการได้เลย

ผมโม้คอนเซ็ปต์เล่มมาตั้งนาน ยังไม่ได้เล่าเนื้อหาในเล่มให้ฟังเลย ก็ขอสารภาพครับว่า ไม่รู้จะหยิบส่วนไหนมารีวิวให้ฟังดี เพราะเนื้อหาแบ่งเป็นความเรียง 25 ตอน แต่ละตอนน่าติดตาม น่ารู้ด้วยกันทั้งนั้น เอาเป็นว่าผมจะยกชื่อตอนมาให้ดู พร้อมทั้งอธิบายสั้นๆ ประกอบก็แล้วกันนะครับ ตัวอย่างเช่น...

‘ยิ้มสยาม’ คือยิ้มให้ใคร แล้ว ‘สวัสดี’ คือคำเก่าไทย หรือว่าใครเพิ่งประดิษฐ์

ตอนนี้จะพาเราไปทำความรู้จักถึงที่มาของวลี “ยิ้มสยาม” ที่คนไทยเราใช้เคลมเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาเป็นเวลานาน รวมทั้งที่มาของคำทักทายประจำชาติว่า “สวัสดี” ใครจะรู้ว่าเดิมทีมีคนตั้งขึ้นมาพูดกันเฉพาะกลุ่ม ในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จะ ‘กะหรี่’ จะ ‘ดอกทอง’ ก็ไม่ไทย แล้วทำไมต้องใช้เป็นคำด่า ?

ผมเคยได้ยินประวัติที่มาของคำว่า กะหรี่ กับ ดอกทอง ในหลากหลายสำนวน หลากหลายความเชื่อมาก จนรู้สึกสับสน ไม่รู้อันไหนจริง อันไหนเท็จ ความเรียงตอนนี้เลยเป็นคำอธิบายที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือที่สุด แถมผู้เขียนยังชวนตั้งคำถามอีกว่า สองคำนี้ไม่ใช่ "คำไทแท้" แน่ๆ แล้วทำไมถึงเอามาใช้ด่ากัน

พระสวดงานศพไทย ใครว่าพุทธ ?

นี่เป็นอีกหนึ่งตอน ที่ผมอ่านแล้วรู้สึก Amazing Thailand เพราะผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า การสวดศพในบ้านเราที่คิดว่าเป็นธรรมเนียมพุทธเถรวาท ซึ่งรับมาจากอินเดีย ความจริงแล้วในอินเดียเขาไม่มีสวดศพกันนะครับ พิธีกรรมนี้คนถิ่นไทยเรา Mix and Match ขึ้นมาเอง เรื่องนี้ต้องตามไปอ่านในเล่มครับ

ชุดประจำชาติ ‘นางสาวไทย’ กกกอดต้นกำเนิดไว้ เหมือนประกวดครั้งแรกเมื่อกว่าแปดสิบปีก่อน

สำหรับตอนนี้ ผมชอบท่อนที่เขียนว่า “นางสาวสยามยังเป็นตัวแทน หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ของรัฐธรรมนูญ และระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยของคณะราษฎรอีกด้วย” เนื้อความท่อนนี้ ทำให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์แรกเริ่มของการประกวดนางสาวสยาม ในยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 แต่ความเป็นไทยที่ผู้เขียนเล่าไว้ในตอนนี้ คือ เรื่องของชุดไทย และชุดต่างๆ ที่สาวงามใส่ขึ้นประกวด จนถึงชุดประจำชาติไทยที่เรานำไปอวดฝรั่งต่างชาติ ทำนองว่า ชุดประจำชาติของไทยมักจะอิงกับความเป็นหญิงไทยที่นุ่งผ้าจีบห่มสไบ แต่วิวัฒนาการของชุดประกวดนางสาวสยามในไทยมักอิงกับความเป็นสากล ตามความเข้าใจของผมคิดว่า ผู้เขียนคงอยากจะบอกกรายๆ ว่า ความเป็นไทยนั้น แท้จริงอาจมีไว้อวดคนต่างชาติ มากกว่าเน้นประโยชน์ในการอวดกันเองก็ได้นะครับ เรื่องนี้ก็ทิ้งไว้ให้คิดกันต่อไป 

มีพิมพ์คลาดเคลื่อนนิดหน่อย หน้า 189 ว่า "...ในปี พ.ศ.2407 (ควรแก้ไขเป็น พ.ศ.2507) สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ ได้เปลี่ยนชื่อการประกวดนี้เป็นการประกวด ‘นางสาวไทย’..."


ไทยๆ ในโลกล้วนอนิจจัง รวบรวมจากข้อเขียนที่เคยลงในคอลัมน์ประจำสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER เลยคิดว่าในอนาคตน่าจะมีรวมเล่มอื่นๆ ตามมาอีก ไว้มารอติดตามกันครับ ใครที่ชอบงานเขียนแนวค้นคว้าประวัติความเป็นมา ประวัติศาสตร์ หรือเกร็ดความรู้รอบตัวสนุกๆ ผมว่าเล่มนี้น่าจะโดนใจ 

ปล. อยากให้สำนักพิมพ์เคลือบ Spot UV บนปกหนังสือมากๆ เนื่องจากปกใช้กระดาษเนื้อพิเศษในการพิมพ์ ยอมรับว่าผมชอบเนื้อสัมผัสของปกมากครับ แต่เพราะยังไม่ได้เอาไปห่อปกพลาสติกใส พอจับอ่านไปอ่านมา สีแดงบนปกหลุดลอกเห็นเนื้อกระดาษขาวเสียแล้ว (เจ็บปวดเลย) สำหรับนักสะสม...ถ้าซื้อมาต้องห่อปกหนังสือทันทีครับ ไม่งั้นลอกแน่ๆ ครับ


Jim-793009 

24 : 05 : 2017




Create Date : 24 เมษายน 2560
Last Update : 25 เมษายน 2560 9:30:05 น.
Counter : 262 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณkunaom

  
เป็นหนังสือที่น่าอ่านจังค่ะ มีเรื่องน่าสนใจที่เราเป็นคนไทยก็ยังไม่รู้เลย

ปล. ปก cover ของบล็อกสวยมากค่าา
โดย: kunaom วันที่: 28 เมษายน 2560 เวลา:15:55:57 น.
  
คุณ kunaom --- เป็นเกร็ดความรู้ที่อ่านสนุกจริงๆ ครับ อยากให้ลองนะครับ 555

ปกบล็อกภาพนี้โดนใจมากครับ ^^ รักหนังเรื่อง TITANIC มากเลย

ขอบคุณสำหรับโหวตด้วยนะครับ
โดย: Jim-793009 วันที่: 28 เมษายน 2560 เวลา:16:12:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Jim-793009
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



"เขียน" ถ้าสิ่งนั้นคือความสุขอย่างแรกที่เรามองเห็นและนึกถึง ^_^

วรรณกรรมจึงงามกว่าเพชร คมกว่าดาบ เป็นโอสถอันประเสริฐยิ่งของชาวโลก
- กฤษณา อโศกสิน

"หนังสือบางเล่มผมไม่ได้อ่านเพราะชอบหรือไม่ชอบ เมื่อเป็นนิยายรักยอดนิยม ถ้าไม่อ่านก็เสียโอกาสทำความเข้าใจคนอื่น...ดีสำหรับผม ไม่ได้หมายความว่าคุณอ่านแล้วจะเข้าใจ หรือชอบในระดับเดียวกัน"
- ประชาคม ลุนาชัย [ร้านหนังสือที่มีแต่นิยายรัก]

"...สำหรับนักอ่าน หนึ่งในการค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิต คือการพบว่าตัวเองเป็นนักอ่าน ไม่ใช่แค่อ่านออก แต่ตกหลุมรักมัน ตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ตกหลุมรักหัวปักหัวปำ หนังสือเล่มแรกที่ทำให้เกิดผลเช่นนั้นจะไม่มีวันถูกลืม..."
- Finders Keepers, Stephen King
New Comments