Group Blog
 
All blogs
 
Dive1 ลังกาหน้าเข่าคู้สามรอบครึ่ง



อ่านจบเร็วเกินคาดค่ะ สำหรับเล่มนี้

จากที่เกริ่นไว้เมื่อวานว่าถ้าอ่านจบเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟัง เช้าวันรุ่งขึ้นก็อ่านจบเลยค่ะ

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ถ้ายังไม่หยิบจะไม่ค่อยอยากอ่าน แต่พอเริ่มอ่านไปสักบทหนึ่งแล้วจะหยุดไม่ได้ วางไม่ลง ก็เลยอ่านจบอย่างรวดเร็ว

หนังสือเรื่องนี้มีชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่นว่า "Daibu" หรือ Dive ในภาษาอังกฤษนั่นเอง เป็น Series ที่มีความยาว 4 เล่มจบ โดยตอนแรกนี้ชื่อตอนว่า "ลังกาหน้าเข่าคู้สามรอบครึ่ง" ภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า "Forward 3 1/2 Somersaults Tuck Dive" ออกวางแผงที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนเมษายน ปี 2000 เรื่องนี้เป็นผลงานของ Mori Eto ผู้เคยฝากผลงานเป็นที่ติดอกติดใจนักอ่านมาแล้วจากวรรณกรรมเมื่อการมองโลกในแง่ดีเรื่อง "เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม" ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้น (ลองดูกระทู้ในคลับห้องสมุดสิคะ ถ้าให้แนะนำหนังสือในดวงใจเมื่อไหร่ ต้องมีเรื่องนี้ให้เห็นเสมอ)

Dive เป็นเรื่องราวของ ซะไก โทโมะกิ เด็กชายชั้น ม.2 นักกีฬากระโดดน้ำธรรมดาๆคนหนึ่ง ไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรโดดเด่น แต่เมื่อได้มาเจอกับโคชซึ่งมองเห็นลักษณะพิเศษบางอย่างในตัวเขา ชีวิตการกระโดดน้ำของโทโมะกิก็เปลี่ยนไปเพื่อมุ่งหน้าสู่การคัดเลือกตัวแทนโอลิมปิก

ถือว่าเป็นวรรณกรรมแนวกีฬาซึ่งหาได้ยากในบ้านเราค่ะ

อ่านเรื่องนี้แล้วก็ทำให้คิดถึงตัวเองขึ้นมา เพราะเราก็เป็นคนหนึ่งที่ยังหาตัวเองไม่เจอ ไม่เคยทุ่มเทให้กับอะไรสักอย่างอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการงาน มีแต่ทำไปเรื่อยๆ ขี้เบื่อ แล้วก็ขาดความมุ่งมั่น เหมือนกับโทโมะกิในช่วงแรกๆ

แต่เมื่อพบคนที่มองเห็นความสามารถในตัวเขา โทโมะกิก็เริ่มได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองรักและขาดไม่ได้คืออะไร แม้จะต้องแลกกับบางอย่างที่หายไป เช่น แฟน การเที่ยวเล่น เพื่อน หรือการเรียน แต่มันก็คุ้มค่ากับความภาคภูมิใจที่ได้มาจากการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก

แล้วเราล่ะ ... จะใช้ชีวิตเรื่อยๆต่อไปอีกนานแค่ไหน

ถ้าเทียบกับ "เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม" สำหรับเรา สองเรื่องนี้ "ได้ใจ" พอๆกัน อ่านแล้วทำให้เกิดแง่คิดดีๆ ทำให้กลับมาคิดถึงตัวเองว่าเรากำลังเป็นอย่างตัวเอกอยู่หรือเปล่า

ที่สำคัญมีช่วงที่อ่านแล้วสะเทือนอารมณ์ถึงขั้น "น้ำตาซึม" ทั้งคู่เลย

Dive เล่มนี้ เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ยังทำอะไรครึ่งๆกลางๆ หรือไม่เคยทุ่มเทให้อะไรสักอย่างอย่างจริงจังมาก่อน ลองอ่านดู แล้วจะได้มุมมองดีๆแน่นอน

แต่ถ้าใครเป็นพวกอดทนรอไม่ได้ หรือไม่ชอบให้อะไรมันค้างคาใจล่ะก็ ขอแนะนำว่า "อย่าเพิ่งอ่าน" จะดีกว่า เพราะ Dive1 ไม่ได้จบในตอนค่ะ แถมยังจบเอาตอนสำคัญให้ลุ้นในเล่ม2 อีกต่างหาก (ทำร้ายกันชะมัด) แต่ถ้าจะรอให้จบก็อาจต้องรอประมาณ 2 ปีล่ะมั้ง (อีก 3 เล่ม อาจจะออกในงานหนังสือครั้งละเล่มก็ได้...)

สุดท้าย เอาหน้าปกฉบับญี่ปุ่นมาให้ดูกันค่ะ



"Dive 1 Forward 3 1/2 Somersaults Tuck Dive" April, 2000
"Dive 2 Swan Dive" December , 2000
"Dive 3 SS Special'99" July, 2001
"Dive 4 Concrete Dragon" August, 2002


Create Date : 24 ตุลาคม 2548
Last Update : 24 ตุลาคม 2548 12:20:05 น. 6 comments
Counter : 340 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยม...สวัสดีครับ


โดย: **mp5** วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:13:49:03 น.  

 
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ถ้ายังไม่หยิบจะไม่ค่อยอยากอ่าน แต่พอเริ่มอ่านไปสักบทหนึ่งแล้วจะหยุดไม่ได้ วางไม่ลง ก็เลยอ่านจบอย่างรวดเร็ว
^
^
เห็นด้วยค่ะ
..ตอนแรกอยากจะอ่านเล่มอื่นก่อน แต่เห็นเล่มนี้บางๆดีน่าจะอ่านจบเร็ว(พอดีใกล้จะสอบ)


เราชอบเรื่องนี้ตรงที่ว่าบรรยายตัวละครได้ลึกดีค่ะ
..คือพล็อตเรื่องนี่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แต่ก็น่าอ่าน วางแทบไม่ลงเพราะอยากติดตามว่าตัวละครจะทำยังไงต่อไป

แล้วก็มีประโยคเด็ดๆหลายตอน เช่น
ตอนที่โทโมะกิคิดว่าแปลกดีที่ทำไมภรรยาของโค้ชสนใจต้นซากุระแทนที่จะสนใจดอกที่สวยกว่า..

แต่ที่ชอบมากๆคือ..
ที่โค้ชพูดกับพระเอกตอนสุดท้ายที่กำลังเสียใจเรื่องแฟน
"เพราะสูญเสียถึงคิดเอาเองว่าสิ่งนั้นสำคัญ
..ถ้าสำคัญจริงเธอคงไม่ปล่อยให้เสียไปแต่แรก"
พอมาคิดดูอาจจะจริงก็ได้นะ
ที่ผ่านมาคนเรามักคิดว่ารู้ตัวว่าสำคัญเมื่อเสียไปแล้ว
..แต่คำพูดนี้ตรงกันข้ามเลย
..มันเหมือนทำให้ได้ลองคิดอีกมุมบ้างค่ะ


แล้วก็ชอบที่บรรยายถึงความชอบกระโดดน้ำของพระเอก
"เวลาที่โผล่เหนือน้ำแล้วรู้สึกว่าโลกเป็นสีเทาหม่น
รู้สึกว่าต้องหายใจพะงาบๆเวลาอยู่ในโลกนั้น"
(จำไม่ได้ชัดเจน..แต่ประมาณนี้)

บรรยายจนรู้สึกได้เลยว่าเค้าชอบอยู่กับน้ำแค่ไหน..

สรุปว่าชอบค่ะ..
ถ้าเทียบกับเมื่อสวรรค์ฯเหรอ
ชอบคนละอย่างค่ะ
เรื่องนั้นชอบพล็อตเรื่อง
เรื่องนี้ชอบความลึกตัวละคร

คนเขียนเรื่องนี้นี่..เก่งจริงๆว่ามั้ยคะ
(ตอบซะยาวเลย^^)


โดย: ~ ส้มๆอมชมพู ~ วันที่: 27 ตุลาคม 2548 เวลา:21:30:05 น.  

 
ส่วนตัวชอบ เรื่อง เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม เพราะว่ายังไม่ได้อ่าน Dive เลย ยังไม่กล้าซื้อ ก็คิดเหมือนกับที่คุณแนะนำนั่นแหละ มันจะจบปีไหนก็ไม่รู้ กลัวติด แล้วหาอ่านไม่ได้ ส่วนเนื้อเรื่อง ลองไปแอบๆ อ่านที่ร้านหนังสือ ก็น่าสนใจ แต่ส่วนตัวดันชอบหนังสือเล่มๆ เล็กๆ พอดีๆ ไม่ยาว เหมือน เมื่อสวรรค์ฯ ชอบมาก เพราะไม่ยาวเกินไป ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะ จะกลับไปลองแอบอ่านที่ร้านหนังสืออีกที แล้วผลงานของ โมริ เอโตะ เรื่องอื่นๆ เคยอ่านกันไหมคะ จะหาได้ที่ไหน


โดย: หญิง IP: 58.10.161.251 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:44:33 น.  

 
เห็นเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ลังเลอยู่ว่าน่าซื้อมาอ่านหรือป่าวอันที่จริงชอบผลงานของนักเขียนคนนี้จากเรื่องเมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม อ่านแล้วติดใจนักเขียนคนนี้มากเลย แม้ตอนจบของเรื่องเราจะเดาถูก แต่การดำเนินเรื่องของเขาทำให้อยากอ่านต่อค่ะ
แต่พอเรื่อง Dive ไม่กล้าซื้อเพราะอันที่จริงก็ไม่ค่อยชอบแนวนี้เท่าไหร่นัก แล้วยิ่งเรื่องนี้มีหลายเล่มยิ่งทำให้การตัดสินใจซื้อยุติลง เหอะๆ แต่ถ้าเป็นประมาณว่าแบบเล่มเดียวจบอันนี้พอได้ แบบเรื่องเมื่อสวรรค์ฯอ่ะค่ะ เพราะอย่างที่เราเข้าใจแนวนี้จะเป็นแนวที่อ่านสบายๆ ไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนนัก ถ้ามีหลายเล่มกลัวว่ามันจะน่าเบื่อค่ะ
แต่จากที่เห็นจขบ.บอกมาว่า "ถ้าไม่หยิบจะไม่ค่อยอยากอ่าน" เหอะๆ เห็นทีเราต้องลองหยิบมาอ่านดูว่าสนุกหรือป่าว


โดย: นักอ่านบลอค IP: 58.147.26.29 วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:11:02:47 น.  

 
อิอิ แม้หนูจะมาเม้นท์ปี 2550 แต่หนูก็พกความชอบอ่านมาอยู่นะคะ ชอบมากกกกกกกกกกกก โคะโสะอาโดะ ป่าของหนู ถือกรรมสิทธิ์ซะเลย หนูมี 4 เล่มแล้วค่ะ ไม่มีแต่ 2 เล่มแรกเท่านั้นเอง


โดย: ไพลิน IP: 124.157.166.238 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:16:56:22 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากกกกเลยค่ะ


โดย: อยากมีเวลาอ่านหนังสือทั้งวัน วันที่: 3 พฤศจิกายน 2556 เวลา:3:11:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hiroko
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add hiroko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.