I Love Coffee Design

macoffee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add macoffee's blog to your web]
Links
 

 
การเตรียมตัวก่อนเปิดร้านกาแฟ


การเตรียมตัวก่อนเปิดร้านกาแฟ

          สำหรับคนที่อยากเปิดร้านกาแฟ ต้องอ่านบทสัมภาษณ์เจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ที่เปิดร้านกาแฟโดยที่ตอนแรกไม่รู้จักกาแฟเลย แต่ตอนนี้เปิดร้านมาได้ 6 ปีแล้วคะ ลองมาดูกันนะคะ ว่าร้านกาแฟเจ้านี้เค้าเริ่มต้นธุรกิจยังไงคะ

” ครั้งแรกที่รู้จักกาแฟก็เพราะว่า ลูกค้านัดคุยงานที่ร้านกาแฟ เนื่องจากนั่งคุยงานกันได้นาน บรรยากาศดี แอร์เย็น ” 

ตึง!!!  5555++  หลายๆท่านรู้สึกอย่างนี้มั้ยคะ 

          เอาละคะมาเริ่มเข้าเรื่องกันดีกว่า ว่าเค้าเริ่มต้นธุรกิจยังงัย ทั้งๆที่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลย

          ” เริ่มแรกเลย ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงเหมือนกัน แต่เราเป็นคนชอบอ่านหนังสือก็เดินเข้าร้านหนังสือไปหาหนังสืออะไรก็ได้ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกาแฟมาอ่าน เป็นนิยายบ้าง สูตรการชงกาแฟ สูตรน้ำปั่นบ้างประมาณนั้น พอเริ่มซึมซับเขา ก็เริ่มเข้าเว็บเกี่ยวกับกาแฟ หาหนังสือยอดฮิตที่บาริสต้าต้องอ่าน เซิร์ทหาร้านน่านั่ง ตะเวนชิม แอบดูการจัดร้าน การจัดการภายในร้าน ดูบรรยากาศ 

          ทีนี้ก็เริ่มเกิดความมั่นใจ เริ่มเซิร์ทหาที่เรียน เซิร์ทหาหลายๆที่ เอามาเปรียบเทียบกัน เลือกที่รับสอน ทีละไม่เกิน 4-5 คน ยิ่งรับน้อย ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อเราคะ 

          พอรู้เรื่องการชงกาแฟเบื้องต้น และกาแฟสายพัธุ์ต่างๆ แล้ว ก็มาเรียนรู้เรื่องเครื่องชงกาแฟ เลือกเครื่องชงให้เข้ากับธุรกิจของเรา พอมาถึงตรงนี้้ก็เริ่มมั่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะมีความรู้เบื่องต้นแล้ว แต่หลังจากนี้จะเริ่มหนักใจละ 5555++

          ที่หนักใจก็….เรื่องการเลือกเมล็ดกาแฟมาใช้ อย่างที่รู้ๆกันว่า แหล่งขายเมล็ดกาแฟมีมากมาย รสชาติและคุณภาพก็แตกต่างกันไป แล้วความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกาแฟที่เรียนมาก็ไม่เพียงพอคะ 

          ถ้าอยากได้เมล็ดกาแฟคุณภาพดี รสชาติถูกใจ ต้องเข้างานมหกรรมที่เกี่ยวกับกาแฟ แต่ละปีมีจัดหลายงานคะ บริษัทห้างร้านที่ขายเมล็ดกาแฟ และวัตถุดิบ จะมาเปิดบูธขายมากมาย อันนี้ถือว่าเป็นโอกาศดีสำหรับเราคะ ตะเวนชิม ฟังเจ้าของร้านอธิบายเอกลักษณ์ของเค้าคะ อย่าลืมขอนามบัตร และขอตัวอย่างกาแฟมาเทสด้วยคะ และที่สำคัญอีกอย่างคือ เค้าจัดโปรโมชั่นเครื่องชงกาแฟ + เครื่องบด ด้วย ( จะบอกความจริงให้นะคะ วันนี้เตรียมตัวเมาได้เลย เมาจริง มึนจริง 5555+ ) 

          พอเข้างานมหกรรมกาแฟแล้ว จะเกิดความอยากจนตาลาย หูอื้อเลยหละคะ ที่เกิดอาการตาลาย ก็เพราะว่าไปเจอเครื่องชงกาแฟมากมาย หลายยี่ห้อ รุ่นนั้นเจ๋งอะ รุ่นโน้นก็ดี รุ่นนี้ก็สุดยอด เลือกไม่ถูก เชื่อได้เลยเป็นอย่างนี้ทุกคนคะ แต่เอาหละ!!! จะเลือกเครื่องชงกลับไปอยู่กะเราละ อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ

         งบประมาณที่เราตั้งไว้ ซึ่งเป็นตัวกำหนดขนาดของธุรกิจ (ต้องเผื่อเงินสำรองแยกไว้ต่างหากด้วยนะคะประมาณ 60% ของเงินทุนคะ) เช่น 

  • ร้านสแตนอะโลน อยู่ใต้อาคารเป็นห้องเช่า ใช้เงินลงทุนประมาณ 3 แสน ถึง 1ล้านอัพ ถ้าจะเลือกเครื่องชงคอนติ ที่มีิ 2 หัวกรุ๊ป ไม่ว่ากันคะ ผ่าน… (เอ…..ทำไมผ่านกันง่ายๆละ ก็เพราะมีเงินลงทุนสูง จะซื้ออะไรก็น่ารักอะ!! )
  • คอร์เนอร์ ลักษณะเป็นมุมกาแฟภายในอาคาร ศูนย์การค้า หรือพลาซ่า ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนอัพคะ ใช้เครื่องชง 1 หัวกรุ๊ปขนาดกลางก็พอคะ 
  • รถเข็น ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ใช้เงินลงทุนประมาณ 8 หม่ื่นอัพคะ ใช้เครื่่องชงรุ่นเล็กก็ได้คะ กระทัดรัดดี เหมาะกับการขนย้าย ราคาก็เบาๆ

แต่…จะบอกอย่างสัตย์จริงว่า เครื่องชงยิ่งเล็กอายุการใช้งานยิ่งสั้นคะ 

          มาถึงตรงนี้แล้ว พอจะเดาทางได้แล้วใช้มั้ยคะว่า จะเลือกเครื่องชงแบบไหน

          ทีนี้ก็ได้เครื่องชงมาฝึกฝีมือที่บ้านแล้ว คุณต้องซ้อมและซ้อมคะ แจกเพื่่อนๆ คนรู้จัก ให้เค้าชิม ขอคอมเม็น อย่าท้อ คำบางประโยคอาจทำให้มีโกรธ อยากปาดคอกันเลยเดียว ก็ต้องใจเย็นๆคะ อย่าลืมนะคะ ติเพื่่อก่อ ต้องยอมรับคะ แล้วเอามาปรับปรุง แต่อย่าลืมนะคะหัวใจของกาแฟคือ เพอร์แฟ็คช๊อต คะ

          หลังจากวุ่นวายกับการเลือกเครื่องชงกาแฟกันไปแล้ว ทีนี้เตรียมปวดหัวกับการเลือกทำเล ขอบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่มันก็ไม่ได้ยาก 

          ทำเล เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นตัวชี้ชะตาเราเลยคะ ว่าจะรุ่งหรือร่วง การเลือกทำเล ต้องพิจารณาเขตการค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน กลุ่มคนทำงาน หรือแหล่งชุมชน ดูจุดแข็งจุดอ่อนของคู่แข่ง ลูกค้าสามารถมองเห็นเราง่ายมั้ย มีที่จอดรถรึเปล่า เป็นต้น

          อีกอย่างคือ ต้องไปดูสถานที่จริง เพื่อประเมิณกลุ่มลูกค้าว่าพลุกพล่านมากน้อยแค่ไหน ดูรอบการขายวันนึงขายได้กี่รอบ อย่างเช่น ย่านสีลม จะขายได้ 2 รอบ คือช่วงเช้ากับช่วงเที่ยง ส่วนช่วงเย็นลูกค้าส่วนใหญ่จะเร่งรีบกลับบ้านจะไม่แวะซื้อ เป็นต้น

          เมื่อจับจองทำเลได้แล้วก็ลุยกันเลยคะ กายพร้อมใจพร้อม!!!

          เริ่มจากสั่งซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ เข้าร้านกัน วัตถุดิบและอุปกรณ์หลักๆ ก็ได้จากร้านที่จัดบูธงานมหกรรกาแฟ ยังไงละคะ มีนามบัตรแล้วโทรสั่งได้เลยคะ ว่าต้องการอะไรบ้าง เค้าพร้อมบริการอยู่แล้วคะ มีครบ ส่วนแก้วเสิร์ฟในร้านหรือแก้วถือกลับได้ เราก็ไปเลือกซื้อที่ ร้านอุปกรณ์เบเกอร์รี่ใกล้บ้านเอาก็ได้คะ 

          พอถึงเวลาปฏิบัติงานจริง ไปเปิดร้านวันแรก มือไม้สั่น ใจหวิวๆคลายจะเป็นลม 5555+ ให้สูดหายใจเข้าลึกๆคะ

          วันแรกๆ แทบจะไม่มีลูกค้าเลย นั่นเป็นเพราะเค้ายังไม่รู้จักเราคะ เพราะฉนั้น!!! ต้องทำโปรโมชั่น ใบปลิว ไปเดินแจกตามสถานที่ต่างๆ ในระแวกร้านของเราคะ เช่นตีนสะพานลอย ออฟฟิตใกล้ๆ ขออนุญาติร้านอาหารใกล้ๆวางใบปลิว เป็นต้น 

          ช่วง 4-5 เดือนแรกต้องอดทนคะ ถือว่าเป็นช่วงผึกวิทยายุทธคะ หลังจากนั้น สูตรนิ่งผีมือแน่น ลูกค้ามาเอง บอกกันปากต่อปากคะ และอย่าลืมทำโปรโมชั่นเอาใจลูกค้าประจำด้วยนะคะ 

          และที่สำคัญอีกข้อนึง ที่คุณจะต้องใส่ใจคือ ” บริการ ” กาแฟรสเยี่ยมและบริการชั้นเลิศ ยังไงร้านเราก็อยู่ในใจลูกค้าเสมอไปคะ “

          รู้สึกยังไงบ้างคะ กับบทสัมภาษณ์เจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้ ล้มลุกคลุกคลานกันบ้าง ดีใจบ้าง เสียใจบ้าง แต่ก็อย่าท้อใช้มั้ยคะ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วหละคะว่า ธุรกิจกาแฟตอบโจทย์ในใจของคุณได้หรือเปล่าคะ 

บทความอื่นๆที่ : http://www.montorecoffee.com




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2558 14:35:51 น. 0 comments
Counter : 265 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.