ฝันว่าจะมีร้านอาหารของตัวเอง และเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ทำขนมที่มีเอกลักษณ์ ทำให้คนที่เข้ามาในร้านเรารู้สึกอบอุ่น สบายใจ มีความสุขที่ได้มาพักท้องที่นี้
Group Blog
 
All blogs
 
.............ชิฟฟ่อนกล้วยหอม นู๊มนุ่ม กับ เค้กชาไทยห๊อมหอม ................

อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว เราก็ทำทุกอย่างตามใจฉันตลอด นั่งอ่านสูตรขนมเยอะมากเลย อยากลองอะไรใหม่ๆ ก่อนเปิดเทอมเพราะปีสี่งานมันยุ่งมากเลยค่ะ สุดท้ายก็มาลงที่เค้กที่เคยทำไปแล้วจนได้T_T เพราะมีเรื่องค้างคา และต้องสะสางกับมัน (โหดจริงๆ จะมาทำเค้กหรือมากระทืบคน)


เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อเดือนก่อนได้ลองทำ ชิฟฟ่อนกล้วยหอม สูตรคุณแม่บัดดี้ค่ะ แต่เค้กดันยุบแบบฮวบฮวบ ทำให้หน้าคนทำเหลือนิ้วเดียวดั่งเค้กที่อบออกมา ซึ่งมันเป็นเค้กที่ทำให้วันเกิดพี่สาว สุดท้ายก็ปักเทียนไปทั้งเค้กย่นๆเหี่ยวๆไม่ทาอะไรทั้งสิ้น

แต่!!ในความโชคร้ายนั้น เราก็พบว่าเนื้อเค้กมันนุ่มมากทีเดียว คล้ายชิฟฟ่อนปูกะเอร้านดัง อีกไม่นานก็ลองทำอีก แต่ครั้งนั้นก็อบนานเกิน ทำให้เนื้อมันแห้งและฝืดคอมากๆ เพราะเรากลัวว่าโครงสร้างมันไม่แข็งแรงแล้วมันจะยุบอีก ครั้งนี้เป้าหมายก็คือ.....ต้องทำมันให้นุ่ม และจะต้องไม่ยุบด้วยนั่นเอง



มาดูผลงานล่าสุดกันดีกว่าเนาะ





ไปดูเจ้าของสูตรได้ที่นี้จ้าhttp://myhome.iirt.com/board/viewtopic.php?p=95&sid=0280ca8fb168bb6013f9290fde28b1ef



## ขออนุญาตก็อปสูตรนะค่ะ มีปรับเปลี่ยนบ้างนิดหน่อย
ก้อยใช้พิมพ์สี่เหลี่ยม 10 x 10 นิ้ว แต่ต้องเบิ้ลสูตร

ส่วนไข่แดง

- ไข่แดง 6 ฟอง ( เขบอกว่าไข่ 3 ฟองชั่งทั้งฟองหนัก 200 กรัม) , ก้อยใช้ไข่เบอร์2ค่ะ หนักประมาณ 65 บางฟองก็70
- น้ำตาลป่น 50 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- น้ำมัน 60 กรัม
- กล้วยหอมบด 200 กรัม
- กลิ่นกล้วยหอมหรือวานิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนของแป้ง
- เบกกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา
- แป้ง 110 กรัม
- ผงฟู 2 ชช.

ส่วนผสมไข่ขาว

- ไข่ขาว 6 ฟอง
- ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลป่น 70 กรัม



วิธีทำ (อันนี้เอาทำตามที่ก้อยถนัดนะค่ะ)

1. นำส่วนไข่แดง น้ำตาลทราย น้ำมัน เกลือ ผสมกัน ตามด้วยกล้วยที่เราบดเรียบร้อย คนๆให้เขากัน
2. เอาแป้งมาทำเป็นหลุม แล้วเทส่วของเหลวจากข้อ1 ลงในหลุมแป้งแล้วก็คนเร็วๆให้เข้ากัน อย่านาน
3. ตีไข่ขาวจนขึ้นฟองหยาบ โยนครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ตีด้วยความเร็วสูง พอเมเป็นฟองละเอียด ก็ทยอยใส่น้ำตาล ตีต่อจนตั้งยอดอ่อนกลางๆ
4. ตะล่อมส่วนผสมของไข่แดง กับไข่ขาวที่ขึ้นฟู อย่างเบามือด้วยไม่พาย หรือตะกร้อ โดยแบ่งส่วนไข่ขาวเป็นสามส่วน แล้วนำไปตะล่อมกับส่วนผสมไข่แดงจนหมด (ห้ามนานนะ ทำเวลาหน่อย) เทใส่พิมพ์โลดเลยค่ะ กระแทกพิมพ์ทีนึง เกลี่ยหน้าให้มันเสมอๆกัน
5. นำไปอบไฟ 170 c ประมาณ 15-20 นาทีแล้วแต่เตานะจ๊ะ ครั้งนี้ไม่ทิ้งให้อุ่นแล้วค่อยคว่ำ เปลี่ยนใหม่คือ พออบออกมาเสร็จแล้วเคาะพิมพ์ทีนึง แซะด้านข้างให้หลุดออกจากพิมพ์ แล้วคว่ำบนตะแกรงทันที ลอกกระดาษไขออก




บางคนก็กินแบบเพียวๆ แต่วันนี้ก้อยอยากทำแบบทรงสามเหลี่ยม แล้วสไลด์เป็น 2ชั้น ปาดด้วยครีมบัตเตอร์ค่ะ ( แต่สายตาไม่ค่อยดี สงสัยจะแก่แล้วเรา แบ่งเบี้ยวไปเยอะเลยยย55)





ข้อแนะนำ: ** เนื่องจากครั้งก่อนมีปัญหาทั้งยุบ และเนื้อแห้งเกินไป ขอแนะนำให้พอเวลาผ่านไป15นาที ลองแง้มเชคสุก โดยการเอามือไปแตะแล้วเนื้อเค้กสปริงตัวกลับ ไม่ทิ้งรอยนิ้วไว้ก็โอเคแล้วค่ะ หรือจะเชคซ้ำอีกครั้งเพื่อความชัวร์ด้วยไม้จิ้มฟัน





ส่วนเค้กชาเย็นเคยทำสองรอบได้แล้วค่ะ ทำสมัยสองปีที่แล้วขณะฝึกทำเค้กใหม่ๆ แต่ไม่ใช่สูตรที่ทำมาโชว์ครั้งนี้นะ เรื่องผิดพลาดตอนนั้นคือ เค้กอบออกมาเนื้อมันด้านๆ ยุบ และแฟบๆยังไงไม่รู้ สมัยก่อนยังเด็กน้อยอยู่อะค่ะทำอะไรไม่ค่อยระวัง อ่านสูตรไม่รอบครอบ แบบประมาณว่าฉันอยากทำ จดๆสูตรแบบลวกๆแล้วทำเลย และที่สำคัญ หน้าชาไทยมันข้นขรักไม่เด้งไม่เนียน ต้องใช้ความอาร์ตของตัวเอง มากลบเกลื่อนหน้าชาที่เป็นลิ่มๆ แต่มันก็ยังดูไม่ได้อยู่ดี5555 ทำกี่ทีๆมันก็อีหรอบนี้ตลอด สุดท้ายเมื่อเข้าสู่ปีที่สามที่หัดทำเค้ก (ทิ้งไว้นาน จริงๆนะตัวเธอ) ไปเจอสูตรคุณวรรณเข้าให้ ดูน่าลองดีแถมเป็นเนื้อสปันจ์ด้วยน่าจะเข้ากับตัวครีมได้ดี



ขอบอนุญาตก็อปสูตร พี่วรรณมาเลยนะค่ะ
สูตรสปันจ์ชาไทย ยังใช้สูตรเดิมในดวงใจ ของพี่แหม่ม Tiara เช่นเคยค่ะ
แป้งเค้ก 100 กรัม
น้ำตาล 80 กรัม ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำ 40 กรัม
นมข้นจืด 40 กรัม
เอสพี 10 กรัม
เนย 80 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 0 3 ฟอง
ชาไทย 1+1/2 ช้อนโต๊ะ (ชาตรามือที่เค้าชงขายกันอ่ะค่ะ)



วิธีทำ (ขอก็อปมาอีก เพราะพี่วรรณเขียนได้ละเอียดมากเลย)

1. ร่อนแป้ง ผงฟูเข้าด้วยกัน เปิดเตาอบวอร์มไว้ เตาใหม่วรรณใช้ไฟ 175 นะคะ อุณหภูมิเตาคงขึ้นอยู่กะเตาของแต่ละคน อยู่ระหว่าง 175-180 ค่ะ วรรณยังคงใช้ไฟบน-ล่างเช่นเคย วางถาดไว้ชั้นกลางของเตาอบค่ะ

2. น้ำ นมข้นจืด เทรวมกันนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟให้ร้อน แล้วนำชามาชง แล้วกรองเอาแต่น้ำ ขั้นตอนนี้เมื่อกรองเอาแต่น้ำแล้ว ยังงัยก็ให้ส่วนของเหลวได้ 80 กรัมนะคะ ถ้าขาดก็เพิ่มนม หรือน้ำเข้าไปให้ได้ 80 กรัมค่ะ เมื่อละลายชาแล้วทิ้งส่วนผสมนี้ให้เย็นในอุณหภูมิห้องก่อนนะคะ

3. ไข่ น้ำตาล และน้ำที่ชงชา เทรวมกันในอ่าง ป้ายเอสพีที่หัวตระกร้อ แล้วตีด้วยความเร็วสูงสุด 5 นาทีค่ะ หรือตีจนกว่าส่วนผสมจะข้น ใช้พายยางตักขึ้นมาแล้ว ส่วนผสมไม่หยด ถ้ายังเหลวอยู่ให้ตีต่อ จนกว่าจะข้นค่ะ

4. เมื่อตีครบ 5 นาที หยุดเครื่อง ใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที ระหว่างนี้ปาดอ่างไปเรื่อยๆนะคะ
5. หลังจากตี 1 นาทีแล้วเปลี่ยนความเร็วของเครื่องเป็นสูงสุด ตีต่ออีก 6 นาทีค่ะ ปาดอ่างเป็นระยะ

6.เมื่อตีครบ 6 นาที ลดสปีดเป็นต่ำสุด 1 นาที แล้วใส่เนยละลาย อุณหภูมิของเนยต้องไม่ร้อน หรือเย็นเกินไป แล้วตีต่อด้วยความเร็วต่ำเช่นเคยอีก 2 นาทีค่ะ เมื่อครบแล้ว ตีสูงอีก 10-20 วินาที แล้วปิดเครื่องค่ะ

7. เทใส่พิมพ์ 3 ปอนด์ ที่รองด้วยกระดาษไข อบนาน 25-40 นาทีแล้วแต่เตานะคะ เตาใหม่วรรณใช้เวลาอบ 25-30 นาทีไม่เกินนี้ค่ะ

8. เมื่อเค้กสุก พักไว้ให้เย็นสักครู่ แล้วแซะขอบเค้ก คว่ำไว้บนตระแกรงให้เค้กเย็นค่ะ






ส่วนผสมหน้าชาไทย (อันนี้ก้อยปรับตรง น้ำตาลทรายกับ ตัดวิปปิ้งครีมออก แล้วเพิ่มส่วนนมสดแทนค่ะ)
ส่วนที่ 1

ผงวุ้น 1 ช้อนชา
* นมสด 350 กรัม
* นมข้นจืด 150 กรัม
* น้ำตาล 70 กรัม
ชาไทยตรามือ 3 ช้อนโต๊ะ

ส่วนที่ 2

นมข้นจืด 150 กรัม (ส่วนนี้วรรณใช้นมตราหมี ไวท์มอลต์ กระป๋องเล็ก 14 บาทอ่ะค่ะ วรรณว่าเวิร์คมากๆ นมเค้าหอม อร่อยค่ะ)
แป้งข้าวโพด 45 กรัม

ส่วนที่ 3

เนยสด 100 กรัม



วิธีทำ
1. นำส่วนผสมที่ 1 เทรวมกัน ตั้งไฟให้เดือด แล้วนำชาไทยใส่ถุงชงชา คือ ชงเหมือนกะชงชาทั่วไป หรือที่เค้าชงขายอ่ะค่ะ จุ่มลงไปในหม้อที่เราต้มส่วนผสมที่ 1

2. แล้วนำส่วนผสมที่ 2 คนให้เข้ากันให้แป้งข้าวโพดละลาย แล้วเทลงไป คนตลอดเวลาด้วยตระกร้อมือนะคะ เมื่อส่วนผสมเริ่มข้น หนืด พอที่จะราดเค้กได้ก็ยกลง ใส่เนยคนให้เข้ากันค่ะ

3. สไลด์เค้กเป็น 3 เลเยอร์ แล้วปาดด้วยหน้าชาไทยที่กวนไว้ค่ะ วิธีทำก็เหมือนช๊อคหน้านิ่มเลยค่ะ สูตรก็ปรับมาจากสูตรหน้าช๊อคหน้านิ่มเช่นกันค่ะ
สำหรับวิธีราดหน้าเค้กให้เด้ง ก็กวนพอให้เห็นรอยตระกร้อค่ะ แล้วยกลง ใส่เนยคนให้เข้ากัน เวลาราดหน้าเค้ก ให้ยกหม้อขึ้นสูงหน่อย แล้วเทตรงกลางเค้ก ให้หน้าชาไทยไหลลงไปข้างๆเค้กค่ะ

หมายเหตุ **
สำหรับหน้าชาไทย สามารถดัดแปลงได้อีกนะคะ ตามความชอบของแต่ละคนเลย ถ้าว่ามัน ข้นมัน เนย วีปครีมไป สามารถลดวีปครีมเหลือ 100 ลดนมสดเหลือ 200 แล้วใช้น้ำอีก 100 ได้ค่ะ คือ รวมชองเหลวในส่วนที่ 1 ให้ได้ 500 กรัมนั่นเอง ส่วนนมสดในส่วนที่ 2 อยากแนะนำให้ใช้นมตราหมีไวท์มอล์ตเพราะจะหอมอร่อยดีค่ะ ^^


ต้นฉบับของคุณวรรณอยู่ที่นี่ค่ะ

http://alittlecatz.wordpress.com/2008/03/15/thai-tea-cake/




มาถึงตอนนี้ก็ไม่ค้างคาใจแล้วค่ะ เพราะทำออกมาคนรอบข้างบอกว่าโอเคแล้วค่า ดีใจจัง ขอบคุณเจ้าของสูตร และพี่ที่เคยเข้ามาช่วยตอบคำถาม เรื่องเค้กชิฟฟ่อนกล้วยหอมที่ยุบฮวยฮาบครั้งก่อน เช่น แม่สลิ่ม พี่มือใหม่หัดเล่นหุ้น พี่เจซอง
ครั้งนีเลยออกมาดีกว่าคราวที่แล้วเยอะมาก



พอได้ทำขนมเยอะขึ้น เราก็กลายเป็นคนใจเย็นขึ้น พยายามระมัดระวังจุดที่เจ้าของสูตรเขาเตือนไว้ หรืออ่านกระทู้ปัญหาต่างๆ แล้วมีพี่ๆกูรูแสนใจดีมาตอบ อันนั้นช่วยเราได้มากเลยค่ะ

ยังไงก็ถ้าใครยังไม่ลองทำ สองสูตรนี้ทำแล้วไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ชิฟฟ่อนกล้วยหอมนิ่มมาก แทบไม่ต้องเคี้ยวเลย (แต่ต้องทำไม่ผิดพลาดนะ) มันยุบง่ายมากเลยค่ะ กลิ่นของกล้วยหอมอ่อนๆ กินแล้วเพลินเลยค่ะ แต่อยากให้ระวังสำหรับคนไม่ชอบหวาน เพราะถ้าใช้กล้วยมันงอมมาก มันจะหวานไปซักหน่อยสำหรับคนไม่ชอบหวานค่ะ ลองลดน้ำตาลดูนะ

ส่วนเค้กชาไทย กลิ่นหอมมากจริงๆ เพราะใช้ผงชาไทยมาชงเองเลย กินแล้วชื่นใจเป็นที่สุด เข้ากับเค้กสปันจ์ที่ดัดแปลงจากสูตรพี่แหม่มtiara พอดิบพอดี ( เสียดายน่าจะลองทำ สูตรนี้มาตั้งนานแหละ


Create Date : 27 พฤษภาคม 2553
Last Update : 27 พฤษภาคม 2553 13:21:50 น. 20 comments
Counter : 4985 Pageviews.

 
ว้าววววว เค้กน่าทานจังเลยค่ะ ขอสักสองสามชิ้น คงไม่ว่ากันนะคะ บ่ายนี้พอดีเลย...


โดย: Ananas99 วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:26:55 น.  

 
น่าทานมากๆ...
หิวววววววววววววววววววเค้กกกกกกกกกกกกขึ้นมาเลย


โดย: INDYINDARE.IC วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:23:54 น.  

 
เค้กชาไทยน่ากินค่ะ ถ่ายรูปสวยดีด้วยนะค่ะ


โดย: rasinee วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:31:22 น.  

 
ชิมด้วยคนค่ะ


โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:43:06 น.  

 
สไลด์เค้กสวยจังค่ะ...สวยสวยดีค่ะ เค้กก็น่าทาน


โดย: never the last วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:07:28 น.  

 
สวยงามน่าทานมากค่า

ต้องขอชิมสักชิ้นนึง


โดย: vekalover วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:17:40 น.  

 
น่าทานทั้งสองอย่างค่ะ แต่อยากชิมเค้กชาไทยค่ะ สวยมาก ๆ


โดย: ฺBaked by PonG IP: 58.9.11.219 วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:54:04 น.  

 
สวยจังค่ะ


โดย: dew_monamoji วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:19:41:43 น.  

 
ยังไม่เคยทานชิฟฟ่อนกล้วยหอมเลย
จะมาลองที่บล็อคนี้แหร่ะ อิอิ
น่าทานค่ะ




โดย: ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:01:29 น.  

 
มันดูนุ่ม น่าทานทั้งสองแบบเลยอ่ะค่ะ ทรมานอีกแล้วววว


โดย: ANGEL_CS วันที่: 27 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:07:10 น.  

 
รูปสวยงามน่าทานจริง ๆ ค่ะ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:7:14:39 น.  

 
รูปสวย น่าหม่ำมากเลยคะ อยากหม่ำทั้ง 2 อย่างเลยค่า


โดย: มิคุริ วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:44:43 น.  

 
แจ่มแล้วคะ น่าทานทั้งสองเลยจ้า



โดย: แม่อ้วนใจดีที่สุด วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:32:29 น.  

 
น่าทานที่สู้ดดด เลยล่ะ ...


โดย: KIkKaPook วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:06:41 น.  

 
^V^ ขอบคุณทุกคอมเม้นนะค่ะ อ่าแล้วชื่นใจจัง ใครไม่ได้ลอง ถ้ามีเวลาลองเอาไปทำดูนะค่ะ สูตรเขาดีจริงๆค่ะ


โดย: cake maker วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:14:17 น.  

 
อ่านแล้วอยากทำตามบ้างจัง น่าทานมากเลยค่ะ

ทำออกมาได้น่ากินมากเลย


โดย: mja วันที่: 3 มิถุนายน 2553 เวลา:21:52:00 น.  

 
ไม่ทำขนมอีกเหรอคะ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:19:10 น.  

 
ทำได้น่าทานมากมายเลยค่ะ ต้องลองทำทานซะแล้ว


โดย: mayme IP: 182.53.65.63 วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:13:46:10 น.  

 
ขอบคุณนะค่ะ ที่เขามาให้กำลังใจ ตอนนี้กำลังง่วนกับการทำworkshop ปีสุดท้ายอยู่ค่ะใกล้จะจบแหละค่ะ เหลืออีกเทอมเดียว ก็เลยไม่ค่อยได้ทำขนมเลยได้แต่อ่านอย่างเดียวค่ะ

ล่าสุดเพิ่งทำพายบูลเบอร์รี่ เด๋วว่างๆจะเอาสูตรมาลงให้นะค่ะ อร่อยมากๆเลย เป็นสูตรที่มีวิธีแปลกๆค่ะ


โดย: ก้อย (cake maker ) วันที่: 19 ตุลาคม 2553 เวลา:2:46:45 น.  

 
น่าทานจังค่ะ แอบขอสูตรไปลองทำบ้างนะค่ะ


โดย: คุณแม่คนสวย วันที่: 23 ตุลาคม 2555 เวลา:16:41:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

cake maker
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ตอนนี้เรียนอยู่ปี3 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ Communication Arts, majoring in Advertising ค่ะ
ว่างๆชอบเข้าพันทิปห้องก้นครัว อ่านสูตรของชาวบ้านไปทั่ว เอาไว้ประดับความรู้และบารมี55 ชอบทำอาหารและขนมแต่ก็ไม่เคยเรียนจริงจัง มีอะไรมาคุยกันได้นะ

Friends' blogs
[Add cake maker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.