Group Blog
 
All blogs
 

งานหนังสือมาแล้ววว~~

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 37 รอบแรกของเรา



สรุปผลการจับจ่ายใช้สอย



1. "เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน" หนังสือใหม่ของ ฮารูกิ มูราคามิ ที่เราติดอกติดใจหนังสือลุงแกเสียมากมายจนกระทั่งปวารณาตัวเป็นแฟนพันธุ์แท้ลุงแกไปแล้ว



2. เย็บ ปาก ถาก ร้าย ของมาร์จอเน่ ซาทราพิ คนเขียน Persepolisตอนซื้อ ซื้อเพราะดูแค่ว่าเป็นคนเขียน Persepolis พอขึ้นรถไฟใต้ดินกลับบ้าน เปิดอ่านดู ถึงรู้ว่า โอ้ว เนื้อหาติดเรททีเดียว



3. หลับฝันดี ของคุณ 10 เดซิเบลหลังจากที่ติดใจแนวดิบๆ งงๆ จากเล่มก่อนคือ 18+ (3 เล่มแรกซื้อที่บูท ระหว่างบรรทัด ที่เดินหาในโซน C อยู่นาน แต่ไม่เจอ ไปๆมาๆ เด้งมาอยู่ตรงโซนกลางระหว่างโซน C กะ แพลนนารี่ ฮอลล์ ซะงั้น แถมเปลี่ยนชื่อจาก บลูสเกล เป็น ระหว่างบรรทัด อีกต่างหาก แล้วไปๆมาๆ หนังสือทั้ง 3 เล่ม เป็นของ สนพ.กำมะหยี่ ทั้งหมด ไม่ใช่ของระหว่างบรรทัดเลยซักเล่ม (แล้วเอ็งจะเดินหาบูทบลูสเกล/ระหว่างบรรทัดทำแมวน้ำอะไร))



4. ในความนิ่งนึก รวมงานเขียนขนาดสั้นของฟรานซ์ คาฟคา นักเขียนผู้โด่งดังจากหนังสือเรื่อง กลาย (The Metamorphosis) จากบูท คมบาง



5. ไอศกรีมผลไม้ มาแหวกแนวสุดๆเล่มนี้  พอดีว่าเรากะจะหาหนังสือทำไอติมอยู่แล้ว แล้วบังเอิญไปป๊ะกับเพื่อนที่เรียนแปลซับหนังด้วยกันที่ มธ ยืนขายหนังสืออยู่ที่บูทแสงแดด ก็เลยจัดมาซะ 1 เล่ม (แถมยังจะโดนชาร์จเพิ่มเป็น 2 เท่าซะอีก)



6. เศรษฐศาสตร์แห่งชีวิต (The Logic Of Life) หนังสือแปลของ Tim Harford จากบูทมติชนเล่มนี้ซื้อด้วยเหตุที่ว่า เราเรียนเศรษฐศาสตร์มา และไม่ว่าตอนเรียนจะกล้ำกลืนฝืนทนซักแค่ไหน แต่พอจบมา เราก็ยังคิดถึงเศรษฐศาสตร์อยู่เนืองๆ และด้วยการเอาเศรษฐศาสตร์มาใช้มองชีวิตจริง คงจะเป็นเรื่องน่าสนุกมิใช่น้อยเลยทีเดียว



7. เส้นรอบวงของหนึ่งวัน ของคุณ วินทร์ เลียววาริณ เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นแนวทดลองเล่มที่ 3 ของคุณวินทร์ ต่อจาก หนึ่งวันเดียวกัน, วันแรกของวันสุดท้าย และ โลกด้านที่หันหลังให้ดวงอาทิตย์ ซึ่งเล่มนี้จริงๆ เห็นที่บูท 113 ของคุณวินทร์เอง แต่ยอมเดินย้อนกลับไปซื้อที่นายอินทร์ เพราะครั้งอื่นๆ ที่เห็น ราคามันถูกกว่า ***แต่ครั้งนี้เหมือนมีคนมาเม้นว่าราคาเท่ากันนะครับ***



8. เงื้อแล้วก็ต้องฟัน รวมเรื่องสั้นที่แปลโดยคุณมนันยา นักแปลที่เราชื่นชมมากอีกคนนึง เล่มนี้ได้จากบูท freeform ที่โดนเด้งไปโซนระหว่างโซน C กะ แพลนนารี่ ฮอลล์ เช่นเดียวกับบูทระหว่างบรรทัด



9. ฉีกขนบแอนิเมชั่น เอกลักษณ์ของ ฮายาโอะ มิยาซากิ นักฝันแห่งตะวันออก  เล่มนี้แค่เราเห็นหน้าลุงมิยาซากิ ละก็ชื่อเรื่อง ก็ตัดสินใจซื้อได้ทันทีเลย เพราะหนังสือที่เขียนเกี่ยวกะลุงมิยาซากิอย่างจริงจัง แทบจะไม่มีให้เห็น ส่วนคนที่งงว่าลุงมิยาซากิเป็นใคร ลุงเค้าคือนักวาดการ์ตูนและผู้กำกับอนิเมชั่นที่ได้รางวัลออสการ์มาแล้ว มีผลงานที่โด่งดังอย่าง Spirited Away, Princess Mononoke หรือ Howl’s Moving Castle ซึ่งเราชอบงานของลุงแกมากๆ ในทุกๆ เรื่อง อ้อ อีกอย่าง ลุงแกเป็นเจ้าของประโยคสุดคลาสสิคที่ว่า "ผมรัก Pixar  แต่ขอ "วาด" การ์ตูนไปจนตาย โคตรเท่เลยลุงงงงงงงงงง !!! (เล่มนี้จำไม่ได้ว่าบูทไหนแฮะ ขออภัย)   


 ตามปกติงานหนังสือแต่ละครั้งเราจะไปประมาณ 3 รอบ ไปเอง 2 ไปกะเพื่อน 1 แต่ดูทรงแล้ว ครั้งนี้อาจจะได้อย่างมากก็ 2 รอบ เพราะด้วยสภาพอากาศ และสภาพร่างกาย ล้วนแต่ชวนให้อิดโรยซะเหลือเกิน


ไว้ได้อะไรมาเพิ่มยังไงจะมาเล่าให้ฟังครับ





 

Create Date : 30 มีนาคม 2552    
Last Update : 3 เมษายน 2552 7:18:26 น.
Counter : 192 Pageviews.  

คมนิยำ

คนแต่ละคน จะเลือกซื้อหนังสือซักเล่ม ก็จะมีวิธีเลือกหนังสือต่าง ๆ นา ๆ กันไป

หนังสือบางเล่ม ดูแค่ชื่อคนเขียน หรือชื่อคนแปล ก็หยิบไปจ่ายเงินได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว


บางเล่มเปิดอ่านดู 2-3 หน้า ก็ติดใจ หยิบไปจ่ายเงินอย่างง่ายดาย

บางเล่มอาจจะต้องยืนอ่านนานหน่อย เพื่อความแน่ใจในความคุ้มค่า

ส่วนวิธีที่เราใช้ในการเลือกซื้อหนังสืออยู่บ่อยๆ คือการอ่าน "คำนิยม" นั่นเอง

คำนิยม คือการเชิญผู้ที่รู้จักมักคุ้น หรือเป็นที่รู้จัก มาเขียนบรรยายถึงหนังสือเล่มนั้นๆ ด้วยมุมมองต่างๆ และคำนิยมเหล่านั้นมักจะมีอะไรที่น่าสนใจอยู่เสมอ ๆ

หนังสือหลายๆเล่ม ที่เราซื้อมา ก็เป็นด้วยคำนิยมเหล่านั้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิดอ่านเลยด้วยซ้ำ และหนังสือที่ผ่านการคัดเลือกด้วยวิธีนี้ ก็มักไม่ทำให้ผิดหวังตลอดมา เช่น

"เขียนหนังสือได้กวนตีนมาก"
โดย คุณ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ แห่ง a day
บนปกหลังของหนังสือ "อุทกภัยในดวงตา" ของ ปราบดา หยุ่น
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือคู่แรกที่ทำให้เรารู้จักนักเขียนหนังสือแน้วแนวคนนี้ และติดตามความแน้วแนว มาจนทุกวี่ทุกวัน
โดยซื้อหนังสือเล่มนั้นพร้อมกับหนังสืออีกเล่ม คือ "ความน่าจะเป็น"
และในปีต่อมา หนังสือเล่มหลังคว้ารางวัลซีไรท์ไปครองอย่างคาดไม่ถึง

อีกเล่มที่น่าสนใจ

คุณ เป็นเอก รัตนเรือง ฮีโร่ของข้าพเจ้า บรรยายบนปกหลังของหนังสือเล่มหนึ่งไว้ว่า
"เซอร์ครับท่านผู้ชม เซอร์จริงๆ...เซอร์แตก..."
หนังสือเล่มนั้นคือ "หมานคร" ของคุณ คอยนุช ซึ่งต่อมาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดยคุณ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
ซึ่งเมื่อซื้อมาอ่าน มันก็ไม่คลาดไปจากคำนิยม จริงๆ นั่นแลครับ ... เซอร์แตก จริง ๆ อ่านไปนับถือในความเซอร์ของหนังสือไป

อย่าพึ่งเบื่อนะครับ ขออีกตัวอย่างนึง สุดท้ายละ
หนังสือที่เอา คำนิยม มาโฆษณาบนปกหน้า อย่างเด่นชัดที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา

วรรณกรรมเยาวชนที่แทบทุกคนต้องรู้จัก
"แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม" นั่นเอง
โดยบนปกหน้า เขียนไว้ว่า

พันตำรวจโท Frank Sinatra นายกรัฐมนตรี มอบคำนิยมแก่เยาวชนไทย

ซึ่งประโยคนั้น มีขนาดเทียบเท่า ชื่อคนแปล ....
แม่เจ้า แค่เขียนคำนิยม แต่ชื่อบนปก เด่นเท่า(หรือเด่นกว่า) คนแปล ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเนื้อหาทั้งเล่ม
เทพ Sad เลยฮะ !! Smiley
ใครจะรู้ ในสมัยนั้น การที่ได้คุณ Frank มาเขียนคำนิยมให้ อาจจะเพิ่มยอดขายหนังสือเล่มนี้แบบกระฉูดไปเลยก็ได้

นั่นแหละครับ ความสำคัญของ คำนิยม
จริง ๆ น่าจะยังมีที่น่าสนใจอีกหลายเล่ม แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออก ติดไว้ก่อนแล้วกันนะครับ
เมื่อก่อน เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำนิยม คืออะไร รู้แต่ คำนำ สารบัญ
พอมาตอนนี้ คำนิยมกลายเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของหนังสือไปโดยปริยาย

การได้อ่านคำนิยม ปูพื้นก่อนอ่านเนื้อเรื่อง อาจจะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับหนังสือแต่ละเล่มได้อีกไม่มากก็น้อย

เหมือนมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังว่า เพลงนี้เพราะอย่างนั้นอย่างนี้ หนังเรื่องนี้สนุกตรงนั้นตรงนี้ แล้วพอเราได้ไปสัมผัสเอง แนวโน้มที่มันจะออกมาดี มันก็เยอะขึ้นใช่มั้ยละครับ

หนังสือเล่มไหนที่เคยอ่านผ่าน ๆ ไม่สนใจคำนิยม ก็ลองหยิบมาอ่านดูบ้างนะครับ
มันมีอะไรอยู่ในนั้น จริง ๆ ครับ




 

Create Date : 09 มีนาคม 2552    
Last Update : 9 มีนาคม 2552 20:12:35 น.
Counter : 177 Pageviews.  

Before Sunrise


คนสองคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย แล้วจู่ๆ จะมารักกันได้ จริงๆ น่ะหรอ ?

เราเคยคิดแค่ว่า การที่คนสองคนจะรักกัน คบเป็นแฟนกัน ยังไงก็ตาม มันต้องเริ่มจากการเป็นคนรู้จักก่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง จนกระทั่งมาเป็นคนรัก

เราคิดเรื่องนี้มาหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งได้มีโอกาสดูหนังเรื่องหนึ่ง ที่กลายมาเป็นหนังรักที่เราชอบที่สุดในโลกไปเสียแล้ว

"Before Sunrise"

พรหมลิขิตที่อยู่บนรถไฟขบวนหนึ่ง เป็นต้นกำเนิดของเรื่องราวในหนังเรื่องนี้

ชายหนุ่มหญิงสาวที่ไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน พบเจอกันบนรถไฟที่เดินทางไปเมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ทั้งสองพบกัน ถูกชะตากัน ทำความรู้จักกัน สนทนากัน ออกเดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกัน และตกหลุมรักกัน ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชม.

เรื่องราวดำเนินไปพร้อมกับบรรยากาศของเมืองเวียนนา ที่ดูเงียบๆ สบายๆ (แต่งามชะมัด) พร้อมบทสนทนาของตัวเอกในเรื่องสัพเพเหระต่างๆ ทั้งเรื่องความตาย ความรัก ปรัชญาชีวิต หรือแม้กระทั่งเรื่องการกลับชาติมาเกิด

แต่บทสนทนาทั้งหลายแหล่เหล่านี้ นำพามาซึ่ง "การตกหลุมรัก" อย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่เขาและเธอพึ่งรู้จักกัน และมีเวลาอยู่ร่วมกันแค่ถึงวันรุ่งขึ้นเท่านั้น

และหนังก็ทำให้เราเชื่อว่าทั้งสองตกหลุมรักกันจริงๆ ซะด้วยสิ

ซึ่งนั่นเป็นการทำลายกรอบที่เราเคยตั้งไว้ในชีวิตโดยสิ้นเชิงเลยแหละ

จนกระทั่งต้องมานั่งคิดว่า เรื่องของความรักมันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่เคยคิดเลยอะ อยู่ที่จังหวะของเวลา และความขยันของ"อะไรสักอย่างในโลกนี้" ที่จะดึงดูดให้คนมาพบกัน ก็เท่านั้นเอง




Song : แรงดึงดูด


Artist : T-Bone

คงจะมีอะไรสักอย่างในโลกนี้ คงจะมีพลังอะไรอยู่ในนั้น
โลกใบนี้เหมือนมีจิตใจ บันดาลให้ใครต่อใครเปิดใจมารักกัน
เช่นเธอกับฉัน มาเจอกันด้วยเหตุใดนั้น คิดดู
หรือจะเป็นด้วยแรงโน้มถ่วงบนโลกนี้ จึงได้มีแรงฉุดใจอะไรนั้น
เป็นแรงดูดใจ ดึงดูดใคร อะไร อะไร มาพบกัน
ในโลกใบนี้จึงผูกพันเป็นคู่กัน เหลือเชื่อ

โอ้น้ำ มาหลงคารมอะไรกับปลารูปหล่อ
ฟ้า มาทำสัญญาอะไรกับนกตัวดี
ดอกไม้กับผีเสื้อ ก็มาเป็นเพื่อนกันด้วยเหตุใด
ใช่เลย คงเหมือนที่มีสิ่งหนึ่งผูกใจ
ให้เรามาเป็นเพื่อนกัน

คนกับคนเป็นเพื่อนกัน คนกับควายก็เพื่อนกัน
ลมกับฝนก็คู่กัน น้ำกับฟ้าก้ซี้กัน
มันก็เป็นเพราะโลกนั้น มีแรงดึงดูดใจ
คงจะมี... อะไรในโลกนี้ คงจะมีพลังอะไรในโลกนี้




ปล. แต่ไอ้ครั้นจะให้ไปทักทายหญิงสาวแปลกหน้าที่ดูถูกชะตา ชวนคุย ชวนออกไปเที่ยวด้วยกัน จนกระทั่งตกหลุมรักกัน ใครมันจะไปกล้าฟะ คงจบตั้งแต่ไม่ได้เริ่มทักเลยแหละมั้ง - -''

เฮอะ !! สุดท้ายก็มาจบลงที่ละครชีวิตเนิบช้าของเราเหมือนเดิม




 

Create Date : 02 มีนาคม 2552    
Last Update : 2 มีนาคม 2552 21:53:37 น.
Counter : 361 Pageviews.  

Keep Going

ประเดิม Blog แรก หลังจากได้สมัคร Bloggang มานานพอดูแล้ว

ช่วงนี้ำกำลังเห่อเพลงอยู่เพลงนึง คือเพลง Keep Going ของพี่เจี๊ยบ วรรธนา วีรยวรรธน

จริงๆ จะว่าไปแล้ว เพลงพี่เจี๊ยบเป็นอะไรที่ฟังแล้วติดหู มาเนิ่นนานซะเหลือเกินแล้ว

แถมติดเฉยๆ ยังไม่พอ ติดแล้วไม่เบื่อด้วยนี่สิ อารมณ์ว่า ฟังเพลงเดียวทั้งวันได้ อย่างงั้นเลยแหละ

มาถึงเพลงหัวข้อ Blog อย่าง Keep Going ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเพลงประกอบหนังสือ รอยเท้า ความฝัน ผู้คน ดนตรี ซึ่งเป็นหนังสือที่หาซื้อยากชะมัด

ตอนแรกได้ยินเพลงนี้ทางวิทยุ ก็ตื่นเต้นเล็กน้อยที่ได้ฟังเพลงใหม่พี่เจี๊ยบ หลังจากไม่มีเพลงใหม่ๆออกมาให้ฟังซักพักแล้ว (รึว่ามี แต่เราไม่รู้ !?)

พอฟังตอนแรกๆ ก็ว่าเพลงออกลอยๆ เนิบๆ เน้นเนื้อเพลงมีความหมาย ทำนองสบายๆ เหมือนเดิม(ชอบอิบ)

พอตอนหลัง หาฟังทางเนท แล้วได้ฟังบ่อยขึ้น ได้อ่านเนื้อเพลง ก็รู้สึกแบบ โอ เจ๊ แต่งได้ไง ร้องได้ไง ลอยๆ หวานๆ เนิบๆ เจ๋งชะมัด(อีกแล้ว)

เลยลองเอาเนื้อเพลงมาให้ยลกัน เผื่อบางคนยังไม่เคยอ่าน ยังไม่เคยฟัง


ปล. ยังแปะเพลงลง Blog ไม่เป็น เอาเป็น url ไปก่อนแล้วกันนะ แห่ะๆ


http://www.imeem.com/people/ya77crI/music/288OhSKv/wattana_weerayawattana_keep_going/



************




Song : Keep Going

 Artist : วรรธนา วีรยวรรธน


ฉันเตรียมคำพูดเป็นหมื่นคำไว้ ไว้ทักทายกับเธอ

ฉันเตรียมรอยยิ้มเป็นสิบแบบไว้ ไว้ยิ้มให้กับเธอ

ก็ได้แต่หวังว่าจะเจอะเจอ กันบนถนนแห่งนี้

แต่อยากจะพูดจะคุยกันอีกที ก่อนที่ฉันจะเดินทางต่อ

จะฝากจดหมายในกล่องเอาไว้ ให้เธอได้เปิดดู

ฉันอยู่ที่ไหนเธอจะได้รู้ ว่าฟ้าเป็นสีอะไร

จะเก็บรอยยิ้มไกล ๆ มาฝากเธอ เมื่อเราสองได้เจอกัน

แต่ในวันนี้เราคงยังต่างฝัน ฉันจึงจะเดินทางต่อ

ให้ความคิดถึงนำทาง ให้เราสองคนต่อไป



สักวันซึ่งคงไม่ไกล ฉันคงได้เจอกับเธอ



************


โคตรชอบเลย ตรงที่ว่า


จะฝากจดหมายในกล่องเอาไว้ ให้เธอได้เปิดดู

ฉันอยู่ที่ไหนเธอจะได้รู้ ว่าฟ้าเป็นสีอะไร


แต่งได้ไงเนี่ยยยยยยย


ฟังแล้วอยากจะออกเดินทางชะมัด ฮู้~



ขออภัย ถ้ายาวเกินไปจนขี้เกียจอ่าน


แต่ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ ก็ขอขอบคุณที่อุตส่าห์อ่านจนจบครับ






 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 2 มีนาคม 2552 21:49:20 น.
Counter : 590 Pageviews.  

1  2  3  

วูบ วูบ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add วูบ วูบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.