Group Blog
 
All blogs
 

แอดเวนเจอร์ ออฟ เมอฤดี ฉบับ Tokyo Drift - ความเพ้อเจ้อของคนเราไม่เท่ากัน



คำโปรย


หนังสือบันทึกทริปครั้งใหม่ของ คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง (merveillesxx) ที่คราวนี้เบนเข็มไปประเทศญี่ปุ่น ถิ่นฐานแห่งวัฒนธรรมเจป๊อป ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อเสพดนตรีเจร็อก ศึกษามังงะ ระลึกถึงเจซีรีส์ และตามรอยหนังญี่ปุ่นในดวงใจถึงถิ่น แต่กลับพบเจอเรื่องราวสุดวายป่วง ทั้งพายุเข้า สถานที่หลายแห่งปิดปรับปรุง หาโลเคชั่นหนังไม่เจอ และสารพัดเรื่องดวงกุดของนักท่องเที่ยวผู้อับโชค

ความรู้สึกหลังอ่าน

เราชอบหนังสือเล่มนี้ !! (โอเค จบ เลิกอ่านได้ เอ๊ยยยย มะช่าย)

นี่ไม่ใช่หนังสือเล่มแรกจากงาน Book Expo 2013 ที่อ่านจบ แต่เป็นเล่มแรกที่อ่านจบแล้วอยากมาเขียนรีวิวค่ะ

ต้องบอกก่อนว่าเราเองเป็นพวกฝักใฝ่ญี่ปุ่นมาตั้งแต่นานนม ชีวิตถูกสั่งสมหมักหมมมากับญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กๆ ไม่ต่างกับผู้เขียนเท่าไหร่ อาจมีรายละเอียดที่ต่างกันเล็กน้อยคือ ผู้เขียนอยู่หมวด J Rock อย่าง Luna Sea, L'arc En Ciel แต่เราฝักใฝ่อยู่กับ J Pop อย่าง นามิเอะ, SPEED, Utada Hikaru, ตระกูล Johnny ทั้งหลายทั้งแหล่ ส่วนที่เหลือแทบไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ญี่ปุ่น การ์ตูน อนิเมะ ฯลฯ

ความฝันใฝ่ของเด็กน้อยคลั่งไคล้ญี่ปุ่น 100 ทั้ง 100 ย่อมคือการได้ไปเหยียบแผ่นดินซากุระสักครั้งในชีวิต เราเองก็ฝันมาตั้งแต่เด็ก แม้ในตอนเด็กจะรู้สึกว่าฝันนั้นช่างห่างไกล แต่เมื่อเติบโตขึ้นมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถึงวันหนึ่งเราก็ทำความฝันให้เป็นจริงได้ในที่สุด ถึงวันนี้ เราไปเยือนญี่ปุ่นมาแล้ว 4 รอบ อ่านหนังสือเที่ยวญี่ปุ่นทั้งไกด์บุ๊ค บันทึกการเดินทาง รวมกันไม่ต่ำกว่า 20 เล่ม ดังนั้น พักหลังมานี้ เจอหนังสือเที่ยวญี่ปุ่นออกใหม่ก็แทบจะไม่มีอะไรใหม่สำหรับเราแล้ว แต่ แอดเวนเจอร์ ออฟ เมอฤดี ไม่ใช่! มันทำให้เราควักเงิน 100 บาทปลายๆ ส่งให้ร้านหนังสือได้ (แต่ราคาเต็มหนังสือเค้า 220 บาทนะจ๊ะ)

เพราะอะไรหนังสือเล่มนี้จึงทำให้เราควักเงินจ่ายได้หนอ พอลองคิดอย่างจริงจังก็ได้เหตุผลมาดังนี้

1. ถึงแม้การเดินทางของเจ๊เมอฯ ครั้งนี้ จะวนเวียนอยู่แถวโตเกียว ซึ่งเป็นที่ๆ เราใช้ชีวิตอยู่รวมกัน 4 ทริป ไม่ต่ำกว่า 20 วัน แต่กลับมีที่ๆ เราไม่เคยไปอยู่มากมายหลายที่ เพราะเจ๊เมอฯ เค้าอินดี้ เค้าไปดูพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ เค้าไปดูคอนเสิร์ตในผับ เค้าไปตามหาทุ่งนาแห้งๆ (???)

2. ส่วนที่ๆ เราเคยไปเหมือนกัน ก็ดันเป็นที่ๆ นักท่องเที่ยวทั่วไปเค้าไม่ไป ต้องเป็นมนุษย์ติ่งอย่างเราๆ ถึงจะไป อย่าง หอนาฬิกาโทไดในตำนาน หรือการไปถ่ายรูปกับโตเกียวโดม (ทั้ง 2 ที่นี้เป็นที่ๆ เราจัดลงทริปตะลุยญี่ปุ่นครั้งแรกเช่นกัน) หรือการตะลุยร้าน Book Off ทุกสาขาที่เจอ (นี่มันตัวเราภาคผู้ชายชัดๆ)

3. เจ๊เมอฯ เค้าตะลุยเดี่ยว ซึ่งการตะลุยเดี่ยวครั้งแรกในประเทศที่ไม่เคยไป และการสื่อสารลำบาก มันมักจะมีอะไรสนุกๆ รออยู่ (เมื่อเป็นเรื่องของชาวบ้าน แต่ถ้าเป็นเรื่องตัวเอง ... เครียด) ซึ่งมันสะท้อนภาพตัวเราเมื่อ 5 ปีที่แล้ว วันที่เราเดินลากกระเป๋าขึ้นเครื่องบินไปตะลุยโตเกียวคนเดียวอย่างไม่รู้อนาคตเป็นครั้งแรก ทั้งการหลงทาง การพูดกับคนญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง (ของเราดีนิดนึง ที่ตอนนั้่นยังเลิกเรียนญี่ปุ่นได้ไม่นาน ยังพอจะสื่อสารแบบง่ายๆ ได้) การปรับรีโมตแอร์เป็นฮีทเตอร์ไม่เป็น (แต่ของเราโง่กว่า เพราะเรานึกว่าเปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ก็จะได้เท่านั้น แม้ว่าอากาศข้างนอกจะเย็นกว่าก็ตาม คนที่คลายความโง่นี้ให้เราคือเพื่อนที่ไปด้วยกันในรอบที่ 3 จ้ะ คือโง่นอนหนาวมา 2 รอบ = =" ) และความหวาดกลัวเมื่อเจอเหตุการณ์ให้ต้องแก้ปัญหา ทุกสิ่งอย่างนั้นล้วนเป็นสิ่งที่เราเคยเผชิญมาเหมือนกัน (เราเกือบเคยทำตั๋วรถไฟหายระหว่างแวะกินราเม็งในสถานีเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็หาเจอ มันหล่นอยู่ตรงที่ยืนรอราเม็ง แต่ถ้าเราหาไม่เจอจริงๆ เราคงไม่แหกที่กั้นเหมือนเจ๊เมอฯ เค้าหรอกนะ เรากลัวโดนจับไปนอนฮ่องกงแทนโตเกียว 555 )

4. สำนวนภาษาของเจ๊เมอฯ เค้าเป็นที่รู้กันว่าจิกกัด ประชดประชันได้โล่ห์ เปรียบเทียบได้มึนยิ่ง เราตามอ่านมาจาก 'Sorry Sorry ขอโทษครับผมเป็นติ่ง' มาก่อน (แต่ขอบอกว่า Sorry ฉบับหนังสือนั้นไม่ฮาเท่า version Facebook อ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าคุณเมอฯ เค้าลบใน Facebook ออกไปรึยัง ถ้ายังไปตามอ่านกันได้ ขำจนท้องแข็งอ่ะ)

5. หนังสือเล่มนี้มันไม่ได้มีแค่เรื่องการท่องเที่ยวแบบงงๆ มึนๆ อย่างเดียวหรอกนะ แต่มันมี Mission ที่ยิ่งใหญ่อยู่ด้วย นั่นก็คือการตามหา Location ถ่ายหนังที่ปลื้มปริ่ม ซึ่งมันไม่ใช่ Landmark ที่ตระการตาอะไร เป็นแค่สะพานข้ามแม่น้ำธรรมดา อุโมงใต้สะพานรถไฟ หรือทุ่งข้าวโล่งๆ ที่ไม่ได้โด่งดัง หรือสวยงามอะไรเลย แต่สำหรับคนที่ดูหนังและประทับใจในหนัง นั่นคือสิ่งที่มีความหมาย คนที่ไม่เคยย่อมไม่เข้าใจ เหมือนที่เจ๊เมอฯ เค้าเขียนไว้ในหนังสือว่า คุณลุงคงคิดว่าแกมาเพ้อเจ้ออะไรแถวนี้รีบกลับบ้านเหอะ เราอยากจะบอกว่า มันไม่เพ้อเจ้อซักนิดดดดดดดดดด เราเข้าใจคุณณณณณ เราเข้าใจคุณจริงๆๆๆๆๆๆ นะ ฮือ.... ตอนที่มิชชั่นคอมพลีท เราเกือบหลั่งน้ำตาให้เลยนะ มันซึ้งกินใจจริงๆ

เคยอ่านในโตเกียวไม่มีขาหรือไงนี่แหล่ะ นิ้วกลมบอกว่า เพื่อนของเค้าคนนึงไปโตเกียว สิ่งที่เค้าไปทำที่นั่นคือการตามหา Location ของการ์ตูนเรื่อง จอมเกบลูส์ แล้วโพสต์ท่าให้เหมือน ถ่ายรูปมาให้ได้มุม ได้แอ็คติ้งเหมือนภาพในการ์ตูน ใครจะว่าบ้าไม่บ้าไม่รู้ แต่เราว่ามันคูลลลลล มันเท่มาก โอ้ว และนั่นก็คือสิ่งที่เราอยากทำเช่นกัน แต่การจะทำเช่นนั้นได้จะต้องหาคนรู้ใจที่มีความอดทนไปด้วยกันให้ได้ก่อน (และถ้ามีฝีมือการถ่ายรูปก็จะดี) คิดดูว่าถ้าเราเอารูปของเรามาวางคู่กับรูปการ์ตูนในอิริยาบทที่เหมือนกันเปี๊ยบมันจะเท่ขนาดไหน (อะไรนะ ไม่เท่เหรอ ช่างเหอะ 555)

เมื่อนับข้อดีได้ 5 ข้อแล้ว ทุกคนก็ควรจะหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านกันได้แล้วนะคะ ไม่ว่าคุณจะติ่งหรือไม่ติ่ง คุณต้องได้อะไรสักอย่างจากหนังสือเล่มนี้แหล่ะ ถ้าคุณไม่อินกับมัน ก็คิดซะว่าคุณได้อ่านบันทึกการเดินทางแบบขลุกขลักของผู้ชายคนหนึ่ง ที่แม้จะเจออะไรที่ไม่คาดฝัน แต่ก็เอาชีวิตรอดกลับมาได้ จะหัวเราะสมน้ำหน้าเขาก็ได้นะ เราว่าเจ๊เมอฯ เขาก็คงยินดีแหล่ะ


ปล. เรามีลางสังหรณ์ว่าเจ๊เมอฯ จะได้เข้ามาอ่านบล็อกนี้ เราอยากบอกว่าเราชอบหนังสือเล่มนี้มาก เราจะอุดหนุนผลงานของคุณต่อไป ได้ข่าวว่าคราวหน้าจะไปไต้หวัน อย่าให้การเดินทางราบรื่นนักนะคะ มันไม่มันค่ะ อิอิ




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2556    
Last Update : 29 ตุลาคม 2556 15:16:39 น.
Counter : 851 Pageviews.  

ขันที (สาว) ป่วนวังหลวง เล่ม 1



คำโปรย

“ประสก บุตรสาวของเจ้ามีชะตาที่แปลกประหลาดยิ่งนัก อาตมาเคยเห็นชะตาของจักรพรรดินี ชะตาของกาละกินี ชะตาของผู้มีวาสนา ชะตาของยาจก แต่ไม่เคยเห็นชะตาอย่างแม่หนูน้อยผู้นี้มาก่อน” หลังจากที่จวี๋ชิวหรั่นตายไป ก็ได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในแคว้นเทียนเฉา กลายเป็นลูกสาวของคนยากจน และมีชื่อใหม่ว่าจวี๋ฮัว ตอนอายุเจ็ดขวบ ครอบครัวเธอก็แทบไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ เธอจึงถูกพ่อกับแม่จับแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชายขายตัวเข้าวังไปเป็นขันที สิ่งที่จวี๋ฮัวปรารถนามากที่สุดก็คือการได้ออกจากวังก่อนที่วัยสาวจะมาถึงจนความลับถูกเปิดเผย ก่อนจะถึงเวลานั้น เธอจะต้องหาวิธีการอยู่ในวังอย่างมีความสุข และวายสุดๆ ให้ได้ แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้เจอกับขันทีที่เหมือนกันกับเธอ! ขันทีน้อยสองคนที่มีวิญญาณของผู้ใหญ่ ใช้รูปลักษณ์ภายนอกปิดบังความจริงเอาไว้ เพราะโชคชะตาทำให้พวกเขาได้สานมิตรภาพกับเหล่าองค์ชายองค์หญิง แล้วยังหลุดเข้าไปในแวดวงการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นี่คือบันทึกของจวี๋ฮัวตัวน้อยๆ ที่เต็มไปด้วยความวาย!


เนื้อเรื่อง + ความเห็น
(พยายามไม่สปอยล์นะ)

ขันที (สาว) ป่วนวังหลวง เป็นหนังสือที่เรารู้สึกสะดุดตาตั้งแต่เห็นบนแผงครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาอ่าน แต่หลังจากอ่าน The Sunken Moon จบไปรวดเดียว 11 เล่ม ก็อยากหานิยายแฟนตาซีไต้หวันมาอ่านอีก เลยไปซื้อ พันธกิจเทวฑูต ของคนเขียน TSM มายกชุด แต่พอซื้อมาแล้วเกิดยังไม่อยากอ่านซะงั้น แล้ววันหนึ่งไปเจอกระทู้ถามเรื่องเกี่ยวกับเรื่องขันที (สาว) นี้เข้าก็รู้สึกอยากอ่านขึ้นมา ถึงกับไปตามหาเล่ม 1 ตั้งหลายร้าน เพราะหนังสือของ Happy Banana เล่มเก่าๆ จะหาซื้อยาก แต่ก็ไปเจอมาที่ร้านนายอินทร์ Central World ถึงกับยอมซื้อราคาเต็ม แสดงว่าอยากอ่านจริงๆ

เราว่าพล็อตเรื่องนี้มันเจ๋งมาก มันแหวก ทำให้คนสะดุดตั้งแต่ชื่อเรื่องว่าผู้หญิงจะเข้าไปเป็นขันทีได้ยังไง ซึ่งพออ่านเหตุผลแล้วก็รู้สึกว่าในชีวิตจริงมันคงจะยากที่กงกงทั้งหลายจะหละหลวมกับการตรวจสอบสภาวะของขันทีน้อยก่อนการส่งตัวเข้าไปทำงานจริงในวัง เพราะมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ยังไงก็ควรจะตรวจดูให้แน่ใจเสียก่อน แต่เพราะมันเป็นนิยาย โอเค ผ่านไป มันก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้อยู่

นอกจากเรื่องที่ผู้หญิงเข้าไปเป็นขันทีแล้ว เรื่องนี้ยังซ้อนพล็อตไว้หลายชั้นกว่านั้น เพราะขันทีสาวคนนี้ก็ไม่ธรรมดา แต่เป็นวิญญาณจากโลกมนุษย์ที่มาเกิดใหม่ยังโลกโบราณ แถมก่อนเกิดยังมีการทำแบบสอบถามเลือกได้ว่าต้องการมาเกิดใหม่แบบไหน เลือกได้ทั้งหน้าตา เพศ ความปรารถนา ความรัก และความสบาย/ลำบาก ซึ่งนางเอกเราก็ไม่ได้เลือกให้เกิดมางดงาม ไม่ได้เลือกให้ตัวเองมีเสน่ห์ร้อนแรงดึงดูดใจผู้คน แต่เลือกให้คล้ายๆ ตัวเองในชาติก่อน ซึ่งหน้าตาก็ประมาณพอดูได้เท่านั้น เราแอบชอบหัวข้อความสบาย/ลำบาก ตรงที่ช็อยส์ทั้งหมดที่มีให้เลือก ไม่มีข้อไหนที่สบายทั้งชาติ แต่ให้เลือกว่าจะลำบากช่วงต้น ช่วงกลาง หรือช่วงปลาย แทน แสดงให้เห็นว่าชีวิตมนุษย์มันก็มีทั้งช่วงที่ลำบากและสบายสลับกันเป็นเรื่องธรรมดา

แต่เพราะความสะเพร่าของเจ้าหน้าที่ของโลกหลังความตายที่นานๆ จะมีวิญญาณผ่านมาสักที จึงทำให้นางเอกมาเกิดโดยความทรงจำของชาติที่แล้วหายไปหมด จำได้แต่ชื่อตัวเอง และมาเกิดเป็นลูกของคนจนมาก จนมากจนต้องเอาลูกสาวมาหลอกขายให้เป็นขันทีน้อยในวังหลวง นางเอกเราเลยกลายเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็ก ความคิดความอ่านจึงแตกต่างจากเด็กทั่วไปทำให้ไปเตะตาต้องใจผู้คนมากมาย ทั้งองค์รัชทายาท องค์หญิง แม้กระทั่งเซ่อเจิ้งอ๋อง ผู้ซึ่งกุมอำนาจบริหารอยู่และวางแผนจะยึดครองอำนาจ (?) นางเอกของเราเลยเข้าสู่วังวนการเมืองโดยเต็มใจ แม้ว่าตัวเองจะไม่ค่อยมีพลังอะไรจะเอาไปช่วยองค์รัชทายาทได้เลย

อย่างที่บอกว่านอกจากชื่อแล้ว นางเอกจำอะไรเกี่ยวกับชาติที่แล้วไม่ได้อีก แต่ความทรงจำแรกที่ฟื้นคืนกลับมาหลังจากเข้าวังมากลับเป็นเรื่องที่นางเอกเราเป็นสาววาย! เต็มไปด้วยพลังจิ้น แถมรอบๆ ตัวนางเอกยังมีแต่คนหน้าตาดีเต็มไปหมด ทั้ง "หานซางเฉิน" ขันทีน้อยรุ่นพี่ที่กลับชาติมาเกิดเหมือนนางเอก แต่ต่างกันตรงที่เขายังมีความทรงจำของชาติที่แล้วติดตามมาด้วยทั้งหมด และเขาก็รู้จักนางเอกในชาติที่แล้วด้วย (แต่มีความสัมพันธ์กันแบบไหน เล่ม 1 ยังไม่ได้เฉลย) หานซางเฉินเป็นคนน่าสงสารเพราะเกิดมาชาตินี้โดยพิการทางเพศ จึงเป็นขันทีโดยไม่ต้องตอน - -" หานซางเฉินเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็กเหมือนกัน แถมยังเก่งวรยุทธ์และฉลาดเฉลียว เขาจึงคอยดูแลนางเอกอย่างดีเท่าที่จะทำได้

เหล่าองค์ชายน้อยทุกองค์ก็ล้วนแต่หน้าตางดงามกันทั้งนั้น คนแรกคือองค์รัชทายาท "หลิวซี" เป็นคนที่ไม่ได้มองนางเอกเป็นบ่าวไพร่ แต่คิดเหมือนเป็นเพื่อน ทั้งหลิวซี นางเอก และ หานซางเฉิน ได้สนิทสนมกัน และนางเอกกับหานซางเฉินก็วางแผนจะช่วยคุ้มครององค์รัชทายาทจากผู้ที่คิดการกบฏ ส่วนองค์ชายใหญ่ และองค์ชายสาม ต่างก็มีความงามกันไปคนละแบบ ซึ่งในเล่ม 1 นี้ยังไม่กล่าวถึงองค์ชายทั้ง 2 มากนัก

ฝ่ายตัวร้าย (?) ก็ไม่น้อยหน้า ที่จริงก็ไม่รู้ว่าเป็นตัวร้ายหรือเปล่า แต่เนื่องจากนางเอกเราคอยปกป้องรัชทายาท ดังนั้นคนที่คิดล้มองค์รัชทายาทจึงเข้าข่ายตัวร้าย "เป่ยกงจวินฉวี" ตำแหน่ง "เซ่อเจิ้งอ๋อง" เป็นคนนอกตระกูลที่ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้องค์เดิม ให้รับตำแหน่งอ๋องดูแลการบริหารบ้านเมืองแทนองค์รัชทายาทซึ่งยังเด็กอยู่ นางเอกแอบไปได้ยินว่าเซ่อเจิ้งอ๋องวางแผนไม่ดีบางอย่างเกี่ยวกับรัชทายาทเข้า แต่เซ่อเจิ้งอ๋องก็เกิดเอ็นดูความฉลาดของนางเอกขึ้นมาจึงคิดจะเลี้ยงดูไว้ใช้งานซะงั้น นางเอกก็เลยไม่รู้จะทำตัวยังไงกับคนๆ นี้ดี แถมเขายังหน้าตาดี หล่อเหลา เวลาเจอหน้ากันทีไร นางเอกก็หลงเคลิบเคลิ้มทุกที (แต่ไม่ได้หลงแบบหญิงสาวหลงหนุ่มรูปงามหรอก เป็นแบบสาววายอยากจะจิ้นอ่ะ)

นอกจากเซ่อเจิ้งอ๋อง ก็ยังมีลูกชายของเซ่อเจิ้งอ๋อง นามว่า "เป่ยกงผูอวี้" ผู้ซึ่งหน้าตาดีไม่ผิดพ่อ คนนี้ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะอะไรยังไง  แต่เล่ม 1 นี้เขาเกือบถูกนางเอกล่อลวงเข้าสู่โลกแห่งความวาย 555

ชีวิตนางเอกในวังก็ไม่ได้สุขสบายอะไรเท่าไหร่ ถึงแม้จะเป็นคนโปรดของทั้งองค์รัชทายาท และ เซ่อเจิ้งอ๋อง แต่ก็ทำอะไรออกหน้าออกตาไม่ได้ ต้องคอยระวังตัวเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนของใคร การที่มีเรื่องของการเมืองในวังหลวงเข้ามาทำให้เนื้อเรื่องสนุกสนานเข้มข้นขึ้นเยอะ ตอนนีคือลุ้นว่าเซ่อเจิ้งอ๋องวางแผนอะไรอยู่กันแน่ และเขาเป็นคนดีหรือไม่ ส่วนความวายนั้นเราว่าจริงๆ คงไม่ได้ส่งผลอะไรกับโครงเรื่องเท่าไหร่ น่าจะเป็นส่วนเสริมให้เนื้อเรื่องคอเมดี้ขึ้นเท่านั้น

ประเด็นที่ค้างคาใจอยู่หลังจากอ่านจบเล่ม 1 ก็คือ

1. นางเอกจะหาทางออกจากวังไม่ให้ความแตกได้ยังไง

2. เซ่อเจิ้งอ๋องวางแผนอะไรไว้ ตกลงเป็นคนดีหรือไม่

3. หานซางเฉิน เป็นอะไรกับนางเอกในชาติที่แล้ว

และข้อ 4 สำคัญมาก ใครคือพระเอกเรื่องนี้ ?????

เนื่องจากเรื่องนี้เพิ่งเริ่มต้น และมีถึง 9 เล่ม ในสนทนาท้ายเล่ม ผู้เขียนได้สปอยล์โครงเรื่องคร่าวๆ เอาไว้จนจบ ซึ่งถ้าใครกลัวถูกสปอยล์จงอย่าเปิดอ่านส่วนนั้น ให้ข้ามไปเลย จากโครงเรื่องจะเห็นว่าเรื่องราวยังไปอีกไกลมาก เราไม่รู้ว่าเรื่องของคนในวังจะยังมีบทบาทไปจนถึงท้ายเรื่องหรือเปล่า จึงเป็นไปได้ว่าจบเล่ม 1 นี้ พระเอกอาจจะยังไม่โผล่ออกมาเลยก็ได้ เราลองวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของผู้ชายในเล่ม 1 นี้ ก็พบว่า

หานซางเฉิน >> คนนี้มีความผูกพันกับนางเอกมาตั้งแต่ชาติก่อน แต่ชาตินี้เขาเป็นขันที ยังไงก็คงแห้วชัวร์ๆ

องค์รัชทายาท >> มีความเป็นไปได้สูงมาก

องค์ชายใหญ่ องค์ชายสาม >> เล่ม 1 บทน้อยมาก แล้วก็ไม่ได้มีความสนใจใดๆ ในตัวนางเอก ความเป็นไปได้น้อย

เซ่อเจิ้งอ๋อง >> อายุรุ่นราวคราวคุณอา ก็คงไม่ใช่ แม้จะมีฉากโลลิอย่างจับนางเอกนั่งตัก (แต่นั่นชีเพิ่ง 7 ขวบ แถมยังนึกว่าเป็นเด็กผู้ชาย) แต่ชอบลุคแบดบอยของแก อาจจะพลิกล็อกก็ได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกแฟนตาซี 555

เป่ยกงผูอวี้ >> เราเชียร์คนนี้ >< ในเล่ม 1 เขาจับนางเอกกดกำแพงแถมจะถอดเสื้อผ้านางเอกด้วย แต่เป็นเพราะเขาสงสัยว่าขันทีมีอะไรดีถึงหว่านเสน่ห์ผู้ชาย (?) ได้ หาได้พิศวาสนางเอกไม่ คือถ้าเป็นแนวพระเอกซึนก็ต้องคนนี้เลย 555

ตอนที่ search google จะหารูปปกมาประกอบ ใน Search List ขึ้นคำว่า "ขันที (สาว) ป่วนวังหลวง พระเอก" มาด้วย แสดงว่ามีคนอยากรู้เหมือนกันว่าใครเป็นพระเอก ต้องหักห้ามใจไม่กดดูแทบแย่ ขอลุ้นต่อไปเรื่อยๆ ดีกว่า เพราะเรื่องราวมันอีกยาวไกลนัก

สรุปความรู้สึกหลังอ่านจบเล่ม 1 ก็คือ เรื่องนี้สนุก เพราะมีปมมากมายให้ติดตาม พล็อตก็สุดจะแปลกแหวกแนว ตัวละครก็มีบุคลิกโดดเด่น มีเสน่ห์กันทุกคน เนื่้อเรื่องมีช่วงที่คอเมดี้กับดราม่าสลับกันไป ทำให้ไม่เบื่อ ถ้าจะมีข้อเสียก็คือ ตัวละครเยอะมากๆ โดยเฉพาะขันทีที่ต้องตั้งชื่อเป็น เสี่ยว....จื่อ กันทุกคน มีทั้ง เสี่ยวหลินจื่อ เสี่ยวลี้จื่อ เสี่ยวไห่จื่อ เสี่ยวจ้าวจื่อ เสี่ยวลู่จื่อ เสี่ยวหลิวจื่อ เสี่ยวอูจื่อ เสียวชุนจื่อ และอีกมากมาย อ่านไปก็งงไป จำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร ใครเป็นขันทีน้อย ใครเป็นขันทีวัยรุ่น เราก็ปล่อยๆ ไป เดี๋ยวเจออีกทีก็จำได้เอง บางคนตั้งชื่อมาได้ออกไม่กี่ครั้งก็หมดบทบาท ดังนั้นใชวิธีเจอบ่อยๆ ค่อยจำจะดีกว่า

ตอนนี้อยากอ่านต่อเล่ม 2 มาก แต่ยังไม่ได้ซื้อ และคงรออดใจไปซื้อในงานหนังสือเดือนหน้า เพราะหนังสือของค่ายนี้ค่อนข้างแพง ซื้อลดราคา 20% กำลังดี เล่ม 5 เพิ่งวางแผงไปเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่รู้ว่าเดือนหน้าจะมีเล่ม 6 ออกมามั้ย

ปล. เขียนมายืดยาวยังไม่ได้บอกชื่อนางเอกเลย นางเอก ชาติที่แล้ว ชื่อ จวี๋ชิวหรั่น ชาตินี้ชื่อ จวี๋ฮัว ชื่อขันทีคือ เสี่ยวสี่จื่อ ค่ะ :)







 

Create Date : 08 กันยายน 2556    
Last Update : 8 กันยายน 2556 0:36:28 น.
Counter : 3755 Pageviews.  

วิวาห์ลวง (Widest Hearts) / Jayne Ann Krentz



ปกหลัง

เมื่อแดเนียล พี่ชายที่รักของเธอหายตัวไปหลังเครื่องบินตกอย่างลึกลับ
แอนนี่ ลินครอฟท์ จึงต้องดิ้นรนปกป้องบริษัทที่กำลังรุ่งโรจน์ของเขา
ให้รอดพ้นจากบรรดาฉลามที่คิดว่าเขาคงไม่กลับมา
เธอไปหา โอลิเวอร์ เรน ชายผู้ร่ำรวยและอันตรายที่สุด
เพื่อยื่นข้อเสนอแก่เขา...คือการแต่งงาน

เมื่อโอลิเวอร์ยอมรับการแต่งงานเพื่อความสะดวกนั้น
แอนนี่ฝันหวานว่าจะอยู่กันฉันมิตรกับเขาสักสองสามสัปดาห์
และช่วยให้เขาเป็นคนใหม่ที่รู้จักเห็นใจคนอื่น
แต่อะไร ๆ อาจไม่เป็นอย่างที่หวังเพราะโอลิเวอร์ไม่คิดจะให้เธอเป็นเพียงเพื่อน
เวลาและเหตุการณ์จะช่วยให้บทเรียนแก่หนุ่มสาวหัวแข็งคู่นี้
เพื่อหลอมหัวใจอันทะนงแกร่งกล้าให้เป็นดวงเดียวกันหรือไม่...


ความเห็น (Spoil นะจ๊ะ)

จขบ ไม่ได้อ่านโรแมนซ์เล่มใหม่ๆ มานานมากแล้ว มัวแต่ไปติดนิยายจีนกับแฟนตาซีไต้หวันซะงอมแงม อ่านไปอ่านมาชักเบื่อเลยกลับมาหาอะไรตะวันตกๆ มั่งดีกว่า

งานหนังสือคราวนี้เราซื้อมา 5 เล่มค่ะ มีทั้งเรื่องเก่าพิมพ์ใหม่ และเรื่องใหม่กิ๊ง จขบ เป็นคนอ่านโรแมนซ์ไม่เยอะถ้าเทียบกับคอโรแมนซ์คนอื่นๆ ก็พยายามจะเลือกอ่านแต่แนวที่ชอบ แต่บางเล่มก็อ่านไม่จบเหมือนกัน แหะๆ

เข้าเรื่องเลยดีกว่า วิวาห์ลวง (Widest Hearts) เรื่องนี้ จขบ เลือกมาด้วย Plot + ตัวอย่างบทที่ 1 ในเว็บแก้วกานต์ค่ะ คือเรื่องมาแนวแต่งงานกันหลอกๆ เนี่ย ก็มักจะมีเหตุการณ์วุ่นวาย + ความไม่เข้าใจกัน + ปากเสียง มาเพียบอยู่แล้ว เราก็หวังว่าจะได้อ่านบทปะทะคารมกันแบบถึงพริกถึงขิง กะว่าต้องทะเลาะกันบ้านแตก แต่อ่านแล้วแอบผิดหวังเนื่องจากนางเอก แอนนี่ เธอเป็นคนดีเกินไป !!

คือนางเอก แอนนี่ เนี่ย เธอเป็นคนดีมากๆ เป็นนางฟ้าสำหรับเหล่านกปีกหักทั้งหลาย เจอผู้ชายน่าสงสารเธอก็จะเข้าช่วยเหลือ เหมือนจะคบกันแต่ก็ไม่ใช่แฟน พอผู้ชายพวกนั้นปักหลักได้ ทุกคนก็จากเธอไป ปล่อยให้เธอโสดสนิทอยู่จนอายุ 29

ทีนี้ พอได้มาเจอพระเอกในงานหมั้นของพี่ชายตัวเอง เธอก็เกิดต้องตาต้องใจเขา แต่ด้วยความเป็นสตรีที่ดี เธอ(พยายาม)ไม่แสดงออกว่าต้องใจเขา แต่พระเอกเราก็รู้แหล่ะ คราวนี้พอพี่ชายซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจอิเล็กทรอนิคส์อนาคตไกลเกิดหายสาบสูญไป เธอเองซึ่งไม่มีความรู้ด้านนี้เลยไม่ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าผู้ถือหุ้นทั้งหลาย เพื่อรักษาบริษัทนี้ไว้ให้พี่ชายหรือลูกพี่ชายที่กำลังจะเกิดมา เธอไม่มีทางเลือกเลยเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพระเอกซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง ดังทั้งในความเก่งกาจ และความเป็นคนประหลาด ไร้หัวใจ ลึกลับ ดำมืด สิ่งที่เธอเข้าไปขอให้เขาช่วยก็คือขอให้เขาแต่งงานกับเธอหลอกๆ ให้เขาเข้ามาบริหารบริษัทในช่วงที่พี่ชายเธอยังไม่กลับมา เพื่อที่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายจะได้เลิกเรียกร้องให้เธอขายบริษัทเสียที

ส่วนพระเอกของเรา โอลิเวอร์ ก็เป็นนักธุรกิจเลือดเย็นค่ะ แต่มันมีสาเหตุมาจากพ่อของเขาซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ได้หนีเอาตัวรอดไปพร้อมกับเงินทั้งหมดของที่บ้าน ทิ้งไว้เพียงหนี้สินกองโตและสมาชิกในครอบครัวตาดำๆ ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทั้งน้องสาว แม่เลี้ยง และน้องชายแฝดต่างมารดา เขาก็เลยต้องทำทุกสิ่งเพื่อประคับประคองครอบครัวไว้ แม้จะต้องตัดใจจากอาชีพที่ใฝ่ฝันก็ตาม สิ่งนี้ทำให้พระเอกเรากลายเป็นคนเด็ดขาดมากค่ะ เขาปกครองครอบครัวเหมือนนายทหาร ออกกฏแล้วทุกคนต้องเชื่อฟัง ไม่มีคำว่าผ่อนปรน เห็นใจ ใดๆ ทั้งสิ้น แต่เขารักครอบครัวของเขามาก ทุกคนในครอบครัวก็รักและชื่นชมเขา แต่ก็กลัวเขาไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ทีนี้พอ โอลิเวอร์ กับ แอนนี่ แต่งงานกัน แอนนี่ซึ่งเป็นคนมองโลกในแง่ดี ร่าเริง สดใส มีชีวิตชีวา ก็พยายามจะเปลี่ยนนิสัยเย็นชาของโอลิเวอร์ (เธอบอกว่าเป็นอาการสื่อสารบกพร่อง ^ ^" ) ซึ่งพระเอกของเราซึ่งเคยควบคุมได้ทุกอย่างแม้แต่ความปรารถนาของตัวเองก็เลยรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา เมื่อพบว่ามีบางอย่างอยู่เหนือการควบคุมของตัวเองเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้

คือถ้าเป็นเรื่องอื่นหรือละครไทยเราว่าต้องทะเลาะกันบ้านแตก งอนกันไปงอนกันมา ประชดประชัน หันไปควงคนอื่นอะไรแบบนี้เป็นแน่ แต่เรื่องนี้นางเอกเราน่ารักมาก เป็นคนมีเหตุมีผล และเข้าใจความเป็นพระเอกสุดๆ (ขนาดคนในครอบครัวพระเอกยังไม่เข้าใจพระเอกดีเท่านางเอกเลย) เวลาทะเลาะกัน นางเอกก็ไม่ทำตัวงี่เง่าประเภทประชดประชัน หรือด่าว่าพระเอกแรงๆ

มีฉากนึงชอบมาก คือพระเอกนางเอกมีปากเสียงกัน แล้วนางเอกก็เปิดประตูเพนท์เฮาส์ออกไป พระเอกก็กลัวว่านางเอกจะหนีไป ปรากฏนางเอกบอกจะลงไปหามือขวาของพระเอกซึ่งพักอยู่อพาร์ตเมนท์ชั้นล่าง แล้วบอกว่าพร้อมจะขอโทษเมื่อไหร่ให้ลงไปรับด้วย พอมือขวาของพระเอกถามว่าทำไมถึงลงมาหาเขาที่นี่ นางเอกก็บอกว่าด้วยนิสัยพระเอก ถ้านางเอกออกไปจากอพาร์ตเมนท์ พระเอกต้องสั่งให้มือขวาเขาตามไปดูให้ปลอดภัยแน่ ซึ่งฝนข้างนอกก็ตกอยู่ สู้มารอทีนี่ดีกว่า เราทั้งคู่จะได้ไม่ต้องตากฝน แถมมีหนังสือให้อ่านรอด้วย นางเอกน่ารักมาก > <

แล้วพอพระเอกมารับ ยังไม่ทันขอโทษ นางเอกก็ยินดีกลับบ้านด้วยแล้ว พระเอกถามว่าไม่ทวงคำขอโทษเหรอ นางเอกก็บอกว่าแค่ลงมารับก็รู้แล้วว่าพระเอกรู้สึกผิด เธอรู้ว่าพระเอกเป็นคนยังไงเธอไม่หวังคำขอโทษหรอก ส่วนพระเอกก็บอกว่าเขาก็ไม่ใช่คนขอโทษยากขนาดนั้น แล้วเขาก็เอ่ยขอโทษนางเอก อ๊ากก. มันน่ารักมากๆ

ยังมีอีกหลายตอนที่เป็นแบบนี้ คือนางเอกเป็นคนดี มีเหตุผล ถึงโกรธ โมโห ก็ไม่ทำตัวงี่เง่า ไม่งอนนานเกินความจำเป็น แล้วยังเข้าใจพระเอกสุดๆ แม้แต่ตอนสุดท้ายที่นางเอกโกรธที่พระเอกไม่ยอมบอกคำว่ารักเลยทิ้งพระเอกกลับไปอยู่บ้าน สุดท้ายนางเอกก็กลับมาเองด้วยเหตุผลที่.... (นางเอกเป็นคนน่ารักจริงๆ) พระเอกเองทนความดีของนางเอกไม่ไหวก็เลยใจอ่อน เปลี่ยนไป กลายเป็นคนอ่อนโยนขึ้น แม้แต่ครอบครัวยังแปลกใจที่พระเอกเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

ในเรื่องยังมีเรื่องของการสืบหาคนร้ายที่ทำให้เครื่องบินของพี่ชายนางเอกตกด้วยค่ะ เรื่องราวก็สนุกดี ตอนท้ายที่คนร้ายวางแผนล่อพระเอกนางเอกมาฆ่านี่ พระเอกมาอย่างเมพ คือพระเอกเป็นคนใจเย็นมาก ไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม มีสติ วางแผนตลอด ทั้งๆ ที่นางเอกอยู่ในมือคนร้ายแท้ๆ ยังวางแผนได้ขนาดนั้น เยี่ยมไปเลย สุดยอด !

หนังสือเรื่องนี้สนุกค่ะ เราอ่านแล้ววางไม่ลงเลย อ่านจบในคืนเดียว เห็นปกหลังโปรยว่า นี่คือหนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดของ JAK (ซึ่งเป็น 1 ในกี่เรื่องก็ไม่รู้) เราก็คิดว่างั้นแหล่ะ แต่ขอให้คะแนน 4.5 / 5 ละกัน หักที่นางเอกคืนดีพระเอกง่ายไป คนหวังพ่อแง่แม่งอนอย่างเราผิดหวัง กับคำผิดเยอะ ทั้งๆ ที่เป็นการแก้ไขพิมพ์ใหม่





 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2556 10:43:33 น.
Counter : 483 Pageviews.  

เสียทรัพย์ที่งานเทศกาลครอบครัวนักอ่าน ครั้งที่ 2



วันนี้ไปเสียทรัพย์มาค่ะ ^ __ ^

ไม่ใช่แค่ทางผ่านเลยแวะไป แต่ลางานไปกันเลยทีเดียว 555

จริงๆ ไม่ใช่หรอกค่ะ จขบ. ลาพักร้อนอยู่แล้ว ตอนแรกว่าจะนัดกันไปกับพี่ที่ออฟฟิซพรุ่งนี้ แต่เปลี่ยนใจไปวันนี้เลยดีกว่า หยุด 3 วันที่เหลือจะได้นอนอ่านหนังสือให้สบายใจกันไปเลย

งานเทศกาลครอบครัวนักอ่าน จัดที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เช่นเคย และเอกลักษณ์ของงานนี้คือ คนโหรงเหรงงงงงงงงงงง T T คาดว่าคนส่วนใหญ่คงซื้อหนังสือไว้เผื่ออ่านครึ่งปีตั้งแต่เดือนเมษาฯ แล้ว เดือนนี้ก็เลยไม่รู้จะซื้ออะไร อีกทั้ง สนพ ก็มากันไม่ครบด้วย แล้วไหนจะซื้อทางเว็บสะดวกกว่า ได้โปรเหมือนกันแถมไม่ต้องแบกอีกล่ะ!

พนักงานขายก็นั่งตบยุงกันไป

แต่จริงๆ แล้วงานนี้ก็มีข้อดีของมันนะคะ คือโซนกิจกรรมของเด็กเล็กน่ะ น่าสนใจทีเดียว วันธรรมดาก็มีคุณครูพาเด็กนักเรียนมาทำกิจกรรมด้วย ดีออกค่ะ ส่วนนักอ่านโตๆ อย่างเราๆ ก็ได้อานิสงส์หนังสือลดราคาไปด้วย

เราคิดว่านะ ที่งานมันกร่อยๆ ก็เพราะ สนพ ส่วนใหญ่ไม่มีหนังสือเปิดตัว ไม่มีกิจกรรมอะไรพิเศษ แค่ขนหนังสือในโกดังมาลดราคา คนไม่รีบเค้าก็ไม่ลำบากมากันหรอก แต่ สนพ ไหน ที่เปิดตัวหนังสือ มีโปร มีนักเขียนมา เค้าก็ยังขายกันได้นะ สังเกตได้จากโซนพลาซา เด็กนักเรียนมากันเพียบเลย



เข้าเรื่องรายการเสียทรัพย์ของเราดีกว่า

ที่เราต้องไปงานนี้เพราะมีเป้าหมายค่ะ หลักๆ เลยคือ ช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้านี้เราได้อ่านนิยายแฟนตาซีไต้หวันเรื่อง The Sunken Moon ของ Enter Book 11 เล่มจบ แล้วเกิดติดงอมแงม บ้าคลั่งไปพักใหญ่ ทีนี้เลยหาข้อมูลนักเขียนก็พบว่าจริงๆ แล้วผลงานของนักเขียนคนนี้ที่แปลไทยแล้วยังมีอีก 2 เรื่อง เรื่องนึงออกแล้ว 8 เล่มจบ อีกเรื่องออกมา 11 เล่มแล้วเพิ่งจะจบภาคหลัก แล้วในงานนี้ เค้าจัดโปรหนังสือชุดลดมากกว่า 20% เลยต้องตามไปสอยค่ะ (คือตอนนี้หาซื้อในร้านก็ไม่ค่อยครบแล้วด้วยแหล่ะ)

มาดูกันเลยดีกว่า



1. Happy Banana

- พันธกิจเทวทูต 1-10 สุ่ยเฉวียน 1310/1720 ลดไป 24%


2. แก้วกานต์ ช่วงนี้อยากอ่านโรแมนซ์ขึ้นมา เลยนั่งเปิดเว็บไล่ดูแล้วจัดเลยค่ะ ลด 25% ค่ะ

- เพียงเธอผู้เดียว Suzanne Elizabet Phillips เล่มแรกของชุดชิคาโกสตาร์อันโด่งดัง เวอร์ชั่นรีพรินท์ที่ทำออกมาได้สวยงามน่าสะสมมาก ในเว็บบอกว่าในงานออก 2 เล่ม แต่วันนี้เราไปเห็นแค่เล่มแรกค่ะ

- นางฟ้าจอมแก่น Tessa Dare เล่มนี้ก็เป็นเล่มแรกของชุดเหมือนกัน แนวนางเอกอยากจับผู้ชายเลยขอซ้อมกับพระเอกก่อน อ่านตัวอย่างแล้วน่ารักดี > <

- วิวาห์ลวง Jayne Ann Krentz เล่มนี้เป็นสมัยใหม่ ประมาณว่าพระเอกนางเอกแต่งงานกันเพื่อผลประโยชน์ แต่สุดท้ายก็ตกหลุมรักกันจริงๆ

- อุบัติเหตุสื่อรัก Mary Kay Mccomas เล่มบางๆ นางเอกขับรถไปเฉี่ยวรถพระเอกบนเขา แล้วลงเขาไม่ได้ เลยต้องใช้ชีวิตด้วยกัน 2 อาทิตย์ค่ะ

- นักล่าอาญาสวรรค์ Nalini Singh แนวเหนือจริงค่ะ พระเอกคือท่านราฟาเอล (เทวดา) นางเอกเป็นนักล่าแวมไพร์ฝีมือดี พระเอกมาจ้างนางเอกทำงานให้แบบห้ามพลาด พลาดเป็นเรื่องค่ะ


3. Animag ค่ายนี้เราอ่านพวก Light Novel แนวผู้หญิงๆ ค่ะ

- Sugar Apple Fairytale ภาพปกสวยมากกกกก พระเอกเป็นภูต นางเอกเป็นคนที่สามารถพูดคุยกับภูตได้ค่ะ นางเอกไปซื้อพระเอกมาเป็นบอดี้การ์ดเพื่อเดินทางไปทำภารกิจ

- สะดุดรักท่านหญิงหนีโลก นางเอกเป็นท่านหญิงจอมเก็บตัว (ฮิคิโคโมริ) แต่ดันมีความสามารถมองเห็นภูติผีและวิญญาณ ถูกพระเอกซึ่งจะมาขอความช่วยเหลือบังคับให้ออกสู่โลกภายนอกค่ะ

- โชเน็นอนเมียวจิ 15 ออกมาแล้ววววว เล่มต่อของโชเน็นฯ จริงๆ ยังไม่อยากซื้อเพราะของ Bliss ยังดองอยู่เล่มไหนไม่รู้ แต่ก็ซื้อมาเพราะอยากได้ถุงกระดาษของแถมค่ะ T T แต่ถุงสวยมากนะ ปลื้มมมม

โปร 3 เล่ม ราคา 370/440 บาท แถมถุงกระดาษ ที่คั่นพลาสติก และหนังสือสรุปเรื่องย่อโชเน็นเล่ม 1 - 14 ซึ่งย่อมากๆๆๆ น่าจะแจกฟรีเลยนะ


ส่วนที่เหลือคือได้แบบไม่ได้ตั้งใจค่ะ

4. บูธวรรณวิภา มีกองหนังสือลดราคาซึ่งสภาพดีมาก กองใหญ่มาก ได้มา 2 เล่ม

- ชีวิตต้องสู้ หนังสือชุดบ้านเล็กเล่มพิเศษ เป็นชีวประวัติของลอร่า ผู้เขียนหนังสือชุดนี้ พร้อมภาพประกอบ ซึ่งเล่มนี้เป็นเล่มเดียวที่เราขาดอยู่ (แต่ตอนซื้อแอบไม่แน่ใจว่าเคยซื้อหรือยัง เพราะยังอ่านไม่จบ แต่กลับมาเช็คที่บ้านปรากฏว่ายังไม่ได้ซื้อค่ะ โชคดี) 83/165 ครึ่งราคาในสภาพใหม่เอี่ยม

- ใต้เงาตะวัน ปิยะพร ศักดิ์เกษม กำลังจะซื้อเล่มนี้พอดีค่ะ แต่จะรอคูปอง 30% นายอินทร์ก่อน เพราะฉบับอรุณหนามากและแพงมาก มาเจอเล่มนี้แทบกรี๊ด เป็นฉบับที่พิมพ์กับสถาพร ใหม่เอี่ยมปิ๊งๆ แค่มีหมึกขีดที่สันล่างเท่านั้น 100/320 ค่ะ


5. วงกลม

- ดื่มทะเลสาบ อาบทะเลทราย บินหลา สันกาลาคีรี สืบเนื่องจากหนังสือ INDIA DIARY ที่เพิ่งอ่านไป เลยสนใจอินเดียขึ้นมา ค้นไปค้นมาเจอว่าหนังสือเล่มนี้เจ๋งมาก ทีแรกว่าจะไปยืมที่ TK Park แต่เจอที่นี่พอดีเลยสอยมา 90/190


6. บูธอะไรก็ไม่รู้ โซน C1 ทีมีกระบะขายหนังสือเล่มละ 20 บาท ได้วรรณกรรมเยาวชนสืบสวนของญี่ปุ่นมา 5 เล่มค่ะ

- รหัสลับทัวร์ปริศนา
- รหัสลับจากฟากฟ้า
- รหัสลับอันตราย
- และแล้วห้าคนก็หายไป
- ปริศนาโถแก้ว

5 เล่ม 100/735 บาทค่ะ สภาพดีเลยล่ะ


สุดท้าย ก่อนกลับเห็นบูธ Green Read เลยจะเอาหนังสือของแก้วกานต์ไปปั๊มแสตมป์ซะหน่อย แต่งานนี้ไม่มีค่ะ มีแต่ให้กด Like Facebook แล้วเล่นเกม เป็นเกมเหมือนพินบอล ให้เราหยอดลูกปิงปองผ่านไม้กั้นๆ แล้วดูว่าไปตกช่องไหน หนึ่งในรางวัลมีน้ำอะไรสักอย่างด้วย ด้วยความที่หนังสือหนักมาก เลยไม่อยากแบกน้ำอีกเลยเลือกหยอดช่องริม ปรากฏได้หนังสือฟรี 1 เล่ม ซึ่งหนังสือที่มีให้เลือกนี่ไม่ไก่กาเลยนะคะ เป็นหนังสือสปอนเซอร์แบบใหม่เอี่ยม ไม่มีปั๊มอภินันทนาการใดๆ มีของแจ่มใสด้วย เลยเลือกนิยายจีนมากกว่ารักมาค่ะ

- หญิงงามกำมะลอ เซียงหมี 0/159 บาท

สรุปเลยหนักเพิ่มขึ้นอีก - -" แบกกลับบ้านเกือบตาย รถก็ติด รถเมล์ก็ไม่มีที่นั่ง บ้านก็ไกลด้วยนะ

แต่งานนี้คุ้มนะคะ รู้สึกได้เดินดูหนังสือชิลล์ดี ไม่มีคนขายตะโกนสร้างความรำคาญด้วย แล้วก็รู้สึกว่าละเลียดได้เต็มที่ ตอนงานใหญ่บูธเยอะเกินไป หลังๆ เดินจนเมื่อยก็จะเดินผ่านๆ ไมได้สำรวจนานๆ เหมือนงานนี้ค่ะ

สรุปว่าชอบนะ งานนี้ ปีหน้าจัดอีกก็จะไปอีกค่ะ




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 19 กรกฎาคม 2556 22:46:38 น.
Counter : 687 Pageviews.  

INDIA DIARY อินดง อินเดีย / สเลดทอย



INDIA DIARY อินดง อินเดีย / สเลดทอย
ราคาปก 195 บาท / สนพ. แซลมอน


ห่างหายจากการอัพ blog ไปนานเป็นปีๆ
แต่ยังเข้ามาอ่าน blog ของคนอื่นอยู่เรื่อยๆ
ก็การอัพ blog มันมีขั้นตอนหลายขั้นอยู่ ไหนจะถ่ายรูป แต่งรูป คิดเนื้อหา ฯลฯ

พูดง่ายๆ ก็คือ "ขี้เกียจ" น่ะแหล่ะ

แต่วันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มนึง
มันสนุก มันตลก มันมีสาระ
จนอยากบอกต่อให้คนอื่นได้รู้ และไปช่วยสนับสนุนคนเขียนกันคนละ 2-3 เล่ม

(ทั้งนี้ เราไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้เขียนแต่อย่างใดนะจ๊ะ)


INDIA DIARY ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นไดอารี่เกี่ยวกับอินเดีย
แต่ผู้เขียนไม่ได้มาเล่าการเดินทางให้ฟังเป็นฉากๆ หรอกนะ
แต่เก็บเกี่ยวความทรงจำของ 44 วันแห่งการผจญภัย (?) ในอินเดีย
เอามากลั่นกรองเป็น 55 หัวข้อสั้นๆ (มาก) เกี่ยวกับประเทศนี้
พอดีผู้เขียนเค้าไม่ได้ไปเที่ยว backpack ธรรมดาแบบนักท่องเที่ยวทั่วไป
แต่ไปอาศัยเกาะติดนักเรียนไทยในอินเดีย
เรื่องราวที่นำมาเล่าให้ฟังก็เลยคลุกฝุ่นอินเดียกันสนุกเลย

ซึ่งหลังจากอ่านแล้วก็พบว่าจากที่เมื่อก่อนเคยคิดว่ายังไงก็ไม่มีวันไปหรอกประเทศนี้
.....
เปลี่ยนเป็น "ยังไงหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ไป" แทนแล้วค่ะ TvT


แต่ก็ไม่ใช่ว่าอินเดียจะไม่ดีนะ
มันก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน (แบบที่ผู้เขียนบอก)
แต่เรายังทำใจรับมันไม่ได้
เรายังอยากไปเที่ยวประเทศศิวิไลซ์อยู่
ดังนั้น ขอเที่ยวอินเดียผ่านตัวหนังสือไปเรื่อยๆ ก็แล้วกันค่ะ


คุณสเลดทอย ผู้เขียน เค้าเป็นนักวาดภาพประกอบและแอนิเมเตอร์ชื่อดัง (?)
เราก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าเคยมีผลงานอะไรมาบ้าง
แต่รูปประกอบในหนังสือเนี่ยมันโคตรจะฮา
แบบบางตอนอ่านตัวหนังสือก็เฉยๆ นะ แต่พอหันไปเห็นรูปขำคึ่ๆ ออกมาเลย
(ส่วนทำไมต้องขำคึ่ๆ ก็เพราะมันขำแต่พยายามจะกลั้นขำไง)


หัวข้อส่วนใหญ่จะขำนะ
แต่ถ้าจะให้แนะนำที่สุดของที่สุด ขอแนะนำตอนที่ 44 ว่าด้วยเรื่องการแดนซ์
ใช่ค่ะ ลีลาการแดนซ์ของชาวอินเดีย
ไม่รู้ว่าในหนังอินเดีย นอกจากท่ายักคอวิ่งไล่จับกันข้ามเขา 3 ลูกแล้ว
ในหนังยังได้บรรจุท่าเต้นเหล่านี้ไว้ด้วยรึเปล่า
นึกยังไงก็นึกไม่ออกหรอกค่ะ
ต้องลองไปอ่านแล้วนึกภาพตามเอาเอง
...
ใครอ่านแล้วมาเต้นให้ดู เราจะดีใจมากเลยค่ะ


มีอีกอย่างที่ทำให้เราชอบหนังสือเล่มนี้เป็นพิเศษ นั่นคือรสนิยมการเที่ยวของผู้เขียน
"เฉยๆ กับทัชมาฮาล ไม่ได้ปลื้มวิถีโยคี ขี้เกียจดูแขกขี้เลียบแม่น้ำคงคา
สิ่งที่ผมสนใจคือ คน สัตว์ สิ่งของ เรื่องบ้านๆ ของโรตีพีเพิ่ล"
ซึ่งตรงกับรสนิยมของเราเปี๊ยบเลย
(แต่เราไปดูเรื่องบ้านๆ ของปลาดิบพีเพิ่ลแทนนะ)



จบท้าย blog ด้วยคำพูดของพี่ชายที่ตัดหน้ายืมหนังสือไปอ่านก่อนเราค่ะ
ตอนเอามาคืน เค้าบอกว่า
"เนื้อหาส่วนใหญ่รู้อยู่แล้ว แต่พอคนนี้เอามาเล่ามันตลกดี"


อยากไปหามาอ่านกันแล้วใช่มั้ยคะ ^ __ ^








 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2556 18:38:19 น.
Counter : 1062 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

hiroko
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add hiroko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.