เรื่องเมียคนไม่ติดเหล้า
สวัสดีเจ้าคุณหมอ ข้าเจ้าเป็นเมียอำนวยเจ้า

ตี้(ที่)แม่ตัดสินใจ๋พาเปิ้นมาฮักษา ก็เพราะหลังๆเปิ้นดื่มหนักขนาด ดื่มทุกวันเป็นขวดๆ
ข้าเจ้าก็กลั๊วว่าเปิ้นจะไปต้าว(ล้ม) หัวฟาดแฮ๊ม(อีก) เนี่ย! เพิ่งต้าวหัวแตก เย็บไปตั้งหลายเข็ม แผลเพิ่งหายไปแต๊ๆ

ป้อ(พ่อ)อำนวยแกเคยโดนรถจน(ชน) เกือบต๊ายมาเตื้อนึง(ครั้งหนึ่ง)แล้วเน้อ
เข้าห้องไอซียูตั้งเมิน(นาน) ตอนนั้นแกมีสับสนโดนมัดเป็นสัปดาห์

หมอเปิ้นว่าเกิดจากกินเหล้ามาเมิน(นาน) พอหยุดเหล้าทันที สมองก็เลยปรับตัวบ่ทัน กว่าจะได้ออกโฮงยา(โรงพยาบาล)ก็เป็นเดือน ร่างกายฟื้นตัวจ๊า(ช้า)

ออกมาอยู่บ้านบ่นาน เปิ้นก็ปิ๊ก(กลับ)ไปดื่มเหล้าอีก

เฮ้อ! ข้าเจ้าบอกหื้อ(ให้)ป้อยั้งเหล้าตั้งหลายเตื้อ เปิ้นก็บ่ยอมฟัง
หลังๆป้อมีระแวงกลัวว่าข้าเจ้าจะไปมีจู๊(ชู้) เดือดใส่เฮาขนาด
บางเตื้อ(บางครั้ง)ถึงกับทำลายข้าวของ ถุบตีเฮา บ้านบ่เป็นบ้าน
ลูกเมียเดือดฮ้อน(ร้อน)ไปหมด

เฮ้อ! ข้าเจ้าจะไปมีได้ยังได๊ แค่นี้ก็ทำงานง๊กง๊ก อิ๊ดแต๊อิ๊ดว่า(เหนื่อยมาก)
เงินที่ป้อได้มาก็บ่ปอ(ไม่พอ)หรอกเจ้า หมดไปกับค่าหล้าค่าฮักษา(รักษา)หมด

ตอนนี้ที่ทำงานเปิ้นก็หมายหัวแก บอกว่าถ้ายังเมาหนักจะอี้(อย่างนี้) เปิ้นจะฮื้อ(ให้)ออกล่ะ
ป้ออำนวยเปิ้นดื่มท้างวัน มันจะไปยะการ(ทำงาน)ได้อย่างใด๊
ใครไปใครมาก็รังเกียจ กลิ่นเหล้าคลุ้งทั้งตัว

เฮาชวนเปิ้นมาฮักษาหลายเตื้อ(หลายครั้ง) แต่เปิ้นบ่ยอม บอกแต่ว่าเลิกเมื่อใดก็เลิกได้
นี่สิบกว่าปีล่ะ ยังบ่หัน(เห็น)เลิกได้สักเตื้อ(สักครั้ง)

คราวนี้เปิ้นยอมมาฮักษา เพราะฮู้ว่าถ้าโดนเอาออกจากงานจะเดือดฮ้อนกันหมด
ลูกก็กำลังเฮียน(เรียน)อยู่ จะเอาสตางค์ที่ไหนมาฮื้อ(ให้)
หนี้ใหม่หนี้เก่าก็ยังบ่ได้ซ่าย(ไม่ได้ใช้คืน) ติดหนี้ที่แกไปกินเหล้านั่นนะ

ที่หมอถามว่า เพราะอะหยัง(อะไร)ที่เฮายังอยู่กับป้ออำนวยนะหรอ
เฮาก็เอ็นดูป้อ อยู่โตย(ด้วย)กันมาเมินจั๊กนั๊ก(นานมาก)
แต่ก่อนเปิ้นบ่ใจ่(ไม่ใช่)คนยังงี้หนา เปิ้นขยันขันแข็ง สุภาพ บ่ค่อยปากกับไผ(ไม่ค่อยพูด)
เฮาก็ฝากผีฝากไข้กับเปิ้น หวังว่าจะมีผู้นำครอบครัวที่ดี
มาหลังๆนะที่ป้อเปลี่ยนเป็นคนละคน บ่เหมือนเก่า เพราะเหล้าแต๊ๆ(แท้)
ถ้าเปิ้นเลิกเหล้าได้ เฮาก็หวังว่าจะได้ป้ออำนวยปิ๊ก(กลับ)คืนมา

เฮาฮู้สึก(รู้สึก)จะใด๋กับป๋ออำนวยก๋า
เฮาบ่ฮู้สึกอะหยัง(อะไร) มันชาชินไปหมดแล้ว
ที่พาป้อมาฮักษา ก็ทำตามหน้าที่เมียบ่ดาย(เท่านั้นเอง)

หมอว่าจะใด๋นะ อ๋อ ถ้าเป็นคนอื่นคงละทิ้งบ่สนใจแล้ว แต่เฮายังดูแลเปิ้นอยู่ใช่ก่
เพราะว่าเฮาเอ็นดู....เฮาฮัก(รัก)เปิ้นก่ะ..(ตาเริ่มแดง)
แต่เปิ้นบ่หัน(เห็น)ความฮักของเฮาสักหน่อย
เปิ้นบ่ยอมฮับ(ยอมรับ) บ่ยอมฟังเฮาเลย
บางเตื้อ(บางครั้ง)เฮาใคร่ตายหื้อมันพ้นๆไป บ่อยากฮับฮู้อะหยัง(รับรู้อะไร)อีก
ลูกก็บอกหื้อ(ให้)อดทน บอกว่าถ้าแม่บ่อยู่ ลูกจะอยู่กับใผ
เป็นกำลังใจหื้อเฮาอยู่ได้

บางทีก็ก่าย(เบื่อ)ป้อขนาด แต่จะทิ้งมันไปได้อย่างใด๋

เฮาก็อยากฝากป้ออำนวยหื้อคุณหมอช่วยแกโตย(ด้วย)
เฮาบ่ฮู้จะยะจะใดแล้ว(ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว)

ทำใจไว้แล้วเจ้า หากเปิ้นเลิกดื่มบ่ได้ อย่างน้อยๆให้ดื่มเบาลงพ่อง(บ้าง) เว้นช่วงบ้างก็ยังดี

ข้าเจ้าเข้าใจ๋ที่หมออธิบายว่า คนติดเหล้าต้องใช้เวลาในการฮักษา
และบางทีเปิ้นก็ปิ๊ก(กลับ)ดื่มได้อีก
แต่ที่สำคัญคือมาตามนัดต่อเนื่อง เพื่อหาทางช่วยเหลือแก้ไขกัน

ที่คุณหมอฝากให้ดูแลเรื่องยา เฮาจะจัดให้เปิ้น บ่หื้อขาดยา
ต้องมาตามนัด เฮาก็จะพาป้อมา ต้องฮักษานานเป็นปี เฮาก็จะทำ

ลองดูสักตั้งน่อ

บ่มีคำถามอะหยังแล้วเจ้า

ขอบคุณคุณหมอนั๊กๆเจ้า สวัสดีเจ้า



Create Date : 28 กันยายน 2554
Last Update : 28 กันยายน 2554 13:26:05 น.
Counter : 291 Pageviews.

0 comment
ผมไม่ติดเหล้า
สวัสดีครับคุณหมอ ใช่ครับผมชื่ออำนวย ....
เพราะอะไรตัดสินใจมาที่ศูนย์บำบัดฯน่ะหรือ ไอ้ตัวผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ
แต่เมียผมน่ะซิ เค้าอยากให้ผมมา ผมก็มาให้เค้าสบายใจ
แต่ตัวผมเองก็ไม่ได้เห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมาเลย เสียเวลาเสียค่าน้ำมันไม่ใช่น้อยนะเนี่ย

อ๋อ! ที่เมียอยากให้มาเพราะเขาเป็นห่วงเรื่องที่ผมดื่มเหล้า ผมมันก็เป็นผู้ชาย
เรื่องเหล้าเบียร์มันก็ต้องมีบ้าง เพื่อเข้าสังคม
ไม่อย่างนั้นจะไปเพื่อนๆจะหาว่าผมหยิ่ง ก็ต้องมีดื่มบ้างนิดๆหน่อยๆ

แต่ผมไม่ได้ติดเหล้านะครับ จะเลิกเมื่อไหร่ก็เลิกได้ มันอยู่ที่ใจ
อะไรนะครับ เรื่องปริมาณที่ดื่ม ไม่เยอะหรอกครับ แค่เป๊กสองเป๊กหลังกินข้าวให้พอมีแรง
ดื่มนานๆทีครับ งานฉลองงานสังสรรค์ก็อาจจะมากหน่อย

ที่หมอว่าได้กลิ่นเหล้าจากลมหายใจของผมหรอครับ แหะๆบางทีมันก็ต้องมีถอนตอนเช้าบ้าง ไม่อย่างนั้นจะไม่มีแรง ทำงานไม่ไหว
มีบางทีครับที่มือสั่นใจสั่นบ้าง ดื่มครั้งสุดท้ายก็สักเป๊กนึงเมื่อเช้าก่อนมาหมอ
เรื่องชักเรื่องสับสนผมไม่เคยเป็นหรอกครับ

ร่างกายผมยังแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวอะไร
ตรวจสุขภาพประจำปีครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะหรอ สักสี่ห้าปีแล้ว เค้าก็ไม่ได้ว่าเป็นอะไรนะ

ผมไม่เคยไปรักษาเลิกเหล้าที่ไหนมาก่อนหรอกครับ ตั้งใจจะลดปริมาณการดื่มเองหลายครั้ง
แต่มันก็เผลอดื่มกว่าปริมาณที่ตั้งใจไว้ เหตุผลที่อยากลดลงเพราะอายุมันก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ดื่มมาหลายปีแล้วก็ชักจะเบื่อ

เหล้าทำให้ตับอักเสบตับแข็ง ผมรู้ครับ แต่ดื่มแบบนี้คงไม่เป็นไร
ฮะ หมอว่า ตาผมเหลืองหรอครับ มีหลายคนทักเหมือนกัน น้ำหนักลดไปหลายกิโลฯ เพราะไม่ค่อยกินข้าวเท่าไหร่

ส่วนสาเหตุที่ผมเลิกไม่ได้สักทีก็เพราะความเครียดครับ เจ้านายผมจุกจิกจู้จี้เหลือเกิน
จ้องจับผิดผมจนผมไม่อยากจะทำงานอยู่แล้ว แกหาเรียกผมไปตักเตือนหลายครั้งเรื่องไร้สาระ
เขาหาว่าผมดื่มเหล้าจนทำงานไม่ได้ ทั้งที่ผมก็รับผิดชอบงานทุกอย่าง คนอื่นเขาก็ดื่มกันทั้งนั้น แกมาจับผิดผมอยู่คนเดียว
นี่ เจ้านายก็คาดโทษว่าถ้าผมเมาในเวลางานอีกจะไล่ผมออก อยากไล่ผมก็อยากออก
แต่ติดที่ว่าลูกผมก็ต้องเรียน ถ้าเมียทำงานคนเดียวคงได้เงินไม่พอ

ส่วนเมียหรอครับ ด่าทุกวัน ทะเลาะกันบ้านจะแตก เขาบ่นเรื่องผมดื่มเหล้านี่แหละ
ทำให้ผมไม่ค่อยอยากอยู่บ้าน ต้องออกไปดื่มข้างนอกให้มันสบายใจ
หมอช่วยพูดกับเมียให้หน่อยซิว่าบ่นน้อยลงได้ไหม รำคาญมันจะแย่อยู่แล้ว

ลูกก็ขอทุกวันอยากให้พ่อเลิกดื่ม มันว่าอายคนอื่นเค้า มีแต่คนว่ามีพ่อเป็นขี้เหล้า
บางทีลูกมันไม่สนใจผมเลยครับ ทำเหมือนกับไม่มีผมอยู่ในบ้าน มันคงจะโกรธที่ผมไปดื่มอีกแล้ว

อุบัติเหตุก็มีบ้างครับ บางทีก็ดื่มเยอะไปหน่อยเซล้ม ได้แผลเย็บไปหลายเข็ม สัก 5 -6 ปีก่อนขี่มอเตอร์ไซค์ชนกับคันอื่น
เข้าห้องไอซียู เกือบไม่รอด ตอนนั้นดื่มมาบ้างนิดหน่อย ไม่ได้เมา พอดีมันเริ่มมืดรถคันอื่นมองไม่เห็นรถผม ก็เลยชนกัน
ช่วงนอนโรงพยาบาลเห็นเมียว่าผมไม่รู้สึกตัว ดิ้นไปดิ้นมา ต้องถูกจับมัดเป็นสัปดาห์
อยู่โรงพยาบาลเป็นเดือนเลยครับ แผลมันไม่ยอมหาย หมอบอกว่ากินเหล้าเยอะแผลก็เลยหายยาก

แต่ยังไงผมก็คิดว่าผมไม่ติดเหล้านะครับ อย่างที่บอกหมอไปเรื่องเลิกเหล้า อยากเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ มันอยู่ที่ใจ ผมมาวันนี้ให้เมียผมสบายใจเท่านั้น และขอใบรับรองแพทย์ไปให้ที่ทำงานด้วย

หมอจัดยาให้ไปผมก็จะกินครับ มีนัดอีก ผมมาได้ครับ
อยากให้หมอจัดยาบำรุงให้ร่างกายมันมีเรี่ยวแรงหน่อยนะครับ
รอบหน้าขอเจาะเลือดเช็คร่างกายด้วย ได้ครับๆ ก็ดีเหมือนกันไม่ได้ตรวจมานานแล้ว

ผมไม่มีคำถามอะไรแล้วครับ หมอขอคุยกับเมียผมต่อ เดี๋ยวผมเรียกให้นะ
สวัสดีครับ




Create Date : 27 กันยายน 2554
Last Update : 27 กันยายน 2554 15:32:57 น.
Counter : 301 Pageviews.

0 comment
เรื่องของโดม
โดมเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่ง แขนขาเริ่มยาวเก้งก้าง กล้ามเนื้อเริ่มขยายตัว เสียงเริ่มแตกห้าว ร่างกายกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยหนุ่ม โดมรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายนี้ นอกจากนั้นอารมณ์ของตัวเองก็เริ่มคึกคะนอง อยากรู้อยากเห็น บางครั้งก็หงุดหงิดง่าย หากมีเรื่องกระทบเพียงเล็กน้อย จากเด็กวัยประถมเข้าสู่มัธยมต้น มีการเปลี่ยนแปลงชีวิตการเรียนมากมาย

โดมมาจากครอบครัวฐานะปานกลาง มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน ตัวเค้าเป็นลูกชายคนโต ชีวิตของโดมเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ไม่ใช่ว่าฐานะลำบากขัดสน แต่โดมยากจนในเรื่องของการดูแลให้คำปรึกษา และที่สำคัญโดมขาดเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้จะเรียนไปเพื่ออะไร พ่อแม่ส่งให้มาเรียนก็เรียน

เมื่อโดมขึ้นมัธยมศึกษาปีที่1 ได้เจอเพื่อนใหม่กลุ่มใหม่ ชักชวนกันลองของที่ทำให้ชีวิตตื่นเต้นมีสีสัน โดมเริ่มก้าวขาเข้าสู่วงการยาเสพติดทีละนิดละน้อย เริ่มจากการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และในที่สุดเป็นยาบ้า โดมไม่รู้ว่ายาบ้าดียังไง แต่รู้ว่าเมื่อใช้แล้วทำให้สนุกคึกคัก มีกำลังวังชา ไม่นอน มีสมาธิสามารถทำนู่นทำนี่ได้ทั้งคืน จากนั้นก็หมดเรี่ยวแรง นอนหลับเป็นวันๆ โดมคิดว่าตัวเองไม่ได้ติดยาบ้า โดยบอกกับตัวเองว่าไม่ได้ใช้ทุกวันจะติดได้อย่างไร ไม่มีก็ไม่ได้ใช้ ถ้ามีก็ใช้ ไม่ได้ต้องการมากมาย ก็แค่อยากลองใช้นิดหน่อยไม่เป็นไร

ชีวิตโดมก็เริ่มเปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อย โดยตัวเองไม่ทันรู้ตัว จากเดิมที่ใช้นานๆครั้ง กลับต้องใช้บ่อยขึ้นแม้ไม่ทุกวัน ก็ต้องสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเป็นประจำ จากเดิมเคยสูดดมควันเพียงเล็กน้อยก็เมา กลับต้องเพิ่มปริมาณจากครึ่งเม็ด เป็นหนึ่งเม็ด สองเม็ดต่อครั้ง และแน่นอนเมื่อปริมาณที่ต้องการใช้เพิ่มขึ้น โดมเริ่มต้องหาเงินมาจ่ายเพิ่มขึ้น ต้องพูดโกหกกับพ่อแม่เพื่อให้ได้เงินมา เริ่มต้องขโมยของ โดมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อได้ยาบ้ามาให้ได้ คนส่งยาเสนอให้โดมเป็นเดินยาให้แลกกับส่วนแบ่งยา โดมคิดหนักกลัวตำรวจจับได้ ขอเอาข้อเสนอไปคิดดูก่อน

บางครั้งพ่อแม่ถามถึงเรื่องที่โดมไม่ค่อยไปโรงเรียน ทักถึงสภาพร่างกายที่ผอมโทรมลง ต่อว่าเรื่องที่โดมออกบ้านไม่ยอมกลับและหยิบของมีค่าในบ้าน โดมรู้สึกหงุดหงิดโมโหอย่างรุนแรง บางครั้งถึงกับตวาดด่าทอ ทำลายข้าวของ โดมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร คนที่รู้จักต่างทักโดมเป็นเสียงเดียวกันว่า โดมเปลี่ยนไป แต่โดมไม่คิดอย่างนั้นเค้าก็เป็นคนเดิม มีแต่คนอื่นที่ยุ่งวุ่นวายกับชีวิต และกระตุ้นทำให้เขาโมโห ส่วนเรื่องเรียนโดมไม่ไปเรียนมาเป็นเทอมแล้วหลังจากที่สอบตกหลายวิชา เพราะหลายครั้งโดมต้องใช้เวลาในการหายาบ้ามาเสพและต้องรอฟื้นตัวจากฤทธิ์ยา

ในที่สุดโดมตัดสินใจเป็นคนเดินยาให้คนส่งยา เพื่อแลกกับส่วนแบ่งยา โดมก้าวเดินลงไปในเหวอีกขั้นหนึ่ง เริ่มที่จะเป็นผู้ค้ารายย่อย โดมต้องอยู่กับความหวาดระแวงกลัวว่าตำรวจจะจับได้เมื่อไหร่ ต้องอยู่กับความทุกข์ของอาการอยากยา บางครั้งโดมนึกถึงเสียงของพ่อแม่ที่ทั้งต่อว่า อ้อนวอนขอร้อง ให้โดมเลิกยาเสพติด นึกถึงน้ำตาของแม่ เสียงของน้องๆที่ถามด้วยความเป็นห่วง ร่างกายที่อ่อนเพลียลงเรื่อยๆเพราะไม่ค่อยอยากทานอาหาร บางครั้งเสี้ยววินาทีโดมนึกถึงอนาคตชีวิตจะอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน แต่ความคิดเหล่านี้กลับหายไปสิ้นเมื่อโดมอยู่ใต้ฤทธิ์ยา ไม่มีเหตุผลใด ไม่มีช่วงเวลาใด ไม่มีชีวิตใด ไม่มีสิ่งใดสำคัญอีกแล้วเท่ากับตอนนี้ ตอนที่ให้สูดกลิ่นควันที่คิดว่าหอม อยู่ในภวังค์เคลิ้มสุข เมื่อหมดฤทธิ์ยาก็ต้องตื่นมารับรู้ความจริง รับรู้ถึงความอ่อนแอของตัวเอง เป็นวงจรเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

โดมเบื่อกับชีวิตแบบนี้ แต่คิดหาทางออกไม่ได้ จนวันหนึ่งโดมกลับบ้านเจอครอบครัว พ่อแม่ไม่ด่าว่าอย่างที่โดมคิดไว้ แต่กลับแสดงความดีใจที่โดมกลับมา พ่อแม่เขาถามว่า “อยากไปบำบัดรักษาเลิกยาไหมลูก ถ้าเลิกได้ลูกจะได้กลับมาใช้ชีวิตที่ปกติ ถ้าลูกอยากเลิกยาบ้า พ่อกับแม่จะพาไป” โดมคิดว่าไม่มีอะไรเสียหายไปกว่านี้แล้ว ลองไปบำบัดสักครั้งจะเป็นไรไป แต่โดมไม่แน่ใจว่าเค้าจะรักษากันยังไง ยังรู้สึกหวั่นใจกลัวสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน

พ่อแม่และโดมพากันมาที่ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด ที่เชียงใหม่ ซึ่งขับรถจากตัวเมืองใช้เวลา 30-40 นาที ทางเข้าเหมือนโรงพยาบาลทั่วไป ต่างกันตรงที่มีอาณาเขตบริเวณกว้าง พ่อต้องไปยื่นประวัติที่เวชระเบียบและนั่งรอทำประวัติ มีคนไข้มารอตรวจพอประมาณ แต่ที่โดมแปลกใจคือมีทั้งวัยรุ่นถึงวัยชีวิตตอนปลาย ยาเสพติดนี่มันไม่เลือกอายุจริงๆ โดมนึกในใจ นั่งรอสักพักเจ้าหน้าที่ก็เรียกโดมและพ่อแม่ไปซักประวัติเบื้องต้น และให้ตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ

เมื่อได้ผลตรวจแล้ว โดมก็ได้พบหมอ คุณหมอได้ซักประวัติที่มาที่ไปของการใช้ยา เรื่องความตั้งใจที่ต้องการเลิกยาบ้า โดมขอรักษาแบบผู้ป่วยนอกคือแบบไปกลับ ยังไม่ขอนอนโรงพยาบาล เพราะมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ติดและสามารถเลิกยาบ้าเองได้ เมื่อคุณหมอเสนอทางเลือกจากรักษาแบบผู้ป่วยนอกแลผู้ป่วยในคือแบบนอกโรงพยาบาล โดมได้รับยากลับมาทานและนัดมาที่ศูนย์บำบัดฯอีก 2 อาทิตย์

เมื่อโดมกลับบ้าน มีความรู้สึกอยากยาบ้าอยู่มาก บางทีถึงกับฝันว่าตัวเองสูบยา หงุดหงิดงุ่นง่าน กระวนกระวาย อารมณ์กลับดิ่งตกเศร้าๆเบื่อๆไม่อยากทำอะไร โดมต้องต่อสู้กับความต้องการหายามาเสพอย่างมาก ทุกข์ทรมานทางกายไม่เท่าไหร่เพราะอาการถอนยาไม่รุนแรงตามฤทธิ์ของมันอยู่แล้ว แต่ทุกข์ทรมานทางใจมีมากเหลือเกิน

สาเหตุมาจากสมองติดยาและกำลังออกคำสั่งให้โดมทำทุกอย่างทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ยาอย่างเคย ทำให้โดมเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองติดยาบ้าหลังจากใช้เป็นประจำมาเป็นปี ในที่สุดโดมก็ยอมแพ้เอายาบ้าที่แอบซ่อนมาเสพ โดนรู้สึกละอายใจเหลือเกิน ตัวเองเป็นแค่คนขี้แพ้ คนที่ไม่รักษาคำพูดทั้งที่ตกลงกับพ่อแม่

เมื่อถึงวันนัดไปศูนย์บำบัดฯ โดมยอมรับอาการติดยาของตัวเองมากขึ้นและบอกกับทีมรักษาเรื่องการกลับไปใช้ยาบ้าเพราะทนต่อความอยากไม่ได้ โดมขอเลือกการรักษาแบบนอนโรงพยาบาลซึ่งใช้เวลาเต็มที่ 4 เดือน “เรื่องเลิกยาแม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีจุดเริ่มต้นคือการตัดสินใจหยุดใช้ยาเสพติด ก็ยังมีความหวังที่จะรักษาได้ คนที่จะตัดสินใจหยุดใช้ยาบ้าคิดว่าอยู่ที่ใคร” “อยู่ที่ตัวผมครับ” โดมนึกถึงคำถามของคุณหมอและคำตอบของตัวเอง

เส้นทางชีวิตยังอีกยาวไกล โดมไม่รู้ว่าต่อไปชีวิตจะเป็นอย่างไร แต่วันนี้เขาขอเลือกเส้นทางชีวิตนี้ด้วยตนเอง โดมเลือกชีวิตที่ไม่มียาเสพติด แม้ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม



Create Date : 26 กันยายน 2554
Last Update : 26 กันยายน 2554 15:34:51 น.
Counter : 504 Pageviews.

0 comment
จะรู้ได้อย่างไรว่า ติดยา หรือ ไม่ติดยา
จะรู้ได้อย่างไรว่า ติดยาหรือไม่ติดยา

ทีมรักษาจะมีเกณฑ์การวินิจฉัยดังนี้

การใช้สารเสพติดจนเกิดปัญหา (substance abuse) (เกณฑ์นี้บอกว่าการใช้สารเสพติดได้เกิดผลกระทบแล้วหรือยัง)

หากเมื่อมีการใช้สารเสพติดไม่ว่าตัวใดก็ตาม แล้วก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลเสียต่อตัวเอง ดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 1 ข้อ
1. มีการใช้สารเสพติดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ อาจเป็นทุกวัน ทุก 3-4 วัน ทุกสัปดาห์ ซึ่งทำให้ไม่สามารถทำงานต่างๆได้เต็มที่ เช่น หน้าที่การงาน การเรียน หรืองานบ้าน
2. มีการใช้สารเสพติดอย่างต่อเนื่อง ในสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เช่น ขับรถขณะมึนเมา ใช้ยาบ้าจนน้ำหนักตัวลดมากหรืออดนอนจนอ่อนเพลียมาก
3. ก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายจากการใช้สารเสพติด เช่น ถูกจับกุม
4. มีการใช้สารเสพติดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสารเสพติดนั้นจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆในด้านสังคม หรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น การทะเลาะเบาะแว้งกับคนในครอบครัว ถูกต่อว่าเรื่องการเสพสารเสพติด

ภาวะติดสารเสพติด (substance dependence)
หากเมื่อมีการใช้สารเสพติดไม่ว่าตัวใดก็ตาม แล้วก่อให้เกิดความเสียหายหรือผลเสียต่อตัวเอง ดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 3 ข้อ
1. มีการดื้อยา ตามข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
- ต้องการที่จะใช้สารนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อให้ได้ฤทธิ์ยาที่ต้องการ
- ผลของสารนั้นลดลงไปมาก เมื่อใช้ยาต่อเนื่องในจำนวนเท่าเดิม (ดังนั้นผู้เสพติดจะต้องเพิ่มปริมาณสารที่ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ)
2. มีอาการขาดยา ตามข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
- เกิดกลุ่มอาการขาดยา เช่น ในยาบ้า/ยาไอซ์ มีอาการง่วงนอน หมดแรง ฝันร้าย
- มีการใช้สารนั้นเพื่อหลีกเลี่ยง หรือบรรเทาอาการขาดยา
3. มักจะใช้สารนั้นในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น หรือใช้ติดต่อกันนานมากกว่าที่คิดไว้
4. ต้องการใช้สารนั้นอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง หรือมักไม่สำเร็จในการพยายามที่จะหยุดหรือเลิกใช้สารนั้น (หยุดได้เพียงไม่กี่วันหรือกี่เดือน ก็ถือว่าเลิกไม่สำเร็จ)
5. เสียเวลาในแต่ละวันหมดไปกับกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ได้สารนั้นมา เสียเวลาเพื่อเสพสารหรือในการฟื้นจากผลของสารนั้น
6. การใช้สารนั้นมีผลทำให้กิจกรรมสำคัญในด้านสังคม อาชีพ การดูแลตัวเองเสื่อมลง
7. มีการใช้สารนั้นอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าจะรู้ว่าสารนั้นๆ ก่อให้เกิดปัญหาทางกายและจิตใจอยู่เป็นประจำก็ตาม

การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตพบได้ในผู้ติดยาเสพติด

การเปลี่ยนแปลงทางด้านรางกาย
- สุขภาพทรุดโทรม ผอมซูบ ซีด น้ำหนักลด ไม่มีเรี่ยวแรง ริมผีปากเขียวซ้ำ แห้ง แตก
- ม่านตาขยายสู้แสงจ้าไม่ได้ ซึ่งเป็นผลจากการเสพยา จึงมักใส่แว่นตากันแดดอยู่เสมอ
- น้ำมูก น้ำตาไหล มีเหงื่อออกมาก กลิ่นตัวแรง เพราะไม่ทำความสะอาดร่างกายตัวเอง
- นิ้วมือ มีรอยคราบเหลือง สกปรก เนื่องจากการสูบ
- ผิวหนังหยาบกร้าน เช่น แผลพุพองอาจมีหนอง น้ำเหลือง คล้ายโรคผิวหนังเนื่องจากขาดวิตามิน
- ใบหน้าดำคล้ำโดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้มและหน้าผาก
- มีอาการอยากยา ซึ่งยาเสพติดแต่ละประเภทมีอาการหลังเสพและอาการเมื่ออยากยาหรือขาดยาแตกต่างกัน

การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและอารมณ์
• อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เช่น เวลาขาดยาจะรู้สึกหงุดหงิดมาก แต่เมื่อเสพยาแล้วอารมณ์จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
• นิสัยเปลี่ยนไป เช่น จากคนเรียนร้อยกลายเป็นคนก้าวร้าว
• ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง บุคลิกลักษณะเชื่อถือไม่ได้
• มีความคิดเชื่องช้า สติปัญญาเสื่อมลง ความจำเสื่อม ทำให้การเรียนหรือการงานบกพร่อง
• มีความรู้สึกไม่ปลอดภัย หวาดระแวง
• อารมณ์ฉุนเฉียว ชวนทะเลาะวิวาทและทำร้ายกัน ขาดความอดกลั้น เป็นคนเจ้าอารมณ์หงุดหงิด เอาแต่ใจตนเอง ขาดเหตุผล
• มีความวิตกกังวลซึมเศร้า
• อยู่นิ่งไม่ได้ หลุกหลิก บางรายชอบเดินไปมา

การเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมสังคม
• มีพฤติกรรมชอบเก็บตัว เงียบขรึม มักอยู่คนเดียว ปลีกตัวจากผู้อื่นทำตัวลึกลับ ไม่รับรู้ความเป็นไปใดๆ
• มีพฤติกรรมใช้เงินเปลืองผิดปกติ
• มีพฤติกรรมลักขโมย
• มีพฤติกรรมก้าวร้าว
• มีพฤติกรรมเกียจคร้าน
• มีพฤติกรรมคบแต่เพื่อนที่เสพยาด้วยกัน อาจเป็นเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มีการคุยกันลึกลับและเป็นความลับ

ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด เชียงใหม่
โทร. 053-268037-41
http://www.drugcare.net






Create Date : 22 กันยายน 2554
Last Update : 22 กันยายน 2554 15:55:25 น.
Counter : 18473 Pageviews.

5 comment
กระบวนการบำบัดรักษา ขั้นตอนติดตามผล
..ใช้เวลาติดตามผลและช่วยเหลือ 1 - 2 ปี
..เพื่อติดตามให้ความช่วยเหลือ เสริมสร้างกำลังใจ ให้คำแนะนำโดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้ติดซ้ำ ติดตามผลการรักษา
..ช่วงนี้เป็นระยะปรับตัวหรือระยะคลี่คลาย ผู้เลิกยาได้เรียนรู้ถึงระยะต่างๆ ของการเลิกยาที่ผ่านมา จะช่วยให้ผู้เลิกยาเข้าใจสิ่งที่อาจชักนำให้กลับไปใช้ยาซ้ำ และเตรียมพร้อมต่อการแก้ไขอาการ หรือปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในระยะปรับตัว
..โรคทางจิตเวชในบางคนจำเป็นจะต้องได้ยาควบคุมอาการเป็นระยะเวลาเป็นปีๆ เพื่อไม่ให้โรคกำเริบ

การติดตามของศูนย์บำบัดฯ แบ่งเป็น
- การติดตามผลทางตรง คือ การพบปะพูดคุยกับผู้ป่วยโดยตรง
- การติดตามผลทางอ้อม คือ การพูดคุยทางโทรศัพท์ จดหมาย หรือผ่านบุคคลที่ 3

..โดยทั่วไปเมื่อผู้เลิกยาสามารถปรับตัวใหม่กับชีวิตปกติ หลังหยุดยาได้ 1 ปี จะมีความพร้อมและปลอดภัยเพียงพอต่อการดำรงชีวิตตามปกติ

สรุป
- โรคติดสารเสพติด เป็นโรคเรื้อรังที่มีการเปลี่ยนแปลงของสมอง มีอาการกำเริบได้บ่อยๆ ดังนั้นผู้ดูแลจะต้องอดทนและทำใจ เพราะผู้ป่วยมีโอกาสกลับไปเสพซ้ำได้ สิ่งที่ผู้ป่วยต้องทำคือไม่เริ่มต้นใช้สารเสพติดทุกชนิด แม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ตาม สิ่งที่ผู้ดูแลทำได้ คือ จูงใจโน้มน้าวให้ผู้ป่วยหยุดใช้สาร ปรึกษาเปิดโอกาสคุยกันในทุกปัญหา หากพลั้งเผลอกลับไปเสพขอให้แจ้งทีมผู้รักษา เพื่อจะหาทางช่วยเหลือแก้ไขกัน

- โรคติดสารเสพติด มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ปัจจัยจากบุคคล และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ดังนั้นจึงต้องใช้หลายๆวิธีเพื่อบำบัดรักษา

- การรักษาสารเสพติดแต่ละชนิดแตกต่างกันไปขึ้นกับชนิดของสารและอาการแสดงของผู้ป่วยแต่ละคน

-การบำบัดรักษาที่ดีที่สุดในปัจจุบัน คือ การให้ยาควบคู่กันไปกับจิตสังคมบำบัด



Create Date : 22 กันยายน 2554
Last Update : 22 กันยายน 2554 15:40:09 น.
Counter : 714 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

Sim Lim
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]