เที่ยวสุขใจสไตล์เก๋ๆ
Group Blog
 
All Blogs
 
ชวนเที่ยว 5 ที่เที่ยวสุดมหัศจรรย์ที่อุบลราชธานี



1. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

“อุบลเมืองดอกบัวงามแม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน

ถิ่นไทยนักปราชญ์ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์

ฉลาดภูมิปัญญาท้องถิ่นดินแดนอนุสาวรีย์คนดีศรีอุบล“


แค่คำขวัญประจำจังหวัดก็ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างเรานึกอยากไปสัมผัสกับสถานที่แห่งนี้แล้วสินะอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เมืองแห่งประวัติศาสตร์ ความประทับใจแรกของสถานที่แห่งนี้คงหนีไม่พ้นความสวยงามของหน้าผาที่สูงชัน ที่เกิดจากการแยกตัวของผิวโลกอุทยานแห่งชาติผาแต้มครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิไทรโดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาวอุทยานแห่งชาติผาแต้มนอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงามและแปลกตาแล้วยังมีเรื่องราวกล่าวขานกันมากมาย เนื่องจากในสมัยก่อนชาวบ้านเชื่อกันว่า ผาแต้มเป็นเขตหวงห้าม เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่แห่งความตายหากใครเกิดหลงเข้าไปก็จะมีอันตรายหรือเจ็บไข้ได้ป่วยปัจจุบันสถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อมาที่อุทยานแห่งชาติผาแต้มแล้ว สถานที่ๆหลายคนพลาดไม่ได้ในการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้แก่ “เสาเฉลียงคู่”แท่งหินทรายประติมากรรมขนาดใหญ่ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ไม่ต่ำกว่า180 ล้านปี ซึ่งเกิดจากการกันเซาะของน้ำและลม

ผาแต้ม


2. อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

มาเที่ยวอุบลราชธานีทั้งทีอีกสถานที่หนึ่งที่พลาดไม่ได้นั่นคือ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะลักษณะอันโดดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จะพบกับแก่งหินที่เป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ที่กั้นขวางกลางลำน้ำมูลเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าแก่งตะนะ สายน้ำจากแก่งตะนะจะแยกแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกน้อยใหญ่ซึ่งอยู่บริเวณนี้นั่นเองอุทยานแห่งชาติตะนะตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 อำเภอ ของจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิริธร ลักษณะทางธรรมชาติ เป็นที่ราบสูงสลับเนินเขาเตี้ยๆเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามป่าโดยรอบอุทยานแห่งชาติตะนะมีลักษณะเป็นป่าแดงหรืออีกชื่อหนึ่งคือป่าแพะต้นไม้ในป่าไม่สูงใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำมูล สำหรับจุดท่องเที่ยวสำคัญๆของอุทยานแห่งชาติตะนะ ได้แก่ ดอนตะนะ มีลักษณะเป็นสันดอนที่กั้นขวางลำน้ำมูลทำให้ลำน้ำแบ่งออกเป็นสองสายหากเดินไปทางตอนเหนือของดอนตะนะ จะพบกับหาดทรายที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนบนดอนตะนะยังมีสภาพป่าทางธรรมชาติให้ศึกษาอีกมากมายและยังเป็นป่าไม้สักธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดอีกด้วย หรือท่านใดที่ไม่อยากยากลำบากในการเดินทางมากนักอาจให้บริการของการเดินข้ามสะพานแขวนไปก็ยังได้ ดอนตะนะมีความกว้างประมาณ 450 เมตรและยาว 700 เมตร นอกจากแก่งตะนะ และดอนตะนะแล้ว หากไม่พูดถึง น้ำตกตาดโตนก็ยังเรียกว่ามาไม่ถึงอุทยานแห่งชาติตะนะ น้ำตกแห่งนี้มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งเกิดจากลำห้วยตาดโตนไหลผ่านลานหินสูงต่ำต่างๆเกิดเป็นแอ่งน้ำที่สามารถลงไปเล่นน้ำให้ชื่นฉ่ำอุราได้อย่างสบายใจและยังสบายตาไปกับดอกไม้นานาพันธุ์ที่ขึ้นอยู่รอบๆ บริเวณน้ำตกอีกด้วยหากต้องการเดินป่าชื่นชมธรรมชาติอันงดยังมีเส้นทางน้ำตกรากไทรไว้ให้นักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินป่าสามารถชื่นชมและศึกษาธรรมชาติของพืชพันธุ์ไม้มอส เฟิร์น ได้อย่างอิ่มเอมใจ





3. ผาชะนะได

“ผาชะนะได” ชื่อนี้หลายๆ คนคงต้องบอกว่าคุ้นหูมากๆเพราะได้ยินทุกครั้งเมื่อฟังรายการพยากรณ์อากาศประจำวันของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าพระอาทิตย์จะขึ้นเวลากี่โมง เนื่องจากจุดนี้เป็นจุดแรกของประเทศไทยที่เห็นแสงตะวันหรือแสงพระอาทิตย์แรกยามเช้าของประเทศไทยนั่นเองมีความเชื่อกันว่า หากใครได้ไปสัมผัสกับแสงแรกแห่งตะวัน ณ ผาชะนะไดแล้วเปรียบเสมือนกับเป็นการเติมพลังให้กับชีวิตเลยทีเดียวผาชะนะไดเป็นหน้าผาที่มีความสูงชัน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้มจังหวัดหวัดอุบลราชธานี ลักษณะของผาชะนะไดจะเป็นหน้าผาสูงชันที่ยื่นออกไปนอกจากแสงแรกแห่งตะวันแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม เบื้องล่างเมื่อมองลงไปจะพบกับแม่น้ำโขงที่แบ่งกั้นพรมแดนไทย-ลาวเบื้องหน้าแนวเขาสลับสับซ้อนของภูเขาแดนลาวในฤดูหนาวยังเพิ่มความโรแมนติกไปกับทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขงอีกด้วยด้วยการเดินทางไปยังผาชะนะไดที่ค่อนข้างยากลำบาก รถที่ขับไปได้นั้นต้องเป็นรถยนต์ขับเคลื่อน4 ล้อ ไม่เช่นนั้นนักท่องเที่ยวก็ต้องอาศัยการเดินป่าเข้าไปแต่นั่นทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย




4. สามพันโบก

“สามพันโบก” แกรนด์แคนยอน ณ ประเทศไทยสถานที่แห่งนี้หากใครได้เห็นได้สัมผัสแล้ว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า“นี่แหล่ะแกรนด์แคนยอน” สามพันโบก ตั้งอยู่ในเขตของตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิไทย จังหวัดอุบลราชธานีสามพันโบก ชื่อนี้อาจฟังดูแปลกๆ หู เอ๊ะ! มันคืออะไรกันนะ คำว่าโบกเป็นภาษาท้องถิ่นอีสานแปลว่า แอ่งหรือหลุม สามพัน ก็ตรงตัวเลย เมื่อรวมกันแล้วสามพันโบก คือ มีหลุมหรือแอ่งจำนวน 3,000 หลุม ซึ่งอาจเกิดการการอุปมาของลักษณะของสถานที่ๆมีแอ่งหลุมจำนวนมากมายนั่นเอง แอ่งหลุมเหล่านี้ชาวบ้านเชื่อกันว่าเมื่อสมัยดึกดำบรรพ์บริเวณนี้อาจเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และใต้ผืนน้ำแห่งนี้มีแรงน้ำวนเศษตะกอนหินและทรายต่างๆ ที่อยู่ใต้น้ำกันเซาะชั้นหินต่างๆ ทำให้เกิดหลุมและเมื่อถึงยุคของการยกตัวแผ่นดินอีสาน พื้นดินใต้น้ำจึงกลายเป็นหลุมมากมายบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในปัจจุบันสามพันโบกดินแดนแห่งหุบเหวและหินผาขนาดย่อมๆ ของเมืองไทยลักษณะของแก่งหินสามพันโบกมีความสวยงามแปลกตา มีลักษณะใหญ่บ้างเล็กบ้างรูปร่างเป็นวงกลมวงรีและอื่นๆ แตกต่างกันไปแล้วแต่ใครจะจิตภาพไปต่างๆ นานา การเดินทางนอกจากเส้นทางรถยนต์ที่เข้าถึงแล้วนักท่องเที่ยวนิยมที่จะนั่งเรือจากหาดสลึงที่บ้านสองคอน อำเภอโพธิ์ไทรล่องเรือตามลำน้ำโขงระยะทางราวๆ 4 กิโลเมตรมาเที่ยวชมธรรมชาติที่สามพันโบกได้เช่นกันระหว่างเส้นทางเรือจะผ่านจุดที่แคบที่สุดของแม่น้ำโขง มีชื่อเรียกว่า “ปากบ้อง”ซึ่งมีความกว้างเพียง 56 เมตรเท่านั้น เนื่องจากสามพันโบกเป็นสถานที่ๆความเจริญทางด้านวัตถุยังเข้าไม่ถึงผู้ที่นิยมแสงสีเสียงอาจไม่ใช่ทางท่องเที่ยวสำหรับท่านแต่หากว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบธรรมชาติ แสงหิ่งห้อยดวงไฟน้อยๆ ยามค่ำคืนเสียงของกระแสน้ำและธรรมชาติที่แปลกตาสามพันโบกเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานีที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด




5. อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย

อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดอุบลราชธานีแล้วที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอยยังเป็นพื้นที่พรมแดนรอยต่อระหว่างประเทศจุดสำคัญที่เรียกว่า สามเหลี่ยมมรกต (Emerald Triangle) นั่นคือ เป็นพื่นที่รอยต่อระหว่างชายแดนประเทศไทย-ลาว-กัมพูชา จุดของสามเหลี่ยมมรกตกินบริเวณพื้นที่ประมาณ 12 ตารางกิโลเมตรส่วนของประเทศพื้นที่อยู่ ณ อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย พื้นที่ของประเทศลาวคือแขวงจำปาสัก ส่วนพื้นที่ของประเทศกัมพูชาคือ จังหวัดพระวิหารอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอน้ำยืน อำเภอบุณฑริก และอำเภอนาจะหลวยจังหวัดอุบลราชธานีสถานที่ท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอยที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันมาก เช่นน้ำตกห้วงหลวง หรือเรียกกันว่าน้ำตกบัวเตว เป็นน้ำตกสูง 3 ชั้น ความสูงรวมราวๆ 30เมตร ความวิจิตรงดงามของน้ำตกห้วงหลวงอยู่ที่หุบเขาด้านล่างของน้ำตกมีน้ำเป็นสีเขียวมรกตตัดกับสีขาวของเม็ดทรายช่วงที่น้ำตกสวยที่สุดคือช่วงเดือนปลายฝนต้นหนาวเมื่อดื่มด่ำกับสุนทรียภาพของน้ำตกห้วงลวงแล้วท่านยังเดินทางต่อไปยังน้ำตกจุ๋มจิ๋มหรือน้ำตกประโอนละออได้เช่นกันน้ำตกแห่งนี้เกิดจากน้ำที่ไหลลดระดับจากมาจากน้ำตกห้วยหลวงนั่นเอง นอกจากน้ำตกแล้วยังมีแหล่งลานหินต่างๆ ให้ชื่นชมอีกมากมาย เช่น จุดชมวิวผาผึ้ง ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับสวนหินพลานยาว สวนหินที่มีกลุ่มของหินธรรมชาติที่มีรูปร่างแปลกๆกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ท่านจะพบกับความงดงามตามแนวชายแดนสามเหลี่ยมมรกตได้จากจุดชมวิวผาผึ้งโดยที่ผาผึ้งจะมีชะง่อนผาและถ้ำเหมือนรังผึ้งขนาดเล็กใหญ่ๆ มากมายให้ชม




----------------------------------------





Create Date : 06 กรกฎาคม 2558
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 18:32:10 น. 0 comments
Counter : 179 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jikkegodhji
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Doll is my dream!!
Friends' blogs
[Add jikkegodhji's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.