ถึงได้รู้ว่ารัก
          น้องกำปั้นอายุก็ครึ่งเดือนแล้ว เลี้ยงลูกนี่ก็เหนื่อยเหมือนกันนะ เฮ้อ!! ต้อง ตื่นกลางดึก ให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม ซักผ้าพับผ้า อาบน้ำลูก ต้องทำทุกอย่าง แต่แปลกว่าฉันไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า ทำไปแล้วได้อะไร ทำไปเพื่ออะไร มันเกิดจากความรักที่มีให้ลูก และถึงได้รู้ว่า การเลี้ยงเด็กสักคน ไม่ได้ให้แค่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย แต่ต้องมีความรักมหาศาล รักมากพอที่จะเสียสละความต้องการของตัวเอง รักมากพอที่จะยอมลำบาก อดหลับอดนอน ต้องรอให้ลูกกินนมหรือนอนหลับ ก่อนที่ตัวเองจะได้กินข้าว อาบน้ำ หรือแม้กระทั่งเข้าห้องน้ำ

          ตัว ฉันเองก็มีปมกับครอบครัว รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่รักของคนที่บ้าน อาจจะเป็นเพราะครอบครัวไม่ค่อยแสดงออกถึงความรัก และฉันก็ดันเป็นเด็กอ่อนไหวง่าย ก็เลยเข้าใจผิดฝังใจมาตลอดว่า เค้าคงไม่รักฉัน จึงพยายามพิสูจน์ตัวเองมาตลอด ไขว่าคว้าหาความรัก แต่มันก็เติมไม่เต็ม ผิวเผิน ไม่เคยอิ่มใจ

           มา วันนี้ เมื่อเจ้าตัวน้อยแก้วตาดวงใจ ถึงได้คิดย้อนมาที่ตัวเอง การที่ฉันโตมาได้ขนาดนี้ ต้องอาศัยความรัก ความเอื้ออาทร ความอดทนจากอย่างครอบครัวมากมายเช่นกัน ฉันย่อมเป็นที่รักของพวกเค้าอย่างไม่ต้องสงสัย

           เคย โกรธ เคยน้อยใจมามากมายกับคนที่บ้าน มาวันนี้ถึงได้เข้าใจว่า พ่อแม่ก็เป็นแค่คนธรรมดา ที่มีความดีความไม่ดี มีเรื่องที่ทำได้ ทำไม่ได้ และเป็นธรรมดาที่จะผิดพลาดได้ ก็เหมือนกับตัวเองที่มีฐานะเป็น ”แม่” ฉันตั้งใจและพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่บางครั้งอาจจะมีสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ แต่ทุกอย่างมาจาก ”ความปรารถนาดี” และ ”ความรักมหาศาล” มอบให้ลูกตลอดไป









Create Date : 24 ธันวาคม 2552
Last Update : 24 ธันวาคม 2552 10:11:53 น.
Counter : 173 Pageviews.

3 comment
แนะนำตัวน้องกำปั้น
น้องกำปั้นที่อายุ 0-10 วัน














Create Date : 20 ธันวาคม 2552
Last Update : 20 ธันวาคม 2552 17:35:46 น.
Counter : 151 Pageviews.

1 comment
15 วัน
          การเลี้ยงเด็กทารกสักคนเนี่ย มีทฤษฎี วิธีปฏิบัติ หรือว่าเคล็บลับ จากแหล่งต่างๆมากมายจริงๆ แต่ที่สุดแล้วมันก็คือการเรียนรู้ ให้รู้จักเด็กที่อยู่ตรงหน้าเราให้ดีที่สุด ซึ่งเจ้าเด็กน้อยก็ดันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ท้าทายความสามารถ และที่สำคัญคือความอดทน

          ตอนนี้น้องกำปั้นอายุได้ 15 วันแล้ว เร็วจัง ฉันยังอยู่ช่วงอยู่เดือน ไม่ได้ออกไปไหนเลย เลี้ยงลูกน้อยกลอยใจ เช้ามาแป๊บๆก็กลางคืนซะแล้ว ปุ้มก็ลางานมาอยู่ด้วยตั้งแต่ฉันคลอด ต้องกลับไปทำงานวันจันทร์นี้แล้ว Y_Y เข้ากรุงไปหาเงิน แอบคิดถึง แต่เดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็ขึ้นมาแล้วล่ะ เค้าอยู่ก็ช่วยได้เยอะ ทั้งซักผ้า เปลี่ยนผ้าอ้อม อุ้มลูก ยกเว้นให้นมลูก รู้สึกอิจฉาปุ้มเล็กๆ เวลาตอนกลางดึก ฉันต้องให้นมลูก 2 รอบ (ถือว่าลูกปราณี เลี้ยงง่าย กินเยอะหลับนานแล้ว) เค้านอนหลับสบายจัง แต่ฉันนั่งหลับให้นมลูก ง่วงงงงงง! แต่ภูมิใจนะ ขนาดอยู่กับลูกตลอดเวลา ยังเห็นเลยว่าตัวโตแก้มยุ้ยขึ้น น้ำหนักเป็น 4 กิโลแล้ว นมฉันล้วนๆ ^_^

          กินดีก็ฉี่บ่อยอึเยอะขึ้น เคยเปลี่ยนผ้าอ้อม 4 รอบติดกัน อึฉี่อึฉี่ กำปั้นคงจะบอกว่า หนูยังออกไม่หมดเลย แม่ใจร้อนรีบเปลี่ยนให้เอง ก็เลยต้องสังเกตว่าท้องลูกยังเกร็ง ยังทำท่าเบ่งอยู่รึเปล่า พร้อมกับช่วยนวดท้องเบาๆ และจับรวบขายกทั้ง 2 ข้าง ก้มมันจะยกสูงขึ้น ช่วยให้อึง่ายขึ้น อึค่อนข้างเป็นเวลาคือตอนเช้า กลางวัน และก็ก่อนนอน บางทีก็ตามนี้บางทีก็ไม่ใช่ บอกแล้วว่ามีลูกเอาไว้ท้าทายความสามารถ แต่ฉี่นี่ตามใจฉัน เห็นจุ๊ดจู๋เต่งตึง เล็งมาแล้วก็คอยรับมือ ฉี่พุ่งใส่แม่มาหลายที่แหละ เด็กผู้ชายนี่ดีอย่าง ฉี่ไม่ค่อยเปื้อนตัวเองแต่เปื้อนคนอื่นแทน เคยมีประสบการณ์ช็อคคือ เปลี่ยนผ้าอ้อมตอนเช้ามืดบนเตียงนอนของฉันเอง เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมเนี่ยมันต้องรวบขา 2 ข้างแล้วยกขึ้น ท่าทางการเปลี่ยนพอจะคุ้นๆกันไหม ใช่เลยฮับ ท่าช่วยลูกเบ่งอึ พอหยิบผ้าอันเก่าออกกำลังจะสอดผ้าใหม่ เหมืองทองพุ่งโค้งออกมาเต็มๆ ที่นอน +_+ ยิ่งเป็นจังหวะก้นทำมุม 45 องศากับพื้นด้วย ลูกก็นอนทำตาบ้องแบ๊วไป ส่วนคุณแม่ตาสว่างเลย ตอนนี้ก็เลยต้องระวัง ขี้เกียจไม่อยากเพิ่มงานให้ตัวเองโดยใช่เหตุ

          ไม่หงุดหงิดกับลูกนะ เพราะว่าเค้ายังควบคุมระบบร่างกายตัวเองยังไม่ค่อยเก่ง อยู่ที่เราต่างหากว่าจะช่วยให้ลูกสบายตัวและเข้าที่เข้าทางได้แค่ไหน และจัดการให้ตัวเองเหนื่อยน้อยลงยังไง อีกอย่างเห็นลูกทำหน้าตามามีความสุข นอนยิ้มสบาย โตขึ้นเรื่อยๆ มันก็สุขใจ











Create Date : 20 ธันวาคม 2552
Last Update : 20 ธันวาคม 2552 16:23:34 น.
Counter : 145 Pageviews.

2 comment
นมแม่ไม่ยากไม่ง่าย
          ฉันตั้งใจให้นมแม่เลี้ยงลูกตั้งแต่แรก เพราะว่าเห็นทารกที่กินนมแม่สุขภาพแข็งแรงไม่ค่อยเป็นหวัดกันสักเท่าไหร่ แถมไม่ต้องจัดเตรียมล้างขวด เตรียมซื้อนมผง มีภาชนะสองเต้าเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ทั้งสะอาดและประหยัด และอีกอย่างช่วงนี้กระแสนมแม่มาแรง จะได้อินเทรนด์เป็นคุณแม่ทันสมัย คิดว่าการให้นมแม่เป็นเรื่องง่ายๆ เอาหัวนมใส่ปากลูกก็เสร็จแล้ว ก็เลยชะล่าใจไม่ได้หาข้อมูลไว้ก่อน ที่คิด(ไป)เองว่าถ้าคลอดลูกปุ๊บ ดูดนมปั๊บ น้ำนมจะไหลดุจเปิดก๊อก แต่ความเป็นจริงมันมีรายละเอียดมากกว่านั้น และไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

          พอคลอดน้องกำปั้น พยาบาลให้น้องมาดูดนมหลังคลอดเลย น้ำนมยังไม่ออกหรอก ให้แม่ลูกมาทำความรู้จักกันก่อน ลูกจะได้รู้จักดูดส่วนแม่จะได้ถูกกระตุ้นให้น้ำนมไหลเร็วขึ้น วันแรกลูกนอนหลับตลอด พยาบาลเข้ามาตรวจเด็กทุก 4 ชม.และปลุกให้ลูกตื่นมาดูดนม แรงดูดเยอะแต่ดูดไปนมก็ไม่ออก เหนื่อยหมดแรง แถมอยู่ในผ้าห่อตัวอุ่นๆ หลับคาเต้าตลอด ส่วนทฤษฏีที่ให้ลูกงับลานหัวนม นึกว่าจะง่าย ปากลูกก็เล็กกระจิ๊ดไม่ค่อยอ้าปากกว้าง งับอยู่แค่ส่วนหัวนม เป็นแบบนี้หลายรอบจนเริ่มเจ็บหัวนม หัวนมเป็นแผลเลย แค่วันสองวันแรกนะเนี่ย นึกถึงเพลงค่าน้ำนม ประโยคที่ว่า ”เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน” หมายถึงหัวนมแตกจนมีเลือดรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ เจ็บแสบใช้ได้เลย

          ที่ร.พ.มีคลินิคนมแม่ สอนวิธีการให้นม ซึ่งช่วยเราได้มากๆ ถึงแม้แม่ลูกจะอยู่ด้วยกันมา 9 เดือน แต่พอออกมาเจอกันก็เหมือนคนแปลกหน้าที่ยังไม่รู้ใจกัน ต้องมาทำความรู้กันใหม่ คุณแม่มือใหม่อย่างฉันก็ต้องเริ่มตั้งแต่ท่าอุ้มเลย เพราะยังเก้ๆกังๆ ไม่ถนัด ไม่ผ่อนคลาย เรียนรู้วิธีการเอาลานหัวนมเข้าปากลูกยังไง วิธีกระตุ้นปลุกให้ลูกตื่นช่วงดื่มนม สิ่งเหล่านี้พยาบาลหรือผู้รู้จะช่วยสอนคุณแม่ได้มาก อ่านอย่างเดียวนึกภาพไม่ออก และเวลาจริงๆรายละเอียดปัญหาของแต่ละคนก็ต่างกัน คุณแม่ที่ได้รับการอบรมเรื่องให้นมแม่มาก่อนน่าจะได้ประโยชน์

          ปัญหาต่อมาคือน้ำนมไม่ไหลอย่างที่คิด ถ้าบีบที่ลานหัวนมก็จะออกมาเป็นหลายๆหยด และหยดใหญ่ขึ้นในวันถัดมา นมออกระดับ 2 (พยาบาลบอกมี 3 ระดับ) ก็น่าจะใช้ได้ แต่ว่าลูกน้ำหนักลดฮวบ 7 เปอร์เซนต์ในวันที่ 2 (เด็กแรกเกิดน.น.ลดได้ 10 เปอร์เซนต์ในสัปดาห์แรกเป็นปกติ แต่ลูกฉันมันดิ่งลงเร็วไปหน่อย) แถมค่าตัวเหลืองขึ้นเร็ว จนอาจารย์คิดว่าลูกน่าจะกินนมได้ไม่พอ (นมน้อยและลูกหลับเยอะ) ต้องหยอดนมผสมเสริมให้ และบอกเผื่อว่าอาจต้องเอาลูกไปส่องไฟถ้าอาการเหลืองแย่ลง เป็นกังวลเหมือนกัน พยายามกินน้ำอุ่น ประคบร้อนและนวดเต้านม ตามสูตร แต่น้ำนมก็ไม่ออกอย่างที่ต้องการ โชคดีหน่อยคือลูกไม่ต้องส่องไฟ (จริงๆไม่ใช่เรื่องรุนแรง แต่อยากกลับบ้านพร้อมกับลูก)

          กลับมาที่บ้านโดนโด๊ปจากคุณแม่สามีด้วย แกงหยวกกล้วยใส่พริกไทยเยอะๆ ไก่ผัดขิง แกงเลียง น้ำอุ่น น้ำขิงร้อนๆ มันต้มขิง งดของเย็น ของเผ็ด งดสารพัดอย่างจนงง ไม่แน่ใจว่าอะไรกินได้กินไม่ได้ จนเข้าวันที่ 4 เต้านมเริ่มคัดตึงมากแต่นมออกทีละกะจิ๊ดอยู่เลย นั่งรีดนมทั่วเต้าได้น้ำนมเหลืองออกมากป้อนลูกได้บ้าง ท้อใจเหมือนกัน รู้สึกว่าฉันเป็นคนผิดยังไงไม่รู้ที่น้ำนมไม่ออก แต่ก็คิดเผื่อไว้ว่าถ้าไม่มีน้ำนมจริงๆ ใช้เป็นนมชงเอาก็ได้ แต่พอหลังรีดนมออกมา นมก็เริ่มไหลหยดเปียกโชกเสื้อเลย โอ้! ดีใจจัง หลังจากนั้นก็เหมือนว่าทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางแบบง่ายๆซะงั้น ลูกเริ่มดูดนมเป็นเวลาทุก 4 ช.ม. ดูดแรงงับลานหัวนมได้หมด ดูมีความสุขและแก้มยุ้ยขึ้นเรื่อยๆ อาการเหลืองก็เริ่มจางลง เริ่มฉี่และอึบ่อยขึ้น เฮ้อ! ค่อยโล่งใจหน่อย แต่ก็ต้องมารับมือเรื่องถ่ายของลูกต่อไป








Create Date : 15 ธันวาคม 2552
Last Update : 15 ธันวาคม 2552 21:18:45 น.
Counter : 240 Pageviews.

2 comment
คลอดแล้วจ้า
              หลังจากที่นั่งลุ้นนอนลุ้นมาหลายสัปดาห์ว่าหนูน้อยจะคลอดออกมาเมื่อไหร่ เพราะถ้าอายุครรภ์เข้าสู่ 37-40 สัปดาห์ จะมีโอกาสคลอดได้ตลอดเวลา ช่วงที่รอจะมีอาการเจ็บเตือนเป็นระยะๆ บางทีปวดท้องมากแต่พอไปอึก็หายปวดซะงั้น กลายเป็นระแวงไปเลยว่าใช่ยังหว่า ถึงเวลารึยัง จนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 39 ในใจคิดว่าน่าจะคลอดวันศุกร์ที่ 4 ธ.ค. (ตามทฤษฎี) แต่ก็ไม่มีอาการอะไรที่ชัดเจนมาก ยังไปกินพิซซ่า ชิวๆ กับแฟนและเพื่อนๆ มีแต่ท้องแข็ง แรงกว่าปกติจนเหงื่อซึม แต่มันก็ปวดห่างๆ เข้านอน 5 ทุ่ม รู้ว่าเกิดไม่ทันวันนี้แน่ๆ คิดเผื่อไว้ว่าถ้าสัปดาห์หน้ายังไม่คลอด จะให้อาจารย์นัดนอนร.พ.เพื่อเร่งคลอดเลย เดี๋ยวลูกเป็นเด็ก post-term จะเป็นปัญหา

             จนตอนตี1 วันนั้นตื่นขึ้นมาเพราะปวดท้องแข็งทุก10 นาที ลองเข้าห้องน้ำดูก็ไม่ได้อึ สังเกตอาการตัวเองอยู่ครึ่งชั่วโมงยังมีอาการปวดท้องสม่ำเสมอ นอนไม่ได้เลย ยังไม่แน่ใจว่าใช่แน่รึเปล่า แต่คิดว่าไปร.พ.ดีกว่า ถ้ายังไม่ใช่ค่อยกลับมาที่บ้านก็ได้ ปลุกแฟนขึ้นมาให้เตรียมตัว ส่วนฉันก็ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบกระเป๋าที่จัดเตรียมไว้ไปร.พ. ขับรถไปที่ศรีพัฒน์ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึง ถนนโล่งมากๆ(ตี 2) อากาศหนาวใช้ได้เลย อยู่เชียงใหม่ก็สะดวกแบบนี้แหละ ขึ้นไปห้องคลอด พยาบาลซักประวัติ และให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อตรวจภายใน เป็นครั้งแรกที่ถูกตรวจภายใน >_< ไม่ได้อายพยาบาล แต่เพิ่งรู้ว่ามันโคตรเจ็บแกนนนนนมาก ขาจิกเลย หัวลูกยังอยู่สูง ปากมดลูกยังหนาอยู่ แต่เปิดแล้ว 3 เซน ก็เลยให้นอนรอคลอดเลย โดนบวชชีและเหน็บยาถ่าย เข้าห้องน้ำปวดท้องถ่ายกับปวดท้องคลอดพร้อมกันรวมพลัง แต่มันเป็นเพียงยกแรกเท่านั้น

              งดข้าวงดน้ำ นอนรอชิวๆ เข้าสู่เช้าวันเสาร์ที่ 5 ธ.ค. ท้องแข็งมาเป็นระยะๆแต่ยังห่างอยู่และไม่สม่ำเสมอ ยังปวดพอทน แต่ก็นอนไม่ได้เพราะจะเคลิ้มๆก็ปวดอีกแล้ว ที่ห้องรอคลอดให้คนเฝ้าได้ 1 คน แฟนก็นอนหลับอุตุอยู่ข้างๆ ตื่นดูเราเป็นระยะๆ อาจารย์ให้ยาทำให้มดลูกบีบตัวสม่ำเสมอ ปวดท้องแรงขึ้นนอนบนเตียงแล้วยิ่งปวด ก็ขอมานั่งที่เก้าอี้นั่งเล่นเกมส์มือถือกับแฟน เพื่อดึงความสนใจตัวเอง พยาบาลแวะเวียนมาตรวจ “ดูคุณแม่ไม่ค่อยปวดท้องเลยนะคะ ยังท้องแข็งห่างอยู่ ขอปรับเพิ่มยานะคะ” ปวดท้องถี่ที่ต้องการคือทุก 3 นาที โอ้แม่เจ้า ขนาดปวดห่างฉันยังจะเริ่มๆทนไม่ไหวแล้วนะเนี่ย ประมาณ 9 โมง อาจารย์มาเจาะถุงน้ำคร่ำให้ ถูกตรวจภายในอีกแล้วยัง 3 เซนและปากมดลูกหนาเท่าเดิม นี่ ปวดมาตั้งแต่ตี 1 ยังเท่าเดิม =_= ทำใจแล้วว่าปวดถึงเย็นแน่เลยตู ตอนนี้ต้องนอนบนเตียงตลอดเพราะถุงน้ำคร่ำถูกเจาะแล้วจะหกเลอะเทอะถ้าเดินไปมา ยกต่อไปนี่เริ่มเข้าสู่ของจริงแล้ว มันมาเป็นระลอกๆๆๆๆ ปวดท้องแข็งปูดทุกกี่นาทีไม่รู้ แต่รู้ว่ามันมาอีกแล้ว พยายามอดทนหายใจเข้าออกลึกๆยาวๆผ่อนความปวด แต่เท้าบิดกันสุดๆ แม่แฟนกับน้องสาวแฟนมาให้กำลังใจ สุดท้ายตัดสินใจขอยาแก้ปวด เพราะตอนนั้นปากมดลูกเปิดแค่ 4 เซน แต่เริ่มบางมาก คิดว่าอีกนานกว่าจะคลอด เดี๋ยวฉันจะไม่ไหวไปเสียก่อน ได้ยาไปนี่มึนง่วงทันที หลับไปเลยแต่รู้สึกว่าแป๊บเดียวความปวดมันก็ชนะทำให้ฉันตื่นมารับรู้ ปวดมากจริงๆร้าวไปทั้งท้องทั้งหลังและไม่เว้นช่วงให้เราพักได้อีกเลย ตอนนั้นคิดว่าตัวเองต้องปวดอีกกี่ระลอกปวดอีกนานเท่าไหร่ เท่านั้นแหละ ร้องไห้โฮเลย ทนไม่ไหวแล้ว พยาบาลเข้ามาตรวจภายในและให้ฉันเบ่งลงก้นยาวๆ กลายเป็น 9 เซนและหัวลูกเคลื่อนลงต่ำ( 1ชม.ครึ่งห่างจาก 4 เซน) การพยายามฝืนใจอ้าขา(เพราะปวดแล้วจะหนีบขาซึ่งหนีบหัวลูก) และเบ่งลงก้นให้ยาวววว(หายใจเข้า 2-3 รอบเบ่งให้ต่อเนื่อง) ช่วยย่นระยะเวลาคลอดได้มาก

              จากนั้นฉันก็ถูกเข็นเข้าห้องคลอด อาจารย์ให้เบ่งยาวอีกครั้งมีเสียงเชียร์รอบข้างเลย “ดีมาก เก่งมาก แม่เบ่งถูกแล้ว” “เห็นหัวลูกแล้ว” ประโยคหลังนี่เสียงแฟน เสียงตื่นเต้นมาก จับแขนฉันแน่น ฉันเบ่งยาวมาก(คิดว่ายาวที่สุดในชีวิต) แต่ยังไม่พอให้เบ่งต่ออีก สูดหายใจนิดนึงเบ่งต่ออีก 2 รอบ รู้สึกว่าหัวลูกออกมาปุ๊ด ฉันหน้ามืดหูอื้อวิ้งๆเลย แล้วก็คลอดไหล่คลอดตัวออกมา เสียงเงียบมากๆลูกไม่ร้องเลย อาจเป็นเพราะว่าเพิ่งได้ยาแก้ปวดไปด้วย แต่ apgar (คะแนนเด็กแรกเกิด) อย่างอื่นปกติ อาจารย์ก็คลอดรก เย็บแผลให้ ตอนที่ถูกฉีดยาชาหรือตัดฝีเย็บฉันไม่ได้รู้สึกเจ็บเลย รู้อย่างเดียวว่าตอนนั้นต้องเบ่งสุดแรงเกิด ให้เค้าเกิดออกมาอย่างปลอดภัย เห็นหน้าลูกครั้งแรกหน้าเหมือนฉันเลย ขาวจั๊ว ลืมตาแป๊วเลย พยาบาลให้ลูกดูดนมหลังคลอด ลูกดูดนมจ๊วบๆเก่งมาก แข็งแรงสุดๆ แต่นมแม่ยังไม่ออกนะ จากนั้นทีมหมอเด็กก็เอาลูกไปตรวจสังเกตอาการประมาณ 4 ชม.แล้วถึงมาส่งให้คุณพ่อคุณแม่ 

              นี่ เด็กคนนี้นะหรือที่อยู่กับฉัน ค่อยๆเติบโตในตัวฉัน เค้าออกมาเป็นตัวเป็นตน เป็นอีกชีวิตหนึ่งจริงๆ ฉันเป็นแม่คนแล้วหรอ.. ยังอึ้งๆงงๆ ปนกับยินดีกับชีวิตใหม่ ฉันพร้อมที่จะดูแลเลี้ยงดู พร้อมที่จะเรียนรู้ชีวิตบทใหม่ที่เริ่มต้นอีกครั้ง










Create Date : 13 ธันวาคม 2552
Last Update : 15 ธันวาคม 2552 15:29:00 น.
Counter : 417 Pageviews.

7 comment

Sim Lim
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]