เราเป็นตัวเรานั่นดีที่สุด
Group Blog
 
All blogs
 

ฤ รัก ภาคพิเศษ

ฤ รัก บทที่ 19 ภาคพิเศษ
-----------------------------------------------------------------


หญิงสาวในชุดราตรียาวสีฟ้าน้ำทะเล ผมยาวปะบ่าถูกแต่งจนเข้าทรง เธอเยื้องย่างผ่านประตูโรงแรมเพื่อมางานพิธีแต่งงาน สายตาเธอกวาดไปทั่วเหมือนหาอะไรสักอย่าง


“สวัสดีครับ....” หนุ่มใหญ่ท่าทางภูมิฐานเอ่ยทัก


“เอ่อ... ค่ะ”


“จะมางานไหนหรือครับ”


“ค่ะ... มางานแต่งงานน่ะค่ะ” เธอตอบ


“วันนี้มีงานเดียว... งั้นคงงานเดียวกันกับที่ผมกำลังจะไป... ยังไงไปด้วยกันก็ได้นะครับ” หนุ่มใหญ่ยิ้มหวานให้


“ไม่เป็นไรค่ะ... ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวตอบพร้อมกับเหลียวซ้ายแลขวา


“ไว้ใจผมได้ครับ... ผมไม่มีเจตนาไม่ดีหรอกครับ” เขายิ้มให้เธอ


“ดิฉันไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกค่ะ..เพียงแต่” เธอยังคงชะเง้อคอมองหาใครบางคน


“ถ้าคุณยอมไปด้วยคงเป็นเกียรติกับผมมากเชียวครับ... มีคนสวยอย่างคุณให้เกียรติผมในการพาเข้างาน” เขายังคงพยายามตื้อต่อไป


“คือ... ดิฉันมากับสามีและลูกค่ะ... นี่ก็กำลังมองหาพวกเขาอยู่” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ


“แหม... หลอกผมใช่ไหมครับ... รูปร่างหน้าตาอย่างคุณไม่น่าจะเกินยี่สิบห้า”


“เอ่อ...”


“เถอะนะครับ... ถือว่าให้เกียรติ.... ผม” เขาต้องหยุดเมื่อเห็นหนุ่มท่าทางสมาร์ตเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังหญิงสาว พร้อมกับเด็กสาวตัวน้อย


“ปลา........”


“แม่จ๋า...” เด็กน้อยเรียกมารดาเสียงใส


พาสหันกลับมามองด้านหลังเธอยิ้มให้กับสามี “ไปไหนกันมาคะพ่อลูก....”


“แม่มองหาหนูตั้งนานแน่ะ... รู้ไหม” พาสย่อตัวลูบแก้มบุตรสาว


“คุณพ่อพาไปห้องน้ำมาค่ะ” เสียงเจี้ยยแจ้วตอบอย่างฉะฉาน


“ปลา.... คุณคนนี้..” ณุถามภรรยาถึงคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่


พาสทรงตัวลุกขึ้นยิ้มให้สามี “คือคุณเค้าหวังดีนะค่ะ จะพาไปที่งานค่ะ... คุณเขาคิดว่าปลามาคนเดียวเลยเป็นห่วง”


“ขอบคุณนะครับ..” ณุมองหน้าหนุ่มใหญ่นิ่ง


“เอ่อ.. ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ.. แล้วเจอกันที่งานครับ” หนุ่มใหญ่โค้งศรีษะให้นิดหน่อย เขารีบปลีกตัวไป


ณุหันกลับมามองภรรยาตัวเองนิ่ง ก่อนจะอุ้มลูกสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน มืออีกข้างจูงภรรยาออกเดินด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย


พาสเองก็นิ่งเดินตามสามีไปเงียบๆ ทั้งสองเดินมาจนถึงหน้างานแต่งงานที่จัดแบบเรียบหรูมีซุ้มโค้งรูปหัวใจสีชมพูดวงใหญ่ตกแต่งด้วยกุหลาบหลากสีสัน


เจ้าบ่าวเจ้าสาวในชุดขาวหันมามองทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ทั้งคู่รีบตรงเข้ามาหาพาสกับณุที่ยังยืนเขียนคำอวยพรอยู่


“พี่พาส..... พี่ณุ...นึกว่าจะไม่ยอมมาซะแล้ว” นาฏเข้าไปกอดพี่สาว


“อืม... ก็ไม่อยากมานักหรอก... ก็รู้นี่พี่ไม่ชอบแต่งชุดพวกนี้... แล้วดูสิรุ่มร่ามจะตายเดินก็ไม่ถนัด” พาสบ่น


“แหม... เพื่อน้องขอสักวันเถอะค่ะ” นาฏยิ้มเอาใจ


“แล้วนี่ทำไมพี่ณุถึงหน้าบึ้งงั้นล่ะคะ” นาฏถามพี่สาว พร้อมกับมองไปที่ณุที่ยืนคุยกับกีกิ


“ช่างเค้าเถอะ....” พาสพูดเสียงเรียบ


“อ้าว.....” นาฏทำหน้าเหรอ


“เหอะ...เดี๋ยวก็หาย” พาสยิ้มบางๆ ให้น้อง


“ไปค่ะ...เข้าข้างในกันมากันครบหมดแล้ว ” นาฏคล้องแขนพี่สาวพาเข้างาน ไม่สนใจเจ้าบ่าวที่ค้อนตากลับ


กีกิมองสาวทั้งสองที่เดินเข้าห้องโถงไป หนุ่มตี๋หันกลับมายิ้มชันกับรุ่นพี่ “นี่ขนาดวันแต่งนะครับเขายังอย่างนี้เลยพี่ณุ”


“อืม...” ณุพยักหน้า


“พี่ณุเป็นไรไปพี่ตั้งแต่ตอนเข้ามาแล้ว” กีกิถาม


“ไม่มีไร... ไปเข้าข้างในเถอะ” ณุตบไหล่กีกิให้เดินเข้างาน


เจ้าบ่าวเจ้าสาวไปยืนคู่กันเพื่อทำตามพิธีการทั่วไป ทั้งสองต่างขึ้นไปยืนบนเวทีโดยมีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างคล้องพวงมาลัยให้สองบ่าวสาวโดยมีโฆษกเป็นคนกล่าวไปเรื่อยๆ เมื่อคล้องพวงมาลัยแล้วโฆษกจึงเชิญให้ผู้ใหญ่ที่นับถือของทั้งสองฝ่ายกล่าวอวยพร


พาสที่นั่งอยู่กับโอ๋ เปรียว และพิต่างมองนาฏด้วยรอยยิ้ม วันนี้สาวน้อยแสนซุ่มซ่ามดูสวยในชุดแต่งงานเรียบสวยประดับด้วยมุขทั้งชุด ผมที่เกล้ามวยเป็นลอนติดดอกลิลลี่สีชมพูทำให้หน้าสาวน้อยดูหวาน ยิ้มอย่างเอียงอายเวลาถูกแซว ทั้งสามต่างหัวเราะพูดคุยถึงคนบนเวที


ทางณุที่อุ้มลูกสาวคนสวยไว้กับตักนั่งมองภรรยานิ่ง โดยมีน้องๆ ผู้ชายมองพี่ชายด้วยความงุนงงว่าเป็นอะไรไป


“พี่ณุเป็นไรไปพี่” นัทเอ่ยถาม


“เปล่า...” ณุตอบเสียงเรียบ


“เปล่าอะไร.... ทะเลาะกับพี่พาสเหรอ” นัทยังถามต่อ


“ไม่ใช่...”


“ผมเห็นพี่ณุมองพาสตลอดนะ... แล้วตกลงมันอะไรกันพี่” เบนถามขึ้นบ้าง เขาไม่เคยเห็นสองคนผิดใจกันสักครั้งจึงไม่ค่อยสบายใจนัก


“พี่ผิดเองน่ะ..” ณุพูดขึ้น


“ทำไมพี่” ปั้นถาม


“พี่ไม่น่าเลือกชุดนั้นให้เค้าใส่เลย.... ดูสิมีแต่หนุ่มมองกันตรึม” ณุดูไม่พอใจนักที่หนุ่มๆ มองภรรยาเขา


“โธ่เอ๊ย... ผมก็นึกว่าอะไร” วุ่นหัวเราะร่า จนพวกสาวๆ ต้องหันมามอง


พาสกวักมือเรียกลูกสาวตัวน้อยให้เข้าไปหา เด็กน้อยลงจากตักพ่อวิ่งปรูดไปหามารดาทันที “แม่จ๋า”


“หนูนา....อย่าวิ่งสิลูก” พาสดุลูกสาวตัวน้อย


เด็กสาวโผกอดมารดาเอาหน้าซุกอกอุ่นของแม่ ผู้เป็นแม่และเหล่าน้าๆ ทั้งหลายพากันยิ้มกับความขี้อ้อนของเด็กน้อย


“แม่จ๋า.... หนูอยากกลับบ้านแล้ว” เด็กสาวหาวปากกว้าง จนมารดาต้องปิดให้


เหล่าหนุ่มๆ ที่นั่งมองพาสอยู่ถึงกับเหวอไป เมื่อเห็นเด็กน้อยร้องเรียกแม่และท่าทีของพาสเองก็บอกถึงความเป็นแม่ได้อย่างดี เธอทั้งกอดทั้งหอมบุตรสาวโดยมีน้าๆ คอยเอาใจ พาสลุกขึ้นจูงลูกน้อยมาหาสามี


“เดี๋ยวนะลูกรอน้านาฏตัดเค้กให้หนูก่อน” พาสชี้ไปที่นาฏที่กำลังตัดเค้ก


“ค่ะ....” เด็กน้อยยิ้มหวานให้มารดา


นาฏเดินตรงมาที่โต๊ะของพี่สาวเป็นที่แรก “นี่จ้ะหนูนาเค้กชิ้นใหญ่นี้เป็นของหนู”


“ขอบคุณค่ะน้านาฏ” เด็กสาวไหว้อย่างสวยให้น้าสาว


“กินให้อร่อยนะ” นาฏยิ้มให้พี่สาว


“นาฏเดี๋ยวไงพี่กลับก่อนนะ” พาสเอ่ยลาไว้ก่อนเลย


“อ้าว... ทำไมล่ะพี่พาส” นาฏมองหน้าพี่สาวนิ่ง


“นั่นน่ะ.... งอนจะแย่แล้ว” พาสพยักเพยิดไปทางสามี


“อ้อ.... หวงล่ะสิ.... สมเลือกชุดเองนี่” นาฏหัวเราะขัน


“ประจำหล่ะน่ะ” พาสส่ายหัว


“ค่ะ... งั้นไปเถอะ” นาฏยิ้มก่อนจะกลับไปจัดการแจกเค้กที่เหลือ


พาสหันกลับมาสนใจลูกสาวตัวน้อยที่ตักเค้กทานอย่างเอร็ดอร่อย หญิงสาวคอยเช็ดคราบที่แก้มให้บุตรสาว ตาเธอก็คอยเหลือบมองสามีที่มองมาตลอดยิ้มๆ


ณุเห็นภรรยาสาวยิ้มให้เขาก็ยิ้มตอบ เขามองภรรยาและลูกน้อยด้วยความรัก ชายหนุ่มภูมิใจในตัวภรรยาของเขาที่สามารถมอบความรักความเอาใจใส่ในทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่พาสก็ยังคงไปทำงานเป็นปกติ แต่เธอก็จะเจียดเวลาให้เขาและลูกเสมอ คอยโทรศัพท์คุยกันตลอดพ่อแม่ลูก ทั้งสองไม่เคยตามใจบุตรสาวจนเกินพอดีสักครั้ง

--------------------------------------ยังไม่จบนะคะแล้วจะมาต่อให้
มาต่อให้หน่อยก่อนคะ พอดีเครื่องดับไปเฉยๆ save ไว้ไม่ทันได้แค่นี้
-----------------------------------------------------------------


หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่มองพาสตั้งแต่เข้างานมาด้วยชุดราตรีสายเดี่ยว มีผ้าคลุมเข้าชุดแต่ก็บางจนเห็นเนี้อขาวๆ ได้อย่างชัดเจน หน้าที่ได้แต่งแต้มสีสันบางๆ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อ ดวงตาทาอายแชโดว์สีเทาทำให้ตาคมดูหวานนัก แก้มปัดปลัดออนสีพีชจางๆ ดูเป็นสาวเลือดฝาด ทำให้รู้สึกอิจฉาผู้ที่ได้ครอบครองเธอคนนี้นัก ยิ่งเห็นสามีของเธอทำให้ทุกคนต้องยอมรับว่าคนทั้งสองช่างเหมาะสมกัน กับเพื่อนคนอื่นที่พอรู้จักอยู่แล้วก็ได้แต่ยิ้มขันที่ณุเอาแต่นั่งหน้าเข้มตาคอยระแวดระวังภรรยาสุดที่รัก



เด็กน้อยนั่งตักมารดามือข้างหนึ่งก็กอดแขนแม่ไว้ อีกมือก็ตักเค้กกินอย่างเอร็ดอร่อย เด็กน้อยตักเค้กมาป้อนให้แม่ช่วยทาน


“แม่จ๋า.... อ้าม..” เด็กน้อยป้อนถึงปากมารดา


“อืม...” พาสทานขนมที่ลูกน้อยป้อนให้ ทั้งที่ไม่ค่อยชอบเค้กรสนี้นัก


หนุ่มสาวในโต๊ะต่างมองสองแม่ลูกแบ่งกันทานเค้กไปก็มองหน้ากันยิ้มๆ ขนมก้อนโตหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว


“แม่จ๋า... หมดแล้ว” เด็กน้อยยิ้มอย่างภูมิใจ


“จ้ะ... หนูทานไปแค่ไหนเนี่ยหึ” พาสล้อลูกสาว


“ตั้งเยอะ.... แน่ะค่ะ” เจ้าตัวน้อยทำมือคลุมจานให้ดู


“ฮึฮึ...” น้าๆ ต่างพากันหัวเราะหลานตัวน้อย


“จ้ะ... เก่งจริงๆ ลูก” พาสเช็ดคราบเปื้อนที่ข้างแก้มให้บุตรสาว


“แม่จ๋า...”


“หืม....”


“จุ๊บหน่อยจิ....” หนูนาทำปากยื่นปากยาวมาให้มารดา


“อืม... จุ๊บแล้ว..” พาสก้มหน้าจูบปากลูกน้อยเบาๆ ไปทีหนึ่ง


“โห.....ทีกับ...พ...” เด็กน้อยพูดไม่ทันจบ พาสก็รีบเอามือปิดปากลูกสาวตัวน้อยซะก่อน


“หนูนา... เดี๋ยวเถอะ” พาสทำตาดุลูกสาว


“โห.... พี่พาสหวานกับพี่ณุขนาดไหนนี่” โอ๋แซวพี่สาว


“..............” พาสไม่ตอบได้แต่จ้องลูกสาวตาขวาง


เด็กสาวพยายามแกะมือผู้เป็นแม่ออก ด้วยความช่างเจรจาพาทีและเป็นเด็กที่แก่นเซี้ยวด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกสนุกที่จะได้แกล้งมารดา


“มา.... น้าช่วย” โอ๋กับเปรียวช่วยกันดึงมือพี่สาวออก


“คุณ........แม่......ม่าย....ยอม...” เด็กสาวทำหน้าเจ้าเล่ห์ พูดยานคาง มองมารดาตาแป๋ว


“หนูนา” พาสมองพร้อมกับส่ายหน้า เธอรู้ทันลูกสาวตัวน้อยดี


“แต่.... แพ้คุณพ่อทุกที.... ฮิฮิ” หนูนาที่ดูจะถอดพิมพ์พ่อมาซะเป็นส่วนใหญ่ในเรื่องของนิสัย ดวงตาหวานเหมือนแม่ จมูกรั้นน้อยๆ ริมฝีปากบาง ช่างน่ารักแสนซน และยังเป็นที่รักของทุกคนอีกด้วย


“ยายหนูนา...” พาสตั้งท่าเงื้อมือจะตี


“ไปหล่ะค่ะ..” เด็กน้อยวิ่งหนีไปหาผู้เป็นพ่อ


พาสมองสองพ่อลูกที่กระซิบกระซาบกันทั้งสองต่างหันมามองหน้าพาส หญิงสาวทำหน้าบึ้งใส่ สองพ่อลูกกอดกันกลมหอมซ้ายหอมขวากัน ก่อนจะหันมาทางน้องๆ


“พี่ต้องกลับละนะ... รู้สึกเพลียๆ ไงก็ไม่รู้สิ” พาสบอกกับน้องๆ ทุกคน


“ค่ะ” ทุกคนต่างรับคำ


พาสเดินมาจะถึงสามีอยู่แล้วแต่เธอเกิดหน้ามืดขึ้นกระทันหัน หญิงสาวต้องผยุงตัวเองไว้กับโต๊ะข้างๆ ตัว


“ปลา...” ณุตกใจ เขาส่งหนูนาให้เบนอุ้ม แล้วรีบเข้ามาหาพาสเขาช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม โดยไม่สนใจสายตาคนในงาน


“พี่ณุ.... ปลามึนหัวจัง..” พาสซบกับอกสามี ดูเธอไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลย


“กลับบ้านเรานะ...” ณุอุ้มภรรยาคนสวยผ่านออกจากงานไป โดยมีเบนอุ้มหลานตัวน้อยที่ดูจะห่วงแม่ไม่น้อยตามไป


“เปรียว... พี่พาสเป็นไร” นาฏรีบวิ่งมาหาเพื่อน


“ไม่รู้สิ ก็เห็นว่าเพลีย พอพี่พาสลุกเดิน จู่ๆ ก็ทำท่าจะล้มน่ะ” เปรียวชะเง้อคอมองตามพี่สาวไป


“คงเพลียแหละ ไหนจะเป็นคนดูแลเรื่องงานแต่งนี้... ไหนจะต้องดูร้าน ช่วงนี้พี่พาสเหนื่อยเหมือนกันนะ” โอ๋บอก


“นั่นสิ... ก็พี่พาสเห็นว่างานนาฏน่ะสำคัญมากในฐานะพี่สาวเลยต้องดูแลเป็นพิเศษ...ก็เหมือนคราวของพี่โอ๋แหละ จัดที่เชียงใหม่ด้วย” เปรียวนึกถึงคราวงานของโอ๋กับนิวเมื่อปีที่ผ่านมา นิวกลับไปช่วยโอ๋ดูแลรีสอร์ทที่เชียงใหม่ เขาได้สอนเรื่องดนตรีให้ก้านจนก้านสามารถคุมวงที่ร้านแสนรักได้เป็นอย่างดี


“นาฏ...” เสียงกีกิเรียกทำให้นาฏต้องรีบกลับไปดูแลแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานต่อ


“ไปก่อนนะ... พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” นาฏโบกมือให้เพื่อน


“งั้นพิไปก่อนนะ เบนคงไปรอที่รถเลยแล้วหล่ะป่านนี้” พิลุกขึ้นจับมือลาทุกคน แล้วก็รีบเดินออกจากห้อง


คนอื่นๆ มองพิแล้วก็ให้นึกถึงคู่ที่จะได้แต่งงานเป็นคู่ต่อไปคงไม่พ้นคู่ของพิกับเบน ส่วนคู่ของเปรียวนั้นสาวเจ้าดูจะเฉยๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เปรียวชอบที่จะได้ทำงานมากกว่า ยิ่งตอนนี้พาสให้ดูแลงานในร้านเพิ่มขึ้น เพราะนาฏออกไปทำงานกับเบนตั้งแต่เรียนจบ เธอเองก็จบทางด้านงานบริหารบุคคลมาจึงรับหน้าที่ไปโดยปริยาย นัทเองก็ทำงานด้านกับกับเสียงและภาพให้กับบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง พักนี้จึงไม่ค่อยได้มีเวลามาที่ร้านนัก ทั้งสองดูจะให้อิสระซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ไม่มีใครก้าวก่ายกัน วันนี้ทั้งสองก็ยังคงเดินเคียงข้างกัน


ณุอุ้มภรรยามาวางที่เบาะด้านหน้าเขาปรับเอนเบาะให้ระนาบไปกับพื้นรถ เบนพาหนูนามาส่งให้กับณุที่รับบุตรสาวพาไปนั่งด้านหลังคนขับ


“ขอบใจนะเบน... พี่ไปก่อนนะ” ณุยกมือให้เบน


“ครับ...” เบนยืนส่งจนรถคันหรูถอยจากลานไป


เขากำลังจะกลับไปรับพิที่ยังอยู่ในงานพอหันหลังกลับไปก็พบกับเธอที่เดินตรงเข้ามาหาเค้าหญิงสาวส่งยิ้มมาให้


“พี่พาสไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”


“คงเพลียมากกว่า... ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก” เบนตอบ


“ดีจังค่ะ...” พิมีท่าทีเป็นห่วง


เบนมองคนตรงหน้ายิ้มๆ เขายื่นมือให้หญิงสาว “เรากลับกันดีกว่าครับ”


“ค่ะ..” พิวางมือเรียวบนมือใหญ่ เธอยิ้มให้กับชายหนุ่ม


ณุที่ขับรถกลับมาถึงบ้านเค้าก็เปิดประตูให้ลูกสาวตัวน้อยลง จากนั้นก็วิ่งอ้อมมาทางภรรยาที่เปิดประตูทำท่าจะลงจากรถด้วยตัวเอง


“ไหวเหรอจ๊ะ” ณุเข้ามาพยุง


“แม่จ๋า...” ลูกตัวน้อยจับมือแม่ไว้แน่นด้วยความเป็นห่วง


“แม่ไม่เป็นไรลูก...” พาสก้มลงยิ้มให้กับบุตรสาว


พาสกำลังจะก้าวเดินก็มีอาการเซให้ณุเห็น เขาต้องรีบช้อนภรรยาขึ้น “ไม่ไหวหรอก.. พี่อุ้มดีกว่านะ”


“อืม...” พาสซบลงกับอกสามี


“หนูนาไปหาย่าลูก... บอกว่าแม่เป็นลมนะ..” ณุบอกให้ลูกสาวไปตามคุณย่า


“ค่ะ...” เด็กสาววิ่งไปทันที


ณุอุ้มพาสเดินตามหลังไปช้าๆ เขากลัวว่าคนในอ้อมแขนจะสะเทือน “เดี๋ยวก็พักซะหน่อยนะคะ ทานยาหอมดีไหม”


“พี่ณุ...” พาสเรียกสามีเบาๆ


“หืม..” ณุขานรับ


“ถ้าปลาบอกอะไรพี่ณุไป... พี่ณุอย่าโกรธปลานะ” พาสพูดอ้อมแอ้ม


“ไปทำอะไรไว้คะ..พี่ถึงต้องโกรธ” ณุหยุดยืนอยู่ตรงชานมองหน้าภรรยาคนสวย


“คือว่า....” พาสกำลังจะพูดออกมา


“ลูกปลา.... เป็นไงลูก... เนี่ยน้าแม่บอกให้พักก็ไม่เชิ่อ” คุณสินีเอ่ยปากบ่น


“อะไรกันครับ...” ณุถามงงๆ


“ก็..... เฮ้อ... ถามกันเองเถอะ... เดี๋ยวแม่ไปละลายยาหอมให้ละกัน” คุณสินีมองลูกสะใภ้ที่อยู่ในอ้อมกอดบุตร
ชายอย่างพูดไม่ออก ท่านเดินกลับเข้าบ้านไปเตรียมยาให้


“ตกลงมีอะไรแล้วไม่บอกพี่คะ” ณุก้มถามภรรยาเสียงเข้ม


“คือ... ปลา..” พาสเงยหน้ามองสามีนิดหน่อยทำหน้าอ้อนๆ


“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนี้เลยบอกมา” ณุอุ้มเธอมานั่งที่โซฟาตัวใหญ่ เขาอุ้มเธอไว้กับตัก


“.พี่ณุบอกก่อนสิว่าจะไม่โกรธ” หญิงสาวทำเสียงอ้อน


“เอา... ว่ามา..” ณุพยักหน้ารับ


“ปลา..... ท้อง” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ


“ท้อง... ปลาท้อง” ณุพูดเสียงดัง


พาสก้มหน้างุดด้วยกลัวสามีดุที่เธอไม่ยอมบอก แถมยังทำงานหักโหมอีก เพราะคราวก่อนที่ท้องหนูนาเธอบอกตั้งแต่เริ่มท้อง เขาก็แทบจะไม่ให้เธอได้ก้าวเท้าไปไหน มาคราวนี้พาสเห็นว่าน้องกำลังจะแต่งงานจึงไม่บอก จนล่วงมานี่ก็เดือนที่สามเข้าไปแล้ว
---------------------------------------------------------แล้วจะรีบมาต่อให้ค่ะ
มาอีกแล้วลงก่อนนะ
----------------------------------------------------------------


“ปลา............ ท้องทำไมไม่บอกพี่...........หะ” ณุทำตาเขียวใส่ ดูท่าทางก็พอบอกได้ถึงอารมณ์มาคุของผู้เป็นสามี


“...........” พาสเงียบ


“พี่ไม่ชอบเลยกับการดื้อแบบนี้ รู้ไหมว่ามันอันตรายขนาดไหน” ณุดุภรรยา


“ก็...........” พาสเริ่มทำหน้าง้ำ


“ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนี้เลย........ วันนี้พี่โกรธปลาจริงๆ”


“ก็พี่ณุว่าจะไม่โกรธไง” พาสจ๋อย พยายามลุกจากตักสามีอย่างงอนๆ


“.... พี่ยังไม่ได้พูดสักคำ.... พี่แค่บอกให้ลองพูดมา” ณุโอบกระชับร่างบางไว้แน่น แต่ยังคงทำเสียงเข้ม


“โกรธก็ไม่ต้องมายุ่งกับเค้าสิ... ปล่อย” พาสดิ้นดุกดิกด้วยความน้อยใจ


“ไม่ต้องมาทำเป็นงอนเลย....จะให้พี่ทำโทษยังไงนี่” ณุถาม


“อย่าโกรธเลยนะ.......นะคะ...... ปลาขอโทษ” พาสยิ้มอ้อนสามี


“กี่เดือนแล้ว........” ณุถามเสียงเรียบขึ้น


“สองเดือนกว่า.” พาสก้มหน้าไม่สบตา


“เฮ้อ.........” ณุทอดถอนใจ


ณุเชยคางมนของภรรยาสุดที่รักให้เงยขึ้นสบตา “คุณแม่รู้เรื่องนี้ใช่ไหม......... หนูนาล่ะ”


“ค่ะ...” พาสยิ้มหวานให้สามี


“พี่ไม่รู้อยู่คนเดียวสินะ...” ณุถาม


“ก็......... ปลาอยากช่วยเรื่องงานแต่งน้องนี่พี่ณุ” พาสเสียงอ่อนเสียงหวาน


“ลูกปลา.... ดื้อ” ณุว่าเสียงนุ่ม เขาอยากจะโมโหสาวคนนี้เสียนัก เรื่องความดื้อรั้นที่แก้ไม่หาย ของเธอ แต่เขาก็ไม่สามารถโกรธภรรยาสุดสวยคนนี้ได้นานสักที หกปีที่ผ่านมาทั้งสองไม่เคยทะเลาะกันอย่างมากก็งอนกันไม่เกินชั่วโมงสักครั้ง


“ไม่โกรธนะคะ........ นะ” พาสซบอกอ้อน


"เฮ้อ.... แล้วคราวนี้เริ่มมีอาการแพ้บ้างไหม” ณุลูบผมภรรยาอย่างห่วงใย ยิ่งเมื่อเห็นตอนที่เธอทำท่าจะเป็นลมเขายิ่งห่วง


“ไม่ค่ะ... ไม่เหมือนคราวหนูนา”


“สงสัยพี่จะแพ้แทนซะละมั้งรู้สึกหงุดหงิดทุกอย่างเลยนะช่วงนี้” ณุรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ไม่ว่าเห็นอะไรที่ไม่ชอบใจดูเขาจะอารมณ์เสียไปซะหมด ยิ่งวันนี้ด้วยแล้วที่เห็นหนุ่มๆ จ้องภรรยาคนสวยยิ่งหงุดหงิด


“นั่นสิปลาก็ว่าพักนี้พี่ณุดูหงุดหงิดกับคนอื่นง่ายจัง”


“แต่พี่ไม่เคยดุปลานะ”


“รู้ล่ะค่ะ...แต่ก็เล่นเอาคนอื่นเข้าหน้าไม่ติดนี่คะ.....แล้วเมื่อกี้ไม่ได้ดุเหรอคะ” พาสดันตัวเองออก เธอทำท่าจะลุกจากตักสามี


“ไม่ให้ไปไหน......นั่นไม่ใช่ดุ....... พี่โกรธเลยนะนั่น.....” ณุรั้งตัวภรรยามาแนบอก


“ไม่เอาแล้วปลาจะไปอาบน้ำ.... พี่ณุนั่งโกรธไปคนเดียวนะ...” พาสพยายามดันตัวออก


“อาบด้วยกันดีไหม... เผื่อปลาเกิดไปเป็นลมในห้องน้ำ” ณุยิ้มตาหวาน


“ไม่เอา.....ไม่เป็นแล้ว.....หนูนาไปไหนเนี่ย...”


“ป่านนี้น้าเนียนพาไปอาบน้ำมั้ง...ตกลงอาบด้วยกันนะคะ.” ณุออดอ้อน


“ม่ายย.........” พาสตอบยานคาง


“ลูกปลาใจร้าย” ณุทำหน้าง้ำ


“ไม่เห็นเกี่ยวเลย... นี่ไม่อายลูกบ้างเหรอพี่ณุ” พาสขยี้ตรงกลางหว่างคิ้วสามีเล่น


“ใจดำ... นี่พี่ไม่โกรธเรื่องไม่บอกก็ดีเท่าไหร่แล้ว... ยังใจดำกับพี่อีก” ณุต่อว่า


ณุที่ตั้งท่าจะหอมแก้มภรรยาก็ต้องหยุดเมื่อบุตรสาววิ่งเข้ามาในห้องพอดี เจ้าตัวน้อยมาทำปิดหน้าเปิดตามองพ่อกับแม่


“หนูไม่เห็นนะ”


“เห็นไหม.. จนได้” พาสรีบลุกลงจากตักสามีลงนั่งข้างๆ แทน


“ว่าไงลูก...” ณุยิ้มให้เด็กน้อยพิษณา


“หนูมาราตรีสวัสดิ์ค่ะ... วันนี้จะไปนอนกับคุณย่า”


“ทำไมต้องไปนอนกับย่าล่ะคะ... ไหนวันนี้ว่าจะนอนกับแม่ไง” พาสถามบุตรสาวที่สามีอุ้มมานั่งตักเขา


“คุณย่าให้ไปนอนด้วยนี่คะ......คุณย่าบอกว่าให้คุณพ่อกับคุณแม่จู๋จี๋กันบ้าง....” เด็กน้อยตอบฉะฉาน พร้อมกับยื่นหน้าไปหอมแก้มพ่อ


ประโยคนั้นของบุตรสาวทำเอาพาสถึงกับหน้าแดง แม่สามีดูจะเป็นใจไปเสียทุกอย่างกับบุตรชายคนเดียวของท่าน


“แม่จ๋า... จุ๊บจุ๊บ...” ลูกน้อยทำแก้มป่องให้มารดาหอม


พาสยื่นหน้าไปหอมแก้มลูกสาวแต่ตัวเองกลับถูกสามีขโมยหอมแก้มไปอีกหนึ่งที “พี่ณุนี่....”


“อิอิ.... หนูไปแล้ว” ลูกสาวตัวน้อยหัวเราะคิกคักวิ่งไปหาเนียนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง


“พี่ณุชอบทำให้ลูกเห็นอยู่เรื่อยเลยนะ” พาสต่อว่าสามี


“ไม่เห็นเป็นไรเลย....” ณุโอบรอบตัวภรรยาอีกครั้ง


“พูดงี้เรื่อยเลย...”


“ก็จริงนี่.... พ่อแม่รักกันดีออก” ณุยิ้มตาหวานใส่ภรรยา


“ไม่......ปล่อยได้แล้วปลาจะไปอาบน้ำแล้ว” พาสผลักชายหนุ่มเต็มแรง เธอลุกยืนขึ้น


“อาบด้วย..........ป่ะ” ณุลุกตามทำท่าจะเข้ามาอุ้มภรรยา


“ไม่เอา...” พาสรีบก้าวนำหน้าออกไป


“หึหึ..” ณุหัวเราะขัน แล้วก็รีบก้าวตามหญิงสาวไป


“ระวังล้มนะ....” เขาพูดด้วยความเป็นห่วง


“ชริ...” พาสหันมาค้อน แล้วรีบหนีขึ้นบ้าน


เช้าวันใหม่พาสลงมาจากห้องหญิงสาวมองหาสามีและลูกสาว วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่จะต้องไปบ้านตากับยาย แต่เธอยังไม่เห็นหน้าทั้งสองคนเลยจนเดี๋ยวนี้


“ไปไหนของเขากันนะพ่อลูก”


“ปริ้น... ปริ้น...” เสียงแตรรถดังขึ้น


หญิงสาวเดินออกมาที่หน้าบ้านก็พบว่าพ่อกับแม่ถูกณุพามาที่บ้าน คุณตาอุ้มหลานสาวคนโปรดเดินมาทางลูกสาว


ณุพยุงคุณกาญจนาตามหลังมา เขายิ้มหวานให้ภรรยา


“เป็นไงบ้างยายปลา.... เห็นณุไปบอกว่าเราถึงกับเป็นลมในงานแต่งน้องเชียวหรือ...หึ” คุณชัยยศวางหลานสาวลง เด็กน้อยวิ่งเข้าไปกอดแขนมารดา


“ก็.... ค่ะ.... คงพักน้อยไปเท่านั้นล่ะค่ะพ่อ” พาสทำท่าจะอุ้มหนูนาที่ทำท่าจะให้แม่อุ้ม


“หนูนา....... ไม่เอาลูกมาให้พ่ออุ้มดีกว่านะ.... ตอนนี้แม่มีน้องอยู่เดี๋ยวสะเทือนน้อง” ณุกวักมือเรียกบุตรสาว


“แต่....” หนูนายังอยากให้แม่อุ้ม


“พี่ณุ..... เดี๋ยวลูกก็รู้สึกไม่ดีกับน้องกันพอดี” พาสต่อว่าสามี เธออุ้มลูกสาวขึ้นพร้อมกับหอมแก้มเนียนของลูก เด็กสาวยิ้มแก้มใส


“ขอโทษจ้ะ” ณุรับคำ


“เข้าข้างในกันดีกว่าค่ะ.....วันนี้พ่อกับแม่จะอยู่ถึงเย็นไหมคะ... ปลาจะได้ทำอาหารไว้เผื่อตอนเย็น” พาสเอ่ยชวนพ่อกับแม่


“พี่ว่าจะชวนกันไปหาอาหารทะเลทานเราไปบางแสนกันไหม ไปไหว้ศาลเจ้าแม่ทับทิมที่เขาสามมุกด้วย”


“......หนูนาอยากเล่นน้ำค่ะแม่” หนูน้อยบอกกับมารดาท่าทางตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยว


“จ้ะ...งั้นเราไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วยดีไหมคะ.ไปดูปลาดูสัตว์ทะเลกัน.....” พาสยิ้มให้ลูกสาวตัวน้อย


“ค่า........” เด็กน้อยหอมแก้มมารดา


ทุกวันดูผ่านไปอย่างรวดเร็วร่างกายน้อยๆ ของพาสก็ใหญ่ขึ้นท้องที่เริ่มขยายขึ้น ยิ่งทำให้หญิงสาวเดินไปไหนมาไหนดูเหนื่อยง่าย เข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นเพราะมดลูกขยายทำให้ไปกดทับส่วนอื่นทำให้กระเพาะปัสสาวะถูกกดไปด้วย เท้าบวมจากการรับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องทำงานเธอลงนั่งเอาหมอนหนุนหลังเพื่อให้นั่งได้สบายขึ้น


“เฮ้อ....” หญิงสาวถอนใจเฮือกใหญ่


“พี่พาส.... นมค่ะ” เปรียวถือนมมาส่งให้


“ขอบใจจ้ะ......” คนที่ไม่ชอบทานนมอย่างพาสกลับทานได้ง่ายขึ้น เธอยอมทานทุกอย่างเพื่อให้ลูกน้อยในท้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด


“เปรียวว่าพี่พาสพักได้แล้วนะคะ.... นี่ก็ใกล้วันคลอดแล้ว” เปรียวเป็นห่วงพี่สาว เพราะช่วงนี้ท้องของพาสเริ่มคล้อยต่ำลง เป็นสัญญาณว่าเด็กในท้องพร้อมจะออกมาชมโลกภายนอก


“ไม่เป็นไรหรอก.... ไม่ใช่ท้องแรกสักหน่อย” พาสยิ้มให้น้องสาว


“แต่ก็ห่างจากหนูนาตั้งห้าปีนะพี่... งานที่ร้านไม่ต้องห่วงหรอกค่ะเปรียวกับพวกพี่วุ่นพี่ปั้นดูแลได้”


“จ้าพี่รู้.... แต่พี่ไม่อยากอยู่เฉยๆ น่ะ เบื่อ...... ยิ่งอยู่บ้านด้วยแล้วพี่ณุเขาไม่ยอมให้พี่ทำอะไรสักอย่าง” พาสบ่นสามี


“แหม.... ก็ปกติล่ะพี่... พี่ณุเขาทั้งรักทั้งห่วงนี่คะ” เปรียวยิ้มเมื่อนึกถึงคำสั่งของณุที่บอกเธอให้ดูแลและคอยระวังพี่สาวทุกวัน


“เดี๋ยวพี่ไปนั่งที่เฉลียงข้างนอกดีกว่า ขอไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยรอพี่ณุด้วย” พาสขยับตัวลุกขึ้น


“เปรียวช่วย..” สาวตัวเล็กเข้าไปช่วยพยุงพี่สาวให้ลุก


“ขอบใจ.... เฮ้อ..... เนี่ยหล่ะคนท้องมันอุ้ยอ้ายไปหมด” พาสบ่น


“พี่พาสยังดูไม่เท่าไหร่หรอก... เห็นบางคนดูอุ้ยอ้ายมากกว่าอีก” เปรียวยิ้มให้กำลังใจพี่สาว


“อืม... ไม่ต้องอวยกันเองนักหรอกเจ้าเปรียว” พาสตีหน้าผากน้อง


“ไปค่ะ... เปรียวพยุงไปนะ...” เปรียวเปิดประตูให้
---------------------------------------------------------------------เหอเหอ รออีกครู่นะคะ
จบแล้วค่ะ
______________________________________________


พาสที่เปิดประตูร้านออกมาพลันสายตาเหลือบไปเห็นสามียืนคุยกับสาวสวยคนหนึ่งเข้า ดูท่าหญิงสาวรายนั้นพยายามหว่านเสน่ห์ณุ ชายหนุ่มก็ดูพูดคุยด้วยเป็นอย่างดีทำให้พาสรู้สึกไม่ดีนัก ความที่ตนเองรู้สึกว่าช่วงนี้ตนเองดูบวมๆ ไม่ได้หุ่นเหมือนปกติ นั่นก็ทำให้หงุดหงิดอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการออกมา แต่พอเห็นภาพตรงหน้าทำให้เธอไม่ชอบเอาเลย


“พี่พาส เปรียวไปเก็บของก่อนนะ” เปรียวไม่ทันสังเกตุ เธอเดินกลับเข้าร้านไป


“............” พาสเองก็ทำท่าจะหันหลังกลับเข้าร้าน


“ปลา....” ณุหันมาเห็นหญิงสาวเขาก็รีบตรงมาหาภรรยาทันที เขาเองก็กลัวเธอเข้าใจผิดชายหนุ่มไม่อยากให้อะไรมากวนใจหญิงสาวอันเป็นที่รัก


หญิงสาวไม่หันมามองสามีสักนิดเธอไม่ต้องการให้เขาเห็นว่าตัวเองอ่อนแอกับอะไรง่ายๆ แบบนี้


“ปลา.... รอพี่ด้วยสิคะ..” ณุรีบวิ่งเข้ามาโอบภรรยาไว้


“.............” พาสไม่พูด เธอยืนนิ่งหันหน้าหนีณุที่พยายามชะเง้อหน้ามอง


“เป็นอะไรคะคนดี......บอกได้ไหม” ณุถามเสียงนุ่ม


“เปล่า.....” พาสตอบเสียงเรียบ


“ไม่จริงหรอก........ เมื่อกี้ที่เห็นน่ะไม่มีอะไรจริงๆ นะ เขาแค่มาถามทางพี่ก็เท่านั้นเอง” ณุพยายามอธิบายภาพเมื่อครู่


“.............”


“ไม่เอาน่า... ถ้าพี่จะทำอะไรไม่ดีพี่ไม่มาให้ปลาเห็นหรอก”


“อ้อ..... งั้นแสดงว่าปกติไปทำที่อื่นสิ...ใช่ไหม” พาสถาม พร้อมกับหันมาจ้องหน้าณุ


“เอาแล้วไง....... เปล่าพี่พูดให้ฟังเฉยๆ.... ปลาจ๋าอย่าหงุดหงิดเลยนะคะ” ณุยิ้มหวานให้


“ไม่.....” หญิงสาวยังคงแง่งอนตามอารมณ์ที่แปรปรวนของร่างกาย


“นะ.... นะคะ” ณุอ้อนเสียงหวาน เขาโยกตัวคนที่เดี๋ยวนี้ช่างแสนงอน ช่างหงุดหงิดง่ายไปเสียทุกอย่าง เขาเข้าใจอารมณ์คนตรงหน้าเป็นอย่างดี จากประสพการณ์เมื่อคราวที่ท้องหนูนา


“.........” พาสไม่ตอบอะไร


“ไปกลับบ้านกันนะคะ” ณุเมื่อเห็นพาสเงียบไปเขาก็ช้อนตัวหญิงสาวขึ้น


พาสตกใจรีบกอดรอบคอชายหนุ่มไว้ “พี่ณุ......”


ณุก้มจูบที่หน้าผากของหญิงสาว “ลูกปลาแสนงอน.. ไม่งอนแล้วใช่ไหมคะ”


“................” พาสซบหน้ากับอกของคนรัก เธอพยักหน้าน้อยๆ


“อืม... น่ารักจัง” เขากระชับอ้อมแขนให้มั่นขึ้น กำลังจะออกเดิน


“อุ๊ย.... โอย..... พี่ณุ” มือของพาสกุมเสื้อของชายหนุ่มไว้แน่น


“ปลา... เป็นอะไร.... ปวดท้อง... ปวดใช่ไหม” ณุถามอย่างร้อนรน


“อืม....” หน้าของหญิงสาวเหยเกด้วยความปวด ช่วงนี้เธอก็ปวดมาเป็นระยะๆ ซึ่งเป็นการเตือนมาหลายวันแล้ว แต่หญิงสาวคิดว่ายังไม่ถึงกำหนดที่หมอบอกจึงไม่ได้คิดอะไร


“ไปโรงพยาบาลนะ.....เปรียว.....เปรียว” เขาบอกกับภรรยา แล้วตะโกนเรียกน้องสาวที่อยู่ในร้านเสียงดัง
เปรียวที่ได้ยินเสียงณุก็รีบวิ่งออกมา เธอเห็นหน้าพี่สาวก็พอจะรู้ว่าพี่สาวจะคลอด “ ไปเร็วพี่ณุ เดี๋ยวเปรียวเปิดประตูรถให้”


ชายหนุ่มอุ้มร่างของคนรักอย่างทนุถนอมเขาวางเธอลงที่เบาะหน้า จากนั้นก็รีบวิ่งไปประจำตำแหน่ง ก่อนไปยังหันมามองทางเปรียว ที่ยังยืนเป็นห่วงพี่สาวอยู่


“เปรียว.... อย่าลืมนะ”


“ค่ะ... พี่ณุไปเถอะที่เหลือเดี๋ยวเปรียวจัดการเอง.. เจอกันที่โรงพยาบาลค่ะ” เปรียวรีบกลับเข้าร้าน ยกหูโทรศัพท์ทันที


พาสที่ถูกนำส่งเข้าห้องคลอดไปแล้ว มีณุมาคอยรอฟังข่าวอยู่ที่หน้าห้อง สักพักทุกคนก็ตามมาสมทบ เปรียวเอากล้องวิดิโอมาส่งให้


“นี่ค่ะ... พี่ณุ”


“ขอบใจนะ...” ณุรับมาถือไว้แต่ตายังคงมองเข้าไปในห้องคลอด


“ใจเย็นลูก....” คุณสินีบอกลูกชาย


หนูนานั่งอยู่กับตักผู้เป็นตา “คุณตาขา..........”


“ว่าไงลูก...” คุณชัยยศก้มมองหน้าหลานสาว


“คุณแม่จะออกน้องแล้วเหรอคะ”


“จ้ะ...หนูกำลังจะมีน้องมาเป็นเพื่อนเล่นแล้วลูก”


“ดีจัง....น้องจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะ” เด็กน้อยถาม


“ไม่รู้สิลูก... แต่จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายหนูก็ต้องรักน้องรู้ไหมลูก” คุณชัยยศลูบแก้มหลานสาว ทุกคนเองก็ไม่รู้ว่าเด็กในท้องเป็นเพศไหน พาสไม่ยอมซาวด์เธอไม่ต้องการรู้ว่าจะเป็นเพศไหน เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายทุกคนก็ยังคงรักอยู่ดี


“ค่า....” เด็กน้อยรับคำ


พยาบาลเปิดประตูออกมามองทางกลุ่มที่ยืนกันเต็มหน้าห้อง “เอ่อ..... คนไหนสามีของคนไข้คะ”


“ผมครับ....ผมเอง” ณุรีบเข้าไปหาพยาบาล


“ค่ะ.... ภรรยาคุณให้คุณเข้าไปน่ะค่ะ... เอ่อยังไงไปล้างมือเปลี่ยนชุดที่ห้องด้านนั้นนะคะ” พยาบาลยิ้มให้ชายหนุ่มที่ดูตื่นเต้นเอามากๆ


“ครับ...ขอบคุณ” ณุรีบทำตามโดยเร็ว


ณุที่เข้าไปหาพาสเขาจับมือคนที่เหงื่อกาฬแตกพลั่กอยู่อย่างสงสาร เขาเองก็อยากเจ็บแทนได้ถ้าสามารถทำได้


“พี่ณุ.....” พาสเรียกเสียงเบา


“พี่อยู่นี่นะ...” เขายิ้มพยายามเอาใจช่วย


“โอย.............. อูย....” พาสหน้าเหย


พยาบาลเข้ามาซับเหงื่อให้ เธอขอให้ชายหนุ่มหลบออกไปเพื่อสะดวกต่อการทำงาน ณุได้แต่ยืนมองคนรักห่างๆ ด้วยความห่วง หญิงสาวต้องการคลอดด้วยตัวเอง ณุมองดูการทำงานของคณะแพทย์ไปเรื่อยเขาเฝ้าแต่ภาวนาให้ทั้งสองปลอดภัย


เวลาผ่านไปพักใหญ่ณุก็ออกจากห้องมา ชายหนุ่มยิ้มดีใจเดินมาหาทุกคน “ผู้ชายครับ.... ผมได้ลูกชาย”


“เย้.... หนูได้น้องชาย...” ดูหนูนาจะดีใจไม่น้อย


คนอื่นๆ ต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับณุ สักพักพยาบาลก็อุ้มเด็กน้อยออกมาก่อน เพื่อนำไปส่งให้กับห้องเด็กอ่อน


“เด็กผู้ชายนะคะ สุขภาพแข็งแรงดีค่ะ .... ยังไงเดี๋ยวจะให้ดูตรงกระจกในห้องเด็กอ่อนนะคะ” เธอยิ้มให้กับทุกคนแล้วเข็นเด็กน้อยไป


“ไปกัน... ไปดูหนุ่มน้อยรายนี้กัน..... อยากรู้จริงๆ ว่าหน้าจะเหมือนใคร” หลายคนพากันไปทางห้องเด็กอ่อน


“ผมขออยู่ทางนี้นะครับ.... แล้วไปเจอกันที่ห้องนะครับ” ณุบอกกับคนอื่นเขายังคงนั่งรอพาสออกจากห้องคลอด


หลังจากพี่พาสถูกพามาห้องพักณุก็นั่งอยู่ข้างๆ ตลอด เขาจูบที่มือน้อยๆ แล้วเอามาแนบแก้มของตัวเอง


“ขอบใจนะจ๊ะ.... ลูกน่ารักมาก”


“ค่ะ.... เห็นหน้าเจ้าหนูแล้วดีจัง.... เตะแม่มานานเหลือเกิน” พาสบ่นยิ้มๆ


“ก็ตัวออกจะใหญ่ ท่าทางแข็งแรงซะด้วยสิ” ณุพูดยิ้มๆ
“หน้าเหมือนพาสนะพี่ว่า..” ณุว่า


“ยังไม่รู้หรอกพี่ณุก็...” พาสยิ้มให้คนข้างตัว


“เหมือนจริงๆ นะ” ณุ


“ค่ะคุณพ่อคนใหม่” พาสยิ้มให้ เธอยังดูเซียวๆ อยู่บ้าง
สักพักทุกคนก็กลับเข้ามาภายในห้อง ดูทุกคนต่างครื้นเครงเป็นอย่างมาก ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นการใหญ่ถึงใบหน้าของหนุ่มน้อยคนใหม่ แต่ส่วนใหญ่ลงมติว่าหน้าเหมือนแม่ คงดุเหมือนแม่ด้วยแน่ๆ เพราะร้องลั่น ไปทั้งห้อง ต่างพูดคุยกันอีกสักพักก็ขอตัวกลับปล่อยให้เหลือกันเพียง สามคนพ่อแม่ลูก


“หนูนาเห็นน้องหรือยังลูก” พาสถามลูกสาวที่ขึ้นมานอนกับเธอบนเตียง


“ค่ะ... น้องร้องจ้าเลยนะแม่จ๋า” หนูนาลุกขึ้นนั่งรายงาน


“ตัวแดงๆ โดนห่อด้วยผ้ามองเห็นแต่หน้านิดเดียวเอง” หนูน้อยบรรยายให้มารดาฟังพร้อมกับประกอบท่าทาง


“ก็เหมือนหนูตอนเกิดละลูก... อีกหน่อยน้องก็จะตัวเท่าหนู”


“จ้า....” เด็กน้อยยิ้มร่า


"น้องชื่อไรจ๋ะแม่จ๋า"

"ภาณุ........จ้ะ..... หนูสองคน พิษณา กับภาณุ..." ผู้เป็นพ่อบอกกับบุตรสาว


พยาบาลเปิดห้องเข้ามาพร้อมกับรถเข็นเด็กอ่อน เด็กน้อยถูกส่งให้กับผู้เป็นแม่เด็กน้อยอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นและปลอดภัยของแม่ มีพ่อเขี่ยแก้มน้อยๆ อยู่ใกล้ๆ พี่สาวที่แสนจะน่ารักชะโงกหน้ามามองน้อง ผู้เป็นแม่หอมแก้มลูกสาวไปฟอดใหญ่ ผู้เป็นพ่อชะโงกมาจูบที่หน้าผากอีกที เป็นการบอกรักกันของครอบครัวอันแสนอบอุ่น ภาพบรรยากาศที่แสนอบอุ่นของครอบครัวนี้คงเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของความรักและความเข้าใจเท่านั้น อยากให้ทุกครอบครัวมีความสุขนะคะ

จบค่ะ



เติมชื่อลูกชายหน่อยนะคะ ลืมไปต้งกับน้องละอองแล้วลืมซะงั้น









 

Create Date : 10 สิงหาคม 2549    
Last Update : 13 สิงหาคม 2549 15:17:35 น.
Counter : 139 Pageviews.  


jd_spn
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




-ความรักเป็นสิ่งสวยงามแต่มิใช่จะเกิดได้ง่ายดาย เมื่อได้มาก็จงเก็บรักษาไว้ เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
-อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กับทุกคน และมอบความรักให้กับคนอันเป็นที่รักทุกคน
คุยกันหลังไมค่กดที่ตุ๊กตาเด็กเล่นน้ำนะคะ
cursor
Friends' blogs
[Add jd_spn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.