[สวนผึ้ง] Villa Moreeda : The "Box-House Style" Resort






วันก่อนผ่านเข้ามาในห้อง BluePlanet เห็นกระทู้ "[CR]-:- สงกรานต์นี้ที่ Villa MoReeda สวนผึ้ง -:-" ของคุณ diary_cs

อ๊าย รีสอร์ทเก๋แห่งใหม่ ณ สวนผึ้ง.. เห็นแล้วทนไม่ได้ ชั้นจะไป ชั้นจะไป
เปิดปฏิทินดูสิว่าช่วงไหนหยุด 3 วันบ้าง.. เสร็จแล้วก็โทรไปจองทันทีเลย

เราเข้าพัก 2 คืน ช่วง 2-4 มิ.ย. ที่ผ่านมา..
มีโอกาสได้คุยกับพี่ลิง (เสนาลิง – เจ้าของ) นิดหน่อย
ส่วนมากวันไหนถ้าลูกค้าเข้าพักเยอะ พี่ลิงก็จะมาดูแลด้วยตัวเอง
พี่ลิงเทคแคร์กับลูกค้าทุกคนอย่างเป็นกันเองค่ะ ^^

.
.
.

การเดินทาง.. เราใช้เส้นพระราม 2 แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรเกษม
เลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าเส้น 3208
ส่วนตัวชอบวิ่งเส้นนี้ มากกว่าเส้นนครปฐม.. เส้นนั้นไฟแดงเยอะเหลือเกิน
จาก Google Maps บอกว่า 182 กม., 3 ชั่วโมง 32 นาที    
แต่เราขับจริงๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง


เห็นป้ายนี้แล้วก็เลี้ยวได้เลยค่ะ
ทางเข้า Villa Moreeda จะอยู่ติดกับ The Scenery Farm
.. ที่เห็นรถจอดเยอะเป็นที่จอดรถของ The Scenery Farm ค่ะ





ทางเข้าค่ะ.. ถ้าใครไม่เคยมาอาจจะเหวอนิดนึง
ตอนเราเลี้ยวเข้ามาก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่ามาถูกทางหรือเปล่า
เผอิญเจอรถกระบะคันนึง.. เค้าบอกมาถูกทางแล้ว
ค่อยโล่งใจหน่อย





ถึง Villa Moreeda แล้วค่ะ.. เลี้ยวเข้าไปได้เลย
พิกัด GPS 13.51016,99.292864.. อันนี้พิกัดคร่าวๆ นะคะ
เพื่อความไม่ประมาท แนะนำว่าให้พริ้นท์แผนที่ของ The Scenery Resort ดูควบคู่ไปด้วย





อาคารสีเทาด้านซ้าย.. ชั้นล่างเป็นส่วนของรีเซฟชั่น
ชั้น 2 และ 3 เป็นร้านอาหารของรีสอร์ท





มาเช็คอินกันก่อนนะคะ..





ราคาห้องพักช่วงนี้..
weekday 3,800 / weekend 4,500 เป็นราคาเน็ท รวมอาหารเช้า
.. เดาว่าถ้าเข้าฤดูหนาวเมื่อไหร่ คงมีการปรับราคาขึ้น


.
.
.


(As of 17 มิ.ย. 2555 / Ref. Villa Moreeda)
เดือนนี้ทาง Villa Moreeda เราปรับราคา Rate เป็น 2 Type แล้วนะคะ
หลักการการแบ่ง คือเป็นห้องที่เราทำการสำรวจแล้วว่ายอดจองมาเป็น 4 อันดับต้นๆ
ขนาดห้องและวิวไม่มีผลต่อการจัดลำดับในครั้งนี้นะคะ

Big Bird (Top 4): Cranes, Fairy Pitta, Love Bird และ Cockateil
(weekday 4,300 / weekend 4,800)
Tiny Seabird: Flamingo, Rainbow Finch, Macow, Humming Bird 
(weekday 3,800 / weekend 4,300)

และขอแนะนำห้องใหม่ล่ามาแรง Canaries และ Paradise Bird ค่ะ






ลูกค้าที่เข้าพักทุกท่านจะได้ wristband อันนี้เป็นที่ระลึกคนละ 1 อัน
.. benefit ของผู้ที่สวมใส่ สามารถเข้า The Scenery Vintage Farm ได้ฟรี
ได้ส่วนลด 10% ที่ Honey Scene พร้อม soft drinks ฟรี 2 แก้ว





ได้กุญแจมาแล้ว.. เข้าไปชมห้องกันเลยดีกว่าค่ะ





เราจองห้องนี้ไว้ค่ะ.. Love Birds
ทำไมถึงเลือกห้องนี้นะเหรอ..
ก่อนจะจองห้องเราเข้าไปดูคลิปรายการที่นี่หมอชิตใน Youtube.. พี่ลิงบอกให้ห้องนี้เป็นที่สุด





เข้ามาก็จะเห็นหน้าต่างบานใหญ่แบบนี้ ^^





อยากจะบอกว่าเตียงที่นี่นุ่มมาก.. ขอชมจริงๆ
ปกติเวลาไปพักโรงแรมที่ไม่ใช่เชนโฮเทล คุณสามีจะบ่นเรื่องเตียงแข็งตลอด
.. แต่ที่นี่ประทับใจมาก ^^





สามารถเห็นลำน้ำภาชีได้จากห้องพักเลย..
เท่าที่สังเกตุดู ห้องพักทั้งหมดสามารถเห็นลำน้ำได้
.. เว้นแต่ห้อง Flamingoes ซึ่งอยู่ด้านหลังห้อง Cranes
ห้องนี้ไม่แน่ใจว่าเห็นไหม





ชา กาแฟ น้ำดื่ม มาม่าและโจ๊ก ตรงนี้ก็ complimentary เหมือนกัน
..  พี่ลิงบอกว่า ชา กาแฟ เป็นยี่ห้อของพี่ลิงเอง เสียดายเราไม่ได้ลอง





มินิบาร์ที่อยู่ในห้องเป็น complimentary ค่ะ
แถมเติมให้ทุกวันด้วย ^^





ห้องพักทุกห้องที่นี่ เป็นชื่อนกหมดเลยค่ะ
.. Rainbow Finch, Macaws, Fairy Pitta, Cranes, Flamingoes, Cockatiel และ Love Birds





ด้านล่างของห้องนี้ คือ ห้อง Cockatiel ค่ะ





ทั้งห้องอาบน้ำ และสุขาไม่มีประตูนะคะ..
แต่จะมีผ้าม่านอันใหญ่กั้นระหว่างห้องน้ำกับห้องนอนค่ะ
.. ถ้าใครมากับเพื่อน หรือญาติ ก็ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ^^





โถสุขภัณฑ์เป็นแบบโถชำระอัตโนมัติ
.. ส่วนอ่างอาบน้ำ มีขาด้วย ^^
ไม่ได้ลองใช้ แต่แอบยกดู
นึกว่าจะหนัก แต่เบาซะงั้น..



.
.
.


ไปชมรอบๆ รีสอร์ทกันบ้างดีกว่าค่ะ
.. ตึกสีเทา เป็นส่วนของรีเซฟชั่นกับห้องอาหารที่พูดถึงไปแล้ว





 “Moreeda Spa” ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบ
.. พี่ลิงบอกว่า ต้องส่งพนักงานนวดไปเทรนที่ลีลาวดีสปาในกรุงเทพก่อน
ปล. ลีลาวีสปาก็เป็นสปาของพี่ลิงเองอีกนั่นแหละ^^





ตึกนี้มี 3 ห้องค่ะ.. Rainbow Finch, Macaws, Fairy Pitta
เดี๋ยวพาไปส่องดูด้านหน้านะคะ





ตึกสีขาวขวามือ
.. ห้อง Love Birds อยู่ชั้น 2
.. ชั้นล่างเป็นห้อง Cockatiel





บรรยากาศรอบๆ รีสอร์ท ร่มรื่น
ต้นไม้ ต้นหญ้า ลำน้ำ
.. นกหลากหลาย กิ้งก่าก็มี ^^





ช่วงที่เข้าพักลูกค้าเต็มทุกห้อง เลยไม่มีโอกาสเก็บภาพห้องแบบต่างๆ มาฝาก
ยังไงลองเข้าไปดูที่ Facebook
หรือ fanpage.. ส่วนเว็บไซต์ได้ข่าวว่ากำลังเร่งทำอยู่
แถมได้บล๊อกเกอร์จากห้อง BP นี่แหละค่ะ มาถ่ายรูปให้ ^^





ทีนี้มาดูด้านหน้ากันบ้างค่ะ..
ห้องเดี่ยวๆ ที่เห็นในภาพด้านซ้าย
.. Cranes





ชั้น 2 ห้องขวาสุด.. Fairy Pitta
ชั้นล่าง ที่เป็นห้องกระจก (ชั้นล่างเป็นห้องนอน ชั้นบนเป็นห้องน้ำ).. Macaws
ชั้น 2 ห้องด้านซ้ายสุด (ชั้นล่างเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องนอน).. Rainbow Finch





ลำน้ำที่พูดถึงค่ะ
.. ช่วงที่ไปฟ้าครึ้ม อากาศไม่ร้อนเท่าไหร่
เอาหนังสือมานั่งอ่านริมน้ำ สบายไปเลยค่ะ







บรรยากาศที่นี่ เงียบสงบ..
เหมาะสำหรับหนีความวุ่นวายของเมืองกรุงมาชาร์จแบตจริงๆ





เก็บตก..
ถ่ายจากระเบียงห้องตอนพลบค่ำ
ปล. ที่นี่เงียบมากๆ + พกซี่รี่ย์ The Walking Dead มาดูด้วย
.. แอบหลอนเหมือนกัน อิอิ



.
.
.


อาหารเช้าของที่นี่จะเริ่มเสิร์ฟประมาณ 08:30 น.
วันไหนลูกค้าเยอะ ก็เป็นบุฟเฟ่ต์แบบนี้.. มีซีเรียล ขนมปัง ข้าวต้มกุ๊ย (พุ้ย) ชา กาแฟ
อยากจะบอกว่ากับข้าว ที่ทานกับข้าวต้มอร่อยทุกอย่างเลย ^^





ถ้วยนี้.. พี่ลิง proudly present มาก
“Fruit salad”.. มื้อนี้อิ่มจนจุก 55+





บริเวณชั้น 2 ทั้งหมดค่ะ..









บริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร ชั้น 2 .. มีอยู่ 4 โต๊ะค่ะ





กำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่.. เห็นกิ้งก่าตัวนี้ สีสวยดี
เก็บภาพสักหน่อย ^^





หรือใครอยากจะขึ้นมานั่งชั้น 3 ก็ได้นะคะ..





สามารถขึ้นมาหาซื้อหนังสือไปอ่านได้ด้วยค่ะ..





ของกระจุกกระจิก น่ารักก็มีขาย..
พวกนี้เป็นเข็มกลัดนกยูงหมดเลย ^^




v
v
v



ทานอาหารเช้าเสร็จคุณสามีชวนมาเดินเล่นที่ The Scenery
.. หลังบ้านของ Villa Moreeda กับ The Scenery พื้นที่ติดกันค่ะ
ใส่ wristband แล้วก็เดินเข้ามาได้เลย

“บ้านเมอริโน”
เดินเข้ามาแล้ว..  บรรยากาศชวนให้รำลึกความหลัง จริ๊ง จริง







คิดถึง คิดถึง.. เราสองคนเคยมาพักบ้านฮามาต้า 2 ครั้ง
บ้านแพงโกล่า 1 ครั้ง.. บ้านคอร์ริเดลอีก 1 ครั้ง





บ้านรูซี่





เสียดายที่  The Scenery Resort เค้าไม่บริการแขกภายนอกแล้ว
.. ต้องเป็นญาติสนิทมิตรสหายกับเจ้าของเท่านั้น
คุณถึงจะได้มีอภิสิทธิ์มาพักที่นี่
เพราะฉะนั้นพวกเราก็อดไปตามระเบียบ -_-“





เห็นว่างๆ แบบนี้..
แขกเต็มทุกหลังนะคะ





บ้านแพงโกล่า





“บ้านฮามาต้า”





บริเวณริมน้ำของ The Scenery นี่แหละ – it’s my favorite spot.





อยากจะสตีม.. หรือใช้สระก็ตรงนี้เลยค่ะ ^^







แต่ที่ชอบสุดๆ ก็ตรงนี้
.. นั่งชิงช้าในลำน้ำ สุดยอดแห่งความรีแลกซ์
มีรีสอร์ทที่ไหนมีแบบนี้อีกบ้างเนี่ย จะไปพักค่ะ ^^





เรานั่งเล่นที่นี่กันพักใหญ่
.. กะว่าให้หายคิดถึง The Scenery ไปเลย ^^






.
.
.



ไปต่อกันที่ The Scenery Farm ค่ะ
.. เพิ่งรู้ว่ามีรถแบบนี้บริการด้วย
ค่าบริการคนละ 30 บาท





แวะถ่ายรูปกันนิดหน่อย





.. นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาเยือน The Scenery Farm  





คนเยอะมากกก..





หันไปทางไหนจ๊ะเอ๋แต่กล้อง
.. รวมทั้งกล้องตัวเองด้วย 55+





ก่อนกลับถิ่นเรา.. แวะซื้อ Soft serve หน่อย
.. เห็นคิวยาว แถมบอกว่าเป็น Premium Ice-cream ด้วย







Premium ตรงไหน.. ให้คะแนนรสชาติเท่าไอติมแมคนัลด์




v
v
v



อาหารมื้อเย็นของทั้ง 2 วัน
.. เราไปทานร้านครัวม่อนไข่
ติดใจร้านนี้ เคยมาทานตอนมาพักที่ La Toscana

เมื่อก่อนร้านเล็กกว่านี่มาก.. แต่ลูกค้าก็ยังแน่นเหมือนกัน
ถ้าใครจะมาทาน แนะนำให้เผื่อเวลารอโต๊ะสักนิดนึง





ร้านนี้ขับจาก Villa Moreeda ประมาณ 15 กม. (GPS 13.58238,99.233447)





เมนูอาหารแนะนำ





คุณสามีสั่ง.. ปลากะพงสามรส
เฮ๊ย มาถึงนี้สั่งอย่างอื่นไม่เป็นเหรอเนี่ย -_-“
ปล. จานนี้ 250 บาท





คุณภรรเมีย.. สั่งอาหารในเมนูแนะนำ “ยำผักกูด”
น้ำยำปรุงมาได้เปรี้ยวซะใจจริงๆ.. ส่วนตัวนะ ถ้าใส่วุ้นเส้นมาด้วยจะเพอร์เฟ็คมาก ^^





อันนี้.. ไม่เห็นในเมนู
แต่จำได้ว่าครั้งที่แล้วเคยสั่ง “เห็ดชุบแป้งทอด”
.. ทอดมาไม่ค่อยกรอบเท่าไหร่ แต่อร่อยใช้ได้
มื้อนี้ราคารวม 420 บาท + ข้าว 1 จาน
ปล. เมื่อวานเย็นร้านเดียวกันนี่แหละ สั่งผัดซีอิ๊วเห็ด เห็ดผัดน้ำมันหอย
ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ข้าว 1 จาน = 195 บาท




v
v
v


ขอจบทริปแค่นี้นะคะ
.. สัญญาว่าจะเอาทริปสงกรานต์ 2012 มาให้ชมก่อนปีใหม่ 2013 แน่นอน ..เหอ เหอ ^^




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2555    
Last Update : 17 มิถุนายน 2555 10:54:57 น.
Counter : 19489 Pageviews.  

[ตราด] TinkerBell Privacy Resort.. ฟ้าสวย น้ำใส ที่เกาะกูด


 


 

ช่วงกลางเดือน พ.ย. เห็น Ensogo.com ขายดีลของ Tinkerbell Privacy Resort..
ราคาโดยรวมแล้วก็ไม่แตกต่างกับราคาที่ขายในงานไทยเที่ยวไทยสักเท่าไหร่
หลังจากที่ทุกคนก็เครียดกันเรื่องน้ำท่วม อยากไปหาที่พักผ่อนคลายเครียดซะหน่อย
ก็เลยตกลงใจซื้อดีล สำหรับทริปวันพ่อปีนี้


v
v
v


ทริปนี้เป็นครั้งที่สามแล้วค่ะ ที่เราสองคนไปเที่ยวเกาะกูดกัน
ครั้งแรก 5-7 พ.ค. 2549.. พักที่ Bai Kood Shambala ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็น Away Resort
ครั้งที่สอง 4-7 ก.ค. 2552.. พักที่ Captain Hook Resort
(ปล. ทำบล๊อกไว้ด้วยค่ะ ตอนนั้นเพิ่งหัดเขียนริวิวใหม่ๆเลย ^^)
และครั้งนี้ ครั้งที่สาม 3-5 ธ.ค. 2554


การเดินทาง.. ถ้าขับรถส่วนตัวก็ตามแผนที่ด้านล่างนี่เลยค่ะ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 – 4.5 ชม. ขึ้นอยู่กับความสามารถของบุคคล ^^
ถ้าใครยังไม่เคยไปก็ตีซะว่า ใช้เวลา 4.5 ชม.
จอดรถได้ที่ท่าเรือเลย ค่าจอดคืนละ 50 บาท


ส่วนถ้าเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง
มีรถเอกมัย-ตราด บริการตั้งแต่ 06:00 – 23:30
ก็เลือกกันเอาตามสะดวกนะคะ

 


 

 

 


ทาง Tinkerbell นัดให้เรามาขึ้นเรือสปีดโบ้ทรอบ 11:45
แต่กว่าจะเรือจะออกก็ 12:15.. อาจจะเป็นเพราะช่วงวันหยุดยาว นักท่องเที่ยวเยอะ
รู้งี้ ไม่ต้องรีบซิ่งมาก็ได้ ^^


เรือจะแวะส่งแขกที่ Captain Hook Resort ก่อน
ส่วนเราสองคนต้องลงป้ายถัดไป.. Peter Pan Resort ค่ะ ^^


ลงจากเรือปุ๊ป.. น้องๆ พนักงานก็เชิญชวนให้ทานอาหารกลางวันก่อน
ไอ้เราก็งง ว่าเรากินได้ด้วยเหรอ..


Holly: “น้องค่ะ พี่พักที่ Tinkerbell ค่ะ ไม่ได้ซื้อแพคเกจด้วย ให้ทานอาหารที่นี่เหรอค่ะ”
พนักงาน: “พี่ต้น.. แขกของ Tinkerbell ค่ะ”
คุณต้น: “คุณ.. นะครับ เชิญทางนี้”


คุณต้นก็ช่วยเราสองคนยกกระเป๋าเพื่อไปขึ้นรถบั๊กกี้คันนี้
สรุปว่าเรือเที่ยวนี้ มีแค่เราสองคนที่พัก Tinkerbell
(ปล. จากความเข้าใจของตัวเอง คิดว่าคุณต้นน่าจะเป็นเมเนเจอร์ของ Tinkerbell)

 


 

 

 


ใช้เวลาแค่ประมาณ 5 นาทีเองค่ะ จาก Peter Pan
.. เราก็ถึง Tinkerbell แล้ว

 


 

 

 


ถ่ายให้เห็นบั๊กกี้เต็มๆคันหน่อย.. แล้วค่อยไปเช็คอินกัน
อาคารที่เห็นอยู่ด้านหลัง คือ ล้อบบี้ค่ะ

 


 

 


Welcome drink.. น้ำองุ่น
เสียดายเครื่องดื่มไม่ค่อยเย็นเท่าไหร่ ไม่งั้นคงชื่นใจดี ^^

 


 

 

 


ก่อนจะเข้าไปห้องพัก จะพาชมรอบๆ รีสอร์ทก่อนนะคะ
*เครดิตภาพจาก Tinkerbell Privacy Resort

 


 

 

 


.. เดินออกมาจากล้อบบี้ ด้านซ้ายจะเป็นสระส่วนกลาง
ด้านขวาจะเป็นห้องอาหาร.. ห้องเดียวของรีสอร์ท

 


 

 


 


 

 

 


บริเวณหน้าหาดก็เก้าอี้หลายตัว..
จากที่คำณวนด้วนสายตาก็น่าจะเพียงพอต่อจำนวนแขกที่มาพัก

 


 

 

 


Beachfront Villa จะอยู่แถวหน้าทั้งหมด
.. ที่เห็นเรียงกันเป็นแถวด้านซ้ายของภาพนะคะ

 


 

 


 


ไปดูห้องพักของเรากันดีกว่าค่ะ..


++ ทางเดินภายในรีสอร์ท ++

 


 

 

 


.
.
.


ห้องพักที่นี่มีแค่ 15 ห้อง
โดยแบ่งเป็น Beachfront Villa 8 ห้อง
และ Pool Villa 7 ห้อง
.. ห้องนี้ PV 7 ของเราเอง ^^

 


 

 

 


สวยเนอะ ^^.. มีน้ำตกด้วย
เราไม่ได้รีเควสเจาะจงห้องใดห้องนึงไว้ แต่เผอิญได้ห้องนี้พอดี
“โชคดีจริงๆ เลย ^^”

 


 

 

 


ขนาดสระก็พอว่ายได้ ไม่น่าเกลียด ^^
ส่วนเก้าอี้ตัวนี้แถมไม่ใช้บริการเลย

 


 

 

 


ผนังห้องทาสีฟ้า ให้บรรยากาศทะเล้ ทะเล ^^

 


 

 

 


Facility ภายในห้องก็มีทั้ง ทีวี เครื่องเล่นดีวีดี
wi-fi ตู้เชฟ ตู้เย็น ฯลฯ.. บรรยายไม่หมด ดูกันเอาเองละกันนะคะ
แหะ แหะ.. เริ่มออกอาการขี้เกียจ ^^


ประตูที่เห็นอยู่ในภาพ.. ประตูด้านขวาเป็นประตูห้องน้ำ
ส่วนประตูด้านซ้าย เป็นบันไดขึ้นไปชั้นสองค่ะ

 


 

 

 


ห้องน้ำ:- ส่วนของชาวเวอร์น่าจะมีน้ำอุ่น แต่เราเปิดมันไม่เคยอุ่นเลยค่ะ
ว่าจะไปถามที่หน้าฟร้อนท์ก็ลืมทุกที

 


 

 

 


รู้สึกว่าผ้าม่านตรงนี้บางไปนิดนึง.. กลัวคนมาแอบมอง ^^

 


 

 


 


ขึ้นไปดูชั้นสองกันต่อค่ะ

 


 

 

 


ข้างบนนี้.. ชิลๆ ดีแท้ ^^
ทางรีสอร์ทเซ็ทมินิบาร์ พวกวิสกี้ ไวน์ ไว้
แถมมีห้องน้ำด้วย (ด้านหลังประตูที่เห็นอยู่ในภาพ)

 


 

 

 


เปลใหญ่ เหมาะสำหรับสองคน.. นั่งแล้วไม่อยากลุกไปไหนเลยค่ะ ^^

 


 

 


 


 

 

 


จากตรงนี้.. เราก็เห็นทะเลเหมือนกันค่ะ

 


 

 

 


จากระเบียงมองลงไปด้านล่างค่ะ
เขี๊ยว เขียว ดูแล้วสบายตาจริงๆ ^^

 


 

 

 


.
.
.


หิวแล้วค่ะ.. ไปทานอาหารกลางวันกันดีกว่า


++ ห้องอาหาร ++

 


 

 

 


++ กุญแจบ้านค่ะ ++

 


 

 

 


++ ถ่ายจากชั้นสองของห้องอาหาร ++

 


 

 

 


เมนูอาหารและเครื่องดื่ม.. ถ้าใครซื้อแพคเกจกับทางรีสอร์ท
ไม่ต้องกลัวอดเลยค่ะ อิ่มหมีพีพัน แบบว่ากินกันจนจุก55+
(ปล. อันนี้ประสบการณ์จากที่เคยพักที่ Captain Hook Resort)

 


 

 


 


 

 

 


ราคาอาหารไม่ถูกค่ะ
ก็ราคานักท่องเที่ยวติดเกาะนะคะ ^^

 


 

 


 


 

 

 


สองจานแรกเป็นมื้อเที่ยงของวันแรก
ปลาทอดสามรส.. ราคา 380.-
ทอดมาได้กรอบพอประมาณ แต่กรอบไม่พอที่จะกินได้ทั้งตัว

 


 

 

 


ทะเลทอดกระเทียมราดข้าวยอดคะน้า.. ราคา 180.-
จานนี้มีกุ้งกับปลาหมึกค่ะ ยอดคะน้าสดและกรอบดี

 


 

 

 


สองจานหลังนี้เป็นมื้อเที่ยงของวันที่สอง
ส่วนมื้อเย็นทั้งสองมื้อ.. ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ
ขี้เกียจกางขาตั้งกล้อง ^^


มื้อเย็นวันที่สองเราสั่งปูม้ามาด้วย
เห็นโต๊ะข้างๆ เค้ากินซีฟู้ดอย่างเอร็ดอร่อย
ก็อยากกินบ้าง.. สั่งหอยเชลล์หนึ่งจาน กับปูม้ามาอีกหนึ่งตัว
ปูม้า ตัวละ 2 ขีด.. ราคา 100.-
คิดถึงซีฟู้ดแถวบางขุนเทียนเลย ก.ก. ละ 180 เอง -_-“
จริงๆ ในเมนูเค้าแจ้งไว้แล้วละ ว่า ก.ก. ละ 500.. ก็คนมันอยากกินอ่ะ


แซนวิชทูน่า.. ราคา 150.-
จานนี้ไม่ได้ชิมค่ะ ของคุณสีมา

 


 

 


 


ต้มยำกุ้ง.. ราคา 200.-
รสชาติใช้ได้.. ต้องสั่งข้าวสวยแยกต่างหาก อีก 30

 


 

 

 


ไอติมกะทิ.. อันนี้ไม่เสียตังค์ค่ะ

 


 

 

 


.
.
.


เราสองคนออกไปพายคายัค กันตั้งแต่บ่ายสาม
ไม่กลัวดำกันเลยนะเนี่ย ^^
ปล. ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายตอนบ่ายสามนะคะ ถ่ายช่วงพระอาทิตย์ตกค่ะ

 


 

 


แดดร่มลมตก
ผู้คนเริ่มออกมาทำกิจกรรมกันมากขึ้น
ทั้งเล่นน้ำ และพายคายัค

 


 

 


 


 

 


 


 

 

 


.
.
.


เช้าวันรุ่งขึ้น(07:00).. ตื่นพร้อมเสียงน้ำตกที่เพิ่งเปิด
รู้สึกสดชื่นมาก เสียงน้ำตกนี่ช่วยให้รีแลกซ์ทีเดียว


07:45.. ออกไปพายคายัคกันค่ะ
เราพายตั้งแต่หน้าหาดของรีสอร์ท.. เข้าไปในคลองเจ้า
.. พายจนสุดคลอง ใกล้กับน้ำตกคลองเจ้า แล้วก็กลับค่ะ
ไม่ได้เดินต่อไปยังน้ำตก


ก่อนถึงสุดคลอง.. มีแมงกระพรุนลอยอยู่ในน้ำเต็มไปหมด
หลายร้อยตัว อาจจะถึงพันก็ได้
เสียดายมากไม่ได้พกกล้องไปด้วย
.. ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะกลับมาถ่ายรูปเจ้าพวกนี้ให้ได้

 


 

 

 


เช้านี้อากาศสดใสมาก ฟ้าสวยจริงๆ

 


 

 


ทรายที่นี่ขาวนะคะ นุ่มเท้าด้วย ^^

 


 

 


 


.
.
.


ช่วงบ่ายเราขึ้นเขาลูกย่อมๆ ขึ้นไป “View Point Café
เป็นร้านกาแฟ.. มีกาแฟเวียดนาม กับอาหารเช้าเล็กๆน้อยๆขาย
จำพวกซีเรียลกับแพนเค้ก

 


 

 

 


เป็นร้านเล็กๆ ตั้งอยู่หินแบบนี้แหละค่ะ

 


 

 

 


เจ้าของร้านเป็นออสเตรเลียน.. บอกเราว่าไม่ค่อยมีคนไทยมาอุดหนุนเท่าไหร่
และเพิ่งเปิดมาได้สองซีซั่นเท่านั้นเอง

 


 

 

 


กาแฟเวียดนามแก้วนี้ราคา 60 บาท.. รสชาติใช้ได้ทีเดียว

 


 

 


เอ.. หรือจะถือว่า 60 บาท เป็นค่าวิวดีเนี่ย ^^
ปล. ถ้าใครไปร้านนี้ไม่ถูก ถามพนักงานที่ Tinkerbell ได้ค่ะ รู้จักกันทุกคน

 


 

 


.
.
.

 


ไหนๆ ก็คืนสุดท้ายแล้ว
ขอถ่ายไนท์ชอทสักหน่อยละกัน


++ บริเวณล้อบบี้ ++

 


 

 

 


.
.
.


เช้าก่อนที่เราจะเดินทางกลับ (5 ธ.ค. 54)
ตื่นตั้งแต่หกโมง..ตั้งใจว่าจะพายเรือคายยัค
กลับไปถ่ายภาพแมงกระพรุนในคลองเจ้าที่เห็นเมื่อวาน
แง!.. มันหายไปไหนหมดอ่ะ เหลืออยู่ไม่กี่ตัวเอง
สุดท้ายก็ไม่ได้ภาพกลับมาอีกตามเคย T.T


ถ้าใครชอบความสงบ.. แนะนำว่าให้มาพายคายัคในคลองเจ้าตอนเช้าๆ เลยค่ะ
ไม่มีคนพายคายัคในคลองเลย น้ำในคลองนิ่งมาก ท้องฟ้าสะท้อนในผืนน้ำ.. ชอบค่ะ ^^

 


 

 


 


เรือสปีดโบ้ทเที่ยวกลับ ออกจากปีเตอร์แพนรีสอร์ท เวลา 09:30..
แวะรับแขกที่กัปตันฮุกรีสอร์ทอีก 3-4 คน ก่อนที่จะตรงกลับเข้าแหลมศอก

 


 

 

 


v
v
v


เสน่ห์ของเกาะกูดไม่เคยจางหายไป เรามีความสุขทุกครั้งที่กลับมาเยือน
บ๊าย บาย นะ เกาะกูด.. แล้วเราจะกลับมาใหม่



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



ค่าเสียหาย :-
- ซื้อดีลจาก Ensogo ราคา 11,390 บาท
o พัก 2 คืน ในห้อง Beachfront Villa หรือ Pool Villa
o อาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน
o บริการนวดผ่อนคลาย 2 ชั่วโมง
o ฟรีพายเรือแคนู หรือทัวร์ท่องเที่ยวน้ำตก (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
o บริการ Wi-Fi อินเตอร์เนต ทั่วบริเวณโรงแรม6120
- สำหรับการเข้าพักในคืนวันศุกร์หรือคืนวันเสาร์ 800 บาท / คืน = 800 บาท
- ค่า Speedboat ไป-กลับ 1,200 x2 = 2,400 บาท
- ค่าอาหาร (4 มื้อ) 2,410 บาท
- ค่าเครื่องดื่ม (เบียร์) 60x2 = 120 บาท
- ค่าเครื่องดื่ม (น้ำอัดลม) 30 บาท
- ค่าเครื่องดื่ม (Cocktail) 180x2 = 320 บาท
รวมทั้งหมด 17,470 บาท / 2 คน = 8,735 บาท / 1 คน


ราคาหน้าเว็บ

 


 

 

 


ราคาที่ขายในงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 21 (3-5 มี.ค. 54)
*เครดิตภาพ พี่อุ๊ (หมูอ้วนจอมพลัง)
เป็นโปรโมชั่นราคาเข้าพักวันธรรมดา.. ซึ่งถือว่าราคาดีมาก
แต่ถ้าราคาเข้าพักวันหยุดสุดสัปดาห์หรือลองวีคเอน ก็ถือว่าราคาไม่ต่างกันเท่าไหร่
(ตกแล้ว.. ซื่อดีลถูกกว่า 9,900-8,735 = 1,165x2 = 2,330 บาท)
แต่ถ้าใครชอบรับประทาน แบบว่ามื้อเย็นซีฟู้ดวางเต็มโต๊ะ
แนะนำว่าซื้อแพคเกจโดยตรงกับทางรีสอร์ทไปเถอะค่ะ.. คุ้มกว่า สบายใจกว่ากันเยอะ ^^

 


 

 

 




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2554    
Last Update : 9 มิถุนายน 2555 13:32:25 น.
Counter : 3588 Pageviews.  

[เชียงราย] ไร่แสงอรุณ : เดือนแจ่ม 2

ไร่แสงอรุณเป็นรีสอร์ทอีกแห่งหนึ่งที่ฮอตฮิตของชาว BluePlanet
รีสอร์ทตั้งอยู่ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
ใช้เวลาขับรถประมาณ 1.5 – 2 ชม. จากสนามบินเชียงราย
ถนนหนทางบางช่วงค่อนข้างลำบากนิดนึง เป็นหลุมเป็นบ่อ
แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับคนชอบเที่ยวแต่อย่างใด ^^


++ สวนผัก ++
ปลูกกันหน้ารีสอร์ทนี้แหละ ^^



++ ล้อบบี้ ++



ส่วนนี้มีอินเตอร์เน็ทให้ใช้ฟรีค่ะ
ปล. ส้มโอเต็มต้นเลย



เจ้าเหมียวหลับอุตุ สบายอารมณ์มาก



สวนผักอีกแปลงนึง อยู่ด้านติดแม่น้ำ






รับประทานอาหารเช้ากันตรงนี้
ได้วิวทิวเขาฝั่งลาวกับแม่น้ำโขงไปพร้อมๆ กัน








เดินลงไปด้านล่าง.. ด้านขวาเป็นห้องสัมมนา
ส่วนด้านซ้ายเป็นริมโขง 1-3




ถ้ามาสัมมนากันห้องนี้ก็ได้วิวแม่น้ำโขงไปเต็มๆ ^^



ห้องริมโขง




.
.
.


ระหว่างเดินไปห้องพักของเรา ห้องเดือนแจ่ม 2
ต้องเดินผ่านทุ่งนา



ช่วงนี้ข้าวกำลังออกรวงเลย



.
.
.


เข้าไปดูห้องพักกันบ้างค่ะ










ระเบียงห้องพักกว้างขวาง
แต่เสียดายว่าตรงนี้ได้รับแดดบ่ายเต็มๆ “ร้อน!”




จากระเบียงห้องได้มองวิวมุมกว้างทีเดียว
เห็นแม่น้ำโขงกับกับล้อบบี้อยู่ลิบๆ




.
.
.


ตกดึกได้ฤกษ์ทดลองวิชา ที่ไปขอมาจากพี่อุ๊ (หมูอ้วนจอมพลัง)



เย้! สุดท้ายก็ได้ถ่ายดาวกับเค้าซะที
ลองมาตั้งหลายรอบแล้ว ไม่ได้ดั่งใจ
(ปล. อันนี้เก็บเรคคอร์ดไว้ถ่ายคราวหน้า โหมด M, F 4.8, ISO 1250,
Metering:Spot, Shutter Speed:30s, Manual focus ที่ infinity)



.
.
.


เช้านี้ตื่นสายตามเคย ก็ไม่ได้รีบร้อนไปไหนนิ
เกือบ 8 โมงแล้ว ยังพอมีหมอกให้เราได้เห็นบ้าง









.
.
.


ไปทานอาหารเช้ากันค่ะ


++ ซุป ++
ซุปถ้วยนี้ อร่อยตามที่อาจารย์กิตติ (ชานไม้ชายเขา) แนะนำจริงๆ



++ ABF มาพร้อมกับสลัด ++
ผักสลัดสดมากจริงๆ ก็ปลูกเองนี่เนอะ ^^



อาหารเช้าของเพื่อนร่วมทริปเป็นไข่ม้วนมังสวิรัติ




++ น้ำกระเจี๊ยบ ++
กระเจี๊ยบที่นี่ก็ปลูกเองค่ะ



ส้มโอก็จากต้นที่อยู่หน้าล้อบบี้ ^^



ที่นี่เสิร์ฟกาแฟสดด้วย
แต่รสชาติยังต้องปรับปรุงค่ะ



.
.
.


ก่อนเช็คเอาท์กลับกรุงเทพ
ก็ขอเดินเล่น ถ่ายรูปรอบๆรีสอร์ทอีกสักรอบ











.
.
.


ภาพสุดท้าย ทุ่งนาเขียวขจีจากเส้นทางระหว่างไร่แสงอรุณ – สนามบินเชียงราย






 

Create Date : 28 ตุลาคม 2554    
Last Update : 28 ตุลาคม 2554 21:09:44 น.
Counter : 1815 Pageviews.  

[Thailand Boutique Awards 2011] Paresa Resort Phuket - Luxury Resort ณ หาดกมลา

อีกหนึ่งโอกาสที่หยิบยื่นให้จาก โครงการ Thailand Boutique Awards 2011..
ทำให้เราได้รับประสบการณ์จาก “ภารีสา : Heaven of all Heavens“ แห่งนี้


v
v
v


Paresa Resort Phuket
ตั้งอยู่บนเนินเขาบริเวณหาดกมลา เนื้อที่ทั้งหมด 14 ไร่




รถคันนี้แหละค่ะ.. ที่คอยรับส่งเราทั้งขาไปขากลับ
ขึ้นรถปุ๊ป.. ไดร์เวอร์ส่งผ้าเย็นให้คนละหนึ่งผืน
พร้อมทั้งแจ้งว่าจะใช้เวลาทั้งหมด 45 นาทีจากสนามบิน
บนรถมีเอกสารเกี่ยวกับรายละเอียดของโรงแรม
และเอกสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยวภูเก็ตอีกหลายฉบับ


เมื่อรับแขกขึ้นรถ ไดร์เวอร์ต้องโทรแจ้งที่รีสอร์ท 2 ครั้งด้วยกัน
ครั้งแรกเมื่อออกจากสนามบิน
ครั้งที่สองก่อนถึงรีสอร์ทประมาณ 4 กม.
.. เป็นความใส่ใจเรื่องแรกที่เราได้พบเห็นกับการเข้าพักครั้งนี้


รถจอดปุ๊ป.. Mr. Scot Toon, GM ของภารีสาจะมาคอยรับแขกทุกท่านด้วยตัวเอง
ทำให้รู้สึกถึงความพิเศษมากขึ้นไปอีก


ปล. เคยเห็นรูปที่พี่เอ๋ (I-am-Nina) ถ่ายรถของภารีสา
เรานึกว่ารถคงเลอะโคลน.. แต่จริงๆ แล้วเป็นลายไทยค่ะ
เข้าใจผิดมาเป็นปีเลย ^^




.
.
.


เราจะไปเช็คอินกันในห้องพักเลยค่ะ


ก่อนเดินเข้าไปในตัวรีสอร์ท ก็ต้องตีฆ้องต้อนรับกัน
ก่อนที่จะเปิดประตูสู่สวรรค์ “ภารีสา : Heaven of all Heavens”




ผ่านประตูบานนี้เข้าไป..
เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกนึง..
แผ่นโมเสกสีทองระยิบระยับ..




อีกมุมนึง..
คู่แต่งงานหลายๆคู่ นิยมจัดงานมงคลสมรส ณ Miracle Lawn แห่งนี้




มองกลับมา.. เห็นประตูบานที่เราเดินผ่านเข้ามา




.
.
.


ห้องพักที่นี่ทุกห้องเป็น sea view และมีสระว่ายน้ำส่วนตัว.. จำนวน 49 ห้อง
แบ่งได้เป็น 5 room types


*Cielo Residence (660 ตร.ม.)
เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด และอยู่ชั้นบนสุด
ได้เห็นวิว 360 องศาทีเดียว


*Dima Spa Suite (210 ตร.ม.)
เหมาะสำหรับคู่รักที่ชื่นชอบการนวดจริงๆ
มีเตียงนวด ห้องอบไอน้ำ อ่างจากุชชี่พร้อม


*Cliff Villa (160 ตร.ม.)
อยู่ริมหน้าผา.. เราชอบห้องนี้ตรงที่ได้เสียงคลื่นกระทบโขดหินด้านล่าง
ผ่อนคลายดีจริงๆ ^^


*Aqua Suite (140 ตร.ม.)
ห้องที่เราเข้าพักนั้นเอง.. เสียดายไม่ได้พัก Cielo Residence เหมือนพี่เอ๋ (I-am-Nina) ^^


*Talay Suite
ห้องนี้น่าจะเหมาะกับครอบครัว
Talay Suite 2 ห้องที่อยู่ชั้นเดียวกัน ต้องใช้สระว่ายน้ำร่วมกัน
แต่ได้สระว่ายน้ำยาวถึง 12 ม. ทีเดียว


.
.
.


ไปชมห้อง Aqua Suite กันดีกว่าค่ะ


การตกแต่งของที่นี่ มีกลิ่นอายของความเป็นไทยอยู่เยอะทีเดียว
เห็นได้จากภาพลายไทยติดผนังบนหัวเตียง..




รวมทั้งหมอนสามเหลี่ยมและพัดใบลานที่วางไว้บนเดย์เบด..
พร้อม welcome fruit เซ็ทไว้ให้ .. ด้านขวามี Espresso Machine
ส่วนด้านซ้ายเป็น มินิบาร์




อ้อ.. พูดถึงความเป็นไทย
ลืมโชว์ชะลอมใส่กลีบกุหลาบกับใบไทยที่ Angel มอบให้




ปล. พนักงานที่นี่ทุกคนเป็นนางฟ้าค่ะ “Angel”
ตามธีมของภารีสา ^^ .. แถมการบริการของ Angel ทุกท่านก็ไม่เป็นรองโรงแรมที่ไหน
สถานที่สวยงาม อาหารอร่อย.. คงทำให้เรียกที่นี่ได้เต็มปากว่า “Heaven”


ส่วน welcome drink นั้น ได้เซ็ทไว้ในห้องพักของเราแล้ว


++ Sparkling wine ++




บัลโคนี่ด้านนอก..
ตอนถ่ายภาพก็ลืมเซ็ทเบาะให้มันเรียบร้อย.. -_-“




กลับเข้าไปดูด้านในกันต่อค่ะ..
ซิงค์ล้างหน้าคู่ + ตู้เสื้อผ้าคู่.. ไม่ต้องแย่งกับเพื่อนร่วมทริปแน่นอน ^^




สบู่ที่นี่ใช้ของ Karmakamet.. หอมมาก ^^




กระจกรอบด้าน.. ไม่พลาดวิวสวยๆแน่นอน
เปิดประตูออกไปยัง Outdoor shower..
ส่วนด้านนอกติดกันเป็นสระส่วนตัว




อีกฝั่ง.. Indoor shower




ผลิตภัณฑ์จำพวก shower gel, shampoo, conditioning, lotion เป็นของ Thann ทั้งหมด




++ Outdoor shower ++




ได้นอนแช่อ่าง.. ชมพระอาทิตย์ตก ช่างมีความสุขจริงๆ




พระอาทิตย์ตก ณ ภารีสา ^^




.
.
.


อีกสิ่งหนึ่งที่เก๋ไม่น้อย..
อย่างกล่องใส่รีโมทครอนโทลทีวีและเครื่องเล่นดีวีดี
มีป้ายติดหน้ากล่อง “Under Control”




กล่องใส่น้ำตาลสำหรับชา กาแฟ ..
“Sweenten Me Up”




Laundry Bag = “Clean Me”




สุดท้ายถุงใส่ไดร์เป่าผม = “Hot Air”




.
.
.


ต้นไม้ในรีสอร์ทช่วงนี้ เขียวชอุ่มจริงๆ
ส่วนตัวชอบที่ให้ความรู้สึกเหมือนเที่ยวทะเลกับภูเขาในทริปเดียวกัน
เพราะที่ตั้งของภารีสาก็อยู่บนเขา.. ต้องเดินขึ้นลงบันไดกันนิดหน่อย
ถ้าใครไม่ชอบเดิน.. ก็มีรถบั๊กกี้บริการตลอด ^^




กล้วยพันธุ์นี้ไม่เคยเห็นมาก่อน..
ขนาดกล้วยแต่ละลูกเท่านิ้วก้อยเอง.. หรือว่ามันจะโตได้อีก?




เดินผ่านดงนี้.. หอมกลิ่นใบเตย
ชื่นใจจัง ^^




.
.
.


ห้องอาหารของที่รีสอร์ท ทั้งหมด 2 ร้าน ซึ่งใช้บริเวณร่วมกัน


++ ทางเข้าห้องอาหาร ++
ขนาดหน้าลิฟต์ยังเพนท์ลายไทยไว้เลย ^^




Diavolo เสิร์ฟอาหารเช้า และอาหารอิตาเลียนในช่วงกลางวัน และมื้อเย็น
Talung Thai เสิร์ฟอาหารไทยในช่วงกลางวัน และมื้อเย็น




ช่วงอาหารเช้าจะมีการจัดไลน์บุฟเฟต์ไว้ตรงกลาง
ส่วนอาหารชนิดอื่นที่ไม่ได้จัดวางไว้ แขกสามารถสั่งเพิ่มได้จากเมนู
หวานถ่ายภาพไว้เฉพาะอาหารเช้าของวันสุดท้าย


++ โจ๊กหมู ++




ไลน์บุฟเฟต์อาหารเช้าของที่นี่ จะแปลก(มาก)กว่าที่อื่นๆ
มีสปาร์คลิ่งไวน์ในเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย




ฝั่งนี้เป็นพวก cold cut




ด้านนี้เป็นจำพวกขนมปังและ pastry



การเซ็ทโต๊ะ.. สำหรับอาหารทุกมื้อ จะแตกต่างกันออกไป
การตกแต่งใช้ไม้ สีเข้ม.. หลังคาสูงโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี


++ indoor #1 ++




++ indoor #2 ++




ถ้าวันไหนอากาศดีๆ ฝนไม่ตก.. จะเซ็ทโต๊ะอาหารด้านนอกด้วย
แต่ช่วงที่เราไป.. ฝนดันตกทุกวันซะได้


เห็นทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา ^^





มุมนี้.. ถ่ายจาก Miracle Lawn ด้านบน




ส่วนอาหารกลางวันได้ทานแค่มื้อเดียว
จากที่พักทั้งหมด 3 วัน


จานนี้อร่อยถูกใจคนทานเนื้ออย่างเรามาก ^^
ถือเป็น Signature dish อีกจานนึงของที่นี่
เสิร์ฟมาพร้อมกับ Tomato Chutney และ avocado


++ Paresa Burger ++




.
.
.


“Muse” ห้องสมุด.. สามารถมายืมหนังสือ ดีวีดี ได้ที่นี่
ข้างบนนี้ก็ Sea view เหมือนกัน




“The Spa by PARESA” ที่นี่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Panpuri
เราได้ลองใช้บริการเหมือนกัน.. สบายจนเคลิ้มกันไปเลย




เลือกเมนูสปากันได้ตรงนี้




“Energy floatation pool” .. สระนี้จะมี Rose quartz crystal ขนาดยักษ์แขวนอยู่
เชื่อว่ามีพลังในด้านความรัก.. แขกสามารถลงไปแช่ในสระได้
แต่ช่วงที่เราไปฝนตก.. ก็เลยแห้วตามฟอร์ม





“Fiber-optic lit infinity swimming pool” เท่าที่ยืนสังเกตอยู่พักใหญ่ จะเปลี่ยนได้ทั้งหมด 5 สี
เวลาที่น้ำกระเพื่อม รู้สึกเหมือนดาวใต้น้ำพวกนี้เคลื่อนไหวได้จริงๆ ^^
เวลาที่ไฟเปลี่ยนสี จะค่อยๆเปลี่ยนค่ะ..


++ สีฟ้า ++




++ สีเขียว ++




++ สีม่วง ++




++ สีเหลือง ++




++ สีเขียวเทอร์คอยซ์ ++




.
.
.


เช้าวันสุดท้าย.. รุ้งตัวนี้ปรากฏกายให้เห็น
วันนี้ภูเก็ตคงฟ้าแจ้งแล้วล่ะ หลังจากที่ฝนตกทุกวัน
แต่เราต้องกลับแล้วล่ะ T.T




.
.
.


ขอบคุณโครงการ Thailand Boutique Awards 2011
ที่ให้โอกาสเราได้รับประสบการณ์พิเศษๆในครั้งนี้


ขอบคุณ Mr. Scot Toon, คุณนา, Mr. Min Ching Lin, คุณมนซี่ ที่มาต้อนรับด้วยตัวเอง..
และ Angels ทุกท่านสำหรับการบริการที่เรียกได้ว่า extraordinary..




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2554    
Last Update : 10 ตุลาคม 2554 19:17:07 น.
Counter : 1797 Pageviews.  

[Thailand Boutique Awards 2011] Supanniga Home Boutique Hideaway, Khon Kaen


ทริปนี้เป็นหนึ่งในภารกิจของ โครงการ Thailand Boutique Awards 2011..


Supanniga Home เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่อยู่ในลิสต์โรงแรมที่อยากไปพัก
แต่ไม่มีโอกาสได้ไปสักที.. จนได้มีโอกาสจาก TBA 2011 นี่แหละ
"สมใจอยากสักที" ^^


Supanniga Home
อยู่บนถนนโพธิสาน จังหวัดขอนแก่น.. ใกล้กับวัดศรีสว่างโนนทัน


.
.
.


เราเดินทางจากกรุงเทพโดยใช้ถนนมิตรภาพผ่านโคราช
ระยะทางทั้งหมด 448 กม. ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 5 ชั่วโมง
ออกจากกรุงเทพฯ เที่ยงกว่าจะถึง Supanniga Home ก็ห้าโมงกว่าเข้าไปแล้ว
ไม่ได้เที่ยวที่ไหนเลย.. อยู่แต่ในรีสอร์ท


.
.
.

และแล้วเราก็เข้ามาถึงทางเข้ารีสอร์ท
ดูจากทางเข้าบรรยากาศเหมือนจะแห้งแล้ง
แต่เมื่อย่างเข้ามาในรีสอร์ท รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
มองไปทางไหนก็เห็นสีเขียว ร่มรื่นสุดๆ


ต้นไม้ใน Supanniga Home เจ้าของรีสอร์ทลงมือปลูกเองทุกต้น



Supanniga Home เป็นหนึ่งในโรงแรมในเครือ Relais & Chateaux
และ Isan Boutique Collection


เจ้าของรีสอร์ทได้ใช้พื้นที่ของบ้านเดิม ในการทำรีสอร์ท
ที่ใช้ชื่อว่า "Supanniga Home" นั้น เนื่องจากต้นต้นสุพรรณิการ์เป็นต้นไม้ดั้งเดิมที่ปลูกไว้



++ ล้อบบี้อยู่ในบริเวณเดียวกับ Banyan Terrace ++
เข้ามาเช็คอินกันก่อนนะคะ



ที่นี่เน้นการบริการ เหมือนเครือญาติ.. ทุกคนบริการด้วยใจจริงๆค่ะ เรียกได้ว่ามี service mind กันทุกคน


ลูกค้าที่มาพักส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ ที่อยากจะสัมผัสกับวัฒนธรรมอีสาน
ทางรีสอร์ทมีกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมต่างๆ ไว้ให้ เช่น คลาสสอนทำอาหารอีสาน คลาสสอนเซิ้ง ต่างๆ
ส่วนลูกค้าคนไทยจะเข้ามารับประทานเป็นส่วนใหญ่


++ ขนาดล้อบบี้ยังร่มรื่นซะขนาดนี้ ++



.
.
.


Supanniga Home เป็นรีสอร์ทเล็กๆ มีทั้งหมด 3 วิลล่าด้วยกัน
- Velu Villa (2 ห้องนอน)
- Banyan Villa
- Lom Laeng Villa


++ เสิร์ฟชาผู่เอ๋อ เป็น welcome drink ++
ปกติที่อื่นจะเสิร์ฟแต่เครื่องดื่มหวานๆ ส่วนตัวแล้วเราไม่ค่อยชอบ
หวานมากบ้าง น้อย แตกต่างกันไป.. แต่ที่นี่เสิร์ฟเป็นชาเย็น
ชารสนุ่มๆ ไม่ใส่น้ำตาล สดชื่นดีค่ะ




v
v
v


Velu Villa (เวฬุวิลล่า) เวฬุหมายถึงไผ่
ทำให้วิลล่าหลังนี้ประดับไปด้วยไผ่ถึง 3 ชนิด
ไผ่เขียว ไผ่ดำ และไผ่ทอง


++ ป้ายนำทางไปยัง Velu Villa ++




Velu Villa ผสมผสานระหว่างโครงสร้างของวิลล่าที่ดูสมัยใหม่
กับวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในซึ่งเป็นของพื้นเมือง ทั้งไม้ไผ่ ตะกร้าจักสานต่างๆ


++ จากบันไดทางเข้า.. ถ้ามองจากด้านหน้า
ทางซ้ายเป็นห้องนั่งเล่น.. ส่วนด้านขวาเป็นห้อง Garden View Room ++



.
.
.


ห้องนอนแรก: Pool Room (Velu Villa)


- เตียงเดี่ยว Double Bed พร้อมห้องน้ำส่วนตัว
- สระจากุชชี่กลางแจ้ง



++ สระจากุชชี่กลางแจ้ง
ด้ายซ้ายเป็นห้องครัวค่ะ ++


++ อีกมุมนึง.. ด้านตรงข้ามเป็นห้องน้ำค่ะ ++



++ มินิบาร์ในห้อง ++


++ โต๊ะทำงาน ++


++ ห้องน้ำ.. แอบเซกซี่นิดนึง ++
ก่อนอาบน้ำ เราก็เขย่งมองหลายรอบ ^^ .. ไม่โป๊แน่นอนค่ะ พื้นที่ด้านนอกต่ำกว่ามาก


++ ห้องอาบน้ำ คล้ายกับของห้อง Garden View Room ++


++ ห้องสุขา.. เล็กไปนิดนึง ++
นึกว่าอยู่ญี่ปุ่นซะอีก ^^
ของห้อง Garden View Room จะใหญ่กว่าค่ะ


.
.
.


ห้องนอนที่สอง: Garden View Room (Velu Villa)


++ เตียงคู่ Twin Bed (Queen-Sized) พร้อมห้องน้ำส่วนตัว ++




++ โต๊ะทำงาน + ตู้เสื้อผ้า ++



++ ทีวีจอแบน + เครื่องเล่นดีวีดี ++
พร้อมบีนแบคใบโต 2 ใบ


++ ระหว่างห้องน้ำกับห้องน้ำ เป็นกระจกกั้น
มีผ้าม่านเลื่อนปิดได้ค่ะ ++



++ เตียงนี้ทำหน้าที่เป็นเตียงนวดชั่วคราว.. ++
ถ้าคุณอยากจะเรียกใช้บริการนวดจากทางรีสอร์ท


++ ห้องอาบน้ำมีทั้งฝักบัวธรรมดา และเรนชาวเวอร์ ++


++ กระเช้าที่ใช้แขวนขวดสบู่ แชมพู ++
เก๋ดีค่ะ ^^.. เป็นกระเป๋าไม้ไผ่สาน


++ ห้องสุขา พร้อมสายชำระ ++


.
.
.


ห้องพักทั้งสองห้องจะใช้ห้องนั่งเล่นและห้องครัวร่วมกัน


++ ห้องครัว ++
จากมุมนี้จะมองเห็นประตูใหญ่
จะเห็นไผ่สีทอง และไผ่สีดำที่ตกแต่งข้างทางเดินที่ต่อระหว่างห้องครัวและห้องนั่งเล่น


จากด้านนี้มีเก้าอี้นั่งเล็กๆ
ส่วนประตูบานใหญ่ต่อออกไปยังระเบียงด้านหลัง


++ ห้องนั่งเล่น ++
ไปชมห้องนั่งเล่นด้านหน้ากันบ้างค่ะ
เหมาะกับมานั่งเล่นชิลๆ.. มองต้นไม้สีเขียวๆเนี่ย มันเพลินจริงๆค่ะ ^^


ขอลงรูปกลางคืนอีกหนึ่งชอท
จะได้เห็นเลย์เอาท์ของห้องนั่งเล่นชัดขึ้น


ถ้าจุดเทียนใส่ต้นไม้แก้วต้นนี้ตอนกลางคืน.. คงโรแมนติคน่าดู


v
v
v


Banyan Villa (บันยันวิลล่า) ในที่นี้พนักงานของรีสอร์ทบอกว่าบันยันหมายถึงบ้าน
วิลล่าหลังนี้เป็นบ้านดั้งเดิม ตั้งแต่ก่อนจะทำเป็นรีสอร์ท
ตกแต่งสไตล์คอทเทจ
- ห้องนอนเตียงเดี่ยว Double Bed
- ห้องนั่งเล่น
- ห้องรับประทานอาหาร
- ห้องครัว
- ห้องอาบน้ำกลางแจ้ง
- ระเบียง


ปล. ไม่มีโอกาสถ่ายภาพภายในค่ะ เนื่องจากมีแขกเข้าพัก


บริเวณของ Banyan Villa
ถ่ายจากบน Tree House


v
v
v


Lom Laeng Villa (ลมแล้งวิลล่า)
ตัวบ้านเป็นสีเหลือง สีเหมือนดอกคูณที่ออกดอกยามหน้าแล้ง
เน้นการตกแต่งภายในแบบอีสานดั้งเดิม ผสมกับรายละเอียดของนวัตกรรมร่วมสมัย
- เตียงคู่ Twin Bed (Queen-Sized)
- ห้องนั่งเล่น
- ห้องรับประทานอาหาร
- ห้องครัว
- Walk-in closet
- ห้องอาบน้ำและสุขากลางแจ้ง
- ระเบียง


ปล. ไม่มีโอกาสถ่ายภาพภายในค่ะ เนื่องจากมีแขกเข้าพัก (อีกเช่นเคยค่ะ) ^^


v
v
v


Krua Supanniga by Khunyai (ครัวสุพรรณิการ์ บาย คุณยาย)
ห้องอาหารแห่งเดียวของรีสอร์ทแห่งนี้
ทุกเมนูเป็นสูตรต้นตำหรับมาจากคุณยายของเจ้าของรีสอร์ท
รับประกันความอร่อยจากเจ้าของกระทู้ค่ะ ^^


++ ป้ายหน้าร้าน ++



ร้านอาหารแห่งนี้เป็นที่นิยมของชาวขอนแก่นทีเดียว
ลูกค้าแน่นร้านทีเดียว


++ โต๊ะเอาท์ดอร์ ++



++ โต๊ะเอาท์ดอร์อีกมุมนึง มองเห็นโต๊ะที่อยู่ด้านใน ++


++ มุมนี้.. ถ่ายให้เห็นโต๊ะด้านในแบบเน้นๆ ^^ ++



++ เมนูอาหารร้านนี้.. หนาใช้ได้เลย ++
พลิกไปพลิกมาหลายรอบกว่าจะได้สั่งอาหาร ^^


เย็นนี้เราสั่งอาหารมา 3-4 อย่าง
++ เริ่มด้วยเห็ดทอดกรอบ ++



++ ข้าวผัดมังสวิรัติ ++



++ ลาบเห็ด ++



จานสุดท้ายนี้ของเจ้าของกระทู้
++ ข้าวคลุกกะปิ ++



++ ส่วนเครื่องดื่มเราสั่ง "Virgin Water Melon Mojito" ++



v
v
v


เช้าวันรุ่งขึ้น.. มาฝากท้องไว้ที่ Krua Supanniga by Khunyai ตามเคย


++ บริเวณห้องอาหารยามเช้าอีกครั้ง ++


++ ทุกๆ บริเวณในรีสอร์ทแห่งนี้ร่มรื่นมาก ++


++ เข้าห้องอาหารกันเลยดีกว่าค่ะ.. "หิวแล้ว" ++



++ โต๊ะถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ++


++ เมล่อน.. มาก่อนเป็นจานแรก ++



++ เสิร์ฟพร้อมน้ำสับปะรดคั้นสดๆ ++



คุณพี่พนักงาน: "รับชาหรือกาแฟดีคะ"
Holly: "กาแฟ 2 ที่ค่ะ"
คุณพี่พนักงาน: "ไม่ทราบว่าจะรับเป็นเอสเพรสโซหรืออเมริกาโนค่ะ"
Holly: "มีคาปูชิโนไหมคะ?"
... ได้ใจไปเลยค่ะ ^^.. ไม่นึกว่าที่นี่เค้าจะเสิร์ฟคาปูชิโน
ส่วนมากเวลาไปพักโรงแรมจะเสิร์ฟแต่กาแฟดำธรรมดา
ถ้าสั่งพวกลาเต้ เอสเพรสโซ ฯลฯ ก็ต้องจ่ายเพิ่ม


++ อาหารเช้าเสิร์ฟเป็นข้าวต้มกุ้ง ++
อร่อยมาก ^^ .. เป็นสูตรของคุณยายค่ะ


++ เครื่องเคียงมีหลายอย่าง ++
ดอกแค ตำลึง เห็ด กุ้ง..
ส่วนอีกจานของเพื่อนคู่คิดเป็นมังสวิรัติ


v
v
v


อิ่มแล้ว.. เราสองคนขอขึ้นไปชม Tree House
หลังจากที่พลาดไปเมื่อวานนี้


Tree House มีทั้งหมดสามชั้น
ชั้นที่สอง มีฟูกที่นั่งให้เสร็จสรรพ
เมื่อวานก็เห็นกลุ่มเพื่อนมานั่งแฮงค์เอาท์กันตรงนี้


หันกลับอีกด้าน.. เป็นร้านอาหาร


ขึ้นไปต่อชั้นสามกันดีกว่าค่ะ


v
v
v


ขออนุญาติพาไปชมความร่มรื่นรอบๆรีสอร์ทอีกสักหน่อย


ถึงเวลาแพคกระเป๋ากลับบ้านกันได้แล้ว


.
.
.


ขอบคุณโครงการ Thailand Boutique Awards 2011
ที่ให้โอกาสเราทำหน้าที่ และได้มีโอกาสมาพักโรงแรมดีๆ แห่งนี้


ขอบคุณพนักงานทุกท่านของ Supanniga Home
ที่ให้การบริการและการต้อนรับอย่างดีและอบอุ่น







 

Create Date : 04 ตุลาคม 2554    
Last Update : 5 ตุลาคม 2554 8:50:03 น.
Counter : 4067 Pageviews.  

1  2  

Holly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




counter for blogger

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Holly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.