..ถ้าจักตายก็ขอตายในหน้าที่ ถ้าจักพลีก็ขอพลีแด่เหนือหัว ถ้าจักอยู่ก็ขออยู่เพื่อครอบครัว ถ้าจักชั่วก็ขอชั่วแก่ไพรี..
Group Blog
 
All Blogs
 

จิตวิญญาณของทหาร

- ทหารเป็นผู้มีเกียรติ เมื่อเป็นผู้ถือผู้รักษาอาวุธของชาติ มียศมีศักดิ์ มีคำนำหน้าชื่อ พร้อมเจ็บพร้อมตายก่อนคนอื่นในชาติตามหน้าที่ ย่อมถือได้ว่าเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ๆเสียสละและมีเกียรติควรค่าแก่การยกย่องและเชิดชู สถาบันทหารเป็นสถาบันเก่าแก่ที่มีมานานตั้งแต่โบราณกาล บรรพบุรุษ
ของทหารหาญ ได้สละชีพเอาเลือดทาแผ่นดิน ปกป้องมาตุภูมิและพระมหาเศวตฉัตร เอาชีพทับถมกันเพื่อให้ชาติยังคงอยู่ จิตวิญญาณของทหารคือ เกียรติ วินัย กล้าหาญ อดทน ทหารผู้ใดที่ละทิ้งหน้าที่ ละทิ้งจิตวิญญาณของทหาร ถือได้ว่ามันผู้นั้นขาดจากความเป็นทหาร คำว่า ทหาร นั้น เขียนง่าย สะกดง่ายแต่เป็นยาก ทหารที่ดีต้องมีจิตวิญญาณของทหาร ดำรงชีพดำรงตนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นผู้มีหน้าที่ปกป้องชาติและราชบัลลังก์ หน้าที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดในชีวิต คนที่กำลังจะมาเป็นทหารนั้น จะต้องยอมรับให้ได้ว่า ตนพร้อมหรือไม่ที่จักมีหน้าที่ และหน้าที่จักต้องอยู่เหนือชีวิตและลมหายใจ เหนือพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงลูกเมีย เมื่อยอมรับในสิ่งนี้ได้ มันผู้นั้นจักได้ชื่อว่าเป็นทหารของชาติ เป็นผู้มีเกียรติแลศักดิ์ศรีที่ควรค่าแก่การยกย่องและเชิดชูแลสรรเสริญ -

- เกียรติของทหารในยามศึก คือการได้รบเพื่อชาติ ได้เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการดำรงอยู่ของกองทัพ เสียงปืน เสียงระเบิดจักต้องไม่ดังไปกว่าเสียงเต้นของหัวใจ ความกล้าหาญ ความองอาจ ความมีสติ จะพาให้กองทัพและแผ่นดินปลอดภัยจากอริราชศัตรู จิตวิญญาณของทหารจะเป็นมิ่งขวัญและแรงบันดาลใจในการต่อสู้กับข้าศึกของแผ่นดิน การพลีชีพของทหารในสนามรบ ถือได้ว่าเป็นเกียรติสูงสุดที่มนุษย์คนหนึ่งที่ถือกำเนิดบนแผ่นดินนี้พึงได้รับ -

- เกียรติของทหารในยามสงบ คือการได้ช่วยเหลือชนในชาติ คือการเป็นที่พึ่งพิงของเหล่าอาณาประชาราษฎร์ หน้าที่ของทหารในยามสงบในทางพฤตินัยคือ หน้าที่ในการฝึกศึกษาหาวิชาความรู้ในการศึกและสงคราม ทหารที่ดีนั้นจะไม่หยุดนิ่งในการเสาะแสวงหาความรู้ในด้านต่างๆเพื่อเพิ่มพูนทักษะและความสามารถของตน มิใช่เพียงเพื่อยศถาบรรดาศักดิ์ มิใช่เพียงเพื่อการอยู่เหนือผู้อื่น แต่เพื่อให้อาวุธในตัวตนนั้นทรงประสิทธิภาพแลเป็นที่พึ่งได้แก่ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้นำกองทหารที่ดี ต้องคำนึงถึงชีวิตและความรู้สึกของทหารในกอง เพราะตนนั้นคือผู้เป็นขวัญกำลังใจในเบื้องต้นของผู้ใต้บังคับบัญชา -

- เกียรติของทหารในยามวิกฤต คือการได้อยู่เคียงข้างประชาชน คือการได้ปลดเปลื้องทุกข์ของประชาชนส่วนรวม โดยมีผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักเป็นที่ตั้ง
หากทหารละเลยหน้าที่หรือเพิกเฉยในยามวิกกฤต หรือปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มิได้ถือเอาบ้านเมืองเป็นหลักเป็นชัย นั่นก็ไม่ต่างจากทหารทรราชย์ ถือได้ว่าเป็นผู้ทุรยศต่อชาติแลประชาชนผู้ที่เป็นผู้เลี้ยงดูกองทัพ เกียรติก็จะหม่นหมอง วินัยก็จะย่อหย่อน กล้าหาญก็ลดเลือน อดทนก็จะอัปยศ จิตวิญญาณของทหารก็จะเสื่อมสูญ -

- วินัยของทหารในยามศึก คือการเคร่งครัดต่อคำสั่งและหน้าที่ ถือได้ว่าวินัยเป็นเครื่องควบคุมจิตใจและความคิด ทุกพื้นฐานของความคิดของทหารในยามศึกต้องอยู่ภายใต้วินัย อาวุธของชาติในมือจะทรงประสิทธิภาพในสนามรบถ้าทหารผู้ถือผู้นั้นมีวินัยเป็นที่ตั้ง วินัยในยามศึกเป็นสิ่งสำคัญในลำดับแรกของทหารทุกผู้ในสนามรบ วินัยในการเชื่อมั่นถือมั่นในคำสั่งผู้บังคับบัญชา วินัยในการปฎิบัติหน้าที่รบตามจิตวิญญาณของทหารที่ดี วินัยในการควบคุมจิตใจให้หาญกล้าไม่ขลาดเขลาหรือขลาดกลัว วินัยในการบัญชาการสติปัญญาแห่งตนในการเอาชนะข้าศึก กองทัพใดๆหากทหารในกองทัพนั้นๆเป็นผู้มีวินัยสูง กองทัพนั้นจะทรงประสิทธิภาพนับเท่าพันทวี -

- วินัยของทหารในยามสงบ คือการเคร่งครัดต่อกฎระเบียบและแบบธรรมเนียมที่ดีงามของทหารและกองทัพ ทหารที่ดีต้องมีวินัยต่อตนเองและหน้าที่ในยามสงบ วินัยในการบังคับบัญชา วินัยในการบริหารจัดการกองทัพ วินัยในการครองตนดำรงวิชาชีพแห่งทหาร สิ่งเหล่านี้จะทำให้กองทัพเป็นปึกแผ่นและมีเสถียรภาพในยามสงบและพร้อมรบพร้อมออกศึก หรือพร้อมเป็นที่พึงพิงของประชาชพลเรือนเมื่อยามศึกหรือยามชาติวิกฤต ตราบใดที่ทหารทุกผู้ในกองทัพเคารพและมีวินัยต่อวิชาชีพและจิตวิญญาณของทหารแห่งตนเอง -

- วินัยของทหารในยามวิกฤต คือการเคร่งครัดต่อจิตวิญญาณทหาร วินัยในยามวิกฤตจะเป็นเครื่องกำหนดและกลั่นกรองว่า เราเป็นใคร หน้าที่เราคืออะไร เราถืออาวุธ
ของใคร และถือเพื่อสิ่งใด หากทหารในกองทัพใดขาดวินัยของทหารในยามวิกฤต กองทัพนั้นจะแตกแยกและอ่อนแอ ด้วยเพราะทหารในกองทัพนั้นไม่รู้ว่าตนคือใคร ทำหน้าที่อะไร ถืออาวุธของใคร และถือเพื่อใคร ทหารในกองทัพที่ขาดวินัยในข้อนี้จะกลายเป็นเครื่องมือของผู้อื่นที่เบี่ยงเบนเจตต์จำนงค์ของทหารแห่งชาติและราชบัลลังก์ -

- กล้าหาญในยามศึก คือการที่กล้าจะเผชิญหน้ากับศัตรู กล้าที่จะเข้าสู่สนามประหัตประหารอย่างมีเกียรติมีวินัย กล้าที่จะเจ็บ กล้าที่จะตาย อย่างมีสติอย่างมั่นคง เพื่อความสงบสุขของชนในชาติและเพื่อธำรงค์ไว้ซึ่งพระมหาเศวตฉัตรแห่งองค์จอมทัพ ความกล้าหาญของทหารในยามศึก เป็นหัวใจหลักของการสงคราม กองทัพที่มีพลที่กล้าหาญไม่กลัวเจ็บ ไม่กลัวตาย ไม่ระย่อต่อแสนยานุภาพของข้าศึก กองทัพนั้นถือได้ว่ามีพลานุภาพที่น่าเกรงขาม พลน้อยอาจเอาชนะพลมากได้ ตัวอย่างเคยมีมาแล้วจากการสงครามหลายๆครั้งที่ผ่านมาในโลก ในสนามรบนั้นการรบแบบตัวต่อตัว ยุทธต่อยุทธ ทัพต่อทัพ เขาวัดกันที่จิตใจ วัดกันที่สำนึก วัดกันที่ความกล้า ทัพที่กล้าหาญแม้เมื่อจบศึกแล้ว ถึงแม้จะประสพกับความปราชัย แต่ก็มิเคยมีผู้ใดติเตียน มีแต่จะยกย่องและสรรเสริญในน้ำใจของทหารผู้กล้ากันทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นคู่ศึกไหน -

- กล้าหาญในยามสงบ คือความกล้าที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะฝึกฝน กล้าที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับคนในชาติ ประชาชนคือผู้เสียภาษี ถือได้ว่าเป็นผู้เลี้ยงดูกองทัพ ทหารควรกล้าหาญที่จะปกป้องประชาชน เคียงข้างประชาชนทุกเภททุกภัย ทหารก็คือประชาชนที่มีหน้าที่ ทหารก็คือประชาชนที่สวมเครื่องแบบ มียศมีศักดิ์ ความกล้าหาญของทหารในยามสงบ คือการดำรงความเป็นทหารที่ดี ที่พร้อมจะปกปักรักษาชาติราชบัลลังก์และประชาชน ความองอาจกล้าหาญของทหารในยามสงบนั้น ล้วนแล้วแต่ทำให้ชนในชาติอุ่นใจ ฮึกเหิม และรู้สึกปลอดภัยภูมิใจในความเป็นเอกราช ภูมิใจในความเป็นชาติ

- กล้าหาญในยามวิกฤต คือความกล้าที่จะยึดมั่นในสิ่งสูงสุดที่ทหารของชาติและราชบัลลังก์พึงกระทำ ทหารคือฟางเส้นสุดท้ายของประชาชนในยามชาติวิกฤต ความกล้าหาญของทหารในยามชาติวิกฤตจะช่วยให้ชาติอยู่รอดปลอดภัย แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับทุกย่อหน้าด้านบนที่กล่าวไว้ สิ่งสุดท้ายในชีวิตของทหารทุกคนคือชาติ เมื่อใดชาติแตกสลาย นั่นคือจิตวิญญาณของความเป็นทหารก็แตกสลายตามไปด้วย ไม่มีชาติ ทหารจะมีความหมายอะไร ดังนั้นความกล้าหาญของทหารในยามชาติวิกฤต คือบทสุดท้ายที่ทหารทุกผู้ควรระวังและหมั่นทบทวนตัวเองในทุกสิ่งที่ทุกย่อหน้าข้างบนกล่าวไว้ -

- อดทนในยามศึก คือการยอมทนได้ในทุกสภาพการณ์ของทหารในสนามรบ ความกดดัน ความหวั่นไหว สองสิ่งนี้คือศัตรูสำคัญที่คอยลดกำลังรบในตัวตนของทหารในสนามรบ ความอดทนคืออาวุธเดียวที่จะใช้ต่อสู้กับความรู้สึกศัตรูทั้งสอง หากเราพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกตัวเอง นั่นหมายถึงเรากำลังจะหนีข้าศึก เรากำลังจะละทิ้งหน้าที่ เรากำลังกลัว จากนั้น แรงหนีตายจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะขับเคลื่อนจิตใจให้เราแตกพ่าย แนวรบจะล่มสลาย กองทัพจะปราชัย ชาติจะสิ้นสูญ ความอดทนของทหารในยามศึก จะต้องถูกขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณของทหาร ความอดทน อดกลั้น ต่อความยากลำบาก ต่ออันตรายนานับประการในสนามรบ จะช่วยทำให้ทหารมีสติ มีความกล้า ทำให้ทหารไม่สูญเสียกำลังรบในตัวเอง ทหารหนึ่งคน ในยามศึกจะต้องมีสิ่งเหล่านี้ในตัวตน ซึ่งเราเรียกว่ากำลังรบของตนเอง นั่นคือ จิตวิญญาณของทหาร อันประกอบไปด้วย ๕สิ่งคือ ชาติ เกียรติ วินัย กล้า หาญ อดทน -

- อดทนในยามสงบ คือความอดทน อดกลั้นต่อแรงบีบคั้นจากการเป็นผู้ที่ต้องรักษาวินัยและระเบียบแบบแผนอย่างเคร่งครัด อดทนฝึกฝน อดทนร่ำเรียนเพิ่มพูนขีดความสามารถในด้านต่างๆที่ทหารควรจะพึงมี ความอดทนของทหารในยามสงบ กล่าวได้ว่าเป็นการฝึกตนให้อยู่ในกรอบ ในระเบียบวินัย ทหารมิอาจประพฤติตนได้แบบพลเรือนในหลายๆสิ่งเมื่อยามสวมเครื่องแบบ ความอดทนในยามสงบตามรูปแบบของทหารกล่าวโดยรวมนั่นก็คือ อดทนที่จะอยู่อย่างผู้มีระเบียบวินัยในทุกก้าวย่าง ในทุกอริยาบท ในทุกๆที่ -

- อดทนในยามวิกฤต คิอความอดทนที่ยากยิ่งยวดในเวลาคับขัน อดทนอดกลั้นทั้งกาย วาจา ใจ อดทนต่อคำสั่งและภาระหน้าที่ของตนเอง ความอดทนในยามวิกฤตของทหาร เป็นสิ่งที่ทหารทุกคนพึงกระทำ ทหารก็คือมนุษย์คนหนึ่ง มีเลือด มีเนื้อ มีความรู้สึกนึกคิด การอดทนต่อแรงซ่อนเร้นในจิตใจของมนุษย์ เช่น อดทนต่อความกลัว อดทนต่อความโกรธ อดทนต่อความเงียบเหงา อดทนต่อสภาวะเสี่ยง ความอนทนในสิ่งเหล่านี้ทหารจะต้องมีมากกว่าผู้อื่น อาชีพอื่น อย่างไรก็ดี ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ ๔ในห้าสิ่งอันประกอบขึ้นเป็นจิตวิญญาณของทหารนั้น จะเป็นสิ่ง
ที่กำหนดขีดความอดทนของทหาร ความอดทนของทหารในยามวิกฤตนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะรองรับทั้ง๔สิ่งเพื่อบรรลุผลสำเร็จในการเข้าถึงจิตวิญญาณของทหาร เมื่อใดที่ทหารผู้หนึ่งผู้ใดเข้าถึงจิตวิญญาณของทหาร ทหารผู้นั้นย่อมถือได้ว่าเป็นทหารทั้งร่างกายและจิตใจ และทหารผู้นั้นคือผู้ที่ประสบความสำเร็จต่อตนเองในวิชาชีพทหารอย่างแท้จริง และกล้าที่จะประกาศต่อสาธารณะได้อย่างมิต้องอับอายผู้ใดทั้งในที่ลับและที่แจ้งว่า *กูคือทหารของชาติและราชบัลลังก์*





















 

Create Date : 16 กันยายน 2549    
Last Update : 16 ธันวาคม 2552 16:05:41 น.  

Westpoint
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




* ทหารต้องมีวินัย วินัยเป็นเครื่องมือที่ใช้ควบคุมกองทัพ ทหารในกองทัพคือผู้ถืออาวุธของแผ่นดิน คำสั่ง สำหรับทหารนั้นคือสิ่งสำคัญที่เราไม่อาจละเลยได้ หากทหารทุกคนในทัพเอาความคิดของตนเป็นที่ตั้ง โดยไม่นำพาต่อวินัยในการเป็นผู้ถืออาวุธของชาติ ไม่ว่าตัวเล็กตัวน้อย อาวุธเล็กอาวุธน้อย กองทัพจะเป็นกองโจร ในการมีการใช้ในการถือครองอาวุธของแผ่นดินด้วยหน้าที่นั้น วินัยล้วนเป็นหลักทั้งสิ้น ในสังคมทหาร ในกรมกองทหาร ไม่มีคำว่าประชาธิปไตย ไม่มีการออกสิทธิออกเสียง ไม่มีโหวต ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา การวางปืนแล้วหันหลังออกจากแนวไป ไม่สนใจไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชามิว่าด้วยเหตุผลใดไม่ว่าในสนามรบหรือในที่ตั้ง นั่นคือการหนีทัพ ในสนามรบนั้นหากทำอย่างนี้ ถูกยิงเป้าทันที หากทำนอกสนามรบ นั่นคือการละทิ้งหน้าที่ มีโทษไม่น้อยเหมือนกัน มีทหารอีกมากมายนักในกองทัพที่ไม่ได้เห็นด้วยกับผู้บังคับบัญชาไปทุกเรื่อง แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น เราไม่มีสิทธิโต้แย้งใดๆในคำสั่ง สิ่งเดียวที่ทำได้สำหรับระดับปฎิบัติคือ เมื่อเราเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ผิด เป็นคำสั่งที่ผิดศีลธรรมจรรยาของทหารแห่งชาติที่ดี ไม่ว่าด้วยแง่มุมใดๆ เรายังคงต้องปฎิบัติไปตามคำสั่งนั้น เราอาจทำให้ไม่สำเร็จ ทำได้แค่นี้เท่านั้น เราทำแล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ นี่เป็นทางออกเดียวเท่านั้นของระดับผู้ปฎิบัติหรือระดับสั่งการในสนามเล็กๆ รูปการณ์อย่างนี้มิใช่ว่ามิเคยมี ตัวอย่างมีให้ดูมาแล้วจากในอดีต เรามิได้ผิดวินัย แต่เราทำตามความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในเบื้องลึกในจิตใจเท่านั้น นี่เป็นคำตอบที่ว่า ทำไมทหารค่อนกองทัพ ถึงต้องทำอย่างที่ประชาชนทุกคนเห็นตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ในรร.ทหารในระดับเริ่มต้น ก้าวย่างแรกของการเป็นทหาร ทุกคนในกองทัพจะต้องถูกหล่อหลอมเรื่องวินัยอย่างสุดขั้ว รร.ทหารที่ไหนๆในโลกก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น เพราะทุกคนในโลกรู้กันดีว่า ผู้ที่จะจบออกไป จะเป็นผู้ที่ต้องถืออาวุธของชาติ และจะต้องใช้อาวุธในมือไปตามหน้าที่ และวินัยที่ รร.ทหารเฝ้าหลอมให้ทหารทุกคนนั่นก็คือ วินัยในการมีหน้าที่ ส่วนการจะถือจะใช้อาวุธในมือของตนตามหน้าที่และคำสั่งนั้น มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกเฉพาะตนในความเป็นชาติ และความเป็นคนไทยเท่านั้น *นี่เป็นสิ่งเดียวที่จะมีอำนาจเหนือกว่า หน้าที่ในทางเป็นจริงของทหาร *
Friends' blogs
[Add Westpoint's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.