Group Blog
 
All blogs
 
เรื่องสั้นวันแห่งความรัก : เรื่องสั้นของฉันเอง



เรื่องสั้น...วันแห่งความรัก

ที่จริงตอนนี้ฉันควรจะเขียนนิยายเรื่องที่สัญญากับทางสำนักพิมพ์ไว้ว่าจะต้องส่ง แต่เมื่อฉันได้รับคำอวยพรจากน้องๆใน MSN ฉันถึงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันแห่งความรัก แล้วความรักของฉันเป็นยังไง? ฉันถามตัวเองแบบนี้ เสียงปลายสายที่ส่งตามสายโทรศัพท์ของฉันในระหว่างที่ฉันกำลังรับคำอวยพรจากน้องๆ พร้อมกับดูการ์ตูนเรื่องหนึ่งไปด้วย กำลังบอกให้ฉันรู้ว่า...ฉันกำลังมีความรัก

วันนี้ฉันได้รับข้อความน่ารักๆจากเจ้าของเสียงปลายสายนั้น เป็นข้อความสั้นๆที่สั้นจริงๆ “ยัยบ้า” คือข้อความนั้นที่ฉันได้ สั้นอย่างที่ฉันบอกไหม แต่สำหรับฉันมันยาว...ยาวมากกว่าที่คนอื่นจะเข้าใจ

เมื่อคืนฉันรู้สึกไม่สบายใจมาก เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฉัน ฉันเชื่อได้ว่าถ้าฉันเล่าให้ใครฟังทุกคนก็จะบอกเป็นคำเดียวกันว่า อย่าคิดอะไรมาก และฉันก็อยากจะบอกว่าฉันคิดมากไปแล้ว เราสองคนคิดกันยังไงมีแต่เราเท่านั้นที่รู้ และก็เหมือนกันเค้ากับคนๆนั้นคิดกันยังไงก็มีแต่คนสองคนเท่านั้นที่รู้ น้ำตาของฉันรินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ฉันไม่รู้ว่าฉันทำอะไรลงไป ฉันไม่รู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่ ฉันรู้อยู่แก่ใจว่าเค้าจะไม่ชอบการกระทำของฉัน แต่ใจฉันกลับต่อต้านกับความรู้สึกนั้นอย่างสุดทน ฉันทำได้แค่นั่งเงียบ เงียบแบบที่เค้าไม่รู้เลยว่า...ฉันร้องไห้ เมื่อเค้าพาเรียกเธอคนนั้นมาให้ฉันได้ทำความรู้จัก

ฉันเชื่อว่าผู้หญิงร้อยทั้งร้อยก็คงทนไม่ได้กับการที่คนรักของเราให้ความสำคัญกับผู้หญิงอื่น แม้เค้าจะยืนยันกับเราว่าไม่มีใครแทนที่เราได้ ยิ่งคนที่เคยมีบาดแผลกับความรักอย่างฉันแล้ว ก็ยิ่งกลัว...กลัวจนทำให้ตัวฉันเองเสียน้ำตา
ย้อนไปวันนี้เมื่อสามปีก่อน ฉันคือผู้หญิงที่อ่อนแอเสียจนไม่ยากจะรักใครได้อีก คนรักคนนั้นของฉันทิ้งฉันไปในวันเกิดของพี่ชายช่วงปลายเดือนตุลาคมหลังจากวันเกิดของฉันเองไม่กี่วัน ฉันจับได้ว่าเค้าคบกับผู้หญิงคนใหม่และอยู่ด้วยกันแล้ว แต่ฉันจะไม่รู้สึกอะไรเลยหากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนที่คนรักเก่าฉันบอกกับฉันว่า “เป็นเพื่อนกันอย่าคิดมาก” และเธอคนนั้นก็บอกกับฉันว่า “พี่ไม่คิดไรกับเค้าหรอก เราเป็นเพื่อนกัน”

มันอาจจะฟังดูแล้วงี่เง่านะที่ฉันจะเอาเรื่องในอดีตมาผูกกับปัจจุบัน แต่ความเจ็บปวดที่ฉันได้รับจากเมื่อสามปีก่อนนั้นมันทรมานจนฉันจำฝังใจมาในวันนี้ ทั้งที่ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าเมื่อไหร่ที่ฉันได้พบกับความรักครั้งใหม่ฉันจะเอาข้อผิดพลาดทั้งหมดมาแก้ไข้เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องเสียใจอีก ฟังดูเหมือนเห็นแก่ตัวใช่ไหมที่ฉันกลัวตัวเองเจ็บ แต่ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ในเมื่อฉันจะรักใคร ความรักใหม่ของฉันจะไม่มีคำว่าจบลงเหมือนวันเก่า หากมันจะต้องจบ ฉันก็จะจบแบบที่ฉันไม่มีน้ำตา และไม่เรียกหาให้คนๆนั้นกลับมาอีกครั้ง

ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา ฉันกลายเป็นคนที่เลื่อนลอยกับความรัก ฉันรักใครแล้วก็ต้องเลิกอยู่ร่ำไป จนมาช่วงปีสุดท้ายที่ฉันสามารถยืนได้ด้วยขาของตัวเองโดยไม่มีคำว่าแฟน ฉันอยู่กับครอบครัวกับงานที่ฉันรัก แต่แล้วโชคชะตาก็สั่งให้ฉันได้พบกับใครบางคน ฉันเปิดใจยอมรับใครคนนั้นเข้ามา คนที่ฉันไม่เคยรู้จักมาก่อน เราสองคนอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ แต่การเจอกันของเราหากเล่าให้ใครฟังทุกคนก็จะบอกว่า “โลกกลม” แต่สำหรับฉัน ฉันเชื่อว่า “ไม่ใช่โลกกลมแต่คือพรหมลิขิตต่างหาก” เพราะฉันไม่เคยคิดว่าการที่เราได้รักใครสักคนมันคือเรื่องบังเอิญ เราอาจจะเคยเจอกัน อาจจะเคยเห็นกันมาก่อน วันนี้เราถึงกลับมาเจอกัน แต่ก็ดูเหมือนว่าเหตุการณ์แบบเมื่อสามปีก่อนก็กำลังย้อนกลับมาอีกครั้ง

ครั้งนี้ฉันเรียนรู้ว่าความอดทนเท่านั้นที่จะทำให้ฉันและเค้าผ่านพ้นมันไปได้ ต้องขอบคุณรายการช่องพระรามสี่ยามดึกรายการหนึ่งที่ให้ข้อคิดเรื่องความรักกับฉันว่าถ้าฉันรักเป็นฉันก็จะไม่มีวันเจ็บปวดกับความรัก เพราะความรักก็ควรจะอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจและไว้ใจกัน แต่ฉันก็แย้งในใจว่า “เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าคนรักของเราจะไม่มีวันนอกใจ?” ฉันพยายามคิดหาคำตอบอยู่นาน เหมือนกับยืนอยู่บนเส้นด้ายบางๆที่กั้นกลางความรู้สึกไว้ ตอนนั้นขาข้างหนึ่งของฉันกำลังยืนอยู่บนความเชื่อใจ ที่เหตุผลของมันก็คือเรื่องราวดีๆระหว่างเรา ส่วนขาอีกข้างหนึ่งฉันยืนอยู่บนความไม่เชื่อใจ เพราะชื่อของผู้หญิงคนนั้นที่ฉันได้ยินจากปากของเขา แต่ฉันก็คิดอีกทีว่าถ้าเขามีอะไรกันมากกว่าเพื่อน เค้าจะเล่าให้ฉันฟังไหม? นั่นทำให้ขาข้างนั้นของฉันเขยิบเข้ามาใกล้เส้นด้ายของฝั่งตรงข้ามมาอีกนิด

จนกระทั่งฉันได้ยินคำพูดหนึ่งจากรายการโทรทัศน์รายการเดิมว่าถ้าฉันกำลังเป็นทุกข์เพราะความรักก็แสดงว่าฉันรักไม่เป็น ดังนั้นฉันควรจะคิดในแง่บวกไว้ก่อน ฉันต้องรักให้เป็น ฉันจะไม่ทำให้ความรักต้องมาทำให้ฉันเป็นทุกข์ ฉันต้องมีความสุขกับมัน สุขที่ได้รักกับคนที่เราเลือกแล้ว ในเมื่อเราเลือกที่จะรักเค้า เราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็น แกล้งโง่บ้าง ตาบอดหูหนวกบ้าง ชีวิตเราจะได้ไม่ต้องเสียใจและเป็นทุกข์อย่างไร้สาระ เพราะหากความรักทำให้เราเป็นทุกข์และความสุขของเราคืออะไร? เรายังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องทำในหน้าที่การงานของเรา งานที่ต้องใช้หัวใจของเรานำทาง

ฉันตัดเรื่องผู้หญิงคนนั้นออกไปจากสมอง ส่วนสองมือของฉันกำลังควานหาโทรศัพท์ที่ดังขึ้นในรุ่งสางของวัน ปลายสายเป็นชื่อของคนที่ทำให้ฉันยิ้มได้จากการทำงานที่ยากและละเอียดอ่อน ฉันรับสายเค้าและเรียกชื่อเค้าอยู่นาน จนได้ยินเสียงปลายสายที่รู้ว่าเจ้าของหมายเลขนี้ยังไม่ตื่นดี เค้านอนทับโทรศัพท์และมันก็โทรออกเอง แสดงว่าสายล่าสุดที่เค้าโทรออกมานั้นคือฉัน และฉันก็จำได้ว่าวันนั้นเราคุยกันครั้งสุดท้ายในช่วงเย็นของวันก่อน ก็หมายความว่าเค้าไม่ได้โทรหาใครและก็ไม่มีใครโทรเข้ามา และฉันก็เป็นสายเดียวของเค้า ที่อาจจะเป็นคนเดียวในใจเค้าไปด้วย

ฉันยังจำวันที่เราสองคนตกลงเป็นแฟนกันได้ เค้าไม่ได้บอกรักฉัน แต่เค้าบอกฉันว่า “เป็นแฟนกันไหม” ตอนนั้นฉันอาจจะเป็นผู้หญิงใจง่ายในสายตาใครๆ เพราะฉันตอบกลับไปในทันทีว่า “ก็เป็นซิ” เสียงเพลงองศาที่ต่างกันดังขึ้นในเวลานั้น ฉันรู้สึกถึงความไพเราะของมันในทันที เค้าบอกกับฉันว่า “ให้จำวันนี้ไว้นะ” ฉันก็จะจำวันนั้นไว้ ฉันจะไม่นับวันที่เราคบกัน เพราะฉันไม่รู้ว่าจะรู้จำนวนของวันเวลาไปทำไม ปริมาณของเวลาที่มากขึ้นไม่ได้ช่วยให้เรารักกันมากขึ้นเสียหน่อย ใจเราต่างหากที่ทำให้เรารักกัน ไม่จำเป็นต้องมากขึ้นทุกวัน แต่ขอให้เรารักกันทุกวันก็พอ

เรามีบาดแผลจากอดีตมาเหมือนกันทั้งคู่ ระยะเวลาของเราก็สามปีเหมือนกัน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญใช่ไหม แต่กับฉัน...ฉันว่ามันไม่บังเอิญ การที่เราได้พบกับคนที่เคยเสียใจในช่วงเวลาเดียวกับเรา กับการถูกทิ้งเหมือนเรา ฉันว่ามันคือสิ่งที่โชคชะตากำหนดมามากกว่าโชคชะตาคงกำหนดมาให้เราได้เจอกัน ให้เราได้รู้ว่าในวันนั้นที่เราเจ็บ ไม่ได้มีแค่เราคนเดียวที่เสียใจ แต่ยังมีใครอีกคนที่รู้สึกไม่ต่างจากเรา เราสองคนจึงเดินทางมาเจอกัน ข้ามผ่านกาลเวลามาพบกันในวันที่หัวใจพร้อมจะเปิดรับใครคนใหม่เข้ามา โชคชะตาไม่ได้เล่นตลกกับเรา แต่โชคชะตากำลังพาให้เราเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นใหม่และใช้อดีตที่ผ่านมาให้เป็น

วันนี้ฉันให้สัญญากับตัวเองไว้ ฉันจะต้องให้ไว้ใจเค้าและเชื่อใจเค้า เพราะนั่นหมายถึงการให้เกียรติกับคนที่เรารัก เค้าอาจจะคิดไม่ถึงในวันนี้ แต่ฉันเชื่อว่าสักวันเค้าจะรับรู้ได้ ทุกคนมีสัมผัสพิเศษเรื่องความรัก ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรู้จักมันช้าหรือเร็วเท่านั้น

มีคนบอกว่าความรักที่เริ่มมาจากคำว่าเพื่อน จนกลายเป็นคนรัก แล้วเปลี่ยนมาเป็นคู่ครอง บั้นปลายก็กลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง จะทำให้ความรักของเรายืนยาว ความรักของฉันก็คงเข้าข่ายแบบนั้นซินะ เพราะเราเริ่มจากความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นคนรู้จักกันจนกลายมาเป็นคนรักกันในที่สุด แล้วฉันจะปล่อยให้วันเวลาที่ผ่านมานั้นจางหายไปเพราะคนอื่นอย่างนั้นหรือ?

เชื่อไหม? ตอนนี้ฉันกำลังนั่งยิ้มอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ฉันยิ้มให้กับสิ่งที่ฉันเขียนขึ้นมาเพราะฉันไม่คิดว่าฉันจะเขียนมันได้ ฉันฝันไว้ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันแต่งงานฉันจะเขียนนิยายเรื่องราวความรักของฉันกับเจ้าบ่าวคนนั้นและตีพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มเพราะฉันเป็นนักเขียน ฉันเขียนนิยายมาก็หลายเรื่องแล้ว เขียนเรื่องของตัวเองบ้างจะเป็นไร บางทีสิ่งที่ฉันเขียนไปทั้งหมดนี้อาจจะถูกกล่าวถึงในนิยายเรื่องนั้นก็ได้ ฉันอาจจะเขียนว่าครั้งหนึ่งฉันเคยเขียนเรื่องสั้นๆพรรณนาความรู้สึกของตัวเอง และระบายความรู้สึกของตัวเองในวันวาเลนไทน์ เพราะเค้านั้นอาจจะเป็นคู่ชีวิตของฉันในอนาคตก็ได้

วาเลนไทน์ปีนี้...อาจจะเหมือนกับทุกๆปีที่ฉันไม่เคยได้ของขวัญจากใครเลย ฉันหมายถึงของขวัญที่เป็นชิ้นเป็นอันเหมือนที่คนอื่นนิยมให้กันนะ แต่ฉันได้ของขวัญชิ้นใหญ่กว่านั้น เพราะฉันได้เรียนรู้ว่า หากเราคิดจะรักใคร เราก็ต้องรักให้เป็น เราต้องได้รักความสุขจากความรัก มากกว่าจะต้องเสียใจเพราะความรัก ตอนนี้ฉันได้ของขวัญจากเค้าคนนั้นและความรักแล้ว เพราะฉันกำลังยิ้มและมีความสุขที่ฉันได้รักกับคนๆนั้นของฉัน...สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะพี่หนุ่ย





Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2552 17:41:44 น. 2 comments
Counter : 347 Pageviews.

 
สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ




โดย: pet.sp วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:37:54 น.  

 
ซึ้งจัง...ชอบ
ถ้าทำได้อย่างที่พี่ทำก้อคงดีเนอะ
มาเที่ยวปายแล้วสิ
ถ่ายรูปได้สวยมาก
ขอบอก
..**..


โดย: สาวปาย IP: 118.172.50.100 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:12:05:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กานท์ชญา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add กานท์ชญา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.