สารพิษ(ในใจ)
สารพิษ(ในใจ)

เก็บเรื่องมาเล่า

ชนา ชลาศัย




ขึ้นชื่อว่า "สารพิษ" แล้ว ย่อมไม่มีประโยชน์ต่อสิ่งใดทั้งสิ้น

ใน คอลัมน์ "ลานธรรม" ใน "สารโกมล" ฉบับพ.ย.-ธ.ค.2551 พระไพศาล วิสาโล เขียนว่า นอกจากสารพิษในร่างกายและสิ่งแวดล้อมแล้ว ที่น่ากลัวก็คือ "สารพิษในจิตใจ"

สารพิษในร่างกายมาจากอาหาร สารพิษในจิตใจก็มาจากอาหารเช่นกัน คือ "อาหารใจ" ในที่นี้ก็คือความคิดหรืออารมณ์นั่นเอง

อาหารที่เรากินถ้าย่อยไม่หมดจะกลายเป็นสารพิษ สะสมอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ลำไส้ใหญ่ หรือตับ

ส่วนความคิดหรืออารมณ์ ถ้าเราเสพเข้าไปแล้วไม่รู้จักขจัดออกไป มันก็หมักหมม กลายเป็นสารพิษในใจเรา

สาร พิษที่เกิดจากอารมณ์ เช่น โกรธ หงุดหงิด กังวล ถ้าเกิดขึ้นแล้วไม่จบง่าย อารมณ์เหล่านี้จะทิ้ง "อนุสัย" ไว้ อนุสัยเป็นเหมือนเศษหรือตะกอนอารมณ์ที่ตกค้าง

นอกจากจะไม่สิ้นสุดแล้ว หากไปปรุงแต่งต่อก็จะกลายเป็นเรื่องเป็นราวยืดยาว

นี้แหละเป็นสารพิษที่น่ากลัวยิ่ง

เราจะขจัดสารพิษออกจากจิตใจได้อย่างไร?

หลวง พ่อบอกว่า ประการแรกสุดคือ ลดการเสพสิ่งเร้าให้น้อยลง เหมือนกับการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย บางวันเราต้องงดบ้าง ขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักกินอาหาร อย่างอาหารขยะก็ควรงดหรือกินให้น้อยลง

สาร พิษในจิตใจก็เหมือนกัน จัดการได้ด้วยการเสพอารมณ์ให้น้อยลงหรืองดเสียบ้าง ลดการออกไปเสพสิ่งเร้าจิตกระตุ้นใจ ไม่ว่า แสง สี เสียง ควรเพลาการบริโภค

" ทุกวันนี้ผู้คนใช้เวลาไปกับการเสพสิ่งบริโภคทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจเยอะมาก อยู่ว่างๆ ก็ทนไม่ได้ ต้องออกไปเที่ยวห้าง ไปดูหนัง เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ หรือไม่ก็ไปร่วมวงซุบซิบนินทากับเพื่อน

วันๆ หนึ่งจึงเสพอารมณ์เยอะเหลือเกิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะ คือไม่มีประโยชน์"

พระ ไพศาลแนะด้วยว่า นอกจากเลือกรับเลือกเสพ หรืองดรับอารมณ์แล้ว เราควรเรียนรู้วิธีกู้จิตใจออกจากอารมณ์ด้วย วิธีนี้ต้องอาศัยสติปัญญาจัดการ ต้องฝึกสติให้ทำหน้าที่ขจัดสารพิษและสิ่งสะสมออกไปจากจิตใจเรา

"สติ ช่วยให้เรารู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น รู้แล้วก็ปล่อยวางได้ ไม่เก็บเอามาปรุงแต่งจนลุกลามใหญ่โต อารมณ์เหล่านี้หากสติเข้าไปรู้ทัน เมื่อมันหายไป มันจะไม่ทิ้งตะกอนหรืออนุสัยเอาไว้

ไม่เหมือนกับการห้ามความคิดหรือกดข่มอารมณ์ นอกจากจะไม่หายง่ายๆ แล้ว มันยังทิ้งตะกอนอารมณ์ที่พร้อมจะปะทุขึ้นใหม่ได้ง่ายขึ้น"

ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่นิยมขจัดสารพิษในร่างกายด้วยวิธี "ดีท็อกซ์"

หากจิตใจได้รับการดีท็อกซ์ไปด้วย สังคมไทยคงจะสงบสุขขึ้นอีกเยอะเลย

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hOekl3TURFMU1nPT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09TMHdNUzB5TUE9PQ==



Create Date : 20 มกราคม 2552
Last Update : 20 มกราคม 2552 19:11:58 น.
Counter : Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
iamZEON
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]



ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ^^//
New Comments
All Blog
MY VIP Friend