Group Blog
 
All blogs
 

DAY4::: Last day still chill out in SG

      ในที่สุดก็จะได้เขียนตอนสุดท้ายของทริปนี้จริงๆ แล้ว 555 เอาจริงๆ พอออกจากร้าน Windowsill pie เราก็ชิลกันมากจริงๆนะ นั่งmrt. ไปซื้อ การ์เรตป๊อปคอร์นแถวๆ orchard แล้วก็ถ่ายรูปกันในสถานีนั้นแหละเพลินๆ 




พอเห็น วอลเปเปอร์สวยๆก็พากันอดไม่ได้ สนุกมาก 

มันคนละอารมณ์กันเมื่อวานเลยจริงๆ ที่เครียดๆเดินหาของ ชอปปิ้งไม่สนุก 

ยาวๆไปเลย น่ารักมากจริงๆ 

เค้าบอกให้เดินทางนี้ค่าาา 

มีป้าย Thai Food ด้วยย เก๋ไก๋มาก 

ถ่ายด้วยครบทุกป้าย คนผ่านไปผ่านมาก็มอง สิงคโปเรี่ยนรีบๆกันไปทำงาน นักท่องเที่ยวก็รีบไปขึ้นรถเพื่อเที่ยวให้ครบ เค้าก็งงๆ ทำไมมันชิลกันจัง เวลาเหลือเยอะว่างั้นหรออ 555 


เสร็จแล้วเราก็กลับมา Bugis junction อีกรอบ แล้วก็เสียดายมาก

ที่นี่เดินสนุก ชอปปิ้งของมันส์มากก ไม่รู้เพราะไม่ต้องกังวลด้วยหรือเปล่า ได้ได้ของมากันเต็มไม้เต็มมือเลย 

เดินเรื่อยๆ สบายใจสุดๆ ได้เจอกับคนไทย ที่พอเห็นเราถือถุงการ์เร็ตป๊อปคอร์นก็เข้ามาถาม 
"คนไทยหรือเปล่าคะ ไปซื้อป๊อปคอร์น สาขาไหน " เราก็คุยกันไป 

จนถึงเวลาที่ต้องกลับ เราก็ตัดสินใจลองนั่งรถเมล์ ดู ก็ดูป้ายว่าเราต้องขึ้นสายไหน แล้วก็รอ ระหว่างรอก็คุยกันว่า ตั้งแต่มาเที่ยวที่สิงคโปร์ ไม่มีใครทักว่าเป็นคนไทยเลย สงสัยหน้าไม่เหมือนคนไทยจริงๆ 555 พอถือถุงการ์เร็ตเท่านั้นแหละ ชัวร์ป๊าบบบ 

รถเมล์มาแล้วก็ขึ้นค่า ต้องขึ้นประตูหน้า แตะบัตรอีซี่การ์ด แล้วก็หาที่นั่งได้เลย เวลาลงก็ลงกลางรถ 

ความจริงระบบขนส่งสาธารณะที่นี้ใช้ง่ายมาก พอผ่านวันแรกไป เราก็ใช้บัตรคล่องเลย แตะปิ๊ด แตะปิ๊ด เชี่ยวชาญๆ 

พอได้นั่งก็เสียดาย น่าจะลองตั้งแต่วันแรก ได้มองถนนหนทาง ดูตึกรามบ้านช่องแล้วชอบค่ะ นี่ก็เป็นอีกความตั้งใจว่า ถ้ามาอีก จะนั่งรถเมล ไม่อยากอู้อยู่ในอุโมงค์แล้วว 555 

คันที่ขึ้นเป็นสองชั้นจ้าา อยากลองมากก 


ที่นั่ง เป็นระเบียบเรียบร้อย พอมองฟ้าแล้วก็นึกลัวฝนจะตก ฟ้าเริ่มครึ่มๆ 
ตั้งแต่ต้นทริปยังไม่เจอฝนเลย 


ถ่ายจากป้ายรถเมล์ ลาเวนเดอร์ค่า 


ลมเริ่มมาแล้ว เราก็คิดว่าต้องรีบเดิน 


แต่ไม่ทันค่ะ ฝนลงมาแล้ว เราก็หลบฝนกันจริงฟู้ดคอร์ท MRT. Lanvender นั้นแหละ 

ท้องก็เริ่มร้องเลยหาอะไรทานกันก่อน เพราะตั้งแต่เช้าก็มีแค่ ลาเต้กับพายกันคนละชั้น 


ข้าวยำเกาหลีค่า ชอบทานมาก เห็นแล้วก็เลยสั่งมาลอง เฉยๆนะคะ พอทานได้ 

แต่ชอบน้ำมะนาวนี่มากก

อร่อยมาก เปรี้ยวหวานๆ ชอบบบ 

พอเสร็จฝนก็เริ่มตกเบาลง พอเดินไหว เลยพากันเดินฝ่าสายฝนกลับโรงแรมค่ะ 

สภาพถ่ายจากล๊อบบี้ ฝนหยุดตกแล้ว แต่ฟ้ายังครึมๆอยู่ เราก็รีบ ร่ำลาเจ๊แหม่ม แล้วลากกระเป๋ากันไป mrt. lanvender ไปสนามบิน ก่อนเวลาที่คิดไว้ 


พอถึงสนามบินก็จัดการ check in แล้วก็โหลดกระเป๋าเพราะซื้อน้ำหนักขากลับไว้ ตัวเบามากก
น้ำหนักเกินมา 2 กิโลกรัม พี่สตาฟก็ใจดี หยวนๆให้ เพราะเราไปกันไวด้วยมั้ง ยังไม่ทัน หกโมงเลย 
เสร็จ ก็พากันไปที่ ตม. เราก็ให้แนนน้อยเข้าไปก่อน แล้วก็มีปัญหาจนได้ 

เค้าถามหาใบขาออก ที่เป็นชุดเดียวกันกับขาเข้า ซึ่งเราก็อถิบายไปว่า เอาใส่กระเป๋าโหลดไปใต้เครื่องแล้ว นาทีนั้นกลัวกลับไม่ได้มาก กลัวมีปัญหากับตม.แล้วอดมาเที่ยวอีก 

เจ้าหน้าที่ก็เรียก ตำรวจมา ให้เรามาอีกจุด กรอกใบคำร้องใหม่ว่าอิฉันทำใบขาออกหายนะจ๊ะ แล้วเจ้าหน้าที่ก็ปั๊ม passport ให้เสร็จก็สบายใจลั้นากันอยู่สองคน 

เดินไปดูว่าเกทเราอยู่ไกลมั้ย มันไกลสุดๆ แต่ตอนนี้ตาเราสองคนเริ่มลาย เพราะเสียพลังงานไปเยอะ จากการลากกระเป๋า ฝ่าสายฝนอีก เลยเพิ่ง Burger's King ซึ่งตอนนั้นแทบจะเป็นลม คุยกับพนักงานไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ถามซ้ำหลายรอบ คนก็เยอะ เกรงใจคนต่อแถวมาก 

สุดท้ายพอได้จิบโค้กก็สบายใจ มานั่งกิน พร้อมกับขนมบราวนี่ที่ซื้อมาจากเซเว่น มันอร่อยมากก

แนะนำเลยนะคะ ประมาณ 2 SG แต่ถ้าซื้อบนเครื่องประมาณ 6 SG แพงง่ะ ชาร์จได้ใจ 



อร่อยยย : ) 

ขอลาทริปนี้ด้วยภาพนี้นะค้าา 



หมดแรง มารอหน้าเกทแล้ววว พร้อมจะกลับไทยแล้ว ! 




 

Create Date : 27 กันยายน 2557    
Last Update : 29 กันยายน 2557 13:56:37 น.
Counter : 196 Pageviews.  

DAY4::: Windowsill Pie in the wood --my favorite PIEcafe

  เย้! ในที่สุด ก็เขียนมาถึงวันสุดท้ายสักที หลังจากที่ดองข้ามเดือน ข้ามปี จนจะครบรอบแล้ว 555 


ขึ้นเครื่องเย็นๆประมาณ สองทุ่ม เราเลยมีเวลาเยอะ หลังจากที่ตกลงว่าจะตื่นสายกัน 

เอาเข้าจริงๆก็ไม่สายเท่าไหร เพราะทนเสียงดังไม่ไหว เป็นวันสุดท้ายที่ค่อนข้างจะเลวร้ายมาก ครอบครัวชาวอินเดีย สงเสียงกันตั้งแต่ ตีสี่ ปลุกลูกปลุกหลานอาบน้ำ เก็บของ เสียงเด็กร้องไห้ เสียงผู้ใหญ่เถียงกัน เสียงกระแอมกระไอ จากลุงฝรั่งเป็นการเตือน เสียงคุยซุบซิบของคู่ซี้หนุ่มฝรั่ง ฝั่งตรงข้าว ที่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน 

เราก็ไม่พ้น ได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมา หลับไม่ลง นับหนึ่งถึงสิบ ในใจ สู้กับตัวเองว่า ควรออกไปเตือนดีมั้ย ว่าเค้าทำเสียงดับรบกวนคนในห้องนะ อันได้แก่ เราสองคน ลุงฝรั่ง และหนุ่มคู่ซี้ สู้ไปสู้มาจน แปดโมงครึ่ง ถึงได้ยกของลงมาแล้วจากไปอย่างสงบ ให้เราได้นอนต่อ อีกประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ 10.30 ถึงได้งัวเงียตื่นมาอาบน้ำ 555 

เสร็จเรียบร้อยก็พากันเชคห้อง ออกไปเชคเอ้าท์กับเจ๊แหม่ม ฝากขอบเป็นอันเสร็จพิธี แล้วตรงไปยังร้านที่เราหมายตาทุกวันทีเ่ดินผ่าน เพราะเป็นทางผ่านไปขึ้น mrt. lanvender ร้านอยู่ตรงข้ามกับศูนย์กีฬาเลยจ้า ชื่อร้าน Windowsill Pie in the wood  แค่เห็นชื่อก็แทบจะถลาเข้าไป 

เป็นคนชอบกินพายมากกกก ไม่ค่อยชอบกินเค้กเท่าไหร ถ้าเทียบอัตราส่วน ก็ 3:1 ฮ่าๆ ให้กินเค้ก ก็กินได้ทีละชิ้น แต่พายมาสามชิ้นทีเดียวก็กินได้ ไม่เลี่ยน กินเพลินน 


















หน้าร้านค่ะ เข้าไปกันเลยย 

เค้าเตอร์น่ารักมาก 


ที่นั่งมีให้เลือกหลายมุมเลย เก้าอี้ก็มีหลายแบบ 

มาดูไลน์พายกันดีกว่า แบบว่า เอาคนรักพาย อย่างหวายเลือกไม่ถูกเลยอ้ะ 


น่ากินทุกอย่างง คอนเฟิร์ม อร่อยด้วย ถ้ากลับมาสิงคโปร์อีกรอบ ยังไงก็ต้องมาแวะร้านนี้ 



คือพาย ร้านนี้ขายดีจริงๆนะคะ เห็น สิงคโปเรี่ยนมาสั่งกลับบ้านกันเยอะมาก ออเดอร์เต็มตลอด
มีนักศึกษา คนทำงาน เอางาน เอาหนังสือ มานั่งอ่าน จิบกาแฟกันสบายอารมณ์เลย 
ถ่ายรูปเยอะไม่ได้เกรงใจเค้า คนเกือบเต็มจริงๆค่ะ นี่ขนาดยังไม่เที่ยงเลยน๊า 




เราเลือกโต๊ะใหม่ใหญ่ หน้าเคาเตอร์ มาถึงก็เสิร์ฟน้ำเย็นๆ ชื่นใจ น่ารักมากกกก ขวดกิ๊บเก๋สุดๆ 

แล้วก็จัดการสั่งเมนู วันนี้รับอรุณ ที่ตกไปนานแล้ว เราเรียกสายๆ 555 



เมนูของเรามาแล้ววว ขอนามบัตรเค้ามาแนบด้วย 
หวายก็สั่งลาเต็มาจิบไปด้วย ส่วนแนนน้อยเป็นนมร้อนน อิอิ 

สวยมั้ยยย อร่อยด้วยนะ : D 

เกลี้ยงจ้าา นมร้อน ลาเต้ และพาย ที่ยังนั่งละเอียดอยู่ อิอิ 
ราคาก็มาตรฐานนะคะ ไม่แพง 7-9 SG ต่อชิ้น ราคาเครื่องเดื่มเริ่มที่ 4.5 SG ค่ะ 

ถ้าไม่ติดว่าต้องออกไปซื้อของกันอีก คงนั่งยาว เสียดายมาก ชอบมากจริงๆ ยังพูดกันอยู่เลยว่าน่าจะมาให้เร็วกว่านี้ 

แถวโฮสเทลร้านเยอะค่ะ น่านั่งทั้งนั้น ยังไปไม่หมดเลย ตกหลุมรักย่านลาเวนเดอร์ซะแล้ว 
มันสงบมาก ไม่พลุกพล่านเมือนไช่น่าทาวน์ หรือ เกลัง เลย 

โบกมือลาน้องหมี ในร้าน เอ่ยลาเจ้าของร้านที่น่ารักมาก ชวนคุยตลอด แล้วก็ออกไปล่าของฝากกันต่อ 555 วันนี้เราจะไปซื้อการ์เร็ตค่ะ เป้าหมายหนึ่งเดียววันนี้ก่อนกลับ 
ว่าแล้วก็ไป mrt. กันโลดดด 




 

Create Date : 27 กันยายน 2557    
Last Update : 27 กันยายน 2557 18:32:08 น.
Counter : 111 Pageviews.  

DAY3::: Night Time ระทึกใจ Mustafa+Traditional Food

หลังจากกลับมาจาก Orchard ก็ตกลงกันว่าจะพัก แล้วค่อยหาอะไรกินง่ายๆ แถวโฮสเทลแล้วกัน หมดแรงกันแล้วก็นอนเล่น นอนกลิ้งอยู่บนที่นอน เล่นโทรศัพท์กันเรื่อยเปื่ย จนประมาณ ทุ่มหนึ่ง ก็ได้ฤกษ์เดินออกมาหาอะไรกิน 


ก็คุยๆกันว่า ลองเดินไปทางร้านทีรามิสุมั้ย ร้านอาหารเห็นหลายร้านเลย น่าจะโอเคนะ พอออกมาเราก็เลี้ยวขวา ผ่าน Anyting'z cafe ผ่าน 7-11 ผ่าน fisher b&b ผ่าน tiramisu hero มาเรื่อยๆ จนถึงประมาณ แยกที่ สองเราก็เลี้ยวขวา เห็นร้านอาหาร แนวจีนๆเพียบเลย 

ขอสักแชะกับ ทีรามิสุ ฮีโร่ ที่น่ารัก คนเต็มร้านเลย 

เดินมาจนถึงแยกใหญ่ ที่มีสัญญานไฟ ข้ามถนน เราก็เอาไงกันดี 
เลี้ยวขวาอีก เดินไปเรื่อย จนสุดมุม เจอร้านเจ้าถิ่น คนนั่งเยอะ มองหน้ากันแล้วตกลงใจจะฝากท้อง 555

ภายในร้านจะมีหมายเลขโต๊ะ เราก็ต้อง มีคนเฝ้าโต๊ะ จองโต๊ะนั้นแหละ 
ตอนแรกไปสั่งอาหาร ดูรูป ชี้เลข เพราะไม่มีภาษาอังกฤษ เจออาม่าที่คอนจะส่งภาษาจีนให้เรา 

มองซ้ายมองขวาว่า คนที่นี้เค้าสั่งกันยังไง ทานกันยังไง ก็สั่งข้าวคนละ ถ้วยกับสักสองอย่างก็พอ แล้วก็มั่ว ตอนแรกไม่รู้ว่าต้องจองโต๊ะ โดนไล่ไปหาโต๊ะ พร้อมบอกหมายเลข 

เสร็จก็มานั่งรอได้เลย เราก็ยิ้ม กระเฉ่ง หน้าบาน เห้! สั่งข้าวได้แล้วนะ ไม่อดตายแล้ว 

แต่มันยังไม่จบ เมื่อเจออาเฮียเดินมาถามอีก ว่าเอาน้ำอะไร เราก็บอก น้้ำเปล่า 
แกก็เอาถามเหยือกมาให้ เราก็ โน โน ขอเป็นขวดๆ น้ำแร่นะ 

ก็ไปเอาน้ำแร่แพงๆมา สุดท้าย เพื่อนนึกภาษาจีนออก บอก น้ำเปล่าเฉยๆในขวดนะ เป็นอันจบ ว่าจะได้น้ำ 555 

นั่งคุยกับไปสักพัก มองครอบครัวอื่น โต๊ะอื่นทานข้าวไป สักพักของเราก็ยกมาเสิร์ฟ 


ได้มาแบบนี้จ้า เป็นซุปกระดูกหมู กับ หมูตุ่นสักอย่าง ไม่รู้จักชื่อเมนู แต่อร่อยมาก แล้วก็ สั่งเจ้าหมูตุ๋นนั้นเพิ่ม เพราะอร่อยจริงๆ ชอบมาก อร่อยค่ะ 
หมดค่าข้าวไป 5.2 SG น้ำอีก 1 SG จ้า อันนี้ราคาหารสองแล้วน้า 
อิ่มอร่อยมากกก ย้ำอีกทีก็อร่อย 555 

ใจจริง ถ้ามีเวลาอีกสักคืน อยากไปกิน หม้อไฟทะเลแถวๆ บูกีส แต่นี้คืนสุดท้ายแล้ว เราก็ชิลตามเคย ตั้งแต่ต้นทริปยันท้ายทริป 55 

ทานเสร็จก็เดินเล่นมาตามถนน จนถึงแยกใหญ่ที่เราเลี้ยวขวามานั้นแหละ 
แล้วก็ตกลงกันว่าเดินเล่นมั้ยแก ที่นี้ก็ปลอดภัยนะ  เผลอๆ เราอาจจะได้ไป มุสตาฟาเลยนะแก ก็พูดกันเล่นๆ เดินตามทางใหญ่มาเรื่อยๆ 

เจอแยกโรงแรมอะไรสักอย่าง เห็นป้าย Little India อ๊ะ นี่มันก็ใกล้แล้วนา 
สุดท้าย เดินไปเดินมา รีบชีป้ายให้ดูใหญ่ 

แกกกก เรามาถึงมุสตาฟากันแหละ ไม่ได้ตั้งใจมาเลย 555 กะจะเดินเล่น เดินไปเดินมา
เจอซะงั้น เอ้าไหนๆ มาแล้วก็แวะชม ไปอยู่ในดงแขกกันดีกว่า 

แล้วก็ได้ไปรับประสบการณ์ในดงแขกจริงๆ เดินเกาะกันไม่ปล่อยเลย เพราะตัวเล็กกัน  โดนคุณลุงคุณป้า พุงใหญ่ ชนกระเด็นตลอด ผสมกับกลิ่นที่อบอวลแล้ว 

สรุป หมดแรงเหมือนเดิมจ้า น่ารักจริง 555 

แล้วก็พากันเดินกลับมือเปล่าแบบไม่ได้อะไรติดมือมาเลย แล้วเราก็แวะ 
อีกแล้ว แวะร้านขนม ที่เห็นอาบังนั่งทานกัน เป็นร้านอาหารแขก
แต่มีขนมด้วย เราก็อยากลอง อีกแล้ว อิอิ 
เมนู อย่างนี้ แต่มันเขียนทับเสียงภาษาอังกฤษ สุดท้ายก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรอยู่ดี 55  ใช้วิชาเดิม นิ้วจิ้มรูป ค่ะ 

มันคือน้ำอะไรร ตอนแรกเห็นมันสีแดงๆ ก็นึกว่าอารมณ์เดียวกับ เฮลบลูบอยอย่างงี้  ดูไป ปี๊ดเดียว รู้เรื่องเลยจ้าา รสชาติมันแปลกๆ แล้วไอ้สี เขียวๆ ก็เหมือนจะใช้มะนาว  

แต่มันก็ไม่ใช้ อ้ะ จะถามคนขาย ก็ไม่รู้เรื่องอีก เฮ้อออ 
พอชิมไปชิมมา ก็พอจะ นึกออกว่ามันคืออะไร 

น้ำกุหลาบแขกจ่ะ จิบไป กลิ่นติดคอไปกันเลยทีเดียว 
อารมณ์เหมือน กุหลาบอบแห้งอ้ะ มันจะไม่ใช่กลิ่นกุหลาบสด 



ส่วนเจ้านี่ ตอนแรกเห็นเมนู โรตีมากกมายเราก็ แหมม ได้กินต้นตำหรับ ดูรูปก็น่ากินดี 
เป็นคล้ายๆแป้ง จาปาตี แป้งนาน ทอดกรอบ ม้วนตอนยังร้อนๆ พอเย็นตัว 
ก็ได้เป็นรูปสวยๆแบบนี้แล้ว กรอบมากก ราดชอคโกแลตกับ เกล็ดสายรุ้ง 
สองเมนูนี้ หมดไปคนละ 4.3 SG ค่า 

หลังจากได้เดินมั่วๆ ไปลองอาหารโน้นนี่นั้น แบบอยากแวะก็แวะ ก็พากันเดินกลับ
ประมาณ 21.00 ได้มั้ง เริ่มรู้ตัวว่าดึก ก็รีบเดินกลับโฮสเทลกัน 

พอกลับมาคนในโฮลเทลยังไม่นอนเลยจ้ะ เจอเจ๊หมวยกำลังแต่องค์ทรงเครื่อง 
เตรียมไปาร์ตี้สักร้าน  คุณแม่ๆแขกทั้งหลายก็พาลูกหลานอาบน้ำ เก็บของที่ชอปปิ้ง มุสตาฟา

กว่าจะได้อาบน้ำเปลี่ยนชุด เราเลยลงมือจัดของ ให้เรียบร้อย เคลียร์พื้นที่ 
ตกลงกันว่าพรุ่งนี้เราขอออกสายๆ 555 เพราะจะเชคเอ้าท์ แล้วฝากของไว้ 

ก่อนที่จะไปเดินเก็บตกกันแล้วค่อนกลับมาเอากระเป๋าไปสนามบิน 
แต่หารู้ไม่ว่า คืนนี้เราจะได้นอนกันแบบไร้ความเงียบสงบ ยันเช้า... 




 

Create Date : 27 กันยายน 2557    
Last Update : 27 กันยายน 2557 17:37:42 น.
Counter : 361 Pageviews.  

DAY3::: Walking Chill Chill <Chijmes+Mint's Museum>

เช้าวันที่สาม เริ่มเมื่อย พากันตื่นสายทั้งคู่เลย 9.00 โมง ออกจากโรงแรมก็เกือบๆ 10.00น. แล้วก็รีบจ่ำไปที่mrt ไปลงสถานที Bugis โผล่ไปหาอะไรทานที่ Bugis junction แล้วเราก็ได้แวะร้านดัง Toast Box นั้นเองจ้าา 



เข้าแถวรอออเดอร์เมนู เพลินก็ถ่ายรูปไปด้วย 

ด้านในร้านน่ารักๆ รออาหาร 

อยากนั่งมุ่มโน้นจังง แต่เราได้นั่งติดกระจก 

อาหารมาแล้วค่าาา ออเดอร์เป็น Peanut better toast set ได้มาหน้าตาแบบนี้เลยย 
ขนมปังปิ้งราดซอสเนยถั่ว กาแฟโบราณ ไข่ลวกสองฟอง

อยากพูดถึงรสชาติ แหมมม กินเจ้าซอสเนยถั่วไปนี่ ติดคอแทบสำลักไม่ทัน 555 มันฝืดคอจริงๆนะ 
กาแฟก็หวานๆ เข้มๆ ปกติดิ่มได้ ไข่ลวกเฉยๆ ราดซอสโรยพริกไทย ทีนี้พอขนมปังมันฝืด ก็เอามาจิ้มไข่ลวกก่อน เข้าปาก เคี้ยว ยกกาแฟตาม แบบนี้ทุกคำ รู้สึกลำบากแหะ ฮ่าๆ แต่ก็นะ ได้ลอง สนุกดี 

พอจัดการเสร็จเรียบร้อย เราก็เอาแผนที่มากาง ดูว่าต้องเดินถนนเส้นไหน เพราะอยากไปที่ โบสถ์มากกกก แล้วก็มาเจอกับ National Library มันน่าเข้ามากเลยอ้ะ ประเทศเค้าจัดอะไรที่เกียวกับการเรียนรู้ไว้น่าศึกษาจริงๆ 


แบบนี้จ้าา อันนี้ประตูทางเข้า เสียดายไม่ได้แว๊บเข้าไปสักหน่อย เราก็เดินทะลุตึกออกมา 
ร่มรื่นมาก 

ใกล้ถึงแล้ว ตรงนี้จะติดกับโรงแรมอะไรสักอย่างจำไม่ได้ละ เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวจ้า  ข้างหน้าถ้าเลี้ยวซ้ายไปก็จะเป็น Raffle Arcade น๊า น่าเดินมากกก ไฮโซหรูหราสุดๆ แต่ปลายทางเราคือ 
Chijes Church จ้า ถึงแล้วววว 


สวยมั้ยเอ่ยย อยู่ตรงแยก ที่ติดกับ SMU singapore management university จ้า 
คราวนี้จะลงรูปรัวเลยน้าา 

หน้าโบสถ์สวยมากกก รับงานงานแต่งงานด้วยนะคะ เมื่อก่อน ไชม์ เป็นโรงเรียนคอนแวนต์ 
ตอนนี้กลายเป็นแหล่งรวมร้านชิคๆ ไว้นั่งทานอาหารค่ำ ชิลๆแล้วจ้า 

ป้ายด้านหน้าเลย Restaurants Bars and shops 


ร้านอาหารเก๋ๆ อยู่ด้านหลังค่ะ เดินโอมโบสถ์เข้ามา แต่ละร้านตกแต่งสวยมากก ยกนิ้วเลย 

เป้าหมายถัดไปของเรา ที่เดินวนไปวนมา หานานมากเพราะมันหลอกตาสุดๆ
 คือ Mint's Museum of toy  เป็นพิพิธภัณฑ์ รวมของเล่นทุกยุกทุกสมัย 
ใช้เวลาอยู่นานมากกกก ชอบสุดๆ 

ป้ายบอกแต่ละชั้น ว่าชั้นนี้เป็นโซนอ้ะไร อย่างในป้ายคือ โซน Childhood จ้า 

Teddy Bear ทั้งนานนน 

Tin Tin การ์ตูนยุคเก่ามากกก น่ารัก 

ก็ยังคงเป็น ทิน ทิน 


เห็น ป๊อป อายข้างๆมั้ยเอ๋ยยย 


ทะด้าาาา ป๊อปอาย ต้องกินผักโขม จะได้แข็งแรงฮ้ะ 


เท่มั้ยหล้าา 

กัปตันก็มานะเออ 

เจ้าหนูน้อย ปรามนู 

โปสเตอร์ ของดิสนีย์เก่าๆก็มากันครบนะจ๊ะ 


มี Snow white แต่ไม่มี Cinderella ไม่ได้จ้ะ 


มาถึงโซนนี้แล้วกรี๊ดจ้าาา The Beatle ในดวงใจ ชอบมาก 
แม้จะไม่ใช่ยุคนั้นแต่ชอบฟังเพลงเก่าๆ 

มาให้ครบ โมเดลต่างๆ ของที่ระลึกหลายแบบมาก 


ส่วนอันนี้เป็นการจัดแสดง ตัวการ์ตูน ตุ๊กตา ของแต่ละประเทศ แต่ละภูมิภาค 



พอออกมาจาก Mint เราก็เดินมา Raffle Arcade ที่หรูหรา ไฮโซสุดๆ 

ชอปหลุยส์จ้าา มีแบรนด์ไฮเอนครบทุกแบรนด์ คอนเฟิร์มมมม 

พอใกล้เที่ยงเราก็เดินไปตรง SMU เพื่อไปขึ้น MRT ไป Orchard กันค่ะ 

Helloo Sephora อิอิ 

อยากบอกว่าการเดินหาของ ที่แต่ละคนฝากมาซื้อนั้นเหนื่อยมากกกกก เ
ดินไปเดินมา เมื่อยก็เมื่อย มุ่ยใส่กันอีก แล้วเราก็าคุยกันตอนเย็นว่า 
เฮ้ยแก เรามามุ่ยใส่กันเพราะคนอื่นทำไมเนี่ย 
ใช่เรื่องมั้ยเนี่ย  555 แต่โมเม้นต์นั้นสุดๆจริงๆนะ มันเมื่อยขา เมื่อมือ 
ได้แต่ เดินๆ ของก็ไม่รู้จะถูกใจคนที่เค้าฝากมารึเปล่า สุดๆ 
มื่อเที่ยงเราก็ฝากไว้กับ ION Orchard เนี่ยแหละค่า ในฟู้ดคอร์ท
 ค่าข้าว 5.8 SG น้ำอีก 1.7 SG 

สรุปแล้ว การเดิน Orchard สำหรับเรารอบนี้ไม่สนุกเท่าที่ควรเพราะกังวลมากๆ
กลัวจะหาซื้อของได้ไม่ครบ 555 ไว้คราวหน้ามาใหม่ ขอมาแบบชิลๆ 
อยากไปไหนก็ไปดีกว่าเนอะ 

โอ๊ะ แต่ก่อนกลับได้แวะ ทานของหวานที่เบรกอารมณ์ให้เย็นลงคือ 
สิ่งนี้ อร่อยมาก เย็นชื่นใจ หายร้อน หายเหนื่อย : ) 
มีให้เลือกหลายรสมาก แล้วเราก็ตัดสินใจเลือก Mango-Strawberry จ้า


เราแล้วก็พากันลากสังขารที่เนื่อยๆของตัวเองกลับโฮลเทลแต่โดยดี อิอิ 
แต่ตอนค่ำมีเรื่องระทึกอีกแล้วววววว 




 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 27 กันยายน 2557 15:57:10 น.
Counter : 106 Pageviews.  

DAY2::: Cafe Crema @Garden by the bay + Fair Price

      มาต่อกันเลยย ตอนนี้สอบเสร็จแล้วกลับมาอยู่บ้านเรียบร้อยแล้วค่าาา รีบพิมให้เสร็จหลังจากที่ดองทริปมานาน ไม่อยากจะบอกว่าตอนปีใหม่ก็มีทริปขึ้นดอย 55 พิมไม่ทันเลยทีเดียว ปลายเดือนนี้ก็จะไปอินเดียอีก แหมมม ต้องสปิดนิดหนึ่ง 



เปิดด้วยภาพนี้ : )


ถึงหน้าร้านแล้วจ่ะ Cafe Crema 

เปิดประตูุ อ๊ะเปิดประตู 

เปิดเข้าไปแล้วก็เจอกันภาพนี้จ้าา ขวามือเป็นตู้ทำความเย็นแช่น้ำผลไม้ สลัดเป็นกล่องๆไว้ ร้านนี้เค้าเฮลตี้มากน้า ขยายของเพื่อสุขภาพจ้า 

ตู้เค้กก น่าทานมาก แ่ละอย่าง เมนูเครื่องดื่มก็หลากหลายค่ะ อยากลองหลายอันเลย 

มาแล้ววว พระเอกของเราา ฮี่ๆ งานนี้เป็น Vanilla Latte กับ Banana Choc ganaz จ้า อร่อยมาก 
ใจจริงอยากลองกาแฟทุกร้านเลย แต่ว่ากว่าจะได้เข้าร้านขนมก็ดึกทุกที เวลา ณ ตอนที่เข้าร้านนี้ก็ เกือบสองทุ่มแล้วค่า 

มาดูร้านกันต่อเนอะ 

โต๊ะใหญ่ ยาวๆ ไว้ให้มานั่งชุมนุมกัน ถ้าอยู่ที่บ้านเรา ช่วงสอบคงเห็นนศ. มาจับกลุ่มอ่านหนังสือกันตรีมหละค่ะ 

เค้าเตอร์แบบใกล้ๆกว่านี้ก็ไม่ได้ 555 คือแสงมันสะท้อนอ้ะ ความสามารถในการถ่ายรูปก็ต่ำด้วย ฮี่ๆ 


มีโต๊ะให้เลือกนั่งเยอะค่ะ แบบสองคน สามคน สี่คน ถึง สิบกว่าคนน ขอลาร้านนี้ด้วยรูปนี้นะค้า 

หลังจากเติมพลังความหวานไปแล้วเราก็ออกเดินต่อจ่ะ ห้ามอู้ เดี๋ยวกลับโรงแรมดึก ความจริง วันนี้เราควรมีพลังในการเที่ยว แต่เนื่องจากไม่เจียม เดินเยอะเมื่อวานตอนมาถึง วันนี้สภาพเลยเพลียๆกันทั้งคู่ค่ะ 555 เมื่อยเท้ามากขอบอก 


เจอบันไดแล้ววว เดินขึ้นเลยย 

ขึ้นมาก็เจอแบบนี้ สวยน้าา แต่กล้องมือถือแบบไม่ไหวแล้วว ม่วงมาก พยามแล้วนะค้าา ได้แค่นี้จริงๆ T.T 

มาหา Super tree grove จนได้ ถึงแล้วแทบกรี๊ดเลยจ้าา มีฟู้ดคอร์ทน่านั่ง อาหารน่าทาน ราคาไม่แรงอยู่ตรงนี้เองงง กรี๊ดดดดด 555 ฉันก็ไปหลงอยู่กับโดมตั้งนาน ได้แต่มองเค้าทานอาหารพร้อมวิวงามๆแบบนี้ตาละห้อย 55 เห็นครบเลยอ้ะ โบ๊ทบนโรงแรม สิงคโปร์ไฟลเออร์ด้วยย 

แล้วก็หาทางออกกันอีก หมดแรงจริงๆนะวันนี้ 

อีกสักรูปก่อนลาจาก อิอิ แต่การหาทางออกสวนนี้ยิ่งกว่าเขาวงกต แต่ก็หาทางออกมาได้ค่า 
ตามทางก็เจอชาวสิงคโปรเรียน บ้าง คนมาทำงานที่นี้บ้างพากันมาวิ่งออกกำลังกายเต็มไปหมด 
ก็อากาศตรงนี้ดีขนาดนี้นี่นาา 


อันนี้ภูมิใจนำเสนอมากค่ะ Fare Price ร้านที่เราคู่ควร ของเยอะราคาถูกว่า 7-11เยอะเลยย 
หลังจากขึ้น mrt จากgarden by the bay มาแล้วก็ลง mrt lavenderเจ้าเดิมค่าา 


ถึงแล้ววว ร้านค้าที่เข้าทุกวันน นี้ก็เข้าค่ะไปซื้อขนมของฝากกัน : ) 

โยเกิร์ต นมเปรี้ยวต่างๆ เยอะมาก น่ากินง่ะ 

น้ำผลไม้แบบต่างๆค่ะ ชอบบ 

ไลน์นมก็เยอะ ไม่แพ้กัน มีอะไรน่าลองเยอะแยะเลย 

อันนี้ไม่ได้แช่เย็นค่า 

แหมมม ขวดสวยๆทั้งนั้น 55

ถ่ายมานิดเดียวเองนะค้า ไลน์ขนมก็น่าทานแต่ด้วยของที่หิวเยอะ ถ่ายลำบากนิดหนึ่ง 

ก่อนนอนก็ดิ่มเจ้าที่ที่ซื้อมาอิอิ ชื่นใจสุดๆ 


แถมภาพที่ช้อปมา ถุงขาวๆนั้นของ fare price หมดเลยค่าเป็นพวกขนมของฝากทั้งหลายแหล อร่อยมากก 



สำหรับคืนนี้ก็ราตรีสวัสดิ์นะค้าา เจอกันพรุ่งนี้ กับ โบสถ์งามๆออชาร์ดที่ลือชื่อ และอาหารท้องถิ่นค่ะ ไปถึงที่  : ) 





 

Create Date : 25 มีนาคม 2557    
Last Update : 3 เมษายน 2557 15:37:11 น.
Counter : 312 Pageviews.  

1  2  

Glasses_Fille
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




<*center><*img border="0" src="http://designyoutrust.com/wp-content/uploads/2012/09/Pixar-750x375.jpg"<*/center>
Friends' blogs
[Add Glasses_Fille's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.