Group Blog
 
All blogs
 

ตอนที่ 3: สัปดาห์แรก หลังทำ PRK

สำหรับอาการหลังจากที่ผ่าตัดไปวันแรก


หลังทำ PRK วันแรก วันนี้ ยังคงต้องปิดตาอยู่ และหมอนัด สิบโมงเพื่อเปิดตา โหย ไม่อยากบอกเลยว่า ทั้งคืนเลย นอนไม่ได้ ต้องกินยานอนหลับ แต่เอาเข้าจริง ก็ตื่นมากลางดึก เพราะต้องไปเข้าห้องน้ำ พอรู้สึกตัวก็แสบตา น้ำตาไหลตลอดเลย จนกระทั่งไปหาหมอ ก็ดีใจจะได้เปิดตาแล้ว พอเปิดตามา โอว....มองไม่เห็นอะไรเลย เหอๆ คือมันพร่ามัวไปหมด สู้แสงไม่ได้ด้วย


ตอนแรก เจ้าหน้าที่เค้าจะวัดสายตา แต่เราบอก ไม่ไหวอะค๊า ลืมตายังไม่ขึ้นเลยยยยย เค้าก็เลยไม่ได้วัด แต่พอไปพบคุณหมอ เค้าก็บอกว่า แผลดีครับ ฟื้นตัวเร็ว (หมายถึงแผลนะ) ก็อย่างว่า ช่วงนี้ อิฉันโด๊ปอาหารเสริมประเภทบำรุงสายตาตลอดเลยแหละค่ะ


 หลังทำ PRK วันที่สอง  แสบตาน้อยลง แต่การมองเห็นก็ยังไม่ค่อยดี มันเบลอๆ แล้วก็สู้แสงไม่ค่อยจะได้ เวลาจะลืมตา ต้องนับ 1 2 3 ฮึบๆ ลืมตา งี้เลยแหละ เพราะมันแพ้แสง ไปหาหมอ เค้าก็บอกว่า ไม่เป็นไร เพราะอาการมันต้องเป็นอย่างนี้ และอาจจะเคืองตามากขึ้นนะ แต่ก็ไม่เป็นไร สรุปว่า ยังไงก็ไม่เป็นไร เหอๆ


 หลังทำ PRK วันที่สาม ไปทำงานค่ะ คือจริงๆ ไม่แสบตาเท่าไหร่แล้ว แต่แพ้แสง และมองเห็นไม่ชัดอยู่ดี (แอบคิออยู่ว่า เราหาเรื่องหรือเปล่าว๊า) แต่พอไปทำงาน ก็ทำงานไม่ได้อยู่ดี เพราะเราก็ยังอ่านอะไรไม่ได้ หัวหน้าก็บอกว่า หยุดไปเหอะ พักตาไป เราก็เลยลายาวเลยทีนี้   ไปหาหมอ หมอบอกว่า แผลใกล้ปิดแล้ว เหลืออีกปีะมาณ 3-4 มิลฯนะ เดี๋ยวสักวันศุกร์ ก็น่าจะเอาคอนแทคเลนส์ออกได้....ตั้งวันศุกร์แน่ะ ><~


หลังทำ PRK วันที่สี่ ไม่แสบตาแล้ว แต่รู้สึกเคืองๆ และมัวๆ คุณหมออธิบายแล้วว่า มันเป็นอาการปกติ เพราะว่ากระจกตาเรามันยังไม่สมานกันดี อีกอย่าง ในตอนนี้ ยังใส่คอนแทคเลนส์อยู่ ก็ยังเหมือนมีอะไรปิดกระจกตาไว้ ซึ่งผิวกระจกตาเราก็จะยังขรุขระอยู่ ต้องรอให้เอาคอนแทคเลนส์ออกก่อน แล้วอาจจะใช้เวลาสักนิิดให้เปลือกตามันขัดกับกระจกตาสักหน่อย การมองเห็นก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ แผลปิดแล้ว แต่ว่าคุณหมอยังไม่เอาออกให้ จะเอาออกให้พรุ่งนี้ เพราะต้องรอให้แผลหายสนิทเสียก่อน 


หลังทำ PRK วันที่ห้า ได้เอาคอนแทคเลนส์ออกแย้ว ดีใจแจงๆ ตอนนี้ ก็แพ้แสงน้อยลง แต่การมองเห็นเราก็ไม่ค่อยดีนะ มันก็ยังมัวๆ ของมันอยู่ แต่ก็ไม่ต้องใส่แว่นแล้วนะ ไม่ได้มัวขนาดว่ามองอะไรไม่เห็น เพียงแต่อ่านหนังสือแล้วมันยังไม่ชัดเจน ตอนเขียนไดฯ อยู่นี่ก็ขยายหน้าจอเบ้อเร่อเลยแหละ คิดอยู่เหมือนกันว่า ตอนไปทำงาน คงต้องขยายเท่านี้เหมือนกัน เหอๆ แต่ที่แยาคือ พอวันนี้ อาการดีเข้าหน่อย ดั๊น ไปเล่นเกมซะตามัวกว่าเดิมเลย แง ฉะนั้น วันนี้ ก็เลยรีบนอน เพราะกลัวมันจะมัวไปตลอดอะสิ


-------------------------------------


จบแล้วสำหรับ 5 วัน ไว้วันต่อๆ ไปจะมาเล่าว่า การมองเห็น มันจะดีขึ้นเท่าใดนะคะ อันนี้แหละ ลักษณะพิเศษของคนทำ PRK ประมาณว่า ต้องใช้เวลา ต้องใจเย็นๆ ไม่เหมือน lasik ที่เค้าทำปุ๊บ ชัดปั๊บ ....สงสัยเราคงทำกรรมอะไรเอาไว้ ต้องทรมานซะก่อน ฮือๆๆ


 




 

Create Date : 19 มีนาคม 2554    
Last Update : 19 มีนาคม 2554 10:03:07 น.
Counter : 1057 Pageviews.  

ตอนที่ 2: วันทำ PRK

มาต่อกันเลย ที่วันนัดทำ PRK (เนื่องจาก ดองมาหลายวัน)

หลังจากที่ไม่ได้แตะคอมฯ มาหลายวัน เนื่องจาก ตามองไม่เห็น
และแล้ว วันนี้ ก็ดีขึ้นมาก ยังมองเห็นไม่ชัด แต่ก็สามารถมองได้ดีขึ้น 
ก็เลยอยากจะมาเล่าประสบการณ์ การทำ PRK เผื่อจะมีประโยชน์สำหรับ ใครที่สนใจอยากจะทำ lasik 


----------------------------------------------------------------------------------------


เริ่มแรกเลย ก็อย่างที่เคยลงไปแล้วในไดฯ หน้าก่อนๆ ว่า เราอยากจะทำ lasik แต่เนื่องจากกระจกตาเราไม่อำนวย คือมันบางมาก ก็เลยต้องทำเป็นแบบ PRK


PRK เป็นวิธีการผ่าตัดรักษาสายตาผิดปกติ (สายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง) แบบถาวรวิธีหนึ่ง โดยการลอกผิวกระจกตาที่อยู่ด้านนอกสุด (ที่เรียกว่า Epithelium) ของกระจกตาออกก่อน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายผิวถลอก แล้วใช้ Excimer Laser ปรับแต่งความโค้งของผิวกระจกตาโดยตรง วิธีนี้เป็นวิธีที่มีมาก่อนเลสิค หลายสิบปี และยังใช้จนถึงปัจจุบัน (credit: http://www.lasikthai.com/th/treatment/prk/default.php)


หลังจากที่รู้ว่า เราจะต้องรักษาโดยวิธีนี้ ก็พยายามหาข้อมูลตลอดๆ แต่ว่า อาการของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป แต่ที่แน่ๆ คือ ได้เจ็บตัวแน่นอน เหอๆ


และพอนัดผ่าตัด เราก็เริ่มกินวิตามินซี 1000 ทุกวัน (ทาง TRSC เค้าแจ้งมา)


----------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 13 มีนาคม วันนัดผ่าตัด อยากบอกว่า เครียดมากๆ เพราะว่ากลัว ถึงแม้ใครๆ จะบอกว่า ไม่เจ็บๆๆๆๆ แต่เราก็กลัวอยู่ดี พอถึงเวลาพยาบาลก็จะพาเราเข้าไปในห้อง (ไปนั่งทำใจ) ก่อนเข้า เค้าก็จะให้เราทานยาคลายเครียด และยาแก้ปวด จากนั้น ก็เริ่มหยอดยาชา และยาปฏฺิชีวนะให้


เค้าก็หยอดไปเรื่อยๆ แต่อยากบอกว่าพยาบาลใจดีมากๆ พูดกะเราแบบ หนูไม่ต้องกลัวนะคะ บลาๆๆ แล้วก็ค่อยๆ หยอดยาไปเรื่อยๆ จนสุดท้าย เราไม่รู้สึกเวลาที่เค้าหยอดยาแล้ว และคุณหมอก็มา brief ให้ฟังว่า ขั้นตอนการรักษาจะเป็นยังไง ซึ่งปรากฏว่า การรักษาของเรา จะมีการยิงเลเซอร์ 2 ครั้ง เข้าใจว่า ครั้งแรก เป็นการยิงเพื่อลอกกระจกตา ส่วนครั้งที่สองเป็นการยิงเพื่อรักษาสายตาสั้น


พอเข้าไปในห้องยิงเลเซอร์อันเย็นยะเยือก คุณพยาบาลก็เข้ามาถามว่า "อยากให้จับมือมั้ยคะ กลัวมั้ย บอกได้นะ" เราก็ไม่เป็นไรค่ะ จับมือตัวเองดีฝ่า เหอๆ แล้วคุณหมอ (นพ. เอกเทศ ชันซื่อ) ก็มาถึงแล้วก็บอกให้เราจ้องไปที่ไฟสีเขียวนะ จะยิงแล้ว ตอนยิงเราก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก รู้แต่ว่า ก็จ้องไฟไปเรื่อยๆ บางทีมันก็เบลอๆ ไม่รู้อยู่ตรงไหน แต่ก็พยายามมองนิ่งๆ ไว้แหละ ดีที่สุด


ไม่เกิน 5 นาที ก็เสร็จ แป๊บเดียวเองจริงๆ กลัวมาตั้งอาทิตย์ แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดก็คือ....พอคุณหมอยิงเลเซอร์ครั้งที่สอง แล้วเค้าเช็ดลูกตา เราก็มองเห็นไฟห้องผ่าตัดชัดในบัดดลเลยอะ ซึ่งก่อนหน้าที่เค้าจะยิงง่ะ คนที่สายตาสั้นเยอะๆ น่าจะนึกออกว่า เราไม่เห็นหรอกไฟอะ มันจะเป็นดวงๆ เบลอๆ แต่พอเสร็จปุ๊บ ชัดปั๊บเลยอะ ว้าวๆ


วันนั้น ก็ตื่นเต้นใหญ่เลย ยังไม่เลิกกด facebook เล่น เพื่อนก็งง เฮ้ย เล่น fb ได้เลยหรอ  เราก็อือ พอมองเห็นๆ แต่มันเบลอๆ นะ


แต่พอยาชาเริ่มหมดฤทธิ์เท่านั้นแหละ..........น้ำตาเจ้ามาจากไหน ไหลพรากๆๆๆๆ แสบตาด้วย เอาเป็นว่า คืนนั้น แสบตาทั้งคืน แล้วก็พอรู้สึกแสบ น้ำตาก็ไหลลลลลลลลล ตลอดๆ ขนาดว่ากินยานอนหลับแล้ว ฉานยังตื่นมาแสบตา น้ำตาไหลเลยแหละ 


----------------------------------------------------------------------------------------


และนี่เป็นสภาพหลังจากเพิ่งยิงเลเซอร์เสร็จใหม่ๆ ก็ต้องปิเดตาไว้แบบนี้






 

Create Date : 18 มีนาคม 2554    
Last Update : 18 มีนาคม 2554 15:45:45 น.
Counter : 330 Pageviews.  

คอนที่ 1: ตรวจตา เตรียมไปทำ Lasik

ไปตรวจตาก่อนทำเลสิคมาแล้ว....


เฮ้อ...ในที่สุด เราก็ไปตรวจสายตาก่อนทำเลสิคมาแล้ว

เริ่มแรก เค้าก็ให้เรานั่งฟังรายละเอียดก่อน นั่งฟังตั้งนาน



ฟังไปก็ดูวิวไปเพลินๆ



ที่นี่ดีอย่าง จะมีมุมน้ำ- กาแฟ ไว้บริการ ตอนนั่งรอตรวจก็สามารถทานได้แก้หิว เพราะตอนเราไปก็ประมาณเที่ยงเลยแหละ


พอตรวจทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็มีเจ้าหน้าที่มาบอกผลให้ฟัง


ทุกอย่างเราก็ปกติดี แต่....ที่แย่ก็คือ ความหนาของกระจกตา..ไม่ผ่าน  เค้าบอกว่าคนปกติที่จะทำเลสิคได้นั้น กระจกตาต้องหนา 500 ขึ้นไป และถ้าจะทำการรักษาอีกแบบที่เรียกว่า PRK กระจกตาก็ต้องหนา 470 ขึ้นไป แต่ของตาเราวัดค่ามาได้ 430 กับ 465 มั้งนะ 


ตอนแรกที่ได้ยินเศร้าเลย...อดแน่เลยตรู..สงสัยต้องใส่แว่นไปตลอดชีวิตแร้ว....


แต่พอไปพบคุณหมอ เค้าก็บอกว่า มีข่าวดีกับข่าวร้าย....ข่าวดีก็คือ กระจกตาเราจริงๆ แล้วหนา 480  แต่ข่่าวร้ายก็คือ... เราไม่สามารถทำการรักษาด้วยวิธี Lasik ได้ ต้องทำ PRK เท่านั้น 


ก่อนไปตรวจ ก็ได้คุยกับเพื่อนของเราคนนึงแล้ว เค้าก็รักษาแบบ PRK เค้าว่ามันจะเจ็บตาหลังจากวันที่ทำ และที่รู้ก็คือ ต้องไปหาหมอทุกวัน....เป็นเวลา 5 วัน 


 


สุดท้าย...เราก็ตัดสินใจนัดคุณหมอทำ PRK เลย เพราะว่าคุณหมอจะไม่อยู่เป็นเดือนเลย ถึงหลังสงกรานต์ ซึ่งช่วงนั้น เดี๋ยวเราก็อาจจะมีเดินทางอีก ก็ทำไม่ได้อีก.... เพราะฉะนั้น ก็ทำๆ ไปเลย ไหนๆ ก็ตั้งใจจะทำแล้ว...  


ไม่รู้คิดถูกหรือเปล่า แต่ก็นัดหมอไปเรียบร้อยแล้ว เครียดเหมือนกันนะ แต่เพื่อนเราทำมาเค้าก็ยังไม่มีปัญหาเลย หวังว่าเราคงไม่มีปัญหานะ 



ป.ล.
1. เรื่องเล่าวันนี้ นำมาจากไดฯ ของเราเอง เพราะฉะนั้น ใครที่เห็นว่ามันเหมือนกะอีกที่ก็เป็นเราเองนะค๊า
2. เดี๋ยวจะมาเล่าตอนต่อไป คือ ตอนไปทำ PRK แล้วค่ะ




 

Create Date : 18 มีนาคม 2554    
Last Update : 18 มีนาคม 2554 7:17:05 น.
Counter : 188 Pageviews.  


bE_noonz
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Free Hit Counter
Friends' blogs
[Add bE_noonz's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.