....ความสุขอยู่รอบๆตัว....

ข้อคิดจากปี 2553 ที่กำลังจะผ่านไป...



ช่วงนี้ก็อยู่ในบรรยากาศสิ้นปี
ซึ่งกำลังจะอำลาปี 53 เข้าไปทุกทีๆ.....
บรรดาห้างร้านต่างๆก็จัดงานปีใหม่กันอย่างครื้นเครง
อย่างอิชั้นอาทิตย์นี้ก็ไปตั้ง 3 งาน
เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าปีเก่ากำลังจะผ่านไปแล้ว...จริงๆนะเออ

แล้วก็เป็นธรรมเนียม (ของตัวอิชั้นเอง)
ซึ่งตัวเราจะมานึกย้อนไปถึงหนึ่งปีที่ผ่านมา
ว่าเราได้ผ่านอะไรมาบ้างแล้ว
เผื่อว่าจะได้แง่คิดดีๆ เก็บเกี่ยวเอาไว้ใช้ในปี 54
ที่กำลังจะมาถึง....ในใกล้ๆนี้




1. ปีนี้อิชั้นหัดทาเล็บได้ด้วยตนเองแล้ว...ดีใจมาก

เนื่องจากปกติ อิชั้นทาเล็บไม่เป็นเลย
แต่ก็ยังอยากสวย เลยต้องให้ชาวบ้านชาวเมืองเค้าทาให้
และช่วงปีใหม่นี่ก็เป็นอุปสรรคกับชีวิต
เพราะที่บ้านเค้าทำแต่กระเช้าปีใหม่....
ไม่มีใครว่างทาเล็บให้หนูเลย ฮือๆ

เคยคิดจะไปต่อเล็บ ทำเล็บอะคลิลิคให้งามเช้งเหมือนของน้องสาว
แต่หลังจากที่ไปเที่ยวฮ่องกง แล้วยัยน้องสาวเกิดอุบัติเหตุ เล็บอะคลิลิคหัก แล้วก็เอาออกไม่ได้ ยังเกี่ยวกับเล็บจริง (และเนื้อจริง) อยู่เพราะกาว
ต้องทนข้ามวันข้ามคืนตั้งนาน เจ็บก็เจ็บ เสียวก็เสียว
อิชั้นก็เลยเลิกล้มความคิดนี้ไป....

สุดท้าย อัตหิ อัตโน นาโถ....
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
อิชั้นก็ลองหัดทาเล็บเอง ทาไปทามาเรื่อยๆ
แล้วอิชั้นก็ทาเล็บเองได้แล้ว ! !
(ดีใจเว่อร์ไปไหมเนี่ย)




(ยังแอบเลอะๆหน่อยอ่ะ เพิ่งหัดทำวันแรก...)


แต่ดีใจจังเลยค่ะ
เพราะอิชั้นจะประหยัดเงินค่าไปทำเล็บที่ร้านได้อีกโขเลย หุหุ
(แบบว่างกอ่ะ)


สาเหตุที่อิชั้นอยากจะทาเล็บนี้
เนื่องจากไปได้แหวนกังหันนำโชคจากฮ่องกง
แล้วเค้าแนะนำให้ใส่นิ้วชี้
เพื่อเสริมอำนาจบารมี (อันมีอยู่น้อยนิด)
ก็เลยอยากจะให้เล็บสีสวยๆ ให้มันส่งแหวน (แพงๆ) หน่อยอ่ะ

ตอนนี้ก็สามารถสวมแหวนพร้อมโชว์สีเล็บสวยๆได้ดั่งใจแล้ว ดีใจจัง หุหุ






2. อิชั้นจะเช็ครายละเอียดของสินค้าที่ซื้อ
พร้อมใบเสร็จอย่างละเอียดถี่ถ้วนคร่า.....





จริงๆตั้งใจจะทำมานานแล้ว การเช็คสินค้าก่อนรับ
เพราะได้อ่านกระทู้ห้องโต๊ะเครื่องแป้งแล้วพบว่า
มีหลายครั้งที่เรารับสินค้าโดยไม่เปิดเช็ค
เพราะเชื่อใจคนขายหรือบีเอ

กลับไปงานเข้าเลยค่ะ.....สินค้าที่ได้ไม่ตรงกับที่เลือก
แล้วแบบนี้จะไปเปลี่ยน บางทีก็ลำบากแสนสาหัส เพราะอยู่ไกล
บางคนต้องจำใจใช้มันทั้งอย่างนั้น

อิชั้นอ่านแล้วก็พยายามจดจำไว้เป็นอุธาหรณ์
เพราะตัวเองก็เป็นอีกคนนึงที่ไม่เคยเช็คของอะไรเลย
เพราะความปลื้มปิติดีใจที่ได้ของใหม่
(แล้วอีกอย่าง ไม่อยากแกะพลาสติกออกให้ระคายเคือง)

แต่เจอเหตุการณ์อย่างนี้ก้อไม่ไหว่ะ
ทีหลังต้องเช็คสินค้าทุกครั้งแล้ว
และอย่างเราก็เป็นเภสัชกรอ่ะ สั่งยา ซื้อยาอะไรบ่อยด้วย
ถ้ายาผิดพลาดนี่ก็ซวย..ออกแนวลำบาก

ท่องไว้ ๆๆๆ จะต้องจำไว้ตลอด และทำให้ได้นะ




3. ช่วงนี้จะปลีกวิเวกจากเครื่องสำอางค์ ไม่ซื้อเพิ่มเด็ดขาด





สาเหตุก็คือว่า ช่วงสามเดือนสิ้นปีเนี่ย
อิชั้นเป็นอะไรก็ไม่รู้ ราหูเครื่องสำอางค์อมมาก
ซื้อเครื่องสำอางค์มาเป็นเซ็ทๆเยอะมาก....
แถมยังแพงอีตังหาก
ทั้งเอสเต้ ดิออร์ ชู อิชั้นซื้อเพียบ

ตอนนี้มานั่งนับๆดู สามเดือนที่ผ่านมา....
อิชั้นมีอายแชโดว์ใหม่ 24 สี 3 คู่ 1 เซ็ท
อายเจล 2 สี ดำกับขาว
ลิปสติก 7 สี ลิปกรอส 8 แท่ง
บลัชออน 5 สี
ดินสอเขียนตากับขอบปากอย่างละ 3 อัน
ที่ดัดขนตา 3 อัน

นับแล้ว...โอ เมื่อไหร่จะใช้หมด
(ของเก่าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี)
ก็เลยมุ่งมั่นว่า พอ พอได้แล้ว
หยุดซื้อเครื่องสำอางค์และมาใช้ของที่มีอยู่มาอย่างจริงจังได้แล้ว

ทั้งนี้รวมถึงน้ำหอมดัวยคะ
แค่สามเดือนที่ผ่านมาได้นำหอมมา 4 ขวด(ใหญ่)
เพราะไปเที่ยวฮ่องกงมาด้วย จึงเหมาน้ำหอมมาเพียบ.....
ตอนนี้ถึงคราวต้องงดซื้อจริงจังแล้วค่ะ




4. จะถอยกล้องใหม่ เพื่อภายที่สวยงามประทับใจกว่าเดิม




ตอนนี้กำลังเลือกกล้องตัวใหม่อยู่
หลังจากที่ใช้ Panasonic Limix มา 4 ปี
รู้สึกว่าถ่ายภาพกลางคืนได้ด๋อยกว่าชาวบ้านที่เค้าใช้กล้อง DSLR ดีๆ
แต่ทั้งนี้ตัวเองก็ไม่สามารถพกกล้อง+เลนส์หนักๆถือไปเที่ยวได้
กล้อง compact ระดับ Hi-end หรือ Mirrorless
จึงเป็นทางออกของอิชั้น
ซึ่งตอนนี้ก็ยังดูๆอยู่
แต่คาดว่าจะถอยมาตอนปีใหม่นี่แหล่ะ
ใช้โบนัสซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง

คาดว่าน่าจะได้รูปที่น่าประทับใจกว่าเดิมใช้ในปี 2554 นี่แน่นอนคร่า อิอิ



5. อิชั้นจะตรวจสอบค่าใช้จ่ายประจำตัวทุกเดือนอย่าได้ขาด

คือว่าปกติอิชั้นเป็นหญิงที่ขาดความละเอียดรอบคอบอย่างสูง
บางทีค่าใช้จ่ายนิดๆหน่อยๆก็ไม่ชอบจำ
ไม่ชอบกลับมาคิดว่าตัวเองเสียค่าอะไรไปเท่าไหร่
บางทีใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตไม่มา
ก็แค่โทรไปถามยอดและจ่ายเต็มจำนวน
ขี้เกียจถามรายละเอียดว่าเราใช้จ่ายที่ไหน เป็นค่าอะไรบ้าง





จุดเปลี่ยนอิชั้นมาอยู่ตรงที่เดือนนี้ใบแจ้งยอดค่าบัตรยังไม่ได้
ก็เลยโทรไปถามเพื่อจะจ่ายเหมือนเดิม
(แล้วก็ไม่ถามรายละเอียดเหมือนเดิม ขี้เกียจ)
กะว่าตอนเช้าจะไปจ่ายแหล่ะ....

ตอนกลางคืนกลับบ้านไป
เจอใบแจ้งหนี้มาพอดีก็เลยมานั่งดู
ปรากฏว่าเจอค่า MEMBER FEE WITH VAT 642 BATH
เลยงงว่าค่าไรหว่า....

สุดท้ายเอะใจว่าเป็นค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตแหงเลย
ก็เลยตกใจ ม่ายด้ายยยย ชั้นยอมเสียไม่ได้
แล้วกดเบอร์ call center ขอยกเลิกบัตรเลย
ซึ่งก็แน่นอน เค้าก็ต้องยกเว้นค่าธรรมเนียมให้เราโดยปริยาย....

นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า
ถ้าเรามักง่าย ไม่เช็คดูให้ดี
642 บาทอาจเดินออกจากเราไปง่ายๆ
โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
(แล้วที่ผ่านมา มันเคยหายไปมากกว่านี้รึปล่าวฟร่ะ)


วันนี้นึกขึ้นได้ 5 ข้อ
ขอลงไว้เท่านี้ก่อน
แล้วนึกขึ้นได้เมื่อไหร่จะมาลงเพิ่มน้า...




วันนี้ก้อขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆคนค่า








 

Create Date : 28 ธันวาคม 2553    
Last Update : 23 มกราคม 2557 22:50:40 น.
Counter : 449 Pageviews.  

Dear my father...




จม.ถึงป๊าของหนู



จั่วหัวซะเลิศหรู
แหมนานๆทีหนูก็อยาก GO INTER เหมือนกันนี่นา
ก้อเห็นวันนี้เป็นวันดี เป็นวันพ่อเสียด้วย...
หนูก็เลยอยากเขียนอะไรซึ้ง....ซึ้ง ให้ป๊ามั่งอ่ะ


จำได้ว่า.....ตั้งแต่เป็นเด็ก ป๊าเป็นยิ่งกว่าทุกอย่างในชีวิต
สิ่งไหนที่ดี ป๊าไม่เคยรีรอที่จะหามาให้ลูกสาวคนนี้เลย
แต่ก็เพราะความที่หนูเป็นลูกสาวคนโตในครอบครัวจีน
แต๊ๆแบบนี้ มันก็มีบ้างอ่ะ....
ที่เคยคิดอยากเป็นอิสระมากกว่านี้


เจ้าฮัทไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ ตอนม.4 ทั้งที่อายุน้อยกว่าหนูตั้งสองปี
ป๊าให้เหตุผลที่ไม่ให้หนูไป เพราะว่าป๊าเป็นห่วงลูกสาวมากเกินไปที่จะปล่อยไปอยู่บ้านคนที่ไม่รู้จักในต่างถิ่นได้
ถ้าโตกว่านี้ป๊าจะให้ไปนะ
(หนูอยากจะบอกป๊าว่า....ถ้าเป็นบ้านอื่นอ่ะ บ้านแตกไปแล้ว เหอๆ)

แต่หนูก็ขำๆอ่ะ ไม่เป็นไร ป๊าห่วงขนาดนั้นไม่ไปก็ได้
ฮัทไปคนเดียวก็ดี ป๊าไม่ต้องเสียตังค์เพิ่ม (มีลูกสาวดีขนาดเนี้ย..ดีใจไหมเนี่ย เอิ๊กๆ)
แต่ป๊าก็ไม่ผิดคำสัญญาเลย เพราะเมื่อหนูโตขึ้น ป๊าก็ปล่อยให้หนูให้สัมผัสโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ ให้หนูได้มีประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากมาย....


ตั้งแต่จำความได้ ป๊าไม่เคยตีลูกเลยสักแปะ
ป๊าบอกว่าลูกป๊าเป็นเด็กดี ไม้เรียวไม่จำเป็นสำหรับบ้านนี้
ขอบคุณที่ป๊าเชื่อใจ ว่าลูกป๊าเป็นเด็กดี และเลี้ยงลูกด้วยความรักความอ่อนโยน
ทำให้วันนี้ลูกสามคนของป๊าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม ได้ดำรงชีวิตด้วยความสุขสบาย มีความเป็นอยู่ที่ดี
แต่หนูรู้น่ะ......ป๊าแอบยิ้มทุกครั้งที่พูดถึงลูกกับแม่
ป๊าพูดว่า ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว เงินมากกว่านี้ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม
แค่ตอนนี้ลูกสามคนมีชีวิตหน้าที่การงานที่ดี เป็นที่ยอมรับของสังคม ป๊าก็มีความสุขมาก และคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว


V
V
V



ป๊าจ๋า ป๊ารู้ไหม
คำนี้เหมือนเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ ทำให้หนูมีแรงสู้งานที่มันหนักๆได้...ด้วยหัวใจที่ไม่ทุกข์
เพราะหนูอยากมีความสุขให้เหมือนที่ป๊าคิด หนูจะไม่ทำงานด้วยความเศร้าเด็ดขาด
หนูจะไม่หลอกป๊าว่ามีความสุข ทั้งทางตรงและทางอ้อมนะ



หนูอยากจะบอกว่า .....ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่หนูคิดว่าหนูรักป๊าม๊ากกมากอยู่แล้ว
แต่วันนี้ หนูกลับพบว่ายิ่งเวลาผ่านไป หนูยิ่งรักป๊าได้มากขึ้นๆได้อีกทุกวัน
หนูเคยตั้งใจไว้แล้วว่า จะดูแลป๊ากับแม่ให้ดีที่สุด
และก็จะไม่เผลออารมณ์เสีย + เหวี่ยงใส่แม่อีกแล้ว (อุ้ย...อายจัง ไม่ได้ทำบ่อยนะ)
จะบอกว่า ปีที่ผ่านมาหนูทำได้แล้วแหล่ะ ป๊าไม่สังเกตเหรอว่าหนูอารมณ์เย็นขึ้น
แม่ทำกับข้าวช้าหนูก็ไม่บ่น มีอะไรหนูก็กินตามนั้น (ปกติเรื่องกินเรื่องใหญ่ฮ่า)
แล้วหนูก็จะทำให้ดีเหมือนอย่างที่ทำมา บ้านเราจะได้ไม่มีเสียงเหวี่ยงเสียงวีนใส่กันไง.....


จม.นี้จะจบแล้วนะคร้า ดีใจอย่างยิ่งที่ได้เขียนถึงป๊าในวาระวันพ่ออีกครั้ง
แล้วปีหน้าลูกสาวจะแอบมาบอกความในใจให้ป๊าฟังอีกนะ
สำหรับวันนี้ ในบล็อคเราพอแค่นี้ก่อน
แต่เย็นนี้เราเจอกันต่อที่บ้านนะคร้า......คุณป๊าขรา


รักป๊ามว๊ากเน้อ (ภาษาวัยสะรุ่นเสียด้วย คริคริ)

จากลูกสาวคนโตที่ไม่เคยโตสมตัวสักที....



********************************


You were my strength when I was weak
เธอเป็นพละกำลังที่เข้มแข็งของฉัน....ยามที่ฉันอ่อนแอ

You were my voice when I couldn't speak
เป็นเสียงให้ฉัน....ยามฉันไม่สามารถไม่สามารถเอื้อนเอ่ยวจีใด

You were my eyes when I couldn't see
เป็นดวงตาให้ฉัน ยามที่ฉันมองใม่เห็นหนทางของชีวิต


You saw the best there was in me
สิ่งดีๆในตัวของฉัน เธอเท่านั้นที่มองเห็นมัน....


Lifted me up when I couldn't reach
และเป็นพลังส่งให้ฉันเอื้อมมือไปคว้าดาวดวงนั้นมาได้


You gave me faith cause you believed
เพราะว่าคุณเชื่อมั่นในตัวฉันขนาดนี้.....
ฉันจึงไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว


I'm everything I am

ฉันจึงได้เป็นตัวของตัวเอง....อย่างที่ฉันอยากจะเป็นจริงๆ


Because you loved me.....

เพราะคุณที่รักฉันอย่างสุดหัวใจ....


ขอบคุณค่ะ






 

Create Date : 06 ธันวาคม 2553    
Last Update : 23 มกราคม 2557 22:51:09 น.
Counter : 207 Pageviews.  

4 พฤศจิกายน 2553.........วันที่มีแต่เรื่องร้ายๆ




ตื่นเช้ามา....
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นวันที่วุ่นวาย+แสนเศร้าได้ขนาดนี้

ตอนเช้าต้องปฎิเสธน้องที่มาสมัครงาน
ทั้งที่ตั้งใจจะรับอยู่แล้ว
แต่ปรากฎว่าเจ้าตัวดันเป็นไวรัสตับอักเสบบี
....รพ.จึงรับเข้าทำงานไม่ได้

ซวยจริงๆ เด็กอายุแค่ 25 เอง...ไปติดเชื้อที่ไหนหว่า
อย่างนี้ก็คงลำบาก ไปที่ไหนเค้าให้ตรวจสุขภาพก็คงทำงานไม่ได้ทุกที่
เราตั้งใจจะรับเพราะน้องเป็นญาติเจ้าหน้าที่ที่นี่ด้วย
ครอบครัวค่อนข้างลำบาก เพราะคุณพ่อป่วย
แม่ทำงานคนเดียว
เจ้าตัวเป็นพี่คนโตเพิ่งจบมหาลัยได้ปีเดียว
แทนที่จะช่วยแม่ได้ ก็กลับต้องอดเสียนี่

....แต่ถึงยังไง กฎก็ต้องเป็นกฎ
เราก็ต้องบอกปฎิเสธไป ไม่รู้ว่าจะเสียใจขนาดไหน
เฮ้อ....ทำใจลำบากจริงๆเลย

สายมา เจอลูกน้องในที่ทำงานมีปัญหา ดูเหมือนไม่มีอะไร
ไอ้เราก็ว่ากลิ่นแหม่งๆ แบบว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆเลยอ่ะ
จริงๆก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ไม่น่าจะผิดใจกันเลย
ได้แต่ทำใจ แล้วทำงานต่อเงียบๆ

สักพัก เลขาบอกว่าเอกสารที่ขอเบิกเงินค่าล่วงเวลาของลูกน้องเรามีปัญหา...
ตอนนี้เค้าจะไม่จ่ายเงินให้ ต้องรอลุ้นดวงต่อเอง
อย่างโชคดี คือได้เงินช้าหน่อย
แต่อย่างโชคร้ายคือ อดได้เงิน !!
ทั้งที่เด็กมันทำงานไปแล้ว
เรานับหนึ่งถึงร้อย ร้อยถึงหนึ่ง
แม่มทำไมมันเฮงซวยอย่างนี้วะ
ไม่รู้จะโทษทั้งคนมีอำนาจอนุมัติว่าเขี้ยวเกินไป
หรือว่าจะโทษเด็กเราที่มันสะเพร่าเหลือใจดี...
แต่ความซวยมันตกที่ตัวอิชั้น
ต้องมาแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าเอง
นี่ก็ไม่รู้ว่าถ้าเค้าไม่จ่ายตังค์
อิชั้นต้องควักเนื้อจ่ายให้มันมั้ยเนี่ยยยย
เซ็งโว้ย.....

ตอนเที่ยง รีบไปกินข้าว เพราะความหิวจัด ประกอบกับความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ที่เจอตอนเช้า...
เจอคุณแม่โทรมาตอนเที่ยง

แม่บอกว่า "อาอี๊เป็นอะไรไม่รู้ เค้าวูบไป
ตอนนี้อยู่ ICU มาดูอี๊หน่อย"
เรารีบกินข้าวอย่างเร็ว เพื่อที่จะไปดูอี๊ที่ ICU ชั้นสอง

อาอี๊ (พี่สาวแม่) ปกติแกเป็น renal failure
จะเข้ารพ.เป็นประจำ
ล้างไตทุกอาทิตย์มาสองปีกว่าแล้ว
ตอนนี้ตัวผอมมาก ผิวคล้ำ โทรมกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย
ทุกทีก็มาแค่ล้างไตแล้วก็กลับ แต่มาหนนี้ถึงขั้น ICU
เรารู้สึกไม่ดีเลย ต้องเป็นหนักแน่ๆ

มาถึง ICU แม่อยู่รวมกลุ่มกับญาติๆกลุ่มใหญ่
เห็นแล้วตาลายไปหมด
คนราว 20 กว่าคน ยืนออหน้าห้อง ICU ดูแล้วบรรยากาศสับสนวุ่นวายมากเลย
พอเรามาแม่ก็เรียกเราหวัดดีญาติๆ
บางคนเราก็รู้จัก แต่บางคนก็ไม่รู้จัก
เหล่ๆมองแม่ แม่ยังพอไหว ยังไม่ร้องไห้อะไร คงเพราะทำใจได้มานานแล้ว ประกอบกับบรรยากาศที่มีญาติๆมาเยอะๆ เธอคุยกับคนนู้นคนนี้เลยลืมเศร้าไปบ้าง
แต่พี่สาวแม่อีกคนนี่ซิ ถ้าจะแย่ รู้สึกว่าซึมมากเลย
ส่วนลูกสาวของคนไข้ ไม่ต้องพูดถึง ตาแดงก่ำ บางคนก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว.....

แล้วแม่ก็ชวนเราไปเยี่ยมอี๊ที่เตียง
เราเห็นสภาพอี๊แล้วอ่ะ ไม่ไหวแล้วจริงๆ
ไม่มีปฎิกริยาตอบสนองใดๆ ม่านตาก็ไม่ขยับ
รู้ว่าที่บ้านตัดสินใจเอากลับบ้าน
ก็ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไม........

V
V
V
V
V


ลูกสาวอี๊เข้าไปจับหน้า
แปลกจัง....เหมือนมีน้ำตาซึมจากตาอี๊
ลูกก็ร้องไห้ แล้วเอามือลูบหน้าลูบตาอี๊ เช็ดน้ำตาให้แม่
และก็เรียกแม่ๆ ตลอด
เหมือนยังทำใจไม่ได้ ที่แม่จะไปจริงๆ
ญาติเค้าก็บอกว่า อย่าเรียกเค้า อย่าให้เค้าห่วง....

เราเคยได้ยินว่า คนป่วยบางคนที่นอนไม่รู้สึกตัวบนเตียง
เราคิดว่าเค้าไม่รับรู้อะไร ที่จริงเค้ารับรู้
เค้าได้ยินทุกอย่างที่เราพูด
คิดอย่างนั้นเราก็ไม่กล้าพูด ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น
ยอมรับว่ากลัวอ่ะ กลัวปากตัวเอง ปลอบใจคนก็ไม่เก่ง
ได้แต่โอบไหล่ลูกสาวเขา ซึ่งอายุเท่าๆกับเรา
หวังเพียงว่าสัมผัสจากเรา
น่าจะบอกความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูด....

พอเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายเสร็จ
เตรียมให้รพ.พาอาอี๊กลับบ้าน
แม่บอกว่าแถวนี้มีร้านอาหารไหม....แม่หิวข้าว
ตกใจเลย เพราะแม่เป็นเบาหวาน กินยาคุมน้ำตาลอยู่
ถามแม่ว่ากินยาแล้วใช่ไหม แม่บอกว่าใช่
ปกติจะกินข้าวตามหลังจากนั้นไม่นาน แต่วันนี้เพราะได้ข่าวอี๊วูบก่อนเลยไม่ได้กินข้าว แล่นมารพ.ก่อนเลย

อยากจะร้องเจี๊ยกเลยจริงๆ
โห...ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่วูบตามอี๊ไปอีกคน
รีบพาแม่ไปกินก๋วยเตี๋ยวโดยไว กลัวชีจะน้ำตาลตก
พาแม่ไปกินเสร็จ รถรพ.ก็พร้อมพาอี๊กลับบ้านพอดี.....
แม่ไปกับรถรพ. ส่วนเรากลับมาทำงาน
เพราะรถเต็ม และแม่ก็ไม่ให้ไป
เพราะบอกว่าเราไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ อยู่ทำงานต่อดีกว่า....

..................................................

ตอนนี้สี่โมงเย็นแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าอี๊เป็นยังไง
โทรไปตอนบ่ายสาม แม่บอกว่าเค้ารอลูกชายมาดึงสายออกซิเจนออก...
แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นยังไง....
ถ้ามีเสียงโทรศัพท์เข้ามาเมื่อไหร่ ก็คงแปลว่าอี๊ไปแล้ว.....

จริงๆเราเลิกงานแล้วอ่ะ ตอนนี้
แต่ไปบ้านอี๊ไม่ถูก อยู่ไกลมาก เป็นแบบป่าๆลึกๆด้วย
ได้แต่รอฟังข่าวอย่างเดียว ทำอะไรไม่ได้เลย....

วันนี้จบการทำงานแบบวุ่นวายไปหนึ่งวัน แต่เรารู้สึกเหมือนยังไม่จบเลยอ่ะ
มันยังว้าวุ่นในใจยังไงก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง
ยังมีอะไรค้างคาอยู่ในใจ ยังลบมันไม่ออกเลย....
เฮ้อ......











 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:39:11 น.
Counter : 196 Pageviews.  

แล้ววันจันทร์ก็มาถึง....กับผลตรวจภายในครั้งแรกในชีวิต





แล้ววันจันทร์ก็มาถึงจนด้ายยย
นึกแล้วก็ยังเสียดายเวลาพัก.....วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาช่างเป็น weekend ที่เงียบสงบดีเหลือเกิน
เดี๋ยวนี้อิชั้นไม่ขออะไรแล้ว ขอแค่ไม่มีเรื่องอะไรกวนใจ ไม่มีโทรศัพท์สยองขวัญในวันหยุด ก็นับว่าดีหนักหนา.........

วันนี้เป็นวันจันทร์สบายๆที่ตั้งใจว่าจะรีแลกซ์ให้เยอะๆ
เอาให้สมกับช่วงเวลาที่ผ่านมา
ที่มันน่าตึงเครียดซะ...........
ตั้งใจว่าจะไม่อารมณ์เสีย ไม่ของขึ้น
จะไม่มีอะไรทำให้เราหัวเสียได้อีก ขอๆๆๆๆ

ตั้งแต่ทำงานเป็นหัวหน้า อิชั้นรู้สึกเลยว่าตัวเองอารมณ์เสียง่ายขึ้น
ฟิวส์ขาดง่าย เครียดง่ายกว่าเดิม
ทำไมวะ ใครทำความสุขชั้นหายไปไหน
ทำไมชีวิตชั้นถึงไม่ Happy
เป็นอย่างนี้เรื่อยๆบ่อยๆก็ไม่ไหวนะ T_T

..................................................


เมื่อตอนเที่ยงเจ้าหน้าที่รพ.โทรมาแจ้งผล Pap smear
มิผิดหรอกค่า ผล Pap smear ก็คือผลตรวจภายในนั่นเอง
เป็นการตรวจภายในครั้งแรกในชีวิตอิชั้น...........
ที่อิชั้นต้องทำใจมาตั้งนาน ก่อนเข้าห้องตรวจได้


มันก็เป็นซะอย่างนี้แหล่ะค่ะ หญิงไทยใจงาม
จริงๆอิชั้นก็กลัวมานานนะคะ ไอ้การตรวจแป๊บเนี่ย
แถมเคยดูหมอเจ็บ
เจอคุณหมอพอลเอาคีบปากเป็ดมาทำท่างับแหง็บๆ
โอ...พระเจ้า มันใหญ่มากกกกก น่ากัวโคดๆ
ภาพนั้นอิชั้นฝังใจมานานค่ะ

กว่าจะรู้ว่ามันคือ"มุข"
ก็ปาเข้าไปอายุตั้ง 34 (แก่โคดๆ)
ซึ่งปีหน้าก็จะเข้าเกณฑ์ต้องตรวจแย้ว
ไหนๆก็ไหนๆจะต้องตรวจปีหน้าแล้ว........
ก็ลองซะเลยวันนี้ดีกว่า
พอดีได้เจอคุณหมอผู้หญิง แถมใจดีอีกต่างหาก
ก็เลยกล้าไปตรวจจ้า


ตอนตรวจก็เสียวนิดๆ แต่ไม่เจ็บมาก
มีเย็บวาบๆตอนหมอแหย่อะไรสักอย่าง
เข้าไปเปิดทางอะคะ
แต่ก็ไม่เจ็บถึงขั้นทนไม่ได้นะคะ พอไหวๆ
อ้อ แล้วก็มีเสียวๆนิดนึงตอนคุณหมอป้ายเคเอ
แล้วเอานิ้วล้วงเข้าไปตรวจข้างใน
อันนี้ไม่ชินอย่างสุดๆ เกร็งนิดหน่อย
แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี
แล้วผลการตรวจก็แจ้งว่าปกติ


..........................................................

อยากบอกผู้หญิงทุกคนนะคะ ว่าอย่าไปกลัวการตรวจภายใน
คิดเสียว่า เหมือนกับเราไปตรวจร่างกาย
เจาะไขมัน น้ำตาล ตับ ไต
ตรงนั้นมันก็อวัยวะของเราเหมือนกัน
อย่าไปเลือกที่รักมักที่ชังกันเลย

มีสถิติที่น่าปวดใจมาบอกกันด้วยค่ะ
หมอสูติบอกว่า ชาติตะวันตก (ฝรั่ง)
มีสถิติเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าคนตะวันออก
เพราะไลฟสไตล์ อาหาร และวัฒนธรรม.......

แต่ ! คนตะวันออกบ้านเราเนี่ยแหล่ะคะ
ตายด้วยมะเร็งปากมดลูกมากสุด
เพราะไม่กล้าไปตรวจ เนื่องจากอายหมอ !!
กว่าจะรู้ตัวก็เป็นขั้นที่รุนแรง รักษาไม่ได้
เหลือเวลาอยู่ได้ไม่นาน
ทั้งที่โรคนี้รักษาหายขาดค่ะ ถ้าตรวจเจอระยะต้นๆ
อย่างที่ฝรั่งเค้าตรวจทุกปี ถึงรักษาได้ทันไงค่ะ


ของอิชั้นผ่านไปแล้ว the first time
หนต่อไปก็อีก 6 เดือน อิชั้นก็คงเข้า 35 พอดี
ถึงตอนนั้นก็สามารถตรวจได้อย่างสบาย
และไม่อาย+กลัวอีกแล้ว
มันชินแล้วคร่า โฮ่ะๆๆๆๆ


เพื่อนๆก็อย่าลืมไปตรวจกันบ้างนะคะ
ราคาไม่แพงเลยค่ะ ถือว่าถูกมาก
เมื่อเทียบกับชีวิตที่มีค่าทั้งชีวิตของเรา
อย่าลืมค่ะ สุขภาพดีอยู่ที่เรากำหนด
สลัดความอายทิ้งให้หมด
คิดอย่างอิชั้น "อาย..อดรู้ (โว้ย)"

อยากให้ทุกคนแข็งแรงค่ะ











 

Create Date : 27 กันยายน 2553    
Last Update : 27 กันยายน 2553 16:06:12 น.
Counter : 611 Pageviews.  

วันสบายๆ.......หลังจากเหนื่อยมามากแย้ว








ช่วงนี้อิชั้นเหนื่อยมากค่า.........
เป็นเวลาที่หนักหนาสาหัสมากมาย
เพราะต้องเตรียมแผนกเภสัชกรรมให้พร้อมมมมมม
เพื่อรับการเยี่ยมสำหรับจากสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
แผนกเภสัชกรรมก็เป็นหน่วยงานที่ทางผู้เยี่ยมสำรวจต้องประเมิน.......
หรือพูดง่ายๆก็คืออิชั้นเป็น target หนึ่งที่เค้าจะต้องมาเบิ่งอย่างแน่ๆๆ

อิชั้นก็เลยหวยออก มี job to do เยอะหน่อย
เรียกว่าเหนื่อยกว่าชาวบ้านก็หนนี้
เพราะระบบยาเนี่ยถือว่าเป็นยาขมหม้อใหญ่ของรพ.มานักต่อนัก
เนื่องด้วยความที่ใครๆในรพ.ก็ใช้ "ยา"

หมอก็สั่ง "ยา"
เภสัชก็จ่าย "ยา"
พยาบาลก็บริหาร "ยา"

มันจึงเป็นระบบที่ใครๆก็มีส่วน มีเอี่ยวเกี่ยวข้อง
ยิ่งคนมีเอี่ยวเยอะ ความผิดพลาดคลาดเคลื่อนจึงเกิดเยอะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
(แต่ทำไมเวลา "ซวย" รู้สึกว่าตรูซวยอยู่แผนกเดียววะ)

หมอสั่งยาผิด ทำไมเภสัชไม่ห้ามหมอ
พยาบาลเก็บยาบนวอร์ดไม่ดี ทำไมเภสัชไม่ไปดูแล
(เวร...เภสัชทั้งรพ.มีแค่ 10 คน จ่ายยาก็ลิงเต็มที่แล้ว
ทำราวกับมีกันสักสามสี่สิบคน )
อุ้ยย.....บ่นมากไปไหมเนี่ย จะเสียหายภาพพจน์รพ.ไหมค่ะ (เพิ่งรู้สึกตัว)


เข้าเรื่องเราดีกว่า ไหนๆการเยี่ยมสำรวจก็ผ่านไปแล้ว พร้อมกับผลการประเมินที่เป็นที่น่าพอใจสำหรับอิชั้น (เย้!!)
รู้สึกว่าพายุชีวิตลูกหญ่ายยย เพิ่งผ่านพ้นไป เฮ้อ....เหนื่อยเหลือเกิน

ช่วงเวลาที่ผ่านมาอิชั้นทำตัวเครียดมากมาย ทั้งงานและตารางกิจกรรมที่ซ้อนทับกันมากมาย จนต้องสัญญากับตัวเองว่าจะต้องปลดแอกตัวเองออกจากความเครียดบ้าง สู้โว้ยยย เหอๆๆๆๆ


V
V
V
V


วันนี้ที่บ้านพากันมากินโออิชิบุฟเฟ่ห์ สาขาลาดพร้าว ตรงข้ามแดนเนรมิต
เป็นสาขาแรกๆที่บ้านอิชั้นมากินกัน เลิฟมากมายอ่า

โออิชิบุฟเฟ่ห์เนี่ยเป็นอะไรที่สุดอิ่มสุดคุ้มจริงๆค่ะ
เมนูสุดเลิฟของอิชั้นเวลามาทานที่นี่คือ "ยำสาหร่าย" กินมันเข้าไป กินให้รากสาหร่ายออกเลยทีเดียวเชียว ช๊อบชอบบบบ




บรรยากาศผู้ร่วมโต๊ะ







อาหารหน้าตาน่ากิ๊น น่ากิน












ตอนเดินกลับขึ้นรถ อิชั้นก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองฝั่งตรงข้าม ดูปราสาทเจ้าหญิงนิทราค่ะ แฮ่ะๆ (ไม่ได้ถ่ายรูปมา)
แต่มาทีไรก็อดไม่ได้ เห็นแล้วนึกถึงความหลัง
เมื่อก่อนมาแดนเนรมิตแล้วไม่ได้เข้าปราสาทนี้ เหมือนมาไม่ถึงที่
ในนั้นอิชั้นยังจำได้ มีหุ่นเจ้าหญิงนิทรานอนบนเตียง โดยที่พวกเราดูจากหน้าต่างด้านนอก
โอ๊ยยยย โคตรชอบเลย มาทีไรก็อยากดูๆๆๆๆ แล้วก็ดูได้นานๆๆๆๆ
จนคุณป๊ากับคุณแม่ลากแขนไปทางอื่นแหละค่ะ อิชั้นถึงมูฟไปได้
นึกถึงบรรยากาศเก่าๆจังเลย


V
V
V


กินเสร็จแล้วก็กลับชลบุรี พี่ศักดิ์ก็พาไปเดินเซ็นทรัลชลบุรีต่อ
นั่งๆไปก็ว่างงาน ถ่ายรูปอีกดีฝ่า....




ที่หุ้มเข็มขัดนิรภัยเป็น Hello Kitty น่ารักไหมค่ะ
มาขับรถอิชั้นก็เงี้ย ต้องทำใจนะ คริคริ




เดินเล่นในห้างพักนึง เอ๊.....นอกห้างเค้ามีไรน๊า คนมุงกันเต็มเลย



คนเยอะแยะมากมาย





อ๋อ...เค้ามาดู Chonburi FC กันนี่เอง
โห แฟนพันธ์แท้มากันเพียบ




เสื้อฟ้ามากันเต็มเลยคับท่าน



คนนี้สนใจมากมายค่ะ




ขนาดอิชั้นนั่งใกล้ๆยังเรียกความสนใจจากอาเฮียไม่ได้เลย






สรุปว่าที่เซ็นทรัลชลบุรีมีการถ่ายทอดการแข่งขันของ Chonburi FC ถ้าเราไปเยือนที่อื่นค่ะ
วันนี้รู้สึกว่าจะไปเตะกับบางกอกกราส กองเชียร์ก็เลยแห่มาแน่นหนามาก
ที่นี่เค้าเชียร์มันส์นะคะ มีปี่มีกลอง เวลาเฮทีก็มันส์เค้าล่ะ
กลัวว่าจะ heart attack จัง มีใครเป็นโรคหัวใจปล่าวเนี่ย
แต่สรุปก็เสมอกันไป 0-0
แล้ววันหลังมาเชียร์กันใหม่นะ










 

Create Date : 21 กันยายน 2553    
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 11:05:18 น.
Counter : 839 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.