Reviews : เพ้นท์เล็บแบบใหม่ด้วยสติ๊กเกอร์ติดเล็บกันเถอะ
สาวๆ Irisa จ๋าาาาาา มีของเล่นใหม่มาให้เล่นอีกแล้วค่ะ
คราวก่อนอาร์ทเอา Stamper Konad ของเกาหล มารีวิวให้ดูกัน
วันนี้เปลี่ยนของเล่นมาเป็นสติ๊กเกอร์ติดเล็บกันบ้างนะคะ
อันนี้ก็เป็นของเกาหลีเหมือนกันค่ะ ของ Alica มีขายที่เมืองไทยนะคะหาซื้อกันได้ผ่านเฟส
พอดีว่าอาร์ทได้มาทดลองเล่น 3 ลายค่ะ มาดูกันว่าหน้าตาเจ้าสติ๊กเกอร์ที่ว่าจะเป็นยังไงนะคะ





อุปกรณ์ที่ต้องใช้กันวันนี้
1. แผ่นสติ๊กเกอร์มาให้พอดีเล็บมือกับเล็บเท้าค่ะ แผ่นละ 380 บาท
2. มีตะไบมาให้ด้วย 1 อัน
(ด้านสีดำและสีน้ำเงินจะคมกว่าด้านสีชมพู สีชมพูจะละเอียดกว่าไว้ตะไบตกแต่งนะคะ)
3. Top Coat แบบใส ต้องเตรียมเองนะคะ
4. แหนบ

ก่อนจะทำการติดสติ๊กเกอร์ควรทำความสะอาดผิวเล็บม่ให้มีสิ่งสกปรกต่างๆ เพราะจะทำให้ตอนติดไม่เรียบได้




วิธีการติดสติ๊กเกอร์

1. เวลาเราติดเราก็เลือกขนาดของสติ๊กเกอร์ให้พอดีกับแต่ละเล็บของเรา
จะใช้นิ้วแกะสติ๊กเกอร์ก็ได้แต่ตรงมุมมักจะพับลงไป อาร์ทก็เลยเอาแหนบมาช่วยดีกว่าค่ะ

2. เมื่อเราติดสติ๊กเกอร์ลงบนเล็บเรียบร้อยแล้ว จะมีส่วนเกินที่ยื่นออกมา ให้พับเล็กน้อยและใช้ตะไบด้านคม
ตะไบเล็บอย่าให้ตะไบโดนหน้าเล็บที่ติดสติ๊กเกอร์นะคะ ไม่งั้นลายจะลอกออกได้

3. ตรงปลายเล็บจะติดยากหน่อยมันจะไม่ค่อยเรียบมีรอบจีบๆ
ก็ให้พยายามลองดึงสติ๊กเกอร์ให้ตึงๆนะคะจะช่วยได้มากทีเดียวค่ะ

4. สุดท้ายเมื่อติดครบแล้วให้ทา top coat ใสๆทับอีกทีนะคะ
ป้องกันการลอกของลายและทำให้สติ๊กเกอร์ติดทน เน้นที่ปลายเล็บเยอะๆนะคะ มันจะเผยอออกมาง่ายสุด


ลายแรกเลย No.3 Joyful

อาร์ทชอบลายนี้ค่ะ ดูน่าจะน่ารักหวานๆเก๋ๆดี แต่พิมบอกแปลกๆ
แต่ก็ไม่เป็นไรลองเอามาติดดูเดี๋ยวก็รู้เนอะ เค้ามีคู่มือเล่มเล็กๆมาให้ด้วยนะ
ลายนี้ติดยากนิดนึงตรงที่ลายมันเป็นตาข่ายเวลาดึงให้ตึงแล้วติดก็ยังมีรอยที่ขอบเล็บข้างๆอยู่บ้าง
และอาจจะมีสูญญากาศอยู่บ้างตามปุ่มๆของลาย เราต้องกดแล้วรีดอากาศออกให้หมดสติ๊กเกอร์จะได้เรียบสวยนะคะ












ลายที่สอง No.1 Elegance

ลายนี้ดูหรูหราเหมาะออกงานดีนะคะ ลายและเนื้อสติ๊กเกอร์ดีกว่าเบอร์แรก
แต่ติดยากกว่าตรงที่อาร์ทอยากให้ปลายเล็บมีลายสวยงามวิววับตามแบบ
ทว่าขนาดของสติ๊กเกอร์ยาวไปค่ะไม่เหมือนหลายอื่นที่ไม่ต้องกังวลลายตรงปลาย
เลยต้องเสียเวลาอย่างมากในการมานัดตัดแต่งให้ได้ขนาดและความนาวที่ต้องการ
ถึงจะเสียเวลาไปซักนิดแต่ติดออกมาแล้วก็สวยเด่นดีนะคะ










ลายสุดท้าย No. 17 Mediterranean Sea
ชอบลายนี้ที่สุดค่ะ ในทั้งหมดสามลาย เพราะติดง่ายดีไม่ค่อยมีรอย ไม่ต้องกังวลกับลายว่าจะเหลือที่ปลายมากหรือน้อย
ติดออกมาแล้วสวย งามแงะดีค่ะ ถ้าตะไบส่วนเกินของสติ๊กเกอร์ออกแล้วสติ๊กเกอร์ยังไม่เรียบ
ก็ให้เอาด้านละเอียดของตะไบ ตะไบเบาๆเพื่อขัดลบความคมของสติ๊กเกอร์ด้วยก็ดีนะคะ และที่สำคัญกว่านั้นต้องทา top coat ทุกครั้งน
ไม่เช่นนั้นเวลาเล็บเราโดนน้ำมากๆปลายเล็กจะลอกออกมาง่ายมากๆเลย









สรุปความพึงพอใจของผลิตภัณฑ์นี้ อาร์ทให้ 7 เต็ม 10 นะคะ เนื่องจากลายยังมีให้เลือกน้อยไปนิด
ณ ตอนที่อาร์ทได้เลือกมาลองเล่นอ่ะนะ และแอบใช้เวลาเยอะในการติด มากกว่าตอนอาร์ทเล่นเจ้า Stamper ของ Konad
และค่อนข้างใช้สายตาในการเล็งเยอะในการติดให้เรียบแต่ละครั้ง ถ้าจะติดง่ายเร็วและเรียบกว่านี้จะดีมากเลยค่ะ
หรือจะเป็นเพราะฝีมือการติดสติ๊กเกอร์ของอาร์ทยังด้อยอยู่ก็ไม่ทราบ


แต่ถ้าเพื่อนๆเบื่อการทาเล็บแบบใช้สีน้ำยาทาเล็บ และอยากจะพักมือจากสารเคมีของสีที่ทำให้เล็บของเราเหลืองเมื่อต้องทาเล็บบ่อยๆแล้วนั้น
ลองหาพวกสติ๊กเกอร์ติดเล็บมาติดเล่น ก็เป็นการพักเล็บดีเหมือนกันนะคะ แถมระหว่างพักเล็บที่เหลืองๆของเรา ก็มีสติ๊กเกอร์สวยๆมาปิดทำให้ไม่ต้องอายใครเวลาโชว์มือด้วยค่ะ
ตอนนี้มีลายให้เพื่อนๆเลือกได้หลายลายเลยทีเดียว เค้ากำลังทยอยลงลายใหม่อยู่
ถ้าใครสนใจลองเข้าไปซื้อมาลองเล่นดูได้นะคะ
www.alicathailand.com

















Create Date : 13 ตุลาคม 2555
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2555 0:33:38 น.
Counter : 883 Pageviews.

0 comment
Review : แปรงเเต่งหน้าสุดฮิต 16 แปรงของ Sigma Brush & Real Techniques Brush
สวัสดีค่ะ วันนี้ Irisa เอาของส่วนตัวมา Review ให้เพื่อนๆดูกันเผื่อสาวๆคนไหนสนใจซื้อเเปรงเเต่งหน้าค่ะ
เริ่มเเรกเดิมที เป็นคนเเต่งหน้าด้วย "ปลายนิ้ว" ค่ะ ฮ่าๆ คือใช้มือนั่นเอง ก็รู้สึกว่าไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร (ก็ไม่เคยลองสิ่งที่ดีกว่าเลยคิดว่านิ้วก็โอเค ฮ่าๆ)

เเต่ทีนี้กระเเสเเปรงมันมาเเรงมากทั้งร้านรับ Pre Order ทั้งหลาย โมเมพาเพลินก็ดี เพื่อนสาวที่ทํางานก็ดี เลยทนไม่ไหวเข้าเว็บไซต์เค้าดูเริ่มจากของ 

เเค่ดู VDO ที่เขาไว้ที่เว็บ ยังไม่ต้องดูคนอื่น Review ใน Youtube นะ ก็อยากเสียทรัพย์ละ หนึ่งคืออยากหน้าเนียนเเบบนั้นบ้าง สอง เห็นว่าโตเเล้ววัยทํางานเเล้ว ควรเเต่งหน้าให้เป็นมืออาชีพขึ้นหน่อย (คิดเอาเอง) สาม อารมณ์อยากเสียเงิน ฮ่าๆๆๆ

เค้าว่ากันว่าเวลาเลือกเเปรงให้เลือกที่ขนเเปรงนุ่มไม่บาดหน้า เเละขนไม่กินเนื้อครีมของเรา ซึ่งเจ้าแปรง Sigma เนี่ยก็ตอบโจทย์ 

เเต่ว่าโหแปรงเค้าเเบบอย่างเยอะ ซื้อหมดจนพอดี เเถมเรารู้ตัวเราว่า
ถึงเราซื้อเยอะเวลาใช้จริงไม่ได้ใช้หมดเเหงๆ มาวางจับฝุ่นเปล่าๆ
เเต่งตาก็ใช้ของ Naked มาเเล้วก็ใช้ดี Eye Liner ก็เป็นพู่กันในตัว เลยตัดสินใจเน้นหน้าเนียนดีกว่า เลยสอยมาเเค่ แปรงทารองพื้นค่ะ ชื่อ

SIGMA BRUSH : SYNTHETIC KABUKI KIT 4 BRUSHES ราคา 56$ ประมาณ 1,700 บาท เเต่ถ้าพรีมาก็เเพงกว่านี้นะคะน่าจะ 2,200-3,000 ได้ค่ะ

เค้าว่าว่ามันเนี่ยทําให้หน้าเนียนกิ๊งราวกับใช้ AIRBRUSH ใส่หน้าเลย เลยซื้อมาลองดูค่ะ มาดูภาพกันนะคะ




ขออภัยในคราบรองพื้นของดิฉันที่ติดอยู่กับเเปรงด้วย ฮ่าๆ เพราะว่าใช้เเล้วถึงเอามา Review ไง อิอิ เเต่การันตีเลยว่าเเปรงเเน่นทารองพื้นได้เนียน ไม่กินครีม ไม่บาดหน้า นุ่มจริงตามคําร่ำลือค่ะ









SIGMA BRUSH : FLAT KABUKI F80
เเปรงนี้เป็นตัว Hot ของ Sigma เลย เอาเป็นว่าทารองพื้นเเบบน้ำเเล้วเรียบเนียนเกลี่ยกิ๊ง เเค่เเตะเนื้อครีมเเล้วหมุนวนๆให้ทั่วทั้งหน้า มันก็เกลี่ยจนทั่วทั้งผิวหน้าได้อย่างงาม เเบบ Air Brush ตามคําร่ำลือ นิ่ม ไม่บาดหน้า ไม่กินครีม เเปรงไม่หนัก เริ่ดค่ะ

ในเว็บบอกว่า เหมาะสําหรับบริเวณพื้นที่เรียบเช่น หน้าผากเเละเเก้มค่ะ ประมาณว่าเเปรงนี้เข้าถึงซอกๆลําบากหน่อย

SIGMA BRUSH : ROUND KABUKI F82
ตัวนี้ขนเเน่นเเละสั้นกว่าตัวเเรก ทางเว็บเเนะนําว่าให้ใช้กับอะไรที่มีลักษณะฝุ่นๆเเล้วทาให้ทั่วหน้า เเต่เเอบใช้ทารองพื้นเเบบครีมเเบบน้ำอยู่เหมือนกัน มันก็ทาได้นะคะเเต่ว่าไม่เร็วเเละเนียนเท่า F80 เท่านั้นเองค่ะ ^^ เเปรงนี้เราเเอบไว้ใช้ทารองพื้นบริเวณหัวตาด้วยนะคะ มันกลมๆเข้าถึงได้ดีค่ะ




SIGMA BRUSH : ANGLED KABUKI F84
ไว้ทา Bronzer หรือ Blush ที่หน้าของเรา องศามันจะเป๊ะมาก กับโหนกเเก้ม กราม หรือพื้นที่ที่ลาดเอียงบนใบหน้าค่ะ




SIGMA BRUSH : TAMPERED KABUKI F86
ไว้ทารองพื้นในส่วนที่เป็นซอกซอยค่ะ เช่น ซอกปีกจมูก หัวตา เป็นต้นค่ะ เเต่เราไว้ให้ทาพวกไฮไลท์ด้วยค่ะ




เอาตามจริงนะเราชอบทุกด้ามของเซตนี้เลย โดยเฉพาะ F80 มันทําให้หน้าเราเนียนในเวลารวดเร็วมาก ถึงเวลาใช้จริงๆเราก็ไม่ได้เปลี่ยนเเปรงมาใช้ตามซอกจมูกหรอกนะ เเล้วเเต่โอกาส ฮ่าๆ เเต่ทุกเเปรงของ Kabuki Sigma ตอบโจทย์ความเนียนของหน้าที่เราต้องการมากค่ะ

เต่ทั้งนี้ด้วยความชอบ F80 มากกกกกก
เลยสอยมาอีกอันเป็นเวอร์ชั่นด้ามเล็กตามภาพเลยคร่าาา





เเต่ปัญหามันอยู่ที่ HOLLYWOOD KABUKI SIGMA เนี่ย มันก๋องเเก๋งมากกกกกก ป๋ิองเเป๋งมากกก
ถ้าไม่นับรวมว่าขนเเปรงมันดีนะ เห็นตลับนึกว่าอันละ 50 บาทอ่ะ เเต่อันนี้เราซื้อเมืองไทยตอนลดราคาอยู่ที่ 700 บาทจ้า ราคาเริ่ดมากก พกพาไปเติมเเป้งอะไรที่ไหนก็เนียนกิ๊งสวย ชอบม๊ากกก

เเต่จากภาพด้านบนเห็นไหมว่า มันหลุดออกมาเป็นส่วนๆเรยยยย กาวมันเเย่มากกกกกกกก นอกจากกระป๋องจะป๋องเเป๋งเเล้ว กาวยังห่วยอี๊กกกก
เติมกาวตาช้างเข้าไปเป็นใช้ได้ปกติ
ดีนะว่าเเปรงมันดี มิงั้นปาลงถังขยะละ
เเต่โดยรวม คุณสมบัติของ Flat Kabuki เนี่ย เจิ่ดทุกเวอร์ค่ะ




ด้วยความที่ช่วงหนึ่งเราบ้า Kabuki มาก เเม่เลยซื้อมาฝากจากฮ่องกง ทรงเดียวกานเป๊ะ!!!
เเถมนุ่มอีกต่างหาก เเบบไร้ยี่ห้อ
เเต่โอ้โหคุณสมบัติมันช่างเริ่มเหมือน F80 เลย ตอนนี้เลยหลงรักทุกอย่างที่ทรงนี้ละค๊าาาา (เเต่ต้องขนนุ่มเเละไม่กินเนื้อครีมนะ อิอิ) ข้อนี้เป็นการยืนยันว่าเเปรงดีไม่จําเป็นต้องเเพงค๊าาา^^











มาถึงแปรงอีกยี่ห้อนึงที่กระเเสมาเเรงไม่เเพ้กันคือแปรง Real Techniques ที่เป็นของ Blogger ชื่อดัง (Sam) ซึ่งเค้าก็มีเว็บของเค้าเหมือนกันคือ http://realtechniques.com/

ซึ่งเว็บอาจจะดูไม่โปรเท่า Sigma เเต่ว่ามีคนรีวิวจํานวนมากว่า เป็นเเปรงที่ราคาไม่เเพงเเต่คุณภาพเยี่ยมไม่เเพ้ Sigma เลย
เเต่ตามตรงตอนเราดูเว็บยังไม่ดึงดูดให้เราซื้อเท่าอ่านรีวิวหรือดู youtube เลยนะ ไม่รู้ทําไม ประมาณว่าเเซมยังจูงใจให้ซื้อไม่ได้ ฮ่าๆ

เเต่ด้วยราคาเนี่ยละทําให้ตัดสินใจอยากลอง เเละก็ซื้อมาเเต่เเบบเป็น Set ที่มีกระเป๋าด้วย 
ซึ่งสุดท้ายเราก็พบว่าเราต้องยกให้คุณเเม่ไปเพราะซื้อมาไม่ได้ใช้ค่ะ วางจับฝุ่น 
เพราะว่าเราเน้นเเต่งหน้าเเบบรองพื้นน้ำน่ะค่ะ 

มาดูเเปรงของ Real Techniques ที่เป็น Set กันก่อนดีกว่าค่ะ
REAL TECHNIQUES BRUSH : CORE COLLECTION 
ชื่อมันบอกเเนวว่าต้องมีเลยซื้อมา ฮ่าๆ  เเล้วมาดูเเต่ละด้ามกันเลยดีก่า เป็น Set มันเก๋ที่เป็นกระเป๋าพกพาได้นี่ละมั้ง น้ำหนักเบามว๊ากกก (เเต่เราชอบน้ำหนักเเบบ Sigma นะกําลังพอดี ไม่ชอบเบาๆมันดูก๋องเเก๋งอ่ะ เเต่เเล้วเเต่คนนะ) 

ที่เจิ่ดคือมันตั้งได้ด้วยตนเองทุกเเท่ง อันนี้ชอบค่ะ ออเเละมันนุ่มกว่า Sigma นะ ตามความคิดเราเเต่ความเเน่นน้อยกว่า Sigma ค่ะ (เราเทียบจาก Sigma Kabuki ด้านบนนะ^^)






REAL TECHNIQUES BRUSH : CORE COLLECTION > CONTOUR BRUSH
ไว้ทาไฮไลท์ตรงโหนกเเก้มหรือ Contour ค่า



REAL TECHNIQUES BRUSH : CORE COLLECTION > POINTED FOUNDATION BRUSH
ไว้ทารองพื้นน้ำหรือครีมค่ะ ซึ่งสามารถปกปิดเฉพาะบริเวณกว้างๆก็ได้เพราะมีลักษณะเล็กกว่าเเปรงรองพื้นทั่วไป เเละปลายเเหลมค่ะ ทาใต้ตา เปลือกตา ซอกจมูกได้หมดค่ะ ซอกซอยได้ดีค่ะ



REAL TECHNIQUES BRUSH : CORE COLLECTION > DETAILER BRUSH
ไว้พวกเเต้มคอนซีลเลอร์ค่ะ ปิดสิว ปิดรอยด่างดำค่ะ หรือจะไว้ทาลิปก็ได้ค่ะ เเต่หลายๆคนบอกว่าใหญ่ไปไหมสําหรับลิปค่ะ




REAL TECHNIQUES BRUSH : CORE COLLECTION > BUFFING BRUSH
ไว้ทาเเป้งพัฟหรือเเป้งฝุ่นทั้งหน้าค่าา (ใช้กับรองพื้นน้ำเเล้วดูจะไปเหมาะเพราะขนเเปรงไม่เเน่นพอค่า) เเต่ว่าเเปรงทุกอันเราเอาไปล้างหมดละ มีเเปรงนี้เเปรงเดียวที่เส้นขนหลุดยาวออกมาตามรูปค่าา เล็มคือหนทางเดียวเท่านั้นค่ะ ดึงไม่ออกละ







เราชอบเเพคเกจเค้ามาก สีสัน น้ำหนักเบาๆ ความนิ่ม เเละตั้งได้ work ค่ะ



สรุปเเล้วตามความเห็นเรา 
โอเคมันครบ รองพื้นน้ำ ไฮไลท์ ทาคอนซีลเเละปาก เเละเเป้งฝุ่น ครบดีนะได้ปากด้วย 
เเต่ว่าเราอ่ะชอบหน้าเนียนไว้ก่อนไง เราลองใช้เเปรงรองพื้น Pointed Foundation เเล้ว มันเล็กสําหรับหน้าเราไปหน่อยใช้เวลาในการเกลี่ยนนานกว่า Sigma F80 เยอะ 

บวกกับเรายังจะไม่ทา ไฮไลท์ คอนซีล ไรเลย ลิปก็ไม่ใช้ เเปรงเซตนี้เเสนจะไม่เหมาะกับเราเป็นที่สุด ผลคือ มอบให้เเม่ทั้งเซตค่ะ เเม่ดีใจใหญ่

มาดูเเปรงที่เเยกออกจาก SET ดีกว่า ที่เขารีวิวๆกันว่าเวิร์คๆๆ


REAL TECHNIQUES BRUSH : EXPERT FACE BRUSH 9$
ที่ซื้อเเยกมาจากเซตนี่สิ เริ่ดจริง ถูกใจ เพราะว่ามันใช้กับรองพื้นน้ำได้ เเล้วก็ทําหน้าที่ของมันได้เรียบเนียน ทาเเป้งฝุ่นก็ได้ ทาเเก้มก็ได้ นุ่มๆด้วยชอบค่า ได้หลายอย่างดี เพราะถ้า F80 เนี่ยมันก็เหมาะเเค่ทารองพื้นเท่านั้นค่ะ




REAL TECHNIQUES BRUSH: FOUNDATION BRUSH 8$
เพราะดิฉันชอบหน้าเนียนเลยซื้อเเปรงรองพื้นมาอีก เเตกต่างจาก F80 อย่างชัดเจนเลยเอามาลองใช้ดูรอบเเรกใช้ไม่เป็นเกลี่ยไม่ลง เป็นเส้นๆ ไม่ผ่านอย่างเเรง 

รอบสองเอามาใช้ใหม่ เเปรงนี้ใช้เนื้อครีมน้อยกว่า F80 ของ Sigma ค่ะต้องค่อยๆเอาเนื้อครีมลงเเล้วปาดเเบบตั้งข้อมือไว้ เเล้วเกลี่ยซ้ายขวาไปมา โอ้วว มันเนียนวิ้งเรย ใช้ครีมน้อยกว่า ไม่ถึงขนาด Buffing เเค่ลากไปมาซ้ายขวาเท่านั้นก็เนียนเท่ากันกะ Sigma ค่าา 

อ้อ มันสามารถลงตามซอกได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนด้ามเเบบ F80 เพราะว่ามันปลายบางนั่นเองค่ะ





REAL TECHNIQUES : POWDER BRUSH 10$
ใครชอบเเปรงใหญ่ๆ ฟูๆ นุ่มๆ ซื้ออันนี้ไปไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ ใช้กับเเป้งฝุ่น หรือเเป้งตลับของเรา เเตะๆเเล้วใส่หน้าเรา นุ่มมากกกเเละกระจายเเป้งทั่วหน้าได้เนียนเสมอกัน เวิร์คค่าาา 3 แปรงที่ซื้อเเยกตอบโจทย์เราทุกด้ามค่ะ


เเปรงที่ไม่อยู่ในเซต ฐานเเปรงจะมีลักษณะต่างจากฐานเเปรงที่อยู่ในเซตค่ะ คือมีลักษณ์บานออก ตั้งง่ายกว่า ลองดูในภาพนะคะ

ลองดูขนาดเมื่อเทียบกับ SIGMA F80 นะคะ






REAL TECHNIQUES BRUSH : TRAVEL ESSENTIALS 18$
เป็นอีกเซตที่เรามอบให้เเม่ เพราะว่าเเปรงเเต่งตาเราก็ไม่ใช้เพราะเราใช้ของ Naked 
เเปรงทารองพื้นชอบ Foundation Brush มากกว่า 
เเละเเปรงสีชมพูฟูนุ่มดีนะสีหวานด้วยเเต่มันเป็นเเปรงที่ออกเเบบมากลางๆใช้ทําอะไรก็ได้ ก็ดีนะ 
เเต่ส่วนตัวเเล้วชอบเเปรงที่มีคุณสมบัติเด่นไปเลยมากกว่า 

เราเลยเฉยๆกะเเปรงทั้ง 3 เเปรง เเต่ยอมรับว่านุ่มเเละมีคุณภาพไม่ต่างจาก Sigma เลยจ้า ตอนนี้มันอยู่ที่ว่าเเปรงไหน ยี่ห้อไหน ตอบโจทย์การใช้งานของเเต่ละคนนั่นเเหละค่ะ
มาดูกันต่อ






REAL TECHNIQUES BRUSH : TRAVEL ESSENTIALS > ESSENTIAL FOUNDATION BRUSH
เป็นแปรงรองพื้นค่ะ เส้นขนเป็นมันเลย เเสดงว่ารองรับเเบบน้ำได้เป็นอย่างดี เเต่พอลองใช้เเล้ว เเม้ขนาดจะใหญ่ไม่ใช้เวลานานในการเกลี่ยเท่า Pointed Foundation Brush เเต่ว่าประสิทธิภาพยังเก๋กู๊ดไม่เท่า Foundation Brush ค่ะอันนั้นเป็นเเปรงรองพื้นที่ตอบโจทย์เราที่สุดในบรรดา REAL TECHNIQUES ค่ะ^^



REAL TECHNIQUES BRUSH : TRAVEL ESSENTIALS > DOMED SHADOW BRUSH
เเปรงนี้เเต่งตาค่า เเปรงนุ่มติดเม็ดสีดีค่า เเค่อาจจะไม่เหมาะกับการ Blend เท่านั้นเองจ้า ใครไม่ Blend เเปรงนี้โอเคค่าเพราะเเปรงจะออกพุ่มกลมเเต่ไม่ฟูค่ะ เเต่ว่าก็เป็นเเปรงที่เเต่งตาเเบบเป็นมุมเฉียงๆได้ดีนะคะเพราะปลายเเปรงสามารถทําเป็นมุมองศาที่หางตาได้ค่ะ



REAL TECHNIQUES BRUSH: TRAVEL ESSENTIALS > MULTI-TASK BRUSH
ตามชื่อเลย เเปรงนี้เค้าทําเเป้งฝุ่นก็ได้ ทาบรอนเซอร์ก็ได้ ทาเเก้มก็ได้ หนาฟูนุ่ม สีก็น่ารักค่า









เอาภาพเปรียบเทียบมาให้ดูระหว่าง 2 SET ที่มีเเปรงรองพื้นเหมือนกัน เเต่ว่าขนาดต่างกันเล็กน้อยค่ะ
ซึ่ง Pointed Foundation Brush เนี่ย มันค่อนข้างทาทั้งหน้าลําบากเเอบใช้เวลามากกว่าเเปรงทารองพ้นอื่นๆเล็กน้อยๆ เมื่อเทียบกับ Essential Foundation Brush นางนี้ทาเร็วกว่าเยอะค่ะ 
เอ้ามาดูกันชัดๆ




หมดละ เหนื่อยจางเลย มาดูภาพรวมกันดีกว่า๊าาา


มาสรุปกานนะ ตามความเห็นที่เราลองใช้หมดเเล้ว
1. Sigma กับ Real Techniques ความนุ่มเเละประสิทธิภาพก็ใกล้ๆกันเลยค่ะ เเต่เรามองว่า Sigma ขนเเน่นกว่า มีน้ำหนักกว่า Real Techniques เเถม Real Techniques ยังถูกกว่า เบากว่ามากกค่ะ (ใครชอบเบาๆเเนะนํา Real Techniques นะ ^^)

2. Real Techniques ที่เป็นเซต เหมาะเเก่การพกพาค่ะ เเต่ว่าประสิทธิภาพเเปรงบางตัวดีกว่าเเปรงที่อยู่ใน เซตค่ะ

3. เเปรง Real Techniques ล้างเเล้วเเห้งเร็วกว่าเยอะ น่าะเป็นเพราะขนเค้าไม่เเน่นเท่า Sigma Kabuki ค่ะ 

4. Sigma ชอบ F80 ที่สุด Real Techniques ชอบ Foundation Brush เเละ Powder Brush ที่สุดค่ะ

5. ความรู้สึกเรา F80 ยังเข้าซอกไม่ได้ต้องเปลี่ยนใช้ F82,86 เเต่ Foundation Brush ของ Real Techniques ทาทั้งหน้าเเละทาตามซอกจมูก เบ้าตา ใต้ตาได้ดีในเเปรงเดียวค่ะ


ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของพิมซึ่ง
1. บ้าเเปรงเเต่งหน้าที่เน้นรองพื้น

2. ไม่ค่อยทา Hilight,Bronzer,Shading ใดใดนะ ฮ่าๆ เราไม่เน้นปกปิดสิวอะไรเพราะว่าเราไม่ค่อยมีาสิวน่ะ ดังนั้นอ่านรีวิวเเล้วลองปรับๆเข้ากับเเต่ละท่านดูนะคะ

3. เราไม่ชอบมีเเปรงเยอะๆ ชอบมีเเปรงที่ทําหน้าที่เดียวกันไม่เกิน 2 เเบบอันนึงล้างเลยใช้อีกอันเเทนเเนวนี้ ดังนั้นเราเลยจะพยายามหาอันที่ดีดีไปเลยน่ะค่ะ ความจริงเเล้วทุกเเปรงของทั้งสองค่าย มีประสิทธิภาพคุ้มค่าเเก่การซื้อหมดนะ เเต่จะซื้อด้ามไหนบ้างเนี่ย ต้องค่อยๆคิดนะเดี๋ยวเต็มบ้าน กวาดบ้านได้พอดี

วันนี้เท่านี่ก่อนนะคะ
รอบหน้ามารีวิวขนตากันดีกว่านะ
เเวะไปเยี่ยมที่ร้านบ้างนะคะ

Irisa



Create Date : 28 สิงหาคม 2555
Last Update : 28 สิงหาคม 2555 16:37:01 น.
Counter : 22045 Pageviews.

3 comment
พบ Item ใหม่ไว้กําจัดสิวเสี้ยนในร้าน Watson มันเริ่ดมากค๊า
สวัสดีค่ะ ห่างหายไปนานเลย เพราะว่างานประจํารุมเร้าเเละตอนนี้เร่งออกเเบบเเหวนขายในร้าน Irisa ที่ Facebook อยู่ค๊า เลยหายไปนานเลย ความจริงมีสต็อคของรีวิวเพียบเลย อาทิ เเปรงเเต่งหน้าของ Sigma เเละ real techniques เเละขนตาปลอมน่ารักๆจากญี่ปุ่นค่ะซือ้มาหลายคู่เลย

เเต่ว่าวันนี้เอาเบาๆก่อน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เเนะนํามาส์คลอกสิวเส้นกับหนุ่มๆไปเเล้วของ Kose รอบนี้เจอที่เจิ่ดๆในที่ที่เราผ่านอยู่บ่อยๆคือ Watson นั่นเองค่ะ เอาเป็นว่า ราคาไม่เเพงประมาณ 300 บาท ใช้งานง่าย เเละสิวเสี้ยนออกเเบบ 90 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ถือว่าเยอะมากจากที่เคยๆลองมาค่ะ

นั่นคือเจ้า Clear Nose นั่นเองค่ะ หาได้ที่วัตสันเท่านั้น


หน้าตากล่องเป็นไปตามด้านบนค่ะ
มาดูภายในกานบ้างค่ะ


เอาละมาดูกันทีละ Step
Step 1 ขวดน้ำใส ฟ้าๆนี่ละค่ะ ไอ้ที่เจิ่ดมันคงเจิ่ดที่ตัวนี้ด้วยนี่เเหละ คือ พอล้างหน้าเอาเศษอะไรต่อมิอะไรออกจากหน้าไปเเล้ว ทาน้ำจากขวดนี้ให้ทั่วทิ้งไว้ซักไม่เกินนาที มันไม่ซึมนะ เเต่จะรู้สึกเเบบคันๆ ยิบๆ ตอนเเรกรู้สึกเเปลก ทํากันสองคน ยิ๊บๆทั้งคู่ พออ่านเลยเข้าใจว่ามันทําหน้าที่เปิดรูขุมขน ดันเจ้าหัวสิวออกมาชัดๆ นวดๆอยู่ซัก 30 วิก็ไปขั้นตอนที่สองเลยค่า

ขวดมีจุกปิดด้วย ดูไฮเอนด์ขึ้นมาหน่อย อิอิ (ขออภัยในพิกเซลเเตกผล่านด้วย ถ่ายตอนก่อนนอนค๊าา)



จมูกก็ดูไม่ได้เยอะนะ เดี๋ยวดูตอนลอกนะ เหอเหอ


Step 2 หลอดขาว ตัวนี้ลักษณะก็เดิมๆค่ะ สีดํา เป็นเหนียวๆทาให้ทั่วจมูก อย่าทาเกินจมูกไปเเก้มนะ เดี๋ยวจะรู้ว่าทําไม โฮะๆ ทาเเบบไม่ต้องงกนะเอาเเบบปิดรูขุมขนเต็มที่เลยค่ะ


Step3 อันนี้ต่างจากคนอื่นละ มันเหมือน Biore Pore Pack เเต่ไม่มีกาวใดใด เป็นเหมือนผ้าเฉยๆค่ะ เเปะลงจมูกที่มีสีดำของเราทาอยู่เลยค่ะ (ทีนี้ใครทาขั้นตอนสองยาวไปถึงเเก้มก็จะรู้ละว่า ผ้านี่มันปิดได้เเค่จมูกเท่านั้นละ โฮะๆๆๆๆ ใครทาถึงเเก้มก็เอาอะไรมาเเปะไว้ดึงเองละกานนะ) ขั้นตอนนี้ก็เเค่เเเปะเเนบๆกับจมูกเราค่ะ



ทิ้งไว้ให้เเห้งก็น่าจะไม่เกิน 20 นาทีนะ จําไม่ได้ รู้เเต่ว่าพอเเห้ง รู้สึกเเป๊ปเดียวเอง ก็ลอกออกได้เลยลอกเเลว้เห็นจะจะเลยว่าตอนลอกเห็นมันดึงสิงเสี้ยนออกมาจากจมูกเราเต็มเลย (บางอันยาวมาก อี๋ๆๆ ต่อไปเป็นภาพที่ไม่ควรดูก่อนหรือหลังทานอาหารนะึคะ)






ปกติเราลอกเดือนละครั้งใช้ตัวอื่น ยังไม่ออกเยอะเท่า Clear Nose เลยค่ะ ราคาก็ถูกใจ เเต่เจ้าเเผ่นขาวเค้าให้มา 7-8 เเผ่นเองนะ เเต่ประสิทธิภาพอย่างนี้จะซื้ออีกค่ะ ชอบมาก ง่ายมาก ออกเยอะ ทํารอบสองติดก็ออกเยอะเท่านี้เลยนะ คืนนั้นสะใจมากทําไปสามรอบติด สองคน เกือบหมดกล่องเลย มันส์มาก จมูกเนียนเรยยย

เอาเป็นว่าถ้าเทียบกับตัวอย่าง Kose ก็คงทําได้ทุกส่วนบนใบหน้า Clear Nose ก็คงได้เเค่จมูก เว้นเเต่จะทาเเล้วหาเเผ่นไรมาเเปะเเล้วดึงนั้นอีกเรื่องนะ เเต่ก็ระวังนะมันจะเเสบผิวเอาเพราะบางผลิตภัณฑ์เค้าออกเเบบให้ที่จมูก ผิวหนังส่วนอื่นจะอ่อนไปที่จะทําก็มีนะคะ เเล้วก็จะเเสบซ่านเอาตอนเสร็จนี่ละค่ะ

สรุปประทับใจ Clear Nose มากทั้งวิธีการใช้ ราคา ผลลัพธ์ เพื่อนๆไปลองใช้กันดูนะคะ
อย่าลืมตามดูรีิวิวเเปรงเเต่งหน้ากับขนตาปลอมน่ารักๆ เร็วๆนี้นะคะ

Irisa




Create Date : 11 สิงหาคม 2555
Last Update : 3 กรกฎาคม 2556 17:30:17 น.
Counter : 2843 Pageviews.

3 comment
Review : มาลอกสิวเสี้ยนให้"หนุ่มๆ"กานค่ะ
สวัสดีค่ะ หลังจากรีวิวกันเเดดเก๋ๆไปเเล้ว ช่วงที่ไปทะเลมาก็จับตากล้องของ Irisa มาลอกสิ้วเสี้ยนซะเลย เห็นว่าตากเเดดมาเยอะ เหนื่อยเพื่อสองสาวมามาก เลยให้รางวัล (หรือเปล่า?) เป็นคอร์สทําหน้าใสจากสองสาวคร่าาา (วู้ๆๆ) เเต่ท่าทางสองหนุ่มมาเเบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ เเหะๆ

ก็เห็นเค้ารีวิวเเบบหน้าสาวๆกันเยอะเเยะ ผู้ชายก็ลอกได้นะ เผื่อหนุ่มๆดูอยู่จะได้รู้ว่าทำไม่ยากเลย เเถมสะใจด้วย โฮะๆๆๆ



ใครๆอาจจะรู้จัก Kose กับมาส์คดํา ที่เป็นหลอดสีน้ำเงิน เราใช้เราก็ว่าเริ่ดนะ เเต่เค้าก็ว่ากันว่าตัวนี้เริ่ดไปต่างกัน

เลยไปสอยมาจากเคาน์เตอร์เครื่องสําอางในเซ็นทรัลมาราคาราว 1,000 บาทค่า (ซื้อเเบบหิ้วหรือนอกห้างคงถูกกว่านะจ้ะ) 


เริ่มจากข้อมูลพื้นฐานกันก่อนนะคะ
เจ้าตัวขาวเนี่ย มันมีดูโอ้ เป็นเซรั่มขวดเล็กไว้นวดทําความสะอาดผิวก่อนลงมาส์คลอก เเละหน้าที่ของเจ้าเซตนี้คือออกเเบบมาเพื่อดูเเลทีโซน ซับความมันเเละเอาสิ่งสกปรกเช่นสิวเสี้ยนออกค่ะ




เจ้าหลอดน้ำเงิน นั้นเนื้อครีมเป็นสีดํา ไม่มีคู่หูดูโอ้เวลาใช้ ปาดลงหน้าอย่างเดียว ตัวเดียว หน้าที่ของมันคือ ซับสิ่งสกปรกออกจากใบหน้าให้กระจ่างใสทั้งใบหน้าไม่ใช่เเค่ทีโซน เน้นความกระจ่างใสของใบหน้า (ขนหน้าหลุดมาด้วยเลยค่ะประมาณนั้น เเต่เนียนใสเลยจริงๆค่ะมันดึงเอาสิ่งสกปรกออกมาอย่างหมดจดรวมทั้งสิวเสี้ยนค่ะ)

สรุปที่ Irisa สงสัยคือ เเล้วประสิทธิภาพการดึงสิวเสี้ยนของหลอดขาวนี่จะต่างจากเจ้าหลอดน้ำเงินที่เคยลองไหมนะ เลยจับหนุ่มๆมานั่งทดลอง เอ้ยย ให้รางวัลความตั้งใจถ่ายรูปค่าาา ไม่ได้จะเอามาทดลอง หุหุหุ



เห็นสิวเสี้ยนเเละความมันของจมูกไหมค๊าาา เรามาเริ่มกานเลยดีกว่า



ขั้นตอนมีดังนี้
1. ทาเซรั่มขวดเล็กลงบนพื้นที่ทีโซน เเต่รอบนี้เราขอทาเเค่จมูกค่าาา นวดๆให้ซึมๆ บางคนว่า 20 นาที เเต่เรานวดอยู่ ไม่ถึงห้านาทีก็จัดสเตปสองละค่า

2. ทามาส์คลงขณะที่เซรั่มยังไม่เเห้งดี

3. ทากลบไม่เห็นสีผิวเลยนะคะ พอเเห้งมันจะเริ่มเเตกเห็นเป็นรูๆ ถ้าบางไป ก็จะไม่ได้ผลเลยละทีนี้ อย่ากั๊ก ปาดจัดเต็มคร่าาา ตามภาพเลย พอเเข็งจะเนียนเเม้มีรูทั่วเเต่ว่าไม่ลึกจนเห็นผิวค่า เพราะเราทาหนานั่นเอง

4. เเห้งสนิทราว 15-20 นาทีก็ลอกย้อนเส้นขนขึ้นค่ะ



สองหนุ่มรอนานมาก ขนาดอยู่ห้องเเอร์ ผ่านไป 20 นาทีถึงจะได้ลอกออกคร่า (เล่นเกมส์รอทีเดียวเชียว)



พอลอกออกป๊าปป
สิวเสี้ยนติดมาตามคาดหมาย (เเต่เเอบไม่หมดอ่า ต้องบีบอีกเล็กน้อย ไม่ก็ Porepack จัดเเปะลงไปถึงจะเนียนออกหมดค่ะ) เเต่ว่าผลที่ได้คือจมูกใสกิ๊ง ไม่มัน เนียนเรียบเลยยย เห็นป่าววว

เราเลยขอสรุปดังนี้
1. มันเเห้งเเข็ง เเละเจ็บกว่ามาส์คดํานะ เหมือนมันจะดูดความมันเเละทาได้เเค่ทีโซน ความเเข็งเเรงในการดึงมันเยอะมากๆ ทําเเล้วหน้าไม่มันเลย มันเล่นดูดไปหมด เราเลยว่ามันโหดกว่ามาส์คดํานะ ไม่เหมาะกับคนหน้าเเห้งเลยนะคะ
2. ความสามารถมันลอกได้เหมือนมาส์คดําหลอดน้ำเงินเลยนะ เพียงเเค่มันเจ็บกว่า เเข็งกว่าเเละซับความมันได้ด้วยน่ะ
3. ขนหน้าหลุุดเหมือนกาน เเค่มาส์คหลอดน้ำเงินเห็ันชัดกว่าเพราะสีมันดําเลยเห็นสิ่งสกปรกชัดเท่านั้นเอง เเต่โดยส่วนตัวเเล้ว ประสิทธิภาพไม่ต่างกันค่ะ^^

ขอพาหนุ่มๆไปล้างหน้าก่อนใครสนใจอะไรสอบถามได้นะจ้ะ หวัีงว่าจะชอบการรีิวิวของเราน๊าาา
เเวะไปทักทายกันในเฟสบ้างละ
เริ่มพกร่มกานได้เเล้วนะคะ / Irisa



Create Date : 06 พฤษภาคม 2555
Last Update : 6 พฤษภาคม 2555 8:07:58 น.
Counter : 804 Pageviews.

6 comment
Review : กันเเดด ลองเเล้วไม่ดํา ไม่เเดง ไม่เเสบ 280 บาทเอง เริ่ดอ่ะ^^
Irisa ห่างหายไปนานเนื่องจากเอาเวลาไปเที่ยวเล่นพัทยา ถ่ายภาพผ้าพันคอผืนใหม่ที่ออกเเบบเองค่ะ
เเต่ว่าวันนี้ไม่ได้มาพูดเรื่องผ้าพันคอนะ ฮ่าๆ มาพูดเรื่องกันเเดดค่ะ
เพราะ Pim อ่ะก็เคยคล้ำกว่านี้มาก่อนเเต่ความจริงเเล้วเป็นคนคล้ำง่าย เมลานินทํางานดี เจอเเดดปุ๊บ รังสี UVA/UVB เมลานินดิฉันทํางานเต็มที่เพื่อป้องกันดิฉันสุดๆ Pim จึงคล้ำง่ายมาก

ในขณะเดียวกัน เพื่อนสนิทดิฉัน หนักว่า เเค่เดินทางไปไหนมาไหนตามถนนหนทาง เมลานินเธอ คิดว่าเป็นอันตรายหมด จัดสร้างเม็ดสี ผลิตอย่างไม่ย่อท้อ เลยคล้ำง่ายกันไปตามๆกัน

กันเเดดที่ปกติใช้ทุกวันจะเป็น Cathy นะคะ ทั้งสองสาวเลย เพราะมี PA+++ ทําให้กันดําได้อย่างเริ่ด เเต่ดิฉันทนความเหนียวของเค้าไม่ไหวค่ะ มาเเดดร้อน ทรายก็มี ขืนเอา กันเเดด เหนียวๆข้นๆอย่าง Cathy มีหวังไม่ต่างจากหน้าเค้กเเหงๆนอกตู้เน็นเเหงๆ(ปกติใช้ไปทํางาน ในห้องเเอร์ อะไรเเบบนี้ค่ะ)

จนมาเจอกับ Kinesys กันเเดดสูตร Spray 

เราชอบกันเเดดที่เป็นสเปรย์นะ 

เเต่ว่าไม่ค่อยเห็นมีขาย เคยใช้อยู่ตัวมากอยู่ของ Uniliver เป็นขายตรง เเต่เราเลิกซื้อไปละ ตัวนั้นเวิร์ค เบา กันเเดดได้จริง เเต่ขวดละพัน ฮ่าๆ จบไปT^T

เเต่ตัวนี้เเม้เราจะไม่เห็นว่ามันมี PA+++ เเต่ว่าก็เป็นกันเเดดที่ค่า SPF ไม่สูง เลยบางเบา เป็นสเปรย์ได้เริ่ดไม่หนักหน้ามาก เเถมราคาก็เเสนเบาเเค่ 280 บาทเองอ่ะ กรี๊ดดด สาวคนไหนกังวลเรื่อง PA+++ เหมือนเรา เราบอกได้เลยว่าค่า PA+++ เป็นค่าฝั่งคนเอเชียคิด ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของอเมริกาตัวนี้เลยไม่ได้เขียนค่าเเบบคนเอเชียไว้จ้ะ เเต่ป้องกันได้เหมือนกัน ไม่ต้องกังวลคร่าาา^^


เราขอนําเสนอจากทริปที่ไปเที่ยวรอบนี้ละ ใช้จริงเห็นๆไปเลย ไม่ได้เเต่งรูปเนียนหรือสว่างเพิ่มเลยนะ มาดูกานเต๊อะะะ



ไม่มีีเเอลกอฮอร์ ใครเเพ้สบายใจได้
ไม่มีน้ำหอม เราชอบมาก เพราะเราเเพ้กลิ่นน้ำหอม ฮ่าๆๆๆๆ ได้กลิ่นเเล้วมึน ไมเกรนขึ้น
ไม่มีน้ำมัน อันนี้เค้าเขียนเเต่เราก็ไม่รู้นะเพราะฉีดเเล้วมันเชียว ฮ่าๆๆ รอนานเลยกว่าจะหายมันเพราะคนขายว่าห้ามทาให้ซึม โหนานมว๊ากกว่าจะหายหมด
ไม่มีสารกันเสีย
ไม่มีผลให้เกิดอุดตันของสิว (ใช้เเล้วทริปนี้ก็ไม่เป็นนะ)
เเละกันน้ำคร่าาา


เเต่ตอนดิฉันใช้เนี่ย จัดเต็มเเต่งหน้า ขนตาพร้อมเเล้วค่า
ฉีดเข้าไป ฟู๊ดดดดดดดดๆๆๆๆ



เมคอัพหลุดเลยคร่าาาา ราวกับเป็นที่ล้างเครื่องสําอาง หากเอามือลูบ (ซึ่ง
เค้าบอกให้ปล่อยให้เเห้ง) รองพื้นติดนิ้วมาเรยคร่าาาา เราคงใช้ผิดลําดับเอง เเงะๆๆ

เลยทําได้เเต่ รอ เอากระดาษพัด ประมาณ 3 นาทีก็เริ่มซึม เลยเเปะเเป้งพัฟลงไป ก็เริ่ดนิ้ง เนียนพร้อมท้าเเดดค่ะ (ยังไม่เเห้งสนิทหรอกนะใจร้อน อยากไปทะเล ฮ่าๆๆ)



เเละก็มาพบเเดดคร่า กรี๊ดดดด...


Art ก็ถ่ายรูปสวยของชีไป เเต่ดิฉันอยากลองทาที่ตัวบ้าง ฮ่าๆ ก็อยากลองอ่ะ ฉีด ฟู๊ดๆๆ ใหญ่เลย อยากรู้ว่าเสร็จเเล้วเเขนขาจะดําไหม เพราะปกติจะดําไวมว๊ากกก



อย่างที่เราบอกนะว่า ตอนทาอ่ะ มันไม่ซึมไวนะ จะเป็นมันๆ 
รอเเห้ง 3 นาที อัพนะ 
เเต่ว่าเราอ่ะลัดขั้นตอน เอาเเป้งพัฟทาเลยตอนเกือบเเห้ง อยากจะบอกว่าเนียนสวยมว๊ากกก ชอบก็ตอนโบ๊ะเเป้งลงเนี่ยละ เริ่ดมาก ไม่วอกด้วย


จะเห็นได้ว่าเมคอัพจะหลุด อายชาโดว์หลุดเยยเห็นปะ สมควรทาก่อนเเต่งหน้าสุดๆ ฮ่าๆ พลาดจริงๆ
ไม่เป็นไรหน้าเนียนซะอย่าง พอใจละ^^


เลยบังคับ Art มาฟู๊ดๆๆๆๆ บ้าง จับนั่งฉีดๆ
ชีบ่นใหญ่ อ๊าา มันๆหน้า
เเต่พอโปะเเป้งเท่านั้น
เธอลืมตาขึ้นมา ชีถึงขั้นกรี๊ดดด ถึงความผ่อง ไม่เหนอะ เเถมเนียนเว่อ กรี๊ดดๆๆ
(หน้า Art ซ้ายเป็นมัน ไม่ได้ทาเเป้ง ซีกขวาทาเเล้วค่ะ ดูความต่างกานเลยที่ภาพบน)



ดูความเนียนเด๊ๆๆๆๆ ไม่ได้รีทัชน๊าา เจงๆๆ โอเคอาจจะเเป้งดีด้วย เ เเต่ปกติ ทาเเล้วไม่เคยได้ผลเป็นเเบบนี้
เเละที่สําคัญคือ
หลังทริปเเล้วไม่ดํา
ไม่มีสิว
ไม่เเดง
ไม่ลอก
กันเเดดนี้ ผ่านเลยคร่า ขอพกติดตัวใน ภาวะโลกร้อนนี้ พกกันเเดดๆสําหรับสาวๆคงปลอดภัยที่สุดเเล้วกับสุขภาพของผิว

ที่ควรระวังคงเป็น
1. กันเเดด SPF 30 เองน๊า ควรฉีดซ้ำหน่อย เพราะว่าทนเเดดได้ไม่นานเท่า SPF สูงๆพวก Banana นะคะ
2. ทาก่อนเเต่งหน้า ได้โปรด เชื่อเถอะ ไม่งั้นจะเยิ้มอย่างดิฉัน
3. ใครใจร้อน ตัวนี้อาจไม่เหมาะกว่าจะเเห้งนานอยู่ ถ้าไม่ลูบเลยนะ (เราเลยลูบๆไปบ้าง ทาเเป้งทับเลยเพื่อความเร็ว เเต่ใครรอได้สามนาที ก็ลงตัวเลยค่ะ)
4. อย่าให้เข้าตาเน้อออ เเสบนิดหน่อยอ่ะ T^T เเต่ไม่เเดงไรนะ เเป๊ปเดียวก็หายค่ะ

ใครสนใจหาซื้อ เเวะไปดูที่
ร้านหลายๆร้านก็รับมาขายนะ ซื้อที่เว็บก็ได้อ่ะ เค้ามี Facebook เเล้วเดี๋ยวนี้ ตัวเเทนจําหน่ายก็เยอะ คงเริ่มฮิตเเล้วล่ะค่ะ เเต่ราคาคงไม่ขึ้นหรอกนะ 
เพราะเราชอบราคามว๊ากกกก

กันเเดดตัวนี้พี่พี่ทีมงานส่งมาให้ลองค่ะ  Irisa ใช้เเล้วรายงานผลตามการใช้งานจริงข้างต้นค่ะ เพื่อนๆคนไหนใช้เเล้วเป็นอย่างไรมาเเลกเปลี่ยนกานน๊าา ^^

คราวหน้าพบกันใหม่ เเวะไปทักทาย Facebook ทางด้านขวาบ้างนะคะ น๊าาาาา
เเวะไปดู Collar สวยๆ กะ ผ้าพันคอคอลเลคชั่นเเรกของเราที่ Facebook เลยค่ะ
ดูเเลสุขภาพกานด้วยนะคะทุกคน พกร่มกะกันเเดดด้วยนะสาวๆ / Irisa



Create Date : 03 พฤษภาคม 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2555 6:43:07 น.
Counter : 1087 Pageviews.

9 comment
1  2  

Irisa by Art and Pim
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



"Irisa" is a unique design with the Vintage pastel on Scarf/Scarves and Accessories. We are both Blogger and Designer.
Hope you enjoy both our Collections and Reviews.
Thanks!!

Irisa เป็นคำเเทนของ อาร์ทเเละพิม ที่จับมือกันเขียน Blog รีวิวเครื่องสําอางเเละแฟชั่น เเละออกเเบบผ้าพันคอเเละเครื่องประดับค่ะ
ขอฝากตัวด้วยทั้งรีิวิวเเละคอลเลคชั่นของเรานะคะ
ขอบคุณทุกคนมากค่ะ

Facebook Irisa by Art and Pim
http://www.facebook.com/Irisabyartandpim
http://www.irisacollection.com







Google



Instagram user name @irisabyartandpim
: Users Online Free counter and web stats

New Comments