คุณแม่น้องแฝด ฮานากะฮารุ ^^

Whatever will be will be..........อะไรมันอยากจะเกิดก็เกิดไปเล้ยยยย





"When I was just a little girl
I asked my mother what will I be........."

คิดว่าหลายๆคนได้ดูโฆษณาของไทยประกันชีวิตตัวใหม่นี้แล้ว
เป็นโฆษณาที่แปลกเหลือเกิน มีแต่เพลง ไม่มีการพูดจากันสักนิด
แต่ทำให้เราลึกซึ้งกินใจได้มากกว่าคำพูดนับพัน
ทำให้เราต้อง "คิด" โดยสมัครใจ
และบางทีนะ เรารู้สึกว่าเขาขายอะไรที่มากกว่ากรรมธรรณ์ ....

สำหรับตัวเราอยากจะคารวะผู้ผลิตผลงานทุกชิ้นที่ผ่านมา
ของไทยประกันชีวิตเหลือเกิน
สามารถจริงๆ คิดได้อย่างไรนะแต่ละครั้ง
เราว่าการสร้างโฆษณาสักชิ้นที่ลึกซึ้งและจับใจคนดูแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ไทยประกันชีวิตทำได้ทุกครั้งนะ ไม่มีครั้งไหนที่ดูแล้วไม่ซึ้ง......

ที่จำได้เคยดูชุดปู่ชิว, ลูกสาววัยรุ่นที่ท้องโดยไม่เจตนา
พ่อที่โกรธลูกที่เล่นดนตรีแล้วรถชน (จำภาพหน้าปัดนาฬิกาแตกกระจายฝังใจเลย)
แม่ติ๋วบ้านโฮมฮัก.....
ซึ้งทุกอันเลย แอบน้ำตาซึมทุกครั้งที่ดูต่อหน้าฝูงชน
แต่ถ้าดูคนเดียวในห้องนอนล่ะก็ได้น้ำตาไหลพรากทีเดียว.....
เค๊าทำได้กินใจจริงๆ

จนมาถึงคราวนี้....
ครั้งล่าสุดที่เป็นเหล่าเด็กน้อยทั้งสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์มาร้องเพลงประสานเสียง Que sera sera ด้วยกัน

.............
.......
...
..


เราชอบเพลงนี้มาก
มันเป็นอะไรที่ง่ายๆ เป็นสัจธรรม
อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด......
ถ้าเพียงเด็กน้อยทราบสิ่งที่แม่ของเขาต้องการบอก
อนาคตถึงแม้จะเกิดอะไรขึ้น เด็กน้อยก็ยังยืนหยัดอยู่ในสังคมอยู่ได้

แต่ถ้าเด็กน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่คิดว่า
ทุกสิ่งจะต้องเป็นอย่างที่ฉันอยากเป็นอยากได้
เด็กน้อยในร่างผู้ใหญ่ก็จะไม่มีทางได้พบกับความสุขตลอดไป
เหมือนผู้ใหญ่หลายคนในสังคมนี้ที่กำลังไม่พอใจในสื่งที่กำลังเกิดขึ้น
เพราะไม่คิดว่า Whatever will be will be

v
v
v
v


ตัวเราก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังมีความทุกข์
จากงานหนักๆที่ทำท่าจะถาโถมเข้ามาใส่
จากลูกน้องที่ตั้งท่าจะลาออกอยู่เรื่อยๆ
ทำให้เราจิตตก เกิดอาการวิตกกังวล...
ว่าหากถึงเวลาที่งานมันมา
แต่คนไม่เพียงพอจะทำงาน สภาพเวลานั้นจะเป็นอย่างไร
ยิ่งคิดไปยิ่งเครียด ยิ่งกลุ้ม
ทั้งที่ก็รู้ตัวแล้วว่าเราทำดีที่สุดแล้ว มันก็ยังออกมาเป็นแบบนี้
แต่ก็ยังไม่วายจะคิด ไม่วายจะเครียดจนได้

จนวันหนึ่งระหว่างนั่งทำงานที่เคาท์เตอร์จ่ายยา
ได้เห็นโฆษณานี้เป็นครั้งแรก
สิ่งที่เกิดขึ้นในสมอง สิ่งที่เราคิดขึ้นมาเองในทันที
มันโดนใจมาก รู้สึกกระแทกใจสุดๆ


Whatever will be will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
ใครจะไปห้ามมันได้
เราทำดีที่สุดแล้วในสิ่งที่เราทำได้
หากนอกเหนือจากนั้น ถือเป็นอำนาจท้องฟ้า
เราไม่เกี่ยว ไม่มีเหตุผลที่จะกังวล
เพราะถึงกังวลก็ห้ามมันไม่ได้อยู่ดี !!!

คิดได้แล้ว อยากจะฉีกยิ้มให้ตัวเอง
ไม่ต้องไปกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น
อะไรมันอยากจะเกิดก็เกิดไปเล้ยยยย
เจ้าอนาคต...ชั้นไม่กลัวแกแล้ว

....................................................................................


Que sera sera (Whatever will be will be) ของ Pink Martini

When I was just a little girl
I asked my mother what will I be
Will I be pretty will I be rich
Here's what she said to me
Que Sera Sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que Sera Sera
What will be will be
When I grew up and fell in love
I asked my sweetheart what lies ahead
Will we have rainbows day after day
Here's what my sweetheart said
Que Sera Sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que Sera Sera
What will be will be
Now I have children of my own
They ask their mother what will I be
Will I be handsome will I be rich
I tell them tenderly
Que Sera Sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que Sera Sera
What will be will be
Que Sera Sera





 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:48:43 น.
Counter : 271 Pageviews.  

วันนี้มาทำงานสายจนได้.......

วันนี้มาทำงานสาย อันเนื่องมาจากฤทธิ์ของพายุกิสนา
ที่ตอนนี้อ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชั่นขณะที่เข้าเมืองไทย
ไม่รู้เหมือนกันว่าตกตั้งแต่กี่โมงเพราะตื่นมาหกโมงเช้าก็เห็นว่าตกไปแล้ว
คาดว่าน่าจะนานแหล่ะ เพราะพื้นเจิ่งนองเชียว.....
จนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ยังไม่หยุดตก
แต่ก็ถึงเวลาต้องเดินทางแล้วอ่ะ...

ได้แต่คิด เฮ้อ....เดี๋ยวต้องเจอรถติดหนักแน่เลย
แล้วก็จริงดั่งคาด รถติดยาวมากกกก
แค่หน้าปากซอยก็ออกไม่ได้แล้ว หยั่งงี้วันนี้ไม่รอดแน่
แล้วก็ไม่รอดจริงๆ วันนี้ทำงานสายเลย
ตอกบัตร 8.15 สายไป 15 นาที

เฮ้อ เวลาที่ฝนตกเนี่ย จะเบื่อชีวิตมนุษย์ทำงานมากเลย
8 โมงเช้า ตาลีลาเหลือกมาทำงาน
ฝนตก รถติด ก็ต้องมา ภารกิจสำคัญเท่าชีวิต
น่าเบื่อแต่ก็ต้องทน.....ทำยังไงได้เนอะ
ทำงานให้เค้านี่ จะเหนื่อยขนาดไหนก็ต้องทน งือๆ
ทนทำงานไปเท่าที่ทำได้
ยังไงก็มาถึงรพ.แล้วนี่
สู้ๆ





 

Create Date : 01 ตุลาคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:48:52 น.
Counter : 201 Pageviews.  

เสาร์อาทิตย์....พักผ่อนๆๆๆ



เสาร์ที่ผ่านมา พี่ศักดิ์ชวนไปโยนโบว์ลิ่ง
บอกว่าวันนี้มีแข่งโบว์ลิ่งด้วยเป็นการแข่งแบบ 9 พินสไตค์
(คือว่าปกติ โบว์ลิ่งจะเป็น 10 พินสไตค์ไง ถ้าเอาแค่ 9 พินก็จะสไตค์ง่ายขึ้น)
พี่ศักดิ์อยากปายยย กระเหี้ยนกระหือรือ สนใจมากมาย
บอกว่ารางวัลที่ 1 ตั้งหนึ่งหมื่นทีเดียวเชียว
(ว้าย คิดเหรอว่าจะได้ง่ายๆขนาดนั้นจ๊ะ)

แต่เอาเถอะ ถ้าอยากไปก็ด้ายยยยย
เราซำบายๆอยู่แล้น ไปไหนก้อด้ายยยที่มีเธอ (แหว่ะ !!)




โฉมหน้า nevigator ของเราในวันนี้




ท้องฟ้าค่อนข้างมืดนะ จะมีฝนรึปล่าวเนี่ย
(มีก็ไม่กลัว เพราะอยู่ในห้าง อิอิ)




คุณพี่ค่ะ ช่วยกันทำมาหากินนิดนึง
น้าน....อย่างนั้นแหล่ะคะ





V
V
V
V
V

But พอพี่ศักดิ์มาถึงลานโบว์ลิ่งที่เมเจอร์ บิ๊กซี ชลบุรี
ก็พบความจริงอันน่าเศร้าว่างานนี้เค้าแข่งถึงสี่ทุ่ม
ซึ่งสี่ทุ่มนี้เป็นเวลาที่คุณชายจะหลับปุ๋ยเรียบร้อยไปแล้ว
ก็เลยตัดใจ....ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวจะง่วงนอน
(โห คุณชาย...เด็กอนามัยกว่าเราอีกแฮ่ะ อิฮั้นน่ะเที่ยงคืนกว่ายังเฉยๆ)
เอาว่ะ ไม่แข่งก็ไม่แข่ง
ดูเค้าซ้อมไปพลางๆก่อนก็ได้




บรรยากาศลานโบว์ลิ่งบ่ายวันเสาร์




อดเล่น + อดแข่ง หุหุ หน้าตาเสียดายเชียว





เพื่อนๆเคยเล่นโบว์ลิ่งไหม
เราเพิ่งเคยเล่นมาปีกว่าเพราะมาคบกับพี่แกแล้วเค้าพาไปเล่นดู
พี่ศักดิ์ชอบเล่นโบว์ลิ่งมากนะ สามารถมาเล่นกะเพื่อนๆได้บ่อยโดยไม่มีเบื่อ
เวลาเล่นก็จะมีพนันติดปลายนวมเล็กๆ ประมาณว่าใครแพ้จ่ายค่าเกมส์ค่าข้าว
นี่ก็ว่าวันหลังจะตามตำรวจมาจับแล้ว
ข้อหาเล่นการพนัน อิอิ








เบื่อๆแล้วก็ไปกินข้างเที่ยง
ไปกิน KFC วันนี้คนเยอะจัง
แทบไม่มีที่นั่งกินเลย
แต่แหม...พอได้โต๊ะก็ทำเลไม่ดีเล๊ยยย
ทำเลไม่ดี อาหารเลยไม่อร่อย
(คิดไปเองปล่าวหว่า....)






บรรยากาศโต๊ะที่นั่ง
ไม่ดีเลยอ่ะ ยังกะนั่งกลางฝูงชนยังไงก็ไม่รู้
เลยไม่มีอารมณ์ถ่ายรูปอาหารซะงั้น





เสร็จจาก KFC ก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อยในบิ๊กซี
เข้าร้านหนังสือซีเอ็ด ซึ่งที่โปรดปรานของเราสองคนมาก
สามารถอยูในนั้นได้ไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง
ไม่รู้ขาทำด้วยหินกันหรือเปล่า
รู้แต่ว่าออกมาเมื่อยขากันเป็นบ้า......


มื้อเย็น อยากทานอะไรเบาๆ
เลยไปทานอาหารเวียดนามกัน
วันนั้นสั่งปากหม้อญวนกะแหนมเนือง
กินสองคน โอ้ แค่นี้ก็กินแทบไม่ไหวแล้ว
อ้อ ชอบร้านอาหารเวียดนามตรงที่ได้กินผักจุใจมาก
ถูกใจคนรักผักอย่างเราสองคนนักแล





ปากหม้อญวน ข้างในเป็นหมูสับ เห็ดหอม แครอท
อร่อยนะคะ แป้งนุ่ม รสชาติดีเลย
กินกับน้ำจิ้มคล้ายน้ำจิ้มไก่แต่จะใสกว่า รสออกหวานๆ
อร่อยค่ะ อร่อย




แหนมเนืองมาแว้ววววว
อาหารสุดฮิตของร้าน
เครื่องครบครันดีมากค่ะ
มีมะม่วงดิบ กล้วยดิบ สับปะรด กระเทียม ขิง พริก
กินกะน้ำจิ้มรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม
เป็นเมนูโปรดของเราเลยแหล่ะ






แล้วพี่ศักดิ์ก็ขับรถมาส่งที่บ้านราว 2 ทุ่ม
ขับมาถึงแม่ยังไม่ให้กลับ ให้เอาขนมไหว้พระจันทร์ที่แม่ทำเองไปฝากที่ทำงานด้วย
ใช่ค่ะ เราพิมพ์มิผิดหรอก
แม่เราทำขนมไหว้พระจันทร์เองจริงๆ
เนี่ยทำแล้วให้เราไปแจกที่รพ.เป็นร้อยๆลูกเลย
พอรู้ว่าทำเองทุกคนอะเมซิ่งใหญ่เลย
ไม่คาดคิดว่าจะมีใครมานั่งทำขนมแบบนี้ด้วย
(ซื้อกินง่ายกว่ามั้ย)
แต่เม่เราทำเองจริงๆนะ นี่คือหลักฐานจ้า




ไส้โหงวยิ้ง ดูกันให้ชัดๆ
อยากบอกว่า....มันอร่อยมากๆอ่ะ
ตั้งแต่แม่เราทำขนมไหว้พระจันทร์เป็นมา 5 ปี เราไม่เคยซื้อที่ไหนกินอีกเลย
เพราะของแม่เราอร่อยมากมากๆๆๆๆอ่ะ
ไส้ข้างในเป็นพวกถั่ว ประเภทอัลมอลด์ อัลมอนด์จีน ฟักเชื่อม กุนเชียง หมูแผ่น ไข่เค็ม เม็ดแตงโม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ทานแล้วก็จะมันส์ๆดี
อ้อ ใส่เหล้าจีนด้วยนะคะ จะให้กลิ่นหอมด้วย

...........
.......
....


คุณแม่เราทำอาหาร+ขนมเก่งมากกกกกค่ะ
ชอบทำไปแจกใครต่อใครมากมาย
อย่างของพี่ศักดิ์เนี่ย แม่ก็จะให้เอาไปแจกที่ศาลด้วย
แล้วทุกคนก็จะรู้ว่าเป็นขนมบ้านน้องแฮ็กๆ

วันแรกที่เรารู้จักเพื่อนพี่ศักดิ์
เพื่อนเค้าชมใหญ่ว่าเค๊กที่เอามาให้อร่อยมากกกก
เราก็ยิ้มแฮ่ะๆ (แล้วก็นึกภาวนาในใจอย่าถามเล้ยว่าทำยังไง)
แล้วสิ่งที่เรากลัวที่สุดก็บังเกิด
พี่เค้าถามว่า "แล้วขนมนี่ทำยังไงค่ะ"
เราก็เลยยิ่งยิ้มแหยๆ แล้วก็หันไปขอความช่วยเหลือพี่ศักดิ์ทันที
พี่ศักดิ์บอกว่า โอ้ย น้องแฮ็กน่ะ กินอย่างเดียวทำไม่เป็นหรอก
โน่น..คนทำนะ แม่เค้า
แล้วจากนั้นเพื่อนพี่ศักดิ์ก็ไม่เคยถามเราเรื่องขนมอีกเลย 5555





กล่องขนมเนี่ยแม่ก็ไปซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์เบเกอร์รี่
อลังการงานสร้างมากค่ะ
บอกใครก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าทำเองเพราะกล่องมันสวยเกินเนี่ยแหล่ะ

จริงๆแม่เราทำขนมได้หลายอย่างนะ
ทั้งเค๊กกล้วยตาก คุ๊กกี้ ซาลาเปา เปี๊ยะกุหลาบ นานาสารพัด
เมื่อก่อนพ่อเราก็ไม่ชอบหรอกที่แม่บ้าทำขนมขนาดนี้
เพราะเธอเล่นไม่หลับไม่นอน เข้านอนตีหนึ่งเงี้ย
แล้วก็ตื่นเช้ามาทำงาน ก็เวียนหัว
พ่อจึงสั่งห้ามทำขนมอีก ให้เข้านอนไวๆ
จากนั้น....ไม่น่าเชื่อ
แม่ซึมลงมาก บ่นว่าเบื่อเซ็ง ไม่มีชีวิตชีวา
พวกเราจึงได้รู้ว่าเธอมีความสุขกับสิ่งนี้ เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ
พอไม่ได้ทำขนม ถึงขั้นหงอย คอตก
พ่อสงสาร เลยอนุญาติให้แม่ทำ
แม่ดีใจมาก รับปากว่าจะไม่ทำจนนอนดึกอีก
แล้วเรื่องราวก็จบแบบแฮ็ปปี้เอ็นดิ้งอย่างนี้แหล่ะคะ


กลับมาที่คุณพี่ศักดิ์
พอได้รับขนมก็กลับบ้านไป
เราก็เลยถึงคราวอาบน้ำและเข้านอนแล้วหล่ะ
แล้ววันเสาร์ก็จบลงไปหนึ่งวัน.....


V
V
V
V
V


สำหรับวันอาทิตย์ เราทำงานถึงสี่โมงเย็น
จากนั้นพี่ศักดิ์ก็พาไปหามื้อเย็นกินที่เซ็นทรัล ชลบุรี
ไปบ่อยจริงๆที่นี่ อิอิ


ตอนนี้มีเทศกาลไอศกรีมเฟสติวัลอยู่
เราเลยตระเวนหาไอติมอร่อยๆกินกัน
แต่เราว่างานมันยังไม่อลังการเท่าไหร่นะ
ร้านมาขายก็นิดเดียว
ถ้ามีร้านเยอะก็น่าจะคึกคักกว่านี้



บรรยากาศของงานจากมุมสูง


เราเดินเล่นในงานก่อน เพื่อสำรวจไอศกรีมหน้าตาน่ากิน
ชอบเวทีเค้านะ สีสันสดใสดี
อ้อ โต๊ะก็เป็นแบบไอติมโคนด้วย
เข้าใจทำนะ คิดได้ น่ารักดีค่ะ




วันนี้มาแบบใส่เสื้อกาวน์นะคะ เพื่งเลิกงาน
มิต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากันหรอกค่ะ ใส่มันอย่างเนี้ยแหล่ะ
ชีวิตประจำวันเราก็แต่งแบบนี้ ใส่เสื้อกาวน์ 6 วัน ต่อสัปดาห์
บางทีก็อยากแต่งตัวสวยๆเหมือนอย่างเพื่อนๆจังเลย



กินๆๆๆเสร็จก็ไปต่อฟูจิ
(ไม่ได้ถ่าย เพราะแบตหมด ฮือๆๆๆ)
เฮ้อ แล้วก็หมดไปอีกหนึ่งวัน
เตรียมใจๆๆ ไปลุยงานต่อวันจันทร์......



ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันพักผ่อนนะคะ




















 

Create Date : 29 กันยายน 2552    
Last Update : 14 กรกฎาคม 2556 17:51:28 น.
Counter : 611 Pageviews.  

ยา...กับวัคซีน รักษาโรคทางใจ......

สองอาทิตย์ที่ผ่านมา เรามีอันต้องปวดหัวกับการทำงานมาก
เพราะนิสัยเก่าๆที่เราเป็นนี่แหล่ะ
ไอ้การที่ชอบจัดการอะไรเอง ไม่สั่งงานใครทำให้เราปวดหัว
จนมันสุดๆ มันถึงพีคของมันแล้ว....ก็ต้องระเบิด
แล้วคนที่ถูกระเบิดลงของเราก็คือ
หัวหน้าแผนกตรวจสอบภายในอันแสนเฮี๊ยบของรพ.
เมื่อมาสั่งให้ทำงานฉุกเฉินที่ไม่แจ้งเราล่วงหน้า
(ก็พี่แกจะมาตรวจสอบเรา เค๊าก็ไม่ยอมบอกล่วงหน้าเรานะซิ)


เราบอกเลยว่า "ไม่ทำ ไม่ทำ ไม่มีเวลา(โว๊ย) ใครอยากจะไปฟ้องผู้ใหญ่ก็เชิญ"

พอทำไปแล้วก็รู้สึกไม่ดีเลยนะ เพราะรู้เลยว่าพี่แกไม่พอใจมากกก
เราก็ไม่แคร์...ช่างมัน ไม่อยากทำงานแล้ว

แต่ทั้งๆที่รู้สึกว่าไม่แคร์ มือก็หยิบโทรศัพท์มากด
เมื่อเวลาที่เรามีปัญหาเรื่องงาน เราจะโทรหาป๊าเราก่อนเป็นคนแรก
แต่เมื่อโทรไปหา มันก็ไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เราหวัง.....

"ป๊าๆ ทำไมเค๊าต้องมาเซ้าซี้กะหนูอย่างนี้ หนูเบื่อ หนูรำคาญ แค่นี้งานหนูก็ท่วมหัวอยู่แล้ว ฮือๆ"

"ใจเย็นๆ ไหนเล่าให้ป๊าฟังซิว่ามันเป็นยังไง"

เราก็เล่าๆๆๆๆรายละเอียดให้ป๊าฟัง ป๊าฟังแล้วก็พูดว่า

"แต่ป๊าว่าหนูแบ่งงานไม่เป็นเองนะ ทำไมหนูต้องทำอะไรทุกอย่างเองละ ลูกน้องหนูก็มีไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมไม่ให้เค๊าทำ"

โอ จี้ใจดำอย่างจัง
จริงๆมันเป็นสิงที่เรารู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่อยากรับความจริง
ว่าเราเป็นหัวหน้าที่ใช้คนไม่เป็นจริงๆ
เราก็เลยพาลโกรธป๊ามากมายที่มาว่าเราแทนที่จะปลอบใจเรา

"ฮือ ป๊าก็มาว่าหนู มาว่าหนูทำไม แค่นี้หนูก็เสียใจจะแย่อยู่แล้ว หนูทำอะไรผิดเหรอ โฮๆๆ"

เซ็งเลย นอกจากไม่ได้รับการปลอบใจ ยังถูกแทงใจดำจนปี่แตก
น้ำตาร่วงเลย อุบาทว์ตัวเองมาก
ทำไมชั้นงี่เง่าอย่างนี้วะ โทรไปเล่าให้เค๊าด่าแท้ๆ ฮือ

สักพักหม่าม้าโทรมา คงรู้จากป๊าว่าเรามีปัญหา

"หนู ถ้าหนูมีปัญหา หนูลาออกเลยนะ ไม่ต้องแคร์ ไม่ต้องมานั่งเครียดแล้ว "

โอ้..นี่แหล่ะ ที่ดิชั้นต้องการ คนที่เข้าใจความรู้สึก และสนับสนุนให้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ เลิ่ศๆๆๆ ขอบคุณคะ คุณแม่ขา


เรารู้สึกเลยว่า คำพูดแม่ที่บอกเรา มันให้ความรู้สึกดีอย่างรวดเร็ว
เปรียบไปเหมือนยานะคะ (นี่! มิเสียแรงเป็นเภสัช)
มันเยียวยาให้เราฟื้นจากอาการเจ็บปวดได้เร็วทีเดียว
เรารู้สึกดีขึ้นทันตาเลยค่ะ เมื่อรู้สึกว่ามีแบ็คที่อยู่ข้างหลังเรา
คอยเป็นกำลังใจให้เรา

จนแม้เมื่อตอนบ่าย ป๊าจะโทรมาหาเราอีกรอบ
และก็บอกเราว่าถ้างานไม่ไหวก็ลาออกได้นะ
แต่เรากลับรู้สึกว่าไม่เป็นไร มันไหวแล้ว
ไอ้ความรู้สึกแย่ๆมันได้หายไปแล้ว

v
v
v
v

และก็...แปลกจังแฮ่ะ
เมื่อเราหันกลับมาทำงานต่ออีกระยะ
คำที่อยู่ในใจเรากลับไม่ใช่คำพูดของแม่ที่ให้เราลาออก
แต่กลับเป็นคำพูดของป๊า....
ที่บอกเราว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพราะเราไม่รู้จักใช้คนเอง

เราจึงหันมาดูงานของเรา
ว่ามีอะไรที่เราแบกรับไว้เองบ้าง
แล้วเราก็ตกใจ...ที่มันมีเยอะมาก
ที่เราทำเอง เพราะกลัวว่าคนอื่นจะทำได้ไม่ดีเท่าเรา
ที่คิดว่าเดี๋ยวจะสอนๆ แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้สอน

แล้วเราก็ได้เข้าใจ...
ว่าสิ่งที่ป๊าพูด ถูกโคตรๆๆๆๆเลยคร่า


เรารู้แล้วว่า สิ่งที่ป๊าพยายามบอกเรา
มันคือความจริง แต่เป็นความจริงที่เจ็บปวดเกินกว่าสมองน้อยๆของเราจะรับได้ในสภาวะหน้ามืดตาลาย
ตอนนั้นเป็นช่วงที่เรารับอะไรไม่ได้เลย
แม้แต่เรื่องง่ายๆที่คนไม่ได้ทำงานกับเรายังดูรู้
แต่ตัวเราเองแท้ๆกลับดูไม่ออก...เฮ้อ

เรามีความรู้สึกว่าถ้าคำพูดของแม่ที่ปลอบประโลมให้กำลังใจเราในวันนั้น
เป็นยารักษาโรคเสียใจ หมดกำลังใจได้อย่างชะงัก
คำพูดของป๊าที่แทงใจดำอย่างจัง ก็ไม่ต่างอะไรกับวัคซีนที่ป้องกันโรคในระยะยาว
ไม่ได้เห็นผลทันทีหลังการฉีด
แต่เป็นภูมิคุ้มกันที่ทำให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น
ทำให้เราเข้าใจ...และเห็นความจริงที่เกิดขึ้น
ภายหลังที่จิตเราสงบลง...
ช่วยให้เราทุกข์ทนจากการทำงานน้อยลง
เป็นภูมิต้านทานดีๆที่เกิดขึ้นไม่ได้จากการกินยาครั้งเดียว

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายารักษาโรคจะไม่ดีนะ
ยาของแม่มีประโยชน์ในการรักษาภาวะจิตใจของเราอย่างเร่งด่วน
แต่วัคซีนของป๊าก็ทำให้เราทำงานอย่างมีความสุขในระยะยาวได้อย่างดี
เราโชคดีจัง ทีมีทั้งยาและวัคซีนอยู่ใกล้ตัวแบบนี้

และเพราะทุกคนมีคนสำคัญไม่เหมือนกัน
ไม่แน่หรอกนะ...หากกำลังทุกข์ใจ
หาทางออกอะไรไม่ได้
ลองสำรวจดูนิดนึง.....
บางที"ยา" กับ "วัคซีน" รักษาโรคทางใจแบบนี้ อาจจะอยู่ใกล้มือเราก็ได้....

ใครจะไปรู้




 

Create Date : 13 กันยายน 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:48:24 น.
Counter : 227 Pageviews.  

เป็นผู้ใหญ่นี่ไม่ใช่ง่าย

บางช่วงบางอารมณ์เราก็รู้สึกเบื่องานมากมาย
จะเป็นเวลาที่เจอปัญหามาใส่
อย่างอาทิตย์ก่อนที่โดนมรสุมชีวิต ประหน่ำทั้งงานราษฎร์งานหลวง
ถึงกับเซแซ่ดๆลุกไม่ขึ้นทีเดียวเชียว

เหนื่อยใจอ่ะ
เป็นผู้ใหญ่นี่มันไม่ง่ายเลยจริง
ทั้งที่มีสิ่งต่างๆนาๆมารบกวนจิตใจ
แต่เราก็ต้องฝืนเข้มแข็ง ฝืนทำตัวแข็งแรง
ทั้งๆที่ใจอยากจะยอมแพ้อยู่รอมร่อแล้ว

บางทีก็โกรธตัวเอง
ถ้าใจแข็งกว่านี้สักนิด...
ถ้าเห็นแก่ตัวกว่านี้สักหน่อย
เราก็คงพ้นจากตำแหน่งหัวหน้าที่แสนน่าเบื่อหน่ายตรงนี้ไปได้
ที่ผ่านมาเราพลาดเองแท้ๆ.....

ตอนนี้พยายามทำใจให้สงบนิ่ง
เพราะหากยังไม่มีสมาธิอย่างนี้ งานคงเดินไปยาก
ทำมันไป...ทำมันไปก่อน
อย่าเพิ่งคิดถึงสิ่งเลวร้ายที่จะเกิด อย่าไปนึกถึงเรื่องที่ยังมาไม่ถึง
เพราะเลวร้ายที่สุดในชีวิต คือคุณไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน....

แต่คุณก็ยังมีครอบครัว มีคนที่รักรออยู่ที่บ้าน

ตำแหน่งก็แค่หัวโขน
อยู่รพ. คนอาจเข้าหาเราด้วยความที่เราเป็นหัวหน้า
อาจจะอยากได้บางสิ่งบางอย่างจากเรา...
แต่เมื่อกลับบ้าน เราก็ยังเป็นเราคนเดิม
ไม่มีใครที่หวังผลประโยชน์จากเราอีก....

สิ่งที่เห็นไม่ได้จีรังหรอก
หากชีวิตทำงานที่นี่มันวุ่นวาย มันสับสนมากเกินไป
เรายังมีที่ไป เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก

.....ถ้ามันหนักหนามากก็กลับบ้านเถิดนะ




 

Create Date : 08 กันยายน 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:49:01 น.
Counter : 212 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.