Group Blog

 
All Blogs

 

ชีวประวัติของประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐ ฯ - John F. Kennedy (ตอนจบ ใครฆ่าเคนนาดี้ ?)

(หากท่านเกิดหน้ามืดตามัวจะโหวตให้ผม ก็กรุณาโหวตสาขาประวัติศาสตร์นะครับ เพราะสาขาอื่นเค้ามีขาใหญ่หมดแล้ว ขอบคุณครับ)

ช่วงบ่ายของวันที่ 22 พฤศจิกายน 1963 หรือวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีเคนนาดี้ถูกลอบสังหารนั้น ชาวอเมริกันได้รับรู้ถึงการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยนามว่า Lee Harvey Oswald ชายหนุ่มอายุ 24 ปีผู้นี้ได้ยิงตำรวจเสียชีวิตก่อน จะนั่งรถแท็กซี่หนีเข้าไปในโรงหนังแท็กซัสโดยไม่จ่ายค่าตั๋วดูหนัง ทำให้คนเก็บเงินโทรศัพท์เรียกตำรวจ

ตำรวจกว่าสามสิบนายก็กรูเข้าไปในโรงหนังจับเพื่อกุมผู้ต้องสงสัยคนเดียว แต่ผู้ที่เข้าถึงเขาเป็นคนแรกถูกชกหน้าหงาย เกิดการต่อสู้กันนิดหน่อย ก่อนที่ออสวาล์ดจะถูกหิ้วปีกออกไป แต่ก็โวยวายลั่นว่าตัวเองไม่ได้ขัดขืนอะไร สาเหตุที่ออสวาลด์ถูกจับกุมเพราะ มีคนยืนยันว่าเห็นเขาอยู่ตรงหน้าต่างของตึก Texas School Textbook Depository ตอนที่เคนนาดี้ถูกยิง ทางตำรวจได้แจ้งให้ทุกหน่วยทราบถึงรูปพรรณของคนร้าย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งนามว่า J.D. Tippet ซึ่งลาดตะเวน อยู่แถว Oak Cliff ในเวลา 13.15 น. เห็น ออสวาลด์เข้าก็ขอตรวจค้น เลยถูกยิงตาย โดยมีใครหลายคนเป็นประจักษ์พยาน จนเขามาถูกจับกุมในที่สุด

(ใบหน้าของออสวาลด์ในรูปแบบต่างๆ)





ออสวาลด์ถูกตั้งข้อหาฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสังหารประธานาธิบดี แต่เขาปฏิเสธอย่างแข็งขัน โดยบอกว่าตัวเองเป็นแค่ Patsy หรือแพะรับบาป ทั้ง ๆที่มีการค้นพบปืนไรเฟิ้ลที่ชั้นหกของตึก Texas School Textbook Depository ที่สั่งซื้อภายใต้นามแฝงของออสวาลด์ ประวัติของหมอนี่ไม่เบาเหมือนกัน เคยเป็นนาวิกโยธิน (ทำให้เขาฝักใฝ่และเชี่ยวชาญในเรื่องปืน) แต่กลับมาฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ เคยอพยพไปตั้งรกรากที่โซเวียตในปี 1959 พร้อมกับขอยกเลิกสัญชาติอเมริกัน จนได้ภรรยาเป็นคนรัสเซีย แต่ก็หูตาสว่างเห็นความไม่ได้เรื่องของพรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตเลยกลับมาอยู่ที่อเมริกา และหันมาฝักใฝ่กับฟีเดล คาสโตรแทน ออสวาลด์ได้งานทำชั่วคราวที่ตึกเจ็ดชั้นตึกนั้น ในช่วงที่เคนนาดี้ถูกลอบสังหาร

(ภาพอันโด่งดังของออสวาลด์พร้อมกับไรเฟิ้ลที่เขาสั่งซื้อทางไปรษณีย์เพื่อสังหารประธานาธิบดี ว่ากันว่าภาพนี้ถูกแต่งโดยเทคนิคพิเศษ)




แต่แล้วก่อนที่จะถูกดำเนินคดีวันที่ 24 คือสองวันต่อจากนั้น ออสวาลด์ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปส่งเข้าคุกที่อยู่ใกล้ กับสถานีตำรวจดัลลัส เพราะได้รับจดหมายขู่ฆ่า ขณะที่เขาและตำรวจที่คุมตัวอย่างแข็งขันเดินลงมาจากลิฟท์มายังที่จอดรถใต้ดินของรถพัก ท่ามกลางบรรดาผู้สื่อข่าวจำนวนมาก Jack Ruby เจ้าของกาสิโนและผู้กว้างขวางย่านนั้นก็วิ่งเข้าไปยิงออสวาลด์อย่างอุอาจ ท่ามกลางสายตาของชาวอเมริกันนับล้านคนผ่านกล้องโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสด ออสวาลด์บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รูบี้ อ้างว่าเพราะต้องการช่วยเหลือแจ็คกี้ อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแบบสด ๆ ร้อน ๆ ไม่ให้ต้องทนทุกข์ทรมานกับขบวนการขึ้นโรงขึ้นศาล ซึ่งแน่นอนว่าคำอ้างของเขาฟังไม่ขึ้น แต่รูบี้ก็ป่วยตายก่อนจะถูกนำขึ้นศาล มีชาวอเมริกันไม่น้อยที่สงสัยว่า ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังเขาเพื่อที่จะฆ่าตัดตอนออสวาลด์เป็นแน่

(โดนยิงเข้าอย่างจัง -เกิดคำถามขึ้นมาว่ารูบี้สามารถเข้ามาที่ใต้ถุนของตึกได้อย่างไร ?)




วันที่ 29 ของเดือนเดียวกัน ประธานาธิบดีคนใหม่คือ Lyndon B. Johnson ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาโดยมีผู้พิพากษานามว่า Earl Warren เป็นประธาน ภายใต้ชื่อที่นิยมเรียกกันว่า คณะกรรมการ Warren (ที่น่าสนใจคือมีอดีตผู้อำนวยการ CIA ที่ถูกเคนนาดี้ไล่ออกคือ Allen Dulles รวมอยู่ด้วย) ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุและสืบสวนพยานอย่างละเอียดจึงสรุปว่า ออสวาลด์เป็นผู้สังหารประธานาธิบดีเพียงผู้เดียว มีการยิงด้วยปืนไรเฟิ้ลเพียงสามนัดเพราะพบปลอกกระสุนจำนวนเท่านั้นอยู่ที่ชั้นหกของตัวอาคาร มีเพียงนัดเดียวที่พลาดเป้า กระสุนที่เข้าไปที่คอของเคนนาดี้เป็นกระสุนนัดเดียวกันที่โดนตรงหลังของ ผู้ว่าการรัฐแท็กซัส ส่วนแรงจูงใจในการลอบสังหาร ไม่มีการพูดถึง แม้ออสวาลด์จะเคยอยู่ในโซเวียตมาก่อน ถึงแม้ข้อสรุปนี้จะได้รับการยอมรับจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการแต่ก็ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงจากหลายฝ่ายในเวลาต่อมา

Jim Garrison

ยังมีคนอเมริกันจำนวนมหึมายังติดใจสงสัยเบื้องหลังการลอบสังหารเคนนาดี้ จนถึงทุกวันนี้รวมไปถึง อัยการของเมือง นิว ออร์ลินส์ เช่น Jim Garrison ด้วย เขาคือแรงบันดาลใจและแหล่งข้อมูลสำหรับ Oliver Stone ผู้เชิดชูเคนนาดี้ในการทำหนังเรื่อง JFK (1991) และมีส่วนอย่างยิ่งสำหรับความเข้าใจของคนไทยทั่วไปเกี่ยวกับการลอบสังหารเคนนาดี้ แกร์ริสันมีความเชื่อว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารประธานาธิบดีเคนนาดี้ ไม่ใช่ ออสวาลด์ ชายหนุ่มผู้นี้เป็นเพียงแพะรับบาป ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ในหนัง ขณะที่แกร์ริสันซึ่งแสดงโดย Kevin Kostner นั่งดูทีวีที่ถ่ายทอดการแถลงของออสวาลด์ เขาก็พูดเปรย ๆว่า “เขาดูใจเย็นมากเหลือเกินสำหรับคนที่ตกอยู่ใต้แรงกดดันขนาดนั้น”

แกร์ริสันมีความเชื่อว่า ออสวาลด์รู้จักกับ ใครหลายคนที่นำเขามาเป็นแพะรับบาป บุคคลเหล่านั้นต่างมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับหน่วยงานของรัฐบาลเช่น CIA หรือ FBI รวมไปถึงพวกใต้ดินเช่น มาเฟีย ไม่ว่า David Ferrie , Clay Shaw หรือ Guy Banister แกร์ริสันจึงพยายามนำสองคนแรก (ส่วนคนหลังตายเสียก่อน) ไปสอบสวนและขึ้นศาล แต่ก็ได้รับการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนพยานที่เกี่ยวข้องหรือรู้เรื่องราวต่าง ๆ ถูกข่มขู่ ไม่กล้ามาให้ปากคำ บางคนก็ถูกเก็บ ชอว์โดนยกฟ้องและ แฟรรี่เองถึงแม้จะรอดจากเงื้อมือของกฏหมาย ก็ตายอย่างมีเงื่อมงำ แกร์ริสันเอง ก็โดนกล่าวหาว่าสติเฟื่อง อยากดังจึงข่มขู่พยานเพื่อสร้างเรื่องราวขึ้น

ในระหว่างการพิจาณาคดีของ Clay Shaw เมื่อปี 1969 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของหนัง แกร์ริสันพยายามจะบอกแก่สาธารณชนอเมริกันว่า แท้ที่จริง ผู้สังหารเคนนาดี้มีหลายคนทำงานกันเป็นทีมและเตรียมตัวกันมาอย่างดี จุดที่มือสังหารอยู่ไม่ใช่เพียงจากหน้าต่างของตึกเท่านั้นหากยังจากเนินที่มีหญ้าปกคลุม ซึ่งอยู่ใกล้รถขบวนประธานาธิบดี มีการยิงจากปืนไรเฟิ้ลสองกระบอกถึงหกนัด ในขณะที่ออสวาลด์ซึ่งอยู่ในตึกนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลยและอาจจะไม่ได้ยิงตำรวจด้วย ออสวาลด์คือผู้บริสุทธิ์ !!!

(ภาพอีกมุมตอนที่เคนนาดี้ถูกลอบยิง)




จุดสรุปของหนังเรื่องนี้ ก็คือตอนที่แกร์ริสันเดินทางไปพบกับ อดีตนายทหารที่ใช้ชื่อปลอมว่า ผู้พัน X (แสดงโดย Donald Sutherland) X ได้เล่าให้ฟังถึงความไม่ชอบมาพากลในวันที่เคนนาดี้เดินทางมายังดัลลัส โดยที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ฯ ต่างปล่อยปละละเลยเรื่องการรักษาความปลอดภัย ราวกับจะเปิดช่องให้มือสังหารทำงานได้สะดวก ที่ออกมาสรุปเรื่องราวทั้งหมดว่า

1.เกิดจาก CIA เพราะหลังจากที่ Bay of Pigs ล้มเหลว เคนนาดี้ต้องการลดอำนาจของ CIA โดยการไล่บรรดาผู้บริหารระดับสูงออก (เช่นดัลเลส) และมอบอำนาจให้กองทัพในการปฏิบัติงานใต้ดินแทนซีไอเอ

2. เกิดจากความพยายามของเคนนาดี้ในการถอนทหารอเมริกันทั้งหมดออกจาก เวียดนามภายในปี 1965 ซึ่งเป็นการขัดผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมอาวุธ (Military-industry Complex) อย่างแรงและนายทหารทั้งหลายที่มีเอี่ยวด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ ในวิกฤตการณ์คิวบาที่เคนนาดี้ตกลงกับครูซชอฟคนหัวล้านได้อย่างสันติ ก็ทำให้คนพวกนั้นไม่พอใจเป็นยิ่งนัก ซ้ำเคนนาดี้ยังใฝ่ใจในเรื่องสันติภาพ ต้องการยุติสงครามเย็น เป็นไปได้เช่นกันว่า รองประธานาธิบดี Lyndon B. Johnson จะล่วงรู้ในเรื่องนี้ด้วย เพราะหลังจากที่จอห์นสันได้เป็นประธานาธิบดี เขาก็ลงนามในการส่งกองกำลังทหารเข้าไปในเวียดนามแทนที่จะถอนออก

สรุปก็คือเคนนาดี้นั้นเหมือนกับจูเลีส ซีซาร์ จักรพรรดิ์โรมันที่ถูกลูกน้องรอบข้างเป็นศัตรูและรุมสังหารเขาในที่สุด ในประวัติศาสตร์มีอยู่สี่ครั้งที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ถูกสังหาร แต่ครั้งนี้คือการทำรัฐประหาร หรือ Coup d’etat เคนนาดี้ถูกโค่นโดยระบบราชการอันยิ่งใหญ่

ถึงแม้แกร์ริสัน ชี้ให้สาธารณชนถึงความเท็จจริงเหล่านี้ แต่ด้วยพยานบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ ทำให้ความพยายามของเขา กลายเป็นเพียงหนึ่งใน การไต่สวนหรือทฤษฎีการสมรู้ร่วมคิด (Conspiracy) จนถึงทุกวันนี้โดยนักประวัติศาสตร์หรือคณะกรรมการของรัฐบาลยังคงต้องทำงานต่อไปถึงสาเหตุการลอบสังหารของประธานาธิบดี หรือจนกว่า ความจริงยังไม่มีใครประจักษ์ชัด แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ คนผิดก็ไปเกิดใหม่นานแล้ว

(ภาพถ่ายของ Jim Garrison ตัวจริง)






( นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีเกี่ยวกับการลอบสังหารอื่น ๆ อีกที่ไม่ได้อยู่ในฉากนั้น หรือว่าไม่ได้อยู่ในหนังว่าเกิดจากการบงการของ

1.รองประธานาธิบดีจอห์นสัน ซึ่งได้ข่าวระแคะระคายว่า เคนนาดี้จะไม่เอาเขามาเป็นคู่หูในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 1965 แถมตอนที่เคนนาดี้ยังเป็นประธานาธิบดี จอห์นสัน เองยังต้องคดีเรื่องทุจริตอยู่หลายคดี เมื่อจอห์นสันได้เป็นประธานาธิบดีเรื่องพวกนี้ก็หายไปในกลีบเมฆ นอกจากนี้จอห์นสันและ ฮูเวอร์ยังพยายามทำให้สาธารณชนเชื่อว่า ออสวาลด์เป็นคนฆ่าเพียงคนเดียว แฟ้มทั้งหมดของการสืบสวนการลอบสังหารของคณะกรมการ Warren ถูกห่อเก็บไว้ภายใต้คำสั่งของจอห์นสันจะเปิดออกมาดูได้ก็ต่อปี 2093

2. พวกมาเฟียที่สูญเสียผลประโยชน์จากการยึดประเทศของคาสโตร และเคนนาดี้ทำปฏิบัติการ Bay of Pigs ในการโค้นล้มคาสโตรไม่สำเร็จ ทำให้คนเหล่านั้นโมโหเป็นยิ่งนัก

3. นอกจากนี้ข้อสอง ยังโยงมายัง ฮูเวอร์ผู้อำนวยการ FBI ผู้เกลียดชังเคนนาดี้ ที่ต้องการจำกัดอายุของผู้อำนวยการ FBI ให้ไม่เกิน 70 ปี ถ้าหากเคนนาดี้ได้รับการรับเลือกตั้งอีกครั้ง ฮูเวอร์จะต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่เมื่อจอห์นสันเป็นประธานาธิบดี เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการเอฟบีไอ “ตลอดชีพ” ถึงแม้ ฮูเวอร์จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสังหารโดยตรง แต่เขาอาจจะรู้ว่าเป็นฝีมือของมาเฟียซึ่ง Blackmail เขาเกี่ยวกับความเป็นพวกรักร่วมเพศ จึงเงียบไว้ก่อนดีกว่า


4. พวกคิวบา อาจจะเป็นพวกคิวบาพลัดถิ่นที่โกรธแค้นเคนนาดี้ที่ไม่ยอมช่วยเหลือพวกเขาใน ปฏิการ Bay of Pigs หรืออาจจะเป็นฝีมือของคาสโตรที่ต้องการล้างแค้นเคนนาดี้ ซึ่งพยายามจะลอบสังหารเขา

5. เป็นฝีมือของครูซชอฟหรือพวกผู้นำหัวรุนแรงในเครมลิน แต่ทฤษฎีนี้อ่อนเกินไป ฯลฯ )

บทส่งท้าย

แกร์ริสันรู้สึกเลือดขึ้นหน้าเมื่อได้ยิน ผู้พันX พูดถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารจบ

“ไม่น่าเชื่อเลย ว่าพวกเขาฆ่าเคนนาดี้เพียงเพราะเขาต้องการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง.... ในยุคนี้ในประเทศนี้”

ผู้พูดซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกันยิ้มและจ้องตาแกร์ริสันเหมือนเขาเป็นเด็กอายุสามขวบ

“เขาฆ่าผู้นำกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้ว มีกษัตริย์หลายพระองค์ถูกปลงพระชนม์ คุณแกริสัน การเมืองคืออำนาจ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น” ..............

ป.ล. ปัจจุบัน ตัว Jim Garrison และ Oliver Stone ก็โดนโจมตีจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับหลักฐานที่ยังสรุปไม่ได้จากหนังเรื่อง JFK แกร์ริสันเองประวัติส่วนตัว ก็ไม่ได้ดูสวยงามอย่างที่ปรากฏอยู่ในหนังของสโตน

(ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลจาก Wikipedia.com และภาพจาก Google.com)

 

Create Date : 08 มกราคม 2549
Last Update : 8 มกราคม 2549 16:11:36 น.

Counter : Pageviews.
20 comments

Add to Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark

 



อ่านแล้ว อ่านอีกก็ได้น่อ


 

โดย: ladydunce วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:15:49:10 น.  

 

โหวตให้ในสาขาประวัติศาสตร์ จะตรงไหมคะ

 

โดย: ป้ามด วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:16:33:07 น.  

 

ลืมบอกไปว่า โหวตให้ในสาขาประวัติศาสตร์นะคะ
พอดีไปเห็นในหน้าบล็อคย่อยว่าอยู่ในกลุ่มประวัติศาสตร์

ดูหนังJFKแล้วก็รู้สึกว่าสักวันคงมีความกระจ่างนะ

 

โดย: keyzer วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:17:33:12 น.  

 

ถ้าเรื่อง Oswald
เป็นเรื่องที่ถูกสร้างสถานการณ์ขึ้นจริงนี้
พวก FBI CIA ยุคนั้นก็น่ากลัวพอ ๆ กับในหนังฮอลลิวูดเลยล่ะ ผมว่า

 

โดย: ShadowServant (ShadowServant ) วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:17:33:47 น.  

 

สรุปแล้วแกเป็นแพะรับบาปใช่ไหมครับ

 

โดย: I will see U in the next life. วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:18:29:56 น.  

 

สหรัฐอเมริกาก็อย่างนี้.. ตั้งแต่ตั้งประเทศ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน...

ชอบอ้างตัวเองว่ามีระบบกฎหมายที่ดีเริ่ด.. แต่จริง ๆ แล้วชอบหาแพะหาแกะอยู่เรื่อย...

เรื่องซัดดัมในปัจจุบันหล่ะจะว่ายังไง.. ไหนหละ อาวุธทำลายล้างสูง...

เป็นชาติที่ชอบอ้างหลักการทางศีลธรรมและหลักกฎหมาย.. แต่ไม่เคยใช้มันเลย

 

โดย: ผีกองกอย วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:18:58:11 น.  

 

ตามมาติดๆ

อิอิ โหวตให้แล้วนะคะ

 

โดย: zMee วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:20:28:53 น.  

 

เสียดาย ฮือ อ่านกี่ทีก็เสียดาย ฮือ โหวตแร้นนะค่า หน้าไม่มืด

หน้าสวยค่ะ หน้าหมี

 

โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:21:45:25 น.  

 

อืม..หลายๆครั้งที่การเสียชีวิตของคนมีชื่อเสียงไม่สามารถหาข้อสรุปได้

หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

 

โดย: รักบังใบ วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:23:47:37 น.  

 

มาอ่านตอนจบค่ะ

 

โดย: rebel วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:9:34:22 น.  

 

โหวตให้สาขาประวัติศาสตร์ค่า

 

โดย: Batgirl 2001 วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:15:59:55 น.  

 

ขอบคุณทุกท่านที่มาแจมและโหวตให้ผมครับ ใช่ครับ ออสวาลด์ตามแนวคิดของแกร์ริสันเป็นแพะรับบาป ความจริงยังมีรายละเอียดมากกว่านี้แต่ไว้วันหลังจะเขียนเล่าให้ฟัง

 

โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:16:42:06 น.  

 

ไม่ค่อยเชื่อเรื่องหลักฐานเท่าไหร่ค่ะ

รู้สึกว่าหลักฐานนี่ถ้าเราไม่อยู่ในเหตุการณ์ มันอาจถูกสร้างขึ้นมาก็ได้ (สงสัยจะดูหนังมากไป)


ขอบคุณเรื่องไปให้ข้อมูลเรื่อง "นรกคือคนอื่น" นะคะ


ไม่ได้คุยกันนานเลยเนาะ เราสองคนเนี่ย

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:16:48:47 น.  

 

ยินดีด้วยนะคะ

Image hosted by Photobucket.com

 

โดย: Batgirl 2001 วันที่: 12 มกราคม 2549 เวลา:20:37:09 น.  

 

^^

 

โดย: zMee IP: 203.170.228.172 วันที่: 12 มกราคม 2549 เวลา:21:27:16 น.  

 

ยินดีด้วยนะคะ

 

โดย: rebel วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:5:28:41 น.  

 




ขอแสดงความยินดีกับผลโหวตด้วยค่ะ ^^ ...

 

โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:6:56:53 น.  

 

Image hosted by Photobucket.com

มายินดีกะผลโหวต และขอบคุณที่สนับสนุนบล็อกหมีด้วยค่า

Image hosted by Photobucket.com

 

โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:11:25:54 น.  

 

ขอบคุณคุณ Batgirl คุณ Rebel คุณหมี และคุณ Blueberry มากเลยครับ

 

โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 13 มกราคม 2549 เวลา:13:03:30 น.  

 

เพิ่งตามมาอ่านรวดเดียวจบค่า โอ้ อย่างกะนิยายสืบสวนสอบสวนเลย ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากๆ

แต่อ่านแล้วแอบนึกถึง ทฤษฎีสมคบคิด ยังไงก็ไม่รู้ อิ อิ

ขอบคุณอีกครั้งค่า (พูดบ่อยๆคงไม่เบื่อนะคะ ^ ^ )

 

โดย: tokei/tookei วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:6:53:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Johann sebastian Bach

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

Alternative Blog for another world view
 
Friends' blogs
[Add Johann sebastian Bach's blog to your weblog]
Links
 

 

 


Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.