Group Blog
 
All blogs
 

ดูแลผมสวยด้วย. . .มะนาว



ดูแลผมด้วยวิธีง่ายๆ จากธรรมชาติ
หนุ่มๆสาวๆที่รักเส้นผม อยากให้มีผมสลวย สวยเก๋ ไม่ยาก ไม่ยาก
เคล็ดลับดีๆอย่างการใช้วิธีจากธรรมชาติ ด้วยการหาวัตถุดิบง่ายๆ
ในการบำรุงเส้นผม รู้ไหมว่า. . .มะนาวจัดเป็นวัตถุชั้นดีทีเดียว
เพราะมะนาว จะช่วยดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศรีษะให้นุ่ม สวย
โดยเฉพาะ ผู้ที่มีปัญหาเรื่องรังแคที่ทำให้ความมั่นใจลดน้อยลงได้
คนส่วนใหญ่มักคิดว่าหนังศรีษะแห้งเท่านั้นถึงจะก่อให้เกิดรังแคได้
ซึ่งคนผมมันก็สามารถเกิดรังแคได้เช่นกัน เพราะหนังศรีษะมัน รังแค
จะเกาะติด และก่อให้เกิดอาการคันและระคายเคือง ยิ่งปล่อยทิ้งไว้
อาจทำให้หนังศรีษะอุดตันเป็นสิวได้ด้วย ไม่ต้องกังวลใจปเรื่องนี้มี
วิธีแก้..

เริ่มจากให้ทดสอบหนังศรีษะและเส้นผมก่อนว่ามีสภาพผมเช่นไร ด้วย
การใช้ปลายนิ้วลูบหนังศรีษะหลังจากที่สระผมแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง
หากรู้สึกว่ามันที่นิ้วแสดงว่าเส้นผมและหนังศรัษะเป็นประเภทมัน ซึ่ง
ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีคุณสมบัติในการคืนความสมดุล
ให้สุขภาพเส้นผมและหนังศรีษะได้

ส่วนมะนาวนั้นสามารถนำมันใช้ทำสปาเส้นผมได้ด้วย เพราะมะนาวมี
กรดเป้นธรรมชาติช่วยชำระล้างเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกอย่าง
อ่อนโยน ซึ่งน้ำมันจากมะนาวยังมีสมบัติต่อต้านแบคทีเรียสามารถทำ
ความสะอาด และคืนสมดุลให้กับหนังศรีษะและเส้นผม ซึ่งช่วยลดความ
มันได้ดีอีกด้วย

โดยมีขั้นตอนการบำรุงเพียงนำน้ำมะนาว 8 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำบริสุทธิ์
ครึ่งถ้วย คนน้ำมะนาวและน้ำเข้าด้วยกัน แล้วนวดลงบนหนังศีรษะและ
เส้นผมด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบา เพื่อช่วยระบบหมุนเวียนของโลหิต
และระบบประสาท พร้อมหมักทิ้งสัก 2-3 ชั่วโมงจึงล้างออก จะช่วย
ล้างรังแคเหนียวๆที่ติดอยู่บนหนังศรีษะ และช่วยทำให้เส้นผมนุ่มสลวย
เป็นเงางาม

เพียงวิธีง่ายๆนี้ คนรักเส้นผมก็จะมีผมที่สวย และไม่กังวลกับรังแคอีกต่อไป




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2550 9:46:07 น.
Counter : 231 Pageviews.  

การดูแลหน้าให้ใสปิ๊ง



คุณจะถนอมผิวพรรณกันให้ถูกวิธีได้อย่างไร ถ้ายังไม่รู้จักสภาพผิวของตัวเองกันก่อน
วิธีง่ายๆ ... ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ยังไม่ต้องชโลมด้วยครีมบำรุงใดๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้หน้าแห้งสัก 1 ชั่วโมง แล้วลองส่องกระจกแบบขยายสุดๆ ทำในที่สว่างๆกันสักหน่อย สำรวจใบหน้าในช่วงกลางวันล่ะเป็นดีที่สุด


1. คุณมีผิวแห้ง ถ้าสังเกตเห็นว่าหน้าคุณแห้ง แตกเป็นขุย และปรากฎริ้วรอยบนโหนกแก้ม
2. คุณมีผิวมัน ถ้าต่อมของไขมันใหญ่กว่าชาวบ้านเขา และ ยังขยันผลิตน้ำมันออกมาให้หน้าคุณดูมันเยิ้มไปทั่วใบหน้า
3. คุณมีผิวผสม ถ้าปรากฎความมันเฉพาะบริเวณทีโซน คือบริเวณจมูก คางและหน้าผาก ในขณะที่บริเวณแก้ม อาจจะดูแห้งได้

วิธีดูแลผิวสำหรับผิวแต่ละแบบ

1. สาวผิวมัน

เป็นความเข้าใจผิด ถ้าคิดว่าต้องล้างหน้ากันบ่อยๆเพราะการล้างหน้ายิ่งบ่อย ก็จะไปกระตุ้มการทำงานของต่อมไขมันมากขึ้น หมอผิวหนังส่วนใหญ่จะแนะนำให้ล้างหน้าวันละแค่ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว และเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่มีสาร MAP ที่ช่วยลดความมันส่วนเกินแต่ไม่ทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ

แต่ถ้าอยากจะประหยัดสตางค์ ลองสูตรนี้กันดูค่ะนำเปลือกแตงโม มาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่น กรองเอาแต่น้ำ นำมาล้างหน้า ทิ้งไว้สัก 15 นาที จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า จะช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อย่างดีทีเดียว หรือจะใช้สัปปะรดก็ได้นำเนื้อสัปปะรดเปรี้ยวๆ สัก 1 เสี้ยว มาสับให้ละเอียด ถ้าคิดจะทุ่นแรงด้วยเครื่องปั่นก็ไม่ต้องปั่นให้ละเอียดนัก นำมาพอกหน้าแล้วทิ้งไว้สัก 10 นาที ช่วยลดควมมันของใบหน้าได้แล้วยัง ช่วยให้ผิวดูสดใสอีกด้วย หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านี้ โยเกิร์ตที่คุณทานเหลือติดก้นถ้วย นำมาทำมาส์คพอกหน้าสำหรับสาวผิวมันได้อย่างดีเยี่ยม

2. สาวผิวแห้ง

ควรเลือกสบู่หรือโฟมล้างหน้าที่ค่อนข้างอ่อน แต่ถ้ามีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ด้วย จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว หรือจะเลือกใช้ของธรรมชาติมาบำรุงผิวก็ไม่ยาก กล้วยสุกๆ นี่แหล่ะเป็นผลไม้ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับสาวผิวแห้งได้เป็นอย่างดี วิธีเพิ่มความงามก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงนำกล้วยสุกมายีด้วยส้อมให้เละๆ เข้าไว้ แล้วเติมน้ำมันมะกอกลงไปสักเล็กน้อย แค่ก็พอเหลว นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้สัก20 นาทีแล้วจึงล้างออก เพียงแค่นี้ผิวก็จะสดใส มีน้ำมีนวลแล้วล่ะค่ะ

3. สาวผิวผสม

ใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่ช่วยลดความมันส่วนเกินเฉพาะบริเวณทีโซน ส่วนบริเวณอื่นที่ดูแห้งนั้น ใช้สบู่อ่อนๆ เพื่อรักษาน้ำหล่อเลี้ยงผิวไว้ ไม่ให้ผิวดูแห้งจนเกินไป ส่วนสูตรเพิ่มความงามตามธรรมชาติสำหรับผิวผสมนั้น แนะนำว่าให้ใช้แตงกวาบดละเอียด แล้วผสมกับนมสด ลูบไล้ให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงล้างออก ผิวหน้าจะนุ่มใสขึ้น

ผิวจะสวยใส ชวนมองนอกจากจะประณีตกับการล้างหน้าและพิถีพิถันกับการเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่เหมาะกับสภาพผิวกันแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารประเภทผักสดและผลไม้ ที่อุดมด้วยวิตามินสำหรับบำรุงผิวพรรณ นอนหลับให้เต็มอิ่มรวมทั้งการออกกำลังกายกันเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณสดใส มีน้ำมีนวล และแลดูอ่อนเยาว์ตลอดกาลค่ะ

ที่มา ผู้หญิงนะคะดอทคอม




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2550    
Last Update : 19 ตุลาคม 2550 16:07:07 น.
Counter : 185 Pageviews.  

กินอย่างไรให้น้ำหนักลดลง 5 กิโลกรัม



หลายๆคนที่มีปัญหาเรื่องอ้วน คงจะหาวิธีลดน้ำหนักกันว่าทำอย่างไรจะลดได้ แต่ก็ไม่ยากเลยสำหรับคนที่ตั้งใจจริง เราจึงมีเคล็ดลับมาฝากค้า

- กินผักเยอะ ๆ ช่วยให้อิ่มเร็ว เลี่ยงอาหารที่มีน้ำมัน พยายามกินอาหารที่ระบุว่า มีไขมันต่ำ

- กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ แต่ละมื้อต้องอิ่ม เพื่อว่าจะได้ไม่หิวบ่อย งดการกินจุบกินจิบ หรือกินสิ่งที่ไม่ควรกินภายหลัง เช่น พวกของว่าง เค้ก ฯลฯ

- กินนม โยเกิร์ต ปลาตัวเล็ก เพื่อให้ได้แคลเซี่ยมไปบำรุงกระดูก

- อย่าอดอาหารมื้อเช้าเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้คุณเฉยชา สมองไม่ทำงาน เพราะขาดสารอาหารแล้ว ยังทำให้คุณหิวจัด และกินไม่บันยะบันยังในมื้ออื่นๆ

- กินอาหารที่มี พริกไทย เครื่องเทศ เพื่อกระตุ้นระบบการย่อย และเผาผลาญไขมัน

- กินผลไม้ 2 – 3 ชนิด ในแต่ละวัน

- ดื่มน้ำผลไม้สด และน้ำเปล่า เท่าที่จะมากได้


หมายเหตุ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย อาทิตย์ละ 4 ครั้ง ครั้งละ 15 –30 นาที เพื่อกระชับกล้ามเนื้อไม่ให้หย่อนยาน ทำให้ผิวเต่งตึงด้วย เคล็บลับเล็กๆน้อยแค่นี้ หนุ่มสาวๆที่ต้องการลดน้ำหนักคงทำได้ไม่ยาก




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2550    
Last Update : 17 ตุลาคม 2550 15:09:43 น.
Counter : 386 Pageviews.  

29 สุดยอดอาหาร คงความอ่อนเยาว์



คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปรารถนาที่จะมีตีนกาอยู่บนใบหน้าเป็นแน่ แต่เพราะตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นทำให้
เรื่องของริ้วรอยเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้!! อยากให้ริ้วรอยลดเลือนลงไป แถมมีกระดูกที่แข็งแรง และมี
พลังมากกว่านี้บ้างมั้ยล่ะ ลองเติมสุดยอดอาหารเหล่านี้ลงในเมนูของคุณดูสิ...


สดใสดูอ่อนกว่าวัย Stay looking young

เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เพียงอย่างน้อย 1 อย่าง เป็นประจำทุกวัน ก็
จะช่วยให้เส้นผมดำขลับ เงางาม ผิวพรรณผุดผ่องและดวงตาเป็นประกาย

1. บลูเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanin) สารเม็ดสีในบลูเบอร์รี่ ช่วยในการมองเห็น ขอแนะนำให้คุณลอง ปั่นบลูเบอร์รี่รวมกับนมหรือโยเกิร์ตดู

2. พริกหยวก : ทั้งพริกแดง พริกเขียว และพริกเหลืองต่างมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย น้ำฉ่ำๆ จากพริกหยวกยังจะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรง ลองนำพริกไปทำซัลซ่า โดยผสมเข้ากับมะเขือเทศ กระเทียม พริกแดง แตงกว่า น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวดูสิ นอกจากจะได้ประโยชน์
มหาศาลจากเหล่าสุดยอดอาหารแล้ว ยังได้อร่อยกับเมนูเด็ดจากฝีมือของคุณเองอีก

3. กะหล่ำปลี : เห็นเขียวๆ ม่วงๆ อย่างนี้รู้มั้ยว่ากะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซีและเบตาแคโร
ทีนที่จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณ เพียงหั่นกะหล่ำปลีบางๆ แล้วนำลงไปผัดกับขิงและกระเทียม เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารมื้อค่ำสำหรับตัวคุณเองแล้ว

4. วอลนัท : ทองแดงในวอลนัทช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร ลองโรยวอล
นัทลงบนสลัดหรือโยเกิร์ตก็ไม่เลวนะ

5. แอปริคอท : สารเบตาแคโรทีนในแอปริคอทช่วยชะลอการเสื่อมถอยของเลนส์ตา ช่วยในการมอง
เห็นได้ดี ใส่แอปริคอทลงไปในสตูว์ไก่ ผสมกับขิงและอบเชยให้ได้กลิ่นอายแบบโมร็อคโค

6. อะโวคาโด : การรับประทานอะโวคาโดช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และปกป้องผิวจากอันตรายที่เกิด
จากแสงแดด เนื่องจากอะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอี บดอะโวคาโดโรยหน้าโอ๊ตเค้กเป็นของทานเล่นดู
ก็ได้

7. สตรอเบอร์รี่ : วิตามินซีและ สารบางอย่างในสตรอเบอร์รี่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดผลไม้สีแดงสดทรงเสน่ห์แบบนี้ เพียงแช่เย็นไว้จิ้มกินกับเกลือตอนนั่งดูทีวีก็เพลินดีไม่น้อย

8. เต้าหู้ : หยุดยั้งผิวที่ซีดและแห้งโดยการรับประทานอาหารอย่าง เต้าหู้ เพราะในเต้าหู้มีสารที่จะ
ช่วยคืนสภาพผิวและป้องกันรอยเหี่ยวย่น ลองผัดรวมกับผักกรอบๆ หรือทำเป็นต้มจืดเอาไว้ทานเป็นมื้อเย็นนอกจากจะช่วยคืนสภาพผิวแล้ว ยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

9. ข้าวโอ๊ต : เต็มไปด้วยเส้นใยที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยลดอาการตึงเครียด จึงทำ
ให้รอยเหี่ยวย่นน้อยลง เพียง โรยข้าวโอ๊ตลงบนมูสลี่ หรือนมอุ่นๆ ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยแค่นี้ก็ทานได้
แล้ว กระชุ่มกระชวยเหมือนแรกสาว


Stay feeling young

10. กระเทียม : สมุนไพรกลิ่นแรงอย่างกระเทียมมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย ล้างพิษ และป้องกันไวรัสจากโรคภัยไข้เจ็บ ตั้งแต่ไข้หวัดไปจนถึงมะเร็ง อาหารไทยส่วนใหญ่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว

11. แครนเบอร์รี่ : ผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่ายังช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้ชะงัดอีกด้วย อาจจะทำเป็นแยมไว้รับประทานกับขนมปังหรือทำเป็นซอสแครนเบอร์รี่ไว้ทาไก่หรือเนื้อย่างก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน

12. ลินสีด : ช่วยลดอาการเจ็บตามข้อต่อ เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ร่างกายใช้ในการสร้าง
ฮอร์โมนที่มีคุณสมบัติป้องกันอาการอักเสบ ลองเติมลงในน้ำปั่นหรือโรยหน้าสลัดดูก็ได้นะ

13. กีวี : วิตามินซีและสารอาหารบางอย่างในกีวีช่วยในการไหลเวียนของออกซิเจน ลดปัญหาเกี่ยวกับ
ระบบหายใจ เช่น โรคหืด หอบ หั่นกีวีเป็นลูกเต๋าเสียบไม้กับมะม่วงหรือกล้วย ทาด้วยน้ำผึ้ง แล้วนำไป
ย่าง อาจจะได้รสชาติแปลกใหม่ที่น่าลิ้มลอง

14. ลูกพลัม : อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมันซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์สมอง นำลูกพลัมไปเคี่ยวกับน้ำส้ม และโรยลงไปบนมูสลี่ หรือจะกินเล่น เป็นขนมขบเคี้ยวก็ไม่มีใครว่า

15. กล้วย : เป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม นอกจากกล้วยจะช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหาร
แล้วยังช่วยลดอาการท้องผูก แค่ผสมเข้ากับนม น้ำผึ้ง และอัลมอนด์ ก็จะได้อาหารเช้าที่แสนอร่อย

16. ส้ม : การรับประทานส้มทั้งผลแทนการดื่มน้ำส้มจะช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ มิหนำซ้ำ
วิตามินซีในส้มยังช่วยป้องกันและเยียวยาโรคหวัด นอกจากนี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องของการขับถ่าย
ด้วย

17. ข้าวกล้อง : ฮอตฮิต อินเทรนด์กันอยู่พักใหญ่ เพราะอุดมไปด้วยแร่แมงกานีสที่จะช่วยให้พลังงานกับร่างกายโดยการให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย ใครที่ไม่ชอบสีจัดจ้านของข้าวกล้องก็สามารถหุงข้าวกล้องรวมกับข้าวสวยได้

18. มะเขือม่วง : เปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน (nasunin) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้อง
สมองของคุณจากการถูกทำลาย เพื่อคงความฉลาดหลักแหลมของคุณไว้ ลองนำมะเขือม่วงไปทำแกง หรือรับประทานกับข้าวกล้องก็อร่อยไม่เบา


แข็งแรงได้ใจ Stay healthy!

จากการศึกษาพบว่า อะไรก็ตามที่คุณรับประทานเข้าไป มีโอกาสที่จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ดี
ขึ้นได้ เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ เพื่อให้อัตราการเสี่ยงของคุณลดน้อยลง ลองอาหารพวกนี้ดูสิ

19. ลูกพรุน : โพแทสเซียมในลูกพรุนช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือดและลดระดับความดันเลือด ซึ่งทั้ง
สองอย่างนี้เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหัวใจ เสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตหรือกินเล่นเป็นของว่างก็ดี

20. คะน้า : ช่วยให้ตับของคุณผลิตเอ็นไซม์ในการต่อต้านมะเร็ง เมื่อคุณเคี้ยวคะน้า จากการวิจัยพบว่าสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ ฮืม...ม เลือกผัดคะน้าปลาเค็ม เป็นเมนูมื้อ
กลางวันดีกว่า (อ้อ อย่าลืมทุบกระเทียมลงไปด้วยนะ)

21. ผักโขม : คุณจะได้รับแคลเซียมจากผักโขม ในขณะเดียวกันก็มีแมกนีเซียมที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดี การรับประทานใบอ่อนของผักโขมในสลัด จะช่วยให้ป้องกันโรคกระดูกเปราะและหักง่ายเนื่องจากขาดแคลเซียม

22. ราสเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในราสเบอร์รี่สามารถยับยั้งการเกิดเนื้อ
ร้ายได้ ลองนำราสเบอร์รี่ไปราดด้วยช็อกโกแลตเหลวแล้วไปแช่เย็นดูสิ

23. ถั่วงอก : สารประกอบ ที่พบในถั่วงอก สามารถช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ถั่วงอก
ยังประกอบด้วยสารอาหารในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยเรื่องโรคเล็กๆ น้อยๆ ของสตรีในวัยหมดประจำเดือนถั่วงอกผัดกับเต้าหู้ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยไม่เบา

24. บล็อคโคลี่ : การรับประทานบล็อคโคลี่เป็นประจำ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง
20% และยังมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย ลวกใส่ในสลัด หรือผัดกับกุ้งสดก็ไม่เลว

25. บีทรูท : เนื้อของบีทรูทอุดมไปด้วยเบต้าไซยานิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านมะเร็ง รับประทานโดยการนำไปตุ๋นหรือย่าง

26. องุ่นแดง : จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดเลือดจับตัวเป็นก้อน และดักจับไขมันในเลือดที่จะเป็น
อันตรายต่อเส้นเลือดแดงของคุณ ใส่องุ่นแดงลงในสลัดหรือดื่มไวน์แดงสักแก้วระหว่างมื้อค่ำ

27. ปลาที่มีไขมัน : แซลมอน หรือเนื้อปลาชนิดอื่นๆ ที่มีไขมันปนอยู่บ้างนั้น สามารถช่วยปกป้องคุณจากโรคภัยไข้เจ็บมากมาย อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลายังช่วยในเรื่องของสมอง ว่ากันว่าให้เด็กๆ กินปลาแล้วจะฉลาด ปลานึ่ง ปลาย่างราดซอสอร่อยๆ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดี

28. มะเขือเทศ : สารไลโคพีนี (lycopene) ในมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูก
หมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญช่วยให้ผิวสวยอย่าบอกใครเลยเชียวล่ะ
เลือกเอาเลยว่าคุณอยากจะใส่มะเขือเทศลงในอาหารอะไรบ้าง

29. หัวหอม : หัวหอมที่มีกลิ่นไม่หอมเหมือนชื่อนี้จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ซอยเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ในไข่เจียว หรือซอยใส่อาหารประเภทยำช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีทีเดียว




 

Create Date : 28 กันยายน 2550    
Last Update : 28 กันยายน 2550 9:54:34 น.
Counter : 98 Pageviews.  

ดูแลผมให้ยาวเร็วขึ้น



ขั้นตอนการดูแลผม ให้ยาวเร็วขึ้น


สระผมและนวดผมให้เรียบร้อย ใช้ผ้าขนหนูค่อยๆซับผม อย่าขยี้ผมเด็ดขาด โดยเฉลี่ยแล้วผมคนเราจะยาวประมาณครึ่งนิ้วต่อเดือน

ดังนั้นถ้าคุณอยากให้ผมยาวเร็วขึ้น แสกผมไว้ซัก 5- 6 แถว บีบวิตามิน อี แบบแคปซูลสำหรับทาหน้าตามรอยแสก นวดบำรุงให้ทั่วหนังศรีษะ ผมจะยาวเร็วขึ้น

อย่าลืมที่จะทำทรีทเม้นท์สัปดาห์ละครั้ง เพราะมันจะทำให้คุณมีสุขภาพผมที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน




ตัวอย่างการทำทรีทเม้นท์หมักผมแบบธรรมชาติ

บดกล้วยหอมผสมกับน้ำผึ้ง พอกให้ทั่วทั้งศรีษะ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วสระล้างออก อีกสูตรหนึ่งคือ คั้นดอกอันชัญสดกับน้ำสะอาด จนได้น้ำอันชัญสีน้ำเงินอมม่วง หมักผมทิ้งไว้ 20 นาท ีอีกเช่นกัน แล้วล้างออก สูตรนี้จะทำให้ผมคุณดูดกดำเงางาม

แถมอีกนิดนะคะ

ถ้าคุณมีผมแห้ง ต้องการให้ผมดูเงางาม ใช้แฮร์โค้ต 2-3 หยดชโลมและนวดให้ทั่วศรีษะ แต่ถ้าคุณมีผมมัน ไม่แนะนำค่ะ เพราะแฮร์โค้ตจะทำให้ผมคุณดูมันเยิ้มยิ่งขึ้น แถมยังเป็นแม่เหล็กดูดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกชั้นดีเชียวล่ะ




 

Create Date : 26 กันยายน 2550    
Last Update : 26 กันยายน 2550 11:39:23 น.
Counter : 217 Pageviews.  

1  2  3  

ก้อนหินสีขาว
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




website hit counter login page
website traffic stats
++เข้ามาก้อเม้มให้ด้วยเน้อ++
Color Codes ป้ามด
Friends' blogs
[Add ก้อนหินสีขาว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.