Group Blog
 
All Blogs
 
ประวัติศาสตร์คืออะไร ? (1)

คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่าประวัติศาสตร์คือ

"วิชาที่ศึกษาความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตและนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ให้แก่สาธารณชนจนเห็นเป็นภาพชัดเจนราวกับภาพยนตร์ เป็นศาสตร์ที่เหมาะสำหรับคนชอบท่องจำและระลึกความหลังเก่า"

ความเข้าใจนี้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก็มีส่วนถูกแต่ไม่ใช่ทั้งหมด แท้ที่จริงประวัติศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ซับซ้อนมากศาสตร์หนึ่ง (เช่นเดียวกับปรัชญา) มากกว่าที่ใครหลายคนคิดแบบข้างบน มากกว่าที่จะรู้แค่ว่า รัชกาลที่ห้าเสด็จสวรรคตปี 1910 หรือสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดในปี 1945 ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เรียกว่า Historical Fact เหมาะสำหรับคนที่ท่องจำแบบรายการแฟนพันธุ์แท้ ไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ยังมีผลกระทบต่อสังคมและโลกอย่างมหาศาล มากกว่าการระลึกความหลังก่อน อย่างเช่น คำว่าชาติและรัฐชาติเกิดขึ้นมาได้เพราะคำว่าประวัติศาสตร์แท้ ๆ

แล้วประวัติศาสตร์คืออะไรกัน ?

ประวัติศาสตร์มาจากภาษาอังกฤษคือ History (พวกสตรีนิยมหรือ Feminism แอบค้อนพร้อมกับถามว่าทำไมมีแต่ His -Story ทำไมไม่มี Herstory บ้าง ?) History มาจากภาษากรีกโบราณคือคำว่า Historia แปลว่า การเรียนรู้หรือการรู้จักโดยการค้นคว้าศึกษา ,ประวัติศาสตร์,การบันทึกและการพรรณนา กล่าวโดยรวมแล้วประวัติศาสตร์คือ คือวิชาที่ศึกษาและตีความการบันทึกทางประวัติศาสตร์หรือเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตของมนุษย์ หากมองกันลึกๆ แล้ว มนุษย์ไม่มีทางที่จะศึกษาอดีตได้เป็นอันขาดเพราะอดีตเป็นเหตุการณ์ที่เกิดแล้วจบสิ้นไปแล้ว (เปรียบได้กับ Past tenseในภาษาอังกฤษ) สิ่งทีเหลืออยู่ก็คือความทรงจำของผู้ประสบพบเหตุการณ์ ,ร่องรอยของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่าง ๆเช่น ตำรา คัมภีร์ ภาพวาด วัตถุโบราณ โบราณสถาน ฯลฯ

กระนั้นสิ่งเหล่านี้มีขีดจำกัดในการบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะตัวมนุษย์ผู้บันทึกเองมีขีดจำกัดในการถ่ายทอด ผู้บันทึกไม่สามารถบอกเหตุการณ์นั้น ๆได้หมดสิ้น ถึงแม้เขาหรือหล่อนจะพยายามเขียนอย่างละเอียด (ดังนั้นก็อย่าหวังในหลักฐานอย่างอื่นเลย) แต่เนื่องจากตัวผู้บันทึกเองก็เป็นแค่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่

1. อยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่ก็เป็นมุม ๆ หนึ่ง เช่นเป็นทหารที่ไปรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ก็เห็นเฉพาะสมรภูมิที่เขาเข้าร่วม

2. ไม่อยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่ได้ยินคำเล่าลือมาอีกทีเช่นบาทหลวงฝรั่งเศสที่บันทึกเหตการณ์หลายๆ อย่างในสยามจากข่าวลือ

3. เขียนบิดเบือน เพราะผลประโยชน์ทางการเมือง ดังคำพูดยอดนิยมที่ว่า "ผู้ชนะย่อมเขียนประวัติศาสตร์" (คำพูดนี้เอามาจาก Winston Churchchill นายกรัฐมนตรีของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง) ความจริงผมเห็นว่าประวัติศาสตร์ก็สามารถถูกเขียนด้วยผู้แพ้เหมือนกันเพียงแต่ว่าอาจจะถูกปกปิดหรือทำลาย แต่สักวันก็ต้องโผล่ออกมาจนได้ (The truth is out there)

4.บางทีผู้เขียนอาจตั้งใจบันทึกเหตุการณ์แบบตรงไปตรงมาแต่ว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการสอดใส่อคติที่ตัวเองมีอยู่ อคติที่ว่านี้มีเบ้าหลอมมาจากการเลี้ยงดู วัฒนธรรม จารีต ประเพณี อุดมการณ์ทางการเมือง ฯลฯ เช่น บาทหลวงที่ไปติดต่อกับคนแอฟริกันก็ตัดสินว่าคนป่าเป็นพวกป่าเถื่อน เพราะพวกตนใช้วัฒนธรรมของยุโรปมาวัด

ซ้ำร้ายผู้ที่เรียนรู้การบันทึกเหล่านั้นก็อาจจะอยู่คนละยุคคนละสมัย คนละประเทศ คนละวัฒนธรรมจึงอาจจะรับรู้สารในแบบที่แตกต่างจากเจตนาของคนบันทึกไปคนละเรื่องเลยก็ว่าได้ เช่น เราคนไทยในยุคปัจจุบันจะเข้าใจประวัติศาสตร์ของยุโรปในช่วงทศวรรษที่สิบเจ็ดได้อย่างไร หากเราไม่เข้าใจแนวคิด หรือบริบทของวัฒนธรรมตะวันตกเลย (แม้แต่คนยุโรปในยุคเดียวกับเราก็อาจจะเข้าใจบรรพบุรุษของเขาผิดพลาดได้เช่นกัน)

จะเห็นได้ว่าการศึกษาประวัติศาสตร์จะหลีกเลี่ยงการตีความ (อันนำไปสู่การคิดแบบวิเคราะห์ เชื่อมโยง สังเคราะห์หรืออื่นๆ ) ไม่ได้เป็นอันขาด ประวัติศาสตร์ไม่ใช่การท่องจำเลย

(โปรดติดตามตอนต่อไป)





Create Date : 03 ธันวาคม 2548
Last Update : 3 ธันวาคม 2548 22:09:23 น. 12 comments
Counter : Pageviews.

 
แต่การเรียนหนังสือออกข้อสอบวิชาประวัติศาสตร์
แบบท่องจำเสมอเลย
มันเลยทำให้วิชานี้น่าเบื่อ

แต่พอโตขึ้นวิชานี้กลับน่าสนใจจริงๆ

ยังมีThe truth is out thereอยู่อีกมาก

คิดถึงThe X-File

แล้วจะมาตามตอนต่อไปค่ะ



โดย: keyzer วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:22:22:23 น.  

 
น่าสนใจค่ะจะมาคอยติดตามอ่านอีก
นะค่ะ

เห็นด้วยค่ะว่าการเรียนการสอนประวัติ
ศาสตร์ของเราเรียนเป็นแบบท่องจำจน
มันทำให้คนเรียนเกิดความเบื่อหน่าย
เราเองตอนเด็กๆ ก็เบื่อค่ะยอมรับเลยแต่
ว่าพอยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ มันก็น่าสนใจอย่าง
ที่คุณอ้อนว่าจริงๆ ค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:23:17:17 น.  

 
ขอบคุณคุณ Keyzer และคุณ JewNid มากเลยครับ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:22:01:16 น.  

 
จากการทีเรียนมายิ่งเรียนยิ่งสนุกยิ่งมีเรื่องให้ค้นคว้ามากมายทำให้มองโลกในมุมกว้างมากขึ้นและมีความเป็นกลาง


โดย: แดง IP: 210.246.159.1 วันที่: 4 กรกฎาคม 2549 เวลา:10:12:23 น.  

 


โดย: ร่สย่นา IP: 203.154.201.147 วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:12:51:54 น.  

 


โดย: ซาร่า IP: 203.114.104.121 วันที่: 30 มกราคม 2550 เวลา:21:34:52 น.  

 
ไม่เห็นมีอะไรเลย


โดย: นุ่น IP: 58.10.0.49 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:50:36 น.  

 
ถอยหลังมาอ่านเรื่องก่อนเราเกิด(ในบ๊อก)ค่ะ

ประวัติศาสตร์น่าศึกษา แต่บางทีก็อยากบอกว่า "leave the truth out there; I'm comfortable being ignorant."

ก็ความจริงมันมักจะสร้างความเจ็บปวดนี่หน่า


โดย: เป๋อน้อย วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:12:24:40 น.  

 


โดย: แทนครับ IP: 203.172.252.155 วันที่: 15 มกราคม 2551 เวลา:13:19:55 น.  

 
งงงงงงงงงงงงงงงงง

ม่ายเหงจามีอารายเรย

งงงงงงงงงงงงงงงงงง


โดย: noomai IP: 119.31.14.82 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:51:51 น.  

 
ประวัติศาสตร์เป็นอะไรที่น่าสนใจดีค่ะ
^^~


โดย: นางสาวมุก IP: 124.120.129.232 วันที่: 17 เมษายน 2553 เวลา:17:12:48 น.  

 
สุยอด


โดย: กบ IP: 202.29.87.162 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:14:46:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Johann sebastian Bach
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Alternative Blog for another world view
Friends' blogs
[Add Johann sebastian Bach's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.