น้ำและปุ๋ยสำหรับกล้วยไม้
เริ่มจากน้ำก่อน รุ่นพี่ที่เลี้ยงกล้วยไม้หลายๆท่านมักจะกล่าวว่า "กล้วยไม้ที่รดน้ำมากๆ แฉะตลอดเวลามีโอกาสตายมากกว่ากล้วยไม้ที่ได้รับน้ำน้อย" ผมเห็นด้วยครับเพราะมันจะเน่าตาย จากการติดเชื้อรา แต่ผมเสริมอีกนิดว่าถ้าไม่ได้รับน้ำเลยมันก็เหี่ยวตายเช่นกัน คุณสมบัติน้ำมีดังนี้ 1.PH 7 2. น้ำต้องไม่กระด้าง(หินปูนในน้ำจะไปเกาะรากทำให้กล้วยไม้โตช้า) 3.หลักการรดน้ำกล้วยไม้ รดช่วงเช้าดีที่สุด 8-9 โมงเช้า หน้าฝนงดรดน้ำหลังฝนตก หน้าแล้งอากาศแห้งควรเพิ่มตอนเย็น 1 ครั้ง (3-4โมงเย็น) เปรียบเทียบคุณภาพน้ำจากดีไปหาแย่ น้ำประปา น้ำฝน น้ำบ่อ น้ำบาดาล สำหรับปุ๋ย มี 2 ชนิด 1.ปุ๋ยเคมี กล้วยไม้จะใช้ปุ๋ยเกล็ด ปุ๋ยนำ และปุ๋ยออสโมโคส (ละลายช้า) 2.ปุ๋ยชีวภาพ ได้จากการหมักปลา สาหร่ายทะเล ได้เป็นปุ๋ยนำ นำมาผสมน้ำตามส่วนผสม การใช้ปุ๋ยชีวภาพต้องระวังเครื่องปลูกเช่น กาบมะพร้าว มอส จะผุเร็ว ผมใช้ทั้งสองอย่างสลับกัน ตัวอย่างปุ๋ยเกล็ดที่ใช้ราคา 80-150 บาท/ถุง(นน 1 กก) มีหลายสูตรครับ ธาตุอาหารที่จำเป็นมี 16 ชนิด แบ่งเป็น ธาตุหลัก 3 ตัว N-P-K N คือไนโตรเจน เร่งการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ P คือ ฟอสฟอรัส เร่งการเจริญเติบโตของราก และเร่งการแทงช่อดอก K คือ โปตัสเซียม เร่งการใช้นำตาลทำให้ดอกและผลมีขนาดใหญ่ ถ้า เป็นผลไม้จะเพิ่มความหวานของผลไม้ เช่นปุ๋ยสูตร 25-5-5 จะมี ไนตรเจน 25% ฟอสฟอรัส 5%โปตัสเซียม 5% ปุ๋ยสูตร 21-21-21จะมี ไนตรเจน 21% ฟอสฟอรัส 21%โปตัสเซียม 21% ส่วนธาตุรอง ต้องการไม่มากแต่ขาดไม่ได้ส่วนใหญ่ใช้ในการสร้างฮอร์โมนด์และ เอนไซม์ มีดังนี้ Ca Mg S Fe Mn Zn B Cu Mo Cl ตัวย่ออยากทราบลองถามหลานที่อยู่มัธยมปลายน่าจะรู้ ผมขอข้ามเข้าสู่การใช้เลยครับ 1 ระยะออกขวด 14 วันแรกไม่ควรให้ปุ๋ย หลังจากนั้นค่อยๆให้สัปดาห์ละครั้งอย่าให้เข้มเดียวมันจะเน่า ควรให้ ปุ๋ยสูตรเสมอ หรือ ตัว N สูงเร่งต้นใบ สลับ 7 วันครั้งกับกับ P สูงเพื่อเร่งราก อัตราส่วนตามสลากแนะนำ หรือไม่เกิน 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ไม่ควรให้เข้มข้น ส่วนมากจะใจร้อนกลัวโตไม่ทันใจ เลยให้มากไปผลคือ ใบไหม้ เพราะปุ๋ยมันมีเกลือจะดึงนำจากเซลออกหมดเลยเหี่ยวและมีรอยไหม้ กล้วยไม้ระยะออกขวดเดือนแรกๆ 2.ระยะไม้นิ้ว (ที่เรียกไม้นิ้วเพราะใส่กระถาง 1 นิ้ว) อายุ 4-6 เดือน ให้ปุ๋ยเช่นเดียวกับระยะแรกครับ ต้องระวังความเข้มปุ๋ยเช่นกัน 3. ระยะไม้รุ่น อายุ 6-12 เดือน ช่วงนี้ไม้จะเติบโตเร็วตัว N สูงเร่งต้นใบ 7 วันครั้ง หรือจะใช้สูตรเสมอก็ได้ อัตราเพิ่มเป็น ไม่เกิน 100 กรัม/นำ 20 ลิตร ใช้เข้มข้นเพิ่มอีกนิดเพราะไม้มีความแข็งแรงและต้องการปุ๋ยในการเติบโต สังเกตุว่าถ้าได้รับปุ๋ยมากเกินไป ใบจะอวบอ้วนแต่เปราะ ถ้าโดนฝนตรงๆใบจะเน่าได้ กล้วยไม้บางชนิดเช่น แวนด้าหรือช้าง ในสวนใหญ่ๆจะไม่มีการใส่เครื่องปลูกลงในกระถางดังนั้นแหล่งอาหารมาจากที่เดียวคือปุ๋ย ชาวศสวนจะให้ปุ๋ยถี่มาก 5-7 วันครั้งและเข้มข้นมันจึงงาม เป็นพิเศษมีดอกตอนขาย พอเราซื้อมาดอกหมดและไม่ได้บำรุงปุ๋ย หรือไม่ได้นำไปเกาะกับต้นไม้จะไม่เห็นดอกบางทีค่อยๆเหลืองตายดังที่เคยพบกันมาครับ นี่ครับมีแต่ต้นกับกระถางพลาสติกไม่มีเครื่องปลูก ต้นนี้มีเครื่องปลูกเป็นกาบมะพร้าวสับอยู่ให้ดอกได้นาน 4 ระยะไม้เริ่มแทงช่อดอก อายุ 1 ปีขึ้นไป เราจะใช้ปุ๋ย P ฟอสฟอรัส และ K โพแทสเซียมสูงื เพื่อเร่งและยืดช่อดอกให้ยาวและมีคุณภาพ 5.ระยะดอกตูมใกล้จะบาน เราจะให้ปุ๋ยตัวท้ายสูงคือ K โปแตสเชี่ยม เพื่อเพิ่มขนาดดอก สีดอก ความสมบูรณ์ของช่อดอก สีจะสดใส กล้วยไม้ที่ให้ปุ๋ยไม่เต็มที่ ทั้งชนิดและปริมาณ ใบจะซีดเหลือง ในแวนด้าช่วงหน้าหนาวจะทิ้งใบบางส่วน ดังรูป ก่อนจบขอเสนอหลักการให้ปุ๋ยตามที่พอจะจำได้จากที่เรียนมา กับ อ.ยงยุทธ โอสถสภา ที่สอนมาตอนปี 2 ซึ่งนานมากแล้ว ดังนี้ 1 ก่อนให้ปุ๋ยควรรดน้ำกล้วยไม้ให้ชุ่ม ทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วฉีดปุ๋ยตาม เพื่อความทั่วถึงของปุ๋ย 2 การฉีดปุ๋ยให้เริ่มจากยอดลงไปหาราก ให้เปียกทั่วถึง 3 ควรฉีดช่วงเช้า 8-9 โมงเช้ากล้วยไม้จะได้ดูดแร่ธาตุเอาไปสังเคราะห์แสง 4 ควรงดให้น้ำสัก 12-24 ชมหลังฉีดปุ๋ย ถ้ามีฝนตกหลังฉีดปุ๋ย ภายใน 3 ชม ปุ๋ยจะถูกน้ำชะไปหมด ควรพิจารณาฉีดใหม่ภายหลัง 5.ถ้ามีดอกไม่ควรให้ปุ๋ยโดนดอกเดี๋ยวดอกจะมีรอยด่างได้ ในกล้วยไม้บางตัวที่มีกลีบดอกบาง 6.ไม่ควรผสมปุ๋ยเข้มข้นเกินคำแนะนำ นอกจากใบจะไหม้และยังเปลืองโดยใช้เหตุ บางคนให้แบบ สายัญ สัญญา (ให้ไม่ต้องมาก แต่ให้บ่อยๆ) แต่ผมประเภทขี้เกียจให้ 7-10 วันครั้ง ตามฉลากแนะนำ ผมเข้าใจว่าเราอยากให้มันโตและออกดอกเร็วๆเลยให้ป๋ยมากและให้บ่อยๆ ช่วงปีแรกผมเข้าไปดูบ่อย มากๆในโรงเรือน จนออกดอกแล้วจะเข้าน้อยลงวันไม่เกิน 3 ครั้ง (หายเห่อครับ) ข้อมูลผิดพลาดประการใดขออภัย ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงกล้วยไม้ครับ เพิ่มเติม ข้อมูลคุณภาพน้ำครับ น้ำฝน น้ำบาดาล น้ำผิวดิน ความขุ่น 0 0.5 50 ไนโตรเจน(มก/ลิตร) n/a 10 3 ความกระด้าง(มกCaco3/ลิตร) 25 120 90 PH 7 7.5 7.5 แมกนีเซียม(มก/ลิตร) 2 5 20 โปแตสเซียม 0 2 2 ไบคาร์บอเนต 18 120 90 ซัลเฟต 4 10 20 ฟลูออไรด์ 0 0.1 0.2 ฟอสฟอรัส 0 0.01 0.05 แคลเซียม 6 40 30 โซเดียม 5 5 20 เหล็ก 0.05 0.1 0.5 คลอไรด์ 5 25 25 ไนเตรท 0.1 10 0.5 แอมโมเนีย 0.05 0.02 0 น้ำที่รดกล้วยไม้ไม่ควรเป็นนำกระด้าง ความกระด้างของน้ำวัดจาก จำนวน มิลลิกรัมของ แคลเชียมคาร์บอเนต หรือหินปูนที่ละลายในน้ำ ประเภทของน้ำ ค่าความกระด้าง(mg/ลิตรCaco3) น้ำอ่อน 0- 40 น้ำกระด้างปานกลาง 40-100 น้ำกระด้าง 100-300 น้ำกระด้างมาก 350-500 น้ำกระด้างรุนแรง มากกว่า 500 น้ำประปา ห้ามเกิน 300 เมื่อน้ำมีปัญหาถ้าเราอยากใช้รดกล้วยไม้ต้องบำบัดก่อนหลักการมีดังนี้ ตกตะกอน > การกรอง>การฆ่าเชื้อ> การกำจัดความกระด้าง> น้ำดี คำแนะนำในการใช้ปุ๋ยสำหรับกล้วยไม้ของ ม.แม่โจ้ ครับ
Create Date : 15 ธันวาคม 2552
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2553 18:50:33 น.
11 comments
Counter : Pageviews.
โดย: นายโหยหาฯ (โหยหาชนบท ) วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:19:47:47 น.
โดย: พี่นู๋อ้อ (pinuaoo2006 ) วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:20:50:15 น.
โดย: แจ้ห่ม47 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:21:02:26 น.
โดย: ก้อนหิน (cator ) วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:21:16:37 น.
โดย: mutcha_nu วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:21:33:48 น.
โดย: mutcha_nu วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:22:13:18 น.
โดย: mutcha_nu วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:22:39:50 น.
โดย: มะโรง วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:23:20:21 น.
โดย: Let it Be IP: 101.108.37.241 วันที่: 23 มกราคม 2556 เวลา:23:23:33 น.
Location :
ลำปาง Thailand
[Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ที่อยู่หลัก ลพบุรี ลำปาง และ ปทุมธานี ที่อยู่ที่อื่นๆ ตามเขตการขายที่ดูแล ภาคตะวันตก ภาคใต้และ ภาคอิสานตอนบน (ทัวร์นกขมิ้นทุกเดือน เนื่องจากดูแลฝ่ายขายครับ ไม่ได้หนีหนี้ 555)
ภาพทุกภาพไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถ้านำไปเผยแพร่เพื่อ
เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยไม่ผิดกฏหมายหรือศีลธรรม
เพื่อนๆสามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาติ ไม่หวงครับ ขอกันกินมากกว่านั้นแต่ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาของรูปด้วยครับ
ขออภัยหากตอบท่านช้า หรือเข้าไปเม้นต์ท่านช้า ผมใช้เนตผ่านมือถือครับช้ามากๆขออภัย
และ หากผิดพลั้งไป ต้องขออภัยเพราะความรู้ต่ำ
รอติดตามสวนกล้วยไม้เล็กๆ ที่จะเติบโตในวันข้างหน้าของผม และเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ