สะพายกล้องฟิล์มเที่ยวลาวเหนือ ล่องเรือช้าสองวัน ห้วยทราย หลวงพระบาง #1

 วางแผนทริป

   ทริปล่องเรือช้าไปหลวงพระบางเป็นทริปที่คิดไว้เมื่อสมัยเรียน ด้วยความที่ว่าเคยอ่านรีวิวที่บรรยายถึงบรรยากาศความชิลล์ ของการเดินทางช้าๆทางเรือ และวิถีชีวิตริมโขงที่เราไม่เคยเห็น เลยเกิดความอยากไปสัมผัสกับมันดูสักครั้ง

ก่อนหน้านี้ผมเคยไปหลวงพระบางมาแล้วทางรถบัส เส้นทาง หนองคาย เวียงจันทร์ หลวงพระบาง และกลับทางเดิม การเดินทางด้วยรถบัสในลาวบอกได้เลยว่าสุดยอดจริงๆ ครั้งนี้เลยอยากเปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางบ้าง

การเดินทางคร่าวๆของเราในทริปนี้จะเป็น- เครื่องบิน ไปเชียงราย- เรือช้า ไปหลวงพระบาง- รถบัสนอน ไปเวียงจันทร์- เครื่องบินจาก อุดรกลับกทม.(ใช้เครื่องบินเพราะมนุษย์เงินเดือนในทริปอาจจะโดนไล่ออกได้ถ้าลาเยอะกว่านี้ >_< )ทริปนี้เราใช้เวลาทั้งหมด 6 วัน 6คืน จาก 29เมษา - 5พฤษภาโดยแพลนคร่าวๆที่วางไว้เป็นแบบนี้ครับ
  • 29apr- บินจากดอนเมืองไปลงเชียงราย(FD3205) และรีบไปหาที่นอนที่เชียงของ เตรียมข้ามฝั่งรุ่งเช้า
  • 30apr- ล่องเรือจากห้วยทรายไปปากแบง(ครึ่งทาง) นอนปากแบง
  • 1may- ล่องเรือจากจากปากแบงไปหลวงพระบาง นอนหลวงพระบาง
  • 2may- เที่ยวในหลวงพระบาง
  • 3may- ซื้อ oneday trip ไปน้ำตกแล้วออกเดินทางโดยรถบัสรอบดึกไปเช้าที่เวียงจันทร์
  • 4may- เดินเที่ยวเวียงจันทร์ นอนเวียงจันทร์
  • 5may- เช้าเที่ยวเวียงจันทร์ สายข้ามมาหนองคาย ต่อไปอุดร บินกลับกทม.(DD9217)

เป็นแพลนที่ไม่มีรายละเอียดอะไรมากมาย ขอแค่ที่นอนกะการเดินทางเท่านั้น เพราะเดี๋ยวเราไปลุยเอาข้างหน้า ฮ่าๆ



 กล้อง

   ทริปนี้เกิดอาการอยากลองกล้องฟิล์มตัวใหม่เลยสะพายเจ้า Olympus OMG สุดรักไปด้วย ส่วนเพื่อนร่วมทริปมีเจ้า Olympus Trip ฮาล์ฟเฟรมสุดแนวไปอีกตัว 

   เราพกฟิล์มกันไปทั้งหมด เจ็ดม้วน ตอนแรกกังวลเรื่องการผ่านเครื่องสแกนที่สนามบิน แต่อ่านในเน็ตเค้าบอกว่าไม่ฟอกซ์แน่ๆ เอ้า!เชื่อก็เชื่อวะ แต่แอบลุ้นเล็กๆตอนส่งล้าง ถ้าออกมาขาวทั้งม้วนนี่ร้องไห้เลยนะ ฮ่าๆ olympus OMG เที่ยวหลวงพระบาง olympus OMG เที่ยวหลวงพระบางolympus pen-ee เที่ยวหลวงพระบาง olympus pen-ee เที่ยวหลวงพระบาง
ส่วนกล้องรองถ่ายรัวๆผมใช้ Nokia Lumia 920 กดนะครับ

 ออกเดินทาง

วันที่ 29 เมษาเรานัดกันที่สนามบินดอนเมืองตอน 18:00 เพื่อขึ้นเครื่องตอน 19:40 ทริปนี้มีผู้ร่วมทริปทั้งหมดสี่คน เราบินโดยสายการบิน Airasia ราคาตั๋วตอนนั้นราคา 500+ กว่าบาท(จองก่อนเกือบเดือน)

เมื่อทุกคนมาครบก็เข้าเช็คอินกันเลยยย!!

   เครื่องแตะรันเวย์สนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายช่วงสามทุ่มกว่าๆ ถือว่าเป๊ะตามตารางเวลาพอดี

   แผนต่อไปคือหาแท็กซี่เพื่อไป อ.เชียงของ ทันทีเลย เพราะถ้าคืนนี้เรานอนเชียงราย พรุ่งนี้เช้าเราจะต้องรีบหารถไปแต่เช้ารีบข้ามฝั่งไปห้วยทรายและรีบไปขึ้นเรือที่ท่า ซึ่งเป็นแผนที่ไม่น่าเสี่ยงเลย เราต้องเพลย์เซฟไว้ก่อน กันทริปล่ม ฮ่าๆ

   สรุปได้แท็กซี่ที่เพื่อนแนะนำ ราคา 1500บาท ไปเชียงของโดยใช้เวลา 2.5ชั่วโมง เป็นราคาที่รับได้เมื่อหารกัน 4 คนแล้วก่อนออกจากเมือง เราแวะกินข้าว ซื้อของ กดตังค์ พี่คนขับใจดีและสุภาพมากๆ

   เราถึงตัวเมืองเชียงของในเวลาประมาณ 23:00 เข้าพักที่ "บ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์" โลเคชั่นริมโขงพอดี สามารถเดินลงหลังบ้านไปเจอแม่น้ำโขงได้เลย ผมจองที่พักคืนนี้ด้วย agoda ในราคาตกคนละ 150 บาท

บ้านฝ้ายเกสต์เฮาส์ บ้านฝ้ายเกสต์เฮาส์

ห้วยทราย

วันที่ 30 เมษา
ผมตื่นแต่เช้าเพื่อจะลงไปดูพระอาทิตย์ขึ้นริมฝั่งโขง เมื่อเดินลงไปหลังบ้าน  สักร้อยเมตรก็ถึงถนนเลียบโขง มีหมอกลงจางๆ พระอาทิตย์ขึ้นไปแล้ว หมอกบังพระอาทิตย์หมดเลย บรรยากาศเย็นสบาย 
olympus OMG เที่ยวหลวงพระบาง
olympus OMG เที่ยวหลวงพระบาง

สักแปดโมงเพื่อนๆก็เริ่มตื่นกัน เลยคุยกันว่าจะข้ามไปห้วยทรายยังไง ถามเจ้าของเกสต์เฮ้าส์แล้วเค้าแนะนำให้ซื้อเป็นแพคเกจเรือช้าต่อคนไปเลย สะดวกและง่ายดี มีรถมารับหน้าเกสต์เฮ้าส์ ไปที่ด่านสะพานมิตรภาพ และรับไปท่าเรือ ช้า ส่งลงเรือเรียบร้อย ราคาคนละ 1,300 บาท รวมตั๋วเรือ(900บาท) ราคาที่สืบๆมาถ้าจ่ายแยกและเดินหาเองจะประมาณ 1,100 แต่เพื่อความชัวร์เลยยอมจ่ายเพิ่ม เพราะกลัวเหมารถแล้วโดนฟัน(ในความเป็นจริงไม่มีเลย คนลาวดีมาก เรทเดียวไม่โกง) ทานข้าวเสร็จรถก็มารับ วนรับอีกสองสามเจ้าก็ออกเดินทางสู่สะพานมิตรภาพกันเลย
เที่ยวหลวงพระบาง โหนรถสองแถวไปเลย
รถบัส ด่านสะพานมิตรภาพ รถบัส ด่านสะพานมิตรภาพ

ปั๊มออกฝั่งไทยแล้วก็จะมีรถบัสมารับแบบนี้ ตั๋วราคายี่สิบบาท แต่รวมมากะแพคเกจแล้ว  ลงรถบัสปุ๊บหันหน้ากลับมาจากมุมที่ถ่ายนี่ก็จะเจอกับที่แลกเงินครับ เป็นที่แลกเงินแบบธนาคารมาเปิด มีบอร์ดราคาเรียบร้อย เรทราคาตอนนั้นผมได้มา 249kip : 1Baht เลยจัดแจงแลกไปพันนึง แต่จริงแล้วเมืองท่องเที่ยวของลาวเค้ารับเงินไทยกับ usd กันอยู่แล้วนะครับ แต่อาจจะต้องเจอกับเรทของแม่ค้าเอง ซึ่งก็จะประมาณ 245:1 หรือไม่ก็ 250:1 กลมๆไป ก็คิดง่ายดี หารสี่แล้วตัดศูนย์สองตัว(ยากกว่าเดิม) 

และเมื่อผ่านด่านมาเรียบร้อยแล้วก็จะมีรถกะป้อยักษ์(มันใหญ่กว่าบ้านเรา) มาจอดรอรับสำหรับผู้ที่ซื้อแพคเกจไว้โดยเฉพาะ ถ้าไม่ได้ซื้อก็ต้องเดินออกไปหาแถวนั้นแหล่ะ หาไม่ยาก  
รถกระป๊อ ด่านสะพายมิตรภาพ ไทย ลาว รถกระป๊อ ด่านสะพายมิตรภาพ ไทย ลาว

 คนขับแจ้งว่าจะพาเราไปที่ออฟฟิตบริษัททัวร์ก่อน เพื่อรับอาหารเที่ยงในแพคเกจ และรอเวลาขึ้นเรือ นั่งรถมาสักห้านาทีก็ถึงออฟฟิตครับ มีฝรั่งอีกกรุ๊ปรอจะไปขึ้นเรือเหมือนกัน พนักงานออกมากล่าวต้อนรับพวกเราทุกคน แล้วก็ขอเก็บพาสสปอร์ตไว้ ทุกคนก็งงๆ ฝรั่งก็งง สงสัยจะเป็นกฎหมายเกี่ยวกับทัวร์อะไรสักอย่าง แต่ก็คืนตอนก่อนขึ้นเรือนะครับ ไม่มีปัญหาอะไร   จากนั้นก็ รับอาหารเที่ยง สำหรับทานบนเรือ มันคือ "บาร์เก็ต" หรือแซนวิสลาว Fast-food แบบฉบับชาวลาว เป็นขนมปังแข็งๆ แต่ไม่แข็งเท่าขนมปังฝรั่งเศส ใส่ใส้ ไก่ ผัก ซอส แล้วแต่จะสั่ง
บาร์เก็ต ลาว บาร์เก็ต ลาว

เมื่อได้เวลาแล้วเราก็ขึ้นรถคันเดิม มาที่ท่าเรือ รับพาสสปอร์ตคืนเรียบร้อย ก็เดินลงไปท่าเรือกันเลย
เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง

เรือที่เราจะนั่งกันตลอดสองวันถัดไปนี้คล้ายๆเรือด่วนเจ้าพระยา เป็นไม้ทั้งหมด กัปตันนั่งหน้า แผ่นไม้เรือเปิดเก็บสัมภาระ เบาะเป็นเบาะรถตู้มาขันติดพื้น สองแถว นั่งหลังเสียงเครื่องดังมาก และในตั๋วเป็นเลขตั๋วเฉยๆไม่มีเลขที่นั่งให้ ฉะนั้น รีบมาจะได้จองที่นั่งดีๆ ติดหน้าต่าง  ค่าตั๋วยิงยาวไปหลวงพระบางก็ สองแสนสองหมื่นกีบ 220000/249=883บาท ราวๆนี้ ถ้าไปแค่ครึ่งทางก็ครึ่งนึง
ตั๋ว เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง ตั๋ว เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง

บรรยากาศในเรือหลังจากที่นั่งที่กันเรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าเป็น "เรือสหประชาติ" กันเลยทีเดียว ส่วนมากจะเป็นฝรั่งจากยุโรป มีเอเชียบ้างนิดหน่อย และที่ไม่มีเลยคือ "คนไทย" เรียกว่าได้บรรยากาศต่างประเทศมากๆ

บน เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง บนเรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง

สักประมาณ 11 โมง เรือก็ออกครับ วันนี้เราจะเดินทางไปที่เมืองกลางทางคือ "ปากแบง" เด็กเรือบอกว่าถึงประมาณ 5-6 โมงเย็น

การเดินทาง ห้วยทราย ปากแบง การเดินทาง ห้วยทราย ปากแบง

ด้วยความที่มาขึ้นเรือช้ากว่าชาวบ้าน เราสี่คนเลยต้องนั่งแยกกัน - -" ผมได้นั่งข้างฝรั่งสาวคนหนึ่ง เธอมาจากฟินแลนด์ อายุเท่าๆกัน เธอพักท่องเที่ยวประมาณหนึ่งเดือน ไปเชียงใหม่ เชียงราย ห้วยทราย หลวงพระบาง คุยกันถูกคอดี กิจกรรมบนเรือของชาวต่างชาติบนเรือก็จะเป็น อ่านหนังสือ ฟังเพลง กินเบียร์(บนเรือแพงมาก)

ส่วนผมก็ยก เทเลมาส่องฝรั่ง


ฝรั่งสาว เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง ฝรั่งสาว เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง

ใครที่พกกล้องไปในช่วงนั่งเรือแนะนำเปลี่ยนใส่เทเลไว้เลยนะครับ บางอย่างแปลกๆริมน้ำอาจโผ่ลมาตอนเราไม่ทันตั้งตัว

Olympus OMG + 75-150mm ครับใบนี้
ริมน้ำ เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง ริมน้ำ เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง

ริมน้ำ เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง ริมน้ำ เรือช้า ห้วยทราย หลวงพระบาง




Create Date : 28 กรกฎาคม 2557
Last Update : 28 กรกฎาคม 2557 18:13:27 น.
Counter : 467 Pageviews.

1 comment
[8][The Amercan's Dreams] Harrisburg ปักหมุด สถานที่สำคัญในการเอาตัวรอด (Downtown Zone)
Entry นี้จะรวมสถานที่สำคัญๆ ในเมือง เช่นพวก Social security office , ป้ายรถเมล์กลางเมือง ,supermarket ต่าง ,ร้านอาหารไทย ,ห้างที่เคยไป และสุดท้ายร้านค้าลับดั่งโอเอซิสของเอเชีย ร้านของชำสไตล์เวียดนาม

ผมจะเขียนในส่วนที่ผมได้ไปเท่านั้นนะครับ ส่วนใหญ่เป็นส่วนฝั่งขวาของแม่น้ำ ใครไปมาเหมือนกันแล้วเข้ามาเจอ ข้อมูลเพิ่มเติมคอมเม้นท์อัดมาเลย การเดินทางส่วนใหญ่ของผมจะใช้จักรยานครับ เลยไปได้ละเอียดกว่านั่งรถเมลล์เยอะเลย เปิด gmap แล้วลุยเลย

เรามาเริ่มกับสภาพโดยรวมของเมือง Harrisburg กันก่อนครับ เมืองนี้เป็นเมืองริมแม่น้ำ(แม่น้ำอะไรหาอ่านเอาเอง ไม่ใช่ประเด็น) ตัวเมืองจะแบ่งแยกโซน downtown และโซน residential อย่างชัดเจนมากๆ(ตรงนี้โครตชอบเลย)



โดยที่ใน downtown จะเป็นสถานที่ราชการ ออฟฟิต ธนาคาร โบสใหญ่ๆ Amtrak station สนามกีฬา ในโซนนี้จะเงียบสงบมากๆในวันเสาร์อาทิตย์ แทบจะไม่มีคนเลย downtown จะอยู่ติดแม่น้ำเลย

ส่วนโซนที่อยู่อาศัยจะอยู่รอบนอกถัดออกมาจะมีบ้านคนอยู่เป็นบล๊อคๆ  อย่างเป็นระเบียบมากๆ ถนนเส้นใหญ่ๆหลักๆ ที่จะใช้เชื่อมออกไปรอบนอก คือ Walnut st,  Paxton st ,Market st ,Derry st (เฉพาะฝั่งขวาของแม่น้ำนะฮะ) 

เรามาลุยโซน downtown กันก่อน ว่ามีไรบ้าง
  1. Harrisburg Amtrak Station(40.261991,-76.878355)
    ตึกสีแดงๆ เวลาเราจะมาขึ้นรถไฟแอมแทรคก็จะต้องมาที่นี่เลย จำสายรถเมล์ไม่ได้ รู้แต่ว่าข้ามรางรถไฟแล้วเตรียมลงเลย ตรงนี้เปิด 24hr เลย ข้างในมีป้อมตำรวจหลับยามอยู่หนึ่งนายถ้วน หาเวลาแวะมาเอาแผ่นพับสายรถเมล์แบบครบทุก route ได้ที่นี่เลย




  2. Social Security Office(40.264054,-76.879409)
    ที่นี่เราจะต้องเข้ามาติดต่อเรื่องบัตรประกันสังคม ซึ่งสำคัญมากๆ พอๆกะวีซ่า เป็นเอกสารจำเป็นในการสมัครงาน ขึ้นเงินจากเช็ค เอาเป็นว่าเข้ามาแบบ J-1 ต้องรีบทำภายในกี่ชม.นี่แหล่ะไม่แน่ใจ 





    จำชั้นไม่ได้แล้วว่าชั้นไหน เข้าไปถามรัวๆเลยจ้า จนท คุ้นกะต่างด้าวจนจะพูดไทยได้อยู่แล้วนะ

    ฝั่งตรงข้ามเป็น Capitol park ซึ่งคงประมาณศาลากลางอะฮะ ไม่มีไรพิเศษแค่สวยเฉยๆ ผมกะเพื่อนหอบชุดครุยมาถ่ายรูปรับปริญญานอกรอบที่นี่แหล่ะ อลังดี



  3. ป้ายรถเมล์กลาง downtown (40.259682,-76.881541)
    ตรงนี้เป็นจุดที่รถเมล์ CAT จะต้องเข้ามาจอด เราจะต้องขึ้นมาลงที่นี่ก่อนเพื่อจะต่อสายรถ ตรงนี้คนไทยจะเยอะมากในวันเสาร์อาทิตย์ ไปเอ้าท์เล็ทบ้างล่ะ ไปห้างบ้างล่ะ เรียกได้ว่าไม่ต้องกลัวเขินฝรั่งเลย
    ใน harrisburg จะใช้รถเมล์ของบริษัท CAT(Capital area transit) ซึ่งเราจะต้องทำความเข้าใจ route ให้แม่นๆ(ถ้าไม่มีจักรยานนะ ฮ่าๆ) ได้ที่แผ่นพับหรือ http://www.cattransit.com/routes-schedules/ รถเมล์จะมีเวลาเข้าป้ายแน่นอนมากๆ เลทประมาณห้านาทีเท่านั้น ใครใช้ประจำสามารถซื้อตั๋ว 30 วันได้ ไม่มีก็หยอดตัง บนรถต่อเที่ยวได้(แพงอยู่) เออ บนรถมี freewifi ด้วย 





  4. สะพานเหล็ก Walnut st. Bridge (40.259289,-76.884363)
    เป็นสะพานเหล็กเก่าที่สามารถเดินข้ามไป City Island แลนด์มาร์คอีกที่หนึ่งของเมือง(ที่เคยเดินไปเที่ยว ฮ่าๆ) บนเกาะมีสนามกีฬา ไว้จัดแข่งเบสบอล คอนเสิร์ท 







    ที่สำคัญๆใน Downtown และผมไปบ่อยๆก็คงมีแค่นี้แหล่ะ ส่วนมากไม่ค่อยได้เข้ามาเท่าไหร่เพราะได้จักรยานแล้วจะออกลุยนอกเมืองมากกว่า จะเข้ามาในนี้มันต้องนั่งรถเมล์ซึ่งไม่ค่อยอยากจะรอรอบรถเท่าไหร่แถมแพงด้วย ถ้าไกลไปเลยพวกผมก็จะใช้แท็กซี่ ซึ่งซี้กันและเรียกเมื่อไหร่ก็มาทันที ไปหลายๆคนนี่คุ้มกว่ายกขโยงนั่งรถเมล์เยอะเลย 

    ที่เหลือจะเป็นรูปบรรยากาศในเมืองแล้วนะฮะ 






























Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2557 18:05:43 น.
Counter : 262 Pageviews.

0 comment
[7][The Amercan's Dreams] ปรับตัวในอเมริกา
    หายไปนาน วันนี้พอว่างหน่อย

ยอมรับเลยว่าผมเป็นคนคิดมาก ขี้ระแวง เลยทำให้คิดไปต่างๆนานากลัวไปเรื่อย แต่มาอยู่ที่นี่จริงๆผมโอเคเลยนะ 413 hale avenue เป็น เขตที่พักที่ผมคิดว่าปลอดภัย เพราะใกล้โรงเรียน รถเมลล์ผ่านหน้าบ้าน และต้นไม้ที่ถนนสวยดี 


วันแรก ที่เข้าพัก เจอน้องอยู่ธรรมศาสตร์เหมือนกันอีกคน มันกับเพื่อนมาอยู่ก่อนสักอาทิตย์แล้วมั้ง ผมกะเพื่อนจับกลุ่มแก้งค์กะไอ้พวกนี้เร็วมาก ส่วนสาวๆในบ้านยังไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ แหะๆ 



ออกช๊อปเลยเมื่อมาถึง ถามว่าแถวนี้มีอะไรกินบ้าง แน่นอนว่าไม่มีข้าวกระเพราข้างทาง ร้านอาหารก็แพง น้องๆบอก เดินไป GIANT(40.271103,-76.84043) อยู่ใกล้ๆ เดินไปได้ ไอ้เราอยากสำรวจอยู่แล้ว ออกเดินทางเว้ย! 


ที่แปลกคือคนแถวนี้เค้าไม่ค่อยพลุกพล่านกันนอกบ้านเลย ไม่รู้เพราะหนาวหรือว่าอะไร ถ้าเห็นเดินๆกันโล่งๆ กลุ่มใหญ่ๆนี่คนไทยแน่นอน 



Giant เป็นคล้ายๆกะโลตัส express บ้านเรา แต่เปิด 24hr (โดนัทอร่อย) ที่ทึ่งสัสก็คือ ตอนดึกๆ แคชเชียร์เค้าจะเหลือคนเดียวหรือไม่มีเลย ให้แสกนแล้วรูดบัตรหรือหยอดเหรียญจ่ายกันเอง(ไทยแลนด์งงมาก) ได้ข้าวของอาหารมาเยอะแยะก็หอบกลับมา เตรียมกินกัน

กลับมาบ้านก็เจอสมาชิกในบ้านพร้อมหน้า บางคนเพิ่งกลับมาจากทำงาน นับรวมได้ 10 คนพอดี ชาย 5 หญิง 5 สาวๆนอนชั้นสองหมด น้องสามคนนอนชั้นG ผมกะเพื่อนได้นอนห้องใต้ดินหว่ะ(แบบลุยๆดี) มีฮีทเตอร์ตั้งโต๊ะให้อัน เตียงสอง ตู้ 

สรุปแล้วผมกะเพื่อนต้องรอคอนแท็คงานใหม่อีกสองสามวันเลย ถึงจะได้เริ่มทำงาน ช่วงนี้ก็ต้อง สำรวจรอบบ้าน จัดที่อยู่ ศึกษา route รถเมลล์ และเที่ยวไปก่อน ฮ่าๆ อากาศตอนนี้เป็นปลายหน้าหนาวแล้ว(แต่ไอ้ไทยหนาวชิบ) หิมะไม่ค่อยมีเลย เป็นฝนเปียกๆที่แข็งซะมากกว่า 

เดี๋ยวตอนหน้ามาต่อเรื่องที่ทำงานกัน 



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2557 20:01:03 น.
Counter : 443 Pageviews.

0 comment
[6][The Amercan's Dreams] 413 Hale's Avenue
  ทิ้งช่วงไปนานสำหรับการอัพเดท เนื่องจากช่วงนี้มีภารกิจโปรเจคยักษ์ re-brand shopping.co.th เป็น sabuy.com("ซื้อง่าย สบายใจ ที่ sabuy.com" tie-in กันเข้าไป ฮ่าๆ) ช่วงนี้พอมีเวลาเลยมาต่อครับ

  Entry ที่แล้วเราลุยผ่าความวุ่นวายมาจนได้ที่นอนจนได้ ก่อนนอนก็จัดแจงแจ้งข่าวกลับไปที่ไทยว่า ยังอยู่ครบ 32 ไม่ต้องห่วง ตื่นเช้ามาก็โทรหาเจ้าหน้าที่ของ CSB เพื่อให้มาพาเราไปบ้านพักซะที อาศัยให้พนักงานโรงแรมบอกที่อยู่ให้นิดหน่อย แล้วก็รอ รอ 



  และแล้วจนท.ก็มาครับ มากันสองคน ยกกระเป๋าขึ้นรถแนะนำตัวกันเรียบร้อยก็เดินทางไปบ้านพัก ขับเข้า downtown ไปเรื่อยๆ และแวะรับน้องผู้หญิงอีกคนนึงที่ Social Security Office ดีใจนะที่เจอคนไทย ระหว่างทางก็คุยกันไป น้องเค้ามาอยู่ก่อนแล้วประมาณหนึ่งอาทิตย์ ไม่เหมือนที่คิดไว้เลย ที่พักก็ไม่ดี อยู่รวมกันเยอะเกิน บลาบลา ไอ้เราได้ยินข่าวแบบนี้ก็เริ่มเซ็ง แต่ก็ไม่ได้คิดไรมาก เพราะเตรียมใจมาเยอะแล้ว แล้วรถก็มาถึงบ้านที่น้องจะลงในโซน downtown นี้แหละไม่นอกเมืองมาก เราเห็นภายนอกก็เป็นไปอย่างที่น้องบ่นจริงๆ ดูเก่าๆแต่ก็ยังอยู่ติดถนนใหญ่ ไม่น่าอันตราย เราก็เตรียมยกของลงแต่จนท.บอกว่าบ้านเรากะเพื่อนไม่ใช่หลังนี้ ต้องไปอยู่ที่ 413Hale's Ave ไกลออกไปอีก เราก็คิด "ชิบหายละ บ้านกูจะเป็นไงวะเนี่ย ในเมืองยังเน่าขนาดนี้" 
  นั่งรถมาซักสิบนาทีก็มาถึงบ้าน 413 Hale's Avenue ครับ 

 ไม่ห่างจาก Downtown(โซนริมน้ำในแผนที่)มาก 



   สภาพบ้านโอเคในสายตาผมนะ ผมชอบ ย่านที่อยู่แถวนี้ก็ดูสงบเงียบมาก ที่เจ๋งสุดคือต้นไม้ริมถนนหน้าบ้าน มันคล้ายๆอุโมงค์ต้นไม้แบบสูงๆ ร่มรื่นดี แต่สังเกตเห็นว่าอยู่ใกล้โรงเรียน ต้องมีน้องนักเรียนมาเกรียนแตกแน่เลย 

   จัดการยกของไปหน้าบ้านครับ ไอ้คนพามาส่งสองคนก็บอกว่าต้องไปทำธุระต่อแล้ว 413กับ410 เป็นบ้านเด็กไทยอยู่ครับ สองหลังติดกันเลย ตอนแรกยกของไปเคาะบ้าน 410 แต่ไม่มีคนอยู่ เลยย้ายมาเคาะบ้าน มีเพื่อนออกมา ดีใจมาก ยกของเข้าบ้านเลยยย แล้วบอกว่าสงสัยบ้านนู้นออกไปทำงานกันอยู่ 
   เมื่อเข้ามาในบ้าน โอเคเลยครับ อยู่ได้ มีครัว มีห้าห้องนอน ข้างบนสาม ล่างหนึ่ง ใต้ดินหนึ่ง 
เราก็โทรหาไอ้เจ้าผู้จัดการเจ้าของบ้านว่าเรามาถึงแล้วนะ เค้าก็บอกว่าเย็นๆเดียวเข้าไปเตรียมเซ็นสัญญาบ้านด้วย 



   ซักพักเจ้าของบ้านก็มา เค้าชื่อ Ivo ก็ทักทาย เซ็นสัญญาเช่าบ้านและจ่ายมัดจำเรียบร้อยก็คุยเรื่องงานเค้าบอกว่าอาจจะไม่ได้งานที่เลือกมาแต่แรก  แต่เราไม่คิดไรมาก เพราะที่ทำงานที่เลือกไว้แต่แรกมันไกลจากบ้านมากๆ 

    เพื่อนๆที่บ้านน่ารักทุกคนครับ "ผมดีใจที่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกันกับพวกคุณมาก" 

รอต่อ Entry หน้านะครับ




แหะ ขอแปะโฆษณาเว็บตัวเองหน่อยนะครับ

ภาพพิมพ์บนผ้าใบแคนวาส canvas คัดคุณภาพพิเศษสำหรับงานศิลป์โดยเฉพาะ




Create Date : 06 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2557 14:19:34 น.
Counter : 716 Pageviews.

1 comment
[5][The Amercan's Dreams] Harrisburg first touch
   หลังจากนั่ง Amtrak ประมาณสามชั่วโมงเราก็มาถึง Harrisburg ซึ่ง Amtrak Station ก็อยู่ใน downtown เลย





และโรงแรมที่เราวางแผนว่าจะมานอนคืนนี้มีสองที่ (ดูใน googlemaps นี่แหละ) ก็คือ 1.Alva Hotel ตรงข้ามสถานี และ 2. Hilton Harrisburg(น่าจะโครตแพง)



   เราลงจากรถไฟประมาณสี่ทุ่ม ในสถานีเงียบมาก มีคนลงประมาณสามสี่คน เราก็ลากกระเป๋าไปหน้าสถานีเพื่อสำรวจโรงแรมหน้าสถานี แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะมันไม่เปิดปิดเงียบเลย(เมืองนี้มี Zombies ป่าววะ จะได้หาชะแลงเตรียมไว้ - -") ผมเลยขอความช่วยเหลือจากป้าที่ลงมาด้วยกันและยืนรอครอบครัวมารับอยู่ข้างๆ ถามเค้าเรื่องโรงแรมใกล้ๆ ซึ่งเค้าก็แนะนำ Hilton T^T เราเลยกล่าวขอบคุณครับและเค้าก็จากไป สถานการณ์ตอนนี้แย่กว่าที่ Newyork เพราะไม่มีที่นอนและยังมืด+หนาวอีก 
   เราตัดสินใจเข้าไปหลบหนาวในสถานี และเจอลุงตำรวจหลับอยู่ในป้อม(สี่ทุ่มเองนะเว้ย) ลุงเค้าบอกว่ามีโรงแรมนอกเมือง ลุงเค้าเลยเรียก Taxi ให้ (Taxi ที่นี่เรียก Caps นะครับ งงกันนานเลย) เพราะ Taxi ที่นี่จะไม่วิ่งเรี่ยราดมาติดบนถนนกันเล่นๆ เค้าจะมาเมื่อโทรเรียกเท่านั้น ซํกห้านาที Caps ก็มา พี่คนขับเป็นคนดำอายุไม่มากพูดจากวนตีน แต่บริการดีมากๆ อาสาพาไปหาโรงแรมถูกๆ ซึ่งที่แรกที่ไปก็คือ Motel 6 (ยี่ห้อนี้เป็นโรงแรมประจำทางริมทางหลวงไว้พักรถเวลาเดินทางข้ามรัฐไกลๆ คล้ายๆ Holiday inn ครับ)



  พี่แท็กซี่ก็ใจดีรอระหว่าที่ผมลงไปถามเรื่องห้อง+ราคา ราคาที่ได้คือ $32 ต่อคืน เลยตกลงที่นี่แหละครับ ซื้อ wifi ไปอีก $9 แต่กลับไปที่รถเพื่อขนของพี่แท็กซี่บอกว่ายังมีถูกกว่านี้อีกนะ ผมบอกไม่แล้วอะพี่ผมง่วงชิบ เลยทิปแกไป $5 ค่ารถอีก $12 (เริ่มที่ $5 จุดอะไรไม่รู้จำไม่ได้แล้วครับ) 

  จัดการเอาของเก็บแล้วลงมาจัด krispy's kream ปั๊มน้ำมันฝั่งตรงข้ามมากล่องนึง หลับสบายรอเจ้าหน้าที่มารับพรุ่งนี้

สรุปคือวันนี้ได้ที่นอนแล้วครับผม ผมสังเกตว่าเวลาเราอยู่ไทย ไม่ค่อยได้พูดภาษาอังกฤษเท่าไร่ เรียนมาพอผ่านปริญญาตรีได้ แต่พอมาเจอของจริง แบบว่าถ้าไม่คุยมึงก็นอนเน่าอยู่ตรงนี้แหละ ไม่รู้ฝรั่งที่ไหนมาเข้าสิงเหมือนกัน พรวดๆหัวเราะเฮฮา จนรอดตัวมาได้ นี่แหละเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมตัดสินใจมาต่างประเทศ 



แหะ ขอแปะโฆษณาเว็บตัวเองหน่อยนะครับ

ภาพพิมพ์บนผ้าใบแคนวาส canvas คัดคุณภาพพิเศษสำหรับงานศิลป์โดยเฉพาะ



Create Date : 24 ตุลาคม 2555
Last Update : 25 ตุลาคม 2555 9:14:07 น.
Counter : 764 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

เด็กชายพุงห่วงยาง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พิชครับ
New Comments