การเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้นเอง ... อย่าเพิ่งปล่อยมือนะ
Group Blog
 
All blogs
 

<<< เดินเล่นเย็นใจ ในฤดูหนาว >>>

มาชวนไปเดินเล่นด้วยกันที่สนามจันทร์ เห็นว่าอากาศดีไง ...

ทางเดิน


รถม้า


สะพาน


ศาลาริมน้ำ


ร่มเย็น


ดอกเฟื่องฟ้า


ดอกชบา


ไก่แจ้


ไก่แจ้ขาว


อนุสาวรีย์


ม้านั่งสีเขียว


รถบรรทุก


จักรยานสีขาว


ความสำเร็จ



พระปฐม ยามค่ำคืน


ราดหน้า ตลาดโต้รุ่ง(อร๊อยย... อร่อย)





 

Create Date : 01 มกราคม 2550    
Last Update : 1 มกราคม 2550 23:54:56 น.
Counter : 333 Pageviews.  

<<<งานกับการเดินทาง>>>>ที่มีจุดหมาย>>@Guangzhou / Shan Tou China




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คิดอยู่นานว่าจะแต่ง blog นี้ยังไงดี แต่เมื่อลองมาดูรูปที่ถ่ายไว้แล้ว ก็คิดว่าควรจะหนักไปทางเขียนบันทึกการเดินทางมากกว่ารูปภาพ เนื่องจากเป็นการเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศคนเดียว ครั้งแรกในชีวิต มีความรู้สึก และประสบการณ์มากมาย ก็น่าจะมา บอกเล่ากัน

เริ่มจากเมื่อรู้ตัวว่าต้องไปคนเดียวแน่ ๆ ก็เกิดอาการฟุ้งซ่านประสาทหลอน ตั้งแต่เราจะไปอยู่ยังไง ? กับใคร ? ที่ไหน ? จะเข้าเมืองเค้ายังไง ? สนามบินเค้าจะใช้ระบบเดียวกับเราไหม ? แล้วถ้าเราจะโทรกลับบ้านล่ะ ? ซื้อการ์ดเค้า หรือ Roaming ไปเองดี ? (เป็นต้น)

แล้ววันเดินทางก็มาถึง เครื่องบินไฟล์ 10.30 แต่มาถึงสนามบินตั้งแต่ไก่โฮ่ สุดท้ายก็ต้องมานั่งหลับรอ ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ได้นั่งกับฝรั่งเดนมาร์ก ตัวใหญ่เชียว คุยกันเล็กน้อย สรุปว่าเค้าชอบอาหารญี่ปุ่น และกำลังจะไปงานเดียวกับเรา คือ Canton Fair แต่เค้าไปมาหลายครั้ง ทำธุรกิจเกี่ยวกับ โคมไฟ จะไปดูของ เออเนอะเดี๋ยวนี้อะไรก็ต้องที่เมืองจีน ทั้งนั้น

บนเครื่องก็ดูหนัง ฟังเพลง มองซ้ายมองขวา ไม่ง่วงเลยตื่นเต้นมาก แต่พยายามเก็บความรู้สึกสุดฤทธิ์ พอบ่ายสองก็ถึงสนามบิน Baiyun ด่านแรกไม่มีปัญหา พอมาด่านสอง ต้องรอตรวจหนังสือเดินทาง เจอแล้วน้องหมวยสุดโหดขอบอกว่า ดุมาก พูดเบาๆไม่เป็น ต้องพูดดังๆ หรือบ้านเราเรียกว่า ตะโกน ก็พี่ก้าวล้ำเส้นนิดเดียว น้องหมวยก็โวยวาย คุยโทรศัพท์เพราะตามคนมารับ น้องหมวยก็ไม่ยอม (ไม่รู้น่ะซิว่าพี่มาคนเดียว) ดีที่มีคนไทยด้านหลังแปลให้ฟัง เพราะน้องหมวย Soundtrack มาเลย คราวหน้าเชิญน้องหมวยมาสุวรรณภูมิของพี่บ้าง จะขอแก้แค้น (หนี้แค้นแสนรัก มากมากเลย อย่าให้พี่เจอนะหมวย)

จากนั้นก็มาเอากระเป๋าที่สายพาน สุวรรณภูมิเรารอกระเป๋า 3 ชั่วโมง แต่ที่ Baiyun 3 นาทีกระเป๋าคุณจะวิ่งผ่านไปแล้ว ต้องจ้องดีๆ วนมาอีกรอบจับหูกระชากออกมาเลย เป็นอย่างนั้นจริงๆ

แล้วเวลานรกก็มาถึงกลุ่มคนไทยที่มาด้วยเริ่มทยอยออกไปกับกลุ่มทัวร์ของเค้า เดินออกไปรอดูป้าย แย่แล้วไม่มีชื่อตัวเองเลย ไม่อยากเชื่อ รีบหยิบโทรศัพท์มาโทรตามรถที่โรงแรม สรุปว่าลืมเราน่าตาเฉย คุยกันนานมาก แต่เดี๋ยวจะมารับ ยืนรอไปก่อนน่ะ (สุดยอด ค่ารถ เที่ยวเดียวที่ให้มารับเนี่ย 3000 พันบาท / 600 หยวน นะโว้ย)

ยืนเด๋อด๋าดูโน้นดูนี้สักพัก มีพนักงานใส่สูทหรูอย่างดี กางกระดาษที่มีชื่อเรามารับ ดีใจน้ำตาแทบร่วง (รอดตายแล้ววันนี้) ตอนนั่งรถมาโรงแรมสุขสบายดี มาก ฝนเริ่มตกพร่ำๆ (ดูจากรูปด้านบนได้เลย )

มาถึงโรงแรมที่พัก ก็สบายดีเป็นโรงแรมที่อยู่ในเมืองใกล้งาน Canton ราคาเลยแพงหน่อย แต่ไม่เป็นไรบริษัทออก ไม่กล้าออกไปไหน จริงๆอยากไปเดินเล่น แต่ก็ได้แต่ถ่ายรูปจากห้องพัก แล้วก็กินมาม่าตามที่เห็น

มาถึงเวลาไปทำงาน งาน Canton Fair เนี่ยก็เป็นงานแสดงสินค้าของแทบทุกเจ้าในเมืองจีน มาออก Booth เหมือนงาน Otop เราแต่ส่วนใหญ่เป็นของที่กินไม่ได้ทั้งหมด ขนาดของงานเท่ากับ เมืองทอง คูณ ห้า ได้ เพราะเค้ามี สองชั้นและหลายอาคาร เดินกันเท้าชา กินอะไรไม่ลงเลย ทุกคนต้องลากกระเป๋าเพราะเอกสารเพียบ วิธีการทำงานก็ ไม่ยาก เดินก่อน >>สนใจแวะดู สอบถาม >>แลกนามบัตร>>ถ่ายรูปสินค้า บางเจ้าไม่ยอมน่ะ>> บันทึกลงสมุด ประมาณเนี่ย ทำเหมือนกันทุกประเทศ ทำงานอย่างเนี่ยอยู่ 2 วัน เท้าบานมากมาก แต่คนจีนใส่ส้นสูงเดินกันเฉย สุดยอดมากมาก

เมืองจีนเนี่ยมองไปทางไหนก็มีแต่คนเต็มไปหมด ประชากรเค้าเยอะมากจริง ๆ เดี๋ยวนี้คนใช้จักรยานน้อยมากแล้ว ตู้เก็บเงินค่าทางด่วน ก็สวยงาม พูดเองได้ด้วย เก๋มากมากเลย

มีอยู่คืนหนึ่งทำงานเสร็จเร็วก็เลยให้เพื่อนคนจีนพาเที่ยว เปยจิ่งหลู่ (แปลว่า ถนนปักกิ่ง) เคยอ่านเจอเพื่อน ๆในพันทิปที่ไปเมืองนี้ แนะนำให้ไปเที่ยว ก็คึกคักพอสมควร สถานที่เหมือนสยามบ้านเรานะ แต่ขายของก๊อปปี๊ เหมือนประมาณสีลม แต่ของไม่มากเหมือนที่คาดหวังเอาไว้


รุ่งขึ้นเดินทางไปทำงานอีกเมืองคือ Shan Tou เป็นเมืองอุตสาหกรรมของ Toy มีโรงงานของเล่น เป็นพันๆ แห่ง ที่เมืองนี้ สภาพเมืองก็ประมาณ สมุทรปราการ บ้านเราได้ ที่ชอบมากที่สุด คือ ได้พักโรงแรมหรูหรามาก ในคืนสุดท้ายของการทำงาน กระจกรอบห้อง มองไปทางไหนก็เห็นแต่เงา (ของตัวเองหรือเปล่า ? ไม่รู้ ?) กลัวซะไม่มี ให้รางวัลกับตัวเองโดยการนอนแช่น้ำอุ่น และหลับบนเตียงใหญ่ๆ นุ่มๆ เป็นคืนที่สบายที่สุด ของการเดินทางเลย

เชื่อว่าไม่เคยมีใคร ที่ไม่ได้อะไรไปบ้างจากการเดินทางของตัวเอง อยากบอกว่าเรารู้แล้วว่า ทำไมคนต่างชาติถึงกล้าพูด กล้าถาม และพูดตรง ๆ เพราะประเทศอื่น หรือคนชาติอื่นๆ เค้าต้องช่วยเหลือตัวเองมากมาก ถ้าไม่พูด ไม่ถาม ก็จะไม่มีใครรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไร !อยากให้ใครช่วยอะไรก็ต้องบอก ! อยากรู้อะไรก็ต้องถาม ! เวลาเป็นเรื่องสำคัญและเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของมนุษย์เลย ! ไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ตกคนจีนก็จะออกมาทำงานในเวลาปกติ ! ผู้หญิงจีนทรหดอดทนมากมาก สามารถเดินได้เกือบทั้งวัน โดยไม่ต้องเข้าห้องน้ำและดื่มน้ำเลยสักครั้ง !

<<< โอกาสดีๆอย่างนี้มีไม่บ่อยหรอก >>>




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2549    
Last Update : 9 ตุลาคม 2549 23:39:18 น.
Counter : 160 Pageviews.  

@+++ภูเก็ต+++@ เป็นเกาะใครๆก็รู้ แต่อยากชวนไปเที่ยวอีก Let' go

Trip ภูเก็ตครั้งนี้ไปมานานแล้วเหมือนกัน แต่ประมาณว่าไปทำงานด้วย เลยถ่ายรูปมาได้แค่สนามบิน กับโรงแรม

ออกเดินทางจากดอนเมืองเช้าเหมือนกัน รูปนี้ลำข้างๆเป็น 1 2 go ขอไปก่อนแล้วกัน



เครื่องกำลังบินขึ้นจริงๆ เป็นตอนที่ชอบมากที่สุด เพราะรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นจริงๆของการเดินทาง



บินตอนเช้าก็มีอาหารรองท้องนิดหน่อยตามนี้ไง

อิ่มพอดีๆ หมายถึงอิ่มไม่มาก อยากได้อีก



เครื่องกำลังจะลง เห็นเกาะแล้วไง



นี่ก็มาถึง lobby โรงแรม



ที่นั่งรอ check in





ระหว่างรอ check in พาไปเดินรอบๆโรงแรมแก้เบื่อกันดีกว่า



เป็นสระว่ายน้ำรอบ โรงแรมเลย




บาร์ในสระว่ายน้ำ ถูกใจคนชอบดื่ม (อย่างเราจัง)




lobby ตอนกลางคืน สวยไปอีกแบบ



มาถึงหน้าห้องที่จะพักแล้ว



เข้ามาดูด้านในกัน



สวยแบบเรียบๆ มากกว่านะ




ห้องอาหารเช้าต้องเดินมาอีกตึกนะ



ที่นั่งด้านนอก เย็นสบายซะไม่มี



ป้ายห้องน้ำผู้หญิง น่ารักดี



แล้วก็ของห้องผู้ชาย





ตัวการ์ตูนด้านหน้าตรงทางเข้าโรงแรม



แล้วก็มาถึงเฉลยว่า ที่พาไปดูมาทั้งหมดคือโรงแรมอะไร



ถึงเวลาเดินทางกลับ (ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย ก็ไปทำงานด้วยนิ) นี่แหละเครื่องบินลำที่จะนั่งกลับ





สนามบินภูเก็ต



เป็นสนามบินที่อยู่ติดทะเลเลย ชอบสุดๆ



Take off กลับบ้านแล้ว





อากาศดีมากมาก



เกาะอะไรบ้างไม่รู้เหมือนกัน



รูปสุดท้ายของ trip นี้ ตัวเองรู้สึกว่า เวลาถ่ายรูปเครื่องบินเนี่ย ต้องถ่ายบนท้องฟ้าถึงจะสวยที่สุด บาย







 

Create Date : 26 สิงหาคม 2549    
Last Update : 30 กันยายน 2549 11:03:23 น.
Counter : 695 Pageviews.  

นักโบราณคดี >>>เดินตามถ่ายรูปเมืองเก่าของเราแต่ก่อน

วันว่างอันแสนสั้นก็อยากนำพาตัวเองไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่คงไปได้ไม่ไกลมาก เนื่องจากเจ้าน้องรถที่ใช้ใจไม่สู้เหมือนเจ้าของซะเลย ก็อยากถ่ายรูปเลยมุ่งตรงไปอยุธยา .... เมืองเก่าของเราแต่ก่อน

เริ่มออกเดินทาง ตามมาดูรูปกัน น่าเสียดายที่จำไม่ได้ว่าไปไหนมาก่อนหลัง เอาเท่าที่จำได้นะ อุทยานประวัติศาสตร์



วัดพระศรีสรรเพชญ และพระราชวังโบราณ ก็อยู่ใกล้ๆกัน อยากรู้จัง ว่าเมื่อก่อนจะสวยงามและรุ่งเรือง ขนาดไหน



ต่อไปน่ะเป็นอีกวัดหนึ่ง ที่มีชื่อเสียง คือวัดไชยวัฒนาราม เสียค่าเข้าชมแค่ 10 บาท สำหรับคนไทยนะ ต่างชาติจำไม่ได้





อีกรูปที่วัดไชย อยุธยา วันที่ไปอากาศร้อนมาก เลยไม่ได้เดินรอบๆเลยน่าเสียดาย


แผนที่ของเมืองอยุธยามีอยู่รอบๆเมือง แต่ถ้าให้ดี ควรมี guide book เล่มเล็กๆพกติดไป จะเพิ่มอรรถรสในการเที่ยวชมได้อีกเยอะเชียว



ตบท้ายด้วยวัดสวยริมแม่น้ำ ระหว่างการนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือของแท้ดั่งเดิม ได้บรรยากาศมากมาก แค่นี้ก็มีความสุขพอประมาณแล้วสำหรับการท่องเที่ยวกับวันหยุดที่แสนสั้น




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2549    
Last Update : 28 สิงหาคม 2549 16:51:36 น.
Counter : 780 Pageviews.  

<<<บันทึกการเดินทาง>>>ไปหานางอัปสราที่อาณาจักรขอม

เป็นการเดินทางไปเขมรครั้งแรก ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้น แปลกหูแปลกตา อาศัยที่ว่าเป็นคนชอบเรื่องของเก่าและของโบราณ หลังจากเพื่อนชวนก็แทบไม่ต้องตัดสินใจว่า....ไปแน่นอน

ไปถึงแล้วก็ต้องแวะเติมน้ำมันนี่แหละ ปั๊มน้ำมันของเขมร


เลือกได้เลยว่าอยากเติมสูตรไหน?



เด็กปั๊มกำลังเติมน้ำมันจ้า



แล้วนี่ก็อาหารเช้าสุดฮิต ของชาวเขมร ใช้ขนมปังฝรั่งเศส ใส่กับใส้ที่เหมือนกับของเวียดนามเพราะมีหมูยอเหมือนกัน



นครวัด อันเลืองชื่อว่าเป็น 1 ใน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เดินดูแล้ว ยิ่งใหญ่อลังการมากน่ะ แต่ส่วนตัวยังมีที่ชอบมากกว่าอีก



ภาพฝาผนังในนครวัด แต่ก็อีกแหละ จำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะห่วงเรื่องการถ่ายรูปอย่างเดียวเลย



อีกภาพน่ะ อยากรู้ที่มาที่ไปของภาพ ฟังไกด์บ้างก็ดี



จุดสูงสุดของนครวัด เวลาลงมาเนี่ย ไม่อยากนึกเลย ว่าถ้าร่วงลงมา ใครจะมาตามเก็บ



มาแล้วปราสาทบายน ที่ชอบมากที่สุดเป็นการส่วนตัว เพราะดูมีมนต์ขลัง ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกมองอยู่ จาก 49 พระพักตร์ บนปราสาทบายน



ปราสาทบายน และพระพักตร์ เอาแบบใกล้ๆเลย สวยงามมาก



ตัวอักษรโบราณที่ถูกจารึกเอาไว้ ตรงกรอบประตูทางเข้าปราสาท



ภาพแกะสลักหินบริเวณด้านนอกปราสาท ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสู้รบเมื่อครั้งอาณาจักรขอมรุ่งเรื่อง (แต่น่าจะทำขึ้นมาใหม่หลังจากนั้น เพราะดูสมบูรณ์มากเกินไปนั่นเอง)



ส่วนภาพนี้มาจากฝาผนังของปราสาท(จำชื่อไม่ได้) ที่ฝังตัวปราสาทลึกลงไปใต้ดิน เวลาลงไปดูลึกลับ เหมือนได้เดินอยู่อดีตจริงๆ



พระพุทธรูปที่มักจะ มีให้เห็นในส่วนที่เป็น จุดศูนย์กลางของทุกๆปราสาท



และแล้วก็เดินทางมาถึง Hi Light ของ trip ที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า หน้านครวัดอันยิ่งใหญ่ โดยมีเงาของนครวัด สะท้อนลงมาในน้ำ ทำให้เราได้รู้สึกได้ว่าไม่มีอะไรเลยที่จีรังยั่งยืน




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2549    
Last Update : 28 สิงหาคม 2549 16:49:33 น.
Counter : 452 Pageviews.  

1  2  

ivankitikorn
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นักเดินทาง>>ที่ไม่ค่อยได้ทำตามหัวใจตัวเอง
Google
 
 
Friends' blogs
[Add ivankitikorn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.