ชีวิตพอเพียงกับการเลี้ยงกล้วยไม้
Group Blog
 
All Blogs
 

หลักการสร้างบำนาญด้วยตัวเอง เพื่อชีวิตหลังเกษียณ ตอนที่ 1

หลายๆคนรวมทั้งผมถูกปลูกฝังให้รับราชการตอนเด็ก พ่อผมก็เป็นครู
ดังนั้นจึงถูกหมายมั่นปั้นมือจะให้รับราชการ เพราะคำว่า บำนาญ ถึงแม้เงินเดือนจะน้อยมาก แต่ก็หวังว่าจะสบายตอนเกษียณหลังอายุ 60 ปี จะมีบำนาณให้ใช้ทุกเดือน แม้จะไม่รู้จำนวนว่ามากเท่าไหร่ข้าราชการทุกคนต่างมีความหวังกับ บำนาญมาก

ชีวิตจริงผมไม่ได้ทำงานราชการ ทำงานเอกชนคำว่าบำณาญไม่มี่ในสาระบบของเอกชนอยู่แล้ว ผมเหลืออายุงานอีก 16 ปี (เดาอายุผมออกแล้วใช่ไหม) ผมได้คิดและตระเตรียมการสร้างบำนาญให้ตัวเองเอามาเล่าให้ฟังเป็นแนวคิดดังนี้ครับ







เราต้องสร้างรายได้เพื่อรองรับ ในอนาคตเพราะหลังเกษียณเราจะไม่มีรายได้เท่ากับตอนทำงาน และมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพซึ่งตอนหนุ่มเราจะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาก

เงื่อนไขที่ผมตั้งไว้เตือนตัวเองหลังเกษียณ

1.ต้องไม่เป็นภาระให้ใคร ต้องพึ่งตัวเองและเผื่อแผ่คนรอบข้าง
2.สุขภาพต้องแข็งแรง เลิกทรมานร่างกายตัวเองตอนนี้งดเหล้า บุหรีไม่สูบ และจะเริ่มออกกำลังกาย เป้าหมายอายุยืนสัก 80 ปี ก็ถือว่าคุ้มแล้ว
3.มีรายได้หลังเกษียน โดยไม่ต้องทำงาน เหมือนตาน้ำที่มีน้ำผุดให้ดื่มกินตลอด จากการวางแผนที่ดีก่อนเกษียน
4.ท่องเที่ยวและ บำเพ็ญประโยชน์
5.ทำสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ เพราะผมจบมาแล้วก็ทำงานเลยครับ สิ่งที่อยากจะทำ คือ สวนกล้วยไม้ สวนสมุนไพร สวนเกษตรอินทรีย์ ทำปศุสัตว์อินทรีย์เพราะผมจบมาด้านเกษตรและได้ซื้อที่เตรียมไว้แล้ว ก็เพื่อสุขภาพของตัวเองและครอบครัวไม่ทำเพื่อขาย เพราะอาหารจะทำให้เราอายุยืน คนเราเป็นโรคมากมายก็เพราะทานอาหาร พืชผักที่มีสารพิษเจือปน ยกตัวอย่างข้าวครับ สมัยเด็กๆไม่มีใครใช้ปุ๋ยเคมีใส่ข้าวอย่างมากก็ปุ๋ยหมัก ไม่มีการฉีดยาฆ่าเพลี้ยกระโดด ไม่มีใครใส่ยาฆ่าหอยเชอรี่ แม้แต่ข้าวก็ยังไม่ปลอดภัย
6.วงจรชีวิตต้องแตกต่างจากตอนทำงานที่รีบเร่งไม่มีเวลา ตื่นตามใจชอบ นอนได้ตามใจชอบ อ่านหนังสือที่ชอบ ทำงานอดิเรก ออกกำลังกายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี





จากการที่ผมอยู่ฝ่ายขายมาตลอดตั้งแต่เริ่มทำงาน จึงมองหาลู่ทางว่าลงทุนอย่างไรที่เราไม่ต้องทำเอง แต่มีรายได้อย่างสม่ำเสมอให้เรามีใช้ตอนเกษียนแล้วไม่ต้องทำงาน บวกกับเงินประกันสังคมอันน้อยนิดอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีไม่เป็นภาระคนอื่น โดยต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนทำงาน

ขั้นตอน

ลดหนี้ทั้งหมดที่มี>หมดหนี้> เริ่มออม >เอาเงินออมไปลงทุน >เอาเงินที่ได้จากการลงทุนไปลงทุนเพิ่ม> ได้ผลตอบแทนระยะยาว

สำหรับท่านที่มีเงินน้อย ฝากธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ยนิดหน่อย 1-2 %
มันก็มีแนวทางเพิ่มรายได้จากตรงนี้ โดยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นกว่าฝากเงินแต่ฝากเงินก็เสี่ยงนะครับ รัฐบาลรับประกันเงินฝาก 1ล้านบาทต่อบัญชี กรณีธนาคารล้ม ลองมาดูแนวทางกันครับ

1. ซื้อพันธบัตร (ออกโดยรัฐบาล) หุ้นกู้ (ออกโดยบริษัท) เช่น ปตท ปูนซีเมนต์ไทย บริษัทใหญ่ๆ ดอกเบี้ย 5-6 %/ปี ข้อสำคัญต้องดูอันดับความน่าเชื่อถือ ครับ (ส่วนนี้ผมไม่ลงทุนเพราะผมรับความเสี่ยงที่สูงกว่านี้ครับ)
2. กองทุนรวม พูดง่ายๆว่าเราเอาเงินไปซื้อหน่วยลงทุนที่ออกโดยธนาคาร ผู้จัดการกองทุนก็นำเงินที่ได้ไปลงทุนต่อ กำไรก็เอามาแบ่งให้ผู้ลงทุน โดยคิดค่าดำเนินการ ขาดทุนก็ผู้ถือหน่วยลงทุนรับไป โดยมูลค่าหน่วยลงทุนมูลค่าจะลดลง
กองทุนรวมที่ผมซื้อเป็นแบบปันผลทุกปี (ถ้ามีกำไร )โดยเอาเงินไปลงทุนเน้นหนักในหุ้น และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ผมลงทุนสม่ำเสมอมีปันผลชนะดอกเบี้ยเงินฝาก หลักคือ SCBDV ,KFSDIV สองกองทุนปันผลสม่ำเสมอครับ ผมจะไม่ซื้อกองทุนที่ไม่ปันผลมูลค่า NAV เพิ่มเราไม่ขายก้ไม่ได้เงิน หุ้นตก NAV ลด สู้เอาปันผลแบ่งมาให้ใช้เรื่อยๆผมชอบแบบปันผลมากกว่า
3.ซื้อ LTF ผมจะซื้อแบบมีปันผลครับ ได้กำไร 3 เด้งดังนี้ครับ
>> ได้ลดภาษีตามฐานภาษีที่เสีย
>> ได้ส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น (ลดลงก็มีครับ)
>> ได้ปันผลของผลดำเนินงาน (ส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้น)
สำรับ RMF ผมไม่ซื้อเพราะมีภาระผูกพันธ์ต้องซื้อต่อเนื่อง เอาไว้ก่อนเกษียนสัก 5 ปี แล้วค่อยซื้อลดภาษี

เคล็ดลับในการซื้อกองทุนรวมและ LTF (ที่ลงทุนในหุ้น) ต้องซื้อช่วงดัชนีหุ้นตกลง ราคา NAV มันจะย่อให้เราซื้อ และซื้อเฉลี่ยทุกๆเดือนตามกำลังเงินของเราจะได้ราคาเฉลี่ยที่ไม่แพงเกินไป
หลีกเลี่ยงซื้อปลายปีและช่วงหุ้นปรับตัวขึ้น เพราะ มีความต้องการซื้อสูงกองทุนก็จะเอาเงินไปซื้อหุ้น ดัชนีก็สูงทำเราได้ราคาต่อหน่วยแพง ซื้อได้น้อยโดยใช้เงินเท่าเดิม ตามข้อสังเกตและประสบการณ์ ผมจะซื้อช่วงดัชนีหุ้นตกมันก็ช่วงปลาย Q2-ต้น Q3 (ราวๆกลางปี) หรือหลังปันผล NAV มันจะลดลงให้เราซื้อครับ

LTF ทีผมลงทุนมีปันผล ไทยพานิชย์ SCBLT1,SCBLT4 ,SCBLTT
LTF ทีผมลงทุนมีปันผล กรุงศรี KFLTFD70, KFLTFEQ70D, KFLTFDIV

4.ลงทุนในตลาดหุ้น (ขั้น ADVANCE ในการลงทุน) ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนาม ถ้าไม่พร้อมโอกาสขาดทุนสูงถ้าเล่นผิด

การเล่นหุ้นมีสองแนวทางหลักๆ

1.เล่นเก็งกำไร
เหมือนการเล่นไพ่เก้าเก มีเจ้ามือคอยกินอยู่ ซื้อโดยหวังว่าหลังซื้อแล้วราคาจะวิ่ง แล้วกินส่วนต่าง คนที่เข้าตลาดหุ้นหวัง รวยเร็ว รวยโดยไม่มีเหตุผล จะถูกเจ้ามือทำราคาเรียกให้มือใหม่ที่ขาดความรู้และประสบการณ์ไปซื้อแล้วทิ้งไว้ดอย สังเกตง่ายราคาหุ้นวิ่งขึ้นลงแบบไม่มีเหตุผลด้านประกอบการมารองรับ ทุกคนที่มาลงทุนในหุ้นตั้งสมมติฐานว่าจะรวย ไม่มีใครคิดว่าตัวเองเสียครับ เลยตกเป็นเครื่องมือถ้าเล่นเก็งกำไร ไม่มีทางชนะเจ้ามือที่มีข้อมูล มีกำลังเงิน มีทีมงานหรอกครับ บาดเจ็บไปทุกราย แล้วบอกว่าตลาดหุ้นเป็นการพนัน








2.เล่นแบบลงทุน

เราหวังอะไรในการเล่นแบบนี้ ที่ผมหวังคือ ปันผล ส่วนต่างราคาในอนาคต ผมมีหลักการง่ายๆในการเลือกคือ

>> บริษัทที่ซื้อต้องมีกำไรต่อเนื่องทุกปี
>> มีปันผลสม่ำเสมอ 5-10% ต่อปี
>>มีกำไรสะสม,เป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต
>> เป็นที่รู้จัก การบริหารต้องมีธรรมมาภิบาล
>> ราคาต้องไม่สูงเกินไป หุ้นดีๆบางตัวราคาสูงมาก กำลังเงินของเรา
ไม่สามารถซื้อได้ในจำนวนที่เหมาะสม เช่นมีเงิน 30,000 บาท ถ้าซื้อหุ้นที่ดีมาก ราคา 300 บาท/หุ้น จะได้แค่ 100 หุ้น แต่ถ้าซื้อราคา 10 บาท/หุ้น จะได้ 3,000 หุ้น (แต่หุ้นมีโอกาสเติบโตและม๊ปันผลนะครับ ถึงจะน่าซื้อ) ดูจากงบการเงินที่ส่งตลาดหลักทรัพย์ครับ
>> บางทีก็ต้องใช้ประสบการณ์ในการอยู่ฝ่ายขาย มาคัดเลือกหุ้น และเดาผลประกอบการจากสภาวะแวดล้อมต่างที่เราพอหาได้

หุ้นในตลาดมี่ 500 ตัว ไม่ยากที่จะหาหุ้นดีๆ ตามสเปก สัก 5-10 ตัว
ถ้าไม่ดีก็ขายเปลี่ยนตัวใหม่ ต้องตัดสินใจเร็วและตามข้อมูล ผมไม่เล่นเก็งกำไรครับ เล่นแนว VI

ผมหวังรายได้จากการปันผลหุ้นหลังเกษียน 50% ของรายได้ครับ
ตอนนี้ซื้อสะสมเรื่อยๆมา 2 ปีแล้วครับ ปันผลผมได้เฉลี่ย 5% ต่อปีของเงินลงทุน ส่วนต่างราคาไม่นับครับเพราะยังไม่ขายเลยไม่ได้ แต่ก็วิ่งอยู่ที่ +/- 30% ตามดัชนี หุ้นที่ซื้อก็พอบอกได้ มี ASK,BAFS,CPF,CSL
DRT,EASTW,HMPRO,LH,TTW ค่อยๆซื้อสะสมมาตั้งแต่ต้นปี 2554

มีเงินน้อยครับค่อยๆซื้อ ส่วนต่างราคาเทียบกับปัจจุบัน(เดือน ตค 2555)
เกิน 30% ทุกตัว แต่ก็มีขาดทุนบ้างผมก็รีบขายและเข้าตัวที่พื้นฐานดีๆครับ

>>> การลงทุน 4 ข้อแรก ท่านสามารถลงทุนเดือนละ 5,000-10,000 บาทได้ครับไม่ต้องลงมาก 20-30%ของรายได้ ถ้าลงถูกตัวพลังมันจะมหาศาล เงินมันจะงอกเร็วขึ้นในปีที่ 3 ขึ้นไป ช่วงแรกต้องอดทนครับ เวลามันสั้นครับ ผมมาลงทุนจริงๆจังๆ ไม่เกิน 5 ปีเองครับ รู้สึกว่าช้าไป เลยเอามานำเสนอท่านจะได้ลงทุนเร็วกว่าผม<<<

ต่อไปเป็นการลงทุนที่ใช้ทุนสูงหรือต้องกู้เงินมาลงครับ( ผมต้องไต่จากแบบแรกก่อนค่อยมาสเตปที่สอง) ลองมาดูครับผมมองอะไรไว้ที่จะทำเพื่อให้มีรายได้หลังเกษียน พบกันตอนหน้าครับ






 

Create Date : 28 ตุลาคม 2555    
Last Update : 1 เมษายน 2557 22:03:16 น.
Counter : 5003 Pageviews.  

มือใหม่หัดลงทุนตลาดหุ้น

 ท่านที่คิดจะลงทุนในหุ้นผมแนะนำให้เข้า เวปพันทิพย์ Pantip.com ในเวปจะมีห้องต่างๆเหมือนบ้าน ในแต่ละห้องจะมีความสนใจเฉพาะด้าน เช่น ห้องรัชดา จะคุยเรื่องรถ ห้องจตุจักรคุยเรื่อง ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง   ส่วนห้องที่คุยเรื่องการลงทุนทุกชนิดไม่ว่า หุ้น การเงิน คือ ห้องสินธร  ครับ เราอยากทราบอะไรก็ตั้งกระทู้ (คำถาม)ให้คนมาตอบ หรือรู้คำตอบสามารถเม้นได้  (ต้องสมัครสมาชิกก่อนครับ)หรือไม่อยากถาม/ตอบ ก็ดูกระทู้ได้(ไม่ต้องสมัครสมาชิก) แต่อย่าลืมว่ามันเป็นชุมชนเปิดในด้านความคิดเห็น อย่าเชื่อทั้งหมดเราต้องใช้เหตุผลของเราตัดสินเอง เพราะแต่ละคนมีหลายหลาก มีวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน  ถึงจะล้าสมัยกว่า FB แต่ได้เกร็ดความรู้และอารมณ์ของคนที่เล่นหุ้นได้ดีกว่า FB ครับ 

  ก่อนที่ผมจะลงทุนในหุ้นผมก็เข้าห้องสินธรเป็นปี  ตอนแรกจะงงครับเพราะภาษาที่ใช้เป็นภาษาแสลงที่คนเล่นหุ้นใช้กัน วันหลังจะเอามาอธิบายครับ





 ก่อนที่ท่านจะลงทุนในหุ้น โดยเอาเงินที่ท่านสะสมมาครึ่่่งชีวิตเอามาละลายสูญหายในตลาดหมดภายในครึ่งปีท่านควรจะหาความรู้ ตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน ผมขอเอาคำถามยอดฮิตในห้องสินธรมาฝากให้ทำการบ้านก่อนครับ ถ้าท่านตอบไม่ได้เป็นส่วนใหญ่ หยุดการลงทุนในห้นไว้ก่อนก่อนครับ (คำถามผมเอามาจากในห้องสินธร ถ้าพาดพิงถึงใครต้องขออภัยล่วงหน้าครับ ไม่มีเจตนา เพียงเอามาให้ความรู้สำหรับมือใหม่ที่สนใจครับ )

   คำถามฮอตฮิตจากมือใหม่ผมรวบรวมได้ดังนี้

 1.แนวแบบว่ามีเงินไม่รู้จะลงทุนอะไรดี (มีเงินก็ทุกข์ ไม่มีเงินก็ทุกข์ อนิจจัง )

 >มีเงิน500000ทำยังไงให้งอกเงยเพิ่่มแต่ไม่เอาเล่นหุ้นน่ะครับ เล่นไม่เป็น 
 >ได้เงินเออรี่ประมาณ 1 ล้านบาท ลงทุนทำอะไรดี
>ถ้าปล่อยกู้ให้คนรู้จัก 1 ล้านบาท ผลตอบแทน 10% ต่อปี คุ้มไหมครับ?
> งบ1ล้าน ซื้อหุ้นตัวไหนดี

 2.แนวแบบว่ามีเงินน้อย แต่ใจเกินร้อยอยากลงทุน (แนวนี้้ผมจะชอบตอบกระทู้ครับมีความรู้สึกดิ้นรนอยากรวย ผมชอบ ) เช่น

 >ได้เงินโบนัสมาไม่มาก อยากเพิ่มมูลค่า ไม่มีความรู้เลยปล. เงินประมาณ 30,000 เองค่ะ /ขอบคุณค่ะ
>พนักงานเงินเดือนน้อย เหลือเก็บเดือนละ 3,000 บาท ควรเอาไปลงทุนกับอะไรดี -_-“
>ตั้งใจว่าจะเริ่มลงทุนกับกองทุนรวม LTF แต่...ไม่มีเงินเก็บเลยจะอาศัยวิธีตัดผ่านบัญชีเอา ไม่รู้ว่าควรจะเป็นตัวไหนดีและมีวิธีเลือกอย่างไร ขอคำแนะนำจากผู้รู้ด้วยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ
>ถ้าตอนนี้เรามีเงินก้อน (เย็น)ประมาณ 50000 และเงินเก็บเดือนละประมาณ5000  จะไปลงทุนหุ้นกู้ หรือกองทุนอะไรดีคะ  อยากให้มีปันผลด้วยอ่ะค่ะ  ยังไม่อยากเล่นหุ้น  เนื่องจากยังปีกอ่อน (มากๆ)ค่ะ  รบกวนพี่ๆ ตอบหน่อยนะคะ  ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

 3.ประเภทหัวไวใจกล้า แต่ขาสั่่น (เพราะใช้นโยบายปัญหามีไว้พุ่งชน) จะเปิดพอร์ทเตรียมซื้อหุ้นไว้เรียบร้อย หรือบางคนซื้อแล้วขาดทุน แต่ขาดความรู้และความมั่นใจ คำถามจะออกมาแนวนี้ครับ

> มือใหม่หัดเล่นเพิ่งเปิดเพอร์ทค่ะ มีวงเงินเล่นหนึ่งแสนบาท กะว่าจะซื้อหลังสงกรานต์ มีตัวไหนแนะนำบ้างมั๊ยค่ะ
>หุ้นขาลงแบบนี้ ถือว่าเป็นช่วงที่ควรซื้อหุ้นเก็บไว้หรือป่าวครับ
>ผมควรจะ คัท TIPCO เปล่าครับ  ทุน 6.50 - 7% ..
>jas คัสลอทดีมั้ย ร่วงซะเยอะแล้วนิ่งเลยรึ
>ง่ะ.....!!!!!! เกิดไรขึ้นคะเนียยย.....?????
> TRUBB เอาไงดีครับ
> เกิดอะไรขึ้นกับ HMPRO อ่ะ

4.มือใหม่ประเภทหาประสบการณ์โดยใช้นโยบายผิดเป็นครู  หรือ แบบ Learning by Doing  แบบนี้เสียค่าเล่าเรียนมากโขกว่าจะเก่ง คำถามจะออกแนวนี้ครับ

 > ติดดอย PM
 >advanc ลงฮวบๆ
 > หุ้นที่ "ร้ายกาจ" ที่สุด ของคุณในวันนี้ คือ ???
>วันนี้อยู่ดีๆ ก็ทำเงินหายไปเกือบ 6,000 ลงทุนไปเกือบสองแสนตอนแรกเขียวอยู่ดีๆ ก็เริ่มมาเหลือง  สุดท้ายกลายเป็นแดงและแดงหนักขึ้นอีก  จนวันนี้ฟาดไปเหนาะๆ ประมาณ 3% ของเงินทุนแล้ว  ขอบ่นหน่อยเถอะ  รู้งี้ขายๆ ไปให้หมดตอนยังเขียวอยู่นิดหน่อยก็ยังดี
>TIPCO ดอยยยยยยยยยยยยยย


5. ประเภทรักหุ้นยิ่่งชีพ ไม่ยอมขายเพราะขาดทุนกอดหุ้นไว้แน่น ถึงแม้หุ้นพื้นฐานไม่ดี ไม่เคยกำไรมาแล้ว 3 ปี ก็ยังทนถือเพราะความหวัง ( ทีแฟนเลิกเอาๆ ไม่พอใจเลิก กรรมมมม ) จะตั้งกระทู้แนวนี้

> ไม่ขายไม่ขาดทุนเว้ยเฮ้ย
> ถ้าไม่ได้กำไรยังไงก็ไม่ขาย ต่อให้ยอดดอยจะสูงขนาดไหน ยังมีความหวัง
> ถ้าถือ ivl13cd แล้วไม่ขายจนหมดอายุ จะเกิดอะไรบ้างครับพอดีแฟนเผลอถือมา ตอนนี้ขาดทุนอยู่ 
> ถ้าคุณจะถือหุ้นสักตัวตลอดชีวิตโดยที่ไม่คิดขาย หุ้นผู้โชคดีตัวนั้นควรเป้นตัวไหนครับบบ

6.ประเภทขวัญอ่อน กำไรนิดหน่อยขาย (แบบนีจะไม่ขาดทุนมาก ได้ก็ไม่มาก เรียกโลภแบบพอเพียงครับ  บางครั้งผมก็เป็นครับ 5555) กระทู้จะมาแนวนี้ครับ

 > ผมขายหมู ! ESTAR ผมขายหมูตัวใหญ่ ขนาดได้กำไร 2 วันเกือบ 20 % ><
>  วันนี้พอได้ค่ากับข้าว ขายหมูแต่เช้า
 >  วันนี้ล้างปอด (พอร์ท) แล้วเอาเงินไปเที่ยวสงกรานต์

7. ประเภทชอบลอกการบ้าน เพราะเรียนจบจากอาจารย์ลอก หรือยกฐานะจากการเล่นหวย เล่นพนันบอล ชอบการใบ้จากเซียน เชื่อเซียนแม้จะเป็นเงินของตัวเอง ไม่ชอบคิดเอง เวลาพลาดมาก็มักจะโทษคนอื่น คำถามจะมาแนวนี้ครับ

>  อยากทราบวิธีเก็งกำไรที่ถูกดีที่สุด จากเซียนเก็งกำไรครับ
> มีหุ้นตัวไหนในตลาดราคาต่ำสิบ วอลุ่มซื้อขายเยอะบ้าง เอาแบบว่ารอซื้อเก็งกำไรได้เลยอ่ะครับ
> คัทลอส SIRI ที่ 1.98 แล้วมาช้อนซื้อเมื่อมันลดลงมาที่ 1.94 ดีไหมคะ
>BCP เก็บไว้ รอขาย 27 บ. ดีไหมครับ
> *******ห่อตัวไหนกลับบ้านดีครับ******** แนะนำด้วยครับท่านทั้งหลาย.....

 8.ประเภทตั้งคำถามโลกแตก  คนที่ตอบท่านได้เขาก็ใช้หลักการตอบง่ายด้งนี้

หลักการข้อ 1  คือ เดา
หลักการข้อ 2  คือ เดา
หลักการข้อ 3  คือ เดา  เดาล้วนๆ  เดาถูกก็เป็นเซียน  เดาผิดมักจะมีวลีแก้ตัวว่า
>> รู้ก็รวยไปแล้ว<<  
  เป็นคำถามมือใหม่ชอบตั้งกระทู้เพราะไม่ได้ศึกษาหุ้นมา กะเล่นหุ้นเหมือนแทงหวย ขอเลขท้ายตรงๆ จะๆ เถิดครับเจ้าพ่อลูกช้างจะได้รวยสักที คำถามที่พบบ่อยๆรวบรวมได้ดังนี้

> AJ มีโอกาสไปที่ 16 ไหมคะ
> STA เอาไงดี 
> TIPCO พรุ่งนี้เป็นอย่างไรครับ
> RPC จะมีอนาคตอย่างไร
> คิดว่าวันอังคาร เปิดมาจะเป็นยังไงครับ เขียวหรือแดงต่อ
> อนาคตหุ้นไทยเป็นอย่างไรครับ
> หุ้นตัวไหนที่คิดว่าลงทุนแล้วปลอดภัยไม่ขาดทุนในระยะยาวครับ

9. แบบแนวทำผิดแล้วไม่อยากให้คนอื่นผิดตามตัวเอง แบบนี้ผมขอยกย่องครับ

> โดนเขาหลอก อีกแล้วววว เจ้ามือยิ้มของถูกเต็ม
> พึ่งเข้าใจว่าเลิกเล่นหุ้นปั่น เป็นอย่างนี้นี่เอง!!! ขายทิ้งไปหมดแล้วครับ
> ระวัง ซื้้้อช่วงนี้มีโอกาสติดดอยสูง
> เตือนหุ้น XXXX เจ้ากำลังลากให้เม่าติดกับ
> จ้าว IVL กำลังจะลากโชว์
> ช่วงนี้สุขภาพปอดดของเพื่อนๆเป็นงัยยยยบ้างงงคะ......????

10. ตั้งกระทู้แบบแนวอนาคตว่าที่เศรษฐีหุ้น 

> ช่วงนี้มีหนังสือ การลงทุนในหุ้นอะไร ออกใหม่บ้างครับ
> มือใหม่สอบถามเรื่องดูหุ้นครับ คืออยากสอบถามเรื่องในการเลือกหุ้นน่ะครับ นอกจากพวกงบดุล กำไร หนี้สินแล้ว มีอะไรที่จะต้องตรวจสอบก่อนซื้อหุ้นอีกบ้างมั้ยครับ พวกกราฟSETหรือกราฟอื่นๆ อะไรพวกนี้ยังดูไม่เป็นเลย
>มีที่ไหนสอนเล่นหุ้นบ้างไหมค่ะ
> หนังสือที่เปลี่ยนชีวิตผม และให้แนวทางการลงทุนของผมในปัจจุบัน
> ชาวสินธรอ่านข่าวหุ้นจากที่ไหนบ้างคะ

   ผมขอแนะนำมือใหม่ในการทำความเข้าใจในตลาดหุ้นเริ่มจากง่ายๆไปหายากดังนี้


ขั้นตอนที่ 1.ดูช่อง Money Channal มีรายการเกี่ยวกับการลงทุนทั้งวัน ผ่านระบบ Ku band จากจานทรูวิชัน  จานสีต่างๆเช่น จาน ipm, จานสามารถ,จาน Dtv (ส่วนจาน C-band จานดำจะรับไม่ได้)เพราะเราจะจำได้ดีกว่าการอ่านครับ


ขั้นตอนที่ 2 เข้าเวป Pantip .com ห้องสินธร  เข้ามาดูนักลงทุนเขาคุยกันในกระทู้ครับ ถ้าท่านเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้แสดงว่า  ท่านมาถูกทางเริ่ม เข้าใจวงการนี้แล้ว คำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆในห้องสินธรเช่น เม่า เจ้ามือ ดอย ตกรถ ขายหมู ซื้อดอย กองแช่ง กองเชียร์  ปอป  กองทุย  หรั่ง คัทลอส โกยเถอะโยม เอาอยู่ ลำใย ช๊อท ลอง
bid Offer  ปอด ล้างปอด  ทุบ ลาก น้องดาว พี่ฮั่ง  น้าแอด ปู่  น้องแจ๊ส ไก่ใหญ่ ไก่เล็ก มีคำแสลงอีกมากมาย  ผมงงตอนแรกที่เข้าสินธรเขาพูดอะไรกันฟ่ะ วันหลังจะมาอธิบายรายคำให้กระจ่าง

 ขั้นต้อนที่ 3 ไปหาหนังสือที่เกี่ยวกับหุ้นมาอ่าน อ่านง่ายก็การ์ตูน เล่นหุ้นกับพี่เม่า โดยคุณไม้ไต่คู้ , หนังสืือของ อ.นิเวศ ,กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ (เล่มนี้ก็เข้าใจง่ายครับ), หนังสือของคุณพิชัย จาวลา ทฎษฎีผลประโยชน์(ผมชอบให้แนวคิดส้้นๆเอาไปใช้ได้ดีมาก) ,หนังสือสำนักพิมสต็อกทูมอร์โร(ได้แนวของคนรุ่นใหม่ในการเล่นหุ้น) อ่านจากง่ายๆไปก่อนครับ   ก่อนที่จะไปอ่านหนังสือวิเคราะห์ทางเทคนิค การอ่านกราฟต่างๆสำหรับผู้ที่จะเล่นหุ้นเก็งกำไร เหมือนการพนัน เอ๊ย!!!การลงทุนระยะสั้นๆ
และสำหรับนักลงทุนระยะยาว ควรศึกษาวิธีอ่านงบการเงิน เช่น งบดุล งบกำไรขาดทุน งบกระแสเงินสด ยากครับต้องพยายาม ความไม่รู้เป็นบ่อเกิดของการขาดทุน

ขั้นตอนที่ 4 ศึกษาข้อมูลหุ้นที่จะซื้อ หุ้นมีทั้งหมด 500 ตัว ศึกษาทุกตัว ตัวไหนไม่รู้จักข้ามไปก่อน เลือกเอาตัวที่รู้จัก ศึกษาสัดส่วนตัวเลขทางการเงิน (ถ้าเป็นสัดส่วนสาวๆเข้าใจง่าย 38-24-36 มากกว่าครับใช่ไหมท่านผู้ชายอย่างเราๆ 555) แต่สัดส่วนทางการเงินดูแล้วปวดหัวครับ เช่น ค่า P/E,P/Bv,EPS,DPS,ROE,ROI, แล้วคัดเลือกหุ้นตัวที่ชอบมาสัก 5% ได้สัก 25 ตัว ก็ซื้อไม่หวาดไม่ไหวแล้วครับ เอามาเข้าคอกเพื่อติดตามอย่างใก้ลชิดครับ
ข้อมูลหุ้นรายตัวหาได้จาก เวป http://www.settrade.com หรือ เวปลาดหลักทรัพย์www. set.or.th แค่สองเวปก็มีข้อมูลให้ดูไม่หวาดไม่ไหวแล้วครับ



 ทำไม???????? สัดส่วนทางการเงิน ดูไม่ง่ายเหมือนสัดส่วนของน้องคนนี้้หนอ???ทำไม!!!!





 ขั้นตอนที่ 5 เมื่่อเลือกหุ้นได้ 5% หรือประมาณ 25 ตัว  นำมาเข้ารอบสุดท้ายเหมือนการประกวดนางงาม จะมีตำแหน่งเพียง 5 ตำแหน่ง  โดยกรรมการที่คัดเลือกรอบสุดท้ายกรรมการชี้ขาดคือเรา อาจจะมีกรรมการร่วม คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อน ที่เล่นหุ้น หรือแอบลอกเซียนในห้องสินธร เราก็จะได้หุ้นในดวงใจมา 5 ตัว หลังจากเราซ้อมเตะต้นกล้วย มา 2 สวนแล้วก็ถึงเวลาลงชกสนามจริงแล้วครับ 

ขั้นตอนที่ 6 ใช้กลยุทธ์พระเจ้าตาก ทุบกระปุกออมสินเข้าตีเมืองจันทร์ ขั้นตอนนี้้ใช้เงินเป็นอาวุธ เริ่ม 50,000 บาท น่าจะเหมาะสม ผมก็เริ่มประมาณนี้กะว่าเล่นขำๆ ลองวิชาที่ตัวเองซ้อมเตะต้นกล้วยหมดไป 2 สวน ผ่านไป 1 ปีพอรู้ตัวอีกที งงงงง ครับ ผมลงเงินไป 10 เท่า เหมือนมีใครเอายาสลบมาป้าย ไม่รู้สึกตัวเลยครับ คุณตำรวจ 55555
    จริงๆ ความโลภของผมล้วนๆ แต่ก็คุ้มกับค่าซ้อมเตะต้นกล้วย ปัจจุบันยังกำไรอยู่ 12%  อย่าไปแคร์กับคำทักท้วงของคนอื่นว่าเล่นหุ้นไม่ดี ขาดทุน ในเมื่อคุณศึกษามาอย่างดี แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลยต้องฟังคำทักท้วงที่หวังดีเหล่านั้นครับ

ขั้นตอนที่ 7 ไปเปิดบัญชีซื้อขายกับบริษัทหลักทรัพย์ ใครเชื่อเรื่่องดวงฤกษ์ผานาที ก็ไปดูให้เรียบร้อยว่าวันไหนเป็นวันโลกาวินาศ วันดี วันมหาฤกษ์ วันมหาชัย เพื่อความสบายใจครับ 555    ผมว่าเหมือนเจิมรถถ้าเมาแล้วขับยังไงก็ชน ได้ผลในด้านจิตใจเท่านั้นครับ
 เอกสารในการเปิดบัญชี
 1.สำเนาบัตรประชาชน
 2.สำเนาทะเบียนบ้าน
 3.สำเนาสมุดบัญชีออมทรัพย์ ที่เอาไว้โอนเงินที่ขายเข้า หรือ โอนปันผลให้ผู้ที่ถือหุ้นครับ

 มีข้อควรรู้เกี่ยวกับการเลือกโบรคเกอร์เพื่อเปิดบัญชีซื้อขายที่มือใหม่ควรทราบ

 1.ไม่มีขั้นต่ำในการซื้้อขาย   มือใหม่ต้องระวังบางโบรคมีขั้นต่ำ เก็บค่าธรรมเนียม 50 บาท/วัน ท่านต้องซื้อขายวันละ เกือบ 3 หมื่นบาทถึงจะคุ้มค่าธรรมเนียม (เฉพาะวันที่ซื้อขายเท่านั้นไม่ได้เก็บทุกวัน)ไม่เหมาะกับรายย่อยอย่างเรา ยกตัวอย่างเช่น เงินเรามีน้อย อยากซื้อหุ้นมาลองถือขำๆสัก 100 หุ้น
เช่น ซื้อ หุ้น BTS มา 100 หุ้น ราคา 0.77 บาท/หุ้นเป็นเงิน77 บาท รวมค่าคอมขั้นต่ำอีก 50 บาท เป็นเงิน  127 บาท  จริงๆแล้วเราซื้อหุ้นมาราคาเท่ากับ  1.27 บาท/หุ้น หายขำไปเลย กี่ชาติราคาหุ้นมันจะมาถึงต้นทุนของเรา

  ตอนนี้้โบรกเกอร์ที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมนต่ำในการซื้อขายมี 3 รายคือ บล. Tisco (ผมใช้อยู่) บล.บัวหลวง (BLS) อีกรายจำไม่ได้ครับ

2.ในการเปิดบัญชีซื้อขาย ควรเลือกเป็นแบบผ่านอินเตอร์เนตผ่านโปรแกรม Streaming Pro จะดีที่สุดครับ
 ข้อดี ของการซื้อขายผ่านอินเตอร์เนต
2.1ค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ค่าธรรมเนียมรวมภาษีแล้ว ประมาณ 0.16 บาท/ 100 บาท  ถ้าผ่านมาร์เก็ตติิ๊ง โทรสั่งช์้อขายจะโดนค่าธรรมเนียมและภาษี 0.27 บาท/ 100 บาท  (คิด 2 ขา เสียทั้งซื้อและขาย ) บางท่านจะเถียงว่าชอบแบบผ่านมาร์เก๊ตติ๊งมากกว่า   เพราะเธอ สวย หมวย เอ๊กซ์ แบบว่าจะจีบก็ไม่ผิดกติกาครับ  มาร์ทเก๊ตติงผมเป็นผู้ชายซื้อขายผ่านมา 1 ปี เคยโทรไปหาครั้งเดียวเมื่ออังคารที่แล้ว ไปบอกว่า โอนเงินไปตอนบ่ายโมงผ่านไป   2 ชั่วโมง ยอดเงินไม่ขึ้นในเวป เตี๋ยวกรูรรรร จะซื้อสวิงช้อนหุ้น  ในงานเทกระจาดไม่ทัน ให้ไว  

 2.2 เรารายย่อยต้องเจียมตัว พอร์ทหลักหมื่่น หรือ แสนนิดๆ  อย่าเป็นภาระของน้องๆเขาเลย เขาต้องกินต้องใช้ เท่าที่รู้มาน้องเขาต้องดูแลลูกต้าหลักร้อยบัญชี
ค่าคอมก็ได้ล้านละ 150-250 บาท ไม่รู้บริษัทหักให้น้องๆเท่าไหร่เดาว่าไม่น่าถึงครึ่ง  คิดดูครับเราซื้อหลักพัน ค่าคอมซื้อลูกอมยังไม่ได้เลย เขาจะดูแลพอร์ทตั้งแต่ 5-10 ล้านเป้นต้นไป ยกตัวอย่างเจ้านายเก่าผมเฉพาะพอร์ทของแก 10 ล้าน ของคนฝากเล่นอีก 50 ล้าน มาร์คเป็นผู้หญิง ผมว่ามาร์คโทรหา แกเช้า กลางวัน เย็น ยิ่งกว่าโทรหาแฟนอีกครับ  ผมกลับชอบจะได้ไม่มีมาร์คโทรมากวนให้เขว และอีกอย่างเราพอร์ทเล็ก การบริการก็เล็กตามขนาดพอร์ทนี่คือสัจจธรรมของทุนนิยมครับ  


 ขั้นตอนที่ 8 ลงสนามจริง เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง 
 คาถาช่วยให้รอดและกำไรจากตลาดหุ้น  อัตาหิ อัตโนนาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
 เมื่อได้เลขบัญชีประจำตัวในการซื้อขายหุ้น  โอนเงินเข้าไปแล้ว( มือใหม่บริษัทไม่ให้แปะครับ โอนเงินก่อนแล้วจึงซื้อได้  ) บริษัทจะให้ User name และ password ให้ ล็อกอินเข้าเวปเพื่อซื้อขายครับ  ในการซื้อขายผ่านโปรแกรมสตรีมมิงโปร
จะมีระหัสในการสั่งซื้อขายเรียกว่า Pin code เป็นเลข 6 หลัก เอาไว้กรอกตอนซื้อ ขาย หรือ ยกเลิกออร์เดอร์ที่ค้างครับ

 >>> ถ้าขาดทุนกลับไปข้อ 4 ใหม่ แสดงว่าเราเลือกหุ้นผิตตัว ซื้อและขายผิดจังหวะ <<<


  ..............................................................................................................................
 เห็นไหมครับขั้้นตอนการลงทุนในหุ้นไม่ยากครับ  แต่.....................................
มันยากที่จะทำให้กำไรอย่างยั่งยืนได้อย่างไร โดยท่านต้องต่อสู้กับความโลภของตัวเอง....ความกลัว......ดวามไม่เป็นตรรกกะของตลาดหุ้น.....ความผิดหวัง......ความโหดร้ายในชีวิตตลาดหุ้น.....ทุกคนเข้ามาซื้อขายเก็งกำไร....ใครเสีย..ตนได้กำไรเอากำไรมาจากไหน...แต่ตลาดหุ้นยังปราณีที่มีปันผลครับ ....ขอให้เลือกแนวทางให้ถูกระหว่างการพนัน กับการลงทุนมีแค่เส้นบางๆกันไว้  เท่านั้น 

 จำกัดวงเงินเล่น ไม่ใช่ขนเอาสมบัติเจ้าคุณปู่มาเล่นจนหมดตัว ผมว่าสัก 30-50% ของเงินสดที่เรามีอยู่ ไม่ใช่ยิ่งเสีย ยิ่งบ้าเลือด  ยิ่งลงเงินเพิ่ม  หยุดคิดว่าเราพลาดตรงไหน ค่อยกลับมาเล่นอย่ากลัว!!!!!ว่าจะไม่มีตลาดหุ้นให้เล่น ตราบใดที่เรายังอยู่ในระบบทุนนิยมที่บิดเบี้ยวบนโลกแห่งนี้ ย่อมจะมีตลาดหุ้นให้ท่านเล่นเสมอ

....... สุดท้ายการลงทุนมีความเสี่ยง แต่.....ผู้ที่ไม่ลงทุนอะไรเลยเสี่่ยงกว่าครับ....





สุขสันต์วันสงกรานต์ปี 2555 ครับ




 

Create Date : 13 เมษายน 2555    
Last Update : 14 เมษายน 2555 14:05:48 น.
Counter : 8803 Pageviews.  

ผลตอบแทนในการลงทุน

ใก้ลจะปีใหม่แล้ว ผมเลยเอาสรุปผลการลงทุนของผมในปี 2554 มาฝากเพื่อเป็นแนวทางให้คนที่สนใจ ที่จะลงทุนเพื่อให้เงินทำงานแทนคุณ ปีนี้เป็นปีที่หุ้นผันผวนมาก วันที่เขียนดัชนีตลาดหุ้น อยู่ที่
1,034 จุด แต่

หุ้นต่ำสุด 4 ตค 54 อยู่ที่ 855.45 จุด สูงสุด 1 สค อยู่ที่ 1144.14 จุด
ต่างกัน 288.69 จุด แกว่งตัวช่วงกว้างมาก มือใหม่ที่เริ่มลงทุนถ้ามาผิดทาง ไม่มีหลักในการลงทุน
ใจร้อน ซื้อหุ้นหรือลงทุนแบบนักการพนัน บาดเจ็บสาหัสไปไม่น้อย สำหรับผมพอเอาตัวรอดได้

หลักการลงทุนของผมมีดังนี้

1.เป้าหมายในการลงทุนต้องได้กำไรเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ คือ 300 บาท/วัน (ตามนโยบายรัฐบาล)
2.สัดส่วนการลงทุน หุ้น 40% กองทุนรวม 30 % LTF แบบปันผล 30%
3.หุ้นซื้อหุ้นที่มีปันผล และซื้อตอนที่มันลง แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ซื้อเมื่อดัชนีหุ้นลงทุก 10-15%
ไม่ซื้อครั้งเดียวทั้งหมด ตามหลักที่ว่า หุ้นแพงมีให้ซื้อทุกวัน หุ้นราคาถูกนานๆมาที่ ต้องเตรียม
เงินไว้ซื้อ และเมื่อหุ้นขึ้นจะไม่ซื้อตาม ค่อยๆขายบางส่วนเอากำไร (ต้องมีวินัย บังคับใจเราได้) ศึกษาหาหุ้นที่มีผลประกอบการดี ราคายังไม่สูงนัก ดูสินค้าที่เขาขายในตลาดดีหรือไม่







4.มีจินตนาการ (เดาแบบมีหลักการ)ว่าหุ้นที่เราซื้อมันมีโอกาสเติบโตไหม เรารู้จักสินค้าเขาไหม สิินค้าเขาในตลาดขายดี หรือ มีคุณภาพหรือไม่ บริษัทมีธรรมาภิบาลหรือไม่ จากนั้นก็ทะยอยเก็บเข้าพอร์ท

ผลการลงทุนมีรายได้ 3 ทางคือ

1.ปันผลที่ได้จากหุ้น กองทุนรวม LTF สามอย่าง เฉลี่ย 105 บาท/วัน
2.ได้ลดหย่อนภาษี จาก LTF เฉลี่ย 125 บาท/วัน
3.ส่วนต่างจากมูลค่าหุ้น (กำไร) เฉลี่ย 104 บาท/วัน (ยังไม่ขายหุ้นยังไม่ได้เงิน )

สรุปรายได้รวม 3 ทาง 334 บาท/วัน

แต่ข้อ 3 ยังไม่รับรู้รายได้เพราะยังไม่ขายดังนั้นรายได้ที่รับมาแน่นอนเฉลี่ย 230 บาท/วัน หรือเดือนละ 6,900 บาท
>>>> สรุปแล้วปี 2554 สถานะการลงทุนของเรา อยู่ในขั้นชนชั้นกรรมมาชีพใช้แรงงาน<<<<

รายได้แบบนี้ยังไม่ มีอิสรภาพทางการเงิน แต่อยู่ในสถานะหาเช้ากินค่ำครับ 5555



แผนการลงทุนปี 2555 ของผมใช้หลักง่ายๆดังนี

1.ผมต้อง Up grade จากสถานะรายได้ต่อวัน จากหาเช้ากินค่ำ>>>เป็นคนจนรุ่นใหม่คือ
ข้าราชการ ตามนโยบายรัฐบาลเงินเดือนข้าราชการขั้นต่ำ 15,000 บาท หรือต้องมีรายได้
วันละ 500 บาท นั่นเองครับ
2.การลงทุนต้องเพิ่มสัดส่วนหุ้นให้เป็น 50% ของพอร์ท (แต่ไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด) โดยจะคัดหุ้นที่ปันผลดีที่ตามโฟกัสมาตลอดปี 2554 และราคายังไม่สูงมากอีกเช่นเคยโดยลงทุน 90%ของเงินที่ลง
3.หาหุ้นที่กำลังฟื้นตัว 2 ตัว เพื่อเอาส่วนต่างราคา(เล่นรอบ) ใช้เงินลงทุนจากเงินที่ได้ปันผลจากหุ้นเอามาต่อยอด ลงทุนแค่ 10% เพื่อลดความเสี่ยง และรักษาเป้าหมายรายได้ที่ตั้งเป้า
4.ต้องมีวินัยให้มากขึ้น จากบทเรียนที่ได้รับจากการขาดทุนหุ้น 1 ตัวปี 2554 จำนวน 16,000บาท ที่ผม CUT Loss เพื่อเอาไปซื้อหุ้นอีกหลายตัวจนพลิกมากำไร ทำให้ได้ประสบการณ์จริง เจ๊งจริง ได้จริง แบบหาไม่ได้จากตำรา จากการหาข้อมูลน้อยและการปรับตัวที่ทำ
ได้ช้ากว่าสภาวะตลาด ตลอดจนเป็ฯมือใหม่ ยังไม่เข้าใจตลาด


แล้วเพื่อนๆตั้งเป้ากันอย่างไรบ้าง เรื่องการให้เงินทำงานแทนและยังทำงานประจำได้ตามปกติ

ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้ไม่จำเป็นต้องจบด้านการเงินหรือเศรษฐศาสตร์ ผมเชื่อว่าผมทำได้

แม้จบ(วทบ) มาก็ตาม อีก 5 ปีข้างหน้ารายได้จากการลงทุนของผมต้องมากกว่า 1,500

บาท/วันอย่างแน่นอน และถึงวันนั้นผมมี อิสระภาพทางการเงินจริงๆ ทำงานโดยไม่กดดันอีกต่อไป

(ผมทำงานการขาย เป็นเซลครับ) ผมว่าทุกคนทำได้ครับ ลงมือทำเพื่อตัวเองวันนี้เลยครับ ผมได้

เดินขึ้นบันไดก้าวแรกแล้ว





 

Create Date : 11 ธันวาคม 2554    
Last Update : 11 ธันวาคม 2554 22:04:04 น.
Counter : 556 Pageviews.  

ความจริง10 ข้อสำหรับเตือนใจ มือใหม่ที่จะลงทุนในหุ้น

เช่นเคยครับผมนำมุมมองของผมต่อการลงทุนในหุ้น สำหรับผู้ที่จะก้าวมาลงทุนจากประสบการณ์ของผมที่ลงทุนผ่านมา ส่วนคนที่เล่นหุ้นมานานไม่จำเป็นต้องอ่าน ผมว่ารู้อยู่แล้วเพียงแต่ท่านจะละเลยหรือไม่เท่านั้น ส่วนมือใหม่ไม่เคยลงทุนอาจจะยังไม่รู้ เริ่มกันเลยครับ

ข้อที่ 1.มือใหม่คิดและหวังอย่างยิ่งยวด ว่าหุ้นที่ตนเองซื้อครั้งแรก หลังซื้อแล้วมันจะต้องขึ้นไปเรื่อยๆไม่คิดว่าราคามันจะลง ความจริงไม่เสมอไปครับ อยู่ที่ราคาซื้อ สภาวะเศรษฐกิจ ดัชนีหุ้นว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลงมีการปั่นราคาของเจ้ามือหรือไม่ จังหวะการซื้อหุ้นสำคัญมาก ถ้าไม่ได้ถามคนที่เล่นอยู่ซึ่งรู้จังหวะซื้อ ทดลองเล่นเองซื้อเอง โอกาสพลาดสูงซื้อไม่ถูกจังหวะ ผมเน้นนะครับควรปรึกษาเพื่อน หรือคนที่รู้จักที่เขาเล่นหุ้นมานานไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียจะเป็นทางลัด แต่อย่าถามบ่อยๆบางทีเขารำคาญ และที่สำคัญไม่ควรเชื่อมาร์เก็ตติงที่เขามีส่วนได้ส่วยเสียจากการซื้อขายของเรา ฟังข้อมูลเอาไว้พิจารณาการตัดสินใจอยู่ที่เรา เขาอยากให้เราซื้อขายทุกๆวัน วันละหลายรอบ เขาจะได้ค่าคอมครับ

ข้อที่ 2 มือใหม่มักจะกลัวไม่ได้ซื้อหุ้น รีบซื้อราคาแพง ผมก็เป็นใหม่ๆที่ซื้อขายช่วงแรก เคาะเข้าหา OFFER เลยกลัวไม่ได้หุ้น มันก็ Matching เลยครับดีใจ กรูซื้อได้แล้ว หารู้ไม่ว่าราคาที่ซื้อมันกลางดอยแล้ว ซื้อเช้า ตอนบ่ายไหงที่ซื้อไปราคามันลง ติดลบแล้วข้อ 1 ที่หวังไว้ก็สูญแล้ว
ท่องคาถาไว้ครับ รับรองซื้อหุ้นได้ถูกๆ
>> นะโม หุ้นราคาแพงมีให้ซื้อทุกวัน หุ้นราคาถูกนานๆมาที ที่สำคัญมีเงินซื้อมันหรือเปล่า <<
ท่องไว้ครับก่อนซื้อ ขณะซื้อจิตใจจะได้ไม่วอกแวก

ข้อที่ 3 ว่าด้วยความถูกของหุ้น ช่วงตลาดขาลง หุ้นจะค่อยๆไหลลงมาเรื่อยๆ มือใหม่จะรีบซื้อ
เพราะเห็นว่ามันถูก แต่จะเจอว่าถูกแล้วยังมีถูกกว่า วันนี้ว่าถูก พรุ่งนี้ถูกกว่า สัปดาห์นี้ว่าถูก
สัปดาห์หน้าถูกว่า หุ้นขาลงใช้นโยบายห้างโลตัส ที่ว่า เราไม่ยอมให้ใครขายถูกกว่าเรา โดยเฉพาะหุ้นที่ปั่นไปสูงมากๆ เวลามันลงเหมือนดิ่งนรกเลยครับ
ทางแก้เกมส์เราต้องศึกษาประวัติศาสตร์หุ้นก่อนซื้อ ว่า BV,PE มันเคยดิ่งที่สุดเท่าไหร่ ราคาย้อนหลัง 1 ปี ต่ำสุด/สูงสุดเท่าไหร่ จะช่วยเป็นเข็มทิศในการซื้อของเรา จะได้ไม่หลงป่า หรือออกทะเล






ข้อที่ 4 มือใหม่มักชอบคิดบัญญัติไตรยาง(ไม่รู้ตอนนี้เรียกอะไร ผมเรียนหลักสูตรูเก่า) เช่น
ลงทุนในหุ้นแล้วบังเอิญเข้าซื้อขายตรงจังหวะที่หุ้นมันขึ้น ทุกอย่างดีไปหมดเศรฐกิจดี การเมืองดี
สภาพเศรษฐกิจโลกดี ซื้อแล้วหุ้นขึ้นตลอด มันก็จะเกิดความโลภ(ไม่เว้นแม้ผม) คิดในใจว่า
ลงทุนในหุ้นหาเงินง่าย ดูสิลงทุนแค่ 1 แสน ซื้อหุ้นมา 10,000 หุ้น ได้กำไร หุ้นละ 0.50 บาท กำไร 5,000 บาท ถ้าเราลงทุน 4 แสน เราก็ได้เงิน 20,000 บาทแล้ว พอๆกับเงินเดือนเลย พอกันทีกับชีวิตมนุษย์เงินเดือน เอาเงินเก็บ หรือ ขายทรัพย์สินมาลงหุ้นดีกว่า (รับรองเป็นกันทุกคน นี่มันคือมายาของตลาดหุ้น มันจะอยู่กับเราไม่นานสำหรับหุ้น ดังสุภาษิตหลังรถสิบล้อที่ว่า >> รวยไม่ทน จนไม่นาน<< พอเป็นช่วงตลาดขาลงซึ่งมักจะกินเวลานานกว่าตลาดขาขึ้น
ราคาหุ้นมันจะดิ่งนรก กำไรก็ไม่ได้ ทุนก็หาย >> เข้าสุภาษิต ทุนหายกำไรหด เครียดครับ
แนวทางคือทำงานประจำเพื่อมีรายได้(สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่บ้านไม่รวยอย่างเรา) ลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30 % ของทรัพย์สินทั้งหมด ไม่ควรทุ่มหมดหน้าตัก จะว่าใจมดก็ยอมครับ คนที่ใจถึงกล้าลงหมดหน้าตัก ตอนนี้ส่วนใหญ่จะไม่ได้เล่นหุ้น ไปถามว่าเล่นหุ้นดีไหม จะได้รับคำตอบเหมือนๆกัน ไม่ดี อย่าเล่นเลย

ข้อที่ 5 ผมอยากให้มือใหม่เลือกซื้อหุ้นเหมือนเลือกคู่ครอง ที่จะเป็นแม่หรือพ่อของลูกเราใน
อนาตค ควรศึกษาพื้นฐานนิสัยใจคอ ความประพฤติ ดูใจกัให้นานๆ ก่อนแต่งงาน (ซื้อ)
ไม่ต้องชิงสุกก่อนห่าม แล้วท่านจะไม่ผิดหวัง เปรียบง่ายๆให้เห็นภาพสัก 2 ตัวอย่าง ดังนี้

> หุ้นโคโยตี๊ เป็นหุ้นปั่นที่เจ้ามือ ส่งมาเต้นยั่วยวนมือใหม่ โอ้พระเจ้าจอร์ หุ้นอะไร ราคามันวิ่งดี
เหลือเกิน เมื่อวานเห็นราคา 0.33 บาท วันนี้ 0.99 บาท เห็นแล้วปิ๊ง ต้องเรียกมานั่ง(ซื้อ)สักหน่อย มันคงจะวิ่งยาวถึง 3บาทแน่ๆดูมันเด้งหน้าเด้งหลังยั่วยวนเหลือเกิน ว่าแล้วจัดไปเต็มพอร์ท
สำหรับคนที่เล่นหุ้นโคโยตี๊สิ่งที่จะได้รับคือ ความสุขชั่ว 1 ดริ๊ง แต่เธอจะเต้นไปโต๊ะอื่นเรื่อยๆ
หลอกให้มือใหม่ซื้อดริ๊งจนหมดตัว กลับบ้านกระเป๋าแบนตอน PUB ปิด (เจ้ามือเลิกปั่น) ด้วยความว่าเปล่า
> หุ้นนักร้องคาเฟ่ เป็นหุ้นที่งบขาดทุนตลอด เข้าตลาดหุ้นสะกดคำว่ากำไรไม่เป็น ราคาต่ำติดดิน
ประเภท 5 ตัวบาท มือใหม่คิดว่าเจอหุ้นที่ถูก เปรียบเหมือนเที่ยวคาเฟ่ ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ไม่ต้องเปิดเหล้า แบลคเลเบิล เปิดหงษ์ทองหรือกินเบียร์ก็ได้ แต่หารู้ไม่หมดพอๆกับเที่ยวโคโยตี๊ หุ้นพวกนี้จะมีลูกอ้อน โดยปล่อยข่าวดีร่วมมือกับสื่อ เพื่อให้มือใหม่ซื้อหวังว่ามันจะขึ้น เหมือนนักร้องอ้อนป๋าว่า "ป๋าขา พอหนูขึ้นร้องเพลง หนูขอพวงมาลัย 20 พวง ไม่่แพงพวงละ 20 บาท เองพอร้องเสร็จหนูจะมานั่งกับป๋าคนเดี๋ยวค่ะ พอเธอร้องเสร็จเราคล้องพวงมาลัย เธอก็มานั่งโต๊ะกับเราก้นไม่ทันร้อน เธอก็จะชิ่งไปนั้งโต๊ะอื่นที่คล้องพวงมาลัย ตอนคาเฟ่ปิด ผัวเธอก็ขี่มอร์ไซด์มารับ
บางคนรู้ทั้งรู้ว่าเป็นหุ้นโคโยตี๊ หรือหุ้นนักร้องคาเฟ ก็ยังอดไม่ได้ ดังสุภาษิตหลังรถสิบล้อที่กล่าวว่า >>>ดีชั่วรู้หมด แต่อดไม่ได้<<< ว่าไหมครับ

ข้อที่ 6 ผมอยากให้มือใหม่อย่ารักหุ้นที่ตัวเองซื้อมากเกินไป หรือเรียกง่ายๆว่าหลงหุ้น
เช่น บางคนจะติดกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง มากเป็นพิเศษเหมือนรักแรก เช่น หุ้นตัวนี้ขายไม่ได้เป็นหุ้นตัวแรกที่คัดมาตอนที่เริ่มหัดซื้อหุ้นใหม่ๆ จากหุ้นทั้งกระดานจาก 500 ตัว ได้มันตัวเดียวแล้วมันไม่ทำให้เราผิดหวัง กำไรตลอดซื้อมาเกิน 50% ของพอร์ท ไม่มีมันก็ไม่มีเราในวันนี้ ถึงแม้วันนี้มันจะทำตัวเกเร ไม่ปันผลแค่ 3 ปี ราคาลดลงแค่ 70% ต้องเอามันไว้มีกินก็เพราะมัน อย่างนี้โอกาสเจ๊งสูงหุ้นไม่ใช่รถยนต์คู่ชีพ พอมันทำตัวไม่ดีก็ตัดออกจากกองมรดก

ข้อ7 มือใหม่ควรศึกษาหาความรู้ เป็นหนอนหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุน เหมือนคำสอนของพระพุทธเจ้า คือ>>> สุ จิ ปุ ลิ คือ ฟัง คิด อ่าน เขียน >>อย่าลอกการบ้านคนอื่นโดยไม่คิดอะไร หรือ Copy & Paste อย่างเดียว รับรองมีเงินแสนหมดแสน มีล้านหมดล้าน เราต้องศึกษาพื้นฐานให้แน่น เราค่อย Copy & Develop ก็ได้ เรียกเท่ห์เท่ห์ว่าต่อยอด พอมีความรู้ก็แนะนำคนที่รู้จักทีอยากลงทุนในหุ้น ความรู้ยิ่งให้ยิ่งได้เพิ่มไม่มีใครขโมยเอาไปได้ นอกจากได้ความรู้แล้วยังได้เพื่อนด้วยครับ

ข้อ 8 มือใหม่ ควรคิดใหญ่ แต่ทำเล็ก ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นชัดๆ เช่น คิดจะสร้างบ้าน (คิดใหญ่)แต่เราต้องทำจากสิ่งเล็ก หลายๆอย่างประกอบเข้าด้วยกันเพื่อเป้าหมายไปหาสิ่งใหญ่ เช่น ถมดิน ลงเสาเอก เริ่มขุดวางเสา ทำคาน เทพื้น ก่ออิฐ ฉาบผนัง เดินน้ำ เดินไฟ มุงหลังคา ทาสีตกแต่งภายใน มันก็จะเป็นบ้านที่ใหญ่โต ไม่มีใครสร้างหลังคาก่อนวางเสาหรอกครับ การลงทุนในหุ้นไม่มีทางลัดหรอกครับ พวกใช้หลักสูตรเร่งรัด ไปเร็วมาเร็วเคลมเร็ว

ข้อที่ 9 ผมอยากบอกมือใหม่ที่จะเล่นหุ้น อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเทคนิคทางการซื้อขาย แต่มันเป็นเทคนิคทำให้ใจสบาย ทำแล้วใจจะอิ่มเอิบ หลังท่านซื้อขายหุ้นแล้วมีกำไรครับ ลองทำดูทำแล้วใจจะสบาย ถ้าใจไม่สบายมากระโดนถีบผมสองเท้าเลยครับ ที่ผมทำประจำเมื่อได้กำไรคือ
-ซื้อของให้พ่อแม่ พี่ น้อง ภรรยา หลานๆ ผมทำประจำ ไม่จำเป็นต้องเป็นของที่แพงก็ได้ สุขทั้งผู้ให้และผู้รับครับ ลองทำดู
- ที่ทำประจำอีกเช่นกันและถือปฏิบัติเคร่งครัด ทุกครั้งที่ได้กำไร คือ โทรบริจากกับ วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ครั้งละ 15 บาท กับพระอาจารย์อลงกต ท่านจะรู้ว่าเงิน 15 บาท มีค่ามากเอาไปช่วยผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์และลูกด้วยครับ เพียงโทร 1900 2222 00 พอได้ยินเสียงก็กด 1 ท่านก็ได้ทำบุญกับคนที่ลำบากแล้ว ทำที่ไหน ทำเวลาไหนก็ได้ ผลบุญจะทำให้ท่านประสบผลสำเร็จในการเล่นหุ้น จิตใจจะสบายโปร่งหาหุ้น หรือคิดวิธีเล่นหุ้นให้ได้กำไร 10 เด้ง
-ช่วยอุดหนุนคนแก่ หรือ คนพิการ ช่วยแล้วได้บุญครับ ยกตัวอย่าง ที่ปั๊ม ปตท อ.บ้านตาก
จ.ตาก ใครผ่านช่วยซื้อ ขนมตาล ขนมใส่ไส้ ยายเภา ที่แก่แล้วยังต้องฝืนสังขารทำขนมหาเลี้ยงหลาน กำลังเรียน 1 คน เพียงเงินแค 20 บาท ช่วยสองยายหลาน ได้กินขนมอร่อย ผมขึ้นเหนือแวะอุดหนุนแกประจำครับ








ข้อ 10 สุดยอดเคล็ดวิชา อยากฝากมือใหม่ว่า หุ้นไม่ใช่ภรรยา ถ้าเลือกผิดเปลี่ยนได้ตลอดเวลาครับ ภรรยาไม่มีสิทธิแม่แต่จะคิด ......ต้องจบเพียงแค่นี้ภรรยาเรียกแล้ว...




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2554 22:41:13 น.
Counter : 668 Pageviews.  

ข้อเท็จจริงของตลาดหุ้น สำหรับมือใหม่ที่จะลงทุนในหุ้นควรรู้

มีหลายๆคนที่กำลังอยากจะลงทุนในหุ้นกำลังกล้าๆกลัวๆ หรือยังขาดความมั่นใจ ผมจึงเอาบางแง่บางมุมของตลาดหุ้นมาเล่าให้ฟังครับ

เป้าหมายของคนที่จะมาเล่นหุ้นที่พอนึกได้มีดังนี้ครับ
1.อยากรวย ร้อยละ 100 ของคนที่เข้ามาเล่นเพื่อจุดนี้

2.ได้ข่าวเซียนหุ้น 1,000 ล้าน รวยมาจากหุ้นดูเขาให้สัมภาษณ์รวยแบบง่ายๆ เราก็น่าจะทำได้ ก็แน่ละครับคนที่เสียหรือหมดตัวจากหุ้นใครจะมาให้ข่าวละครับ ยกเว้นผู้กล้าอย่างคุณ ศิริวัฒน์ ที่รู้จักในนามศิริวัฒน์แซนวิซ ที่ขาดทุนหุ้นมาบอกเล่าประสบการณ์และหันไปทำธุรกิจ real sectorจึง รอดพ้นวิกฤติมาได้

3.อยากมีอิสระภาพทางการเงิน คำๆนี้ทำให้หลายคนเคลิ้ม รวมทั้งผมด้วย ช่วงแรกผมฝันไว้ว่าจะมีรายได้จากการลงทุนในหุ้นพอกับค่าใช้จ่าย ไม่ต้องทำงาน (ความขี้เกียจ อันเป็นธรรมชาติของทุกคน)คิดว่าลงทุนในหุ้นจะกำไร โลกแห่งความจริงกว่าจะถึงจุดนั้นมันยากครับ ใครที่มีงานประจำทำคิดจะออกจากงานมาลงทุนหุ้นอย่างเดียวผมขอเตือน ถ้าความรู้และประสบการณ์ไม่มี และเงินไม่ถึง ควรชลอไว้ทำงานประจำไป แล้วลงทุนในหุ้นก็ได้ครับ (ตอนนี้ผมก็ทำแบบนี้อยู่)เราอาจจะมี Idolที่มีอิสระภาพ
ทางการเงินเราจะทำแบบเขาไม่ได้ เพราะทุกอย่างต่างเงื่อนไข ต่างเวลากันครับ แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้

4 . ผมเปรียบตลาดหุ้นเหมือนการชนวัวครับ ต้องมีวัวตัวที่ชนะเพียงตัวเดียว มีเสมอยากมากครับในตลาดหุ้น



ตลาดหุ้นมีผู้ชื้อ(bid) ปะทะกับ ผู้ขาย(OFFER) เหมือนวัวชน 2 ตัวทีชนกันตามภาพครับ คนซื้อจะต้องซื้อให้ได้ราคาถูก เพื่อเอาไปขายแพง กินส่วนต่างคือกำไร ส่วนคนที่ขายก็ต้องขายให้ได้ราคาแพงกว่าที่ซื้อมา เพื่อกินส่วนต่าง คือ กำไรเช่นกัน ส่วนต่างก็เอามาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เพลี่ยงพล้ำ แต่ตลาดหุ้นก็ก้มีทางออก คือ บางคนซื้อหุ้นพื้นฐานดี รอกินปันผล ไม่ได้ซื้อขายกินส่วนต่างก็เป็นการลงทุนหุ้นอีกแบบ ที่เรียกว่า Value investor เรียกง่ายๆ ว่าซื้อกินปันผลและขายเมื่อราคามันได้ตามเป้าหมาย

5.บางคนเบื่องานประจำ เป็นโรคนี้กันทุกคนอาจเกิดจาก ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ก้าวหน้าในตำแหน่งที่หวัง (อาจจะหวังมากไป) ทะเลาะกับหัวหน้า เลยหมดความหวังกับงานที่ทำ มองหาธุรกิจใหม่ๆ ถ้าอายุมากก็ไม่อยากเริ่มใหม่ ถ้าอายุน้อยทุนก็มีไม่มาก เลยมองตลาดหุ้นเป็นที่พึ่งคิดว่าจะตอบโจทย์ทุกอย่าง โดยไม่เคยเข้ามาสัมผัสคิดว่ามันง่าย ทำเงินได้ ดูรายการเขาสัมภาษณ์คนทีประสบผลสำเร็จจากการเล่นหุ้นแล้วเคลิ้ม ของมันแน่อยู่แล้วคนล้มเหลวไม่เอามา ถึงเชิญก็ไม่มีใครมาเพราะอายที่จะเล่า ตอนที่ผมจะลงทุนในหุ้นก็ดูรายการพวกนี้เป็นปีครับ

6.ร้อนวิชา หรือ บางทีผมเรียกง่ายๆว่าร้อนใน จบเศรษฐศาสตร์ จบการเงิน บางคนจบโทมา
แต่ไม่เคยลงทุน ผมไม่เถียงครับ ทฤษฎีของคนที่จบมาย่อมได้เปรียบคนที่ไม่ได้เรียนมาโดยตรง
เทียบง่ายๆ กับการว่ายน้ำ ทฤษฎีแม่นมาก ว่าจะหายใจอย่างไร พุ่งลงน้ำอย่างไร ดึงสโตรกอ่างไร แต่ไม่เคยลงสระลงสระครั้งแรกก็โดดลงแรง อาจจะจุกจมน้ำตายได้ เทียบกับคนที่ไม่ได้เรียนมาสายตรง แต่มีประสบการณ์ บ้านติดคลองแรกๆค่อยๆเอาเท้าจุ่ม ลองลงน้ำไปเรื่อยๆ ค่อยๆหัด ช่วงแรกอาจจะกินน้ำไปหลายอึก จะจำแม่นว่ายได้คล่อง แต่ความรู้พื้นฐานจำเป็นมากในการลงทุนในหุ้น ในฐานะที่ผมไม่ได้จบมาสายตรงด้านนี้ ผมจึงซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุนมาอ่าน เสียเงิน 200-300 บาทในการซื้อหนังสือ ต่อเล่มดีกว่าขาดทุนในหุ้นเป็น 10,000 บาท เพราะความไม่รู้ของเรา

7.คิดว่าตลาดหุ้นมันไม่น่ายาก ก็แค่ซื้อหุ้นให้ถูกๆ แล้วเอามาขายแพงๆ ก็มีกำไรแล้ว งงกับคนที่ขาดทุน มันโง่หรือเปล่า ง่ายๆแค่นี้ก็ทำไม่ได้ เช่น ซื้อ 100,000 หุ้น ขายได้กำไร 1 บาท/หุ้นก็ได้เงิน 100,000 บาท แล้วตอนแรกๆผมก็คิดเช่นนั้น แต่มาลงสนามจริง จะตรงข้ามจะซื้อแพง
เอามาขายถูก ซื้อหุ้นตัวแรกตอนดัชนี 1,100 จุด ติดดอยเลยครับ ตอนดัชนีมันลงมาที่ 950 จุด
จะขายก็ขาดทุน จะถือไว้ตัวเลขขาดทุนมันก็แดง โชคดีที่ซื้อไม่มาก 10,000 บาท เป็นเงินเย็น
ที่กะเอามาเรียนรู้ของจริง ช่วงนั้นก็ทนถือ ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับหุ้น ศึกษาแนวทางการเล่นหลายวิธี
ตอนแรกซื้อเพราะชอบหุ้นตัวที่เลือก ดูP/E ก็ซื้อแล้ว ยังไม่ดูงบการเงิน พอซือราคามันไหลลงตามดัชนี บางช่วงดัชนีมันเด้งผมเลยขาย เพื่อ Cut loss ขาดทุนหลักพัน ผมจำเลยครับว่าความรู้ที่เราอ่านมาแค่หางอึ่งรู้แล้วครับว่าเล่นหุ้นให้กำไรยากมาก เท่าทุนยังเหนื่อยเลย สรุปการลงทุนแบบเอานิ้วจุ่มตอนแรกของผมขาดทุน ซึ่งผมลงไม่มากและเสียแล้วไม่คิดเอาคืน ถอยมาตั้งหลักก่อนหาความรู้ก่อนเข้าไปใหม่ ถึงเวลาแก้มือผมเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี มีปันผล ทยอยซื้อตามหลักการทีได้อ่านมา เริ่มซื้อจากดัชนีไล่จาก 950ค่อยๆซื้อเก็บจนดัชนีมันลงไป 840 จุด ได้หุ้นต้นทุนต่ำ
ตอนนี้ดัชนี 980-997 จุด ยังไม่ทะลุ 1,000 จุด บางตัวกำไร บางตัวขาดทุน สรุปกำไร 8%
แต่ต้องวัดดวงว่าดัชนีขึ้นหรือลงอีกยังวางใจไม่ได้หรอกครับ

ผมได้บทเรียนล้ำค่ามา คือ ต้นทุนที่คุณซื้อสำคัญที่สุด ไม่ใช่ความเด่นดังของหุ้น
ยิ่งคุณซื้อได้ต้นทุนต่ำ โอกาสขาดทุนก็จะน้อย สำหรับคนทีเข้ามาใหม่ถามว่าจะซื้อหุ้นอะไร
บางคนตอบ PTT SCG Banpu เกือบทั้งนั้น ไม่มีใครชอบหุ้นตัวเล็กๆ หรือดูว่าหุ้นมันได้ขึ้นไปแพงเกินมูลค่าหรือยัง หุ้นมีชื่อเสียงดีก็ทำให้ขาดทุนได้ ถ้าคุณซื้อแพงขายถูก




คำถาม/คำตอบ 10 ข้อที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้

1.ตลาดหุ้นมีเจ้ามือ เหมือนวงการอื่นไหม?

ตอบ มีแน่นอนสำหรับเจ้ามือในตลาดหุ้น มีมากมายหลายกลุ่ม ก็เหมือนเจ้ามือหวย
เจ้ามือบอล เจ้ามือบ่อน เจ้ามือคอยสูบความมั่งคั่งจากรายย่อยที่หลงในเกมส์เขา

2.เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นเจ้ามือ

ตอบ ดูยากมากเจ้าพวกนี้การศึกษาดี ใส่สูท พูดจามีหลักการ มีคอนเนชันทางการเมืองดี
บางที่รับใช้เป็นมือให้นักการเมืองในการเล่นหุ้น ดูยากบางทีเหมือนนักบุญเลยทีเดียว ไม่เหมือน
เจ้ามือหวย บ่อน พวกนี้เป็นเจ้าพ่อ ลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลัง ดูง่ายมาก

3. ใครจะเป็นเจ้าได้บ้าง

ตอบ เป็นได้ทุกคนถ้า ประสบการณ์สูง เงินหน้าตักมากพอ คอนเนคชันกับเชียนหุ้นและคนในวงการ ที่สำคัญจะปลอดภัยมากถ้ามีนักการเมืองหนุน อาจจะเป็นเซียนหุ้นมือเก๋าเล่นหุ้นเป้นอาชีพหลัก มีสำนักงาน มีลูกมือแต่ไม่เปิดเผยมากนัก รู้จักกันภายในวงการ อาจเป็นนักการเงินที่แฝงอยู่ในบริษัทหลักทรัพย์ อาจเป็นนักลงทุนชื่อดังออกสื่อบ่อยๆ อาจเป็นนักลงทุนต่างชาติ หรือ บางทีอาจเป็นเจ้าของบริษัทหุ้นที่เราซื้อก็ได้

4. เราจะเล่นหุ้นชนะเจัาได้ไหม

ตอบ ยากมาก ต้องรู้ทันเกมส์อ่านความคิดเจ้าเพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่จะตามน้ำเจ้า ตอดเล็กตอดน้อย ที่เห็นใช้กันมี 2 กลยุทธ์
แบบแรก กลยุทธ์เหาฉลาม เกาะเจ้าไป เจ้าไปไหนไปด้วย แล้วหาเศษหาเลย จากเจ้าที่ทำกระฉอกมา แต่วิธีนียากครับถ้าไม่รู้วงใน
แบบที่สอง กลยุทธ์กองโจรแบบพรรคคอมมิวนิสต์ใช้ คือ กลยุทธ์กองโจรหลักการคือ
มึงมากูมุด มึงหยุดกูตี มึงหนีกูซ้ำ แต่อย่าลืม อย่าโลภจนเจ้าจับได้ ได้พอหอมปากหอมคอแล้วถอย อย่าไปใช้วิธีนี้อีก เดี๋ยวเจ้ามือจัดหนัก

5.มีสูตรหุ้นเด็ดเหมือนใบ้หวยไหม

ตอบ มีน่ะมีแต่มันก็เหมือนใบ้หวย ถ้ามันได้ผลคนออกสูตรมันคงเอาไปเล่นเองไม่มาขายให้หรอกครับ

6.มีเคล็ดลับกันเจ๊ง หรือ ขาดทุนไหมครับ ?

ตอบ มีแน่นอน ท่องคาถากันเจ๊งไว้ ก่อนเล่น ขณะเล่น ท่อง 3 จบ รับรองไม่เจ๊ง

ท่องตามนี้ :นะโมอย่าโลภเกินความรู้ นะโมอย่าโลภเกินความรู้ นะโมอย่าโลภเกินความรู้

7.มีอะไรที่จะทำให้เรา เลือกหุ้นได้ถูกตัว ถูกเงิน ถูกใจ ?

ตอบ ความรู้ ข่าวสาร วิจารณญาญของเรา เท่านั้น ไม่ใช่ข่าวลือ จากมาร์เก๊ดติงส์
จากเวปลงทุน จากบทวิเคราะห์ หรือหุ้นผีบอก จากการติดตามหุ้นของเราจะได้ประสบการณ์
ยิ่งศึกษายิ่งได้ประสบการณ์ นานๆเรียกว่าเก๋าเกมส์ เข้าพุทธสุภาษิต อัตตาหิ อัตโนนาโถ
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

8 มีหุ้นที่แบบว่าชัวร์ซื้อแล้ววางใจได้เลยแนะนำไหม?

ตอบ ของทุกอย่าง เป็นอนิจจัง ไม่เว้นแม้หุ้น วันนี้เป็นหุ้นบลูชิพ วันหน้าเป็นหุ้นขยะไร้ค่า
วันนี้เป็นหุ้นธรรมดา วันหน้าเป็นหุ้นบลูชิพ ไม่มีอะไรเที่ยงจริงๆ หุ้นบางตัวอดีตราคา
100 บาท วันนี้เหลือ ไม่ถึงบาท (หุ้นไม่เต็มบาท) หุ้นเป็นหนึ่งในกฎของอนิจจัง

9.มีเงินน้อยๆ ลงทุนได้ไหมครับ?

ตอบ มีเงินน้อย มีความรู้มาก ลงทุนได้แน่นอน โอกาสประสบผลสำเร็จมากว่า
มีเงินมาก มีความรู้น้อยครับ
เปิดบัญชีแบบ Cash balance กับบางโบรคเกอร์แค่ 5,000 บาท ก็ซื้อขายได้แล้วครับ
10.ถามตรงๆเลยครับเราจะเลียนแบบ พอร์ทของเซียนหุ้นแบบ Copy & paste มาทั้งดุ้นได้เลยไหมครับ ขี้เกียจศึกษา ไหนๆก็ลอกเพื่อนมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว ?

ตอบ ได้ครับ ได้หุ้นเหมือนกับเซียนเลยตัวเดียวกันเป๊ะ แต่ราคาต่างกัน
ตอนขายก็ไม่ขายพร้อมกันเซียนรวย เราซวยเพราะไปรับหุ้นราคาแพงมาจากเซียนอีกที

11. ผมจะเจอหุ้น 10 เด้ง 1000%ไหมครับ?
ตอบ โอกาสมีเสมอในตลาดหุ้น เราจะเห็นหุ้นตัวนี้หรือเปล่า หรือเห็นแล้วมีเงินหรือเปล่า
มีเงินแล้วเรากล้าซื้อหรือเปล่า ซื้อแล้วกล้าถือยาวหรือเปล่า ยกตัวอย่างหุ้นตัวหนึ่งที่ผมเจอกับตัวเอง
ที่ผมมองไว้แต่ไม่พร้อมที่จะซื้อ คือ CPF ตอนปลายปี 2551 ราคา 3 บาท/หุ้น เคยคิดจะซือ
สัก 100,000 หุ้น จากเงินเก็บ แต่ยังไม่ได้เปิดพอร์ท ไม่กล้าซื้อ แต่เจ้านายผมเปิดพอร์อท เล่นหุ้นมานาน ซื้อ 2 ล้านหุ้น เอามาปล่อยที่ราคา 12 บาท (ยังไม่กล้าสุดๆ) กำไรเท่าไหรคิดไม่ยาก ปัจจุบันราคาเฉลี่ย 30 บาท 10 เด้ง ถ้าผมซื้อ ย้ำนะครับถ้าผมซื้อผมก็ได้ 2.7 ล้าน
แต่ผมไม่ได้ซื้อ รู้งี้ซื้อไปแล้ว >>>คำขวัญชาวหุ้น รู้อะไร ไม่สู้รู้งี้
ตอนนี้กำลังหาอยู่ยังไม่เจอใครเจอกระซิบด้วยครับ 55555

12.ช่วยฟันธงเลยครับ เห็นโม้มานาน คุณสมบัติแบบไหนที่จะเล่นหุ้นแล้วรวย?

ตอบ ตามสถิติคนที่เล่นหุ้น 10 คน รวย 1คน ที่เหลือไม่เจ๊ง ก็พอรักษาสภาพนิสิตเท่านั้น
คนที่จะประสบผลสำเร็จในการเล่นหุ้นมีดังนี้
- มีประสบการณ์เล่นหุ้นมานาน
- มีความรู้พื้นฐานด้านเศรษฐกิจ และวัฎจักรเศรษฐกิจ
- มีทุนพอสมควร
- เป็นตัวของตัวเอง ไม่เชื่อคนง่าย (เขี้ยวลากดิน)
- ศึกษาใผ่รู้ ชอบเก็บข้อมุลสถิติด้วยตนเอง
- เจ็บแล้วจำ ไม่ทำผิดในการลงทุนซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ
- มีสัญชาติญาญการเอาตัวรอดสูง แก้ไขปัญหาได้เร็ว
- มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ติดกรอบ สนใจผลลัพธ์มากกว่าวิธีการหรือขั้นตอน
- ทบทวนความผิดพลาดในการลงทุน และรอบคอบในการลงทุนครั้งใหม่
- เป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ อดทน รอคอย ไม่เชื่อเรื่องการรวยแบบข้ามคืน
- มีดวง ในที่นี้คือ สิิ่งที่อธิบายไม่ได้ แต่เกิดจากส่วนผสมต่างๆมันลงตัวพอดี

สิ่งที่ผมอยากฝากคนที่จะเล่นหุ้น ไว้ว่า ตลาดหุ้นง่ายที่จะขาดทุน แต่ยากที่จะทำกำไร
แต่ไม่มีอะไรที่ยากเกินไป ถ้าเราหมั่นศึกษาหาความรู้ ลงทุนด้วยความระมัดระวัง ไม่โลภมาก
ท่านจะได้กำไร และ อยู่รอดอย่างยั่งยืนในตลาดหุ้นครับ




 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 11 มีนาคม 2555 16:30:21 น.
Counter : 2757 Pageviews.  

1  2  3  

แจ้ห่ม47
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 101 คน [?]




ที่อยู่หลัก ลพบุรี ลำปาง และ ปทุมธานี
ที่อยู่ที่อื่นๆ ตามเขตการขายที่ดูแล ภาคตะวันตก ภาคใต้และ ภาคอิสานตอนบน (ทัวร์นกขมิ้นทุกเดือน เนื่องจากดูแลฝ่ายขายครับ ไม่ได้หนีหนี้ 555)
ภาพทุกภาพไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถ้านำไปเผยแพร่เพื่อ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยไม่ผิดกฏหมายหรือศีลธรรม เพื่อนๆสามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาติ ไม่หวงครับ ขอกันกินมากกว่านั้นแต่ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาของรูปด้วยครับ ขออภัยหากตอบท่านช้า หรือเข้าไปเม้นต์ท่านช้า ผมใช้เนตผ่านมือถือครับช้ามากๆขออภัย และ หากผิดพลั้งไป ต้องขออภัยเพราะความรู้ต่ำ
New Comments
Friends' blogs
[Add แจ้ห่ม47's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.