คุณแม่น้องแฝด ฮานากะฮารุ ^^

เมื่ออิชั้นไม่ได้เป็นนางงามรักเด็กอีกต่อไป





เหตุเกิดก็เพราะว่าวันนี้ที่อิชั้นไปวิ่งจ๊อกกิ้ง
ที่สวนสาธารณะกับคุณพี่ศักดิ์
ขณะที่กำลังวิ่งอยู่อย่างได้อรรถรส กำลังสนุกเลยอยู่นั้น
ก็ได้มีเด็กฝาแฝดคู่นึง อายุราวห้าขวบได้
ปั่นจักรยานสวนทางหน้าอิชั้นไป แถมขี่เร็วเสียด้วย
อะไรไม่ว่า....ดันขี่ย้อนศรคนที่กำลังวิ่งในสวน
และทำท่าจะชนใครต่อใครด้วย
ทั้งๆที่น่าจะมีใครว่ากล่าวตักเตือนว่าอย่าทำแบบนี้
แต่ก็ไม่มีใครทำ คงไม่มีใครอยากไปยุ่งเรื่องคนอื่น
รวมทั้งตัวอิชั้นก็เช่นเดียวกัน.....
แต่ไอ้ที่ทนไม่ไหวมันเริ่มจากตรงนี้ต่างหาก

ครั้งแรกที่อิชั้นเจอเจ้าเด็กแฝดนี่ มันปั่นมาทางซ้าย
ตรงหน้าอิชั้นพอดีเลย ไม่หลบก็ชน
อิชั้นก็เลยต้องเป็นฝ่ายกระโดดหลบไปทางขวาแทน
เพราะไม่อยากบาดเจ็บ
จากการออกกำลังกายในสวนให้อายเค้า
ชักเริ่มหงุดหงิดหน่อยๆแล้ว
ทำไมชั้นต้องมาเสียอารมณ์ในการวิ่งด้วยฟ่ะ

ครั้งสองอิชั้นวิ่งมาทางขวา
มองเห็นลิบๆข้างหน้า มันมาอีกแล้วค่ะ..ท่านผู้ชม
มันมาหน้าอิชั้นอีกค่ะ ปั่นขวาจัดมาเลย
อิชั้นเริ่มหงุดหงิดมากกว่าเดิม มันอะไรของมันหนักหนาวะ
แต่ก็อย่างเคย เพราะไม่อยากบาดเจ็บ
ก็เลยต้องกระโดดหลบไปทางซ้าย
ตอนนี้เริ่มเคืองมากแล้ว
นึกในใจ....อย่าให้มีอีกรอบนะเฟ้ย
เด็กก็เด็กเถอะ จะว่าเสียให้เข็ด
แล้วก็วิ่งต่อจนวนมารอบสาม

............
........
.....


รอบสาม อิชั้นสอดส่ายสายตา มองหามันเลยค่ะ
แล้วก็เจอจริงๆด้วย คุณผู้ชมขา เชื่อไหมค่ะ
มันปั่นมาแบบแทคทีม เรียงหน้ากระดานมาสองคนเลยค่ะ
แบบว่าไม่เหลือพื้นที่ให้อิชั้นหลบแล้วทั้งซ้ายและขวา
ครวนี้อิชั้นจึงไม่กระโดดหลบ ยืนจังก้าอยู่ที่เดิม
และคราวนี้ไอ้เด็กเปรตจึงต้องเบรคให้อิชั้น
ขอบอกว่ามันเบรคตัวโก่งเลยค่ะ.......


อิชั้นว่าแบบเสียงดังเลย
"โอ้ย! น้อง ขี่อย่างนี้ได้ยังไงเนี่ย
อันตรายมากเลยนะรู้หรือปล่าว "
เสียงอิชั้นคงดังมาก
เพราะเจ้าเด็กอีกคนที่ขี่ข้างๆ มันคงตกใจที่พี่
(หรือน้องก็ไม่รู้)โดนว่า
ก็เลยเบรคไม่อยู่ล้มไปเลยทีเดียว
พอเจ้าเด็กนี่ล้มคนยิ่งมองกันใหญ่เลย
พูดกันแบบว่า เออ นั่นซินะปล่อยเด็กขี่แบบนี้ได้ไง
ก่อนที่อิชั้นจะวิ่งออกไป
ก็เห็นหลังพ่อกับแม่ของเจ้าเด็กนี่ไวๆ
รีบมาพาลูกไปโดยไวทีเดียว
พออิชั้นวิ่งกลับมาอีกรอบ ก็หายไปหมดแล้ว



...........................................................


นี่อิชั้นคงไม่ได้เป็นนางมารร้ายใช่ไหมค่ะเนี่ย
ถามพี่ศักดิ์ว่าตัวเองร้ายไปรึปล่าว พี่ศักดิ์ก็ได้แต่หัวเราะ
และบอกว่าร้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่ที่แน่ๆ เป็นนางงามไม่ได้แล้วแหล่ะ
เพราะไม่รักเด็ก....
อิช้นก็บอกไปว่า รักเฉพาะเด็กน่ารักเฟ้ย
เด็กเปรตอย่างนี้รักไม่ลงหรอก อุ๊ปส์.......
งานนี้จะเสียภาพพจน์ซะแล้วมั้งคร้า คริคริ


วันนี้ขอบ่นเพียงเท่านี้น้า....








 

Create Date : 08 มีนาคม 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:39:31 น.
Counter : 179 Pageviews.  

ช่วงนี้ชีวิตเข้าที่เข้าทางมากขึ้น.....







ที่ว่าชีวิตเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
ไม่ได้หมายความว่างานน้อยลงนะ
งานเราก็ยังตรึมเหมือนเดิม....มีเดดไลน์ทุกตัวเหมือนเดิม
แต่ที่รู้สึกว่าดีขึ้น คือเราเครียดกะมันน้อยลง
เหมือนกับว่าเราทำใจได้มากขึ้นมั้ง มันก็เลยเบาลง
ไม่เครียดกับงานเป็นบ้าเป็นหลังอย่างที่เคยเป็นมาก่อน
รู้จักปล่อยวางมากขึ้น ก็ไม่รู้จะเครียดทำบ้าอะไรเนอะ
เครียดไปชีวิตก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้
งานก็ไม่เสร็จไปกว่านี้.....

งานหัวหน้าแผนกเภสัชกรรมเนี่ย ไม่ใช่เล่นๆเลยอ่ะ
ไม่อยากจะเชื่อว่าเราทำมันมาได้สองปีแล้ว
ทั้งที่คิดว่าจะยอมแพ้ตั้งแต่หกเดือนแรก
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะดันทุรังฝืนมาถึงขนาดนี้ได้
เครียดๆๆๆๆ จนจะเป็นบ้าเป็นหลัง
จำได้ว่าช่วงก่อนปีใหม่
มีแต่มรสุมเรื่องงานมากมายมารุมเร้า
จนเราท้อแท้ และอยากจะลาออกเหลือเกิน
แต่ตลกมากพอถึงเวลานึง
ไอ้มรสุมบ้าๆมันก็สลายตัวไปเอง
แล้วนี่ตูจะเครียดไปทำไมวุ้ย....อยากจะบ้า

แต่เรื่องนี้ก็สอนให้รู้ว่า.....ทุกอย่างมันมีทางออก
เรื่องที่เรามองว่าหนักหนาสาหัสมากๆ จนเราแก้ไขไม่ได้
ที่สุด....มันก็จะมีการคลี่คลายไปโดยตัวมันเอง
จะไปบ้า ไปเครียดมันทำไมหรือ
ในเมื่อตัวเราเองก็แก้ไขมันไม่ได้
เก็บความเครียดแบบนี้ เป็นพลังงานด้านอื่นดีกว่าเนอะ.....







 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:39:46 น.
Counter : 282 Pageviews.  

Happy Valentine Day



สวัสดีค้า...หายหน้าไปเสียนาน
วันนี้เป็นฤกษ์งามยามดีที่เราจะไปอั๊พๆๆๆ กันเสียที
หลังจากที่สะสางงานมากมายที่คั่งค้างมาเป็นแรมเดือน หุหุ

วันนี้เป็นวัน Valentine Day ค่ะ มีนัดกับพี่ศักดิ์
คุณพี่จะพาเราไปทานข้าวมื้อกลางวัน..เอ จะพาไปที่ไหนหนอ
อิชั้นว่าที่ไหนก็ได้นะ ขอให้บรรยากาศดีเป็นพอ
ก็แหม...Valentine ทั้งทีอะนะ




แต่พอคุณพี่พามาที่ร้านนี้ อิชั้นถึงแก่อึ้งๆๆ
โห จะพามาร้านที่ดูหรูกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ
(จริงๆเอะใจตั้งแต่พาเข้าปากตรอกแล้ว)



พี่ศักดิ์ยังมีการถามว่า แต่งตัวสวยมากินร้านแบบนี้ได้ไหมเนี่ย
ปากตอบว่าด้ายยยย แต่ในใจแอบมีเคือง
โห....ร้อนก็ร้อน ร้านก็ไม่หรูด้วย นี่ชั้นจะแต่งตัวมาทำไม



บรรยากาศแบบว่าไม่เหมือนร้านอาหารเท่าไหร่
เหมือนบ้านคนอยู่แล้วทำเป็นร้านนะคะ


พี่ศักดิ์ก็ยังไม่วาย...สำรวจโลก



คุณป้ากำลังทำอาหารให้เราทาน



พี่ศักดิ์สั่งปูผัดผงกะหรี่กับต้มยำปลากะพง
ไม่น่าเชื่อนะคะ ถึงร้านจะไม่ใหญ่โตอะไร
แต่ป้าเค้าทำอาหารได้อร่อยมากกกก

ปูเนี่ยให้เยอะมาก กินกันแทบไม่หมด
ส่วนต้มยำน้ำก็เข้มข้นถึงใจมากเลยค่ะ
รสชาติเนี่ยสวนทางกับบรรยากาศจริงๆ




ปูผัดผงกะหรี่



ต้มยำปลากะพง



เนื้อปลาชิ้นใหญ่ดีนะ


ระหว่างที่ทาน ก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายร้องมาจากบันไดชั้นสอง
เหลือบตาขึ้นไปดู เห็นเด็กผู้ชายอายุไม่เกินยี่สิบ
กำลังนั่งร้องเรียกแม่ด้วยภาษาแปลกๆที่เราฟังไม่เข้าใจ
ประกอบกับลูกกรงที่เค้ากั้นไม่ให้เด็กคนนี้ลงมา
ทำให้เราเข้าใจทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดา.....

แล้วเราก็ได้ยินคุณป้าซึ่งเป็นแม่ของเด็กคนนี้
คุยกับลูกค้าที่มาซื้อข้าวผัดใส่กล่อง
เล่าว่าน้องคนนี้มีภาวะทางสมองเป็นโรคลมชัก
ทุกวันนี้ป้าต้องทำงานทุกวัน เพื่อหาเงินไว้รักษาลูก
ไม่ว่าวันไหนร้านนี้ก็จะไม่ปิด เพราะวันไหนที่ปิดก็หมายถึงขาดรายได้


ป้าเล่าว่าป้าดูแลเขาได้แค่คนเดียว
เพราะสภาพที่น้องไม่เหมือนคนอื่น
หากคนที่ไม่คุ้นเคย เจอน้องส่งเสียงดังประหลาดๆแบบนี้ทุกวันคงอยู่ไม่ได้
ทุกวันนี้ป้าเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งแล้ว
แล้วจะเก็บต่อไป จนกว่าจะทำไม่ไหวหรือวันที่ป้าจะไม่อยู่กับน้อง
น้องจะได้มีเงินก้อนหนึ่งให้สังคมสงเคราะห์ดูแล ไม่เป็นภาระกับคนอื่น

อึ้งงง ไปเลยค่ะเรา
หันหน้ากลับมาก็เจอพี่ศักดิ์นั่งมองหน้าเรา แบบยิ้มๆ
แล้วพี่ก็บอกเราว่า มากินที่ร้านนี้ดีเนอะ อุดหนุนป้าเค้า
เราเลยยิ้มกลับไปให้เค้า....ความขัดเคืองใจที่มีมันหายไปหมดแล้ว
กลับรู้สึกดีที่พี่ศักดิ์พามาทานที่นี่
ร้านเล็กๆนี้ทำให้วาเลนไทน์ของอิชั้นมีความหมายขึ้นเยอะเลยค่ะ


ล่วงเลยเวลาอาหารกลางวัน
พี่ศักดิ์ก็พาเรามาเดินย่อยอาหารที่เซ็นทรัลชลบุรี
วันนี้คนใส่เสื้อสีแดงกันเพียบเลย เพราะเป็นวันตรุษจีน+วาเลนไทน์
เราก็ใส่เสื้อสีแดงนะคะ แต่เป็นแดงลายขวาง
ส่วนพี่ศักดิ์ใส่เสื้อโปโลสีชมพูค่ะ
เข้ากั๊น เข้ากันดีเหลือเกิน



โคมไฟสีสดใสเหลือเกินคะ








ปีนี้เป็นปีเสือ ก็ขอถ่ายรูปกับเสือหน่อยนะคะ



มาป๊ะกับเพื่อนสมัยม.ปลายที่ไม่ได้เจอมานานมากกกก
ดีใจจังขอแชะรูปร่วมกันหน่อย
เพื่อนเรามีเจ้าเบบี๋ตัวน้อยแล้วนะ น่าอิจฉาจัง



เดินเล่นจนเย็น ก็เห็นว่าหน้าห้างเค้ามีเชิดสิงโต
เราไปดูกันเถอะค่ะ







แล้วเราก็เดินถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ
เค้าตกแต่งสวยดีทีเดียวค่ะ













แล้วก็...ก่อนจะสิ้นสุดวาเลนไทน์
พี่ศักดิ์ก็มีของขวัญให้เราด้วย...
ว้าววววว




มีจี้เล็กๆตรงกลาง





ดีใจจังค่ะ....
แม้จะเป็นของเล็กๆ ที่ราคาค่างวดอาจไม่ได้สูงอะไรมาก
แต่อะไรที่ได้มาจากคนที่เรารักเนี่ย มันก็น่าปลื้มเสมอค่ะ

Happy Valentine Day
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันแห่งความรักนะคะ





 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 23 มกราคม 2557 22:43:56 น.
Counter : 592 Pageviews.  

ข้อคิดจากซากตึก.....และผู้รอดชีวิตในเฮติ




ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักประเทศเฮติ
ประเทศที่กำลังประสบความทุกข์แสนสาหัส
และรอความช่วยเหลือจากนานาประเทศอยู่
ภาพข่าวที่ปรากฎขึ้นในช่วงนี้
จึงมีแต่ข่าวการฝังผู้เสียชีวิต
และการค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากตึก

ทุกครั้งที่เราเห็นข่าวการค้นพบผู้รอดชีวิต
เรารู้สึกยินดีที่เค้าเหล่านั้นสามารถรอดออกมาได้
มันคงคล้ายๆตายแล้วเกิดใหม่เลยทีเดียวแหล่ะ
ซึ่งภาพที่เห็นก็คือผู้รอดชีวิตมีสภาพผอมโซ
สภาพที่ต้องถูกกักขังใต้ซากตึกนานหลายวัน
ดูดพลังงานชีวิตพวกเค้าซะแทบจะไม่เหลือสภาพเลย....

ยกเว้นเด็กชายคนนี้............





เด็กผู้ชายคนนี้ถูกค้นพบ
ในวันที่เจ็ดของการเกิดแผ่นดินไหว
ไม่น่าเชื่อนะคะ เจ็ดวันที่ผ่านมาไป
หนูน้อยที่ไม่ได้ทานอะไรแม้แต่น้ำ
จะมีสภาพที่สดชื่นอย่างมาก ในวินาทีที่เค้าถูกค้นเจอ
ภาพที่เห็นคือ หน่วยกู้ภัยดึงแขนเค้าออกมาจากซากตึก
น้องเค้าก็ชูแขนข้างที่เหลือขึ้นท้องฟ้า
อารมณ์ซุปเปอร์แมนจะบินอะไรทำนองนี้เลยค่ะ
ประมาณว่าดีใจมากที่เค้ารอดชีวิต
เป็นผู้รอดชีวิตคนเดียว ที่ยิ้มกว้าง..ออกหน้าออกตา
แตกต่างกับคนที่ถูกค้นพบคนอื่นๆโดยสิ้นเชิงเลยค่ะ

ภาพบรรยากาศในข่าวมันเหมือนในหนังเลย
ผู้คนที่อยู่รอบข้างพากันปรบมือดีใจกันใหญ่
ที่เจ้าหนูน้อยดวงแข็งคนนี้
สามารถรอดสภาวะที่ "ไม่น่ารอด" ได้
ยังมีฉากตลกนะคะ
ตอนที่ดึงเค้าขึ้นมา กางเกงก็ทำท่าจะหลุด
เพราะความที่ไม่ได้ทานอะไรเป็นอาทิตย์
จนเจ้าตัวต้องรีบดึงกางเกงไว้
เพราะกลัวโป๊ต่อหน้าฝูงชน
เป็นภาพที่เรียกรอยยิ้มของเราออกมา
น่ารักน่าชังจริงๆค่ะ....ผู้รอดชีวิตตัวน้อยคนนี้
สดชื่นมีชีวิตชีวา
ไม่เหมือนกับคนที่ผ่านวิกฤติหนักหนาสาหัสมาก่อน



......................................................


วินาทีที่เห็นภาพนี้
เราอยากให้คนที่กำลังผิดหวังเรื่องต่างๆในชีวิต
กำลังคิดอยากฆ่าตัวตาย....
ดูภาพเจ้าหนูมหัศจรรย์คนนี้
เด็กน้อยที่ถูกฝังทั้งเป็นนานร่วมอาทิตย์
ไม่มีทั้งน้ำ ทั้งอาหาร
ไม่มีพื้นที่จะให้ขยับตัว
ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีเพื่อน
มีแต่ตัวคนเดียว...ในซากปรักหักพัง
แต่เจ้าหนูน้อยก็ไม่เคยคิดอยากตาย!

ในนาทีที่ใครหลายๆคนอาจจะกำลังเบื่อชีวิตเส็งเคร็ง
อยากจะลาโลก อยากจะตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
กำลังมีคนอีกซีกโลก...
ที่กำลังเหนี่ยวรั้งลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง
ภายใต้ความมืดมิด ภายใต้ความสิ้นหวังที่ทับโถม
ชีวิตน้อยๆชีวิตนึงกำลังจะปลิดปลิวไป...
โดยที่เจ้าตัวไม่ได้เต็มใจ
แต่ก็ต้องจากโลกนี้ไป...โดยที่ไม่มีวันได้กลับมา

เฮ้อ...บล็อคนี้เขียนไปถอนหายใจไปค่ะ
เขียนแล้วเครียด เพราะนึกถึงความรู้สึก
นึกถึงบรรยากาศความทุกข์ทรมานแล้ว
สงสารพวกเค้าเหลือเกิน
ขอให้เหตุการณ์อย่างนี้เป็นครั้งสุดท้ายบนโลก
อย่าได้มีใครประเทศไหน....
ต้องเจอกับความทุกข์แสนสาหัสอย่างนี้อีกเลยคะ
สาธุ


ขอให้พระคุ้มครองทุกชีวิตในเฮติค่ะ










 

Create Date : 22 มกราคม 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:39:56 น.
Counter : 232 Pageviews.  

บล็อคส่งท้าย 2552....ลาทีปีเก่า



สวัสดีจ้า....เพื่อนๆชาวบล็อคแก๊งค์ทั้งหลาย
วันนี้ก้อเป็นฤกษ์งามยามดี วันที่ 31 ธันวาคม 2552
วันสุดท้ายของปีแล้วนะเนี่ย !
เพื่อนๆคิดเหมือนอิชั้นบ้างไหม
ว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
เหมือนว่าเพิ่งจะผ่านต้นปีไปเมื่อไม่นานมานี้เอง...

ปี 2552 ของอิชั้นเป็นปีที่ต้องจารึกไว้ในชีวิต
ความที่ชีวิตไม่เคยเจออะไรที่โหดมันส์ฮา
(ไม่ออก) อย่างนี้มาก่อน
โดยเมนหลักก็หนักไปที่เรื่องงาน
ที่เมื่อผ่านการเป็นหัวหน้ามาเกือบปีแล้ว
ภาระก็หนักขึ้นอีกเป็นกระบุงโกย
ทำเอาอิชั้นทั้งเหนื่อย ทั้งท้อก็ตั้งหลายหน.....


แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากค่ะ
อิชั้นคิดเสมอว่าออกจากที่นี่ไป
คงไม่มีที่ไหนให้เป็นหัวหน้าอีก
จึงพยายามทำๆๆๆ ให้ดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้
ปีที่ผ่านมาจึงเป็นปีที่อิชั้นทุ่มเทแรงใจแรงกายกับงาน
มากที่สุดปีนึงในชีวิต
และหวังว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆ....จากนี้เป็นต้นไป

ว่าแต่แล้วเรื่องอื่นหล่ะ....
คนเราจะมีแค่มิติเดียวในชีวิตเหรอ...
มันก็คงไม่ใช่
อิชั้นว่าเราต้องมาโฟกัสเรื่องอย่างอื่นบ้างนะ
ไม่ใช่บ้าแต่งานอย่างเดียว


ซึ่งอิชั้นได้คิดสะระตะแล้วว่า 1 ปีที่ผ่านมา
เรามีอะไรที่ผิดพลาดไปบ้าง
ในวาระปีใหม่ที่จะมาในวันพรุ่งนี้
น่าจะเป็นวันที่เริ่มต้นอะไรๆดีได้หลายอย่าง...
ซึ่งอิชั้นตั้งใจว่าจะลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดู ได้แก่





1. อาหารเสริม

ด้วยอาชีพของอิชั้นซึ่งเป็นเภสัชกร
ประสบการณ์ในเรื่องยาและอาหารเสริม
จึงเป็นเรื่องพื้นฐาน
ตัวไหนดี ตัวไหนไม่ดี ก็พอรู้
ซื้อมาเตรียมไว้ก็มาก
แต่ด้วยความขี้เกียจ ก็ทำให้กินบ้างไม่กินบ้าง แหะๆ
มาในปีนี้คิดว่าจะสลัดเจ้าตัวขี้เกียจออกไป
แล้วจะทานอาหารเสริมให้สม่ำเสมอขึ้นค่ะ

สำหรับอิชั้นอาหารเสริมไม่ใช่สิ่งที่ฟุ่มเฟือยนะคะ
ในยุคสมัยที่เรามีแต่ความรีบเร่ง
โอกาสที่จะทำของดีๆกินเองก็ยาก
อาหารที่ซื้อเค้าก็ไม่สดใหม่
สารอาหารย่อมหดหมายไปเป็นธรรมดา
เราก็ควรสรรหาสิ่งดีๆมาตอบแทนร่างกายที่เรารักบ้างค่ะ
อย่าใช้งานเค้ามาก และไม่บำรุงจนเค้าประท้วงนะคะ...

พล่ามมาเยอะ มาดูอาหารเสริมที่อิชั้นเลือกทานดีกว่า


- สำหรับสาววัย 30 อั๊พอย่างอิชั้น ขาดแคลเซียมไม่ได้ค่ะ
เพราะวัยนี้ไม่มีสร้างแล้ว มีแต่หด
อย่างที่เจ๊ช่าโฆษณาในแอลลีนเนี่ยแหล่ะใช่เลย
อิชั้นจึงพยายามทานแคลเซียมให้ได้ทุกวัน วันละ 1 เม็ด

แต่ทั้งนี้เนื่องจากอิชั้นเป็นคนที่ทานนมไม่ได้
เพราะรู้สึกเหม็นคาว
(ตัวจึงได้เตี้ยเหมะแคระอย่างนี้แหล่ะคะ)
อิชั้นจึงเลือกทานแคลเซียมเม็ดค่ะ สะดวกดี
ยี่ห้อที่ทานคือ Calvin ค่ะ ราคาถูกกว่าตัวที่โฆษณาในทีวี
แต่คุณสมบัติไม่แพ้กัน (จ่ายแพงกว่าทำไมล่ะคะ)
โดยทานหลังอาหารเพื่อเพิ่มการดูดซึมค่ะ


อ้อ..มื้อที่อิชั้นเลือกคือมื้อเช้า
เพราะเป็นคนทานอาหารเช้าทุกมื้อ
ส่วนใครอยากทานมื้อเย็นก็ได้ ไม่ผิดกติกาจ้า

หมายเหตุ สาวไหนที่เป็นคอกาแฟ
ขอแนะนำว่าไม่ควรทานกาแฟกับแคลเซียมพร้อมกันนะคะ
เพราะลำพังตัวแคลเซียมเองก็ดูดซึมยากอยู่แล้ว
ยิ่งมาเจอกาแฟยิ่งชะงักเข้าไปใหญ่
แนะนำให้ทานห่างกันอย่างต่ำ 2 ชั่วโมงค่ะ
และเสริมอีกนิดว่า กาแฟจะทำให้เราเสียน้ำมหาศาล
เนื่องจากคาเฟอีนจะกระตุ้นให้ร่างกายขับน้ำจากร่างกาย



เพราะฉะนั้น หากทานกาแฟหนึ่งแก้ว
ควรทานน้ำเปล่าตามไปด้วยหนึ่งแก้ว
อันนี้มีประโยชน์ต่อผิวเต็มๆนะคะ
เซลเราจะได้ไม่ขาดน้ำไงล่ะ
ผิวเราก็จะเปล่งปลั่งเต่งตึงตลอดเวลาจ้า

- Vitamin-C 1000 mg ของแบล็คมอร์
ยี่ห้อนี้ขึ้นชื่อลือชา ไม่น่าจะมีใครไม่รู้จัก
แว่วๆมาว่าตัวนี้จะช่วยให้ผิวใสขึ้น กระจ่างขึ้น
(อ่านเจอว่าเอ๋พรทิพย์ซื้อให้พี่ป๋อทานจ้า
เดี๋ยวต้องลองดูว่าพี่ป๋อขาวจริงป่ะ)


แต่คุณประโยชน์ของ Vitamin-C ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้ว
ก็คือ ต้านอนุมูลอิสระ และทำให้เสริมภูมิต้านทานจ้า
ในสภาวะที่คนเรามักทานผักผลไม้น้อย
ตัวนี้ก็จะช่วยเราได้เยอะเลยนะ

- ชาเขียว ชงดื่มมันทุกวัน
เพราะเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่ดีมากๆ
แถมเค้าว่าช่วยเบิร์นไขมันด้วยนะเออ
มีประโยชน์มากมาย


ทั้งนี้คนที่ติดกาแฟงอมแงม
ขอแนะนำให้หันมาดื่มชาเขียวแทน
เพราะมีประโยชน์มากกว่า
และไม่ทำให้เสพติดเหมือนกาแฟด้วยจ้า

- น้ำมันปลา 1000 mg ตัวนี้ช่วยการไหลเวียนเลือด
แถมยังช่วยลดการอักเสบของผิวอีกด้วย
ดีอย่างนี้ต้องทานๆ

- Co-enzyme Q-10 คุณแม่ซื้อมาให้
ตัวนี้ราคาค่อนข้างสูงค่ะ แต่มีประโยชน์เยอะ
เค้าว่าเป็นเอนไซม์ชีวิต
ช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ
จริงๆคนที่โรคหัวใจทานตัวนี้จะดีมากเลย
เพราะจะ active โดยตรง ทำให้หัวใจแข็งแรง

โอย..เหนื่อย นี่เป็นอาหารเสริมที่ต้องทานทุกวันนะคะ
ทำไมมันมากมายอย่างนี้
แต่อิชั้นว่ามันเป็นตัวที่คัดสรรแล้วว่าดี
กินไปเถอะไม่เสียหาย
หมวดอาหารเสริมของเราจึงขอจบแต่เพียงเท่านี้





2. อิชั้นจะต้องวิ่ง 10 กิโลภายในปี 2553 ให้ได้ค่ะ !

จริงๆเมื่อก่อน อิชั้นไม่เลิฟการวิ่งเลย
เคยวิ่งในสวนกับพี่ศักดิ์ ได้ไม่ถึง 10 นาที เหนื่อยมาก
ขาก็ล้าหนัก ก้าวไม่ออก
จึงไม่เคยคิดว่าเราจะเป็นคนที่วิ่งได้
แล้วก็ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก
และก็เต้นอย่างเดียวมาตลอด....

จุดเปลี่ยนมาอยู่ที่....
วันนึงเกิดเซ็งการเต้นแอโรบิกขึ้นมาซะงั้น
แบบว่าเต้นมาหกเจ็ดปีแล้วอ่ะ
ชักอยากลองออกกำลังกายแบบอื่น
วันนั้นจึงลองมาวิ่งกับพี่ศักดิ์ในสวนอีกสักครั้ง...


ปรากฏว่าวิ่งได้เกือบสองกิโลต่อเนื่องโดยไม่หยุด
พี่ศักดิ์ชมแปะว่าวิ่งดีขึ้น...ชักมีกำลังใจ
ก็เลยวิ่งไปเรื่อยๆ
จนตอนนี้สามเดือนผ่านไป อิชั้นวิ่งได้ 5 กิโลแล้วค่ะ

ดีใจมากค่ะ เพราะไม่คิอว่าเราจะทำได้
ตอนนี้เลยหวังการณ์ไกล อยากเข้าร่วมมินิมาราธอน
ไม่ได้หวังจะเข้าที่หนึ่งเลย เพราะแม้กระทั่งที่หนึ่งพันก็ยาก
แค่ได้เข้าร่วมการวิ่ง และได้เข้าเส้นชัยในเวลาที่กำหนด
อิชั้นก็ปลื้มจะแย่แล้ว

ซึ่งการจะวิ่งให้ได้ 10 กิโล.....มันไม่ง่ายเลยนะคะ
เพราะอิชั้นกว่าจะผ่าน 5 กิโลมาได้ ก็หืดขึ้นคอแสนสาหัส
คงต้องใช้เวลาและการฝึกซ้อมไม่ใช่น้อย
และยากมากสำหรับอายุขนาดอิชั้น (แก่ปูนนี้แล้ว)
แต่อิชั้นก็ยังมุ่งหวังและตั้งใจ...
เพื่อนๆเป็นกำลังใจให้อิชั้นด้วยนะคะ





3. จะต้องทำใจไม่ไห้เครียด จะ Relax จริงๆ
ไม่ใช่แค่ปากพูด
ความเครียดเป็นผลร้ายต่อร่างกายค่ะ
ส่งผลให้เราเจ็บป่วย ไม่มีความสุข


เพราะฉะนั้นเราจะต้องเป็นเพชรฆาตความเครียด
อย่างปล่อยให้มันทำร้ายเราเด็ดขาด (มุ่งมั่นนะเนี่ย)
อิชั้นมีวิธีรับมือความเครียดในปี 2553 แล้ว
ต้องคอยดูกันต่อไป เหอๆ


4. จะพยายามใจเย็นให้มากขึ้น
ชีวิตเราเป็นอย่างนี้บ่อยๆ รีบๆๆๆ ไปเสียทุกอย่าง
และหลายๆอย่างที่ทำไปด้วยความรีบเร่ง
ผลก็ไม่ได้ดีอย่างที่หวัง
เพราะฉะนั้นปีนี้เราจะไม่ทำอย่างนั้นแล้ว...


อิชั้นจะ slow down ลง
ทำอะไรให้ช้า ไม่รีบรน และเอาสติมาใส่ทุกการกระทำ
แล้วสิ่งที่ทำมันจะผ่านตาและมือเราอย่างรอบคอบ
ไม่มีความผิดพลาด
เป็นสิ่งที่ท้าทายอิชั้นมากค่ะ
แต่อิชั้นก็จะพยายามทำให้ได้
Try slow !


5. อิชั้นจะรักษาบุคลิกตัวเองให้ดีขึ้น
อิชั้นชอบคนที่บุคลิกดีค่ะ ผมเฝ้าเป๊ะ
ท่ายืนท่าเดินสง่างาม
เคยอ่านเจอว่าถ้าเราแสดงออกเป็นบุคลิกแบบไหน
เราก็จะได้รับการทรีตกลับด้วยบุคลิกแบบนั้น
แต่ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าบุคลิกเรายังหลุดๆอยู่หลายครั้ง
ยังไม่เป๊ะเท่าไหร่


แต่ปีใหม่นี้จะเอาให้เนี๊ยบ ให้ดูดีกว่านี้
ท่ายืน ท่าเดิน ให้ดูดี
และอีกอย่างผมเฝ้าที่เคยปล่อยสยาย
อิชั้นจะมัดทุกครั้งที่เข้าประชุมค่ะ
น่าจะดูดีกว่าเยอะเลย





6. อิชั้นเป็นคนชอบของกระจุกกระจิกมากเลย
ทั้งสมุด กระเป๋า ดินสอ ปากกา
ถ้ามีลายการ์ตูนหรือลายหวานๆเนี่ยซื้อเลย
แต่ก็ไม่ค่อยอยากเอามาใช้เลยค่ะ เพราะอายยยยย
รู้สึกว่าเราเป็นหัวหน้าอ่ะ ใช้ของแบบแหววๆจะดูตลก


แต่ตอนนี้มิอยากแคร์แล้วค่ะ ชอบอะไรก็จะใช้แบบนั้น
(มิรู้จะขัดกับข้อบุคลิกหรือปล่าว
แต่เอาเถอะ ความสุขเล็กน้อยๆ คริคริ)


7. อิชั้นจะพยายามแต่งตัวให้ดูดี มิมีโทรม
ตัวอิชั้นเป็นคนที่ชอบมองคนแต่งตัวเก๋ๆ ดูแล้วชวนมอง
(อย่างหนูใหม่นี่ก็ใช่เลย แต่งตัวได้น่ารักทุกครั้ง)
และก็มีความรู้สึกว่าอายุของตัวเราก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ
หากมาแต่งตอนอายุเยอะๆ บางทีอาจจะดูล้น
หรือไม่เหมาะกับวัย....


เพราะฉะนั้นแต่งมันวันนี้แหล่ะ
ไม่สวยตอนนี้จะสวยตอนไหน
แขนจะใหญ่ ขาจะโต เราก็แต่ง
อย่าไปมัวอายว่ามันใหญ่มันโต
เพราะกว่าจะรอมันเล็กมันลีบ
มันก็อาจจะเป็นตอนที่เราแก่เราเหี่ยวไปแล้ว
แล้วคุณป้าคุณยายที่ใส่สายเดี่ยว นุ่งกระโปรงขาสั้น
มันก็คงไม่น่าดูแล้ว
และถึงตอนนั้นก็คงทำใจใส่ไม่ได้



เพราะฉะนั้นตอนนี้อย่ารอช้าค่ะ ถูกใจก็ใส่ อย่าได้แคร์
แล้วเมื่อไหร่ที่เราแต่งตัวสวยๆ
เราจะรู้สึกดีกับตัวเองมากค่ะ


8. ขอปรับปรุงลายมือไก่เขี่ยให้ดีขึ้น
อันนี้รีเควสจากเลขาของอิชั้นเอง 555
สงสารชีมาก ทำงานมาสองปี
แทบจะตัดแว่นใส่เพราะหัวหน้าคนนี้
ปีใหม่นี้สัญญา....
ว่าจะเขียนให้ตัวใหญ่ขึ้นและอ่านง่ายขึ้นนะจ๊ะ น้องเบ็ญ





9. อิชั้นจะรักตัวเองให้มากๆ
และจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายจิตใจด้วยคำพูด
หรือการกระทำใดๆ


อย่างที่บอกไป ปีที่ผ่านมางานที่แสนสาหัส
ความเครียดมากมายที่ทับถม
ส่วนหนึ่งมาจากความไม่กล้า....
ไม่กล้าที่จะพูดแสดงความรู้สึกของตัวเอง
และปล่อยให้เรื่องราวมันทำร้ายเราไปเรื่อยๆ
ต่อไปจะไม่มีคนแบบนี้แล้วค่ะ... I promise !


10. แล้วก็มาถึงข้อสุดท้าย.....
อิชั้นตั้งใจว่า จะพึงระลึกเสมอ
ว่าเรานี้โชคดีเพียงใด
ถึงจะเหนื่อย ถึงจะหนักใจจากงาน หรือเรื่องไหนๆ


อิชั้นก็ยังมีบ้านที่พักพิง
มีครอบครัวที่อบอุ่น มีคนให้กำลังใจ
โชคดีแค่ไหนที่ได้งานที่ตรงที่เรียน เงินเดือนดี
และได้กลับบ้านไปหาพ่อแม่ทุกวัน

คนเรากว่าจะรู้ว่าเรามีสิ่งที่มีค่า
ก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนาน
ไม่ได้สัมผัสความรักที่มีให้กัน
ไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นเหล่านั้น
เมื่อเวลาพามันจากไป ถึงได้รู้ซึ้งถึงสิ่งนั้น

คนเราไม่ได้อยู่ด้วยกันค้ำฟ้านะคะ
เมื่อถึงเวลาชะตาก็จะลิขิตให้เราเป็นไปตามที่เค้าต้องการ
ขอเพียงให้ใช้เวลาที่อยู่ด้วยกันให้คุ้มค่า
ให้ทุกนาทีที่ผ่านไปเป็นนาทีที่น่าจดจำ
เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรกับโชคชะตา
หรือกาลเวลาแล้วล่ะคะ .......






จบไปแล้ว 10 ปณิธานในปีใหม่
อาจมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้างไปตามเรื่องตามราว
แต่ก็เป็นชีวิตจริงของผู้หญิงคนนึงที่เกิดขึ้นในปี 2552
และคาดหวังว่าสิ่งต่างๆที่ดีกำลังจะเข้ามาหาในปี 2553



สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ






 

Create Date : 31 ธันวาคม 2552    
Last Update : 23 มกราคม 2557 22:42:08 น.
Counter : 244 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.