ฝันว่าจะมีร้านอาหารของตัวเอง และเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ทำขนมที่มีเอกลักษณ์ ทำให้คนที่เข้ามาในร้านเรารู้สึกอบอุ่น สบายใจ มีความสุขที่ได้มาพักท้องที่นี้
Group Blog
 
All blogs
 

!!!!!!..................%%ไข่ลูกเขยจีน(ฉบับกวางตุ้ง)%%...................สูตรอาม่าสู่แม่ละเอียด

สวัสดีค่ะ ทุกคนใกล้ถึงวันสงกรานต์มาทุกที ไปเที่ยวไหนกันเอ่ย ถ้าใครไม่ได้ไปไหนหยุดอยู่บ้านเฉยๆ ก้อยก็ขอแนะนำสูตรไข่ลูกเขยจีนของอาม่านี่ลองไปทำทานที่บ้านดูนะค่ะ เป็นสูตรลับประจำครอบครัวทีเดียว ที่บ้านเป็นคนจีนกวางตุ้ง แล้วอาม่า(เสียไปแล้ว)ถ่ายทอดวิทยายุทธให้แม่นะค่ะ(ดูหนังจีนมากไป) แต่รสชาติจิงๆแล้วจะออกเค็มๆ และพริกไทยค่อนข้างแรงทีเดียว แม่ก็เลยมาปรับให่เข้าลิ้นคนไทย ด้วยส่วนผสมที่เพิ่มเติมเอาเอง แต่ก็ยังคงเป็นไข่ลูกเขยจีนอีกรสชาตืกลมกล่อมและเข้มข้น คนที่บ้านชอบกันมากๆเลยคะ




เล่าถึงที่มากันไปแล้ว งั้นก็มาเริ่มวิธีทำกันดีกว่านะค่ะ



เด็ดก็ตรงนี่หละค่ะ เนื้อเน้นๆ



ถ่ายทอดวิทยายุทธตอนที่1(ขอโทดทีนะค่ะไม่มีสัดส่วนเอาตามรสชอบค่ะ)

1.หมูแดงหมูกรอบ
2.ไข่ 5ฟอง
3.รากผักชี พริกไทย กระเทียม
4.น้ำมันพืช
5.น้ำตาลปีบ
6.ซีอิ๋วดำสูตร1
7.ซีอิวขาวสูตร1
8.น้ำปลา
9.พริกไทยเม็ด(ขาว) และแบบผงสำเร็จตรามือ
10.น้ำมันงา
11.***น้ำเป็ดย่าง(เคล็ดลับ)***


จากภาพนี่เป็นเคล็ดลับอย่างนึง เวลาใช่พริกไทยให้เอาพริกไทยโขลกเอง กับผงสำเร็จผสมกัน ความหอมมันจะกระจุยกระจายมากขึ้น(แม่บอกมา)



ตามมาด้วยสุดยอดวัตถุดิบ นั้นก็คือ!!!~ หมูกรอบนั้นเอง
ซึงต้องไปที่ร้านบางรัก เจ้านี่เท่านั้นคับท่านผู้ชม เพราะเอกลักษณ์ของร้านนี้คือหมูกรอบเขาจะมีกลิ่นรมควันแรงมาก ทำให้หอมมากๆๆๆๆเลย ยิ่งเคี้ยวกลิ่นมันยิ่งออกมาแบบไม่ไหวแล้ว



นำมันมาชำแหละ


วิทยายุทธตอนที่2

1นำไข่มาต้มแล้วก็แกะเปลือกออกค่ะ
2 ตั้งไฟให้ร้อนใส่ไข่ตัม ไปทอดให้เหลืองสวยงาม


ขอโทดที่กระทะผ่านการใช้งานมากว่ายี่สิบกว่าปี มันเลยดูเก่า แต่ไม่สกปรกนะค่ะ รับประกัน


3คราวนี่มาจับครก ตำกระเทียม พริกไทยเม็ด และพริกไทยป่นให้ด้วยกันจนละเอียด
4.นำมาผัดๆกับน้ำมันจนหอมเหลือง

4. ไม่มีอะไรมาก โยนๆและผัดมันเข้าไป กับน้ำมันพืช


5ใส่หมูกรอบที่หั่นไว้เรียบร้อยโรงเรียนจีน


ใส่น้ำพอขลุกขลิก และน้ำเป็ดโลด





น้ำตาลปีบ บางคนอาจคิดว่ารสชาติจะเพี้ยนไหม ขอตอบว่าไม่เลยค่ะ เหตุที่ใส่เพราะช่วยให้รสชาติมันนุ่มนวลและกลมกล่อม (หยิบนึงถ้าไม่ชอบหวาน)


ขั้นตอนต่อไป ใส่ซีอิ๋วขาว ซี้อิ๋วดำ ลงไป สังเกตุดูนะคะว่าสีมันจะเข้มข้นและสวยขึ้นค่ะ


คราวนี่หละค่ะ ใส่พระเอกของเราไป (ไข่ที่ทอดไว้แล้ว)



ปรุงรสตอนจบ ด้วย น้ำมันงา พริกไทย และ น้ำปลา แม่บอกว่าน้ำปลาจะช่วยดึงรสให้จัดจ้านขึ้น เพราะที่บ้านชอบกินรสค่อนข้างจัดค่ะ คลุกเคล้าให้เข้ากัน


ตบท้ายด้วยน้ำเป็ด อีกที และเคี่ยวไว้สักพักเล็กๆ




ตักเสิร์ฟได้เลยจ้า กินกับข้าวสวยร้อนๆ เอาเสต็กมาแลกก็ไม่ยอม

ขอลาไปด้วยภาพนี่นะค่ะ สุดท้ายก้อยหวังว่าทุกคนคงชอบ และลองกลับไปทำทานกัน แล้วมากระซิบด้วยว่าเป็นยังไง (ถ้าไม่ถูกใจช่วยกระซิปเบาๆ 555).............ก็จะถึงวันสงกรานต์แล้ว ขอให้ทุกคนชาวก้นครัว มีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดก็สมดังปราถนานะค่ะ สำหรับคนออกต่างจังหวัด ระมัดระวังในการเดินทางหน่อย ด้วยความหวงใยค่ะ ส่วนใครอยู่บ้านก็อย่าลืมทำเมนูนี้ กินแบบชิลๆเพลินๆ555 ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน และขอบคุณที่เข้ามา+ค้อมเม้น สวัสดีค่ะ




 

Create Date : 11 เมษายน 2551    
Last Update : 11 เมษายน 2551 23:59:58 น.
Counter : 387 Pageviews.  

สเต็กปลาอินทรีย์ซอสญี่ปุ่นเสิร์ฟกับผัดผักคั่วไฟหอมกรุ่น และ ซุปไข่น้ำใส่กิโมโน

วันนี้วันหยุดอยู่บ้านคุณแม่ละเอียด(แม่หนูก้อยเอง)และก้อย ก็ช่วยกันลงมือทำกับข้าวสไตล์ญี่ปุ่น แต่ผสมรสชาติแบบไทย โดยเมนูนำเสนอ นั่นคือสเต็กปลาอินทรีย์แบบญี่ปุ่น แก้เลี้ยนด้วยผัดผักที่คั่วจนหอม และซดน้ำซุปให้ชุ่มคอด้วยแกงจืดของก้อยเอง แต่หน้าตาอาจจะไม่ญี่ปุนหรือหรูหราแต่คนที่บ้านทานไม่เหลือเลยค้า มาดูหน้าตากัล



มาอีกมุมนะค่ะ



ภาพรวมกับผัดผัก



สูตรหมักปลาของบ้านเรา คือ
1ปลาอินทรีย์
2ซอสญี่ปุ่น
3น้ำมันงา
4พริกไทย
5เกลือ
6เนย และน้ำมัน

เน้นๆอีกครั้งน่ะค่ะว่าเป็นสูตรบ้านเรา มันอาจจะไม่ญี่ปุ่นจ๋า หรือต้นตำหรับแต่เน้นถูกปากเข้าว่าค่ะ วิธีทำก็แสนง่าย มาดูกัล
1นำปลาอินทรีย์มาหมักกับส่วนผสมทั้งหมด อย่าให้เค็มมาก เพราะเราจะมาราดเนยตอนท้ายอีกครั้ง และจิ้มกับน้ำจิ้มปลาซาบะ และมายองเนสอีกค่ะ
2.เอากระทะเทฟลอนตั้งไฟใส่น้ำมันเกลี่ยๆพอค่ะ (ระวังปลาติด) เอาปลาไปนาบบนกระทะ ห้ามกลับบไปกลับมาบ่อยๆ พอขอบด้านล่างเริ่มน้ำตาลเหลืองๆ ก็กลับด้านค่ะ (บ้านก้อยชอบกรอบนอกนุ่มใน ) แล้วแต่ว่าชอบบแบบ นิ่มๆหรือกรอบนอกนุ่มในกัล ก็เพิ่มเวลาได้ค่ะ แต่อย่านานนะค่ะเด๋วจะแข็งกินแล้วไม่หร่อย
3เซคความสุกด้วนเอามีดหหรือซ้อมจิ้มดูถ้าดึงออกมาง่ายและไม่แฉะแสดง่วาสุก
4เคล็ดลับสุดท้าย เปลี่ยนกระทะ(ถ้ากระทะเก่ามันเกรียมๆแล้ว) นำเนยมาละลายบนกระทะ ตะแคงให้เนยไหลไปด้านล่างและอีกด้านบนก็วางปลาไว้ นำเนยมาราดบนตัวปลา ซ้ำไปซ้ำมา ให้ซึมเข้าตัวปลา (ปลาจะหอมมากเลยค่ะแถมสีสวยด้วย)
พักไว้บนตระแกรง แล้วเสิร์ฟลงจานที่ตกแต่งสวยงาม

ส่วนน้ำจิ้มก็ใช้น้ำจิ้มปลาซาบะสำเร๊จรูปหรือ อาจจะใช้สูตรบ้านก้อยก็ได้ค่ะ
1 ซีอิ้วดำสูตร1 แนะนำว่าให้ใช่ของดีๆหน่อยนะค่ะไม่งั้นมันจะรสชาตแปลกๆ
2 น้ำมันหอย
3 ซีอิ้วญี่ปุ่น(ที่จิ้มซูชิ) หรือ น้ำจิ้มปลาซาบะ
4น้ำมันงานี่ขาดไม่ได้เลยคะ
5 ซอสถั่วเหลือง

ปล.ไม่มีอะไรเลยค่ะผสมกันเลยเอาตามใจชอบ ว่าชอบหวานหรือเค็ม แล้วใส่น้ำมันงาตบบท้ายนิดหน่อยให้มีกลิ่นหอม เสิร์ฟคู่มายองเนส

มาด้านของผัดผัก ที่ไม่ยากแต่ต้องเทคนิค
กระหล่ำปลี แครอท ซีอิ้วญี่ปุ่น กระเทียม น้ำตาล พริกไทย น้ำมันหอย น้ำซุปนิดหน่อย (สามารถใส่ผักอย่างอื่นได้อีกแล้วแต่ความชอบ) คงไม่ต้องบอกเนาะว่าผัดผักทำไงเพราะพี่ๆก็เซียนกันทุกคน แต่บอกเทคนิกแม่นิดหน่อยค้า
1 ใช้น้ำมันหมูผสมน้ำมันงา(นิดๆ) ในการผัด
2 ใช้กระทะเหล็กที่ไฟแรง และผัดอย่างรวดเร็ว ซึ่งยังจะได้ผักที่ทั้งสดแหละกรอบ




มาต่อด้วยซุปไข่น้ำห่อกิโมโน (เเหมเรียกซะเวอร์เลยแค่ผูกต้มหอมเอง)
1 เริ่มด้วยการทอดไข่เจียว (สูตรทั่วไป แอบใส่น้ำหน่อยจะได้ไม่ด้าน)
2เอาไข่เจียวมาหั่นเป็นเส้นๆ พักไว้ให้เย็นหน่อย
3นำต้อนหอมมาลวก ใส่เกลือในน้ำลวกเสดให้สีสดใสค่ะ(ลวกแปปเดียว)
4เอาต้นหอมที่ได้มาผูกกับไข่เจียว โดยเอาไข่เจียวที่เปงเส้นมาพันทบๆกันหรือจะม้วนก็ตามจายน่ะค่ะ ผูกซักสองมักกันเหนียว
5 เอาน้ำซุปจากซี่โครงหมูมาปรุงรสด้วยซีอิ้วเกลือพริกไทยนิดหน่อย ใส่ ผักตามชอบ หนูใส่ผักกาดขาวค่ะ แล้วพอผักเริ่มสลด ก็เอาไข่เจียวที่ทำไว้ใส่เข้าไป ตบท้ายด้วย เต้าหู้ที่หั่นเป็นลูกเต้าใส่ปุ๊บปิดไฟทันที ไม่ต้องคนมาก ใส่ชามโล้ด



มาดูไข่ลอยตุ๊บบ่องกัน



ช้อนไข่มาดูกัลดีกว่าควันโฉ่ๆ



อันนี้ไข่หนาไปหน่อย กิโมโนเลยปลิว



!!!!! ทำตั้งนานแต่กินแปปเดียวหมดเลย เหนื่อยแต่อร่อยดีค่ะ จิงๆทำกับข้าวกินเองที่บ้านมันก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบเนาะว่าไหมค่ะ อยากกินรสแบบไหนใส่นู้นมากนี่น้อยตามใจเรา และก็มีความสุขที่ได้กินกับคนที่เรารักด้วย
ปล. ลองเอาไปทำกันดูนะคะ แล้วเอามาให้ดูด้วยว่าน่ากินอ่ะป่าว




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2550    
Last Update : 24 ธันวาคม 2550 22:41:41 น.
Counter : 1597 Pageviews.  

ข้าวราดไส้กรอกหนังกรุบผัดซฮสมะเขือเทศ

วันนี้เพิ่งกลับมากจากการเรียนที่เอแบคเหนื่อยๆสุด ฟังอาจารย์พม่าไม่ค่อยออกหงุดหงิดตัวเอง กลับมาบ้านก็อยากคลายเครียดเลย คิดว่าวันนี้ลงมือทำอาเองดีกว่า แม่เพิ่งซื้อไส้กรอกและแฮมมาเป็นกิโลๆเลย นั่งๆนอนคิดทำไรดีหวา......ปิ๊ง
คิดออกแล้วทำไส้กรอกผัดซอสมะเขือเทศราดข้าวดีกว่า





มาด้วยส่วนผสมกันเลยดีกว่าเนาะ





และสุดยอดวัตถุดิบที่ มาแบบไม่อั้นนวันนี้คือ แต่นแตนแต้น ไส้กรอก แต่ไม่ไม่ธรรมดา หนังมันจะกรอบกรุบๆค่ะ แม่เหมามาเป็นกิโลๆจากโรงงาน ถูกมากๆค่ะประมาณกิโลละ100นึงมั้ง


เครื่องปรุงและวัตถุดิบมีดังนี้(ตามชอบ)
๑ ไส้กรอกและแฮม
๒ ซอสมะเขือเทศ (อาจจะเพิ่มซอสพริกนิดนึงก็ได้)
๓ แครอท ต้นหอม
๔ หัวหอม มะเขือเทศ
๕ ซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำมันหอย
๖ น้ำตาล
๗ พริกไทย
๘ นมข้นจืดนิดหน่อย
๙ ออริกาโน น้ำมันพืช และไข่ซักฟอง

ไม่รอช้า มาเต้นรำทำคัวกัลเล้ย!!\
วิธีทำ -หั่นแครอทเป็นลูกเต๋าเลกๆ แต่ หั่นมะเขือเทศใหญ่กว่าหน่อย พักไว้
- ซอยหัวหอหญ่ยิกๆ ให้ละเอียด
-เอากระทะตั้งไฟให้ร้อนใส่น้ำมัน พอประมาณ แล้วเออาหอมไปผัดๆห้เริ่มใส


ไส่สุตยอดวัตถดิบลงไปเลย


อ่า..แล้วก็ใส่แครอท ไปก่อน และตามด้วยมะเขือเทศ ผัดให้หอม


มาถึงการปรุงรสแหละ คือ ซีอิ้วขาว น้ำมันหอย น้ำตาล เกลือ พริกไทย ตบท้ายด้วยซอสมะเขือเทศ


เริ่มข้นมากไปแหละ ใส่น้ำสต็อกอีกต๋อยนึง และเพิ่มความนุ่มนวลให้รสชาติ พร้อมสีดีดูให้ซอฟขึ้น ด้วยนมข้นจืด นิดนึงค่ะ


ปิดท้ายด้วย ต้นหอมและ ออริกาโน กลิ่นกระจุยคาคัวเลย


นำมาราดข้าว หนูแบ่งให้ครึ่งนึงยังเป็นข้าวให้ดูน่ากินค่ะ (น่ากินไหมเนี้ย


อืมขาดสีไรไปน้าดูไม่สดใสเลย อ้อสีเหลืองนี่หวาเข้ากะสีส้ม บางทีการทำอาหารก็เป็นศิลปะดีๆนี่เองค่ะ แต่งเติมหน่อย


เอาไข่มาโปะซะดีๆ โอมเพี้ยง!!


จบแล้วจ้า หวังว่าทุกคนคงคิดว่ามันน่าจะอร่อยนะ และเอาสูตรกลับไปทำกินกันแฮ่ๆ รู้สึกอายที่อยู่ๆโพสแต่สูตรทำเค้ก หรือสูตรอาหารที่แม่ทำ แต่วันนี้มาทำเองซะเนี่ย หน้าตาเป็นยังไงบ้างค่ะ แนะนำติชม มาได้ตลอด หรือจะเข้าไปชมเพิ่มในบลอกนู๋ได้นะ ขอบคุณทุกคอมเม้นจ๊ะ




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2550 21:28:12 น.
Counter : 4494 Pageviews.  

น้ำพริกปลาโขลก (รสชาติแซ่บจี๊ดจ๊าด สูตรแม่ละเอียด)

คราวที่แล้วได้ทำราดหน้าไปเป็นอาหารจีน แต่คราวนี้ฉีกแนวสุดฤทธิ์เป็นอาหารไทยแท้ๆสูตรก้นครัวของแม่หนูเองค้า คนที่ชอบรสชาติจัดๆจี๊ดจ๊าดน่าจะชอบกับเมนูนี้นะค่ะ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า***ควรกินกับข้าวสวยแกล้มกับผัก เพราะถ้ากินเปล่าๆคนที่ธาตุไม่แข็งอาจจะระบายท้องได้ มันช่วยนเรื่องการขับถ่าย ถ้าหากคนไหนมีปัญหาเรื่องนี้ละก็ลองทำทานดูหรือกระทั่งคนที่กำลังลดน้ำหนักสูตรนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ เพราะมีแต่ของไม่อ้วน มีแต่ปลาทู ผักมากมายมีประโยชน์ดีเดียว




มาดูหน้าตากันดีกว่าเนาะ จะเป็นน้ำพริกที่ชุ่มฉ่ำมีน้ำคลุกคลิก ไม่แห้งเกินไป



งั้นมาจดส่วนผสมทั้งหมดเล้ย
หอมแดง กระเทียมกรีบเล็ก พริกขี้หนูผสมพริกชี้ฟ้า น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว น้ำต้มสุก (ถ้าใครไม่แพ้ผงชูรสก็ใส่นิดหน่อยเพื่อให้รสชาติแหลมขึ้น)
!!!!~สุดยอดวัตถุดิบของเราคือ ปลาทูเนื้อเน่นๆนี้เอง

เขยิบมาใกล้จดๆสูตรกัลเลยจ้า
1.นำพริก หอมแดง กระเทียม มาย่างไฟเตาถ่านให้หอม(สูตรโบราณ) หรือไม่สะดวกก็คั่วกับกระทะได้ค่ะ คั่วทั้งที่มีเปลือกเลยนะ พอได้ที่แล้วค่อยล่อนเปลือกกระเทียมและหอมแดงออก





2.นำปลาทูมาทอดให้เหลืองหอม(อย่าทอดกรอบ) หรือจะนำไปย่างก็ได้ค่ะ ไดเอตดี สะเด็ดน้ำมัน แล้วก็แกะเนื้อออกมาพักใส่จานไว้ (อย่านำปลาทูที่ไม่สด หรือแช่ค้างแรมชาติมาทำนะค่ะไม่งั้นหมดกันคะ)






3.นำหอทแดง กระเทียม พริก ที่คั่วไว้มาตำให้เข้ากัน เช่นนี้




2.จากนั้นก็ส่ปลาทูทอดที่เราแกะไว้มาใส่ไม่ยั้ง แฮ่ๆชอบปลาทูมันเค็มๆหอมๆดี
แล้วก็โขลกให้เข้ากับส่วนผสมที่ตำไว้ ให้เนื้อเริ่มฟู


3.ปรุงรสชาติตามชอบนะค่ะ ประกอบด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย มะนาว คลุกเคล้าให้เข้ากัล แล้วค่อยๆเติมน้ำสุกที่ต้มแล้ว(**ต้องต้มสุกแล้วนะคะไม่งั้นจะท้องเสียได้) แล้วก็โขลกเบาๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันเนื้อจะฟูน่ากินค่ะ







ชิมรสตามชอบเลยนะคะ แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล แต่รสชาติของหนูที่ว่าอร่อยคือเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ดอันนี้แน่นอนค่ะต้องแซ่บๆถึงจะอร่อยนะ



มาเสิร์ฟพร้อมมะเขือต้ม ถั่วฝักยาวต้ม แตงกวา หรือผักตามชอบจ้า



เป็นอาหารเพื่อสุขภาพจิงๆนะเนี้ย กินกับไข่เจียวแหละข้าวสวยร้อนๆ จะบอกเหนือชั้นค่ะ แต่ต้องเตือนอีกครั้งว่า!!!~ห้ามทานตอนท้องว่างนะค่ะ ระวังจู๊ดๆ(ท้องเสีย)
ส่วนเรื่องรสชาติการันตีได้เลยว่าแซบมากๆค่ะ มีทั้งเนื้อและน้ำตักจิ้มกับผักต้มรสหวานๆ บวกกับรสมะนาวที่จี๊ดจ๊าด เข้ากันเนื้อคำบรรยายจ้า

แฮ่ๆขอโทดค่ะที่ลืมลงภาพปลาทูทอดและแกะเรียบร้อยแล้ว




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2550 20:05:02 น.
Counter : 873 Pageviews.  

ราดหน้าหมูนุ่มกับยอดคะน้า(สุดยอดเคล็บลับจากแม่ละเอียดจ้า)

วันนี้รู้สึกท้องมันร้องจ๊อกๆ บอกว่าหิวจังเลย แม่เลยถามว่ากิน ราดหน้าไหม โอ้ว!!!~ใครจะปฏิเสธหละ say yes ทันทีเลย แต่เราแอบย่องไปขโมยสูตรแม่มา เสี่ยงตายสุดๆ แถมโดนแม่ว่าอีก ว่ามาวุ่นวายไรในครัว งั้นรีบมาดูหน้าตากัลเลยจ้า





เรื่องอาหารก้อยก็ชอบทำนะ แต่ที่ชอบก็เพราะว่ามจากแม่ทั้งน๊านเลย แม่บอกเสมอว่าการทำอาหารให้อร่อยไม่ใช่สักแต่ว่าทำๆ แต่เราต้องใส่ความรักลงไปด้วย




มาดูส่วนผสมกันนะค่ะ(ไม่ได้บอกปริมาณนะแล้วแต่ความชอบของบุคคล)
เพราะแม่หนูกะๆเอาหนูมองไม่ทัน

ส่วนผสมทั้งหลายจงออกมา




1.ส่วนน้ำราดหน้า
มีซีอิ๋วขาว น้ำมันหอย น้ำมันหมู(ไม่มีเอาน้ำมันพืชก็ได้) น้ำตาล พริกไทยป่น เต้าเจี้ยวสูตร1 กระเทียม ยอดผักคะน้า

2.ส่วนน้ำหมักหมูนุ่ม
มีนมข้นจืด น้ำมันหอย ซีอิ๋วขาว เกลือ พริกไทยป่น ไข่ น้ำมันงา นำทั้งหมดมาผสมกันโลดเลย จะกลายเป็นน้ำหมัก ก็นำหมูลงไปขยำๆจนซึมเข้าเนื้อแล้วใส่ตู้เย็นค้างคืนไว้ จะอร่อยมากๆ ถ้าไม่มีเวลาก็ไม่เปงไร



มาดูวิธีทำกัลเลยจ้า
1.นำกระเทียมมาตำกับเต้าเจียวให้เข้ากัน
2.นำไปผัดกับน้ำมันหมู(จะช่วยให้หอมขึ้น)จนหอม ระวังกระเทียมไหม้ซะก่อนนะ
3.ใส่น้ำสต็อกหมูลงไปเล้ย คนๆให้เข้ากันใส่พริกไทยและหมูหมักที่เป็นสุดยอดวัตถุดิบลงไป(ตอนนี้น้ำเริ่มเปลี่ยนสีเป็นขุ่นๆแหละจ้า)









4.นำแป้งข้าวโพดละลายน้ำ ค่อยใส่ลงไปขณะเดียวกัลก็คนๆให้พอข้นตามชอบ
แล้วก็ส่ผักลงเลือกเอาส่วนเป็นก้านแข็งลงก่อนตามด้วยใบ




สุดท้ายก็ได้น้ำราดแสนอร่อย

วัตถุดิบที่สำคัญยังไม่หมด(มันคือเส้นหมี่คั่วไฟให้หอม)
ส่วนผสม
เส้นหมี่เย่างดี น้ำมันหมู(ขาดไม่ได้เลยช่วยให้การผัดเส้นหอมสุดๆ) น้ำมันงา ซีอิ้วดำใช้นิดหน่อยเองเพื่อให้สีดูน่ากินไม่ชืดๆ

วิธีผัด แม่บอกว่าเทคนิคการผัดเส้นหอม คือใช้กระทะเหล็กบางๆ ให้ไฟร้อนๆควันโขมง ใส่น้ำมันหมูและน้ำมันงาลงไป เกลี่ยให้เคลือบทั่วกระทะแล้ว ส่วนน้ำมันที่เหลือเทออกไว้ ค่อยหยอดใส่ตอนผัด พอกระทะร้อนได้ที่เอาเส้นลงไปคั่วเลยทันที เวลาผัดอย่างขยี้แรงเพราะเส้นจะขาดกินแล้วไม่อร่อย มือต้องไว้ กลับไปกลับมาให้สีเริ่มเกรียมน้ำตาลๆ ถ้าสีจืดไป ใส่ซีอิ๋วดำลงไปนิด ไล้สีให้สวยเอาขึ้น









**ที่ต้องให้ทำน้ำราดก่อนผัดเส้นหมี่เพราะว่าถ้าผัดก่อนเสนจะแข็ง

พอเสร็จทั้งหมดแล้วก็จัดการราดน้ำลงบนเส้นหมี่ที่คั่วจนหอม


นำไปเสิร์ฟได้เลยจ้า


หวังว่าทุกคนคงชอบ และนำกลับไปทำที่บ้านนะคะ และขอโทดอีกครั้งที่ไม่ได้บอกปริมาณเพราะแม่แก กะๆเอาหยิบนู้หยิบนี้ ตาลาย มัวร์แต่ถ่ายรูปค่ะ วันหลังจะค่อยๆแกะมาให้นะค่ะ




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2550 1:15:27 น.
Counter : 2984 Pageviews.  


cake maker
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ตอนนี้เรียนอยู่ปี3 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ Communication Arts, majoring in Advertising ค่ะ
ว่างๆชอบเข้าพันทิปห้องก้นครัว อ่านสูตรของชาวบ้านไปทั่ว เอาไว้ประดับความรู้และบารมี55 ชอบทำอาหารและขนมแต่ก็ไม่เคยเรียนจริงจัง มีอะไรมาคุยกันได้นะ

Friends' blogs
[Add cake maker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.