....ความสุขอยู่รอบๆตัว....

เอารูปนิ้วที่ถูกถอดเล็บมาให้ดูกันค่ะ..........(ใครใจไม่ถึงห้ามเข้ามานะ !)









 

อันเนื่องจากลงบล็อคเรื่องการถอดเล็บ ไม่ได้ลงรูปไว้
จึงมีเสียงเรียกร้อง อยากเห็นรูปนิ้วที่ถูกถอดเล็บ
ตอนแรกเราไม่อยากเอามาลง เพราะมันไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่....
แต่ถ้ามีคนอยากดูล่ะก็ได้เลย.....จัดให้จ้า


v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v





เนื้อแดงแจ๋



โคลสกันให้เห็นๆ




น่าเกลียดจังเลยเนอะ

.....................................


แผลแบบนี้ถือว่ายังแฉะอยู่
แต่ต้องล้างแผลทุกวันจนกว่าจะแห้ง
คงจะไม่กว่าอาทิตย์น่ะแหล่ะ กว่าจะถือว่าโอเค
และไม่ต้องมาล้างแผลอีก
(แต่เราเฉยๆนะ ทำงานที่รพ.อยู่แล้ว
มาล้างแผลก็ไม่ลำบากอะไร อิอิ)

เฮ้อ.....ชีวิตคงไม่มีอะไรลำบากเท่านี้แล้วหล่ะ
ตอนอาบน้ำ เราต้องใส่ถุงพลาสติกหุ้มเท้าสองข้าง
แล้วก็นั่งบนเก้าอี้ แต่เอาขาพาดอ่างไว้(ให้ขายกสูงๆ)
จะได้ไม่โดนน้ำ เพราะกลัวแผลติดเชื้อขนาดหนัก
คงจะลำบากอย่างนี้ไปสักอาทิตย์แหล่ะ.....

อ้อ แผลที่ตัดไฝสองวันก็โดนน้ำได้...ดีจัง
เพราะไม่งั้นฟอกหลังก็ไม่ได้
เหม็นตัวเองแย่เลย อิอิ

ขอบคุณที่ติดตามชมนะคร้า





 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:38:18 น.
Counter : 752 Pageviews.  

ย้อนอดีต......เมื่อครั้นถูกถ่ายรูปเพื่อโปรโมทโรงพยาบาล....




เมื่อห้าปีก่อน สมัยเรายังเป็นเภสัชวัยละอ่อนกว่านี้
กำลังจ่ายยาที่เคาท์เตอร์เพลินๆ
จู่ๆก็มีตากล้อง ทีมงานและรีเฟล็กมากมายเข้ามาในรพ.
ผู้คนต่างพากันงงๆกัน เค้าก็สงสัยกันว่าใครยกทีมมาถ่ายภาพในรพ.เนี่ย
แต่เราไม่งง....เพราะรู้จากหัวหน้าแล้ว
ว่าวันนี้จะมีทีมงานเข้ามาถ่ายทำตัวอย่างเพื่อโฆษณารพ.
โดยดาราก็คือพยาบาลและหมอที่ทำท่าตรวจกะดูแลคนไข้นั่นเอง
เราจึงทำงานต่อ....ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างใดๆ
เพราะช่วงบ่ายเหลือเภสัชจ่ายยาคนเดียวเท่านั้น


ปรากฎว่าทำงานสักพัก ตากล้องคนเดิมเดินมาหาเรา
พร้อมกะทีมงาน....ถือรีเฟล็กมาเป็นขบวน
แล้วก็แจ้งความประสงค์กะเราว่า
"คุณเภสัชครับ ผมขอถ่ายรูปตอนจ่ายยาหน่อยนะครับ"

เราก็งงๆ อ้าว....จะถ่ายแผนกชั้นด้วยเหรอ
แหม แต่ไม่บอกล่วงหน้าแบบนี้มีเคืองนะ
ยังไม่ได้ตบแป้งแต่งหน้า.....หน้าโทรมจะตาย
เลยรีบขอตัว วิ่งไปซับมัน กะเติมปากนิดนึง
(ขอหน่อยเถอะ เดี๋ยวคนดูจะรับสภาพไม่ได้)

เสร็จแล้วก็ออกมาหน้าเคาท์เตอร์เช่นเดิม
โดยทีมงานได้เตรียมคนไข้ชายหญิงให้เราหนึ่งคู่
ซึ่งก็คือเจ้าหน้าที่ในรพ.ของเรานั่นเอง...555

ทีมงานให้เราทำท่าจ่ายยา และยื่นถุงยาให้คนไข้
ตอนถ่ายเค้าก็ไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มเติมนะ
เพียงแต่ให้ทำแบบธรรมชาติที่ทำประจำ
เราก็ทำท่าจ่ายยาเหมือนที่เคยจ่าย
และเมื่อตอนยื่นถุงยา เราก็ยิ้มให้คนไข้เหมือนที่เคยปฎิบัติ....
(แต่คราวนี้แอบยิ้มหวานและค้างนานกว่าปกติ)
เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเต็มใจให้บริการ
โดยหวังว่าตากล้องจะเห็นถึงความตั้งใจที่เราช่วยพรีเซ้นส์ให้นะ....


เราก็ถ่ายกันแค่ครั้งเดียว
ไม่เห็นว่าตากล้องจะพูดอะไร
เสร็จแล้วพวกเค้าก็กล่าวขอบคุณเราแล้วจากไป
จนผ่านไปหกเดือน....เราลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยถ่ายรูปตอนจ่ายยา
ก็มีพี่ที่แผนกบัญชีถามว่าเห็นรูปตัวเองรึยัง
อยู่ในเว็บโรงพยาบาลน่ะ ถ่ายสวยเชียวเข้าไปดูซิ
เราจึงเข้าไปดูในเว็บดังกล่าว....




ทีมงานเค้าเลือกรูปเราเป็นโลโก้ของโรงพยาบาล
ถ้า serch ชื่อรพ.เอกชล ก็จะปรากฎชื่อพร้อมหน้าอะฮั้นกะลังจ่ายยา
แถมด้วยสโลแกน "บริการที่ดี คือหน้าที่ของเรา"
เปิดมาถึงก็เจอเลย เห็นแล้วเราอดยิ้มแก้มปริไม่ได้
ชอบๆๆๆๆๆ ก็มันปลื้มนี่นา
ทีมงานเค้าถ่ายดีจัง ถ่ายเราออกมาดูเป็นโปรเฟสชั่นแนลมาก....

ได้มารู้ตอนหลังว่าเค้าถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ไปเยอะมาก ราวร้อยกว่ารูปได้
ทั้งหมอ ทั้งพยาบาล เวรเปล ผู้ช่วยพยาบาล....
โดยถ่ายตอนดูแลคนไข้ทุกอิริยาบท
แต่เค้าเลือกรูปเราที่เป็นเภสัช ซึ่งตอนแรกไม่ได้อยู่ในลิสที่จะถ่ายด้วยซ้ำ
เพราะชอบที่รอยยิ้มและสายตาของเราที่มองคนไข้
เค้าบอกว่าเป็นรูปที่ถ่ายทอด service mild ของหัวใจคนให้บริการได้ดีที่สุด
อีกทั้งองค์ประกอบของภาพค่อนข้างลงตัวด้วย
ที่ประชุมเลยเลือกรูปนี้แหล่ะขึ้นหน้าเว็บ....
โอว.....ฟังแล้วปลื้มมั่กมากเลยค่ะ


v
v
v
v


แต่ก่อนนู้นเราเคยเห็นคัตเอ้าท์รูปเภสัชที่หน้าร้านบู๊ทยืนพนมมือไหว้หน้าร้าน
(สมัยก่อนป้ายนี้จะติดทุกร้านเลย คนที่เข้าร้านทุกคนจะจำได้)
เภสัชที่ว่าจบรุ่นเดียวกะเราด้วย เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที
เรายังรู้สึกว่าเค้าน่ารักดีนะ บู๊ทถึงให้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์
....ตอนนี้เห็นรูปตัวเองในเว็บรพ.แล้วก็อดชื่นชมหน่อยๆไม่ได้
ถึงจะรู้ทั้งรู้ว่าดูดีเพราะฝีมือถ่ายภาพก็เหอะ แฮ่ะๆ


และแม้ขณะนี้ รูปในเว็บจะเปลี่ยนไปแล้ว......
แต่เราก็ยังจำได้อย่างแม่นยำ
ว่าครั้งหนึ่งรูปเราเคยได้รับเลือกให้เป็นรูปโปรโมทรพ.ของเรา
เป็นความประทับใจของเราไปอีกนานเลย....

จบจ้า




รูปปัจจุบัน แก่ขึ้น 5 ปีเอง อิอิ






 

Create Date : 19 ตุลาคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:48:33 น.
Counter : 222 Pageviews.  

ไปตัดไฝและถอดเล็บในวันเดียวกัน.....อะจ๊ากกกก เจ็บมากเลยอ่า

เรื่องมันมีอยู่ว่าอิชั้นมีไฝดำเม็ดเบ้อเฮิ่มที่กลางหลัง
ซึ่งใครก็พูดกันว่าไฝนี้บ่ ดีเล้ย เป็นไฝแบกหามอ่ะ รู้หรือปล่าว


ตัวดิชั้นเองถึงแม้จะยังไม่ได้ทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างที่ไซด์งานไหน
แต่เจอไซโคจากคนที่ทักไฝเจ้ากรรมเม็ดนี้บ่อยๆเข้า
ก็บังเกิดอาการนอยด์ขึ้นมา
เอ....หรือว่าเพราะไอ้ไฝนี่ทำให้เราทำงานหนักจริงๆ
อย่ากระนั้นเลย....ถ้ามันไม่ดีก็กำจัดไปให้พ้นทางดีกว่า
อย่าเอาไว้เลย.....

ตอนนั้นชักอยากทำนะคะ
แต่ใจอิชั้นก็กลัวไปสารพัด
กลัวเข็ม กลัวตอนหมอตัด กลัวทุกอย่าง
แต่ในวูบนึงก็พยายามเชียร์อัพตัวเอง
เอาวะ เพื่ออนาคตๆๆๆ
เผื่อว่าตัดไฝออกแล้ว จะสบายจริงๆไง
(อารมณ์ประมาณว่าหมอดูทักว่าเปลี่ยนชื่อแล้วจะรุ่งอะไรทำนองเนี้ย)

เออ....แล้วไหนๆก็จะเอาไฝออกแล้ว
ต้องเจอกับหมอศัลยกรรมที่เอาสิ่งไม่พึงประสงค์ทุกอย่างออกจากตัวเราได้
อย่ากระนั้น สำรวจซิ ว่าเรายังมีอะไรแปลกปลอมที่ต้องการ reject ออกไป


สุดท้ายจากการสำรวจก็พบ...เล็บนิ้วก้อยที่เท้าสองข้างที่ผิวเป็นคลื่น
สาเหตุน่าจะเกิดจากเล็บขบ หรือการใส่รองเท้าที่หัวแคบไป
ทำให้การขึ้นของเล็บนิ้วก้อยผิดปกติ
กลายมาเป็นคลื่นๆอย่างที่เราเป็นอยู่......

สองจิตสองใจ เอาไงดีวะ
ทำมันทีเดียวหมดเลยดีไหม ไหนๆก็ไหนๆ
จะได้ไม่ต้องหาหมอหลายๆรอบ
เอามันออกให้หมดทั้งไฝทั้งเล็บ

แต่ใจก็กลับยิ่งกลัวขึ้นมาสองเท่าเลย
ตะกี้แค่ไฝอย่างเดียว อิชั้นยังกลัวจะแย่
นี่ต้องถอดเล็บด้วย เรียกว่ามหาโหดเลยล่ะ
ใครที่เคยถอดมีแต่คนบอกว่าเจ็บแบบโคตรๆๆๆๆ
เราเองยังไม่เคยถอดสักเล็บ
นี่คิดจะทำพร้อมตัดไฝ...
จะไหวเหรอเนี่ยยยยย

ทำใจนานนนนนน จนสุดท้ายก็ตัดสินใจ
เอาก็เอาวะ ทำมันทั้งหมดเลย
เจ็บก็แค่ตอนทำ
หลังจากนั้นก็สบายแล้ว
(เรามีสูตรยาสำหรับอาการปวดมากๆ ที่กินพาราไม่หายเตรียมรออยู่แล้ว)
เตรียมใจเสร็จแล้วก็ลุย !
เข้าไปหาหมอเลย

v
v
v
v

เข้าไปถึง ก็แจ้งความจำนงกับหมอ
สื่อสารกันไม่ยาก....รู้จักกันอยู่แล้ว
คุยกันแป๊บเดียวหมอก็เข้าใจความต้องการของเราทุกอย่าง
จึงถึงเวลาขึ้นเขียง โดยเริ่มแรกหมอจะตัดไฝก่อน
เพราะผิวหนังมันสะอาดกว่า แล้วค่อยไปทำที่เท้า

เรานอนคว่ำ ให้หมอฉีดยาชาที่ไฝ
มันก็เจ็บๆนิดนึง แต่ก็พอทนได้
พอเริ่มชา หมอก็เริ่มตัดๆ
สงสารก็แต่ผู้ช่วยพยาบาลที่ช่วยหมอ
เห็นมันทำท่าสยองนิดๆ เวลาที่หมอตัด
เลยถามว่าทำไมทำหน้าอย่างนั้นอ่ะ
เจ้าน้องบอกมันเสียวอ่ะ เวลาหมอดึงไฝขึ้นมา แล้วก็ตัดแหง็บๆ
(เออ พูดซะตรูเสียวตามเลย ไม่รู้ไม่เห็นภาพเหมือนเดิมน่าจะดีกว่า)
ก็เลยหลับตาปี๋ ท่องไว้เดี๋ยวก็เสร็จแล้วๆ
สุดท้ายก็เสร็จจริงๆจนได้

มาถึงเท้า หมอให้เรานอนหงาย
แล้วผู้ช่วยพยาบาลก็มาเช็ดเบตาดีนเพื่อทำความสะอาด
แต่อันนี้พิเศษกว่านะตรงที่มีบุรุษพยาบาลสุดหล่อเจ้าแบงค์เดินเข้ามาด้วย
มันมาทำไรหว่า ตะกี้ตัดไฝก็ยังไม่เห็นมาเลยนี่

สงสัยได้เพียงแป๊บเดียว
พอหมอฉีดยาชาเข้าไปที่นิ้วแถวๆซอกเล็บ
เราจึงได้รู้ว่าบุรุษพยาบาลนี่เข้ามาทำไม
เพราะเจ้าแบงค์จัดการล็อคขาเราทันทีที่หมอฉีด
แล้วก็บอกว่าเราว่า หมอฉีดยาชา จะเจ็บหน่อยนะพี่

v
v
v
v


โอ้ย !!!!!! มันเจ็บมากๆๆๆๆๆๆ เลยโว้ย
โคตรจะเจ็บ จนน้ำตาเราแทบไหลเลย
ขาเรากระตุกเลยอ่ะ แบบควบคุมตัวเองไม่ได้
เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ แบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ต่างกับตอนที่หมอฉีดเข้าไปในไฝล้านเท่า
โอย หาเรื่องจริง ตรูจะตายมั้ยเนี่ย ฮือๆๆ

แถมที่สำคัญ เราทำสองข้างด้วยนะ
นี่ฉีดเข้าไปข้างเดียว ก็ทำเราปวดร้าวเจียนตายได้ขนาดนี้
อีกข้างชั้นไม่ทำได้ไหมเนี่ย เจ็บจะตายอยู่แย้ว
หมอเหมือนรู้ใจ รีบจิ้มอีกข้างทันที
เจ็บๆๆๆๆๆ ไม่ต่างกับครั้งแรกเลย
เราเกร็งไปทั้งตัวเลย ความเจ็บมันแล่นเข้าสมอง
พอหมอถอนเข็มออกมา เราก็ถอนหายใจยาวววววว
เฮ้อ ความทรมานแสนสาหัสมันผ่านพ้นไปเลย
ช้านรอดตายแล้วววววว เย้


จากนั้นก็ถึงกระบวนการถอดเล็บ
โดยหมอจะใช้วิธีแหย่อุปกรณ์เข้าไปในเล็บ แล้วก็ตวัดงัดมันออกมา
(ไม่ได้เห็นเองหรอก น้องที่เข้าเคสมาเล่าให้ฟังทีหลัง)
แต่รู้สึกเบากว่าฉีดยาชาเยอะเลย
อันนั้นมันเจ็บโคตรๆๆๆ

สุดท้าย..พอทำเสร็จ
เราก็มีผ้าก๊อซแปะที่ตัดไฝ 1 ที่
นิ้วก้อยซ้ายสองข้างพันผ้าก๊อซหนาเตอะ 2 ข้าง
รวมเป็น 3 จุด sensitive ที่ห้ามโดนน้ำในช่วงนี้
(ตายล่ะ ชั้นจะอาบน้ำยังไงละเนี่ย)
หมอสั่งห้ามโดนน้ำอาทิตย์นึง เพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อ
สุดท้าย หมอถามว่าเอาใบรับรองแพทย์กี่วัน

เราบอกหมอว่าไม่เอาค่ะ ไม่หยุดต้องทำงาน
หมอร้องเฮ้ย ไหวเหรอ
ผู้ชายตัวโตๆ ถอดเล็บแค่นิ้วเดียวยังต้องหยุดอย่างต่ำวันนึงเลย
แล้วนี่คุณไม่หยุดจริงเหรอ
เลยต้องคอนเฟริมว่าไม่หยุดจริงค่ะ หนูหยุดไม่ได้
ช่วงนี้หนูยุ่งมาก งานเข้าตลอด
หมอก็พยักหน้า อือๆ เข้าใจ ก็กินยาเอาแล้วกัน

ทีนี้มาถึงการกินยา
ด้วยว่าเราเป็นเภสัชกร เราจึงรู้สูตรยาที่แก้ปวดได้อย่างแรง
ชนิดที่ว่าแรงน้อยกว่ามอร์ฟีนหน่อยนึง
และสามารถหามาทานได้อย่างถูกกฎหมาย
ถ้าใครที่ต้องการทราบก็สามารถสอบถามได้เน้อ
ประมาณว่าถอนฟันคุดเสร็จ กินยานี้เข้าไปยังเฉยๆ
ยาวิเศษจริงๆ โฮก

สำหรับคืนนี้นอนหลับฝันดีเลยคะ
ได้เคลียร์สิ่งที่อยากเอาออกมานาน
ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ที่ไม่คิดตังค์เราสักบาทหุหุ
บายจร้า


ปอลิง....เนื่องจากมีผู้สนใจสอบถามสูตรยาที่อิชั้นกินเยอะเหลือเกิน  ซึ่งอิชั้นก็ตอบหลังไมค์ไปเยอะแล้ว แต่เพื่อนๆบางคนก็ไม่มี log in เป็นขาจรทำให้ส่งหลังไมค์ไม่ได้

เราจึงขออนุญาติโพสสูตรยาที่เราทานในบล๊อคเลยแล้วกัน จะได้ตอบข้อสอบถามของเพื่อนๆค่ะ

อนึ่ง !  การจะรับประทานยาแต่ละครั้ง ขอให้ตรวจสอบให้มั่นใจว่าท่านไม่ได้แพ้ยาชนิดนั้น และหากถึงแม้จะไม่แพ้ แต่ทานเขาไปแล้วมีอาการผิดปกติกับร่างกาย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก ผื่นขึ้น ขอให้ท่านพึงสังวรณ์ว่าอาจแพ้ยาชนิดนี้เข้าให้แล้ว ให้หยุดยาทันที  ดื่มน้ำมากๆและหากอาการผิดปกตินั้นไม่ดีขึ้น ขอให้ไปพบแพทย์ด่วนค่ะ

V
V

สูตรยาค่ะ  เราทานสองตัวนะ

1 Tramal 50 mg ยานี้เป็นยาแก้ปวดที่ค่อนข้างแรง ไม่สามารถซื้อจากร้าขายยา แต่สามารถพบแพทย์เพื่อขอซื้อยาได้ค่ะ ทานครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า เย็น

2 Idarac 200 mg ตัวนี้แก้ปวดได้ดีเหมือนกัน แต่จะอ่อนกว่าตัวแรกหน่อย ข้อดีคือสามารถหาซื้อในร้านขายยาได้ ทานครั้งละ 1 เม็ด สามเวลาหลังอาหาร

กรณีที่ไม่สามารถหาซื้อยาตัวที่ 1 ได้  สามารถใช้ยานี้ทดแทนได้ (ทานร่วมกับตัวที่สอง) คือ

Ibuprofen 400 mg ทานครั้ง 1 เม็ด สามเวลาหลังอาหารทันที  ข้อดีคือสามารถซื้อตามร้านขายยาได้....

หลังจากที่เราถอดเล็บ เราทาน Tramal+ Idarac ค่ะ  มีอาการปวดแบบตุ๊บๆ บริเวณที่ถอดเล็บแป๊บเดียว แต่ปวดไม่มากค่ะ  และหลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งชม. แล้วก็ไม่ปวดอีกเลย  แต่มีผลข้างเคียงจาก Tramal คือง่วงนอนค่อนข้างมาก เพราะยากดระบบประสาท วันนั้นต้องงดขับรถค่ะ

ขอให้ทุกท่านโชคดีนะคะ...





 

Create Date : 16 ตุลาคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:42:59 น.
Counter : 1783 Pageviews.  

ไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่หลงรักเขา...เคน ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์




พรุ่งนี้จะไปดูรถไฟฟ้ามาหานะเธอ....
(ได้หยุดจากการทำงานแล้วก็ได้ไปดูหนังที่อยากกกกก.....ดูมาก
อะฮั้นแฮ็ปปี้จังเลยอ่า)


กลับมาเรื่องหนัง ทำไมอยากดูมากนะเหรอ
ก็เราหลงร้ากกกกก คุณพี่เคน ธีรเดชอ่า
(เรียกเค้าพี่ แต่จริงๆเราแก่กว่าเค้าอีก 555)
ผู้ชายอะไรน่ารักมากกกก
นี่ขนาดมีลูกมีภรรยาแล้ว
สาวๆยังไม่ลดดีกรีความคลั่งไคล้เลย


v
v
v
v


เราเคยเห็นรูปเคนครั้งแรก ตอนนู้นยังไม่ดังเลยอ่ะ
เคนเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก รู้สึกเค้าไปเรียนสาขาภาพยนต์
(คุณพ่อเคน คุณวีรประวัตร วงศ์พัวพันธ์ เป็นผู้กำกับจ๊ะ เคนเค้าเลยเรียนตามแบบคุณพ่อ )


จำได้ว่าเคนเป็นแฟนกะคุณบี ปิยวรรณ
(ที่เคยเป็นดีเจ แล้วตอนนี้เป็นแฟนกะผู้บริหารนกแอร์)
เป็นคู่ที่น่ารักมากเลย ผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวย
แต่ตอนหลังก็เลิกรากันไป
จากนั้นเคนก็เข้ามาสังกัดค่ายยูม่า
จึงทำให้ได้มาเจอคู่แท้ของชีวิต คือคุณหน่อยบุษกรในตอนนี้




แต่ช่วงแรกๆที่เคนเล่นละครยูม่า เรื่องไอ้ม้าเหล็ก
ไม่อยากบอกเลยว่า เคนเล่นได้........แข็งโคตรๆๆๆ
การพูดไม่เป็นธรรมชาติเลย ดูแล้วขัดตาอยู่มากอ่ะ

แต่ขนาดเล่นแข็งนะ....ครั้งนึงที่เราดูทีเซอร์ที่เค้าปล่อยมา
เป็นตอนที่เคนรู้ตัวว่าตัวจริงตัวเองนั้นเป็นคนที่เลวมากและควรจะชดใช้กรรมที่ตนเองก่อ
(เคนเป็นอดีตโจรที่เคยฆ่าคน ปล้น ฆ่า ข่มขืน ทำชั่วมาทุกรูปแบบ
แต่บังเอิญสู้กับตำรวจแล้วพลัดตกเขาจึงความจำเสื่อม แล้วน้องหยาดมาช่วยดูแล)


เรารู้สึกว่าซีนนี้ เคนเล่นดีมากอ่ะ
เคนพูดว่า เสียใจในสิ่งที่ทำ และต้องการที่จะชดใช้สิ่งที่ตัวเองก่อไว้
เค้าร้องไห้ น้ำหูน้ำตาไหลพราก
แววตาของเขาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งออกมา
เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกว่า....เออ เคนเล่นดีว่ะ
จากนั้นเคนก็ยังเล่นละครยูม่ามาเรื่อยๆ
แต่ในที่สุดก็มาดังเปรี้ยงกับละครต่างค่าย "อุ้มรัก" อย่างที่เรารู้ๆกัน

เราเคยเห็นเคนมาเดินแบบหนนึงที่สยาม
ตัวจริงหล่อเหมือนกับในทีวีเปี๊ยบ
ห้วงเวลาที่เคนปรากฎตัว เหมือนนาทีนั้นผู้ชายตายไปแล้วทั้งโลก
เหลือเพียงเคน เคน และเคน ในสายตาของสาวๆละแวกนั้นเท่านั้น
โอ้โห สาวกรี๊ดสนั่นมาก
แฮ่ะๆ.......เราไปกับแฟนเก่าก็ยังกรี๊ดสลบเหมือนกัน
หล่อเท่ห์ ยิ้มหวาน น่ารัก จนเป็นไฮไลท์ของงานไปเลย





จนเคนแต่งงานกับคุณหน่อยบุษกร
ซึงเป็นข่าวที่เศร้าหัวใจสาวๆค่อนประเทศ
แต่เราว่ามีหลายคนที่อิจฉาคุณหน่อยมากๆ
เพราะตลอดเวลาที่เค้าสองคนคบกัน
เคนให้เกียรติคุณหน่อยมากกกกกก
ทั้งที่ช่วงหลังที่เคนมีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้
หากเคนไม่มั่งคงกับคุณหน่อยจริงๆ เค้าคงไม่มีวันนี้แน่


มันแสดงให้เห็นว่าเค้าเป็นผู้ชายที่หนักแน่นมาก
และผู้ชายแบบนี้ มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ชื่นชม.....
จนแอบอิจฉา คุณหน่อยที่สามารถมัดใจ
ผู้ชายที่แสนจะเฟอร์เฟ็คขนาดนี้ได้อย่างเหนียวแน่น
(เคยอ่านเจอว่า คุณหน่อยบอกมีแต่คนอิจฉาหน่อยที่แต่งกะเคน
ทำไมไม่มีใครอิจฉาเคนที่แต่งกะหน่อยมั่ง 555)

แต่เราก็ยังยืนยันนะคะ ว่าคุณหน่อยน่าอิจฉาจริงๆ
ผู้ชายรักเดียวใจเดียว ไม่เหลียวมองกิ๊ก
ทั้งหล่อ เก่ง แสนเฟอร์เฟ็ค
แต่นั่นก็แสดงว่าคุณหน่อยเป็นเพชรในสายตาเค้า
เค้าถึงมอบกายถวายหัวใจให้
โอย....อิจฉาๆๆๆๆๆๆ

ผู้ชายอย่างเคนอาจจะเป็นแค่ความฝันที่ไม่อาจเป็นจริงได้
แต่ในสังคมที่ข่าวดารามีแต่การเลิกร้าง การมีกิ๊ก การมีมือที่สาม
เคนทำให้เรารู้ว่า ผู้ชายดีๆ ที่แสนจะเฟอร์เฟ็ค
แล้วยังรักเดียวใจเดียว และซื่อสัตย์กับคนที่รักมากมาย
ยังมีอยู่ในโลกนี้จริงๆ
เพียงแต่ว่าเราจะหาเค้าเจอหรือเปล่า....
ก็แค่นั้นเอง










 

Create Date : 16 ตุลาคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:43:10 น.
Counter : 2361 Pageviews.  

Whatever will be will be..........อะไรมันอยากจะเกิดก็เกิดไปเล้ยยยย





"When I was just a little girl
I asked my mother what will I be........."

คิดว่าหลายๆคนได้ดูโฆษณาของไทยประกันชีวิตตัวใหม่นี้แล้ว
เป็นโฆษณาที่แปลกเหลือเกิน มีแต่เพลง ไม่มีการพูดจากันสักนิด
แต่ทำให้เราลึกซึ้งกินใจได้มากกว่าคำพูดนับพัน
ทำให้เราต้อง "คิด" โดยสมัครใจ
และบางทีนะ เรารู้สึกว่าเขาขายอะไรที่มากกว่ากรรมธรรณ์ ....

สำหรับตัวเราอยากจะคารวะผู้ผลิตผลงานทุกชิ้นที่ผ่านมา
ของไทยประกันชีวิตเหลือเกิน
สามารถจริงๆ คิดได้อย่างไรนะแต่ละครั้ง
เราว่าการสร้างโฆษณาสักชิ้นที่ลึกซึ้งและจับใจคนดูแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ไทยประกันชีวิตทำได้ทุกครั้งนะ ไม่มีครั้งไหนที่ดูแล้วไม่ซึ้ง......

ที่จำได้เคยดูชุดปู่ชิว, ลูกสาววัยรุ่นที่ท้องโดยไม่เจตนา
พ่อที่โกรธลูกที่เล่นดนตรีแล้วรถชน (จำภาพหน้าปัดนาฬิกาแตกกระจายฝังใจเลย)
แม่ติ๋วบ้านโฮมฮัก.....
ซึ้งทุกอันเลย แอบน้ำตาซึมทุกครั้งที่ดูต่อหน้าฝูงชน
แต่ถ้าดูคนเดียวในห้องนอนล่ะก็ได้น้ำตาไหลพรากทีเดียว.....
เค๊าทำได้กินใจจริงๆ

จนมาถึงคราวนี้....
ครั้งล่าสุดที่เป็นเหล่าเด็กน้อยทั้งสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์มาร้องเพลงประสานเสียง Que sera sera ด้วยกัน

.............
.......
...
..


เราชอบเพลงนี้มาก
มันเป็นอะไรที่ง่ายๆ เป็นสัจธรรม
อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด......
ถ้าเพียงเด็กน้อยทราบสิ่งที่แม่ของเขาต้องการบอก
อนาคตถึงแม้จะเกิดอะไรขึ้น เด็กน้อยก็ยังยืนหยัดอยู่ในสังคมอยู่ได้

แต่ถ้าเด็กน้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่คิดว่า
ทุกสิ่งจะต้องเป็นอย่างที่ฉันอยากเป็นอยากได้
เด็กน้อยในร่างผู้ใหญ่ก็จะไม่มีทางได้พบกับความสุขตลอดไป
เหมือนผู้ใหญ่หลายคนในสังคมนี้ที่กำลังไม่พอใจในสื่งที่กำลังเกิดขึ้น
เพราะไม่คิดว่า Whatever will be will be

v
v
v
v


ตัวเราก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังมีความทุกข์
จากงานหนักๆที่ทำท่าจะถาโถมเข้ามาใส่
จากลูกน้องที่ตั้งท่าจะลาออกอยู่เรื่อยๆ
ทำให้เราจิตตก เกิดอาการวิตกกังวล...
ว่าหากถึงเวลาที่งานมันมา
แต่คนไม่เพียงพอจะทำงาน สภาพเวลานั้นจะเป็นอย่างไร
ยิ่งคิดไปยิ่งเครียด ยิ่งกลุ้ม
ทั้งที่ก็รู้ตัวแล้วว่าเราทำดีที่สุดแล้ว มันก็ยังออกมาเป็นแบบนี้
แต่ก็ยังไม่วายจะคิด ไม่วายจะเครียดจนได้

จนวันหนึ่งระหว่างนั่งทำงานที่เคาท์เตอร์จ่ายยา
ได้เห็นโฆษณานี้เป็นครั้งแรก
สิ่งที่เกิดขึ้นในสมอง สิ่งที่เราคิดขึ้นมาเองในทันที
มันโดนใจมาก รู้สึกกระแทกใจสุดๆ


Whatever will be will be
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
ใครจะไปห้ามมันได้
เราทำดีที่สุดแล้วในสิ่งที่เราทำได้
หากนอกเหนือจากนั้น ถือเป็นอำนาจท้องฟ้า
เราไม่เกี่ยว ไม่มีเหตุผลที่จะกังวล
เพราะถึงกังวลก็ห้ามมันไม่ได้อยู่ดี !!!

คิดได้แล้ว อยากจะฉีกยิ้มให้ตัวเอง
ไม่ต้องไปกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น
อะไรมันอยากจะเกิดก็เกิดไปเล้ยยยย
เจ้าอนาคต...ชั้นไม่กลัวแกแล้ว

....................................................................................


Que sera sera (Whatever will be will be) ของ Pink Martini

When I was just a little girl
I asked my mother what will I be
Will I be pretty will I be rich
Here's what she said to me
Que Sera Sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que Sera Sera
What will be will be
When I grew up and fell in love
I asked my sweetheart what lies ahead
Will we have rainbows day after day
Here's what my sweetheart said
Que Sera Sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que Sera Sera
What will be will be
Now I have children of my own
They ask their mother what will I be
Will I be handsome will I be rich
I tell them tenderly
Que Sera Sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que Sera Sera
What will be will be
Que Sera Sera





 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:48:43 น.
Counter : 230 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.