อั พ บ้ า ง . . . อ ะ ไ ร บ้ า ง
ไม่อัพบล๊อกมานานแสนนาน - -

ว่าแล้วก็นึกขึ้นได้ - -

วุ้นดองอีเมลล์เพื่อนสิงคโปร์ที่เจอกันตอนปีใหม่ มาสองเดือนแหล่ว - -

เอางี้ ถ้าใครหลงอ่านเข้ามา

ช่วยวุ้นทีเต๊อะ

ช่วงที่วุ้นส่งอีเมลล์คุยนั้น ก็ตกลงกันว่า วุ้นจะส่งเมลล์ ภาษาไทย-อังกฤษ ฉบับเว้นฉบับ

เพราะจูเลียนน่า เค้ากำลังศึกษาภาษาไทยอยู่ จะได้ฝึกไปในตัว

//แน่ะ วุ้นป่าวอู้เนียนไม่พิมอังกฤษน้า - -

อยากบอกเหมือนกันว่า การพิมอีเมลล์ภาษาไทยให้คนที่เรียนภาษาไทยอ่านนี้แอบยากพอดู - -

ต้องมานั้งคิดว่า เวลาเรียนภาษาไทยเนี่ย เค้าต้องสอนโครงสร้างการเรียงภาษา แล้วศัพท์แสงงี้ - -

จะส่งไปว่า "หวัดดี" ไรงี้ ก็ไม่ได้ "ดีจ้า" ไม่ได้ ต้อง "สวัสดี" ประมาณนี้อะไรงี้ - -

ทีนี้ ช่วงหลังๆ จูเลียนน่า ก็มีสกิล ภาษา มากขึ้น

สบายวุ้นสิ เนียน ส่งภาษาไทยไป แล้วไม่คิดโครงสร้างประโยคดีๆ

จูเลียนน่า ก็เมลล์มาตอบว่า คำว่า "แล้วไข้หวัด2009ที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง" คืออะไร

วุ้นเลยดอง เมลล์มาสองเดือน - - เพราะตอบไม่ได้


//เสื่อมตัวเองจริงๆ - -

ใครสามารถ แปลเป็นอังกฤษให้วุ้นที

รางวัลเป็นแคบหมูจากเชียงใหม่ 555

กะจะเล่าเรื่อง ตบต ไหงเนียนไปเรื่องอีเมลล์เนี่ย - -

วุ้นไปดูรถไฟฟ้ามาแหล่ะ

ร้องไห้ไปสามยก - -

ที่เกี่ยวกะ ตบต คือ...อารมณ์ เหมือนเหมยลี่อ่า

จริงจังๆ แบบเจอหน้ามันงี้ เข้าห้องน้ำที ไม่ได้ไปทำไรนี้ ไปกรี๊ดทำท่าดีใจ ที่ได้ไปกินข้าวกะมัน 555

เฮ้อ...พูดแล้วก็เพ้อ

อย่างมีตอนหนึ่งที่ มันฝากไปต่อคอร์สเรียน ซึ่งต้องเอาใบเสร็จเก่ามาดูชื่อ ห้องเรียน อะไรงี้

มันก็ให้ใบเสร็จมา กะตัง

วุ้นนี่ ว่างๆก็เอา ใบเสร็จมามอง (สภาพโทรมๆ เพราะมันไม่ค่อยดูแล แต่สภาพดีกว่าวุ้นอยู่ดี - -) แค่เห็นชื่อ ก็มีความสุข แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยย

แต่...พอต่อคอร์สเสร็จ มันก็ขอคืน - - เสียใจ (เก็บไว้ดูต่างหน้าก็ไม่ได้ T____________T)

ว่าไป...

วุ้นไม่ได้คุยกะ ตบต มานานแสนนาน

ตบต เปลี่ยนไป ช่วงที่ก่อนปิดเทอมซัมเมอร์ แล้วค่อยๆหายไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนวุ้นเปิดเทอมปีสอง - -

ปรากฎว่า เจอกันอีกที มันออนเอมค่ะ - -

อยู่เมืองจีน กำลังเรียนภาษา เพื่อเรียนโท ที่เซี่ยงไฮ้

ยู fudan พอวุ้นรู้เมือง รู้ ยู ปุ๊ป

วสจ ก็จัดการ ไปหาอากู๋หาข้อมูล ทุนเรียนที่นั่น 555 (ไม่ค่อยเลย - -...เข้าใจเลยว่าทำไม เรื่องเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำไมพระเอก ถึงยอมมาเรียนโรงเรียนดนตรี ตามนางเอก...เมื่อก่อนสงสัย ตอนนี้ กระจ่าง...อารมณ์นั้นเลยอ่า)

พอรู้ว่า ทุนอะไรเรียบร้อย ต่อไปก็ตามหาสถานที่เรียนภาษาจีน อย่างมุ่งมั่น

ตอนนี้ หาที่เรียนเรียบร้อยแล้ว

เหลือสมัคร 555

พอ ตบต รู้ว่า วุ้นจะไปเรียนภาษาจีน

มันก็ด่า ว่า ทำไมมึงไม่เอา ญี่ปุ่นให้ดีก่อนวะ - -

อยากจะบอกเหมือนกันว่า ญี่ปุ่นอ่าไม่ทิ้งหรอก แต่ที่เรียนจีน เพราะแกนั่นแหล่ะ - -

พอสองสามวันต่อมา เริ่มมีสติ

มานั่งนึก

กว่าวุ้นจะไปทุน คงเป็นทุนต่อโท ตอนนี้ วุ้นเรียนปีสอง อีกสองปีจบ (จริงจัง - -)

มันเริ่มเรียนปีหน้า คือ วุ้นเรียนปีสาม

ตามมาตรฐาน ป.โท มันเรียน สองปีชิมิ

มันเรียนจบ วุ้นก็กำลังไปจีน - -

แถวบ้านเรียกไม่เจอมันอ่า - -

แต่...ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีหวัง 555

วุ้น ก็ยังดึงดันจะเรียนอยู่ดี - -

แต่คงไม่รีบร้อน - -

ใครบอกว่า รักข้างเดียว มันแย่ - -

ดูวุ้นนิ เป้าหมายใหญ่โต

ตั้งใจเรียนเพื่อให้เกรดถึงขอทุนไปนอก (เพื่อตามผู้ชาย)

ถ้าไม่มีวงเล็บ คงดูเป็นเด็กดีนะ 555

เฮ้อออออ... เลฃ่าเรื่อง ตบต นี่ไม่มีจบสิ้น - -

ทั้งๆที่ไม่ได้เจอกันแหล่ว - -

ความจริง คงไม่ได้เจอกันถาวรเลยแหล่ะ

วงจรชีวิต มันคนละลูป - -
















ก้ออ่านะ



Create Date : 23 ตุลาคม 2552
Last Update : 23 ตุลาคม 2552 23:28:21 น.
Counter : 217 Pageviews.

1 comment
ก า ร ตั ด สิ น ค น อื่ น . . .
เริ่มก่อน...

วันนี้วันแม่ - - ข้าพเจ้าแอบเอียน การที่เราจะแสดงความรักต่อมารดา ในวันนี้ - -

แบบ...วันอื่น ล่ะ พวกคุณเอาแม่ไปไว้ไหน - - (โหมดขวางโลก)

แต่...ก็อย่างว่า...บางครั้ง...เทศกาลแบบนี้...มันก็ช่วยให้...คนที่แสดงออกด้านความรักไม่เก่ง...ได้ใช้เป็นโอกาสแสดงความรักเหมือนกันนะ

เฮ้อ...ว่าแล้ว...เดี๋ยวโทร.หาแม่ดีกว่า

กลับมาต่อ...

เคยมั้ย...ที่เราตัดสินคนโดยไม่ฟังความสองข้าง

เราตัดสินคน...จากคนที่เรารับฟังมา...โดยไม่เคยถาม...คนที่ถูกตัดสินเลย...ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า

บางครั้ง...ทฤษฎี สมคบคิด...มันก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป

วันนี้...แอบไปอ่านบล๊อก ของคนๆหนึ่งมา...

ซึ่ง ข้าพเจ้าไม่เคยรู้จัก จขบ เป็นการส่วนตัว...และ จขบ. ก็คงไม่รู้จัก ข้าพเจ้าเช่นกัน

แต่...สาเหตุที่เข้าไปอ่าน...เพราะ จขบ. มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนรู้จัก ของข้าพเจ้า

ซึ่งคนรู้จักนั้น...มักจะถูกว่าร้าย...ด้านความรัก...ทั้งๆที่ข้าพเจ้าไม่ได้ สนิทสนม กับคนรู้จักของข้าพเจ้า...

แต่...ความรู้สึกหนึ่งของข้าพเจ้าคือ...ข้าพเจ้า เข้าใจ คนรู้จักคนนั้น...

หลายครั้ง...ที่มีการนินทา...

มีใครบ้างมั้ย...ที่ลองมองอีกด้าน...

มันไม่ใช่การเข้าข้าง...

มันไม่ใช่การหาคำแก้ตัว...

ทำไมคนที่ถูกกล่าวร้าย...ออกมาพูดถึงข้อเท็จจริง...คนอื่นมักชอบว่า..."ข้ออ้าง"...หรือ "ข้อแก้ตัว"...

ทำไมไม่รู้สึกว่า...คนที่ว่าคนอื่นว่าใช้"ข้ออ้าง"อยู่นั้น...กำลังใช้"ข้ออ้าง"ที่จะไม่รับความอีกข้าง...

การที่ความจริง...มันไม่กับสิ่งที่เราคิด...หรือสิ่งที่คนอื่นคิดให้...มันไม่ทำความเสียหายกับเราหรอก

แต่...การที่เราไม่ยอมรับความจริงนั้น...บ่อยครั้ง...ที่มันกำลังสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่นอยู่

สันดานส่วนตัวข้าพเจ้า...เวลาได้ยินใครถูกนินทา...ข้าพเจ้า จะมีทฤษฎีส่วนตัวของข้าพเจ้าอยู่ที่ว่า...โดยพื้นฐานของมนุษย์ (ที่ปกติ)...จะกระทำอะไรต้องประกอบด้วยเหตุผลเสมอ(ไม่เกี่ยวกับความรักนะ - -)

ด้วยความที่ข้าพเจ้า...มักจะเป็นฝ่ายถูกนินทา มากกว่านินทาเอง(เพราะไม่ชอบนินทา - - ไม่พอใจในตัวใครก็บอกเลย มันเลยเป็นสาเหตุที่ถูกนินทา...)...เลยชอบมองหาสาเหตุของผู้ถูกนินทา...ว่าทำไมถึงทำให้ถูกนินทา

นั่นแหล่ะ...วันนี้ได้ดูหนังเรื่อง monster มา มีการพูดว่า "ทุกวันนี้ มนุษย์ก็ฆ่ากันตลอดเวลา"...อื้มม...

ถ้าไม่พูดถึงสงคราม...มนุษย์เราก็"ฆ่า"กันเอง...โดยวิถีทางที่สังคมสร้างขึ้นมา...

เรา"ฆ่า"ศักดิ์ศรีคนอื่น...

เรา"ฆ่า"ความเป็นมนุษย์ของคนอื่น...

เรา"ฆ่า"สิทธิของผู้อื่น...

โดยสังคม

ข้าพเจ้าขอไม่อธิบาย...เพราะหลายๆคนที่อ่าน...จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม...ลองไปนึกดูว่า...

ตอนนี้...เรากำลัง"ฆ่า"ใครอยู่หรือเปล่า

บางครั้ง...ขณะที่เรากำลัง"ฆ่า"คนอื่น โดยวิธีใดก็ตาม...สิ่งๆนั้นมันก็กำลัง"ฆ่า"เรากลับ...อย่างเลือดเย็นเหมือนกัน

ปล. การนินทาก็เป็นการ"ฆ่า"คนอื่น และ"ฆ่า" ตัวเองเหมือนกันนะ

เพราะฉะนั้น คงไม่ใครที่ไม่เคย"ฆ่า"คนอื่นหรอก

















ก้ออ่านะ



Create Date : 12 สิงหาคม 2551
Last Update : 12 สิงหาคม 2551 15:55:20 น.
Counter : 155 Pageviews.

4 comment
รั ก น ะ . . . แ ต่ ไ ม่ แ ส ด ง อ อ ก
กลับมาอีกครั้ง - -

ความรักอีกแล้ว!!!

วุ้นใสจ้า ยังไม่หยุด - -

มีเรื่องจะเล่าแหล่ะ^^

ใครเป็นบ้าง...โรคฟอร์มจัด

โรคปากนัก...ยกมือขึ้น!!!



ซึ่งโรคพวกนี้เนี่ย...นอกจากเราจะอึดอัดแล้ว...อีกฝ่ายก็อึดอัดด้วย

ที่ไม่รู้...ว่าความจริงแล้ว...เราคิดอะไรอยู่

และแล้ว...ข้าพเจ้าเพิ่งได้ประสบมา...ถึงรู้ว่า...การแสดงออกความรัก(เอาที่มันดีงามกับวัฒนธรรมไทย - -นะ)...มันง่ายเว้ย!!!

บอกว่าคิดถึง...แสดงความดูแลเอาใจใส่...มันก็ไม่ตายนี่นา - -

ความรู้ใหม่(จริงๆนะ)...เมื่อก่อน...ชอบคิดต่างๆนาๆ

คิดมากกว่าตอนทำข้อสอบเอนท์อีก...เพราะตอนเอนท์ไม่มีความรู้ติดสมองรู้แล้ว...เลยไม่ต้องคิด

นี่คือสิ่งที่คนฟอร์มจัด...ต้องเรียนรู้...จากความรัก

เพราะถ้าเรียนรู้โดยวิธีอื่น...ก็คงเป็นการฝืนใจแหล่ะ...

อันนี้แค่ฝืนฟอร์ม...แต่ใจพร้อมเสมอเอิ๊กกกกก

อืม...ช่วงนี้เขียนบล๊อก...ที่คนอ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่องบ่อย - -...ขอโทษนะคร้าบบ

กลับมาที่หัวข้อบล๊อก...รักนะ...แต่ไม่แสดงออก

ถ้าข้าพเจ้ามีแฟนแบบนั้น...ข้าพเจ้าจะสวนกลับไปว่า

ถ้าเมิงไม่แสดงออกแล้วกรู จะรู้มั้ยฟะ!!!(สาดดดดด)///โหมดเกรียน - -

แหม ตะเอง ก้อ บร้า หรออ ///โหมดแอ๊บแบ๊ว - -

มาบอกอะไรกันตอนนี้!!!///โหมดเพื่อนสนิท

งั้นถ้า ชั้นไม่แสดงออก เธอก็ไม่รู้ใช่มั้ย///โหมดตัดพ้อ

เฮ้ยงั้นเอาแฟร์ๆดิ...คนละครึ่ง...เค้!!!///โหมดวุ้นใสจ้า- -

กู จะไปรู้กับมึงมั้ย!!~///โหมดเพื่อนกูไม่รักมึงว่ะ

พอๆๆ - -

กลับมาๆ...(เป็นเมเม่แล้ว...สามารถประหลาดได้อีก - -)

เรามาถามใจตัวเองกันดีกว่า...

ว่าเราอยากให้ที่เรารัก...แสดงออกความรักกันมั้ย(ในแง่ความรักนะ ไม่เอาความใคร่ แบบ สายตาหื่นกาม หรือ ทำตัวลวนลาม งี้ไม่เอา)

...แค่นั้นแหล่ะ...คนที่รักคุณ...เค้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน^^


















ก้ออ่านะ



Create Date : 10 สิงหาคม 2551
Last Update : 10 สิงหาคม 2551 19:04:19 น.
Counter : 144 Pageviews.

3 comment
ค ว า ม รั ก . . . ค น รั ก
เค้าบอกว่า (วุ้นใสจ้า เองแหล่ะ)...
คนที่มีความรักมักจะไม่พูดถึงความรัก...
ส่วนคนที่ไม่มีความรัก..ก็มักจะพูดถึงความรัก..

สาเหตุที่คนที่มีความรัก..ไม่ชอบพูดถึงความรัก..เพราะเค้าเหล่านั้น..มักจะพูดถึง"คนรัก"แทน..

แต่คนที่ไม่มีความรัก...

เอิ่ม...อันนี้หลายสาเหตุแฮะ

อาจเป็นเพราะ...อาวรณ์รักเก่า...
หรืออาจ...อยากมีความรักใหม่

อืม...

นอนๆอยู่มานั่งนึก...สิ่งที่พี่ในบอร์ดทักเอาไว้...

ว่า...ทำไมช่วงนี้..ชอบตั้งชื่อเอ็ม...หรือเขียนบล๊อกที่เกี่ยวกับความรักด้วย

เลยมานั่งนึกๆๆ...ตอนแรกในใจแอบเถียง...

แต่ตอนนี้...เออจริงว่ะ...เมื่อก่อนนี่...อย่างฮา...

แต่...ช่วงนี้...บ่นไร้สาระ...มันน่าคิด

แล้วก็ช่วงนั้น(หมายถึงช่วงที่เขียนบล๊อกฮาๆ)

เรามีความรักแหล่ะ><...แต่เราไม่เคยเอ่ยถึงมันเลย...เหอๆๆ

ส่วนเรื่องที่พูดถึงแต่คนรักมั้ย??...เพื่อนข้าพเจ้าเท่านั้นที่ตอบได้...

มาตอนนี้...แอบยอมรับแฮะว่าชอบพูดถึงประเด็นความรัก...

อย่างวันนี้..ได้ดูหนังเรื่อง"หมานคร"มา...ปลื้ม...ชอบ...ประทับใจ...อย่างแรงงง!!!

แบบ..เฮ้ย!!...วุ้นใสจ้า แกพลาดว่ะ...พลาดไม่ไปดูโรงได้ไงอ่า...แอบเคืองตัวเอง..

ไม่รู้สิ...ชอบทุกอย่าง...นัยยะที่ซ่อนอยู่...ถึงแม้ข้าพเจ้าจะไม่สามารถเข้าใจได้หมดก็เหอะ

แต่...แบบ...บางคำพูด...บางสิ่ง...ที่เค้าสื่อออกมา...มัน...ฉึก!!!...เฮ้ย...โดน เว้ยย...ประมาณนั้นเลย

แบบ...ความรักเนี่ย...เราสัมผัสมันได้นะ...เพราะมันอยู่รอบตัวเราเลยล่ะ...ถึงแม้มันจะไม่ใช่ของเราก็เหอะ...

เคยมั้ย...เคยรู้สึกเขินเวลาที่เคย...คนที่เป็นแฟนกันเค้าเดินจับมือกัน...ข้าพเจ้าเป็นแหล่ะ...แบบมันเขินแทน><...

บางครั้งเดินสวนกัน...เราเห็นแล้วแหล่ะ...ว่ามีคนเขินที่เดินจับมือ...ไอ้เราก็ยิ้มไปกับเค้าด้วย...ประหนึ่งดั่ง ตัวเองที่แฟน แล้วเดินจับมือกันไปด้วยงั้น

โรคจิตได้อีก...

แต่ เคยมั้ย...ที่รู้สึกอิจฉา เวลาเห็นคนอื่นเค้ามีความรักกัน...(แต่ไม่มีสองความรู้สึกนั้นในเวลาเดียวกันนะ)

แบบ...เฮ้ย แล้วทำไมกูถึง เดินคนเดียวฟะ- -...ประมาณนั้น

แต่ ก็มีนะตอนรู้สึกดีที่เห็นคนเค้ารักกัน...แล้วเราก็มาเศร้าใจกับตัวเอง...ได้อีก วุ้นใสจ้า - -...

แล้ว...เคยมั้ย มีรู้สึกว่าตัวเอง...อิ่มกับความรัก...ที่ไม่ต้องมีคนรัก...(งดมองมุมความรัก ของพ่อ แม่ ลูก - -)

ตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นอารมณ์...ของตัวอย่างหลังสุด...

แค่ดูหนังรัก(ตรงไหน?)...เราก็รู้สึกรัก...รักอะไรก็ไม่รู้...แต่อิ่มเอมเหมือนมีความรัก

เชื่อมั้ย...จากเมื่อก่อน เวลาเห็นคู่รักที่ดูไม่เหมาะสม...ข้าพเจ้ามักชอบแอบ...วิถีประชา...ให้ตัวเองต้อยเนื้อต่ำใจเล่น...

แต่ตอนนี้...แค่เค้ารักกัน...มันก็พอแล้ว...พอแล้วจริงๆนะ...ไม่ต้องนึกถึงอะไร...แค่รักกันอ่า...ข้าพเจ้ารู้สึกว่า

คำว่า..."แค่รักกัน"...มันยิ่งใหญ่นะ...ยิ่งใหญ่กว่า...การมีความชอบเหมือนกัน...การเข้าใจกัน...การมีอะไรหลายๆอย่างที่สังคมมองให้คู่กัน...เสียอีก

เพราะฉะนั้น...

เรามารักกันเถอะ!!!~
...

รักอะไรง่ายๆ...ในสิ่งรอบตัว...เหมือนที่หนังสือฮาวทู...คอยพร่ำบอกถึงการมองสิ่งรอบๆตัวเราให้สวยงาม...

บางครั้ง...แค่ข้าพเจ้า...เดินข้ามสะพานลอย...ก็จะเล่นเหมือน...ข้ามถนนปกติ...แค่ได้คิดถึง...ก็สุขใจ

แค่เห็นคนอื่นมีความสุข...ไม่ว่าความสุขนั้น...เราจะเป็นผู้ทำให้เกิด...หรือเราจะเป็น...แค่เห็นผู้ผ่านมาพบเท่านั้น...แต่เราก็มีความสุขได้

เอิ่ม...รู้สึก..เพ้อ - -

กลับมาๆ...แค่จะบอกว่า...

ความรัก..กับ..คนรัก..เนี่ย..มันต่างกันเนอะ..ในแง่ของมุมมอง

ทั้งๆที่...ทั้งสองจะขาดกันไม่ได้...อื้ม

แต่ข้าพเจ้าไปแล้วไง...มีความรัก โดยไม่มีคนรัก - -...(ความจริงมีแหล่ะ^^...ก็..เพื่อนมนุษย์ไง(ออกแนวลัทธิศาสนาแฮะ - -)..)..ไม่หรอก...จะรัก...โดยไม่มีกรรม...ได้ยังไง...ในเมื่อ...มันเป็น...กริยาที่ต้องมีกรรม...จึงจะสมบูรณ์

เอาเป็นว่า...ข้าพเจ้ามีความรัก...กับความรัก...ความหวังดี...ของทุกๆคนที่มอบให้...

ดูเหมือนเป็นการที่เรารักในนามธรรมเนอะ^^...แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ...รักในศรัทธา ที่คนอื่นมีให้เรา...อืม...อันนี้รักมากเลยแหล่ะ><...

เพราะคนส่วนใหญ่มัก...เสื่อมศรัทธาในตัวข้าพเจ้า...อย่างรวดเร็ว(เพราะตัวข้าพเจ้าเอง+เหตุผลสนับสนุนรอบข้าง)...

อันนี้มัน...แก้ยากแฮะ...สันดานเน่าๆของตัวเองเนี่ย...

แต่มันก็มีบางคน...มี ยอมอดทน..ศรัทธาว่า ความจริง...มันต้องมีมากกว่านั้นสิ...ซึ่งมันน้อยมาก...ที่เหลือถึงตรงนี้

นี่คงเป็นอีกสาเหตุมั้ง...ที่ทำให้ข้าพเจ้า...ไม่ค่อยมีเพื่อน...ที่มีก็คงไม่ใช่เพื่อนกิน...เพราะรู้กันหมดแล้ว(เรียกว่าเข้าใจในสันดานที่แท้จริงของข้าพเจ้าดีกว่า)...

การที่เรา...รักในความศรัทธา...ของบุคคลเหล่านั้น...ไม่จำเป็นที่เราต้องรักคนเหล่านั้นด้วย...ถูกมั้ย...เราเรียกว่า...เป็นความรู้สึกผูกพัน...และเคารพ...กับคนๆนั้นมากกว่า...

โอเคๆรักก็ได้...แต่รักในมุมอื่น...ไม่ใช่รัก...แบบ"รัก"...เขาใจกันใช่มั้ยคะ...

แค่นั้นก็พอแล้วเนอะ^^...รักกับความเข้าใจ...ที่มีให้กัน...

ขอบคุณนะคะ...

ขอบคุณ..หลายๆคน...ที่นึกถึงข้าพเจ้า...ในเวลาเหงา...

ขอบคุณ...อย่างน้อย...คนที่ไม่มีค่า...ในสายตาเวลาปกติ...ก็สามารถเป็นคนที่อยู่เคียงข้างในยามที่คุณเหงา...

ถึงแม้ว่า...คุณอาจไม่คาดหวัง...ในตัวข้าพเจ้าเลย..

แต่อย่างน้อย...คุณก็กล้าพอ...ที่จะเสี่ยง

พวกคุณ...ทำให้ข้าพเจ้าอิจฉา...ที่พวกคุณสามารถ...หาคนที่อยู่เคียงข้างในเวลาเหงาได้

อาจเปนเพราะ...ข้าพเจ้า...ดึงตัวเองเป็นศูนย์กลาง...ไม่ยอมเข้าหาใคร

ทั้งๆที่...ความจริงนั้น...ข้าพเจ้า...กลัวที่จะเข้าหาใครสักคนหนึ่ง...เพื่อแสดงออก...ให้คนๆนั้นรู้ว่า...ข้าพเจ้าเหงาเพียงใด

ข้าพเจ้ายอมรับ...ว่าคิดมาก...และคิดเสมอว่า...ไม่มีค่าพอ...ที่จะไปบอกใครต่อใครว่า"เหงา"...

เคยมั้ย...ที่เหงา...อยากจะคุยกับใครสักคน...แต่ไม่รู้จะโทรหาใคร...

แต่เชื่อมั้ย...คนส่วนใหญ่...จะสามารถไล่ดูชื่อที่เมมเอาไว้...แล้วโทรหาใครสักคน

ซึ่งข้าพเจ้าก็เป็นแบบนั้น...

แต่...ไม่เคยโทร.หาใครเลย - -...

และ...หลายๆคน...แต่เดินผ่านมหาลัยข้าพเจ้า...นึกถึงข้าพเจ้า...ก็โทร.หาข้าพเจ้าทันที...

ขอบคุณคร้าบบ...ที่นึกถึงกัน^^

รักนะ(แต่ไม่ใช่คนรักอยู่ดี)






ปล. เดี๋ยวอาจกลับมาแก้ไข ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ ออก - - เพราะไม่ค่อยเป็นเอกภาพ - - ตอนนี้ง่วงแล้ว^^ ฝันดีก๊าบบบ


















ก้ออ่านะ



Create Date : 10 สิงหาคม 2551
Last Update : 10 สิงหาคม 2551 4:36:05 น.
Counter : 145 Pageviews.

5 comment
ค ว า ม ตั้ ง ใ จ . . . ข อ ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์
สวัสดีก๊าบบบ...

ไม่รู้มีคนอ่านบล๊อกหัวข้อข้างล่างหรือยัง...

ถ้ายัง

หัวข้อนี้ก็...

อ่านได้

เพราะมันไม่ใช่ภาคต่อ - -...

ตอนแรกกะพิมพ์ให้เสร็จๆไป แต่มันดูเยอะ...เลยกะเม้มเอาไว้

ถ้ามีคนอยากรู้คงเขียน(เพราะตอนนี้ขี้เกียจ - -)

ซึ่งปกติไม่มี...

บอกใบ้ดีกว่า เหตุการณ์ของบล๊อกข้างล่าง เกิดตอน ม. 5 เทอม 2

แต่...ไม่เกี่ยวกับ วิกฤตการณ์ที่จะเล่านะ - - (โฆษณาบล๊อกกันเข้าไป - -)

เข้าเรื่องๆ...

เมื่อก่อน...

ตอนเด็กๆ เรารู้สึกว่า การที่เราได้รู้จักใครสักคน..และเราก็มีจิตฉันทะต่อกันเนี่ย..เราก็มักจะอยากสานต่อความสัมพันธ์ที่ดีนั้นเอาไว้

ตามกฎ..มีเพื่อนดีกว่ามีศัตรู(เกี่ยวมั้ย)

ไม่ใช่...เพราะสันดานที่ถูกบ่มเพาะให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี..(ซึ่งตอนนี้มันหายไปไหนแล้วหว่า..)

นั่นแหล่ะ...เพราะฉะนั้นเวลาเราไม่รู้จักสักคน..แล้วไม่ได้มีอะไรให้ติดต่อกันได้อีก...ข้าพเจ้ามักอาวรณ์ถึงบุคคลเหล่านั้นเสมอ...

เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย(ความคิดนะ - - อย่าทะลึ่ง)..ได้รับรู้มุมมอง ของคนอื่น..ได้พบเห็นแง่มุมที่มากขึ้น...ทำให้ข้าพเจ้าคิดต่อว่า

บางครั้ง...การที่เราได้เจอใครสักคน...แบบสำนวนที่ว่า"พบเพื่อเพียงผ่าน"...ไม่จำเป็นเสมอไป..ที่เราจะสานต่อความสัมพันธ์นั้น

การที่เราอาวรณ์...การที่เรามีความรู้สึกดีๆกับคนๆนั้น...มันจะไม่หายไปกับกาลเวลาเลยล่ะ...

ใครจะไปรู้ว่า...บางครั้ง...การที่เราดึงดันจะสานสัมพันธ์ต่อนั้น...มันอาจทำให้ความรู้สึกๆดี...ที่เราเคยมีให้...อาจจางหายไปกับกาลเวลาก็ได้...

อย่างเช่น...ตอนที่ข้าพเจ้ากลับบ้านไปเรียนซัมเมอร์ที่เชียงใหม่นั้น...บังเอิญวนนั้นเป็นวันหยุด

แล้วทีนี้...ก็เลยชวนเพื่อน...กับพี่ของเพื่อนไปเที่ยวดอยสุเทพกันสามคน...(ออกแนวไปเป็นก้าง)

โดยวิธีการเดินทางนั้น...นั่งสองแถวไปกัน...ซึ่งตามกฎแล้วเราต้องรอให้มีผู้โดยสารเต็มคันรถจึงจะเดินทางได้

ซึ่งหนึ่งในกลุ่มผู้โดยสารนั้น...มีคู่รักคู่หนึ่ง...ดูแล้วแน่นอน...เค้าทั้งคู่ไม่ใช่คนท้องถิ่นแน่นอน

แล้วข้าพเจ้าก็ไปเที่ยวดอยสุเทพต่อ...ไหว้พระ เดินเที่ยว ถ่ายรูป...แล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับ

โดยมีเป้าหมายว่า พวกเราจะแวะน้ำตกห้วยแก้วต่อ(ตอนนี้จะห้าโมงเย็นแหล่ว - -)

ซึ่งบังเอิญในเที่ยวกลับนั้น มีแค่ข้าพเจ้าและผองเพื่อน กับ คู่รักคู่นั้น กลับพร้อมกัน

ขณะที่เราตัดสินใจว่าจะเที่ยวน้ำตกห้วยแก้วนั้น...คู่รักคู่นั้นก็คิดอยากไปเที่ยวด้วย(แต่ไม่ได้ไปด้วยกันนะ)...เลยกะจะลงจุดหมายเดียวกัน

แต่..ด้วยเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย...พวกเราเลยตัดสินใจที่จะไปเที่ยวแต่ขอกลับเข้าตวเมืองเลย

ซึ่ง ณ เวลานั้น พวกเราก็ไปเริ่มพูดคุย กับคู่รักนั้นเป็นพิธี และด้วย ความที่ชอบเป็นไกด์เล พูดคุยจนได้ความว่า

เพิ่งมาเที่ยวไม่รู้จักที่ทางสักเท่าไร (รู้จักแต่สถานเริงรมย์ ) พเจ้าลย เสนอว่า วันนี้วันอาทิตย์ ตอนเย็นๆ จะมีถนนคนเดิน สนใจไปด้วยกันมั้ย?

แถมเสนอชวนเที่ยววัดด้วย...(อันนี้ความชอบส่วนตัวที่ยัดเยียดให้คนอื่น..รู้สึกร่วมถึงความหลงใหลในความเป็นวัดของล้านนา - -) คู่รักทั้งสองคงเห็น ว่า

เป็นทริป ที่หายากดี - - เลยมาด้วย (ใจง่ายจริงๆ - -)

สรุปข้าพเจ้าก็พาเที่ยว วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง วัดข้างวัดเจดีย์หลวง(ขอโต๊ดจำชื่อบ่ได้ - -) และเดินถนนคนเดินกันต่อ

มานั่งนึกถึงเรื่องตอนนั้น...รู้สึกว่าตัวเองแอบเจ้ากี้เจ้าการแฮะ - -...แบบเป็นไกด์ที่น่ารำคาญน่าดู...แบบเค้าไปไหนเราก็ตามไปอธิบาย - -(ออกนอกหน้าสุดๆ - -)

แล้วก็พาไปทาน...ไข่ป่าม...น้ำเงี้ยว...ทำนองนั้น(พรีเซ้นต์ความเป็นล้านนาสุดๆ)

และสุดท้ายเราก็พาคู่รัก นั่งสองแถวกลับที่พักโดยสวัสดิภาพ(มีการต่อราคาสองแถวให้เรียบร้อย)

เหอๆ...ใครสนใจเที่ยวเชียงใหม่...อยากได้มุมมองการท่องเที่ยวเชิงผิดปกติ...ติดต่อวุ้นใสจ้าได้^^...ฟรีแค่ดเลี้ยงค่ากะจ่ายค่าเดินทางให้พอ...เอิ๊ก

กลับเข้าเรื่อง...ผลจากวันนั้น...ถ้าเป็นปกติ...เราว่าจะมีการแลกอีเมลล์...ที่อยู่เอาไว้ติดต่อทำนองนั้น...แต่ครั้งนี้...ไม่เลย...มันเป็นการ"พบเพื่อเพียงผ่าน" อย่างแท้จริง!!

พูดแล้วตอนนี้ก็ยังรู้สึกดีอยู่ไม่หายแฮะ...เอิ๊กๆๆ

แต่ไม่รู้ค่รักคู่นั้น...จะรู้สึกดีหรือเปล่า - -

กลับมา เมนหลักของจริงละ

คือว่า...ขณะนี้...ข้าพเจ้าเรียนเอยูเออยู่แหล่ะ

จบไปเลเวลนึง แล้ว...มีความสุขอย่างแรง!!!

อยากบอกว่า...รู้สึกดี...เพราะเพื่อนร่วมคลาสน่ารัก

และคนที่เราแหย่กันประจำนี่...น่ารักโคตร!!!...(สเป๊กข้าพเจ้าเลย ขาว ตี๋ ใส่แว่น หน้าตาดี กรี๊ดดดดด><)

แต่...ปากหมาอย่างแรง - -...ความจริงข้าพเจ้าผิดเองแหล่ะ...เพราะไปหาเรื่องเค้าก่อน(พี่เค้าเพิ่งจบแหล่ะ ตอนนี้ทำงานเกี่ยวกับมาเก็ตติ้ง ทำนองนั้น - -)

และที่สำคัญ...มีแฟนแล้วมั้ง...เป็นรุ่นน้องเรียนเอแบค...ประมาณนั้น...พี่เค้าไม่ได้บอกอ่า...แต่เซ้นข้าพเจ้ามันบอก...555

ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็น...เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ชอบในเชิงชู้สาว...แต่รู้สึกว่าปลื้มมากกว่า...(ทั้งๆที่ไม่ค่อยน่าปลื้มสักเท่าไร - -...เนื่องจากความปากหมาของพี่คนนั้น.....แต่ก็รู้สึกดีที่มีคนมาแหย่สม่ำเสมอ^^)

อย่างวันนี้...ยืนรอรถเมล์อยู่...พี่เค้าก็มาจากไหนไมรู้มายืนด้านหลังรอให้เรารู้สึกตัว...

แล้วก็ผลักข้าพเจ้าให้ตกฟุตปาท พร้อมกับพูดทำนองว่า อ้าวๆอยากตายหรืไง - -(ดูดู๊ดู ดูมันทำ)

ข้าพเจ้าเลยสวนกลับโดยการวิ่งตามไปฟาดหลังหนึ่งที - -(รู้สึกว่า คนทำเกินกว่าคือข้าพเจ้านะนั่น - -)

มีความสุขจัง...ทั้งๆที่เราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นเป็นพี่น้อง...(เพราะข้าพเจ้าแทบไม่เคยเรียกพี่คนนั้นว่าพี่ด้วยซ้ำ - - ออกแนวไม่เคารพ - -)...ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว...แต่ข้าพเจ้าชอบนะ...ไม่ได้ผูกพันอะไรมาก...แค่รู้สึกดีที่ยังรู้ว่ายังมีตัวตนในสายตา...(เหมือนข้าพเจ้าแอบรักเลย - -...ไม่ใช่นะ!!!~)

เพราะฉะนั้น...วันไหนมีเรียนเอยูเอ...ก็จะแบบ...เออแฮะ...สังคมที่ไม่ผูกพันและรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น...มันมีอยู่ด้วยแหล่ะ

ความจริงมีหลายๆเรื่องที่ข้าพเจ้ากับี่เค้าได้ปะทะฝีปากกันประจำ - -...

ขออีกหนึ่งเหตุการณ์ละกัน...อยากเล่า

ตอนนั้นในคลาสให้เราเขียนประมาณว่า...ตอนนี้เราเดินทางไปเรียนหรือทำงานโดยวิธีใด และเราอยากเดินทางวิธีไหน

ข้าพเจ้าก็ตอบว่า เดินมามหาลัย แล้ว อยากปั่นจักรยานมามากกว่า พอพูดเสร็จ...พี่คนนั้นก็พูดเสียงดังว่า...You are so very poor!...จนคนในห้องหันมามอง...ข้าพเจ้าก็หันไปทำตาเขียวใส่อย่างรวดเร็ว...

แต่...อาจารย์ในคลาสก็พูดพร้อมชี้หน้าพี่คนนั้นว่า...You are really fault finder person!!...พูดเสร็จทุกคนก็หัวเราะ...เพราะทุกคนในคลาสรู้ว่า...ข้าพเจ้ากับพี่คนนั้นแหย่กัยอย่างงี้ปกติ

พอถึงตาพี่คนนั้นพูดมั่ง...เค้าก็บอกว่ามาโดย บีทีเอส และก็ชอบ บีทีเอสอยู่...อาจารย์ก็พูดอย่างรวดเร็วว่า...Why not Ferrary แล้วก็พูดประมาณว่า ยูรวยไม่ใชเหรอ แบบ ทั้งห้องฮาแตก ...มีข้าพเจ้านี่แหล่ะที่สมน้ำหน้าอย่างออกนอกหน้าที่สุด - -

เรื่องก็เป็นเช่นนั้นแล...












ก้ออ่านะ



Create Date : 29 กรกฎาคม 2551
Last Update : 29 กรกฎาคม 2551 0:36:17 น.
Counter : 161 Pageviews.

2 comment
1  2  

วุ้นใสจ้า
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อืม สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดี(กับตัวเอง)ก่อนที่หลงเข้ามาดูบล๊อกของข้าพเจ้า และแสดงความเสียใจ(กับท่านที่กำลังอ่านอยู่)ที่บล๊อกไม่มีอะไรเลย - -

จบข่าว - -



ก้ออ่านะ