Group Blog
 
All blogs
 

:+:+: How To ไม่รวยก็สวยได้ Version แต่งชมพูหวานไปเดทหนุ่ม :+:+:

สวัสดีค่า มิตรรักแฟนๆห้องโต๊ะเครื่องแป้ง วันนี้มาอีกแล้วๆ มาทำฮาวทูอีกแล้ว ไม่เบื่อ ไม่อาย ไม่เข็ดกันซักที หลังจากที่วันก่อนทำตาดำปิ๊ดปี๋ไปเลย มีหลายคนบอกว่า ทำไมออกมา ดุ๊ ดุ

วันนี้เลยจะมาขอแก้มือ ว่าหน้าเราไม่ได้ดุ ไม่ได้โหดได้อย่างเดียวนะ ทำหวานๆก็ได้ แต่หวานๆอย่างเดียว มันก็ธรรมดาไปใช่มั้ย งั้นเรามาทำ ฮาวทูของถูกๆบ้านๆ ราคาไม่แพงด้วยดีกว่า เพราะฉะนั้น ฮาวทูวันนี้เลยขอตั้งชื่อว่า How to ไม่รวยก็สวยได้ Version แต่งชมพูหวานไปเดทหนุ่ม

อุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้วันนี้ก็จะเน้นของที่ราคาไม่สูง แอบมีรีวิวเล็กๆด้วย แต่ละชิ้นก็ราคาไม่เกิน 500 บาททั้งนั้น มีอะไรกันบ้าง มาดูกันค่ะ

1. So Bright Face Cream ของ UStar
2. รองพื้น Revlon ColorStay สี Golden Beige
3. แป้งฝุ่น In2It Aqua Cool สี 02 Beige Blush
4. Gino Mccray Superstar Shimmer สี Peach
5. 17 Eye Shadow Glitter สีขาว
6. Canmake Cover&Stretch Concealer UV สี 03
7. ดินสอเขียนคิ้ว สีน้ำตาล ซื้อมาจากตลาดนัด
8. Canmake Liquid Eyeliner สี 02
9. Maybelline Volum'Express Turbo Boost สี Black
10. Revlon Moisturestay Lipcolor สี Twig 34

ทั้งหมดมีแค่นี้ค่ะ หาซื้อได้ตามร้าน Boots Watson และ Cosmeda มีแค่ UStar ที่ซื้อได้ตามร้านขายเครื่องสำอางขายตรงทั่วไป



โชว์หน้าเน่าๆก่อนนะ ช่วงนี้โทรมค่ะ ใกล้เปิดเล่มวิทยานิพนธ์ นอนน้อยไปหน่อย แต่ยังมีเวลามาฮาวทูอ่ะ คิดดูแล้วกัน ว่าใจรักขนาดไหน



ก่อนอื่นก็ต้องแต้ม So Bright Face Cream ของ UStar 5 จุดทั่วหน้า



ไอ้ So Bright Face Cream เนี่ย มันเขียนข้างหลอดว่าเป็นครีมทาหน้า แต่เนื้อมันวาวๆ มีวิ้งๆ เราเลยเอามาทำเบสซะเลย เวลาเกลี่ยก็จะมีวิ้งๆ แบบนี้



เกลี่ยให้เนียนดี จากนั้นก็แต้มรองพื้น 5 จุดเช่นกัน แล้วเกลี่ยให้เนียน รองพื้นอันนี้ค่อนข้างหนา และแห้งเร็วนะคะ เวลาลงที อย่าลงเยอะ แล้วให้รีบๆเกลี่ยด้วย เดี๋ยวจะเป็นคราบ



ลบแพนด้า และ รอยสิวดำๆ แดงๆ ด้วย Canmake Cover&Stretch Concealer UV สี 03 เอามาจิ้มๆ ทาๆ ที่ใต้ตา และรอยสิว และกดๆ แตะๆให้เรียบ



จากนั้นก็ได้เวลาลงแป้งฝุ่น เอาแป้งฝุ่น In2it Aqua Cool สี 02 Beige Blush มาปัดให้ทั่วหน้า เราชอบแป้งอันนี้นะ เนื้อละเอียด และเบาดีมากๆ เวลาทาตอนแรก จะแอบเย็นหน้านิดนึง แล้วเนื้อแป้งยังมีวิ้งๆ ทำให้หน้าดูเป็นสว่าง แถมถูกด้วย ส่วนเรื่องคุมมันนั้น No Comment จ้า เพราะผิวเราไม่มัน



จากนั้นก็ลง 17 Eye Shadow Glitter สีขาว ให้ทั่วเปลือกตา กระทู้ที่แล้ว มีคนถามว่า ลงสีขาวไปทำไม ก็ลงไปเพื่อให้โหนกคิ้วดูเด่น นูน และเกลี่ยสีอายแชโดว์อื่นๆได้ง่ายขึ้นไงล่ะ

จากนั้นก็แตะผง Gino Mccray Superstar Shimmer สี Peach มาจิ้มๆ เกลี่ยๆให้ทั่วเบ้าตา สีนี้จะออกชมพูเหลือบทอง สวยหวานหรูหรามากๆ ขอบอก



เอาผง Gino Mccray Superstar Shimmer สี Peach ผสมกับน้ำเปล่า(ปรกติเราจะผสม Megic Eye Changer นะ แต่วันนี้มาแนวถูกๆ เลยไม่ต้อง น้ำเปล่านี่แหละ ใช้ได้เหมือนกัน) ให้ออกมาข้นๆ เป็นครีมๆ สีชมพูเหลือบทองแบบนี้



จากนั้นก็เอาไอ้ครีมๆสีชมพูนี่ มาป้ายๆ ปาดๆ ให้ทั่วรอยพับตา ให้สีเด่นชัดขึ้น



เอาครีมสีชมพูที่เหลือ มาจิ้มๆ วาดๆ ตรงใต้ตาด้วย ตั้งแต่กลางตาไปจนถึงหางตา แล้วเกลี่ยๆ เบลนๆ ให้เข้ากัน



กรีดอายไลเนอร์บางๆให้ทั่วแนวขนตาตั้งแต่หัวตาไปจนถึงหางตาด้วย Canmake Liquid Eyeliner สี 02 สีนี้จะไม่ดำสนิท แต่ออกเป็นดำมีประกาย Glitter ล่ะ ตวัดปลายเล็กน้อยพองาม อย่าวาดหางยาว หรือตวัดปลายมาก เดี๋ยวจะไม่หวาน



เขียนคิ้วด้วยดินสอเขียวคิ้ว และลง 17 Eye Shadow Glitter สีขาว เล็กน้อยบริเวณหัวตาล่าง ให้ตาดูโต หวานฉ่ำ



เพิ่มความหวานฉ่ำ และตาโตแบ๊วด้วย การดัดขนตาให้งอน (แอบผิดคอนเซปต์ของถูกด้วยการเอาที่ดัดลุงชูมาดัด ... ก็มันมีอันเดียวอ่ะ) และปัดขนตาด้วย Maybelline Volum'Express Turbo Boost สี Black ให้เด้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ (นี่สุดๆของเราแล้วล่ะ เพราะขนตาเราสั้นแอนด์น้อยมากๆ)




เป็นอันเสร็จจากตา จากนั้นก็มาปัดแก้ม ใช้ Gino Mccray Superstar Shimmer สี Peach นี่แหละ บอกแล้ว ว่าสีนี้ ออกชมพูเหลือบทอง ปัดดีๆนี่ ออกมายังกะ Nars Deepthroat เลยนะ ขอบอก

จิ้มๆ และปัดแก้ม ปัดเป็นรูปเครื่องหมายถูก จากโหนกแก้มไปจรดไรผม



ทาปากด้วย Revlon Moisturestay Lipcolor สี Twig 34 แล้วเพิ่มความวาววับบนริมฝีปาก ด้วยวาสลีนบ้านๆ นี่แหละ



เป็นอันเสร็จขั้นตอนกระบวนการแต่งหน้า ออกมาหวานขึ้นบ้างมั้ย



ยังหวานไม่พอ อยากให้หวานขึ้นกว่านี้ เลยไปคว้าวิกผมยาวที่ซื้อมาตั้งแต่ปีมะโว้มาใช้ ... ไม่เคยใส่ไปไหนเลยอ่ะ เพราะแค่ใส่เล่นๆแต่งหน้าอยู่บ้านก็พันกันซะยุ่งแล้ว ใครรู้แหล่งวิกผมราคาถูก + ดีๆ แอบซิบมาบอกกันบ้างนะ อยากได้



แอบหวานขึ้นอีก ด้วยการเซ็ตผม เอาผมด้านหน้าปาดๆให้เก๋ๆหวานๆแบบนี้



ขาดไม่ได้ด้วยท่าโพสต์แอ๊บแบ๊ว ... หน้าไม่ให้ แต่ทำไงได้ ก็ใจมันรัก



หมดแล้วจ้า เป็นไงบ้าง หวานขึ้นบ้างหรือเปล่า ใครมีข้อคิดเห็นอะไร อยากเสนออยากติชม หรือมีข้อสงสัยอะไรก็เชิญค่า ขอบคุณสำรับทุกความคิดเห็น และยินดีน้อมรับเหมือนเคย ส่วนใครอยากให้ลองมาแต่งหน้าทำ How To แบบไหนก็ลองขอมาได้นะคะ จะพยายามทำให้สุดฝีมือเลย วันนี้ขอตัวก่อนนะคะ โอกาสหน้าเจอกันใหม่จ้า




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2550    
Last Update : 14 สิงหาคม 2550 1:22:02 น.
Counter : 1950 Pageviews.  

:+:+: How to Smokey ตาดำปิ๊ดปี๋ :+:+:

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆพี่ๆ น้องๆทุกคน วันนี้อารมณ์ดี นั่งจัดข้าวจัดของที่ชั้นเครื่องสำอาง เจอนู่นเจอนี่ที่ซื้อมาแล้วหมกๆอยู่ในชั้นเยอะแยะไปหมด รวมทั้ง เจอไอ้เจ้าคอนแทคเลนส์สี Honey ของ Freshlook ด้วยคู่นึง ปรากฏว่า ไอ้คู่นี้มันค่าสายตา 2.5 ทั้งๆที่ตอนนี้สายตาเราก็ขึ้นไปเป็น 3.0 แล้ว เลยต้องเอามาใส่ซะก่อน ก่อนที่จะสั้นไปกว่านี้แล้วใส่ไม่ได้

พอลองใส่ดู โอ๊ะ โอ ตาสีน้ำตาลสวยสด น่าจะแต่งหน้าแบบสนุกๆให้เข้ากับสีตาวันนี้ซะหน่อย ตอนแรกก็ว่าจะแต่งโทนน้ำตาล แต่ก็ดันระลึกได้ว่าเคยบอกป้าดร้าว่าจะแต่งตาแนว Avril Lavigne คือ Smokey แบบตาดำปิ๊ดปี๋ เลยได้โอกาสดี วันนี้แหละ

งั้นอย่ารอช้า ไปดูกันเลยดีกว่า ว่าเค้าแต่งกันยังไง ฟิ้ววววว ...

แต่งตาแบบนี้ ขอบอกเลยว่าง่ายมากๆ อุปกรณ์ก็ไม่เยอะ มีอะไรบ้าง ไปดูกัน




1. ดินสอเขียนคิ้ว สีน้ำตาล ซื้อมาจากตลาดนัด หุหุ
2. Canmake Coloring Eyebrow สี 03
3. Canmake Cover&Stretch Concealer UV สี 03
4. Kiss Mat Chiffon UV Whitening Base สี 02
5. ลิป Nars สี Honolulu Honey
6. Mac Select Loose สี NC25
7. Nars Duo Eyeshadow สี Pandora
8. Maybelline Volum'Express Turbo Boost สี Black
9. ทีดัดขนตา Shu Uemura
10. Laura Mercier Caviar Eye Liner

เริ่มต้นด้วยการอวดหน้าเปล่าๆ หลังทาครีม และใส่คอนแทคเลนส์สีแล้ว



กดเบสออกมา 2 ปั้ม แต้ม 5 จุดทั่วหน้า หน้าผาก จมูก คาง แก้ม 2 ข้าง จากนั้นเกลี่ยให้เข้ากัน เราถนัดใช้นิ้วเกลี่ยมากที่สุด แต่ถ้าใครถนัดใช้แปรง หรือฟองน้ำ ก็ตามแต่ เทคนิคใครเทคนิคมัน

พอเกลี่ยเบสทั่วหน้าแล้ว ก็แต้มคอนซีลเลอร์ ตรงจุดที่ต้องการปกปิด ของเราก็จะมีรอยสิวที่คาง กับใต้ตาแพนด้า ก็แต้มๆ แล้วก็แตะๆ เกลี่ยๆ ให้เนียน



ลงแป้งฝุ่นให้ทั่วหน้า โดยการใช้แปรงแตะแป้งฝุ่น แล้วจิ้มๆ ปัดๆอย่างเบามือ ดีกว่าใช้พัฟตบๆเอานะ เพราะหน้าจะได้ออกมาเนียนกริ๊บไม่มีแป้งส่วนเกินให้หนา ให้หนักหน้าด้วย



แล้วก็ได้เวลา มาเริ่มทาตาดำปิ๊ดปี๋ของเรากันเถอะ เริ่มด้วยการใช้ Eyeshadow สีขาวลงให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นก็จิ้มสีดำ แล้วทาให้เข้มๆ ทั่วๆเบ้าตาแบบนี้



รูปด้านบน ทางด้านขวา จะเห็นรอยแป้งฝุ่นเป็นคราบอยู่ใต้ตา อันนี้คือตั้งใจค่ะ เป็นวิธีป้องกันไม่ให้สีสรรที่ทาเปลือกตามันตกหล่นมาอยู่ใต้ตา พอแต่งเสร็จก็ปัดออกไปได้เลย ไม่เลอะเทอะ

พอทาตาสีดำที่เบ้าตาแล้ว ก็เกลี่ย ใครถนัดใช้แปรงก็ใช้ แต่เราชอบใช้นิ้วค่ะ ได้อารมณ์ดี ออกแนว Hard Core หุหุ ใช้นิ้วเกลี่ยขึ้นไปด้านบน ให้ฟุ้งๆ เกือบๆถึงคิ้วเลยนั่นแหละ ถ้าหากว่าเกลี่ยเสร็จแล้ว ยังไม่เข้มสะใจ ก็เอาสีดำมาทา แล้วเกลี่ยอีกที จนกว่าจะได้สีเข้มสะใจ



พอเข้มได้ที่ ก็มาจัดการด้านล่างต่อ ด้วยการใช้แปรง จิ้มสีดำ แล้วเอามาปาดตาล่าง ตั้งแต่หัวตาถึงหางตาเลย จากนั้นก็ใช้นิ้ว หรือแปรงก็ได้ เกลี่ยให้ฟุ้งๆนิดนึง ใครชอบฟุ้งมากฟุ้งน้อยก็ตามสะดวก ของเรา ชอบประมาณเท่านี้ค่ะ กำลังพอดี



ยังเข้มไม่สะใจใช่มั้ย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาย้ำความดำปิ๊ดปี๋อีกที ด้วย การเอาน้ำหยดใส่ Caviar แล้วใช้แปรงจิ้มๆมาป้ายให้เข้มๆ ตรงรอยพับตา และอย่าลืมทำ Inner Liner ทั้งตาบนและตาล่างด้วยนะจ๊ะ

ปล. วันนี้ผสมน้ำได้ ไม่ต้องกลัวแพนด้า เพราะยังไง Smokey มันก็แพนด้าอยู่แล้ว



จากนั้นก็เขียนคิ้ว เราใช้ดินสอสีน้ำตาลเขียนเฉพาะปลายคิ้ว ส่วนบริเวณหัวคิ้ว ก็ใช้ Canmake Coloring Eyebrow สี 03 ปาดๆ ป้ายๆ ให้สีมันอ่อนลง และได้รูป แบบนี้



ดัดขนตา และปัดให้เด้งที่สุด โอวพระเจ้า ขอบอกว่า ไอ้ Maybelline Volum'Express Turbo Boost เนี่ย มันเด้งจริงๆนะ (แต่ถ้าจะให้เด้งทั้งวัน ไม่มีตก ไม่มีแพนด้า เราจะปัด Fasio ทับล่ะ)

เด้งขนาดไหน เหลือกตาให้ดูกันชัดๆ เด้งสะใจคนขนตาสั้นและบางอย่างเรามากๆ



เป็นอันเสร็จกระบวนการทาตาดำปิ๊ดปี๋ และวันนี้เราจะไม่ทาแก้มค่ะ เพราะแอบสังเกตหน้าเซเลบทั้งหลาย ถ้าเค้าทำตาดำปิ๊ดปี๋แบบนี้ทีไร แก้มกับปากจะซีดสุดๆทุกที ไม่เชื่อลองดูหน้า Avril Lavigne หรือแฝด MK สิ

ข้ามแก้มไป มาที่ปากเลย สำรับปาก เราก็ใช้ ลิป Nars สี Honolulu Honey ทาให้ทั่ว ได้สีนู๊ดสะใจมาก ดูป่วยจริงๆ



เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการแต่งหน้าเพียงเท่านี้ โอวพระเจ้าจอร์ช มันช่างง่ายจริงๆเลยนะ .... หน้าเต็มๆ ก็จะออกมาเป็นแบบนี้ สีตาจะดำปิ๊ดปี๊ ส่วนคิ้วก็จะเข้ากับสีคอนแทคเลนส์



ปล่อยผมลงมา เพื่อความเซอร์ เซ็ตให้ยุ่งๆปิดหน้า ปิดตาซักหน่อย



ทำหน้าโหด ..... อารมณ์ประมาณว่า มองหน้าหาเรื่องเหรอจ๊ะ



หรือจะแกล้งแอ๊บแบ๊ว ทำตาโตๆ ปากเหมือนเป็ด พร้อมชู 2 นิ้ว สู้ตาย!!! ... เห็นเค้าฮิตแอ๊บกันเลยเอามั่ง ไม่ได้เข้ากับหน้าตาและอายุเล๊ย



หมดแล้วค่ะ เชิญแนะนำ ติชมได้ตามสบายเลยค่ะ ยินดีน้อมรับทุกความคิดเห็น จะได้เอาไปพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น และสำหรับใครที่มีคำถาม อยากรู้ หรือมีข้อสงสัยอะไร ก็ทิ้งคำถามไว้ได้ ถ้าตอบได้จะตอบให้ค่ะ



แล้วหวังว่าโอกาสหน้าจะได้มีเวลามาทำฮาวทู ง่ายๆ แบบนี้ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆได้ชมกันอีกนะคะ

^^




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2550    
Last Update : 14 สิงหาคม 2550 1:22:31 น.
Counter : 1182 Pageviews.  

:+:+: ห่างหายไปนาน กลับมาคราวนี้ขอ How To Black - Bronze Smokey สักทีดีกว่า :+:+:

ห่างหายไปนาน กับห้องสวยๆงามๆ ไม่ได้แวะเข้ามาพักใหญ่ พอเข้ามาอีกที เป็นเอกเทศแยกออกมาจากสวนลุมซะแล้ว ตอนแรกๆก็แอบ งง งง กับผลิตภัณฑ์ทั้งหลายทั้งปวง ทั้งแป้ง เบส ครีม บลาๆ อะไรต่อมิอะไรใหม่ๆเต็มไปหมด อัพเดทแทบไม่ทัน นี่ถ้าบ้าจี้ซื้อตามหมด มีหวังกระเป๋าเบาโหวงแน่ๆ

วันนี้ก็คันไม้คันมือ บวกกับพี่สาวให้ของเล่นมาใหม่เป็น Pigment สี Subtle ของ MAC มากระปุกนึง ไอ้เราก็เห็นว่าสีมันสวยดี ออก Bronze เข้มๆหน่อย ได้โอกาสเลยเอามาลองแต่ง แล้วก็ทำรีวิวให้สาวๆได้ดูกันนะจ๊ะ

ตามไปเลย ... ฟิ้ว~~

เนื่องจากขี้เกียจมากมาย เลบขอข้ามขั้นตอนการลงเบส + รองพื้นและแป้งฝุ่นไปเลยนะจ๊ะ เอาหน้าที่ทาแป้งเสร็จแล้วพร้อมแต่งมาเลยดีกว่า

อีกอย่าง วันนี้แอบขี้เกียจมาก ไม่ได้ลงอะไรเลย ทาครีม แล้วก็เอาแป้งผสมรองพื้นโบ๊ะๆเข้าไป ด้วยความรวดเร็ว ออกมาหน้าขาววอกแบบนี้ แหะๆ



วันนี้แอบมีเทคนิคที่เพื่อนกระเทยสอนมา ว่า ถ้ากลัวว่าเวลาลงอายแชโดว์แบบฝุ่น แล้วฝุ่นมันฟุ้งๆ เลอะเทอะไปทั่ว ยิ่งโดยเฉพาะวันนี้ ใช้สีเข้มๆลงทั้งนั้น เลอะเทอะทีก็แก้ยาก ก็ให้ป้องกันด้วยการเอาแป้งฝุ่น มาโบ๊ะหนาๆไว้ตรงใต้ตา กันฟุ่นสีฟุ้งเลอะเทอะ



อุปกรณ์สีที่ใช้ทาตาวันนี้ก็มีดังนี้ค่ะ

- Nars Duo Eyeshadow สี Pandora เป็นคู่สีดำ - ขาว
- Pigment MAC สี Subtle สีออกบรอนซ์เข้มๆ
- BB Gel Liner สี Chocolate Shimmer



ก่อนอื่นเลยก็ใช้สีขาว ละเลงให้ทั่วๆเปลือกตา



อ้อลืมอุปกรณ์สำคัญอีกอย่าง คือ Magic Eye Changer ของ Missha อีกอย่างนึง เอาไว้ผสม Pigment หรือถ้าใครไม่มี ใช้น้ำเปล่าแทนก็ได้นะจ๊ะ

ก็เอา เจ้า Magic eye เนี่ย หยดลงไปในถาดผสมหยดนึง แล้วเอาแปรงจุ่ม Pigment เอามาละเลงๆคนๆ ให้เข้มข้นเข้ากันดี



ต่อค่ะ ต่อๆๆ พอผสมได้เข้มข้นเข้ากันแล้ว ก็เอามาปาดๆ ทาๆให้ทั่วเบ้าตา เบ้าตานะคะ ไม่ใช่รอยพับตา คือมันจะสูงกว่ารอยพับขึ้นไปอีกอ่ะ แล้วก็เกลี่ยๆสีให้มันเนียนๆ แบบนี้



ในรูปสีไม่ค่อยชัดเนอะ สงสัยเพราะแสง + กล้อง มันแอบหลอกนิดนึง แต่ของจริงชัดกว่านี้อ่ะ

จากนั้น ก็เอาแปรงจิ้มสีดำ จาก Pandora มาทาตรงรอยพับตา จากกลางรอบพับไปจนถึงหางตา แบบนี้



จากนั้นก็ใช้แปรงเกลี่ยๆ สีดำไปทางหางตา เฉียงขึ้นไปทางด้านบน ให้เป็นแนวสามเหลี่ยมเฉียงๆแบบนี้ค่ะ



กรีดอายไลเนอร์บางๆ ตามแนวขนตา
อายไลเนอร์สีนี้มันจะไม่เข้มไปค่ะ สีจะกลืนกับ Eyeshadow ได้พอดี
แต่สำรับบางคนชอบให้ตาดูเข้มๆหน่อย ก็ใช้สีน้ำตาลเข้ม หรือดำก็ได้

เสร็จจากตาบนแล้ว ทีนี้ก็เตรียมทาตาล่างกันอีกนิดนึง ก่อนทาตาล่าง ก็ใช้แปรงปัดเอาแป้งที่กันเลอะออกให้หมดก่อนนะจ๊ะ



ต่อค่ะต่อๆๆๆ ตาล่างก็ง่ายๆค่ะ ใช้ สีขาวทาบริเวณหัวตา แล้วก็ใช้ Pigment ที่ผสมเหลือๆมาทาหางตาล่าง กรีดอายไลเนอร์บางๆหางตาเช่นกัน ออกมาเป็นแบบนี้



จากนั้นก็ เขียน Inner liner ปัดขนตาบน - ล่าง ขนตาสั้นมาก อายจัง ว่าจะลองเอาขนตาปลอมมาติดแบบที่ป้าดร้าเคยรีวิวไว้เหมือนกัน

จากนั้นก็เขียนคิ้วให้เข้ารูป



เสร็จจากตา ก็ปัดแก้ม วันนี้จะพยายามให้ออกมาสีขรึมๆค่ะ เลยเลือกบรัชกับลิปสีนู๊ดๆ

วันนี้เราใช้บรัช Nars Silvana กับ Guerlain KissKiss Gloss สี 841 ค่ะ



ปัดแก้มให้เป็นแนวเฉียงขึ้น จากโหนกแก้มขึ้นไปถึงแนวไรผม เป็นเครื่องหมายถูก ประมาณนี้



จากนั้นก็ทากลอสให้ทั่วๆปาก ...



จากนั้นก็ทาไฮไลท์เราใช้ Guerlain Meteorites สี Mythic ค่ะ เลยปัดได้ทั่วหน้าเลย .. อืม ว่าแต่ว่าตอนนี้ ของปลอมมันยังระบาดหนักอยู่หรือเปล่าเนี่ย



เอาผมที่คาดไว้ลงมาปิดหน้าปิดตานิดนึง จัดผมเผ้าให้เรียบร้อย

ปล. รูปทำไมมันออกมาสีเหลืองงี้เนี่ย สงสัยเพราะผมแน่ๆเลย



หันซ้ายที



หันขวาอีกสักที



หันหน้าตรงอีกที เป็นอันเสร็จเรียบร้อย สีจริงๆออกมาแจ่ม ชัด เข้มกว่านี้มากๆนะคะ แต่ด้วยแสง + สีกล้อง ทำให้ออกมาเห็นสีไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เลย



สุดท้ายขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม มีข้อเสนอแนะ ตำหนิ ติชม อะไรเชิญได้เลยค่ะ

^^




 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2550 14:14:52 น.
Counter : 323 Pageviews.  

:+:+: อยู่ว่างๆ นั่งๆ เหงาๆ มาเปิดกรุ ริวิวน้ำหอม กันดีกว่า :+:+:

วันนี้อยู่บ้าน เบื่อออออออ อีกแล้ว จะหยิบงาน หยิบการบ้านมาทำ ก็ไม่มีสมาธิเอาซะเลย ทำไปได้ครึ่งเดียว ก็ขี้เกียจทำซะแล้ว สุดท้ายก็เอาแต่เปิดกระทู้นู๊น กระทู้นี้อ่าน ไปเรื่อยๆ จนไม่รู้จะอ่านทู้ไหนดีแล้ว(แต่ทำไมไม่เห็นตอบเลยสักกระทู้ยะ ... ยายบ้า) เห็นคนอื่นเค้ารีวิวอะไรๆ กันเยอะๆแยะ เราก็นั่งมองหันไปหันมา หาของรีวิวบ้างดีกว่า

หันซ้าย หันขวา ก็ดันไปสะดุดตาอยู่กับเจ้าชั้นวางน้ำหอมของเราเนี่ย ในใจก็นึกไป ว่า อืม เราก็มีเยอะเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้น อย่าให้เสียเวลา ไปหยิบกล้องมา ถ่ายๆไว้ แล้วเอามารีวิวให้เพื่นอ่านกันแก้เบื่อดีกว่าเนอะ

ปล. เราก็เพิ่งรีวิวน้ำหอมครั้งแรก บางอัน เราว่าหอมหวาน เพื่อนๆ อาจจะเห็นว่าไม่หวานก็ได้ เพราะเทสต์กลิ่นน้ำหอมของแต่ละคน อาจจะไม่เหมือนกันนะคะ ผิดพลาดอะไร ประการใด ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่า



โพสต์ไป พิมพ์ไป ล้วนๆ เลย ไม่ได้พิมพ์ใน words แล้วก๊อปปี้มาแปะ อาจจะช้าหน่อยเด้อค่ะ

ขวดแรก อยู่แถวหน้า ขวดงดงาม สะดุดตา เป็นอันมาก Curious ของ เจ๊ Britney เลย ขวดนี้ บอกตามตรงว่า ซื้อเพราะขวดล้วนๆ เลย กลิ่นไม่ค่อยประทับใจมากเท่าไหร่ ออกแนว หวานๆ เวียนๆ เอียนๆ บอกไม่ถูก คล้ายๆยา ยังไงไม่รู้ แต่ชอบขวดตรงที่ฉีดฟื่ดๆ เป็นพิเศษ สุดท้าย เลยต้องสอยมาประดับชั้นกับเค้าจนได้

กลิ่นนี้ ตอนฉีดใหม่ๆ จะแรงนิดนึง แต่แป๊บเดียวเอง กลิ่นจางหมดแล้ว ขนาดเป็น edp นะเนี่ย



ทีละขวด ช้าอ่ะ เอาทีละ 2-3 ขวดดีกว่าเนอะ

เราเป็นคนที่ชอบน้ำหอมกลิ่นหวานๆ หรืออกแนวผู้หญิงๆ เป็นชีวิตจิตใจ เพราะฉะนั้น น้ำผอมของเราส่วนใหญ่ จะออกแนวหญิงๆ หมดเลยนะจ๊ะ

สำรับ 3 ขวดนี้ ก็ออกแนวหญิงๆ เหมือนกัน

ขวดแรก Dior Chris 1947 ขวดนี้ ทำออกมาเป็น limited Edition หมดแล้วหมดเลย เราก็เลยได้ฤกษ์ไปสอยมาประดับบารมีกับเค้าสักขวด กลิ่นนี้จะออกแนวหวานปนเปรี้ยวๆ เหมือนขนมกลายๆ กลิ่นติดทนใช้ได้ ฉีดเช้าจะฉุนๆหน่อย แต่อยู่ทนได้ถึงเย็น

ขวดต่อมา เป็น Ck Eternity limited เช่นกัน รุ่น Purple Orchid กลิ่นนี้ ออกแนวหวานอีกแล้ว หวานเอียนๆเล็กๆ แต่ก็ดูมีสเน่ห์ลึกลับนิดนึง ให้อารมณ์ดอกกล้วยไม้ม่วงแบบชื่อรุ่นเค้าเลยล่ะ กส่วนเรื่องติดทนนั้น สู้รุ่นปรกติของเค้าไม่ได้ แต่ก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง ไม่จางไปกับสายลมเหมือน Curious แน่นอน

ขวดที่สาม Lancome Connection ขวดนี้ ตอนแรกเริ่มจากได้ตัวทดลองแจกมา พอลองดมๆ ฉีดๆ ดูก็ชอบใจ เพราะกลิ่นมันออกแนวหวานล้วนๆเลย ไม่มีเปรี้ยวผสม แต่ไม่หวานจนเอียน จนเลี่ยน เป็นหวานเบาๆ สบายๆ ให้ความรู้สึกละมุนๆ ไม่ฉุนกึ๊ก แต่ก็ไม่เบาจนเกินไปนัก



สามขวดต่อมา เป็นสามขวดที่ชื่นชอบอย่างแรง ตอนนี้ หยิบมาฉีดบ่อยมากๆๆๆ สูสีเป็นที่หนึ่งกันเลยล่ะ

ขวดแรก Fantasy จาก เจ๊ Britney อีกเช่นกัน ดูจากทรงขวด ก็ให้จินตนาการเหมือนพวกนำวิเศษในเทพนิยาย ชื่อน้ำหอม ก็เหมือนอยู่ในเทพนิยายอีก พอดมกลิ่น โอย รู้สึกตัวเองเหมือนเจ้าหญิง อยู่ในโลกขนมหวาน หวานประมาณขนมสายไหม ฟูๆ เป็นปุยๆ นั่นเลย หวานมากๆ หวานเกินจะบรรยาย สรุปว่า หวานมากๆ แล้วกัน ที่สำคัญ คราวนี้ เจ๊บริท ปรับปรุงเรื่องความคงทนของน้ำหอมแล้ว สำรับ Fantasy ฉีดเช้า ยาวถึงเย็นเลย แต่ช่วงเช้า อาจจะฉุนไปหน่อยนะจ๊ะ ใครมือหนักก็ระวังให้ดี

ขวดต่อมา เป็น Dior Addict 2 ขวดนี้ กลิ่นที่ได้ จะออกมากึ่งๆเปรี้ยว แต่ก็ไม่เปรี้ยวไป อาจจะมีหวานๆปนๆมานิดหน่อย แต่ไม่ใช่เปรี้ยวแบบผลไม้นะ ไม่ฉุดฉาดมากเกินไป ฉีดไปสักพัก กลิ่นจะละมุนๆ ติดปลายจมูก ดมแล้วอยากดมอีก แถมยังติดทนใช้ได้เลยด้วยล่ะ

ขวดที่สาม Incento Charms ส่งเข้าประกวดโดย Ferragamo ขวดนี้ก็กลิ่นหอมหวานกำลังดี ไม่หวานเลี่ยน ไม่ฉุนเอียน ออกแนวหวานเย็นๆเล็กน้อย อันนี้ก็เป็นแนวละมุนละไม ผู้ดี๊ ผู้ดี ฉีดแล้ว จะรู้สึกมีสเน่ห์แบบชื่อรุ่นเลยล่ะ ส่วนกลิ่นติดทนปานกลาง ไม่ฉูดฉาดจ้า



โอย รีวิวไปๆมาๆ ชักปวดหัวแฮะ เพราะต้องดมไป รีวิวไป ใครก็ได้ หาเมล็ดกาแฟให้เราดมบ้างก็ดีนะ แหะๆ

คราวนี้ มาเป็น Armani Set บ้างค่ะ เราชอบ น้ำหอม Armani set ที่เป็นขวดแบบนี้มากเลยนะ เราว่ามันพกง่ายดี เวลาไปไหนๆ ก็จะหยิบไอ้เจ้า 1 ใน 3 ขวดนี้แหละ ไปด้วย เพราะไม่ต้องระวังว่าจะหก จะตก จะแตก แต่ไม่ชอบตรงที่ มันทึบ มองไม่เห็นปริมาณน้ำหอมที่อยู่ในขวดน่ะสิ

ขวดแรก เป็นน้ำหอมกลิ่นที่เกือบเข้มๆ แมนๆ สุดที่เรามีแล้วล่ะมั้ง Armani Black จริงๆ ตามขวดมันเขียนว่าของผู้ชายนะ แต่เราว่า มันเป็นน้ำหอมกลิ่นที่น่าจะใชได้ 2 เพศมากกว่า คือเป็น Duo Sex นั่นเอง คือมันเข้มๆ ปนหวานนิดๆ ก็ไม่หวานมากเหมือนน้ำหอมผู้หญิง แต่ก็ไม่เข้มขนาดน้ำหอมผู้ชายเข้มๆขนาดนั้น สรุปเราว่า กลิ่นมันกึ่งๆ กลางๆ ใช้ได้ 2 เพศแล้วกัน

ขวดกลาง Armani night Her ขวดสีแดงแรงฤทธิ์ กลิ่นนี้ ฉีดออกมาตอนแรก จะยี้ๆนิดนึง แต่ทิ้งไว้สักพัก กลิ่นมันจะละมุนขึ้น กลิ่นจะออกหวานเบาๆ อารมณ์คล้ายๆ กลิ่นเครื่องเทศ ประมาณนั้น ฉีดทิ้งไว้สักพัก กลิ่นมันเริ่มหายฟุ้งนะ โหยหอมมากๆ

ขวดขวาสุด เป็น รุ่น Gold (มั้ง) ถ้าจำไม่ผิด น่าจะใช่ สำรับผู้หญิงอีกแล้วววว กลิ่นเบาๆ สบายๆ ละมุนๆ แต่ดมๆ ไปสักพัก จะแอบเอียนเล็กๆ เพราะกลิ่นออกแนวเครื่องเทศอีกแล้ว อันนี้จะต่างกับ Night ข้างบน เหมือนเป็นเครื่องเทศคนละชนิด แล้ว Night ข้างบน กลิ่นจะจางเร็ว แต่ Gold เนี่ย กลิ่นจะติดทนกว่าด้วยล่ะ



ต่อมา 2 กลิ่นนี้ เป็นกลิ่นสุดรักของสาวๆหลายๆคนในห้องนี้ แล้วเราก็หนึ่งในนั้นด้วยค่ะ

ขวดซ้าย เป็น Secret Wish ของ เจ๊ Anna Sui ค่ะ ขวดนี้ กลิ่นหวานปนเปรี้ยว เบาๆ สบายๆ เหมาะสำรับฉีดวันสบายๆของสาวๆค่ะ สำรับขวดนี้ เรื่องกลิ่น ไม่คิดใจมากเท่าไหร่ แต่ชอบตรงขวดเป็นพิเศษ เลยสอยมา ชอบตรงฝา ที่เป็นนางฟ้ามากๆ น่ารักเนอะ

ขวดขวา เป็น Anna Sui Dolly Girl ค่ะ กลิ่นจะแรงขึ้นมากว่า Secret Wish อีก Step นึงนะคะ กลิ่นจะคนละแนว แต่ก็เป็นกลิ่นหวานปนเปรี้ยวเหมือนกัน แต่ตัวข้างบน จะเบาสบายกว่าเยอะๆ ตัวนี้จะหวานมากกว่า กลิ่นนี้จะให้อารมณ์คล้ายๆ Addict2 นะ ให้อารมณ์เฉยๆนะคะ แต่ไม่ใช่ว่ากลิ่นเหมือนกันนะ เราว่ากลิ่นนี้เหมาะกับการไปเดท ยังไงก็ไม่รู้สิ แต่ไม่ชอบขวดเลยอ่ะ แอบน่ากลัว

ข้อเสียมากๆ ของน้ำหอมเจ๊ Sui ก็คือ กลิ่นติดไม่ทนจ้า



2 ขวดต่อมา เพิ่งสอยมาจากงาน Elca Sale ที่ผ่านมานี้เอง เห็นน้ำหอมลดราคาเป็นไม่ได้ ยายลูกแม่บ๊วย เป็นต้องสอยมาประดับกายซะอย่างนั้น ส่วน 2 ขวดนี้ จำราคาได้นะ

ขวดแรก Truestar จาก Tommy Hilfiger ค่ะ ขวดนี้ 2000 บาท จากงาน Elca Sale หวานอ่อนๆ ปนเข้มนิดๆ กลิ่นจะออกแนวสบายๆ สะอาดๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความหวาน แต่ก็เป็นหวานที่สดใสค่ะ

ขวดที่สอง จากงาน Elca Sale เช่นกัน Happy To Be จาก Clinique ขวดนี้สอยมาราคา 1200 บาทถ้วน(ถูกใช่มั้ยล่า 100 ml เลยน้า) ก็เหมือนๆกับ น้ำหอมรุ่นนี้กลิ่นอื่นๆค่ะ สมชื่อเลย ว่า Happy คือกลิ่นมันสดชื่น สดใส หวานปนเปรี้ยว ให้ความรู้สึกร่าเริง สบายๆ ถ้าดมกลิ่นแล้วหลับตา จินตนาการจะเห็นภาพผู้หญิงกระโดดโลดเต้นกันอยู่ สมชื่อมากๆ Happy จริงๆ



มาต่อกันเลยอีก 3 ขวดค่ะ สามขวดนี้ ต้องวางนอนเพื่อถ่ายรูป เพราะตั้งบนเตียงไม่ได้ ดีไซน์ขวดออกมาฐานแคบ ตั้งลำบากชะมัด

ขวดแรก Dunhill Desire ค่ะ เราว่ากลิ่นนี้ คล้ายๆกับ Connection นะค แต่ลงตัวกว่า ละมุนกว่า สบาย และเบากว่า ฉีดกลิ่นนี้แล้ว จะสบายจมูก ไปทั้งวัน เพราะมันไม่แรง ไม่ฉุน แต่ก็หอมละมุน หวานๆ สบายๆ ได้ทั้งวัน

ต่อมา Very Irresistible จาก Givanchy ขวดนี้ซื้อมาเพราะว่ามันเป็น Limited Edition อีกแล้วค่ะ ปรกติ ขวดมันจะสีขาว(มั้ง) แต่ที่เราเอามา Limited มันสีชมพู แพคในกล่องพลาสติกใส สีชมพู พร้อมกลีบกุหลาบโรยๆอยู่ สีชมพูอีก โอ๊ย สวยมาก ไม่ดงไม่ดมมันแล้ว กลิ่น เอามาเพราะขวดและแพคเกจนี่แหละ ส่วนเรื่องกลิ่น กลิ่นไม่โดดเด่นเท่าไหร่ ฉีดไม่ค่อยบ่อย 5555 หอมๆ หวานๆ เย็นๆ เรื่อยๆ ออกเย็นมากกว่าหวาน ดมๆ ไป คล้ายแป้งตรางูในบางอารมณ์แฮะ ก็มันเย็นอ่ะ

ขวดที่สาม Escada Magnatic Beat ขวดนี้ เราซื้อเป็น Tester มาจากร้านประจำค่ะ สีขวดเลยไม่เหมือนที่วางขายในท้องตลาดนะ แต่กลิ่นเหมือนกันแน่นอนค่ะ กลิ่นนี้ ให้อารมณ์เหมือน Dior Chris 1947 แต่หวานกว่า หญิงกว่า และเอียนกว่าค่ะ ส่วนเรื่องติดทนก็คล้ายๆกันเลย คือทนมาก เช้าถึงเย็นจ้า



สามขวดคลาสสิค ประจำใจสาวๆหลายๆคนมาแล้วจ้า เราว่า เป็น 3 ขวดที่กลิ่นคลาสสิคมากๆ เลยนะ สาวทุกคนที่ชื่นชอบน้ำหอม จะต้องมี 3 ขวดนี้ไว้ในครอบครองแหงๆ

ขวดแรก Allure จาก Channel หวาน หรู ผู้ดี คงเป็นคำนิยามน้ำหอมกลิ่นนี้ได้ไม่ผิดนัก กลิ่นหวาน หอม ผู้ดี เหมือนสาวไฮโซไม่มีผิด เราว่ากลิ่นนี้เหมาะกับการไปดินเนอร์สุดหรู เอามากๆ เลยล่ะ

ต่อมาเป็น BLV จาก Bvlgari ค่ะ ตากปรกติ น้ำหอมยี่ห้อนี้ จะเป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของพวกชาเขียว แต่กลิ่นนี้ รู้สึกจะเป็นกลิ่นแรกที่เค้าไม่ผสมชาเขียวใส่ลงไปนะ กลิ่นออกแนวหอมเบาๆ เหมาะกับวันสบายๆ ไม่ฉุน แต่ดมแล้วก้อยากดมอีก มันหอมละมุนสบายๆ บอกไม่ถูก

กลิ่นสุดรักอีกกลิ่นนึง Lancome Miracle หวานแบบผู้หญิงๆ ก็เป็นนิยามของกลิ่นนี้เหมือนกัน กลิ่นมันหวานมากๆ ให้ความรู้สึกเป็นผู้หญิงหวานๆ ไม่ใช่หวานขนมแบบ Fantasy นะ แต่เป็นหญิงหวานที่เรียบร้อยสุดๆ ถึงมันจะขัดกับบุคลิกบ้าๆห้าวๆ ของเราก็เถอะ แต่เราก็ชอบฉีดนะ



มาถึง 2 ขวด แต่กลิ่นเดียวกัน และเป็นกลิ่นยอดฮิตอีกกลิ่นนึงด้วย

Issey Miyake ขวดนี้ ตอนแรก สะดุดที่ดีไซน์สวยแปลกตาของขวด พอดมกลิ่น ตอนแรก ให้ความรู้สึกแปลกๆ จะหวานก็ไม่หวาน จะเข้มก็ไม่เข้ม มันกึ่งๆ กลางๆ อารมณ์ประมาณแตงไทยๆ ให้อารมณ์สดชื่น สบายๆ แปลกๆ บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน แต่ขวดธรรมดาทางซ้าย กลิ่นจะเข้ม และติดทนกว่าขวดทางขวานะ เพราะทางขวามันเป็น Relaxing จ้า



มาถึง 2 ขวดกลิ่นคุณนายบ้าง เนื่องจากเราแฮปแม่มา นั่นเอง

ขวดแรกเป็น Lancome Tresor กลิ่นคุณนายมากๆๆๆๆ คุณนายแบบ คุณน๊ายคุณนายอ่ะ หวานๆ แบบผู้ใหญ่ๆอ่ะ แล้วกลิ่นมันก็เอียนๆ พิกลด้วยแฮะ

ขวดที่สองคือ Reddoor จาก Elizabeth Arden อันนี้ก็กลิ่นแบบ คุณน๊าย คุณนายเช่นเดียวกัน ฉีดฟื่ดแรกนี่ฉุนกึ๊ก แต่พอกลิ่นมันจางสักพักแล้ว ตกเย็น กลับออกมาเป็นกลิ่นที่หอมหวานน่ารักนะ

แต่ข้อดีของน้ำหอมกลิ่นคุณนายก็คือ กลิ่นมันติดทนนาน มากๆ ปรกติเวลาเราฉีดน้ำหอม เราจะฉีดใส่สำลีใส่ไว้ในเสื้อใน กลิ่นน้ำหอมคุณนายทั้ง 2 กลิ่นนี้ จะติดเสื้อในเราไปอีกทั้งๆที่ซักเสื้อในนั้นไปแล้วก็ตาม



ต่อๆ ไม่ให้เสียเวลา กับ 2 ขวดต่อไป

D&G Feminine กลิ่นน้ำหอมแบบหานๆ หญิงๆ อีกแล้ว ก็บอกแล้ว ว่าชอบกลิ่นหญิงๆ หวานๆ กลิ่นนี้ หวานสนิทเลยค่ะ แต่เป็นหวานแบบดอกไม้ พวก มะลิ จำปี อะไรทำนองนั้น เคยฉีดกลิ่นนี้ไปมหาลัย เพื่อนทัก นึกว่ากลิ่นแป้งหอมโบราณ พวกแป้งกลิ่นมะลิ อะไรทำนองนั้นแหละ ... เสียเลย

Cheap and Chic By Moschino หรือที่เราจะเรียกติดปากว่า มอชชิโน โอลีฟ ก็ขวดมันเหมือนโอลีฟ แฟนป๊อบอายเลยนี่นา ขวดนี้ไม่ได้ซื้อเองค่ะ พี่สาวให้ เป็นของขวัญกันเกิด แต่ได้มาก็ชอบนะ ฉีดบ่อยๆ แต่ที่ยังไม่หมด ก็เพราะน้ำหอมเยอะมาก กลิ่นนี้จะออกแนววัยรุ่น ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว ให้อารมณ์สดใส ร่าเริง



ขวดซ้าย คือ Jolie By Luciano Soprani ค่ะ ยี่ห้ออะไรก้ไม่รู้ ไม่รู้จัก 555 แต่เห็นขวดเพรียวสวยดี เลยลองไปดมๆดู พอดมแล้วก็ เฮ้ย หอมนี่หว่า กลิ่นนี้ หอม หวาน แบบสาวหวาน และเรียบร้อยค่ะ แต่ไม่หวานจนเลี่ยน หวานจนเอียนนะคะ หวานน่ารัก กำลังดี ให้อารมณ์เดียวกับ Miracle เลยล่ะ

ต่อมาเป็น Ck Truth เป็น Ck ที่เราชอบมากๆ เลยอ่ะ แต่แปลกใจ ว่าทำไม มันถึงเป็น ck ที่ไม่ดังเอาซะเลย สงสัยเทสต์เรื่องกลิ่นเรา จะไม่เหมือนคนอื่นซะล่ะมั้ง กลิ่นนี้ จะ หอมๆ เย็นๆ ออกแนวผู้ดีอีกแล้ว ฉีดตอนแรก กลิ่นจะฉุนกึ๊ก แต่ก็ติดจมูก พอจางๆ แล้ว ก็อยากจะดมแล้วดมอีก เพราะมันหอมเย็นๆดี



ต่อค่ะ ใกล้หมดแล้ว

ขวดแรก เป็น Gucci Envy Me ขวดนี้หวานแบบสาวสดใสเล็กๆ แต่ก็แอบมีสเน่ห์ชวนหลงไหลด้วย เพราะมันมีกลิ่นหวานๆ ที่คล้ายๆ เป็นกลิ่นกุหลาบปนอยู่กับกลิ่นหวานแบบหวานขนมด้วย เลยออกมาหวานแบบสาวสดใสบวกมีสเน่ห์ชวนค้นหาค่ะ

The vert Green Tea ของ Loccitane เมื่อก่อน เราเคยมี Greentea ของ Arden ไว้ในครอบครอง แต่ไม่ชอบใจตรงที่กลิ่นมันเบา และจางเร็วมากๆ สุดท้าย เราเลยยกให้เพื่อนไป พอมาเจอกลิ่นชาเขียวของ Loccitane เลยถูกใจ เพราะกลิ่นมันเหมือนชาเขียวจริงๆ และที่สำคัญคือ มันติดทนนานกว่า Arden หลายเท่าตัวนักด้วย



ขอรีวิวอีก 2 ขวดสุดท้ายแล้วกันค่ะ แต่ 2 ขวดนี้ ไม่ได้วางอยู่บนชั้นนะคะ เพราะชั้นมันเต็ม เลยเอามาวางที่ชั้นถัดไป

เป็นน้ำหอมจาก The Body Shop ค่ะ กลิ่นแรกคือกลิ่น Amorito เป็นกลิ่นหอมหวานแบบวานิลลา วานิลลาจริงๆค่ะ เคยฉีกกลิ่นนี้ไปมหาลัย เพื่อนๆทักกันใหญ่เลย ถ้าใครอยากได้น้ำหอมกลิ่นวานิลลา แนะนำกลิ่นนี้เลยค่ะ

ขวดที่สอง เป็น กลิ่น Aztique ค่ะ กลิ่นนี้ออกแนวเปรี้ยวหวานค่ะ แต่เป็นเปรี้ยวหวานของ ผลไม้จำพวกแตงๆกวาอ่ะ ไม่ใช่พวกส้ม มะนาว และผสมด้วยกลิ่นหวานของเครื่องเทศเข้าไปด้วย หอมทีเดียวล่ะ



ขอจบการรีวิวเพียงแค่นี้แล้วกันนะคะ

ที่จริงยังมีน้ำหอมอีกนิดหน่อย ที่ไม่ได้วางบนชั้น แต่เพราะบนชั้นมันเต็มมากๆ ไม่มีที่เก็บเลยเอาไปฝากตู้เย็นห้องแม่ไว้ ตอนแรกก็กะว่าจะรีวิวที่เหลือให้หมดด้วย แต่ ตอนนี้ เหนื่อย และฉุนจมูกมากๆ ค่ะ เลยต้องขอเอาไว้คราวหน้า ถ้ามีโอกาสว่างๆ เบื่อๆ แบบนี้อีกเมื่อไหร่ จะมารีวิวที่เหลือ ให้อ่านกันนะคะ




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2549    
Last Update : 7 สิงหาคม 2549 1:37:02 น.
Counter : 7710 Pageviews.  

:+:+: เบื่อๆ ว่างๆ มาแต่งหน้าเล่นกันดีกว่า :+:+:

เบื่อๆ ว่างๆ เหงาๆ ไม่รู้จะทำอะไรดี อ่านเวบไป อ่านเวบมาก็เกิดไอเดีย เห็นเค้ารีวิวกันเยอะแยะ แต่งหน้าโชว์กันก็เยอะ เราเอาบ้างดีกว่า

ช่วงนี้ จะแต่งหน้าแบบนี้ค่อนข้างบ่อยหน่อย อาจจะดูเหมือนดุๆ แรงๆ แต่แต่งออกมาแล้ว รู้สึกเข้ากับบุคลิกเราดี เลยเอามาแต่งอวดๆ กันให้เพื่อนๆ ดู ว่าจริงๆแล้ว มันแต่งง่ายมากๆเลยล่ะ

แหมๆ อยากรู้กันล่ะสิ ว่าเราจะแต่งแบบไหน ยังไม่ให้ดูหรอก จนกว่าจะเสร็จ แหะๆ

เอารูปแบบ ไม่แต่งหน้า + ลงครีมบำรุง + กันแดดเรียบร้อยไปดูก่อน อาจจะโทรมมากถึงมากที่สุด เพราะเมื่อวานเพิ่งไม่สบาย ต้องไปฉีดยาที่โรงพยาบาลมาเอง ทนหลอนไปก่อนแล้วกันนะ ... ตาดำปี๋เชียว



โอย เห็นรูปข้างบนแล้วแทบทนไม่ได้ ทำไมมันโทรมขนาดนี้ น่ากลัวมากมาย ...

มาต่อดีกว่าเนอะ อย่าไปดูรูปข้างบนนานเลย ดูแล้วหลอน เด๋วจะนอนไม่หลับกันทั้งห้องความงาม

ต่อไปก็ต้องลงเบส กับรองพื้น เบสที่เราใช้ก็ Smashbox สีม่วง กับ รองพื้น Revlon ฝาสีดำ

Smashbox สีม่วง มันจะปรับสีผิวให้ขาวสว่างขึ้นนิดหน่อย แต่จะช่วยได้มาก เรื่องปกปิดรูขุมขนกว้างๆ ตามจมูก ข้างแก้ม ตรงไหนที่รูขุมขนกว้างหน่อย ก็เน้นๆครีมเยอะนิดนึง

ส่วน Revlon อันนี้ก็ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ควบคุมความมันได้ดีด้วย แถมไม่หนา ไม่หนักหน้า ราคาเกือบๆ 500 บาท แต่คุ้มเกินราคาจริงๆ รองพื้นอันนี้



มีคนถามมาหลายคนมากๆ ว่า มีวิธีลงเบส Smashbox ยังไง ไม่ให้มันเป็นขี้ไคล สำรับเราก็จะใช้วิธีกดออกมาประมาณ 2 กด แล้วแต้มๆ 5 จุดบนหน้า ก่อนที่จะเอามือมาแปะๆ ไปทั่วหน้าเบาๆ ไม่ลากมือเด็ดขาด ไม่งั้นนะ มันจะกลายเป็นขี้ไคลราคาแพงไปทันที เสียดาย



พอลงเบสเสร็จ ก็จะเห็นว่า หน้าสว่างขึ้นมานิดหน่อย แต่มันจะดู เนียนๆขึ้นมากว่าตอนไม่ลงเบส พอลงเบสเสร็จก็ต้องทิ้งระยะเอาไว้สัก 2 นาที ให้มันเซ็ตตัว แล้วค่อยลงรองพื้นตามลงไปบางๆ วิธีลงก็เหมือนเดิม แต้ม 5 จุด แล้วเอานิ้วมือเกลี่ยให้ทั่ว อาจใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้เนียนเรียบทีหลัง

เคล็ดลับนี้ เพื่อนที่เป็นช่างแต่งหน้าสอนมาอีกที ว่าเวลาเกลี่ยเบส หรือรองพื้น ให้ใช้นิ้วมือก็พอ อย่าพยายามใช้ฟองน้ำ เพราะมันจะเกลี่ยยากกว่า และที่สำคัญ เปลือง!!! เพราะครีมมันจะไปติดอยู่ในฟองน้ำหมด ไม่มาติดบนหน้าเรา แต่ถ้าอยากใช้ฟองน้ำจริงๆ ให้ใช้ทีหลัง เอาไว้เก็บงานให้ละเอียดเรียบร้อยอีกที

อย่าลืมลงครีมรองพื้นที่คอด้วย ไม่งั้นจะกลายเป็นกระสือ ลอยมาแต่หน้าทันที ... บรื๋อ น่ากลัว

รูปนี้คือตอนลงรองพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ




เนื่องจากใต้ตาดำมากๆ จนแพนด้าเรียกพี่ วันนี้เลยต้องลงคอนซีลเลอร์ปกปิดใต้ตานิดหน่อย

เราชอบ Touch Rediance ของ YSL มากๆ เพราะไม่หนาดี เวลาทาก็ง่าย เพราะมันเป็นปลายพู่กันอยู่แล้ว แค่กดตรงปลายแบบปากกาดินสอ คลิกๆ ทีสองที ให้ครีมพอเยิ้มๆ ก่อนเอามาทาใต้ตา แล้วเอาปลายนิ้วนาง เกลี่ยๆ ตบๆ ให้เนียนเรียบ



ขั้นตอนต่อมาก็คือลงแป้ง เราใช้แป้งป่าตองลงบางๆ บางคนบอกแป้งป่าตองไม่เข้ากับสีผิว ใช้แล้ววอก ใช้แล้วหลอก แต่เรา ขนาดผิว 2 สี เรายังทาได้เลย แต่ใช้แปรงปัดบางๆ ก็พอแล้ว

ถ้ามันจะวอกไปนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะจากประสบการณ์ถ้าลงบรัช ไปอีกหน่อย มันก็จะเข้มขึ้น แล้วถ้าเหงื่ออกมันก็จะซึมกำลังพอดี แต่ถ้าตอนเราทาแป้ง มันเข้มพอดีผิว แล้วเราปัดบรัชทับลงไป เหงื่อออกอีกหน่อย ทีนี้ล่ะ หน้าหมองแน่ๆ

นี่คือรูปหลังจากลงแป้งเรียบร้อยแล้วค่ะ หน้าเนียน + หายโทรมขึ้นมาอีกนิดนึง ... นิดนึงจริงๆอ่ะนะ งืองือ



ทีนี้เราก็มาทาตากันดีกว่า ตอนนี้กำลังบ้าทาตาแบบเข้มๆค่ะ คือทาอายไลเนอร์มันทั้งรอยพับตาไปเลย แล้วไม่ลงอายแชโดว์ ให้มันดิบๆนิดนึง

อุปกรณ์ก็เลยมีแค่นี้เองแหละ

- ที่ดัดขนตา เราชอบของชูค่ะ เคยใช้แบบตลาดนัด มันหนีบตาเรา แถมไม่เด้งเท่าที่ควร พอมาเจอของชูแล้วถูกใจ เลยลงทุนนิดนึง แต่คุ้มนะ ใช้มาเป็นปีแล้ว ยังไม่ได้เปลี่ยนยางเลย คุ้มมากมาย

- อายไลเนอร์ BB แบบเจล บอกแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังบ้าเขียนอายไลเนอร์ เคยใช้แบบดินสอของ Mac แล้วมันแพนด้ามากมาย แถมเปลืองอีกต่างหาก ส่วนอันนี้มาทั้งกระปุก ใช้เข้าไปเหอะ ไม่ต้องกลัวเปลือง เยอะสะใจ จะทาทั้งตาก็ยังเหลืออีกบานเบอะ แถมยังกันน้ำ ได้ดี ไม่เป็นแพนด้าอีกด้วย เราใช้สี Espresso Ink ค่ะ ออกน้ำตาลดำ ไม่เข้มมากไป

- พู่กัน เราใช้ของ OP ส่วนตัวเรา ชอบมากกว่าแปรงทาอายไลเนอร์ของ BB เองซะอีก เพราะเราว่าขนมันบางกว่า เวลาจะกรีดเส้นเล็กๆ ก็ง่ายกว่าของ BB ส่วนยี่ห้ออื่น ยังไม่เคยลองค่ะ



เด๋วจะตอบทุกคำถามเลยนะคะ แต่ตอนนี้ ขอต่งหน้าโชว์ก่อนเนอะ เด๋วจะลืม ว่าถึงขึ้นตอนไหนแล้ว

เวลาแต่งตา ก่อนที่จะทาอายไลเนอรืก็ต้องดัดขนตาซะก่อน เพราะถ้าดัดทีหลังทาอายไลเนอร์แล้ว มันอาจจะลบๆ เลือนๆได้ เลยต้องดัดขนตาก่อนค่ะ

จากนั้นก็ละเลงอายไลเนอร์ให้ทั่ว รอยพับตา เอาให้ทั่วๆ เข้มๆ หนาๆ ไปเลย สะใจดี แต่ระวังนิดนึงนะ เวลาทาเสร็จ ให้หลับตาไว้ก่อนแป๊บนึง รอให้อายไลเนอร์แห้งก่อน ไม่งั้นนะ เวลาลืมตา อายไลเนอร์มันจะเลอะเทอะรอยพับตา เอาออกลำบากอีก



พอลืมตา มันก็จะออกมาเป็นแบบนี้ เนื่องจากตา 2 ชั้นเรา ชัดมาก ชั้นตาค่อนข้างหนา เวลาแต่งแบบนี้ ทาทั้งตาแล้ว มันก็ยังเห็นแค่นิดเดียว แต่ถ้าสำรับคนชั้นตาไม่หนา เราว่า มันน่าจะออกมาเห็นได้ชัดกว่าตาเรา



จากนั้น ก็มาละเลงอายไลเนอร์กับขอบตาล่างต่อ ทาให้ทั่วเลยค่ะ ตั้งแต่หัวตามาจรดหางตาเลย หนาๆนิดนึงก็ได้ ทาเสร็จ มันจะออกมาเป็นแบบนี้



พอเสร็จแล้ว ก็เอาคอตต้อนบัด มาเกลี่ยๆ ตาล่าง ให้มันกระจายๆ ดูเลอะๆ หน่อย จริงๆ เราชอบให้มันเลอะมากกว่านี้นะ วันนี้กระจายน้อยไปหน่อย



จากนั้นก็ปัดมาสคาร่า เราใช้ Fasio Power - stay 3D Curl Volume เพราะเป็นยี่ห้อเดียว ที่เอาขนตาเราอยู่ ทำให้ยาวขึ้น หนาขึ้น และไม่ตกระหว่างวัน

หลังจากปัดมาสคาร่าทั้งขนตาบน และขาตาล่างแล้ว และเอาแปรงคิ้ว จัดรูปคิ้วให้เรียบร้อย ก็จะออกมาแบบนี้



ขั้นตอนหลังจากนี้ ก็จะไม่ค่อยมีอะไรมากแล้วล่ะ เพราะชักจะขี้เกียจ 5555 แบบว่า เน้นตาอย่างเดียวก็พอ เน้นมากไป เด๋วจะกลายเป็นลิง

ต่อมาก็ปัดแก้ม วันนี้เราเลือก Nars สี Sin มาปัด เพราะสีนี้เวลาปัดแล้ว มันจะออกนู๊ดๆ น้ำดาลๆปนๆ หน่อย สวยดี

ปัดแก้ม เราจะปัดเป็นปื้นๆ จากแก้มซ้าย พาดจมูก ไปแก้มขวา แบบว่า แดงพาดหน้าไปเลย

แถมเรายังโรคจิตมากๆ ชอบปัดแก้มแดงๆ แต่ในรูปนี่อาจจะดูแดงไปหน่อยนะ จริงๆ จะดูไม่แดงขนาดนี้ แล้วถ้าเอาผมลงมา จะยิ่งดูไม่แดงเข้าไปใหญ่ เพราะผมเราสีอ่อน ปัดแก้มแดงได้ ไม่เวอร์



จากนั้นก็ทาปาก ปากนี่ ยิ่งไม่มีอะไรเข้าไปใหญ่เลย แค่ทา Tint ให้มันแดงเรื่อๆ แล้วทาทับด้วยกลอสใสๆ แค่นี้เอง

เราชอบใช้ Missha Aqua Tint สีแดงค่ะ มันกำลังใสๆ เป็นธรรมชาติดี

หลังจาก ทา Tint เสร็จ + ลงกลอสเสร็จ ก็ ปัด Shimmer แถวๆ โหนกแก้ม สันจมูก ปลายคาง และหว่างคิ้วเล็กน้อย

ออกมา เสร็จสิ้นกระบวนความเป็นแบบนี้ แก้มอาจจะดูแดงเป็นตูดลิงเล็กน้อย เนื่องจากมือหนักไปนี๊ด



แต่พอลงแป้ฝุ่นเบาๆอีกที แล้วเอาผมลงมาปิดหน้าปิดตา หลอกลวงชาวบ้าน ก็จะออกมาเสร็จสิ้นเป็นประมาณนี้จ้า



แอบทำหน้าทะเล้นใส่กล้องอีก 1 ที




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2549 1:11:40 น.
Counter : 1004 Pageviews.  

1  2  

:+:+: ลู ก แ ม่ บ๊ ว ย :+:+:
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add :+:+: ลู ก แ ม่ บ๊ ว ย :+:+:'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.