Group Blog
 
All Blogs
 
ก่อน-หลัง Before and After

ภาพที่ตอนนี้อยากให้กลายเป็นอดีตตลอดไป
คือภาพที่มาญี่ปุ่นได้แค่ 2 เดือนเท่านั้นก่อนจะเริ่มลดน้ำหนักอย่างจริงจัง 73 กก.




ต่อไปก็เป็นรูปที่ถ่ายเมื่อวานนี้ ครบรอบ 2 ปี 61.5 กก.คร้าบ ไม่ค่อยแตกต่างแต่สิ่งที่หายไปคือแก้ม พุง นม ก้น ขา...555...



Create Date : 03 ตุลาคม 2548
Last Update : 4 ตุลาคม 2548 8:18:10 น. 20 comments
Counter : 818 Pageviews.

 
ผมเว่อๆอ่ะ


โดย: ice IP: 61.91.161.238 วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:16:49:50 น.  

 
*ผอม


โดย: ice IP: 61.91.161.238 วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:16:50:08 น.  

 
มีนมให้หายไปด้วยหรอ?? รูปบนนี่ได้ใจมั่กมากกกก


โดย: รักสีส้มอมเปรี้ยว IP: 218.138.245.20 วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:17:40:36 น.  

 
ลดได้ถึงใจมากเลยค่ะ


โดย: bamboolerther วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:17:48:07 น.  

 
เหอ ๆ คุณนาย นมฉานน่ะผู้หญิงบางคนอายเลยเด้อสิบอกหั่ย...ฉานไปแย่งของแม่มาเกือบหมดเลยอ่ะ...แต่ฉานไม่ได้อยากได้หรอกนะ มานมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าบริจาคได้ฉานยกให้เธอเลยเด้อ.....5 5 5

เดี๋ยวว่าง ๆ จะมาเฉลยสูตรว่าต้องทำยังไงบ้าง.....


โดย: สั่นฯ.... IP: 192.244.210.205 วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:18:01:06 น.  

 
เพื่อนมาเยี่ยม๑อาทิตย์ กินข้าวนอกบ้านทุกวัน น้ำหนักเพิ่มทันใจ ๑ กิโล ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปกติอยู่ญี่ปุ่นน้ำหนักจะลด กลับไทยน้ำหนักจะขึ้น ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า

มาเฉลยซะเร็วๆๆ วัยรุ่นใจร้อน บอกให้ไวให้ไว ต้องลด๑กิโลให้ได้โดยเร็ว มิฉะนั้นมันจะสะสมทบเป็น๒ กิโล อิอิ

ปล ผอมแล้วดูหล่อกว่านะ


โดย: elysium IP: 218.139.108.5 วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:20:02:21 น.  

 
มาขอสูตรลดความสวย เอ้ย ลดความอ้วนจ๊ะ
พึ่งมาญี่ปุ่นได้ สองเดือนเต็มแต่น้ำหนักไปแล้ว
สองกิโลนะจ๊ะ น่ากลัวมั๊ย ช่วยคนบ้านเดียวกันหน่อยนะ


โดย: พี่มะอึก IP: 203.181.31.186 วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:7:24:34 น.  

 
แก้ม พุง นม ก้น ขา เท่านั้นเองหรือ?

อย่างอื่นไม่ลดหรือครับ อิอิ


โดย: House Of FlyingBird IP: 58.11.39.143 วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:11:19:33 น.  

 
เอาละครับ แวะมาเฉลยแล้ว

ก่อนอื่นต้องเตรียมใจให้พร้อมก่อนนะครับเพราะว่า ต้องบังคับใจตัวเองให้ได้ ถ้าคิดว่าบังคับใจตัวเองได้ก็เริ่มการลดน้ำหนักได้ทันที

การลดน้ำหนักที่สำคัญมีแค่มื้อเย็นมื้อเดียวเท่านั้น แต่มื้ออื่นถึงไม่สำคัญต่อการลดน้ำหนักแต่ก็จำเป็นเหมือนกัน แต่ความสำคัญน้อยกว่ามื้อเย็นเท่านั้นเอง ผมจะแจกแจงเป็นมื้อ ๆ เลยละกันครับว่าทำยังไง

มื้อเช้า ปกติจะตื่นค่อนข้างสายนิดหน่อย ก็เลยดื่มกาแฟแก้วเดียว ถ้าวันไหนตื่นเช้าก็ขนมปัง 2 – 3 แผ่นก็อยู่ได้จนถึงมื้อเที่ยงแล้ว หรือจะทานอย่างอื่นเพิ่มก็ได้ไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าเราต้องเอาพลังงานไปใช้ในการเรียน ทำงานในช่วงเช้าจนถึงเที่ยง

มื้อเที่ยงจะทานได้ไม่ค่อยจำกัด แต่ก็พยายามลดปริมาณไขมัน และน้ำตาลลง ที่ขาดไม่ได้คือคาร์โบไฮเดรท หรืออาหารจำพวกแป้ง ส่วนตัวแล้วถ้าไม่กินจะรู้สึกท้องว่างเร็วก็เลยต้องกิน เพราะว่ามื้อต่อไปพวกนี้ต้องลดหรืองดให้ได้

มื้อเย็น ปกติจะทานให้ได้ในช่วงหกโมงเย็น ช้าไม่เกินสองทุ่ม มื้อนี้ช่วงแรก ๆ จะลดปริมาณคาร์โบไฮเดรทลง สักประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็งดโดยไม่แตะต้องในมื้อเย็นเลย การปรุงอาหารส่วนมากเน้นผัก โดยต้ม ผัดบ้างแต่ใส่น้ำมันนิดหน่อย มีปัญหาอีกอย่างคือถ้าทานแบบทานเจ หรือผักอย่างเดียวอาการเหมือนทานไม่อิ่มก็จะตามมา ทำให้ต้องดิ้นรนหาอะไรรองท้องตอนดึก ฉะนั้น เนื้อหมู เนื้อไก่มีมาเสริมบ้าง แต่ส่วนมากใช้เนื้อปลาแทน ไม่ได้ทานจนอิ่มจนพุงปลิ้น แต่ทานพออิ่มเท่านั้น หลังจากนั้นก็ดื่มน้ำจนอิ่มเลย น้ำเปล่าไม่ดื่มครับแต่ดื่มน้ำชาแทน (ชาอูล่ง) แล้วปริมาณคาร์โบไฮเดรทที่กินเข้าไปก็มีปริมาณเท่าเดิมเพราะว่าย้ายไปกินมื้อเที่ยงแทน คือกินเท่าเดิม แต่ย้ายไปมื้ออื่น ๆ ให้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง

การลดน้ำหนักครั้งนี้ไม่มีการออกกำลังกายมาเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่นการทานขนมหลังอาหาร ปรับระบบขับถ่าย จากวันละครั้งเพิ่มเป็นวันละ 2 ครั้ง (ตอนเช้า และตอนเย็นก่อนนอน) ยิ่งปล่อยให้กากอาหารตกค้างที่ลำใส้นานเท่าไหร่ โอกาสที่ร่างกายจะดูดเอาสารอาหารในกากอาหารเหล่านั้นกลับเข้าไปก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ

ช่วงแรกที่ทำได้นั้นน้ำหนักลดลงอาทิตย์ละครึ่งกิโลกรัม พอเข้าเดือนที่สี่เหลือเดือนละหนึ่งกิโล และช่วงหลัง ๆ ก็เป็นเดือนละครึ่งกิโล น้ำหนักที่ลดได้ 11.5 กิโลกรัมสามารถทำได้ในช่วงปีแรก หลังจากนั้นก็มีออกกำลังกายเพิ่มเติมเพื่อรักษาระดับน้ำหนักและเฟิร์มร่างกายนิดหน่อย เลยต้องซื้อจักรยานมาปั่นเวลาไปนั่นมานี่ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากเพราะว่าไม่ได้ปั่นเป็นกิจลักษณะ ฉะนั้นปีที่สองคือรักษาระดับน้ำหนักเท่านั้นเอง มีเพิ่มขึ้นมา 2 กิโลกรัมตอนกลับไปเยี่ยมเมืองไทยช่วงต้นปีนี้ ที่ทานกันสะบั้นหั่นแหลก ทุกอย่างที่อยากทาน จัดการเรียบไม่มีเหลือ แล้วตอนนี้ก็ลงมาเกือบเท่าเดิมแล้ว จนครบ 2 ปีก็เลยมาโพสต์อวดซะหน่อย หวังว่าหลายคนที่เป็นห่วงเรื่องน้ำหนักคงเอาไปใช้ได้บ้างแหละเน๊อะ


เรื่องขนมหวานเนี่ยทานบ้าง แต่ไม่ได้ทานบ่อย ประมาณสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเค้ก หรือเมล่อนปัง อีกสารพัด แต่ส่วนมากจะทานหลังมื้อเที่ยง และทานเฉพาะวันที่ต้องทำงานหนัก หรือเหนื่อยจริง ๆ ถึงจะทาน

ทั้งนี้และทั้งนั้นได้ผลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วยนะครับ เท่าที่ดูผู้ชายจะใช้พลังงานประมาณวันละ 1500 – 2000 กิโลแคลอรี่ ส่วนผู้หญิงจะใช้อยู่ประมาณ 1200 – 1500 กิโลแคลอรี่ ถ้าวันหนึ่ง ๆ ทานอาหารให้ได้พลังงานน้อยกว่าที่บอก ร่างกายก็จะดึงเอาพลังงานที่สะสมมาใช้

มีอีกข้อสังเกตคือถ้าเหนื่อยแล้วส่วนมากจะทานอาหารได้เยอะ ทานแค่พออิ่มเท่านั้นนะครับอย่าลืมเพราะว่าเหนื่อยแล้วทานอาหารไปได้สักพักก็จะนอน ทำให้โอกาสในการเผาผลาญพลังงานในร่างกายมีน้อย แล้วมันจะไปสะสมแทนที่จะเอามาใช้ กลายเป็นอ้วนกว่าเดิมเลย

คร่าว ๆ แนะนำเท่านี้ก่อนนะคร้าบ ไม่เป็นวิชาการนะครับ เพราะว่าไม่ได้ศึกษามาแบบจริง ๆ จัง ๆ แค่ไปอ่าน ๆ แล้วเอามาประยุกต์ใช้กับตัวเอง แล้วก็ได้มาแนะนำจากประสบการณ์ตรงให้กับทุก ๆ ท่านได้อ่านกัน อาจจะถูกหรือผิดหลักการก็ได้ แต่ถ้าสงสัยอะไรก็ถามได้นะคร้าบบบบบบบบ ยินดีให้ความคิดเห็นเสนอแนะเพิ่มเติมครับ


โดย: เอามาเฉลยในนี้ด้วย.....(สั่นฯ...) IP: 192.244.210.205 วันที่: 5 ตุลาคม 2548 เวลา:15:09:58 น.  

 
น้ำหนักลง อย่าลืมลดพุงด้วยนะเฮีย ผอมแต่ลงพุง ก็น่าเกลียดเด้อ


โดย: I^^ IP: 203.155.167.103 วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:16:43:01 น.  

 
ขอบใจหลายที่บอก เดียวจะลองทำดู


โดย: คนอยากผอม IP: 210.1.7.194 วันที่: 6 ตุลาคม 2548 เวลา:16:52:56 น.  

 
ปุ๋ยเอ๋ย....เรื่องพุงน่ะเป็นเรื่องของต้นตระกูลเลยแหละ ถ้าไม่มีเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกหลานเนรคุณ ทอดทิ้งเอกลักษณ์ประจำตระกูลตัวเองไป...ฉะนั้นเหลือไว้สักนิดพอเป็นกษัยรอให้คนมาเกาเล่น.....


โดย: สั่นฯ.... (Tsuwamono ) วันที่: 7 ตุลาคม 2548 เวลา:12:03:38 น.  

 
เก่งจังคะ อยากผอมบ้าง


โดย: ทำไงดีสวยเกินหน้าเกินตาเพื่อน IP: 203.151.140.116 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:57:23 น.  

 
เก่งมากครับผม


โดย: dhanis b. IP: 58.9.4.206 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:54:24 น.  

 
จาลองทำดูล่ะ


โดย: vllgiri IP: 202.6.107.60 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:26:53 น.  

 
ตอนอ้วนหล่อกว่านะ อ้วนแล้วดูเท่ อบอุ่นกว่าเยอะ


โดย: จังงัง IP: 203.107.142.134 วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:14:50:24 น.  

 
ยังกะคนละคนเลยครับ !!!

แต่..... ผมว่าผอมไปนะ ตอนอ้วนดูดีกว่า


โดย: One Light One Shadow วันที่: 6 เมษายน 2550 เวลา:9:32:54 น.  

 
เก่งอ่ะ


โดย: bicycle_trend IP: 203.170.231.232 วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:9:44:30 น.  

 
ตอนอ้วนดูดีกว่าจริงๆนา เพราะมันก็ไม่ได้อ้วนมาก ผอมแล้วเหมือนพวกเกย์เลย


โดย: แวะมาดู IP: 222.123.104.210 วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:17:50:02 น.  

 
เห็นด้วยกับข้างบนค่ะ
บวกกับทรงผม สีผมด้วยหรือเปล่า ที่ทำให้ดูเกย์ๆ

ชอบตอนอ้วนมากกว่าค่ะ ดูแมน ดูอบอุ่น ฉลาดๆ

ไม่ก็เพิ่มน้ำหนักอีกนิดเถอะค่ะ ผู้ชายหนัก หกสิบโลนี่ ก๊องแก๊งไปมั๊ยคะ


โดย: คนบ้านไกล IP: 131.227.231.14 วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:15:02:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Tsuwamono
Location :
Shimane Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Tsuwamono's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.