เที่ยวสุขใจสไตล์เก๋ๆ
Group Blog
 
All Blogs
 

สาวๆ ไปทะเล ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง (หนุ่มๆ ก็อ่านได้นะ)


สาวๆ ที่ชอบทะเลแต่เดี๋ยวก่อนมาดูกันดีกว่าว่าก่อนไปทะเลควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างให้ก่อนไปก็สวยตอนอยู่ทะเลก็สวย กลับมาก็ยังสวยอยู่



ครีมกันแดด สิ่งแรกเลยที่ขาดไม่ไดคือครีมกันแดด อย่างที่รู้ๆ การไปเที่ยวทะเลสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็คือแดดก็อยากท้าแดด ท้าลม ทะเลนี่นาทำไงได้ จะกลัวอะไรก็เรามีตัวช่วยปัจจุบันครีมกันแดดมีมากมายหลายยี่ห้อให้เราเลือกใช้ ลองถามพนักงานขายดู เลือกให้ SPFเหมาะสมกับการไปท้าแดดด้วยน๊า



หมวกปีกกว้าง นี่เลยอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องเตรียมไป อัศวินพิทักษ์หน้าสวยของเรา หมวกปีกกว้างหรือทรงอื่นๆ ที่คิดว่าจะช่วยป้องกันแสง UV ที่จะมาปะทะหน้าเราโดยตรงได้



แว่นกันแดด  เพื่อปกป้องดวงตาสวยของคุณแดดแรงออกซะอย่างนั้น จำเป็นอย่างมากที่จะต้องหาแว่นตาเก๋ๆ ซักอัน แต่ขอกรอบกว้างๆหน่อยนะ



ชุดว่ายน้ำตัวเก่ง และกางเกงขาสั้นอย่าบอกนะว่าไปทะเลทั้งทีคุณจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาว ไม่ๆๆ ผิดคอนเซฟท์อย่างแรง ต้องนี่เลย ชุดว่ายน้ำสีสันสดใสจะเป็นวันพีซ หรือ ทูพีซ ก็เลือกเอา ติดกางเกงขาสั้นไปด้วยซักสองสามตัวนะพร้อมโดดลงน้ำเลย



รองเท้าแตะ รองเท้าส้นสูงกับทะเลคงไม่เข้ากันแน่ๆ เตรียมรองเท้าแตะใส่สบายๆ ไปด้วยซักคู่ควรเลือกที่แบบกันน้ำได้นะ เลี่ยงรองเท้าผ้าไปเลย ไม่งั้นเท้าสวยๆของคุณอาจจะอับชื้นได้



เครื่องสำอาง แน่ละต้องเตรียมอยู่แล้วเครื่องสำอางจะไปเดินชุดสวยแต่หน้าซีดได้อย่างไร แต่สาวๆควรเลือกเครื่องสำอางที่กันน้ำได้ด้วยนะจ๊ะ จะได้สวยใส ทั้งก่อนลงน้ำและขึ้นจากน้ำ



กระเป๋าใส่ของ เวลาที่คุณออกไปเล่นน้ำทะเล คงต้องมีข้าวของที่จะเตรียมไปด้วยมากมายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมกระเป๋าใส่ของจุกจิกนี้ไปด้วยจะให้ลากกระเป๋าเดินทางไปด้วยกระไรอยู่ เลือกที่กันได้ก็จะดีมากเลย



กล้องถ่ายรูป เอาไว้เก็บภาพความประทับใจนะจ๊ะใครไม่มีกล้องถ่ายรูปเดี๋ยวนี้มีโทรศัพท์และ applicationที่ทำให้เราถ่ายรูปได้สวยๆ มากมายแต่อย่าลืมซื้อซองกันน้ำใส่ให้โทรศัพท์ด้วยนะจ๊ะ



หนังสือเล่มโปรด เตรียมหนังสือเล่มโปรดไปอ่านด้วยซักเล่ม ฟังเสียงทะเลเสียงคลื่นปล่อยอารมณ์เบาๆ พร้อมอ่านหนังสือเล่มโปรดไปด้วย นาทีนี้คงฟินไม่ใช่น้อย



เพลงโปรด อย่าลืมโหลดเพลงโปรดไปฟังด้วยนะจ๊ะ



บอลชายหายและ ห่วงยาง จะให้นั่งชิลอย่างเดียวทั้งวันมันก็ยังไงอยู่ หากิจกรรมอะไรสนุกๆเล่นดีกว่า เตรียมบอลชายหาดไปเล่นกับเพื่อนๆ ถือว่าได้ออกกำลังไปในตัวด้วยและต้องไม่ลืมที่จะนำห่วงยางไปด้วยนะเล่นห่วงยางกับคลื่นทะเลเป็นอะไรที่สนุกไม่น้อย



คนรู้ใจ  ขาดไม่ได้เลยสิ่งนี้ช่วยเติมเต็มทริปนี้ให้มีความสุขยิ่งขึ้น ใครหาไม่ได้ ก็มองเพื่อนข้างๆเข้าใจตรงกันก็จองตั๋วเครื่องบินไปฟินกันที่ทะเลเลย



** ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก pixabay.com **


------------------------------------------




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 17:58:08 น.
Counter : 258 Pageviews.  

มือใหม่หัดขึ้นเครื่องบิน ฟังทางนี้


ไม่เคยขึ้นเครื่องบินไม่ใช่ล่ะมันไม่ยากอย่างที่คิด

เชื่อว่าหลายๆ คน ที่ยังไม่เคยเดินทางโดยเครื่องบินเหตุผลไม่ใช่มาจากราคาเครื่องตั๋วเครื่องบินที่แพงจนหูฉี่เอื้อมไม่ถึงแต่เหตุผลที่ไม่กล้าจะบอกใคร ก็คือกลัวการขึ้นเครื่องบินใช่มั้ยล่ะคำว่ากลัวขึ้นเครื่องบินนั่นคงไม่ได้หมายถึงกลัวเครื่องตก แต่เป็นเพราะเริ่มตั้งแต่ซื้อตั๋วเลย ฉันจะซื้อยังไง ล่ะ พอได้ตั๋วฉันต้องทำยังไงต่อไปล่ะเขาจะตรวจอะไรฉันบ้าง จะไปติดต่อใคร เดินไปทางไหน ขึ้นเครื่องตรงไหน ต้องเตรียมอะไรไปบ้างแล้วที่เค้าว่าไอ้ของเหลวอะไรอีกนั่น ขึ้นเครื่องแล้วนั่งตรงไหน นั่งทางไหนทำยังไง ลงเครื่องอีกล่ะ โอ้ยยยย สารพันปัญหา

ทำตามวิธีต่อไปนี้แล้วคุณจะหมดปัญหา

1. จองตั๋วเครื่องบิน 

ถ้าการเดินทางนั้นไม่ฉุกละหุกจนเกินไปถึงขั้นต้องเดินทางเดี๋ยวนั้น วันนั้นไม่แนะนำอย่างยิ่งให้ซื้อตั๋วแบบปัจจุบันทันด่วน แน่นอนที่สุด ราคามันแพงถ้าพอมีเวลาได้หายใจหายคอซักนิด แนะนำให้คอยติดตามโปรโมชั่น อย่างที่รู้ๆ หลายๆสายการบิน มีโปรโมชั่นลดราคาตั๋วเครื่องบินมากมาย อย่างเช่น โปรโมชั่น 0 บาท,ลดราคาพิเศษ, ลดครึ่งราคา, ยกเว้นธรรมเนียม แต่ยิ่งถูกก็ยิ่งต้องจองล่วงหน้านานๆหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหวังซะทีเดียว วันธรรมดาๆ เช่น จันทร์ – พฤหัสบดี ก็ยังมีตั๋วราคาน่าคบอยู่อีกมากถ้าแพลนจะไปเที่ยวก็หาวันลาที่เหมาะๆ ซะ เท่านี้ก็จะได้ตั๋วราคาถูกแล้ว



มาพูดถึงวิธีการจองกันบ้าง เดี๋ยวนี้ถ้าคุณมีอินเตอร์เน็ตการจองตั๋วไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปจะจองผ่านทางเว็บไซด์ของสายการบินเอง หรือ ผ่าน application ในมือถือก็ยังได้จองเสร็จจะจ่ายเงินออนไลน์ หรือ ตัดบัตรเครดิต หรือ จ่ายที่ร้านสะดวกซื้อก็ได้เลยที่เหลือก็นั่งนับวันรอเตรียมบิน

คำเตือน : หลังจากที่ได้รายละเอียดการจองแล้วตรวจชื่อ นามสกุล วัน เวลา จุดหมายปลายทางให้ถูกต้อง หากผิดพลาดจะได้แก้ไขได้ทัน



2. ขั้นตอนการเช็คอิน

เอาละได้เวลาเดินทางแล้วขั้นตอนต่อไปคือการนำตั๋วเครื่องบินไปที่เค้าท์เตอร์เช็คอินของแต่ละสายการบินที่คุณทำการจองมา ส่งตั๋วเครื่องบินพร้อมบัตรประชาชนให้พนักงานถ้ามีกระเป๋าที่น้ำหนักเกินก็ให้พนักงานเอาไปชั่งเค้าก็จะเอาไปโหลดให้แต่เดี๋ยวนี้บางสายการบินอำนวยความสะดวกด้วยการนำตู้เช็คอินมาตั้งไว้ให้ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องโหลดกระเป๋าก็ทำการเช็คอินผ่านตู้นี้ได้เลยสะดวกและรวดเร็วไม่ต้องรอคิว เพียงใส่เลข booking no. ลงไป เครื่องก็จะปริ้นท์ Boarding pass ให้คุณเจ้าตัว Boarding pass นี้ก็คือบัตรโดยสารหรือใบผ่านทางเพื่อเข้าประตูที่จะไปรอขึ้นเครื่องนั่นเองตรวจสอบรายละเอียดใน boarding pass ให้เรียบร้อยนะ ชื่อนามสกุล สนามบินปลายทาง แล้วก็จำให้ขึ้นใจ ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) ที่เท่าไหร่ เวลาขึ้นเครื่องตอนไหน พลาดละก้อ ต้องกลับไปขึ้นรถทัวร์กันเลยทีเดียว

3. ขั้นตอนการขึ้นเครื่องบิน

เอาไงดีกลัวละสิก็จริงอยู่มันไม่ง่ายเหมือนการขึ้นรถทัวร์ส่งตั๋วให้ดูแล้วขึ้นไปนั่งแต่ก็ใช่ว่ามันจะยากอะไรขนาดนั้น เอา boarding pass ที่ได้มาพร้อมบัตรประชาชน ส่งให้เจ้าหน้าที่ ตรวจ แต่ไปให้ถูกช่องนะ มันมีในประเทศและนอกประเทศเจ้าหน้าที่ก็ตรวจๆ เท่านั้นก็เป็นอันจบเดินผ่านเข้าไปได้ แต่เดี๋ยวเดินไปซักพักจะมีตรวจอีกรอบ ตอนนี้ตรวจด้วยเครื่องสแกน หาวัตถุระเบิดของผิดกฎหมายอะไรประเภทนี้ เราก็เอากระเป๋า หรือ โลหะที่ติดตัว โทรศัพท์มือถือหรือ นาฬิกา ใส่ในตระกร้าที่พนักงานเตรียมไว้ ของเราก็จะผ่านเข้าเครื่องไปส่วนตัวเราก็เดินไปตรงประตูที่เค้ากำหนดไว้ พนักงานจะเอาเครื่องสแกนมาสแกนตัวเราถ้าไม่มีอะไรผิดปกติก็เดินผ่านไปได้

ตามภาพที่ไฮไลท์ คือ เลข Gate (ประตูขึ้นเครื่อง)และเวลาที่พนักงานจะเรียกไปขึ้นเครื่อง เพราะฉะนั้นจะทำธุรอะไรก็ไปทำให้สำเร็จเสร็จสิ้นจะกิน เข้าห้องน้ำ ก็ทำให้เรียบร้อย แล้วก็เดินไปที่ Gate ตามที่Boarding pass แจ้งไว้



เรายังสามารถดูตารางบินได้จากที่หน้าจอดิจิตอลที่ทางสนามทำไว้ให้ได้อีกด้วย


นี่ๆ ป้ายบอกทางไป Gate ก็มีนะ เดินตามไปกันเลย


จากนั้นก็รอ ร๊อ รอ รอให้พนักงานเรียกไปขึ้นเครื่องส่ง boarding pass และบัตรประชาชนให้พนักงานตรวจ บางไฟลท์ก็ขึ้นผ่านงวงช้างเราก็เดินตามทางไป บางไฟลท์ ก็ต้องเดินออกจาก Gate ไป เพื่อขึ้นรถบัสมารับไปขึ้นเครื่องอีกที อันนี้ไม่ต้องตื่นเต้นพนักงานบอกตลอดอ่ะเดินขึ้นเครื่องเลย



4. เมื่อขึ้นเครื่องบินแล้ว

กระเป๋าที่นำติดตัวมาเราก็นำไปไว้บนช่องวางสัมภาระด้านบนนั่งตามที่นั่งที่ระบุ รัดเข็มขัดให้เรียบร้อยขั้นตอนนี้พนักงานจะมาสาธิตถึงเวลาเครื่องขึ้นเราก็ปิดโทรศัพท์มือถือ รอจนกว่าสัญญาณเตือนจะดับถึงจะเปิดเครื่องได้เพราะสัญญาณอาจไปรบกวนการบิน ขั้นตอนนี้ล่ะตื่นเต้นนักขณะที่เครื่องขึ้นก็จะมีแรงกดอากาศนิดนึงหูอาจจะอื้อก็ไม่ต้องตกใจแก้ไขได้ด้วยการกลืนน้ำลายหรือเคี้ยวหมากฝรั่งต่อจากนั้นเมื่อเครื่องตั้งตรง ใครที่สั่งอาหารไว้ก็กินใครใคร่ซื้อของที่ระลึกซื้อ นั่งแป๊บเดียวเครื่องก็ลงพนักงานแจ้งให้เตรียมตัวอีกครั้ง เครื่องลง ก็ค่อยทยอยกันลงจากเครื่องใครที่มีกระเป๋าที่โหลดไว้ก็ไปรอรับกระเป๋า ใครไม่มีก็เดินออกจากสนามบินได้เลยค่ะ


เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับของเหลวที่จะนำขึ้นเครื่อง

ของเหลว (รวมเจลต่างๆ)แต่ละชิ้นจะต้องบรรจุในภาชนะขนาดไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อให้มีปริมาณเหลือน้อยแต่ถ้าปริมาตรบรรจุเกิน 100 มิลลิลิตรก็เอาขึ้นเครื่องไปไม่ได้

- ของเหลวทั้งหมดรวมกันไม่เกิน 1000 มิลลิลิตร

- ของเหลวทั้งหมดต้องรวมกันใส่ถุงพลาสติกใสโดยต้องนำใส่ถุงพลาสติกแบบZip-Lock ขนาด20 x 20 เซนติเมตร


ไปเจอคลิปการขึ้นเครื่องบินมา เลยเอามาฝากค่ะ 



เท่านี้การขึ้นเครื่องบินก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วแล้วจะรออะไร หาที่เที่ยว ออกเที่ยวไกลๆ ไปเครื่องบินกันดีกว่า จะจองตั๋วก่อนลางานหรือ ลางาน แล้วค่อยไปส่องตั๋วถูกๆ ก็ได้

ขอให้มีความสุขกับการขึ้นเครื่องบินนะคะ


--------------------------------------------




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 17:53:26 น.
Counter : 606 Pageviews.  

“สระน้ำผุด” (กระบี่) ความมหัศจรรย์ที่ซ่อนอยู่


ย้อนรอยไปเมื่อประมาณปีที่แล้วเก๋ไปเที่ยวที่จังหวัดกระบี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของการท่องเที่ยวทะเลที่ไกลออกไปจากทะเลอ่าวไทยอันดามันที่ฉันรอคอย

ทะเลอันดามันที่ว่าสวยมากและประทับใจมากแล้วอีกหนึ่งความประทับใจในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ นั่นคือ สระน้ำผุดเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เคยพบเห็นในชีวิตเลยก็ว่าได้

วันนั้นเราออกเดินทางจากที่พักที่อ่าวนางด้วยมอเตอร์ไซด์ขับออกไปประมาณ 70 กว่ากิโล ได้ แต่ด้วย วิญญาณแว๊นบอย สก๊อยเกิร์ลเข้าสิงทำให้เรามาถึงจนได้ สถานที่นี้เค้าเรียกว่า สระมรกต ตั้งอยู่ที่อ.คลองท่อมจังหวัดกระบี่ มีป้ายบอกทางชัดเจน เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมทั้งของชาวต่างชาติและคนไทย

อ่านไปอ่านมาไหนล่ะสระน้ำผุด ยังๆ ของดีต้องใจเย็นๆด้วยคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจแต่สระมรกต ซึ่งก็ไม่ได้เถียงเลยว่าแค่สระมรกตนั่นก็สวยแล้ว แต่ยังคงมีอีกที่ที่สวยกว่า ขอพูดถึงสระมรกตก่อนแล้วกัน

ที่ด้านหน้าทางขึ้นสระมรกตนั้นแทบจะไม่มีความแตกต่างกับการไปน้ำตกทั่วๆ ไป เลย หลายคนที่เคยไปน้ำตกคงนึกออกเข้าไปสิ่งแรกที่จะเจอคือด่านเก็บเงินค่าเข้าอุทยาน ราคา 20 บาทถ้วนสำหรับคนไทย เที่ยวไทยมันดีแบบนี้นี่เอง


เดินขึ้นเนินไปซักพักจะเจอกับน้ำที่ไหลลงมาตามลำธารแค่น้ำที่ไหลลงมาจากลำธารก็รู้สึกอะเมซิ่งแล้ว น้ำสีเขียวใสแตกต่างจากน้ำตกทั่วไป ลองเอามือจุ่มทำไมมันอุ่นๆหว่า มองย้อนขึ้นไปไม่มีใครฉี่ใช่มะ


เอ้าออกเดินต่อ แวะถ่ายภาพรายทาง


โปรดใส่ใจป้ายบอกทางมองผ่านนางแบบที่ขึ้นอืดไปบ้างก็ได้ มีที่ท่องเที่ยวเยอะเลยค่ะ  เป้าหมายแรก สระมรกต 120 เมตรจิ๊บๆ คนพร้อม น้ำพร้อม ป่ะ ออกเดิน


คือ หรือเป็นธรรมเนียม ไปที่ไหนก็ต้องถ่ายภาพกับป้ายซะหน่อยนะ หรือเป็นสัญลักษณ์ว่านี่อะฮั้นมาถึงแล้วจริงๆ นะไม่ได้โม้

ภาพแรกที่เห็นถัดจากป้าย เจอแล้วสระมรกตเป็นสระน้ำสีเขียวใส มองไปเหมือนสระว่ายน้ำที่คนสร้างขึ้นเลยค่ะ ถ้าไม่มีคนลงไปเล่นก็คิดว่าคงลงเล่นไม่ได้ สีเขียวอมฟ้า ลองเอาเท้าจุ่มน้ำ จะรู้สึกอุ่นสบายๆ แต่วันนั้นไม่ได้ลงเล่นนะคะเดินเข้าไปดูใกล้ พื้นน้ำเป็นหินปูสีขาวค่ะเป็นความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้นจริงๆ เมืองไทยนี่โชคดีนะมีสระว่ายน้ำกลางป่าด้วย


ตอกย้ำความใสให้เห็นกันอีกชัดๆ ซักภาพ น้ำสีเขียวใสสมชื่อ มรกต จริงๆ แต่ระวังลื่นนะคะ คุณสามีแทบจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ซะแล้วเดินดีๆ นะคะ ระวังลื่น


นั่งเล่นกันซักพักก็ออกเดินทางต่อ เป้าหมายต่อไปคือสระน้ำผุด จุดไคล์แม็กซ์ของเรา จริงๆ แล้วเรามาที่นี่เพื่อตั้งใจจะมาสระมรกตตามที่มีคนรีวิวในพันทิปไว้ ไม่ได้รู้จัก สระน้ำผุดมาก่อน ดูระยะทางจากป้ายอันแรกเค้าบอกระยะทาง 866 เมตร ตอนแรกก็ตกลงกันอยู่นานว่า จะเดินไปต่อ หรือไม่ไปดีนั่นมันเกือบ กิโลเลยนะ ยืนมองหน้ากันพักนึง เอาวะไหนๆ ก็ดั้นด้นมาจากกทม.แล้วไปต่ออีก1 กิโลจะเป็นไร ว่าแล้วก็เลี้ยวซ้ายเลยจ้า


แต่..... ทางที่เราเดินไป เอ่อนี่มันเส้นทางเดินป่าชัดๆ มีทางและสะพานเล็กๆ ให้เดินข้ามลำธาร


น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา เข้าถึงธรรมชาติซะจริงๆป้ายบอกทางเริ่มห่างออกไป ห่างออกไป อีกใจเริ่มลังเลว่า จะไปต่อดีมั้ยเราจะหลงหรือไม่ งูจะออกมาต้อนรับเรามั้ย แต่ขายังคงไม่ยอมรับฟังคำสั่งการเดินหน้าต่อไป


ยิ่งเดินลึกเข้าไป ลึกเข้าไป คนยิ่งน้อยลงป่ายิ่งรกทึบขึ้น ไอ้ทางเดิน และสะพานไม่มีแล้ว ห๊า! ไม่มีแล้ว หรือว่าเราหลงทางเดินบางช่วงต้องแหวกกิ่งไม้ไป ซักพักได้ยินเสียง โครม!!! กิ่งไม้หล่นลงมาจ้าดีนะไม่โดนหัวไม่งั้นคงได้นอนแอดมิทกันในป่าแน่ เดินต่อไปซักพั


ในที่สุด..... เราได้เจอสะพานและปลายสะพานนั่น.....นี่มันมหัศจรรย์จริงๆ นะ ขนาดยังเดินไม่ถึง สิ่งที่เรามองเห็นเป็นน้ำสีฟ้าครามที่ปลายสะพานนั่นมาอยู่ในกลางป่าแบบนี้ได้ยังไง บรรยากาศด้านในเป็นป่ารกชื้นอากาศเย็นสบายจนค่อนไปทางหนาว เสียงจักจั่นร้องระงมไปหมดยืนตะลึงซักพักก็เดินตามสะพานนั่นไป


ภาพที่เห็นเมื่อเดินสุดปลายสะพาน อย่างจะร้องว่าโอ้วแม่เจ้า สะพานพระรามเก้า พระรามแปด!!!


ภาพที่เราเห็นข้างหน้าทำให้ลืมสระมรกตที่เพิ่งเห็นผ่านมาซักครู่นี้ที่ว่าสวยและมหัศจรรย์มากแล้วไปชั่วขณะน้ำสีฟ้าครามใสจนเกือบจะเป็นสีน้ำเงิน ใต้พื้นน้ำมีฟองน้ำผุดขึ้นมาเป็นระยะๆไปค้นข้อมูลมาได้ว่า ภายใต้สระน้ำผุดมีรอยแยกของเปลือกโลกความร้อนจากแมกม่าใต้พื้นโลกระเหยมาตามรอยแยกทำให้เกิดขึ้นผุดขึ้นมาตรงจุดนี้จะมีเสียงคนตบมือเป็นระยะๆ เพราะเค้าเชื่อกันว่าถ้าตบมือน้ำจะผุดออกมาเป็นฟอง แอบกระซิบว่าเราก็ตบมือด้วย ตบไปขำไป ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่จริง คงจะเป็นเพราะเหตุผลทางวิทยาศาสตร์อะไรซักอย่างแต่พอกลับมานึก อย่าไปทำเสียงรบกวนระบบนิเวศน์เลยค่ะ อาจทำให้สัตว์ป่าตกใจได้ปล่อยนก และจักจั่นทำหน้าที่ไปเนอะ

เดินมาแปดร้อยกว่าเมตรเห็นภาพนี้แล้วหายเหนื่อยเลยค่ะ ชักภาพคู่กับสระน้ำแสนสวยนี้ซะหน่อย (ทำปากจู๋พร้อมเปล่งเสียงคำว่า อู้หู)


เดินทางกลับพร้อมความประทับใจ คุณผู้ชาย นอนเอกขเนกกลางป่า นางบ่นว่า ไม่อยากกลับเลย เดี๋ยวก็ปล่อยนอนซะที่นี่ซะเลย


บ๊าย บาย สระมรกต ว่างแล้วจะมาหาใหม่น๊า


ระหว่างทางกลับยังไม่เย็นมากเราเลยมีเวลาแวะที่เที่ยวอีกที่หนึ่งซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกสถานที่เที่ยวหนึ่งที่น่าสนใจของกระบี่ ที่นี่คือ “น้ำตกร้อน”พิมพ์ไม่ผิดค่ะ น้ำตกร้อนจริงๆ ปกติเราจะได้ยินมาแต่ น้ำพุร้อนนี่ยกให้ทั้งน้ำตกเลย


ลองเอาเท้าจุ่มน้ำอุ่นสบาย ค่อนไปทางร้อน เอ๊ะยังไงแล้วก็ยังไม่ลืมป้าย 555 ตัวใหญ่กว่าป้ายอีก เศร้าแพร๊บบ


เดินต่อเข้าไปข้างในผ่านป้ายไปอีกนิดจะเจอกับน้ำตกร้อน ใช่ค่ะร้อนทั้งน้ำตกจริงๆ แถมอ่างจากุชชี่ให้นอนแช่อุ่นๆอีกด้วย ฟินกันไป


เราไม่ได้ลงแช่ แค่หย่อนเท้าลงไปก็สุขใจละ จริงๆมันร้อน ทนไม่ไหว คุณฝาหรั่งคนนั้นแช่ลงไปได้ยังไง เอ๊ะ หรือมันมีปุ่มปรับอุณหภูมิ(เพ้อเจ้อละ)


เอาละ สี่โมงเย็นแล้ว ฝนครึ้มมาแล้วด้วยต้องรีบกลับออกไปแล้ว ลืมไปต้องขับรถกลับที่พักอีก 70 กิโล ธรรมชาติพาเพลินจริงๆ

ข้อคิดของทริปสระมรกตในวันนี้ คือออกเที่ยวทั้งทีแล้ว อย่าขึ้เกียจถ้าวันนั้นเราตัดสินใจไม่เดินต่อเราคงไม่เห็นความงามที่สวยกว่า ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวสระมรกตแล้วอยากให้เดินต่ออีกซักนิด แปดร้อยเมตรกว่า เป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกลก็จริงแต่ถ้าคุณได้เห็นภาพนั้นเหมือนที่เก๋เห็นจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง อย่าลืมไปเยี่ยม“สระน้ำผุด” เค้านะ เค้ารออยู่





 

Create Date : 30 มิถุนายน 2558    
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 17:49:47 น.
Counter : 326 Pageviews.  

หลบวันหยุดยาว ลาพักร้อน ตะลอนกระบี่ ตอนที่ 2 อาหารเช้า ที่ อารีธารา และ ทัวร์ เกาะห้อง


มาแล้วๆ ตะลอนกระบี่ ตอน 2 มาแล้วขออภัยในการรอคอย เริ่มเลยละกันนะว่าแต่ว่า ตื่นกันหรือยัง

เท้าความจากตอนที่แล้วหลังจากเมื่อวานตอนเย็นเราไปจองตั๋ว one day trip เกาะห้องเอาไว้ (ที่นั่นเค้าเรียกว่า ทัวร์ 7 เกาะ)เกาะน้อยบ้างใหญ่บ้าง บางเกาะได้ลง บางเกาะขับผ่าน เราไม่สน เราสนแต่เกาะห้องเนื่องจากเคยดูรายการท่องเที่ยวที่ไหนซักที่ ภาพติดตาเลยเลยทำให้อยากมาเยือนซักครั้ง

แน่นอนที่สุด หลักการนี้ใช้ได้เสมอ กองทัพต้องเดินด้วยท้องไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า ห้องพักที่จองไว้มีอาหารเช้าให้ด้วยไปดูกันว่าจะเว่อร์วังอลังการขนาดไหน

เมื่อวานพี่ที่ front ให้คูปองทานอาหารไว้ลงมาก็นำคูปองไปให้ก่อนเข้าไปทานอาหาร แว๊บเห็นป้าย ถ้าไม่ได้จองห้องพัก + อาหารเช้า หรือ พักที่อื่นแล้วจะมาทานที่นี่ก็ได้สามารถซื้อคูปองได้ในราคา 350 บาท แว๊บแรกก็คิดว่าแพงนะแต่เดี๋ยวก่อน.... ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

อาหารเช้าของอารีธาราเป็นแบบบุฟเฟ่ต์นะคะส่วนของอาหารเช้าแบบอเมริกันมีครบถ้วนไม่ขาดไม่เกิน แต่ประทับใจที่อาหารอื่นๆเช่นอาหารไทย นานาชาติ มีอยู่เยอะมาก แถมเอาใจคนอิสลามด้วยอาหารฮาลาลด้วยนะ

โต๊ะอาหารถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบมีมากเพียงพอต่อแขกค่ะ ชอบที่บนโต๊ะมีเครื่องปรุงให้ ไม่ใช่อะไรหรอกไปบางที่ต้องเดินไปเติมที่ที่จัดวางไว้ให้มันไม่ค่อยสะดวก

อารีธารา

มุมกาแฟก็มี มุมขนมปังก็มา มีเครื่องปิ้งให้อยู่ข้างๆ

อารีธารา

ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก อุ่นอยู่เสมอ ชอบจัง อร่อยนะงานนี้มีเติม

อารีธารา

มุมอาหารฮาลาล ปกติไม่ค่อยเคยเห็นอาจจะเป็นโรงแรมทางภาคใต้ก็เป็นได้ เราไม่ได้กิน เพราะมองแล้วน่าจะจืดไม่ไหว ไอ้เรามันสาวรสจัดจ้านน 555 บอกหน่อยในหม้อที่มีถั่วนั่นคืออะไร?


แว๊บกินสลัดสวยๆ


ตบท้ายด้วยผลไม้ แตงโมแอบหวาน อิอิ


สรุปอาหารเช้าของที่นี่เยอะหลากหลาย และอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว พนักงานเติมอาหารตลอดเลยค่ะ

มัวแต่กินอยู่นั่นแหละเดี๋ยวก็ไปไม่ทันทัวร์ เดี๋ยวจะมีรถมารับเราที่ ล็อบบี้ รีบลงไปดีกว่า

มีแขกลงมารอที่ล็อบบี้กันเต็มไปหมดเลยเรารออยู่ซักพักพี่ที่ front ก็มาเรียกว่า รถมารับแล้วไปกับพี่เสื้อฟ้านี่แหละ


รถทั้งคันมีเรานั่งอยู่สองคน แอบเหงาเหมือนกัน พี่เค้าไม่บอกอะไรเลยแต่ขับซิ่งมากอ่ะอยากพาไปไหนก็ไป ขับออกไปซักพัก ก็แวะไปรับฝรั่งมาสองคนพาเรามาลงที่ที่เราจองตัวไว้เมื่อวานค่ะ พี่ไกด์บอกว่า ให้รอซักพักแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ จากที่เหงาเมื่อกี้ ก็มีรถสองแถวมาส่งนักท่องเที่ยว อีกคันอีกคัน และ อีกคัน ตอนนี้มารวมกลุ่มกันได้ประมาณ 40-50 คนเมื่อวานตอนไปเดินหาดยังเดินเหงาๆ อยู่เลย นักท่องเที่ยวไปแอบที่ไหนมาเนี่ย....

เอาละได้เวลาออกทะเลแล้วนี่ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ได้ที่เราได้นั่งเรือเล็กออกทะเลเรือที่เรานั่งไปเป็นเรือหางยาวค่ะ แอบกลัว เพราะอะไรหน่ะเหรอ ว่ายน้ำไม่เป็นค่ะแต่อาจหาญเนอะ รถจะพาเราไปขึ้นเรือที่หาดนพรัตน์ธาราค่ะทั้งคันมีเราสองคนที่เป็นคนไทย นอกนั้นเป็นชาวต่างชาติค่ะ หลายชาติอยู่ ยุโรป จีนมาเล

เมื่อถึงหาดนพรัตน์ธารา ไกด์ต่างเรียกทยอยลงสรุปไอ้ที่นั่งรถมาด้วยกัน ไม่ได้ขึ้นลำเดียวกันค่ะ ไกด์เดินนำไปเราต้องลุยน้ำเพื่อไปขึ้นเรืออีกที ตื่นเต้นๆ เรือจะออกแล้วจับดีๆ


เรือหางยาวแต่ก็ลำใหญ่น่าดู เอาเข้าจริงไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ มีเสื้อชูชีพให้มากมายใส่คนเดียวสองตัวยังได้เลย แต่มีนักท่องเที่ยวบางคนไม่ใส่ ใส่เถอะค่ะ อย่าประมาทสำหรับเรา อยากใส่สองตัว 5555

เมฆครึ้มมาแล้ว แอบหวั่น แว๊บแรกกลัวพายุเรือล่ม แว๊บสอง เขาว่ากันว่า ฝนตกน้ำไม่ใส ดำน้ำมองไม่เห็นอะไร


ไปทะเลอ่าวไทยมาก็มาก แต่แพ้อันดามันไปเลยค่ะมันสวยสมคำร่ำลือจริงๆ เกาะน้อยใหญ่มากมายรายทาง เหมือนภาพวาดเลยค่ะ นั่นไง ด้านหน้านั่นเกาะห้องที่รอคอย


ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาแล้ว หน้าผายังสวยอ่ะ ดูซี๊


เดี๋ยวเราจะไปขี้นฝั่งกันที่โป๊ะ นั่นเรือที่เรานั่งมาเป็นแบบนั้นละค่ะ โปรดโฟกัสที่เรือ


ลงเรือมาแล้วค่ะ เดินผ่านทางเดินนั้นมา เด้งดึ๋ง เด้งดึ๋งหนุกดีอยากเดินกลับไป กลับมาซัก สามรอบ แต่ไกด์เรียก 555


เอ้าพร้อมยัง เดินเข้าไปที่เกาะห้องกันดีกว่าเดินชมวิวไปเพลิน ๆ หันหลังกลับเท่านั้นละ เจอกับภาพนี้ สวยงามจริงๆ


หันออกนอกทะเลอีกที เจอกับภาพนี้ ที่ๆที่เรายืนอยู่เหมือนอยู่ในห้องจริงๆ ค่ะ เฮ่ออยากถ่ายภาพให้สวยๆ เหมือนเค้าบ้างจัง ลืมเล่าไปไกด์แจกสน็อกเกิ้ลให้คนละอันนะ คะ อย่าทำหายนะ เค้าปรับ 1000 บาทตรงนี้ลงไปดำน้ำดูปลาได้ค่ะ แต่ระวังหินหน่อยนะ โดนบาดไป 1 แผลผ่านมา 1 ปีแล้ว แผลนั้นยังจารึกอยู่ ตรงนี้สามารถใส่สน็อกเกิ้ลแล้วก้มหน้าดูปลาได้เลยค่ะ มีปลาเล็กปลาน้อยเต็มไปหมดแต่ดูได้ไม่สะใจเลย บางจุดกระแสน้ำเชี่ยว ก็ไม่ค่อยเห็นค่ะ

แวะอีกหลายเกาะค่ะ อันนี้เกาะลาดิง เป็นช่องแคบๆเข้าไป ด้านในเป็นโถงกว้าง ลงเดินได้ค่ะ แต่ไกด์พาแวะแป๊บเดียว


บ่ายกว่าแล้วเราแวะพักกินข้าวกันที่เกาะพาราไดซ์ค่ะ กินข้าวไปมองทะเลไป เสียดายหิวจัดไม่ได้ถ่ายมุมมหาชนมาเลยถ้าเรายืนอยู่ตรงกลางเกาะ จะสามารถมองเห็นภาพเป็นแบบพาโนรามาได้เลยค่ะ เสียดายแบบนี้ต้องไปซ่อม อาหารที่ไกด์เตรียมไว้ให้เป็นข้าวกล่องค่ะ ก็อร่อยดีนะแต่ไม่ค่อยอิ่ม ส่วนใหญ่แล้วคนจะแวะพักทานข้าวกันที่เกาะนี้เพราะว่ามีมินิมาร์ทเล็กๆ ไกด์บอกมินิมาร์ทอ่ะ ฝรั่งหัวเราะกันเกรียว จริงๆมันก็คือร้านค้าเล็กๆ แหละค่ะมีน้ำอัดลม มาม่า อะไรพวกนี้ขาย ราคาก็แพงพอสมควรแก้ขัดได้ ซื้อโค้กมา 2 กระป๋อง 50 บาท


หวานนิดก่อนกลับ แต่ดำมากที่หลัง และต้นคอ 5555


เย็นแล้วไกด์พาเรากลับแอบมีคลื่นลม ฝนเริ่มตก กลัวนิดๆ แต่ยอมรับคนขับเรือเก่งมากมีช่วงนึงฝนตกลงมาหนักมาก ไกด์เลยพาแวะที่เกาะเล็กๆ เพื่อรอให้ฝนหยุดก่อนสำหรับเรา เราว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ที่เค้าตัดสินใจหยุดก่อน แต่นางสาวจีนคนหนึ่งโวยวายว่าอยากกลับ อยากเดินไปเขกกระบาล เค้าหาวิธีปลอดภัยให้ไม่ชอบรึ!! สำหรับเราพลิกวิกฤตเป็นโอกาสถือว่าไกด์แถมให้อีกเกาะละกัน 555 เกาะนี้เป็นเกาะเล็กแต่สวยดีไกด์ไม่บอกเลยว่าเกาะอะไร เราขอเรียกว่า เกาะปริศนา ไม่ได้ถ่ายภาพมาเพราะกลัวโทรศัพท์เปียก ในขณะที่ฝนตกหนาว ลงน้ำกลับอุ่นดี ฟินจุง เล่นน้ำทะเลท่ามกลางสายฝนเดินไปปลายเกาะมีทะเลแหวกนิดๆ ด้วย ถือว่าอุ่นเครื่องพรุ่งนี้จะไปทะเลแหวกจริงๆ

ฝนเริ่มซาพอจะออกเรือได้ไกด์เรียกขึ้นเกาะ ตอนนั้นบ่ายสามกว่าแล้วป่ะรีบกลับๆ

Tip: ไปทะเลควรเตรียมกระเป๋าที่กันน้ำได้ใส่ของไป กลัวของเปียกน้ำไป

ไกด์กลับมาส่งที่หาดนพรัตน์ธารที่เดิมสุข สุด ใจ ฝนตกกระหน่ำมาอีกครั้ง แต่ไม่กลัวแล้ว ซิ่งไปเลยพี่สองแถวตระเวนส่งนักท่องเที่ยวตามโรงแรมต่างๆ เลยถือโอกาสสอบถามชื่อไกด์ไกด์ชื่อน้องกิฟท์ แต่เป็นผู้ชายนะคะ ตัวดำสมเป็นไกด์พาเที่ยวทะเลเชียะแต่แกน่ารัก อธิบายดี (ภาคภาษาอังกฤษ เพราะทั้งลำมีเราสองคนที่เป็นคนไทย)ตอนแรกกิฟท์คุยกับเราเป็นภาษาอังกฤษ หรือนางคิดว่าเราเป็นสาวญี่ปุ่น 555 พอได้ยินเราคุยกันเป็นภาษาไทย นางก็เลยทักเราเลยบอกว่า เว่าอังกฤษโล้ด พี่พอฟังได้ ทีนี้นางใส่ไม่ยั้ง กิฟท์น่ารักดี....

กลับเข้าห้องพักอาบน้ำอาบท่า สิ่งที่ได้กลับมานอกจากความประทับใจ ความมหัศจรรย์ คือหลังที่แสบและดำ T_T

ตอนต่อไป จะมาแนะนำที่กินที่พักในซอยที่เราพักนี้ซึ่งเยอะมาก เค้าเรียกว่า อ่าวนางซอย 8 วันนี้ขอพักก่อนต้องออกไปทำงานแว๊ววววว อย่าลืมติดตามตอน 3 กันนะคะไม่รู้ว่ามีอีกกี่ตอน แล้วแต่แรงของคนเขียน 555





 

Create Date : 30 มิถุนายน 2558    
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 17:35:17 น.
Counter : 305 Pageviews.  

ชวนเลิกเที่ยว!!! วันหยุดยาว มาดูข้อดีการเที่ยวในวันธรรมดากันเถอะ




ขอเสียงคนชอบเที่ยววันธรรมดาหน่อยเร๊วว....

เชื่อแน่นอนว่า เพื่อนๆในห้องนี้ส่วนใหญ่เป็นคนชอบเที่ยวทั้งนั้น รวมทั้งเจ้าของกระทู้ด้วยอิอิแล้วก็มีหลายครั้งเหมือนกัน นั่งรอนอนรอให้ถึงเมื่อไหร่จะถึงวันหยุดยาวจดจ่อจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมกันเลยทีเดียว การแข่งขันเริ่มเกิดขึ้น ตั้งแต่แย่งกันจองตั๋วเพื่อเดินทางและโรงแรมที่พัก ทั้งๆ ที่ราคาแสนแพงเหลือเกินเที่ยววันหยุดแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดความคิดหนึ่งก็แว๊บขึ้นมา เอ้า!! 1 ปี มี 365 วัน ก็ไม่ได้มีแต่ เสาร์ อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์นิลองเที่ยววันธรรมดาบ้างจะเป็นไร วันลาพักร้อนก็มี ใช้มันซะ....เลยเป็นที่มาของการได้รับรู้ว่า ข้อดีของการเที่ยววันธรรมดามันดีแบบนี้นี่เอง
  • ถูก
ตั้งแต่ก้าวขาออกจากบ้านยันถึงที่หมาย ค่าเดินทางก็แสนถูก ค่าโรงแรมก็ถูก
  • ได้มองธรรมชาติแบบเต็มตา
เคยมั้ยหลายครั้งที่ถ่ายรูปแล้วติดวิญญาณ เอ้ย!! ไม่ใช่ ติดคนฉันจะถ่ายรูปวิว แต่ดั๊นมีคนติดมาด้วย เบื่อมากบอกเลยนี่ละเป็นโอกาสอันดีมองฟ้าเห็นฟ้า มองน้ำเห็นน้ำ มองภูเขาเป็นภูเขาวันธรรมดาคนเที่ยวน้อย ทำให้เราเก็บภาพธรรมชาติได้เต็มตา

หาดทราย
  • เห็นวิถีชีวิตจริงๆ
สำหรับข้อนี้หลายคน คงนึกไม่ถึง ส่วนใหญ่แล้วท้องถิ่นที่มีการท่องเที่ยววันหยุดยาวเค้าก็เปลี่ยนอาชีพเพื่อให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยว เช่น เคยทำประมงแต่พอวันหยุดยาวเปลี่ยนสภาพมาขายอาหารให้นักท่องเที่ยว มาขับเรือให้นักท่องเที่ยวแต่พอวันธรรมดานักท่องเที่ยวน้อยเค้าก็กลับไปทำงานตามอาชีพเดิมของเขาตอนนี้แหละเราก็จะได้เห็นวิถีชีวิตจริงๆ ของชาวบ้าน ได้ซึมซับวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นจริงๆ
  • รอแป๊บเดียว
ใช่แล้วรอแป๊บเดียว ทุกอย่างรอแป๊บเดียว ลืมเรื่องการเข้าคิวยาวๆไปเลย ไปเที่ยวชิลๆ ก็ต้องชิลๆ ไม่ต้องรออะไรนานๆ ซึ่งปกติชีวิตประจำวันต้องทำอะไรแบบรีบร้อนอยู่แล้ว เมื่อไปเที่ยวก็ต้องใช้เวลานิ่งๆ ตอบโจทย์ดีนัก
  • ไม่ต้องแย่งกันกิน 
ไปเที่ยววันหยุดทีไรยังกับไปกินข้าวในโรงทานตั้งแต่ตื่นลืมตากินอาหารเช้ากันเลยทีเดียว เที่ยววันธรรมดาได้กินอิ่มนอนอุ่นไม่ต้องแย่งกันกิน

เห็นมั้ยเที่ยววันธรรมดาแสนสุขใจบางคนร๊อรอเมื่อไหร่จะหยุดยาว ลืมไปหรือเปล่าเรามีวันลา ก็ลาซะสิ ลาไม่ได้ก็โดดเลย(อุ๊ปส์...) เหตุผลที่บางคนไม่ได้เที่ยวซักที ก็มัวแต่รอนี่แหละ

ขอเสียงคนเคยเที่ยววันธรรมดาหน่อยเร๊ว.....ขอแชร์ประสบการณ์ดีๆ ของคุณจากการเที่ยววันธรรมของคุณบ้าง





 

Create Date : 28 มิถุนายน 2558    
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 17:44:36 น.
Counter : 132 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

jikkegodhji
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Doll is my dream!!
Friends' blogs
[Add jikkegodhji's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.