h blog5

Group Blog
 
All blogs
 
go to JEJU ISLAND...day2

  ซองซาน อิลซุงโบล



เช้าแล้วกับจากนอนต่างแดนครั้งแรก หลับค่ะหลับ แอบกลัวตื่นสาย ไกด์อู๋ นัดขึ้นรถบัส ตอน 8 โมง ลงมากินอาหารเช้าตอน 7 โมง


อาหารมีให้เลือกไม่เยอะค่ะ  เรากินโจ๊ก+ไข่ต้ม โรยด้วยสาหร่าย ขนมปังปิงทาแยมสตรอเบอรี่ 1 แผ่น กาแฟ 1 แก้ว



ห้องอาหารของโรงแรม



ตามเวลานัด ไกด์อู๋ แจ้งสภาพอากาศกันก่อนเดินทาง วันนี้อากาศแจ่มใส แดดค่อนข้างแรง
แต่อากาศก้อยังคงหนาวอยู่ อุณหภูมิจะอยู่ที่ 4 องศา
:
สถานที่แรกที่เราจะเดินทางไปในวันนี้ คือ ยอดเขาซองซานอิลซุงโบล (Seongsan Ilchulbong)



ที่นี้ถือว่าเป็น ไฮไลน์ ของที่เกาะเชจูเลยก้อว่าได้ ใครไม่ได้มาที่นี้ถือว่ามาไม่ถึงเกาะเชจู ดูจากปริมาณรถทัวร์ที่จอด คนคงเยอะมากๆ



ยอดเขา ซองซานอิลซุงโบล เป็นปากปล่องภูเขาไฟที่มีลักษณะเหมือนมงกุฎ สูง 1,950 เมตรจากน้ำทะเล คนเกาหลีนิยมมาขอพรและชมพระอาทิตย์ขึ้นกันที่นี้
ที่นี้เรียกติดตลกว่า "เขาซมซาน อินจุงเบย"



ไกด์อู๋ให้เวลาอยู่ที่นี้ ชั่วโมงครึ่ง จะทันไหมเนี้ย ไกด์ยังแนะนำอีกว่า ถ้าใครจะขึ้นไปชมปากปล่องให้เข้าห้องน้ำกันก่อนขึ้นไป











ก่อนแยกย้ายกันไป ขอเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันก่อน



ขี้นมาถึงจุดนี้คงจะตัดสินใจได้ว่า คุณจะไปต่อ หรือจะถอดใจ ออกซ้ายลงทะเล



เราเลือกไม่ขี้น แต่คุณสามีบอกว่า "มาทั้งที่ต้องขี้น"
:
คงต้องแยกกันตรงจุดนี้











ตัดสินใจมายืนรอคุณสามีตรงนี้ ในใจก้อเป็นห่วงเธอว่าจะขึ้นไหวไหมหน่อ ถ้าลงไม่ไหวทำไง



ถ่ายรูปเล่นกับสาวๆ รอคุณสามี





มาดูภาพอีกมุมหนึ่ง ขณะที่เราลั้นล้าถ่ายรูปเล่น คุณสามีขึ้นเขา เธอบอกว่า เหนื่อยตั้งแต่ กลางทาง แล้ว จะถอดใจก้อหลายครั้ง แต่ยิ่งสูงทางยิ่งแคบ หยุดก้อหยุดไม่ได้ เพราะถูกสาวๆชาวจีนกดดัน



สุดท้าย..เธอก้อทำสำเร็จ ยืนอยูบนยอดสูงสุดของปากปล่องภูเขาไฟ



วิวพาโลนามา สวยๆ



ปากปล่อง มันกว้างมาก



น้องเอก เพื่อนผู้พิชิตยอดเขา  2 คนนี้เจอกันบนยอดเข้า ท่าทางจะดีใจมากที่เจอเพื่อน



ทางขึ้นกับทางลง จะคนละทางกัน คุณสามีบอกว่า แต่ทางขึ้นก้อมีคนเดินลงเรื่อยๆ นะ สงสัยไปต่อไม่ไหว ถอดใจเสีนก่อน



ลงมาเจอกันแล้ว ตำแหน่งที่เรายืนรอคุณสามี



ดืใจ หลังจากแยกทางกัน



สามีบอกว่า รักฉันจริงนอกประเทศอ่ะ



ไปกันต่อ คุณสามีบอกว่าเรายังไม่ได้ไปถ่ายภาพที่ริมทะเลเลย วิ่งซิวิ่งเวลาเหลือน้อยแล้ว

























สถานที่ต่อไปที่เราจะกันต่อ  คือ ซอพจีโคจี (Seopjikoji)
เป็นเนินหญ้ากว้างใหญ่ อยู่ติดทะเล มีโบสถ์หลังน้อย และประภาคาร แถมยังมีทุ่งดอกเหลืองขึ้นอยู่ด้วย มันคงสวยมากๆ เนอะ
:
ที่นี้ยังเป็นที่ที่ถ่ายทำ series เกาหลีหลายๆเรื่อง

ไกด์แนะนำให้ซื้อปลาหมึกทาน และขอร้อง 2 สิ่ง คือ ไม่ให้กินปลาหมึกในรถ และขอให้ตรงเวลา เพราะว่า เราต้องไปกินข้าวแล้วไปดูโชว์ม้า ซึ่งเวลาโชว์ม้านั้นกำหนดไว้แล้ว




ปลาหมึกตัวใหญ่มาก



ปลาหมึกตัวโตปิ้งบนหินภูเขาไฟ



ร้อนๆ ลองชิมกับน้องชิ้นหนึ่ง อร่อย ชอบ
:
ปลาหมึกชิ้นหนานุ่ม หอมๆ หวานๆ



เลยซื้ออีก 1 ตัว กิน 2 คน บอกเลยตัวใหญ่มาก เยอะมาก และแพงมากด้วย



ไกด์แนะนำว่าไม่ต้องเดินไปจนสุดก็ได้ เพราะมันไม่มีอะไร ถ่ายภาพตรงนี้ก้อพอ
 ใช้สินางให้เวลาที่นี้นิดเดียวไง
:
ลูกทัวร์ก็เชื่อไกด์กันนะคะ เดินกินปลาหมึกย่างแล้วก็เดินไปถ่ายรูปตามที่ไกด์บอก



ถ้าจะไปให้ถึงประภาคารคงต้องวิ่งสินะเรา คุณสามีบอกว่า ถ้าเราไม่ไป เราอาจจะพลาดอะไรไปก้อได้ สู้โว้ย
:
คุณสามีนำไปโน้นแล้ว



โบสถ์คาทอลิก



พักกินไอตินก่อนนะ ที่เกาะเชจู คนเกาหลีใช้บัตรเครดิตกันเยอะ (ไม่ต้องเซ็นต์ชื่อด้วย) ขนาดร้านไอติมเล็กๆ ร้านนี้ ซื้อกาแฟแก้วยังจ่ายบัตรเครดิตเลย
:
เคยอ่านเจอว่า ถ้าทำบัตรเครดิตหายที่เกาหลีต้องรีบอาญัติเพราะใครๆก้อรูดได้



กินไอติมเย็นๆ กับอากาศเย็นๆ อร่อยใช้ได้เลยค่ะ



เดินเพลินๆ (พูดดูดีไปป่ะเนี้ย) จริงๆแล้วต้องเดินรีบๆ ชมโขดหิน สีดำ เป็นแท่นๆ



ใกล้ถึงแล้ว หยุดพัก selfie กันก่อน คริคริ



พอ selfie กันเสร็จ หันหลังไปเจอสิ่งนี้
ทุ่งดอกเรป ดอกสีเหลืองๆ มองเห็นแต่ไกลสวยมาก ครั้งแรกนึกว่าดอกกวางตุ้ง อิอิ
 เจ้าดอกเรปมันทำให้ที่นี้มีสีสันมากขึ้น โรแมนติกดีจุงเบย เสียดายที่มันถูกเหยี่ยบไปเยอะแล้ว
:
ถ่ายรปกับทุ่งดอกเรป Background เป็นเขา Songsan ichibong ที่ที่เราพึ่งไปมาเมื่อตะกี้ สวยมาก








ถึงประคาคารแล้ว เย้เย้
:
บัส 4 ที่เห็นมีแค่ 4 คนนี้แหละที่ไม่เชื่อไกด์ เดินมาถึงประคาคาร





เกาะเชจูเป็นเกาะที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทั้งเกาะเราก้อจะเห็นหินสีดำๆ อยู่ทั้งเกาะ ไกด์อู๋เล่าให้ฟังว่าพื้นที่เราเหยียบทั้งเกาะเป็นหินหินภูเขาไฟทั้งหมดเลย


คุณสามีบอกว่า รีบเลยเหลือเวลา 10 นาที ให้เดินกลับ เดินนำไปก่อนเลยยัยอ้วน
แค่ตรงประคาคารยังไกลขนาดนั้น จะทันไหมเนี้ย



สุดท้าย..เราก้อขึ้นรถทันเวลา กับ 4 คนสุดท้าย ทันแบบตรงเวลานะคะ จนโอแซว ว่าตรงเวลาแปปเลย ทำเอาอิฉันจะเป็นลม
:
มื้อกลางวันเป็น พุลโกกิ-Bulgogi (불고기) หมูดำบูลโกกิ หมูกะทะเกาหลีร้อนๆ เสริฟพร้อมกับเครื่องเคียง ทานกับข้าวสวยร้อนๆ เติมทุกอย่างได้ไม่อั้น
เนืองจากเมนูที่เราจะกินนี้เป็นหมูเกาหลีกะทะร้อน มันอาจจะมีกลิ่นติดเสื้อ น้องไกด์แนะนำให้ถอดเสื้อตัวนอกไว้ที่รถ พร้อมลุยค่ะ



ก่อนลงมือกัน ขอถ่ายรูปกันก่อน ว่ามื้อนั้นเราร่วมโต๊ะกับใคร



วิธีกินค่ะ เอาผักใบเขียวรองก่อนค่ะ เอาหมูวางพร้อมเครื่องเคียง ราดด้วยน้ำจิ้มเหมือนเต้าเจี้ยว ห่อที่เอาเข้าปากเลยค่ะ แต่ตอนเค้ากิน ผักใบเล็กเลยยังไม่ใส่เครื่องเคียง ใส่เข้าปากเลย บอกเลยค่ะว่ายังไม่ชินกับรสชาติอาหารเกาหลี ไม่อร่อยแล้ว (ความเห็นส่วนบุคคลนะคะ)



อิ่มแล้ว ออกมาด้านนอกร้านค่ะ ข้างๆ (ด้านขวาของร้านอาหาร) มีร้านของของอยู่ด้วยนะคะ มีสตรเบอร์รี่ขายแต่ลูกไม่ใหญ่ คุณสามีอยากกินนมกล้วยเลยได้เข้าไปซือนมกล้วยมากิน สงสัยคุณสามีจะติดใจ


ที่ต่อมา Pony Valley



เสียดายภาพไม่ชัด



ทำไมเราต้องมาดูโชว์ม้า เกาะเชจูเป็นเกาะที่มีม้าดี สมัยสงครามมองโกล ม้าที่เกาะนี้ไปถูกนำไปใช้ทำศึก นักแสดงที่เราจะได้ดูไม่ใช้คนเกาหลีนะคะ แต่เป็นชาวจีนมองโกลทั้งหมด ได้บัตรแล้วเขาไปด้านในกัน



เข้าประจำที่หามุมเหมาะๆ นั้งกันค่ะ งดถ่ายภาพวิดีโอ แต่สามารถถ่ายภาพนิ่งได้ค่ะ



การแสดงเริ่มแล้วค่ะ เจ้าม้าสีขาวตัวนี้ สงสัยวันนี้อารมณ์บ่จอย นักแสดงพยายามจับมันนอนแต่มันไม่ยอม ใช้เวลานานพอสมควรมันจึงนอน



นอกจากการแสดงม้าหลับแล้ว ยังมี เจงกีสข่าน โชว์กายกรรมบนหลังม้า ยืนบนหลังม้า กระโดดเชือก ต่อตัว ควงกระบองไฟ



พอโชว์จบ พุ่งหาห้องน้ำกันก่อนเลยค่ะ เพราะที่ที่เราจะไปต่อไม่มีห้องน้ำ แม้คิวจะยาวแต่ก้อต้องเข้าค่ะ
:
ที่ต่อมาคือ หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอับ ดูวิถีชีวิตของชาวบ้านโบราณบนเกาะเชจู
มีคุณป้าวัย 65 เป็นวิทยากรชาวเกาหลี พูดเกาหลี โดยมีไกด์อู๋แปลให้เราฟัง



ที่เกาะเชจู ที่นี้จะไม่มีประตูบ้านค่ะ จะมีเจ้าหินที่มีรู กับ ไม้ 3 ท่อน
ถ้าสอดไม้ 1 ท่อน แสดงว่าเจ้าของบ้านอยู่แถวๆนี้ รอแปปนึง เดี๋ยว กลับมา
สอดไม้ 2 ท่อน แสดงว่า ออกไม่ข้างนอก ไม่ต้องรอ ค่อยกลับมาใหม่ แต่ไม่ค้างคืน
สอดไม้ 3 ท่อน ไม่อยู่บ้านอยู่บ้านหลายวัน



เราจะเห็นรูปปั้นหินลาวา ทอลฮารุบัง (돌 하르방) บนเกาะนี้ อยู่ทุกๆ ที่บนเกาะเชจู



บรรยากาศของหมู่บ้านวัฒนธรรม



คุณลุง ทอลฮารุบัง ของชั้น



นี้คือห้องน้ำค่ะ open air













หลังบรรยายเสร็จ ถึงเวลาเข้าห้องปิดตาย ขายของ ผลิตภัณฑ์ คือ น้ำโอมิจา มีวิตามินสูงมาก กินแล้วหน้าเด็ก ผิวพรรณดีเหมือนชาวเกาหลี และกระดูกม้า มีแคลเซียมสูง รองจากกระดูกไดโนเสาร์ราคาใกล้ๆ หมื่น กำลังเคลิม แต่พอทราบราคาทำใจไม่ได้ 



อันนี้ กระดูกม้าค่ะ ชิมแล้ว เหมือนข้างในเป็นข้าวพองเคลือบด้วยผงกระดูก



ออกจากห้องปิดตาย ออกมาถ่ายรูปกับ คุณลุงทอลฮารุบัง



ออกมาด้านนอกเจอ เดจังกึม เข้าสิงติ่งเกาหลีชัวขณะ



ไปช๊อปกันต่อที่ MIDAM Cosmetic  duty free คุณผู้หญิงทั้งหลายถูกใจ
สารพัดเครื่องสำอางค์  ที่นี่มีหลายยี่ห้อ ครีมพวกครีมน้ำแตก ครีมหอยทาก



 ที่นี้ไกด์ไม่ได้กำหนดเวลา ช๊อปกันได้เต็มที่เลย
ส่วนตัวเราอยากซื้ออยู่นะคะ จะได้สวยเหมือนสาวเกาหลี แต่เลือกไม่ถูก ออกไปรอด้านนอกดีกว่า



จุดที่เราอยู่ดูเป็นแหล่งความเจริญ ย่านการค้า ถ้าเราได้นอนแถวนี้คงจะดี จะได้เดินเล่นได้เนอะ



หลังจากสาวๆ ช๊อปเสร็จ ไปกินข้าวเย็น กันค่ะ
เมนูปิ้งย่างหมูดำ ทุกคนคงคิดถึงน้องหมูที่หมู่บ้านวัฒนธรรมกันใช้ปะคะ แต่ยุคนี้แล้วคงไม่มั้ง 



วิธีการกิน เริ่มจากหมูเกาหลีเอาไปย่างเตา



ใช้กรรไกรตัด กินกับผักสดๆ อร่อยเหอะ



ร้านที่เราไปกิน เป็นร้านเดี๋ยวกับมื้อแรกของเมื่อวาน



กินอิ่มก้อกลับมาที่โรงแรม มีนัดกับน้องๆ ไปเดินหาอะไรกินกันแถวๆ โรงแรม

สมาชิกที่ออกมาลั้ลลาค่ะ



















Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 2 มีนาคม 2558 1:02:33 น. 0 comments
Counter : 1887 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ICONbook
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add ICONbook's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.