....ความสุขอยู่รอบๆตัว....
ฉลองวันแม่ปี 54 ด้วยการไปดูเดี่ยว 9 ที่พารากอนค่า.....


ปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วที่ดูโน๊ต อุดม เดี่ยวไมโครโฟนแบบต่อเนื่อง ไม่ว่างเว้นสักเดี่ยว

 


จริงๆแล้ว ตัวอิชั้นเองไม่ได้มีความพยายามถึงขนาดนั้น ให้ไปยืนรอซื้อบัตรขาขดขาแข็งเป็นชั่วโมงๆ ไม่ใช่เราแน่ๆ....นอนดูซีดีอยู่บ้านสบายกว่าเยอะ...

 


แต่น้องสาวตัวดีของอิชั้นนี่สิค่ะ ชีเลิฟๆๆการดูเดี่ยวแบบสดๆนี้มากมาย ดูคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องหนีบเอาครอบครัวมาร่วมดูด้วย......สงสัยกลัวเม้าท์กะที่บ้านไม่สนุก

 


พูดตรงๆ ตั๋ว 2,500 บาทที่น้องสาวอิชั้นซื้อให้ดูต่อคนนั้น...โคตรแพงเลย (แบบว่าอิชั้นซื้อเครื่องสำอางดีๆได้ตั้งหลายชิ้น)

 


แต่ทำไงได้ มันซื้อมาแล้วนี่ แถมซื้อมาด้วยความยากลำบากมากกก จะทำเป็นไม่แยแสก็คงจะเหมือนใจร้ายไปหน่อยม้างงงง

 


วันที่ 12 สิงหา เตรียมดูเดี่ยวที่พารากอนรอบ ทุ่มนึง แต่เรากะน้องสาวเข้ากทม.กันก่อน เดี๋ยวเย็นๆ ป๊าแม่+น้องชาย จะตามมาอีกที

 


น้องสาวเราไปทำธุระจ้า ส่วนเราอยากมาช๊อปปิ้งที่แพลตตินัม+ อยากซื้อ Fitflop ก็เลยขอเข้ามาเลือกก่อน หุหุ

 


ตอนที่ไปช๊อปที่แพลตตินัมสนุกสนานมากมาย มีเสื้อผ้า+เครื่องประดับให้อิชั้นเลือกจนละลานตาไปโหม๊ด...ไอ้นั่นก็สวย ไอ้นี่ก็สวย หมดตังค์ไปกะที่นี่ไม่ใช่น้อยเลย....

 


แต่เมื่อใกล้ได้เวลาอันควร เราก็เดินทางไปพารากอน เพื่อซื้อ Fitflop และดูเดี่ยว....

 


มาถึงแล้ว ที่นี่แหล่ะ....ไม่ผิดแน่Smiley



 


หลังจากที่ฝ่าฝูงชน ซื้อ Fifflop มาได้แล้ว....(ติดตามชมวีรกรรมการซื้อ Fifflopของอิชั้น ได้ในหมวด hacky ชวนช๊อป นะคะ ^_^)
ก็มาเตรียมรอครอบครัวเพื่อทานมื้อเย็นที่ร้าน
Coffe Bean by Dao ซึ่งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน พารากอนแห่งนี้นี่เอง....



 


ขอบอกว่าคนเยอะมากกกก ไม่รู้เพราะวันนี้เป็นวันหยุดด้วยหรือเปล่า แบบว่าแทบไม่มีที่ให้นั่งเลย....









ตบท้ายด้วยเค๊กขึ้นชื่อของทางร้าน เป็นเครปชาเขียวราดช๊อกโกแลต รสชาติเข้มข้นดีค่ะ

 


อาหารอร่อยค่ะ รสชาติดีทีเดียว แต่แพงโคตรๆเลยอ่า จานนึงตกราคาร้อยกว่าถึงสองร้อยกว่า (ขนาดแพงคนยังเยอะขนาดนี้) ราคาชวนปวดร้าวใจมาก Smiley เช็คบิลมายอดรวมสองพันกว่าบาทเนอะ เอิ๊กกก.....ถือว่าสูงเลยแหล่ะ เมื่อเทียบกับร้านที่เราเคยทานมา

 


เนื่องจากวันนี้เป็นวันพิเศษนะค้า....ทุกโต๊ะก็จะได้คั๊พเค๊ก Love Mom คู่นี้กลับไปบ้านด้วย......ไอเดียวเก๋กู๊ด น่ารักมากๆ (ชอบของฟรีอยู่แล้นนนน อิอิ)Smiley


 



 


เกือบทุ่มนึงเราก้อขึ้นมาที่ พารากอนฮอลชั้น 5 นะคะ เข้ามารอบริเวณรอบนอกที่เค้าจัดเป็นลานโชว์หน้างานก่อน....ไปถ่ายรูปเล่นกันดีกว่าSmiley

 


ไอเดียก็แบบกวนๆสไตล์พี่โน้ตเค้าแหล่ะ










 


ป๊าคิดว่าเป็นลูกชายตัวเองรึป่าวเนี่ย 555Smiley

 


มองตอนแรกนึกว่าชิงช้าสวรรค์ แต่นึกขึ้นได้ว่า ปีนี้โน้ตเค้าเป็นพรีเซนเตอร์ The Pizza Company ด้วย เพราะฉะนั้นไอ้นี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้...นอกว่า พิซซ่ายักษ์นั่นเองค่า


 


พร๊อพเก๋ๆที่ได้รับความนิยมจากคนหมู่มาก

 





...................................................................

หนุกหนานกันพอสมควร ทาง staff ก็เรียกๆคุณผู้ชมเข้าไปข้างในได้แล้ว อ้อ..งานนี้ห้ามถ่ายภาพ + อัดวีดีโอตลอดงานนะค้า....

 


ความรู้สึกจากการที่ได้ดูเดี่ยวมาตลอด ไม่เคยขาด (ยิ่งช่วงหลังๆ ยิ่งดูแบบถ่ายทอดสด ชิดขอบเวทีกันเลยทีเดียวเชียว)

 


ความประทับใจที่มีต่อพี่โน้ตไม่เคยเสื่อมคลายค่า.....ต้องยอมรับเลยว่า   คุณเก่งมว๊ากกกกSmiley

 


คนๆนึงสามารถเดี่ยวไมโครโฟน ด้นกันสดๆได้โดยที่ไม่ต้องดูสคริปต์ ต้องถือว่าคุณความจำดีจริง อะไรจริง แถมไม่ใช่ว่าการพูดในสิ่งที่จำมา จะมานั่งท่องเป็นอาขยาน เป็นนกแก้วนกขุนทอง ม่ายช่าย.....ม่ายช่ายเล้ยยย คุณต้องควบคุมสถานการณ์ ต้องปรับจังหวะการเล่าเรื่องของคุณให้เหมาะสม ไม่นับรวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (ถ้ามี) ด้วยตัวคุณเพียงคนเดียว....ณ หน้าเวที มีคุณเพียงคนเดียวจริงๆ ทำได้ไงอ่ะ....น่าอเมซิ่งจัง

 


ซึ่งนึกถึงตัวอิชั้นเอง....นึกถึงว่า ถ้าต้องไปยืนหน้าเวทีที่มีคนเป็นพัน เขาเหล่านั้นเข้ามา.....เสียเงิน เพื่อมาฟังเราพูด ความคาดหวังไม่ต้องพูดถึง มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหาย อยากจะฟังคำพูดของเราทุกเม็ด ทุกประโยค อิชั้นคิดว่า ตัวเองคงจะปากคอสั่นมากมาย และหัวใจคงต้องแรงจนออกมาทะลุข้างนอกแน่ Smileyคำพูดนี่ก็คงไม่เป็นประโยคแน่ๆ ............แต่ทุกอย่างที่พูดมา พี่โน๊ตไม่เป็นเลยค่า เค้าสามารถจริงๆ นับเป็นอัจฉริยะด้านการพูดคนนึงที่หาตัวจับได้ยากสุดๆSmiley

 


ตัวเราเอง ก็พยายามหาสิ่งดีๆ ที่ได้รับจากการดูเดี่ยวครั้งนี้ โดยประเด็นที่สนใจก็คือ การพูดอย่างไรให้มีเสน่ห์ ให้ชวนฟังและรื่นหู ซึ่งพี่โน้ตทำได้ดีค่ะ จังหวะจะโคนพี่เค้าสวดยอดดด อย่างเช่น เวลาที่เค้าปล่อยมุขๆนึง แล้วคนกำลังฮากันอยู่ จังหวะนั้นพี่เค้าจะหยุด....... หยุดการพูดโมเมนต์นี้ไปสักพัก จนเค้าแน่ใจว่า หมดเสียงหัวเราะแล้วจริงๆ พี่แกถึงจะพูดต่อ เพื่อไม่ให้มีผู้ชมคนไหน พลาดจังหวะที่แกจะพูดต่อไป นับเป็นการจับจังหวะการมีอารมณ์ร่วมของผู้ชมได้อย่างดีเยี่ยมSmiley

 


ฟังก็เหมือนธรรมดาใช่มั้ยค่ะ แต่เราหลายคนก็คงเคยเป็นแบบนี้ เวลาที่พูดอะไร ก็พยายามรีบอธิบายความคิดในใจ (ด้วยกลัวว่าถ้าพูดช้า แล้วจะไม่มีโอกาสได้พูดจนจบ) จนบางครั้ง มันก็เลยกลายเป็นรัวกลองยาวใส่คุณผู้ชมไปซะอย่างนั้น และหากคนพูดเป็นคนพูดเร็วเป็นบ้าเป็นหลังอย่างอิชั้นแล้วล่ะก็ โอกาสที่การพูดนั้นจะร่วงมากกว่ารุ่งก็มีสูง

 


นี่ก็เป็นแง่คิดเล็กๆน้อยๆที่เราได้จากการมาดูเดี่ยวครั้งนี้ค่ะ แอบคาดหวังว่าจะนำสิ่งดีๆที่ได้รับเป็นตัวอย่างในการพัฒนาตัวเอง ไม่ได้หวังถึงขนาดจะพูดเก่ง พูดฮาขั้นเทพอย่างพี่โน๊ตเลยค่ะ แค่ขอพูดให้คนฟังรู้สึกว่ามันน่าฟัง มันสื่อสารรู้เรื่อง ก็รู้สึกว่าโอเคมากๆแล้วSmiley

 


วันนี้ปิดท้ายด้วยโคมไฟที่พี่โน้ตขนมาประดับประดาบนเวทีครั้งนี้ เยอะมากกก เป็นพันดวงได้เลย...สวยมากค่า...Smiley

 



 


 
















Create Date : 20 กันยายน 2554
Last Update : 19 มกราคม 2557 18:59:10 น. 0 comments
Counter : 776 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.