ชีวิตพอเพียงกับการเลี้ยงกล้วยไม้
Group Blog
 
All Blogs
 

เคล็ดลับในการปลูกผักหวานป่า

ปี 2555 ปีแรกของการปลูกผักหวานของพ่อผม (สวนผักหวานครูยนต์ อ.เมือง จ.ลพบุรี)

ผักหวานเป็นผักที่มีวิตามิน C สูง อร่อย เป็นผักที่ปลอดภัยจากสารเคมีครับที่สำคัญหากินยากและราคาแพงมาก มีคนนำมาปลูกแต่ส่วนใหญ่มักจะล้มเหลวผมเลยเอาเคล็ดลับการปลูกมาฝากผู้ที่สนใจครับ

ข้อ 1 ก่อนปลูกผักหวาน ต้องปลูกไม้พี่เลี้ยงให้ร่มเงาก่อนสัก 1 ปี ไม้ที่ดีและเหมาะกับการปลูกที่สุดคือ ต้นแคบ้านครับ เพราะหาง่าย โตไว เป็นพืชตระกูลถั่ว ช่วยตรึงไนโตรเจน เป็นปุ๋ยให้ดินครับ ให้ร่มเงาพอประมาณไม่ทึบจนแสงลอดผ่านไม่ได้ ลำต้นตรง ดอกเอามาแกงส้มอร่อยครับ





ในรูปคือต้นแคที่ปลูกไว้เป็นไม้พี่เลี้ยงให้ร่มเงาครับ

ข้อที่ 2 การปลูกโดยการเพาะเม็ดจะโตเร็วกว่าปลูกจากกล้าครับ การปลูกจากกล้าที่เราซื้อมาต้องระวังเรื่องรากอย่าให้กระทบกระเทือน อย่าให้ดินหุ้มรากแตกครับ ไม่งั้นต้นมักตายหรือแกรนครับ

การซื้อเม็ดผักหวานที่สุกจะหาได้ยาก ถ้าได้เม็ดสดมาก็ต้องล้างเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออกก่อน การล้างเม็ดต้องใส่ถุงมือ ไม่งั้นมันจะกัดมือ ล้างเสร็จให้ผึ่งไว้ในร่ม พอแห้งต้องเอาเม็ลดเก็บไว้ในตู้เย็นครับ เพราะเม็ดผักหวานจะมีช่วงเดือนเมษายน ปีละ 1 ครั้ง การปลูกจะต้องรอปลูกช่วงต้นฝน หรือเดือน พค -กค การเก็บในตู้เย็นจะช่วยยืดเวลาและรักษา % งอกครับ

ข้อ 3 ช่วงต้นฝนที่เราจะปลูก เราก็เอาเมล็ดมาเพาะในแกลบดำ หรือ เอากระสอบชุบน้ำแล้วเอาคลุมเมล็ด และรดน้ำให้มีความชื้นส่ำเสมอ เพื่อรอให้รากมันงอก เมื่อได้เม็ดพร้อมราก แล้วจึงย้ายไปปลูกในหลุม หรือบางคนก็เอาเม็ดไปปลูกเลย แต่การปลูกต้องมั่นใจว่าฝนตกอย่างต่อเนื่อง ถ้าฝนทิ้งช่วงต้องรดน้ำบ่อยๆครับเพื่อเพิ่ม % การงอกครับ

ข้อ 4 การขุดหลุมไม่ต้องกว้างมาก แต่เน้นความลึกให้ลึกสัก 30-50 ซ.ม. เหมือนขุดเสาบ้าน เราขุดลึกเพราะต้องการให้รากมันเดินลงดินได้ลึกๆ ในแนวดิ่ง เพื่อให้ต้นเจริญเติบโดไดเร็ว เลียนแบบธรรมชาติแหล่งที่อยู่อาศัยในธรรมชาติที่มันชอบดินลูกลัง หรือดินที่โปร่ง ที่รากมันเดินได้เร็วตามความพรุนของดิน
ขั้นตอนการเตรียมดิน เราเอาปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายแล้วแนะนำ มูลวัวนมที่เก็บไว้อย่างน้อย 6 เดือน มูลไก่ไม่แนะนำเพราะมันเค็ม มีกรดยูริคสูง ต้นมันจะเสียน้ำและเหี่ยวตาย เมือผสมดินเสร็จเอาดินลงไปก้นหลุม จนเต็มหลุมและพูนดินให้สูงกว่าระดิบผิวดินสัก 5-10 ซ.ม. ต้องสูงกว่าระดับดินมีเหตุผลครับเพื่อกันน้ำขังในช่วงฝนตกหนักเมล็ดถ้าน้ำขังเมล็ดจะเน่าครับ การเตรียมหลุมควรเตรียมล่วงหน้าก่อนปลูกสัก 1 เดือนครับ

ข้อที่ 5 เมื่อฝนเริ่มตกและมั่นใจว่าเข้าหน้าฝนดีแล้ว เราก็เตรียมเมล็ดตาม ข้อ 3 เลยครับ การปลูกถ้าเพาะให้เม็ดมีราก การฝังเม็ดมีเคล็ดลับคือเราใช้ไม้ไผ่ขนาด ครึ่งนึ้วแทงทำรูนำร่องไปก่อน ให้ลึกกกว่ารากเล็กน้อย แล้วค่อยๆหย่อนเมล็ดลงไปอย่าให้รากขาด ค่อยๆกลบดิน กรณีไม่ได้เพาะให้รากงอกการหยอดเมล็ด ก็ใช้ไม่แทงนำร่องให้ลึก 5 ซม หยอดเมล็ดลงไปโดยเอาส่วนขั้วเมล็ดขึ้นบน แล้วค่อยกลบดินบางๆ จากนั้นก็คลุมหลุมปลูกด้วยฟางบางๆครับ
ผักหวานมันจะใช้เวลางอกนานมากครับ ประมาณ 2-3 เดือน ถึงจะเห็นต้นอ่อนครับ บางทีรอจนนึกว่ามันจะไม่งอกซะแล้ว ระหว่างนั้นฝนทิ้งช่วงต้องรดน้ำวันเว้นวันครับ (การหยอดเม็ดหลุมละ 2-3 เมล็ดให้ห่างกันในแต่ละมุม กันบางเมล็ดไม่งอกครับ หรือบางต้นตายในช่วงปีแรก)

ข้อที่ 6 จากนั้นมาถึงเคล็ดลับอีกข้อ คือ การทำที่ป้องกันต้นอ่อนครับช่วงปีแรกสำคัญครับ การทำที่ป้องกันจะช่วยมันรอดพ้นจากการจิกของไก่ การเหยียบต้นอ่อนของสัตว์เลี้ยงหรือศัตรูอื่นๆ ป้องกันแดดจัดที่จะทำให้ต้นมันตาย หรือรอดจากอากาศแห้งแล้ง การทำก็ง่ายๆคือใช้ไม้ไผ่มาปักหลัก 4 - 6 มุม สูงสัก 50 ซม (ในภาพทำต่ำไปหน่อย พอปีที่ 2 ต้นมันจะล้นออกมา แต่ต้องรอให้ลำต้นสูงสัก 30 ซม จึงจะมั่นใจได้ว่าต้นมันรอดไม่ต้องการที่ป้องกันอีก) จากนั้นก็ล้อมด้วย ตาข่ายเขียวรอบหลุมที่ปลูก ด้านบนก็ใช้ตาข่ายคลุมด้วยกรณีที่แดดตอนบ่ายแรงส่องตรงๆโดนต้นผักหวาน หรือใช้ทางมะพร้าวคลุมก็ได้ แต่ถ้าพืชนำร่องให้ร่มเงาไม่ให้โดนแดดตอนบ่ายตรงๆ ก็ไม่ต้องใช้ที่คลุมด้านบนก็ได้ครับ ถ้าอยู่กลางแดดทั้งวันไม่มีร่มเงาจากไม้นำร่อง จำเป็นมากสำหรับการพรางแสง ตาขายเขียวที่ใช้ใช้ป้องกันแสงได้ที่ 50- 60 % หมายความว่าแสงลอดได้ 40 -50%ครับ






ข้อที่ 7 ระยะปลูกไม่แน่นอนครับแล้วแต่ว่าเราจะต้องการปลูกเป็นพุ่มแบบระยะชิด เพื่อเก็บเอาแต่ยอดขาย หรือซึ่งต้องการปลูกแบบห่างกันพื่อให้ต้นใหญ่เอาผลิตเมล็ด (บางทีต้องรอเกิน 10 ปี กว่าจะให้เม็ด) และเก็บยอดด้วยก็ปลูกห่าง
ตามความเหมาะสมกับพื้นที่ครับ ให้ถือหลักว่าดินเลวปลูกถี่ ดินดีปลูกห่าง ตามหลักของวิชาเกษตรที่เคยได้เรียนมาตอนอยู่มหาวิทยาลัยครับ

(ที่ทดลองปลูกหลังบ้านผม เป็นแบบปลูกชิด ระยะ 2*2 เมตร เป็นการทดลองปลูกเพื่อเก็บยอดครับ )


ข้อที่ 7 เคล็ดลับการดูแล แรกปลูก - 1 ปีครึ่ง เป็นช่วงวิกฤติของผักหวานครับต้นที่โตก็โตไปเลยครับ ต้นที่ตายก็ตายโดยไม่มีเหตุผล ต้นที่แกรนก็แกรนไป เพื่อนๆสูง 50 ซม บางต้นยังแกรนเลยอายุ 3 ปีแล้วสูงไม่ถึง 20 ซม การกำบังแดดโดยร่มเงาต้นไม้นำร่องเป็นสิ่งสำคัญ และ ต้องช่วยเรื่องการป้องกันลำต้นในช่วง แรกปลูก- 2 ปีแรก ด้วยมุ้งเขียวจะช่วยให้มันรอดมากขึ้น จากการประเมินด้วยสายตา อัตราการงอกของเมล็ดอยู่ประมาณ 70% ตอนที่ปลูก
เมื่อมันงอกแล้วเป็นต้น มันจะรอดเหลืออีกไม่เกิน 80% ของต้นที่งอกครับในปีที่ 2 ก็ถือว่าสูงกว่าปลูกแบบฝากเทวดาดูแลมากครับ





ข้อที่ 8 เคล็ดลับที่สำคัญ เมื่อเข้าปีที่ 2 มันต้องผ่านฤดูหนาวและฤดูแล้งที่สำคัญของมัน ถ้าผ่านไม่ได้มันมักจะตายช่วงนี้แหละครับ ข้อปฎิบัติต้อง รดน้ำวันเว้นวัน รดจนชุ่ม แต่ไม่แฉะจนน้ำขังนะครับ มันจะเน่าตายครับ ต้องทำต่อเนื่อง จนเข้าฤดูฝนปีที่ 2 ครับ ต้นมันจะใหญ่ขึ้นผิดหูผิดตาครับ พอเข้าแล้งปีที่ 3 ต้นมันจะโตพอที่จะหาเลี้ยงตัวเองได้ แต่ก็ต้องรดน้ำครับ 7 วันครั้ง และคลุมโคนต้นด้วยฟางข้าวเพื่อลดการระเหยของน้ำ

ภาพของผักหวานที่สมบูรณ์ผ่านมา 1 ปีครึ่งครับ








จะเห็นว่าการปลูกผักหวานต้องใช้การดูแลแบบใกล้ชิดอย่างน้อย 3 ปี จึงมั่นใจว่ามันจะรอดแน่นอน จากนั้นก็ฝากเทวดาเลี้ยงได้เลยครับ มันจะอึดสุดๆ และให้ยอดท่านกินในหน้าแล้ง


ข้อ 9 เคล็ดลับที่ดูว่าต้นผักหวานอายุ 3 ปี ขนาดไหนถึงจะปล่อยไม่ต้องดูแล ผมให้ข้อสังเกตุง่ายๆ

> ต้นต้องสูงไม่น้อยกว่า 50 ซม
> เราสังเกตเปลือกที่ลำต้นจะมีสีน้ำตาลเข้ม เหมือนผิวต้นกระถิน
> การเจริญเติบโตในปีต่อไปจะค่อยๆโตช้าๆ ไม่รวดเร็วเหมือนสามปีแรกครับ
> ช่วงหน้าแล้ง มีนาคม มันจะเริ่มแตกยอดอ่อนให้เราเก็บครับ

ผมมีต้นที่ผมปลูกอีกสวนมาให้ดูครับ อายุ 3 ปี ที่โตเป็นปกติ สมบูรณ์และเริ่มให้ยอดอ่อนครับ (ส่วนที่โตไม่ดีลองไปดูในบล็อดเก่าของผมที่เขียนไว้ครับ)








ข้อ 10 เคล็ดลับการดูแล

> การให้ปุ๋ยให้ปุ๋ยคอกเท่านั้น และที่มันชอบคือมูลโคที่เก็บสักครึ่งปี ผ่านการย่อยสลาย ให้ช่วงต้นฝนโรยรอบๆทรงพุ่ม ต้นละ 5 - 10 กก แล้วแต่ขนาดต้น มูลสัตว์อื่นต้องหมักอย่างน้อย 1 ปี ขึ้นไป ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ไม่ควรให้เป็นดีที่สุด

> ผักหวานชอบดินร่วน ดินลูกรัง หรือดินที่มีการระบายน้ำดี ไม่ชอบดินเหนียวดินที่ระบายน้ำไม่ดี ไม่ชอบที่แฉะ เราจะพบผักหวานในป่าเต็งรัง ป่าละเมาะ ป่าที่มีการทิ้งใบในหน้าแล้ง หรือ พบมากตามภูเขาแถว จ.ลำปาง ลำพูน ตาก กาญจนบุรี ที่มีหน้าแล้งชัดเจน เราจะพบว่าไฟไหม้ป่าจากล่าสัตว์และการเก็บของป่า ที่สำคัญก็คือ ผักหวาน เมื่อมีผักหวานคนเก็บของป่าจะใช้ไฟเผาเอาไข่มดแดงไฟก็จะไหม้ป่า และการเผาป่าของคนเก็บของป่าเพื่อจะให้ เห็ดถอบ หรือ เห็ดเผาะ มันเป็นเห็ดดิน พอเผาเสร็จ เมื่อฝนตกมันจะเกิดดีขึ้น คนเก็บของป่าเล่าให้ฟัง ตอนแรกไปทำงานทางเหนือสงสัยว่าไฟทำไมไหม้ป่าบ่อยพอไปถามคนเก็บของป่าเลยรู้ครับ การปลูกผักหวานช่วยลดโลกร้อน ตามกระแสรักโลกครับ

> การบังคับผักหวานแทงช่อ ง่ายๆ คือ การรูดใบผักหวานจากกิ่งให้หมด จากนั้นรดน้ำวันเว้นวันครับ

> ศัตรูพืชพอมีแต่ไม่มาก ที่พบคือ เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยไฟ ที่ชอบมาดูดน้ำเลี้ยงตอนต้นยังเล็ก ในช่วงที่แล้งจัดๆ ฝนทิ้งช่วงนานๆ


ผมชอบกินผักหวานครับ แกงผักหวานใส่ปลาย่างสุดยอดของอาหารครับ
หรือ เอามาผัดน้ำมันหอยก็อร่อยๆสุดๆ เอาสเต็กมาแลกก็ไม่ยอม

>>> สาเหตุที่ผมปลูกผักหวานเพราะผมขี้เกียจครับ ตอนเด็กๆผมอยู่ลพบุรีช่วงหน้าแล้งก็จะไปหาเก็บผักหวานป่า ตามป่าละเมาะ หรือชายเขา ไกลก็ไกล ร้อนมากช่วง เมษายน แดดโคตรร้อน มันจะมีอยู่ไม่กี่จุด และไม่มีการบอกกัน ถ้าไปช้าจะโดนเก็บไปก่อน เดินไปฟรี ถ้ารอให้มันออกช่อใหม่ก็ช้าไป จึงเป็นที่มาของการพยายามปลูกผักหวานของผม ตอนนี้หน้าแล้งผมมีผักหวานกินตลอด ทุกปี

>>> สุดท้าย ถ้าข้อมูลทีประโยชน์กับท่าน ก็ขอยกความดีให้คุณพ่อของผม ที่ปลูกและดูแล ผมเพียงหาเมล็ดให้ท่านปลูกเท่านั้นเองครับ เมื่อสวนหลังบ้านผมมีผักหวานโตขึ้น ปีหน้าจะเอามารายงานผู้ที่สนใจครับ<<<








ผลการปลูกปี 2556 ปีที 2ของการปลูก


>>>> มาดูความคืบหน้าของสวนผักหวานปี 2556 กันครับ ถ่ายเมื่อต้นเดือนเมษายน <<<<


ช่วงนี้ก็รถน้ำเพื่อเร่งการเจริญเติบโตและช่วยให้มันพัฒนาลำต้น และบางต้นก็เก็บยอดกินได้แล้วครับ  ผมแบ่งการโตของผักหวานผมเป็น 3 กลุ่ม


   1. กลุ่มแรกต้นโตดี ลำต้นสูง 1-1.50 เมตร กลุ่มนี้มี 20 % เก็บยอดแกงกินได้แล้วครับ อยูใต้ร่มแคและต้นกฤษณางามมากครับ




 กลุ่มนี้จะโตดีเพราะได้ร่มเงาไม่ช่วย และช่วงที่ฝนไม่ตกหรือช่วแล้งจะรถน้ำบ่อย 5 วันครั้งถ้าต้นขนาดนี้ปล่อยให้เทวดาเลี้ยงได้ ยังไงก็ไม่ตาย กลุ่มต้นพวกนี้จะอยู่ใก้ลร่มเงาต้นกฤษณาที่ปลูกไว้ครับ





 2.กลุ่มที่สอง โตปานกลางมี 60 %ถึงแม้จะปลูกวันเดียวกัน พอจะอธิบายความแตกต่างจากกลุ่มแรกได้ดังนี้

  > ความสมบูรณ์ของลำต้นที่งอกอาจไม่เท่ากัน
  >ร่มเงาที่ได้ไม่ดีเท่ากลุ่มที่ 1 จึงโตได้ไม่ดีเท่า
  > โครงสร้างดินแต่ละต้นมีความร่วนชุยหรือ ความอุดมสมบูรณ์ไม่เท่ากัน




กลุ่มนี้ลำต้นสูงประมาณ 50 ซม คาดว่าปีหน้าจะทันกลุ่มแรกครับ





 3.กลุ่มสุดท้ายจะออกแนวแคระแกรนสูงไม่เกิน 20 ซม หรือตายกลุ่มนี้มีประมาณ 20% 

ต้องเอาเม็ดมาปลูกซ่อมใหม่หรือต้นที่ไม่โตก็เร่งปุ๋ย  ปุ๋ยที่ใช้คือปุ๋ยคอกขี้วัว รดด้วยน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพ  และคลุมดินด้วยฟาง เปลือกถั่วเขียว หรือเปลือกนอกถั่วลสงให้มันรักษาความชื้นช่วงหน้าแล้ง พอหน้าฝนมันก็ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย กลุ่มนี้ต้องดูแลรดน้ำใส่ปุ๋ยเป็นพิเศษโดยเฉพาะหน้าแล้ง ถ้าดูแลไม่ดีโอกาสตายสูงมาก




 วิธีสังเกตว่าผักหวานโตแล้วไม่ต้องดูแลมากคือ ลำต้นจะมีสีน้ำตาลอ่อน หรือแตกยอดอ่อนตามปลายยอดให้เก็บได้นั่นก็หมายความว่าต้นมันเริ่มสมบูรณ์แล้วละครับ








   สวนนี้มีผักหวานประมาณ 120 ต้น สภาพดินเป็นดินร่วนผสมดินเหนียวซึงผักหวานโตได้ดีปานกลาง สภาพสวนโดยรวมครับ






รายงานการปลูกผักหวานปี 2557 update 20 กพ 2557(ปีที 3 ) ต้นที่สมบูรณ์เริ่มออกดอก






 เมื่อผักหวานเริ่มแทงช่อดอกปลายเดือน มกราคม สิ่งที่ต้องทำคือ หาฟางข้าวหรือเศษใบไม้เอามาคลุมโคนต้นผักหวาน และเริ่มใหน้ำ เพื่อช่วยให้ช่อดอกออกมาสมบูรณ์และให้น้ำทุก 5-7 วัน ดอกสมบูรณ์แมลงช่วยผสมเกสร โอกาสจะได้เมล็ดผักหวานป่าจะมากกว่าแบบปล่อยตามธรรมชาติครับ




 ลักษณะดอกจะจะเป็นช่อ ออกตามปลายกิ่ง ไล่ลงมาจนถึงแทงช่อดอกออกมาจากลำต้น ลักษณะการออกดอก คล้ายมะไฟ ลองกอง หรือ ลางสาดครับ



 จากการปลูก 3 ปี ต้นที่โตเร็วก็จะได้ความสูง 1.5 -2 เมตร ต้นที่แกรนก็สูงไม่เกิน 50 เซนติเมตรครับ ลักษณะต้นที่สมบูรณ์ที่ออกดอก 





 จากการสังเกต ผักหวานที่มีร่มไม้รำไร จากต้นแค จะเจริญเติบโตได้เร็วกว่า ต้นที่โดนแดดตรงๆ บางต้นที่โดนแดดตรงๆ แกรน หรือ มักจะตายครับ




  ต้นที่โตสุดอยู่ใต้ต้น กฤษณา สูงประมาณ 2.5 เมตร แต่ไม่ออกดอกครับ




ส่วนพวกที่โตไม่ทันเพื่อนก็ช่วยรดน้ำช่วงแล้ง พอได้น้ำและเจออากาศร้อนจัดในหน้าแล้งมันจะแตกยอดในแนวตั้งยืดลำต้นอย่างรวดเร็วแบบรีบโต ส่วนพวกไม่โตก็แกรนข้ามปี ผักหวานป่าเป็นผักที่แปลกครับ ถ้าสภาพแวดล้อมได้ตามความต้องการมันจะโตเร็วจนเราแปลกใจ ถ้าไม่ได้มันก้แกรนจนเรารำคาญเช่นกันครับ





 ระบบให้น้ำแบบง่ายๆที่พ่อของผมทำขึ้นมาครับ



ต้นที่ได้น้ำและพร้อมจะแทงยอดในแนวดิ่งผ่านฝนรับรองสูงเกิน 1.5 เมตร รอดตายฝากเทวดาเลี้ยงได้ครับ



 ต้นนี้ก็เช่นกันปีหน้าโตจนจำไม่ได้แน่นอน




 สุดท้ายการเก็บยอดผักหวานป่าช่วงแรกที่ต้นยังโตไม่เต็มที่ ไม่ควรเก็บยอดแนวดิ่งมี่พร้อมจะพัฒนาเป็นลำต้นหรือกิ่ง เราเก็บยอดแนวราบที่แทงออกด้านข้างลำต้นครับ



 มีข้อมูลผมจะนำมาลงเรื่อยๆครับ ขอบคุณที่ให้ความสนใจ


 สรุป ผักหวานที่อายุ 3 ปี ที่ออกดอก ต้นไม่สมบูรณ์ดอกร่วงหมดไม่ติดลูก

 มีเพียงต้นเดียวที่อยู่ อ.พัฒนานิคม ลพบุรี ที่ต้นอายุ 10 ปี ติดลูก ช่วงติดลูกก็รดน้ำ ลูกเลยดกเป็นพวง ปีนีจะได้เอาไปปลูกขยายสวนต่อไปครับ



 ลูกดกจริงๆ ต้นนี้ให้ลูกทุกปี ปีนี้รดน้ำวันเว้นวัน ดอกร่วงน้อย ลูกดกมากครับ



 >>>เคล็ดลับอีกประการของการปลูกผักหวานคือ ต้องปลูกกับต้นไม้อื่น มีต้นไม้เรือนยอดที่คอยเป็นร่มเงาใบโปร่งแสงลอดผ่านได้รำไร ในสวนของผมมี เช่น ต้นแค ต้นมะกรูด(ต้องตัดแต่งกิ่ง)  ต้นกฤษณา และปลูกมะนาว พริก มะเขือ มะละกอ แซมจะดีกว่าปลูกผักหวานเดี่ยวๆมีต้นไม้น้อยชนิดและต้องคลุมดินหน้าแล้ง
 >>>และข้อสังเกตอีกข้อ มันจะไม่ชอบต้นไม้ที่มีใบหนาทึบเช่น มะม่วง มะขาม และต้นไม้ที่มีรากหากินเก่งๆ เช่น ต้นไผ่ ยูคาลิปตัส มันจะแข่งขันกับไม้พวกนี้ไม่ได้ครับเพราะระบบรากผักหวานสู้ระบบรากพวกนี้ไม่ได้ครับ





 

Create Date : 03 มิถุนายน 2555    
Last Update : 1 เมษายน 2557 22:49:43 น.
Counter : 32435 Pageviews.  

มาปลูกผักกินเองหลังบ้านกันเถอะครับ

เหตุผลที่เราควรปลูกผักกินเอง เพราะว่า
1. ประหยัดเงินของท่านในการซื้อผักบางชนิดที่ปลูกได้ง่ายเช่น ตะไคร้
มะเขือ มะนาว สะระแหน่ กระเพรา ผักชีลาว ผักชี และอื่นๆ
2. ลดมลพิษจากยาฆ่าแมลงที่ตกค้างมากับผัก ช่วยรักษาสุขภาพของเรา
ให้ดี เดียวนี้หาผักที่ปลอดจากการฉีดยาฆ่าแมลงยากมาก คนปลูกไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ปลูก มะเร็งเป็นโรคทีมากับสารเคมีตกค้าง
3. ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นการออกกำลังกายไปในตัว ลดการฟุ้งซ่านไปทำเรื่องที่ผิดศีล
4.ได้ความภาคภูมิใจในผลผลิตที่เกิดจากการปลูกของเรา
5.ได้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักต่างๆ เป็นการฝึกให้ลูกๆของท่านรักธรรมชาติ
6. ได้ความสดใหม่ทุกวัน จากหลังบ้านท่าน
7. ทำให้ใจเย็น รู้จักการรอคอย และการดูแล

แบบที่ 1 การปลูกในกระถางพลาสติกเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 นิ้ว ปลูกได้เกือบทุกที่ ไม่ว่าตึกแถวเอาไว้ดาดฟ้า ทาวน์เฮ้าส์เอาไว้หน้า บ้านหรือหลังบ้าน ถือเป็นไม้ประดับบ้าน





มะเขือเปราะก็ปลูกได้งามในกระถาง ใช้ดินปลูกที่ดีและรดน้ำวันละครั้ง
ก็มีผลให้เอามาจิ้มน้ำพริกแล้วครับ




พริกหวานก็ปลูกได้งามเช่นกันในกระถาง





มะเขือเทศก็ให้ลูกได้ดีเช่นกัน



ลูกน่ากินครับ





เอามาวางเรียงกันก็งามครับ



เมล่อนก็ปลูกในกระถางได้ครับ





แบบนี้ก็เป็นแนวทางที่น่าทำครับ




หรือแบบนี้ก็ทำได้ง่ายครับ




การเพาะกล้าผักก็เพาะในกระบะพลาสติก เอาไว้ในที่ร่มรำไรแล้วจึงย้ายปลูกลงกระถางในภายหลัง อุปกรณ์ไม่แพง




แบบที่ 2 ปลูกผักแบบไร้ดิน เหมาะกับพื้นที่จำกัดจริงๆ




แบบง่ายๆ



แบบแนวตั้ง





แบบที่ 3 มีพื้นที่หลังบ้านบ้างแต่ไม่มาก ก้ทำได้เช่นการปลูกในวงบ่อซีเมนต์ ที่นิยมกันมากก็มะนาวครับ




ให้ลูกได้ถ้าน้ำถึงปุ๋ยถึง







แบบที่ 4 มีพื้นที่มากพอสมควรก็ปลูกเป็นระบบ มีระบบการให้น้ำ
แบบแปลงจำลองของ น้องๆภาควิชาเกษตรกลวิธาน ม.เกษตร กำแพงแสนที่นำมาเสนอครับ




ระบบท่อให้น้ำ




สปริงเกอร์ให้น้ำ




ระบบให้น้ำพลังงานแสงอาทิตย์




ปลูกหลากหลายแบ่งเป็นแปลงๆ เรียงอายุการปลูกให้เก็บกินได้ตลอด




ผักสดๆน่ากินปลูกรวมๆกัน เพื่อลดการทำลายของแมลงที่จะมาทำลายผัก




หรือจะใช้ระบบน้ำหยดพร้อมพลาสติกกันระเหยก็ได้ครับ





มาลองปลูกกันครับ อุปกรณ์ต่างๆก้หาได้จากร้านขายอุปกรณ์การเกษตร หรือจะไปซื้อจากจตุจักร หรือสนามหลวง 2 เมล็ดพันธุ์ผักก็มีขายเป็นซองๆละ 10-15 บาท ลองทำดูครับมีแต่ได้กับได้ครับ ผมขอแนะนำ




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2553    
Last Update : 18 ธันวาคม 2553 15:14:23 น.
Counter : 11236 Pageviews.  

กล้วย ผลไม้หลักที่ควรปลูกเมื่อทำเศรฐกิจพอเพียง

กล้วยเป็นไม้สารพัดประโยชน์ที่ใช้ได้ตั้งรากจนถึงใบ วิตามินสูงเด็กสมัยก่อนก็กินกล้วยบด ก่อนที่จะมีนมผงเลี้ยงทารก หรือ ซีเรียลเหมือนปัจจุบัน
คนที่อายุ 30 ปีขึ้นไปตอนเด็กๆก็เคยกินข้าวบดกับกล้วยแน่นอน ลองถามแม่ดูครับ

วันนี้เอาผลงานของ สถาบันวิจัยปากช่อง ของ ม.เกษตร ที่ทำวิจัยเกี่ยวกับกล้วย เห็นว่ามีประโยชน์ เลยเอามาฝากเพื่อนๆครับ




ผลงานมีประโยชน์




เครือยาวจริงๆ





เราลองมาดูกล้วยพันธุ์อื่นๆกันบ้างครับ ไม่แน่หลังบ้านของท่านอาจจะมี





2.



3.




4.



5.



6.



7.



8.



9.



10.



11.



12.



13.



14. กล้วยหอมจำปา





ของแถมครับกล้วยไม้สวยๆ





 

Create Date : 10 ธันวาคม 2553    
Last Update : 10 ธันวาคม 2553 9:58:53 น.
Counter : 868 Pageviews.  

สวนสมเด็จพระศรีนครินท์ ต.สามพระยา อ.ชะอำ แหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง

เป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานที่ท่านอาจะยังไม่รู้จัก ผมเลยขออนุญาต นำมาเผยแพร่ เป็นโครงการของ สมเด้จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย




ที่ตั้งก็อยู่ถนนบายพาส ชะอำ-หัวหิน ถ้ามาจากชะอำ เจอสี่แยกแรก
เลี้ยวขวาเข้าไป 3 กม ทางเดียวกับสนามกลอฟ ครับ







พระองค์ทรงเห็นว่าถ้าปล่อยพื้นที่ว่างเปล่าก็อาจเป็นทะเลทรายจึงมีพระราชดำริทำเกษตรพอเพียงและปลูกป่า ถ้าทำในที่แห่งนี้สำเร็จก็ทำในที่แห่งอื่นๆสำเร็จเช่นกัน ภาพการเปลี่ยนแปลงของสถานที่









ปีต่อมา





มีต้นไม้มากมายจากการปลูกจนจำสภาพเดิมไม่ได้



เจ้าหน้าที่ศูนย์อธิบายให้ฟังว่าดินที่นี่เป็นดินดาน ขุดลึกได้ไม่เกิน 50 ซม มีแต่พืชมหรรศจรรย์คือหญ้าแฝกที่รากจะชอนไวไปได้





วิทยากรของสวนนำชมโครงการ





แผนผังของสวนสมเด็จ





สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย





ต้นไม้ที่สมเด็จพระเทพ ทรงปลูก





จุดเด่นมีสวนสมุนไพร รวบรวมสมุนไพรไว้กว่า 200 ชนิด





แทบจะไม่น่าเชื่อว่าเมื่อก่อนมีแต่สวนสับปะรด แล้งๆเกือบเป็นทะเลทราย ปัจจุบันรุ่มรื่น ถ้าไม่ได้ถ่ายภาพไว้ผมก็ไม่เชื่อครับ




ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้สมุนไพร ของแพทย์แผนไทย





วานิลา ที่ทำไอศครีม ก็ปลูกได้ที่นี่ วานิลาเป้นพืชวงค์กล้วยไม้ชนิดหนึ่งครับ




ผมสารภาพเลยว่าไม่รู้จักที่นี่ เมื่อไปร่วมโครงการปลูกป่าที่บริษัทจัดก็เลยได้รู้จักโครงการพระราชดำริดีๆโครงการนี้ครับ





สภาพป่าในปัจจุบัน




ทางเดินข้างในร่มรื่น





แปลงทดลอง





แปลงทดลองการปลูกพืชผสมผสาน





แปลงทอลองเช่นกัน




วนเกษตร





ภายในป่าปลูกอันร่มรื่น




มุมพักผ่อน





พระบรมราโชวาทของท่านที่ตั้งใจจะพัฒนาชนบท เพื่อพี่น้องชาวไทยผู้ด้อยโอกาส ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน





 

Create Date : 06 ธันวาคม 2553    
Last Update : 6 ธันวาคม 2553 9:33:45 น.
Counter : 2444 Pageviews.  

ผักหวานป่า รายงานประสพการจริงจากสวนเกษตรพอเพียง

ทีสวนของผมได้ทดลองปลูกผักหวานป่าเมื่อ เมย ปี 2551 ปีนี้ก้เข้าปีที่ 2
ของการปลูกได้ประสพการมาเล่าให้ฟังดังนี้
1.กล้าที่ปลูกเวลาที่จะปลูกห้ามให้รากขาด ห้ามให้ดินที่หุ้มรากหลุดออกจากลำต้นเด็ดขาด ต้องปักไม้ทำร่มช่วงครึ่งปีแรก



2.จากการไปทดลองปลูกหลายที่ สรุปได้ดังนี้ ผักหวานชอบดินร่วนที่
มีหน้าดินลึกพอสมควร น้ำไม่ท่วมขัง ชั้นถัดจากหน้าดินควรเป้นชั้นหินลูกรังหรือ ชั้นดินที่มีความโปร่ง ถ้าเป็นดินเหนียวรากไชชอนไม่ได้ก็มักจะไม่โต
ผักหวานต้นนี้อายุ 2 ปีครับ ปลูกบริเวณเดียวกับต้นอื่นๆ แต่โตช้ากว่า
คาดว่ารากจะเดินไม่ดีเท่าต้นอื่น




3. ร่มเงาจำเป็นมากในการปลูกผักหวาน ถ้าท่านปลูกที่โล่งแจ้งรับรอง
ร้อยละ 99 จะตายครับผมลองมาแล้วช่วงต้นของการปลูกตายไป 50 ต้น
หมดเงิน 1,000 บาท ต้องมีพืชพี่เลียงครับ พืชพี่เลี้ยงที่ดีคือ ต้นแคครับ
ที่เราเอาดอกสีขาวมาทำแกงส้มนะครับ พอฝนเริ่มลงเราก็หยอดเม็ดแค
ห่างกัน 2 * 2 เมตร ไม่เกิน 2 เดือน ถ้าฝนตกดีก็สูง 50 ซมใบมันจะแผ่เป็นทรงพุ่ม แคเป็นพืชตระกูลถั่วช่วยตรึงไนโตรเจนให้ผักหวานด้วยครับ
จากนั้นเราก็ปลูกต้นผักหวานระหว่างต้นแค การปลูกต้องปักหลักเป็นคอกสี่เหลียม และเอาสแลนล้อมรอบต้น เพื่อกันสัตว์ไปจิกใบต้นอ่อนครับ
ช่วง 6 เดือนแรกจะโตช้ามากครับต้นนี้เอาออกจากสแลนแล้วและยังใช้หลักปักและยึดด้วยเชือกอยู่กันต้นโยกครับ




3.การให้น้ำให้เฉพาะช่วงปลายหนาวจนถึงหน้าแล้ง ให้ 7 วันครั้งครับ
ปุ๋ยควรใช้ปุ๋ยคอกเท่านั้นเป็นขี้วัวจะดีที่สุด ถ้าเป็นขี้หมูและขี้ไก่ควรหมักอย่างน้อย 6 เดือน ไม่งั้นมันจะมีความเค็มทำให้ต้นตายได้ ปุ๋ยเคมี
ไม่ควรใช้ครับ เพราะมันมีความเค็มจากจากเกลือที่เป็นส่วนประกอบปุ๋ย
ท่านจะหงุดหงิดมากช่วงปีแรก-ปีที่ 2 มันเป็นพืชที่โตช้ามากๆๆ
ปลูกยาก ตายง่าย




4. จากนั้นแคพืชพี่เลี้ยงก็จะสูง 3 เมตร เป็นร่มคลุมให้ต้นกล้า ผักหวานป่า
ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป ผักหวานจึงจะตั้งตัวได้ ของเพื่อนบ้านปล่อยผักหวานโดยไม่มีพืชคอยให้ร่มเงา ปรากฏว่าค่อยตายไปทีละต้น
ผักหวานตามธรรมชาติ ที่ลำปาง ลำพูน ที่มีผักหวานป่า มักจะพบในป่าแพะ คื่อ ป่าละเมาะ มีพุ่มไม้เตี๊ย และหน้าแล้งจะแล้ง ไม้หลักจะทิ้งใบ ผักหวาน
จะสวนทางกับไม้อื่นๆ จะแทงยอดอ่อน ช่วงนี้แหละครับชาวบ้านจะเข้าไปเก็บยอดอ่อน พร้อมกับหาไข่มดแดงมาแกงกับผักหวาน ส่วนป่าทึบ หรือป่า
ดงดิบจะไม่พบผักหวานป่า




5. เคล็ดลับในการเลือกพื้นที่การปลูก ถ้ามีต้นเก่าปลูกอยู่แล้ว ก็ปลูกบริเวณ
นั้นเลยครับแสดงว่าดินตรงนั้นเหมาะกับการปลูกผักหวาน ถ้าไม่มีต้นเดิม
เราก็เลือกกที่เนินน้ำไม่ขัง ดินร่วนซุย หรือ มีหินมีกรวดผสมอยู่ก็น่าจะเหมาะสมครับ





6. มาดูผักหวานอายุ 2 ปี จำนวน 20 ต้นที่ผมปลูกไว้ จากรูปข้างบน
ที่ไม่ค่อยโต กับพวกที่โตและเก็บยอดมาแกงได้ในปีนี้ ถึงแม้ว่าจะปลูก
บริเวณเดียวกัน ผมสังเกตว่าพวกที่อยู่ใต้ต้นแคจะโตดีครับอย่างชัดเจน




7.ต้นผักหวานอายุ 2 ปี ที่โตดีสูง 50 ซม ที่นำมาให้ชมครับ

ต้นที่ 1




ต้นที่ 2 อยู่ใต้ต้นแค ต้นไม้พี่เลี้ยงครับ




ต้นที่ 3 กำลังแตกใบอ่อนครับ





ต้นที่ 4 ต้นนี้งามสุดๆ ในบรรดา 20 ต้นที่นำมาปลูกเมื่อ 2 ปีที่แล้วครับ





ต้นแรกที่แม่ผมนำมาปลูกเมื่อ 10 ปีที่แล้วสูงท่วมหัวและแตกใบอ่อน
เก็บได้ 0.5 กก พอแกงหม้อใหญ่เลยครับ





ผักหวานป่ามี 2 ชนิดที่ผมสังเกตได้ดังนี้


แบบแรก ใบแก่แบนราบเป็นมันไม่มีร่องใบ ให้ยอดดกดีแกงอร่อย




สภาพต้นโดยรวม





แบบที่สอง ใบจะบางกว่าแบบแรก ด้านบนของใบมีร่องของเส้นใบชัดเจน
ผมมีอยู่ 1 ต้นนี้สูง 3.5 เมตร ออกแต่ดอกเต็มต้น ไม่ค่อยติดผล มีผลติดไม่เกิน 10 ลูก ผมเรียกเล่นๆ ว่าต้นตัวผู้ ยอดจะไม่เหมือนแบบแรก แกงไม่อร่อยครับผม



ต้นที่สองโดยรวม

หวังว่าจะได้แนวทางในการปลูกบ้างนะครับ





การดูแลรักษาให้ปุ๋ยต้นโต คือ ให้ปุ๋ยขี้วัว ต้นละ 10 -20 กก/ปี โดยแบ่งให้ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรก หลังเก็บยอดปลายเดือน พค ก่อนเข้าฤดูฝน และอีกครั้ง ศัตรูพืชยังไม่ค่อยพบ แมลงไม่ค่อยชอบ จะมีบ้างคือเพลี้ย
การปลูกผักหวานจึงไม่ใช้ยาฆ่าแมลง จัดเป็นพืชปลอดาสารพิษครับ
ก็ปลายฝนช่วงต้นเดือน ตค










  >>> รายงานความคืบหน้า ปี 2556 ครับ<<<<


 หลังจากปลูกมาได้ 4 ปีเข้าสู่ปีที่ 5 ผักหวานที่โตเต็มที่จะออกดอก การออกดอกจะไม่ออกทุกต้นครับ จากจำนวน 20 ต้น จะออกดอกและให้ลูกเพียง 3 ต้น ซึ่งต้นนี้จะออกทุกปี  ช่วงต้นมีนาคมจะเริ่มแทงช่อดอกตามลำต้นและปลายกิ่งครับ และช่อดอกบากช่อก้จะฝ่อไปบ้างครับ




 ลักษณะช่อดอกที่แทงออกตามลำต้นและปลายกิ่งแก่






 ปลายกิ่งช่อดอกก็ออกเช่นกัน ช่วงนี้ควรรดน้ำบ้างสัก 5 วันครัง ดอกมันจะออกเรื่อยๆจนถึงต้นเมษายน ถ้ามันแล้งมากน้ำน้อยดอกมันก็ร่วงครับ





 การติดผลก็ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้น และการดูแลให้น้ำบำรุงต้นในช่วงให้ดอกครับ






 อีกมุมครับ






  ส่วนต้นที่ไม่ออกดอก เราก็รูดใบแก่ทิ้งช่วงต้นเดือน มีนาคม จากนั้นก็ให้น้ำเพื่อเร่งยอดอ่อน เอามาแกงกินกับไข่มดแดง เป็นอาหารชั้นสูง เพราะเอามาจากยอดไม้ทังคู่ 555





 

Create Date : 22 มีนาคม 2553    
Last Update : 13 เมษายน 2556 14:48:00 น.
Counter : 5393 Pageviews.  

1  2  

แจ้ห่ม47
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 98 คน [?]




ที่อยู่หลัก ลพบุรี ลำปาง และ ปทุมธานี
ที่อยู่ที่อื่นๆ ตามเขตการขายที่ดูแล ภาคตะวันตก ภาคใต้และ ภาคอิสานตอนบน (ทัวร์นกขมิ้นทุกเดือน เนื่องจากดูแลฝ่ายขายครับ ไม่ได้หนีหนี้ 555)
ภาพทุกภาพไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถ้านำไปเผยแพร่เพื่อ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยไม่ผิดกฏหมายหรือศีลธรรม เพื่อนๆสามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาติ ไม่หวงครับ ขอกันกินมากกว่านั้นแต่ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาของรูปด้วยครับ ขออภัยหากตอบท่านช้า หรือเข้าไปเม้นต์ท่านช้า ผมใช้เนตผ่านมือถือครับช้ามากๆขออภัย และ หากผิดพลั้งไป ต้องขออภัยเพราะความรู้ต่ำ
New Comments
Friends' blogs
[Add แจ้ห่ม47's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.