สวัสดีครับ ขณะนี้คุณได้หลวมตัวเข้ามาในบล๊อคของผมเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ผมมีนิยายสองเรื่องนะครับ รับชมได้ตามสบายครับ

sillfai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add sillfai's blog to your web]
Links
 

 
เครื่องบินสเตลธ์ของนาซี

Horten H.IX ,  Ho 229    เครื่องบินทิ้งระเบิดที่ออกแบบโดยReimar และวอลเตอร์ Horten และสร้างโดยGothaer Waggonfabrikในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ II . มันเป็นครั้งแรกของปีกบิน ที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์เจ็ท ล้วนๆ
และที่เหลือเชื่อ คือมันเป็นเครื่องบินที่ มีแนวคิดที่ล้ำสมัยเกินกว่าเครื่องบินของชาติไหนๆในยุคนั้น
มันคือเครื่องบินเสตลธ์

ในช่วงปี1940  เครื่องบินทิ้งระเบิดเยอรมัน  สามารถเข้าถึงศูนย์บัญชาการของอังกฤษได้แต่ก็พบกับความสูญเสียที่มากมายมหาศาล

เฮอร์มัน เกอร์ลิ่ง ผบ.กองทัพอากาศเยอรมัน จึงเกิดแนวคิด จัดหา เครื่องบินที่เข้าคอนเซ็ป”3 × 1000" ซึ่งประกอบไปด้วยบรรทุกระเบิดได้ 1000 กก.ระยะการทำการ 1000 กิโลเมตร และบินด้วยความเร็ว 1000 กม. / h ขณที่เพดานบินของมันคือ 15,000 เมตร (49,213 ฟุต)
ในตอนแรกนั้น มีความคิดที่จะนำ เครื่องยนตร์ Junkers Jumo 004B turbojets  มาติดให้กับเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งมันจะให้สิ่งที่พวกเขาต้องการนั่นคือความเร็ว  แต่ทว่ามันสิ้นเปลืองน้ำมันมากเกินไป ซึ่งจะให้ระยะทำการของ เครื่องบินสั้นลง

อันนี้คือหน้าตาของ เจ้า Junkers Jumo 004B turbojets  ที่เป็นปัญหา



โครงการนี้ถูกนำให้ สองพี่น้อง Horten เพื่อทำให้มันเป็นจริง

ในช่วง 1930 พี่น้อง Hortenมีชื่อเสียงจากการออกแบบเครื่องร่อน  รัฐบาลเยอรมันที่ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ สโมสรเครื่องร่อน  เนื่องจากการผลิตเครื่องบินทหารและแม้กระทั่งมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นสิ่งต้องห้ามตามสนธิสัญญาแวร์ซาย   

ตามความคิดของพี่น้อง Horten    
รูปแบบปีกบิน ที่เอาส่วน”ลำตัว”ที่ไม่จำเป็นออก"  ในทางทฤษฎีมันจะทำให้ น้ำหนักต่ำสุด และมันช่วยให้การบินมีประสิทธิภาพมากขึ้น  

จุดมุ่งหมายหลักของพี่น้อง Horten ก็คือการสร้างเครื่องบินที่ ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้  โดยอาศัยประสบการณ์ที่ได้รับจากการสร้างเครื่องร่อนไม่มีหาง ที่ทดสอบตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1930

พี่น้อง ortens สรุปได้ว่ารูปแบบที่ลาดต่ำของ ปีกบินสามารถตอบสนองเป้าหมายที่ต้องการได้   พวกเขาหยิบยกโครงการส่วนตัวของพวกเขาH.IX เป็นพื้นฐานสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิด

ในการออกแบบ H.IX  นั้น โครงส่วนที่เป็นลำตัวถูกสร้างขึ้นมาจากเหล็ก แต่ส่วนโครงปีกนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากไม้

พื้นผิวมีสองชั้น ชั้นในเป็นเหล็ก ส่วนชั้นนอกนั้น มีส่วนผสมระหว่าง ยาง ไม้อัด  และถ่านชาร์โคล ส่วนล้อและชุดเกียร์ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด มีทั้งหมดสามล้อ เครื่องยนตร์นั้น เริ่มแรกเดิมที  มันถูกออกแบบมาสำหรับ BMW 003
แต่ทว่า เครื่อง ยนตร์ BMW 003  ยังไม่พร้อม   Junkers Jumo 004  จึงถูกนำมาแทนที่ 

มันมีร่มชูชีพเอาไว้ชะลอตัวเมื่อลงจอด นอกเหนือจากนั้น Horten ยังติดปืน 30 มม.เข้าไปด้วย  โดยตั้งใจจะให้มันเป็นเครื่องขับไล่ไปในตัว เนื่องมาจากความเร็วสูงสุด ที่คาดว่าสูงกว่า อากาศยานลำไหนๆของฝ่ายพันธมิตร

และแล้วใน วันที่ 1มีนาคม 1944  เครื่องต้นแบบ H.IX  V1 ก็ถูกทดสอบ  การทดสอบเป็นไปได้ด้วยดี  H.IX  V1 บินได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ     แต่ทว่าขณะที่นักบินทำการเชิดหัว  ก็เกิดอุบัติเหตุ 

พี่น้อง ortens
















 เครื่องต้นแบบ H.IX  V1 




เครื่อง H.IX  V1 ถูกดึงจากพี่น้อง Horten  และถูก ส่งมอบให้ Gothaer Waggonfabrik เป็นผู้พัฒนาต่อ
ทีมของ  Gothaer ทำการเปลี่ยนแปลง ช่วงล่างให้มีน้ำหนักมากขึ้น  เพื่อให้เครื่องไม่เสียการทรงตัวในขณะเปลี่ยนแปลงท่าบิน เปลี่ยนแปลงระบบทำความเย็น และเพิ่มส่วนที่เป็น ฉนวนเพื่อป้องกันส่วนปีกที่ทำมาจากไม้

และในเดือนธันวาคม 1944 หลังการออกมา V1 การปรับปรุง  ก็เสร็จสิ้นลง    ต้นแบบ เครื่อง HIX V2ที่ถูกปรับแต่งใหม่เพื่อให้เข้ากับ เครื่องยนตร์ Junkers Jumo 004  ที่เข้ามาแทน BMW 003 ที่ไม่พร้อมก็เสร็จสิ้นลง   

นายพล กอร์ริ่ง  ผบ กองทัพอากาศเยอรมัน มีแผนสั่ง ให้ผลิตมันออกมา 40ลำ 

การทดสอบเที่ยวแรก ของ V2  มีขึ้นในวันที่ 2กุมภาพันธ์ 1945 


การทดสอบทั้งหมด เป็นหน้าที่ของ Gothaer Waggonfabrik เพราะในขณะนั้น  พี่น้อง ortens กำลังทำเครื่องบินทิ้งระเบิดข้ามทวีปที่มีชื่อว่า  Amerika
การทดสอบเป็นไปได้ด้วยดี นักบินทดสอบคือleutnant Erwin Ziller  รายงานว่า  การบินเป็นด้วยดี  มีความไม่เสถียรอยู่บ้างเมื่อบินออกด้านข้าง (เป็นปกติของเครื่องบินที่ไม่มีหาง )

ครั้งที่สองก็เป็นไปได้ด้วยดี  มีเพียงการลงจอดเท่านั้น เนื่องจาก นักบินกางร่มที่ช่วยชลอขณะลงจอดเร็วไป ทำให้ช่วงล่างเสียหาย
มีรายงานว่าในการฝึกซ้อม ด็อกไฟท์ มันเหนือกว่า  Messerschmitt Me 262  (เครื่องบินขับไล่เครื่องยนตร์เจ็ท ของเยอรมัน)

สองสัปดาห์ต่อมาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์  1945  ที่ความสูง 800เมตร  เครื่องยนตร์ได้เกิดลุกไหม้  และดับลง(เป็นปํญหาที่ไม่เสถียรของเครื่อง Junkers Jumo 004  อยู่แล้ว)นักบินพยามสตาทร์ใหม่ แต่ไม่เป็นผล  ตัวนักบินเองก็ไม่ได้ วิทยุติดต่อ หรือพยามดีดตัว (มีการคาดการว่า นักบินอาจสลบเนื่องจาก ควันพิษที่ไหลเข้ามาในห้องนักบิน )  
 เครื่องตกกระแทกพื้น ตัวนักบินกระเด็นออกจากเครื่อง และเสียชีวิตในอีกสองสัปดาห์ต่อมา  เครื่องต้นแบบแหลกเป็นชิ้นๆ


Messerschmitt Me 262




แม้จะประสบความล้มเหลวจากปัญหาความเสถียรของเครื่องยนตร์  ใน V1 และV 2 แต่ HO229 ก็ถูกรวมใน หมวดนักรบฉุกเฉิน Jäger-Notprogramm (Emergency Fighter Program) 
และ V3 ก็ถูกผลิตออกมา    ติด ปืน ใหญ่อากาศ MK 108 30mm cannon ไว้ที่ใต้ปีก  V4 รุ่นสองที่นั่ง  V5 รุ่นรบกลางคืน  V6 รุ่นต้นแบบ  V 7รุ่นฝึก (สำหรับสองที่นั่ง) 

แต่ทว่า เยอรมันก็พ่ายแพ้สงครามเสียก่อน


เครื่อง  V3  และ แบบแปลนก็ตกอยู่ในมืองของอเมริกา

*******************
V3 ขณะถูกขนไปอเมริกา



ต่อมา เจ้าV3 นี้ก็ไปอยู่ที่พิพิธภัณท์ สมิธโซเนี่ยน

หลังสงคราม Reimar Horten กล่าวว่าฝุ่นถ่านที่เขาผสมกับกาวไม้ในมีคุณสมบัติดูดซับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เรดาร์) ซึ่งเขาเชื่อว่าสามารถป้องกันเครื่องบินจากการตรวจสอบโดย เรดาร์เตือนภัยภาคพื้นดินที่ความถี่ 20 ถึง 30 MHz  การออกแบบปีกบินเช่น HO 229   จะมีขนาดเล็กกว่า ในเรดาร์ตัดขวาง ทั้งนี้เป็นเพราะปีกผสมลงไปในลำตัวและไม่มีใบพัดขนาดใหญ่หรือแนวตั้ง  และแนวนอนพื้นผิวหางก็ไม่มี  ให้เรดาร์โดยทั่วไปสามารถตรวจจับได้

วิศวกรของNorthrop Grumman-คอร์ปอเรชั่น สนใจใน HO 229 และหลายครั้งพวกเขามาเยือนมัน ห้องพิพิธภัณฑ์ Smithsonian ในซิลเวอร์ฮิลล์, แมรี่แลนด์ในช่วงปี 1980  วิศวกรของ  Northrop Grumman ได้ทดสอบเฟรม ของเจ้าV3 หลายครั้ง  โดยยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ตรงส่วน ของกรวยจมูกที่ทำจากไม้ที่หนา19มม, และอีกหลายๆส่วน
ผลของการทดสอบ สัญญาณเรดาร์ชะลอตัวลงมาก  

และในปี 2008  Northrop Grumman ร่วมมือกับ  ช่อง สารคดี National Geographic  พิสูจน์ว่า  เจ้า Ho 229 นี้เป็น เครื่องบิน เสตลธ์ รุ่นแรกของโลกหรือไม่  บริษัท  Northrop Grumman  สร้าง  เครื่องบินนี้ตามแบบที่มีอยู่ทุกอย่าง
โดยใช้เวลา กว่า 2500ชม.  และเงินกว่า2500เหรียญ แล้วนำมันไปทดสอบที่ บริษัท บริษัทReda cross-section (RCS) ที่Tejon, แคลิฟอร์เนีย  ซึ่งHo 229    จะถูกยึด กับเสา โดยห่าง  15 เมตร (50 ฟุต ) สัมผัสกับแหล่งพลังงานไฟฟ้าจากมุมต่างๆโดยใช้ความถี่เดียวกันสามในช่วง 20-50 MHz ซึ่งเป็นความถี่ที่ใช้ในปี 1940 



ผลลัพธ์พบว่า HO 2-29 หลบเรดาร์สัมพันธมิตรยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จริงๆ! 

โดยถ้าเทียบจากเรดาร์ระวังภัยบริเวณช่องแคบอังกฤษในยุคนั้นจะตรวจจับเครื่องบินรบศัตรูได้เมื่อเข้าสู่ระยะ 160 กิโลเมตร แต่สำหรับ HO 2-29 จะจับได้เมื่อบินเข้าระยะ 129 กิโลเมตร และเพราะมันบินเร็วมาก จึงสามารถพุ่งถล่มเป้าหมายใจกลางอังกฤษภายใน 8 นาที ขณะที่เครื่องบินรบทิ้งระเบิดรุ่นก่อนหน้าต้องใช้เวลา 19 นาที ส่งผลให้ทัพอังกฤษและสัมพันธมิตรมีเวลาเตรียมรับมือน้อยลง

"มีความเป็นไปได้ว่า ถ้าฝ่ายนาซีผลิต HO 2-29 ออกปฏิบัติการ เกมการรบอาจพลิกผันและได้เปรียบในห้วงเวลาหนึ่ง จนกว่าฝ่ายสัมพันธมิตรจะคิดค้นอาวุธตอบโต้สำเร็จ" ทอม โดเบรนซ์ ผู้เชี่ยวชาญสเตลธ์ของนอร์ธทรอปฯ กล่าว

แต่ประวัติศาสตร์ไม่ได้เขียนเอาไว้เช่นนั้น เพราะ HO 2-29 ไม่เคยออกรบ








Create Date : 19 มิถุนายน 2556
Last Update : 19 มิถุนายน 2556 22:52:34 น. 0 comments
Counter : 437 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.