Everland ดินแดนมหัศจรรย์
เคยไปสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ 3 รอบ

รอบแรกไปกับทัวร์ ครั้งแรกที่มาเกาหลีใต้ แต่คนเยอะมาก ไม่ได้เล่นเครื่องเล่นอะไรสักอย่าง ได้แต่เดินไปมา เก็บบรรยากาศ

รอบสอง ก็ยังมากับทัวร์อีก ฝนตก รถไฟรางไม้ก็ปิด อดเล่น ครั้งนี้คนไม่ค่อยเยอะ เพราะเป็นวันธรรมดา แถมฝนตก ได้เล่นอะไรกุ๊กกิ๊กๆนิดหน่อยเอง

ได้ไปดูไลเกอร์ ลูกของไทเกอร์+ไลอ้อน หน้าตาน่าเอ็นดู



ดูหมีขอขนมด้วย น่ารักเหมือนกัน ตัวนี้ตลกมากนั่งโล้หน้าโล้หลังโชว์ขอขนมตลอดเวลา



ที่นี่มีทั้งสวนสัตว์เปิด-ปิดอยู่ในตัว ส่วนด้านนอกก็เป็นสวนสนุก

แต่ยัง ยังไม่ฟิน

รอบที่ 3 นั้น มันส์กว่าเยอะ!!

เพราะไปเองเลย ใช้เวลาทั้งวันที่นี่อย่างสนุกสนาน

สาย 2 สีเขียว สถานี Gyodae ทางออก 13

แล้วต่อรถเมล์สาย 1500 หรือ 1500-1 ก็ได้ แค่นี้ก็ถึงแล้ว


เราออกจากบ้านมาเพื่อสละเวลาทั้งวันให้สวนสนุกแห่งนี้

ก้าวเข้าไปถึง โอ้ ว้าวววววววว ยังคงน่าตื่นตาตื่นใจเช่นเคย

และ ความตั่งใจอันมุ่งมั่นกับเจ้าเครื่องเล่น T-Express ก็สำเร็จในครั้งนี้จนได้

หลังเฝ้าดูชิลลางน้อยแข่งทำหน้าเป็นกับฮวางบูอินบนเจ้ารถไฟรางไม้นี่มานาน

ในที่สุดวันนี้ฟ้าฝนก็เป็นใจให้ได้ขึ้นจนได้

แม้แถวจะยาวเหยียดแต่เราไม่ย่อท้อ เราต่อแถวไปเรื่อยๆและ...มันฟินมากๆเลยล่ะ

มันเป็นเครื่องเล่นที่ต้องระบุไว้ในตำนานเลย

ด้วยความที่เป็นรางไม้และสูงมากกกกกก ดิ่งมากกกกกก

มันเลยเพิ่มความหวาดเสียวให้แก่ผู้เล่นว่าไม้จะหักระหว่างทางไหม 555

ขึ้นไปนั่งได้ก็ท้ากับเพื่อนว่าเรามาแข่งทำหน้าตายกัน ใครจะชนะ .....

พอเครื่องเริ่มออกแล่นไปตามราง เราก็เก็กๆๆๆๆ ขรึมตลอดทาง

ถามว่ากลัวไม่ ไม่นะ มันน่าหวาดเสียวจริง ดิ่ง 90 องศามากจริงๆ

แต่มันกลับไม่น่ากลัวเลย สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า T-Express สนุกคือ

รางไม้ที่บางจุดเรี่ยดิน เหมือนหัวจะชนพื้น ชนไม้ ตรงนั้นอ่ะที่กลัว ฮ่าๆๆๆๆๆ

แล้วกำลังแล่นด้วยความเร็วสูง มันก็กระตุกๆ เป็นระยะ

เรียกความวูบวาบเข้าช่องท้องได้เป็นอย่างดี เลยหลุดหัวเราะก๊ากออกมาจนได้

ลงเครื่องมาดูรูปที่ทางสวนสนุกถ่ายไว้ แพ้หลุดลุ่ย

เพราะดันมาถ่ายติดตอนเราหัวเราะขำอ่ะซิ

เอาเหอะ......ไว้มาแข่งกับเจ้าบ่าวน้อยใหม่ก็ได้ อิอิ





Create Date : 16 พฤษภาคม 2556
Last Update : 16 พฤษภาคม 2556 10:27:20 น.
Counter : 425 Pageviews.

0 comment
English Village Yangpyeong Camp

แผนการเดินทางรวนๆนั้น อย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ด้วยเนื่องจากเคยโดนหลอกว่าจะได้ไปแล้วไม่ได้ไป มาครั้งนี้.....จึงเดินทางเอง (ก็ได้วะ)

English Village Yangpyeong Camp

โรงเรียน F4 ชินฮวาไฮสกูลของ จีฮูซอนเบ คนดีนั่นเอง อ๊ายยย >///<

เริ่มจากสาย Jungang สีฟ้าอ่อน ไปลงที่สถานี Yongmun

แล้วต่อรถแท็กซี่อีก 20 นาที

มาเองก็ได้ฟะ ไม่ง้อทัวร์แล้ว (แต่ได้ข่าวว่าตั้งแต่เข้าปี 2012 นี่ต้องง้อแล้วนะ เขาไม่เปิดให้เข้าเองแล้วเพราะรบกวนโรงเรียน

อยากเข้าต้องไปกับทัวร์แล้วล่ะ)

การมาเรียนของพี่จีฮูนั้น เหนื่อยมากนะ เพราะมันช่างไกลมากจริงๆ

เรานั่งรถไฟกระฉึกกระฉักมาเรื่อยๆ รถก็แน่นยืนจนเมื่อยขา เพราะเป็นวันเสาร์

เหล่าคุณลุงคุณป้าเลยเต็มไปหมด ทุกคนแต่งตัวพร้อมไปปีนเขาที่ชานเมือง

ผู้สูงอายุที่นี่แข็งแรงจริงๆ คนเกาหลีก็ชื่นชอบการปีนเขาจริงจังนะ

ออกรถไฟมาได้เกือบเที่ยง ไกลจนท้องหิว

เราเลยแวะหาอะไรกินกันก่อนแถวหน้าสถานี

ร้านนี้ขายอะไรมากมายไม่รู้สั่งไปเรื่อยเปื่อย อร่อยดี อาจุมม่าใจดีด้วย

กินเสร็จยื่นปากกาให้เซ็นข้างกำแพงเราก็เขียนลงไป พันยาดั๊บมาแล้วจ้า 5555

แล้วเรียกแท็กซี่เพื่อไปส่งที่โรงเรียน การจะเข้าไปได้นั้นต้องมีพาสปอร์ตด้วยนะ ^^



และเพราะเป็นโรงเรียนInter ก็เลยมีสอนประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

พร้อมเกมส์ให้เล่นในพาสปอร์ตด้วย ^^ น่ารักดี

แล้วคุณลุงหน้าป้อมยามจะพาไปทัวร์รอบๆ ก่อนจบที่ห้องเรียนของ F4

ที่มีสมุดเยี่ยมชมให้เขียนถึงตัวละครโปรดของใครของมัน

งานนี้คุณนายคิมผู้หลงรักท่านยุนจนโงหัวไม่ขึ้นก็ถลาซบลงบนโต๊ะซอนเบคนดีทันที

อย๊ากกกก อยาก อยากเป็นคึมจันดีที่พี่จีฮูหลงรัก ทำไงดีหนอออออ

เราใช้เวลาเดินเล่นถ่ายรูปที่นี่ไปรอบๆได้สักสองชั่วโมงก็กลับ

เพราะกว่าจะถึงโซลก็เย็นย่ำ ..... ก็ที่นี่มันไกลน่าดูจริงๆนะเนี่ย

แล้วก็แผนผังทั้งโรงเรียน กว้างขวางใหญ่โตดีจริงเลยๆ





Create Date : 16 พฤษภาคม 2556
Last Update : 16 พฤษภาคม 2556 10:06:22 น.
Counter : 660 Pageviews.

1 comment
Seoraksan : อุทยานแสนสวย
เคยไปโซรักซานครั้งหนึ่ง สมัยมาเกาหลีใต้กับทัวร์เมื่อปลายปี 2006

เป็นสถานที่ที่ทัวร์ทุกบริษัทต้องพาไป

ที่นี่สวยต่างฤดูนะ

พูดง่ายๆคือ 4 ฤดู ร้อน-หนาว-ผลิ-ร่วง สวยไม่ซ้ำกัน

ตอนนั้นมาช่วงใบไม้ร่วง อากาศเย็นๆ ใบไม้เหลืองแดง สวยมากทีเดียว

แต่ครั้งนี้อยากเจอหิมะ มาเอากลางเดือนมีนานี่นะ

จะไปสกีรีสอร์ทก็ใช่ที่ เพราะส่วนใหญ่ลานสกีคงไม่อยากให้เราปั้นตุ๊กตาเท่าไร

เลยมองหาว่าที่ไหนพอจะมี

หาไปหามา ลุ้นไปลุ้นมา

หิมะก็ตก ณ วันที่เราไปพอดี lucky girl ^^

เราตื่นแต่ตีสี่ เพราะต้องเดินทางไปขึ้นรถบัสที่ Dongseoul Bus Terminal เที่ยว 07.19 น.

มีรถหลายเที่ยวนะ ราคาแตกต่างกันไป ขึ้นกับความเร็วและจำนวนจุดจอด

ค่าเดินทางไปเมือกซกโช เมืองที่ตั้งอุทยานแห่งชาติโซรักซาน คนละ 17,300 วอน เที่ยวเดียวนา





การเดินทางไปใช้เวลาราวๆ 2.30 ชั่วโมง เพราะรอบที่เราเลือกเป็นแบบ express bus ฮี่ฮี่
ไม่จอดที่ไหนเลย แค่แวะให้เข้าห้องน้ำแป๊บนึง

ถึงเร็วหน่อยจะได้เที่ยวเยอะๆ


รถของเราที่จะไปซกโช



ภายในรถ



ที่นั่งกว้างขวาง สะดวกสบาย ปรับเอน(แทบจะ)นอนได้ ถ้าคนไม่เต็มนะ เอนมากเกรงใจคนข้างหลังด้วย




ระหว่างทางกินคิมบับกับช็อกโกอูยูเป็นมื้อเช้า ชมวิว



เห็นหิมะแล้วใจชื้น



ลอดอุโมงค์ด้วย มืดๆๆๆๆ




ถึงแล้วจ้า Sokcho Bus Station ดูบ้านๆมาก ก็ต่างจังหวัดอ่ะนะ ตามสไตล์ ^^



เดินออกมาเลี้ยวไปทางขวามือจะเจอป้ายรถเมล์อยู่ตรงข้ามปั๊มน้ำมันนี้



นั่งรอสาย 7 หรือ 7-1 ก็ได้นะ เพื่อไปโซรักซาน ป้ายสุดท้าย อีกคนละ 1,100 วอน


นั่งไปประมาณ 20 นาที เริ่มเห็นความสวย

เหมือนภาพวาดเลยอ่ะ ถ่ายผ่านหน้าต่างรถนะเนี่ย






ถึงแว้ววววว ไปซื้อบัตรเข้ากันก่อน ค่าเข้าคนละ 3,500 วอนนะจ๊ะ





วันนี้ลมแรง กระเช้าปิด กระซิกๆ เศร้าสุดๆ เพราะตั้งใจจะขึ้นไปบนๆ หิมะน่าจะท่วมๆ

แล้วจะได้ปั้นไหม ตุ๊กตาฉัน

เดินเข้ามาเจอพี่หมีก่อน สัญลักษณ์ของที่นี่



ฟ้าสวยมากกกกกกกกกกกก

ไม่เคยไปสวิต แต่เข้าใจว่าสวิตเซอร์แลนด์เกาหลีเป็นไงก็วันนี้

ขุนเขาที่ทอดตัวยาวข้างหน้า สวยมากจริงๆ

เดินๆไป นั่น ข้างหน้านั่น!!!!!

หิมะ

นุนอิดะ!!!!



กระโดดโลดเต้นกัน ดีใจเจอหิมะ(กลางเดือนมีนา)แล้ว สมกับที่ดั้นด้นมาจริงๆ

ที่นี่หนาว หิมะเลยละลายช้า ให้เราได้ปั้นกัน เพื่อนๆเจอหิมะแรกดีใจกันใหญ่

ดิฉันก็ปลื้มใจพาเพื่อนมาสมหวังจนได้

อันนี้ ฮยอนจุงนุนซารัม 555



อันนี้โอปป้า รักแท้ของเราที่ได้ช่างแกะน้ำแข็งจากฮาร์บิ้นส์มาช่วยปั้น กร๊ากกกกก




หนาวๆ แวะมาหาช็อกโกแลตร้อนๆอุ่นท้องหน่อย



ร้านนี้มีเงื่อนไข หนึ่งคนหนึ่งแก้ว ไม่กินห้ามอยู่ในร้าน บ๊ะ โหด

ไม่บอกว่าชื่อร้านอะไร แค่เข้าไปเดินตรงๆเจอร้านไหนก็ร้านนั้นแหละ อิอิ

เขากลัวเราไปหลบหนาว ผิงไฟฟรีแน่ๆเลยเนอะ


ไหว้พระด้วยนะ (ฟ้าสวยจริงๆ)





กระเบื้องขอพร ภาษาไทยเพียบนะ





วิวทั่วๆไป น้ำเริ่มใสแล้ว เดือนก่อนๆคงปกคลุมด้วยหิมะหมด






เราอยู่ที่นี่พอสมควรก็ไปขึ้นรถเมล์จุดเดิม สายเดิมที่ลง กลับเข้าเมืองซกโช

แล้วซื้อตั๋วกลับเข้าโซลอีก ราคาเท่ากัน



แพงแท้ ไป-กลับ ตกคนละเกือบพัน

แต่ชอบนะ

ครั้งที่สองที่มาโซรักซาน มาเองไม่ยาก แถมเดินได้เรื่อยเปื่อยเท่าใจอยาก เสียดายแค่อดขึ้นกระเช้า

เห็นเขาทดสอบส่งกระเช้าเปล่าขึ้นไป 2-3 รอบก็ไม่เปิดให้บริการ

ลมแรงจริงๆนั่นแหละ



Create Date : 26 เมษายน 2556
Last Update : 26 เมษายน 2556 14:53:48 น.
Counter : 625 Pageviews.

0 comment
จังงัง ณ ปูซาน #3
ฉันชอบปูซานนะ

เสียดายที่มาอยู่แค่คืนเดียว ครั้งหน้าคงต้องมาให้นานกว่านี้

วันสุดท้ายที่นี่ จึงไปเดินเลียบหาดแฮอึนแด

ทะเลหน้าหนาวไม่ว่าประเทศไหนก็เงียบเสมอ แต่ฉันชอบ ^^

โรแมนติกดี

เดินไปเรื่อยๆ เป้าหมายอยู่ลิบๆที่โรงแรมสุดหาดนั่น



ระหว่างทางก็มีทางลงไปปูซาน อควาเรียมด้วย แต่ไม่อยากดู เดินผ่านไป

เจอป้ายห้ามสูบบุหรี่ใหญ่เบิ้ม น่ารักดี



ใกล้แล้ว หอบแฮ่กๆ ไกลแท้ ถือว่าออกกำลังกาย



เดินเลียบหาดไปฟัง KissKiss ไป ได้อารมณ์มาก

นึกถึงคนเชิ้ตขาวที่มาวิ่งถ่ายเอ็มวีอยู่แถวนี้

- - - คิดถึงจัง - - -

เป้าหมายคือบันไดไม้สู่สรวงสวรรค์นี่แหละ บันไดไม้ทอดยาว สวยดี



อ้าว มีนางเงือกอยู่แถวนี้



แล้วก็เป้าหมายสอง บันไดลิง เอ๊ยยยย บันไดเชือก เปรี้ยวมาก



ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

หวาดเสียวดี 555

เดินมาไกลเพื่อสิ่งนี้แหละ เพราะต้องไปแล้ว กลับเข้าโซลด้วยรถไฟ KTX วะ ว้าววววว

มาขึ้นรถไฟที่ Busan Station

ตั๋วของเรา รอบ 16.00 น. จองแบบ 4 ที่หันหน้าเข้าหากันด้วยนะ



บนรถไฟมีที่วางกระเป๋าเดินทางได้ ไม่เกะกะ



มีตู้ขนมกดๆด้วย



มีตู้น้ำและห้องน้ำสะอาดที่ไม่ได้ถ่ายมา

รูปในขบวนก็ไม่ได้ถ่ายเพราะคนเยอะ กลัวไม่สวย เลยไม่ถ่าย

เฮ้อออออออ เสียดาย



ระหว่างนั่งจะมีรถเข็นขายของมา เลยซื้อข้าวกล่องมาลอง กล่องละหมื่นวอน อร่อยดีเหมือนกันนะ

ไก่เทริยากิ



และหมูพุลโกกิ



เราใช้เวลา 2.37 ชั่วโมงเป๊ะ ถึงโซล ตรงเวลามากกกกกกกกก ตกใจจริงๆ

แตะ 37 นาทีปุ๊บ รถจอด Seoul Station ปั๊บ ตรงมากๆๆๆๆ

......ไปเที่ยวโซลกันต่อนะ ^^

ทิ้งท้ายที่ปูซานด้วยสะพานลอยนี้ น่ารักดี




Create Date : 26 เมษายน 2556
Last Update : 26 เมษายน 2556 13:30:15 น.
Counter : 534 Pageviews.

0 comment
จังงัง ณ ปูซาน #2
อย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาทะเลก็คือการกินอาหารทะเล

เป้าหมายทริปนี้ คือ Alaska King Crab ตัวนี้นี่เองงงงงงง



ภาพประกอบ : น้องที่ไปด้วยกัน รูปนี้น่ารักดี ดูนางแฮปปี้กะปูยักษ์มากอ่ะ

เรามาที่ตลาดกีจังหรือ Gijang Market ด้วยการโบกแท็กซี่จากหาดแฮอึนแด

สนนราคาค่ารถหมื่นวอนนิดหน่อย

จริงๆมันมาด้วยทางอื่นได้นะ ทั้งรถเมล์และรถไฟ korail
แต่แบบว่าฝนตกอ่ะ ระหกระเหินมาก นั่งแท็กซี่ปลอดภัยสุด เร็วสุดด้วย

เพราะหิวมากกกกกกกกกกกก

หลังเอื้อนเอ่ย "กีจังชีจังคาเซโย" ไป ทั้งคนพูดคนฟังก็กระพริบตาปริบๆ มันฟังดูเข้าใจยาก แต่ก็เข้าใจ 555

ครึ่งชั่วโมงถัดมาเราจึงมาเดินอยู่ท่ามกลาง เอ่อออ......ตลาดปู???

ซ้ายร้านปู ขวาก็ปู หน้า-หลัง ร้านขายปู เยอะมากกกกกกก

เอาร้านไหนดี พ่อค้าแม่ค้าชาร์จเข้ามา กวักมือ ฉุดแขน แทบจะลากกันเข้าร้าน

แงๆๆ ไม่รู้ กินอันไหนดีอ่ะ

จริงๆมีร้านที่เคยอ่านรีวิว แต่ไม่รู้ตำแหน่งคงหาไม่เจอ ระหว่างที่ลังเลว่าเอาร้านไหน

สายตาก็เจอร้านที่อ่านมา อ้าววว หาง่ายเชียว 5555

ก็เลยบอกเพื่อนเอาร้านนี้แหละ

ปูว่ายอยู่ในถังออกซิเจนเป็นร้อยๆตัว หูยยยยยย ทั้งตลาดกี่หมื่นตัวล่ะเนี่ย

และตัวไหนจะโชคร้ายตายในพุงเรา (ตัวข้างบนนั่นไง)

พอหันเข้าร้านลุง ลุงก็ยิ้มแป้น เอื้อมมือลงถัง ดึงเจ้าโชคร้ายมาชั่งให้

ชั่งปุ๊บ ตัวเลขขึ้นทันทีว่าหนักเท่าไร และคิดเป็นเงินเท่าไร

อย่าถาม จำไม่ได้ รู้แต่ตัวนี้หนัก 3.4 กิโล

ลุงบอกว่าเอาสองตัวไหม กินกัน 4 คน

ไม่ๆๆๆๆ เยอะไปกินไม่หมด ขอตัวเล็กตัวนึงนะลุง

ลุงหยิบ Spider Crab มาให้ ชั่งไป มองไซส์ไป หันไปบอกเพื่อน

แกๆ เรากินสองตัวเหอะ ไหนๆมาแล้ว 5555555555

ลุงงงสับสนใจ ชะนีพวกนี้ จิตใจไม่มั่นคงเลย

ตกลงราคาและ "กากาซูเซโย" ไปเสร็จ เราก็แวะถ่ายรูปคู่ปูกันคนละช็อตเป็นหลักฐานว่า ฉันจะกินแกล่ะ!!!

ขึ้นมานั่งชั้นสอง เครื่องเคียงก็เสิร์ฟเต็มโต๊ะ



พาจอนกุ่ยช่ายนั่นอร่อยมากกกก กินกันไปสามจานได้แน่ะ

ส่วนหอยจุ๊บ กินลำเค็ญ เพื่อนๆพยายามกิน แม้กระทั่งเรียกอาจุมม่ามาถามวิธีกิน
อาจุมม่าทำท่าให้ดูแล้วบอก ดูดเลย จุ๊บๆ ก็ยังกินไม่ได้เลย ยากเกินไป

บุกก้อนนั่น น่ากลัว ไม่กล้ากิน 555

ข้าวโพด ไม่อบเนย ต้มเฉยๆ เพลินดีจ๊ะ

ส่วนจานแดง มาดูชัดๆ มันคือปลาหมึกผัดซอสโกชูจัง เค็มไปถึงโลกหน้า



แล้วเราก็จัดการเอาน้ำจิ้มซีฟู๊ดที่พี่สาวตำมาให้ เทเตรียมรอ มันต้องแซ่บกันไปข้าง!!

ปูมาแว้วววววว กรี๊ดดดดด ตัวเบ้งมากกก ยั่วยวน



เอาตะเกียบมาเทียบ เผื่อจะเห็นว่าใหญ่



เค้าตอกๆมาให้แล้วพร้อมกิน แงะนิดหน่อยก็ออกมาเป็นยวง โอ้วววว



กินๆๆๆๆๆๆ จนลืมถ่ายรูป

รูปน้อยมากจริงๆแหะที่นี่

มันสดมาก หวานมากๆด้วย มีความสุขจัง

และค้นพบว่าพวกเรา 4 คน กินปูยักษ์สองตัว ไม่พอ มันน้อยไป

โถ ตายอดตายอยากกันมาจากไหนเนี่ย

ก็เลยส่งซิกบอกอาจุมม่าหนูไม่อิ่มๆ

อาจุมม่าก็เลยเอากระดองมันปูไปผัดข้าวให้ดังนี้



หร่อยเว่อร์

จุก

จ่ายเงินไป 116,000 วอน ไม่แพงนะ จะบอกให้ ปูสองตัว ข้าวผัดสองกระดอง

ข้าวผัดนี้คิดค่าบริการเพิ่มนะกระดองล่ะสองพันล่ะ

กินเสร็จ ปลื้มใจ

มาเดินตลาด เจอสัตว์ทะเลแปลกๆเพียบ ไม่ได้ถ่าย อึดอัดพุงอยู่

5555555555555555555555555555555555555

มามีสติอีกทีตอนเจอเจ้านี่



งั่มๆ หมื่นวอน สุขใจ ใหญ่เบ้ง ^^




Create Date : 26 เมษายน 2556
Last Update : 26 เมษายน 2556 11:32:29 น.
Counter : 841 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  

ณ เงา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



New Comments