Group Blog
 
All Blogs
 

รีวิว : ทดสอบ Clef Cleansource-1 se vs. Magnet Isoclean Station 500 Rev.B

 

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 



ปลั๊กไฟถือว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับต่อพ่วงทางไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะมองข้ามหรือละเลยที่จะใส่ใจกับเรื่องนี้ ปลั๊กไฟที่ดีควรมีขั้วต่อและหน้าสัมผัสที่กระชับ แน่นหนา เพื่อลดการเกิดประกายไฟในช่วงเวลาที่เราถอดหรือเสียบ ต่อเนื่องรวมไปถึงตลอดช่วงเวลาของการใช้งานอีกด้วย ทั้งนี้หากเราเลือกใช้ปลั๊กไฟที่คุณภาพไม่ดี มีขั้วต่อและหน้าสัมผัสที่หลวม สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงก็คือความร้อนสะสม ซึ่งปัญหาเล็กๆนี้ อาจลุกลามใหญ่โตกลายเป็นหายนะได้


มาตรฐานของปลั๊กไฟที่ดี นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติอย่างที่กล่าวมาแล้ว โดยมาตรฐานส่วนใหญ่ เท่าที่พบมาก็มักจะมีวงจรป้องกันแรงดันตก-เกิน รวมไปถึงไฟกระชาก(Surge) เข้ามาด้วย อย่างที่ทราบกันดีว่าไฟเกินหรือไฟกระชากย่อมมีผลทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเกิดการชำรุดเสียหายได้ หรืออย่างไฟตก ในบางกรณี มักจะมาควบคู่กับความถี่ทางไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป (ลดลงต่ำกว่า 50Hz) ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่มีขดลวดอยู่ภายใน ทำให้อาจเกิดการช๊อตอย่างรุนแรงจนอาจส่งผลกระทบที่ลุกลามใหญ่โต เป็นเหตุให้เกิดอัคคีภัยร้ายแรงได้ ดังนั้นการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข ปลั๊กที่มีวงจรป้องกันไฟตก-ไฟเกินจะทำหน้าที่เพื่อหยุดการจ่ายไฟอย่างทันที เมื่อพบว่ามีความผิดปกติในระบบไฟฟ้าของท่านเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม นับว่าเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งจากที่กล่าวมาทั้งหมด ท่านทั้งหลายก็คงจะพอมองเห็นถึงคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงของปลั๊กไฟเหล่านี้ และน่าจะให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของท่านเองมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าท่านอาจจะต้องจ่ายมากกว่าเดิม แต่ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นนี้ ก็คงจะเทียบไม่ได้กับทรัพย์สินราคาแพงหลายชิ้นที่จะต้องเสียไปในกองเพลิงหรอกครับ



ปัจจุบัน มีปลั๊กไฟอย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องอยู่มากมาย หลากหลายรุ่นและยี่ห้อด้วยกัน แต่ในทางเครื่องเสียงแล้วอาจจะกล่าวได้ว่าไม่เพียงพอ ซึ่งสิ่งที่ควรจะเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากความปลอดภัยก็คือ ควรที่จะมีวงจรเอาไว้ทำหน้าที่คอยกรองหรือขจัดสัญญาณความถี่รบกวนต่างๆ ที่เป็นขยะทางไฟฟ้าออกไปด้วย ซึ่งทราบกันดีว่าจะมีผลทำให้เสียงหรือภาพที่ถ่ายทอดออกมา ไม่ดีอย่างที่สมควรจะเป็น อุปกรณ์ที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้ โดยมากเรามักจะเรียกกันอย่างติดปากว่าเป็น"เครื่องกรองไฟ"นั่นเอง ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับซิสเต็มดูหนัง-ฟังเพลง ก็มักจะส่งผลในทางบวกทั้งด้านภาพและเสียงได้อย่างชัดเจน โดยในวันนี้ผมจะขอเสนอเครื่องกรองไฟที่น่าสนใจ สองยี่ห้อด้วยกัน ได้แก่ เครื่องกรองไฟ Clef รุ่น Cleansource-1 se และ Magnet รุ่น Isoclean Station 500 Rev.B นั่นเองครับ


<<คลิกที่นี่เพื่ออ่านต่อ>>




 

Create Date : 09 เมษายน 2555    
Last Update : 10 เมษายน 2555 10:34:01 น.
Counter : 2019 Pageviews.  

รีวิว : ชุดฟังเพลง Marantz CD 6004 และ PM 7004 มนต์เสน่ห์แห่งดวงดาว

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 

หากจะพูดถึงสัญลักษณ์ดวงดาว 8 แฉก ในทางเครื่องเสียงแล้ว ก็ดูเหมือนกับว่าจะเป็นสัญลักษณ์ประจำสินค้ายี่ห้อ Marantz อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งทางผู้ออกแบบได้เลือกที่จะประดับไว้ลงบนกึ่งกลางด้านหน้าของตัวผลิตภัณฑ์ กอปรกับรูปลักษณ์ของตัวผลิตภัณฑ์เอง ที่แลดูทะมึน แข็งแกร่ง หนักแน่น แต่ก็แฝงไว้ด้วยถ้อยทีของความสุภาพ สร้างความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา แลดูมีสเน่ห์น่าหลงใหลชวนให้ได้ลิ้มลองหรือได้สัมผัสลูบคลำเป็นยิ่งนัก



สำหรับชุดฟังเพลงที่นำเสนอในรีวิวครั้งนี้ ประกอบด้วย เครื่องเล่นซีดี รุ่น CD6004 โดยที่ขั้วต่อ L/R Coaxial Output ซึ่งอยู่ด้านหลังจะมีการเคลือบด้วยทองคุณภาพสูง ในส่วนของภาค D/A Converter ทางผู้ผลิตได้เลือกสรรชิปไอซีจาก Cirrus เบอร์ CS4398 ประกอบลงในวงจรอย่างปราณีต มีความพิถีพิถัน ชิปไอซีดังกล่าวนี้เป็นชิปยอดนิยมที่ผู้ผลิตได้ให้ความไว้วางใจใช้กับเครื่องเล่น SACD (Super Audio CD) ระดับสูง ในอีกหลายๆรุ่นด้วยกัน หรือแม้กระทั่งในผลิตภัณฑ์ชั้นนำยี่ห้ออื่นๆก็ตาม โดยจุดเด่นคือมีการทำงานที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำสูงมากสำหรับชุดฟังเพลงที่นำเสนอในรีวิวครั้งนี้ ประกอบด้วย เครื่องเล่นซีดี รุ่น CD6004 โดยที่ขั้วต่อ L/R Coaxial Output ซึ่งอยู่ด้านหลังจะมีการเคลือบด้วยทองคุณภาพสูง ในส่วนของภาค D/A Converter ทางผู้ผลิตได้เลือกสรรชิปไอซีจาก Cirrus เบอร์ CS4398 ประกอบลงในวงจรอย่างปราณีต มีความพิถีพิถัน ชิปไอซีดังกล่าวนี้เป็นชิปยอดนิยมที่ผู้ผลิตได้ให้ความไว้วางใจใช้กับเครื่องเล่น SACD (Super Audio CD) ระดับสูง ในอีกหลายๆรุ่นด้วยกัน หรือแม้กระทั่งในผลิตภัณฑ์ชั้นนำยี่ห้ออื่นๆก็ตาม โดยจุดเด่นคือมีการทำงานที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำสูงมาก



ถัดจากนี้ ก็มาดูในฝั่งของอินทิเกรทแอมป์กันบ้าง ซึ่ง Marantz PM7004 ตัวนี้ นับว่ามีจุดเด่นหลายอย่างที่น่าสนใจ อาทิเช่น มีกำลังขับ 70W ต่อแชนแนลที่ความต้านทานลำโพงขนาด 8 โอห์ม มีภาคขยายสำหรับสัญญาณจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง นอกจากนี้ยังมีช่องต่อลำโพงถึงสองชุดด้วยกัน (A/B Speaker) แต่ที่เตะตาผมที่สุดเห็นจะเป็นปุ่มโทนคอนโทรลที่มีมาให้ถึง 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ เบส, เสียงกลาง, และเสียงสูง ซึ่งนับว่าหาได้ยากยิ่ง ทั้งในเครื่องที่อยู่ในระดับเดียวกัน หรือสูงกว่านี้ก็ตาม เรียกได้ว่าหากรู้สึกขาดเหลืออะไร ก็สามารถปรุงแต่งกันได้ตามใจชอบ เพื่อให้ตรงต้องกับรสนิยมในการฟังเพลงทุกๆรูปแบบเลยทีเดียวถัดจากนี้ ก็มาดูในฝั่งของอินทิเกรทแอมป์กันบ้าง ซึ่ง Marantz PM7004 ตัวนี้ นับว่ามีจุดเด่นหลายอย่างที่น่าสนใจ อาทิเช่น มีกำลังขับ 70W ต่อแชนแนลที่ความต้านทานลำโพงขนาด 8 โอห์ม มีภาคขยายสำหรับสัญญาณจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง นอกจากนี้ยังมีช่องต่อลำโพงถึงสองชุดด้วยกัน (A/B Speaker) แต่ที่เตะตาผมที่สุดเห็นจะเป็นปุ่มโทนคอนโทรลที่มีมาให้ถึง 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ เบส, เสียงกลาง, และเสียงสูง ซึ่งนับว่าหาได้ยากยิ่ง ทั้งในเครื่องที่อยู่ในระดับเดียวกัน หรือสูงกว่านี้ก็ตาม เรียกได้ว่าหากรู้สึกขาดเหลืออะไร ก็สามารถปรุงแต่งกันได้ตามใจชอบ เพื่อให้ตรงต้องกับรสนิยมในการฟังเพลงทุกๆรูปแบบเลยทีเดียว

<<คลิกที่นี่เพื่ออ่านบทความฉบับเต็ม>>




 

Create Date : 24 มีนาคม 2555    
Last Update : 10 เมษายน 2555 10:21:01 น.
Counter : 2986 Pageviews.  

ทดสอบหูฟังเสียงดีในตำนาน AKG 404, Q460, K540 ไฮเอนด์ขนาดพกพา

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 

 

ยุคปัจจุบันกับสังคมเมืองที่เร่งรีบ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้น มนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย มักใช้ไปกับการทำงานและการเดินทางเสียเป็นส่วนใหญ่ ตื่นเช้ามาก็เร่งรีบกระเสือกกระสนดั้นด้นเดินทาง เพื่อไปเข้างานให้ทันก่อนแปดโมงเช้า กว่าจะเลิกงานก็ห้าโมงเย็น นี่ยังไม่นับงานล่วงเวลาอีก พอกลับถึงบ้านจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เพียงแค่หัวถึงหมอนเท่านั้นแหละ ก็เป็นอันได้สลบไสล ตกอยู่ในห้วงแห่งนิทราทันที ชีวิตมีวงจรวนเวียนอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วจะเอาเวลาที่ไหน มาฟังเครื่องเสียงจากชุดใหญ่ๆ ผมมีเพื่อนหลายคนที่ลงทุนซื้อชุดเครื่องเสียงราคาแพงมา แต่กลับไม่มีเวลาฟัง มีเงินแต่กลับไม่มีเวลาใช้ เท่าที่ผมสังเกตุ ทางออกของคนกลุ่มนี้ก็คือการหาเครื่องเล่น MP3 ขนาดพกพาซึ่งมีคุณภาพสูงมาไว้ฟังเพลงในยามที่ต้องการผ่อนคลายตัวเองให้หายเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นในช่วงเวลาระหว่างทำงาน ระหว่างเดินทาง หรือมากกว่านั้นอาจจะใช้ฟังก่อนนอนด้วยก็ยังได้ นอกจากนี้ นักเล่นระดับออดิโอไฟล์หลายท่าน ก็ย่อมต้องพึ่งพาหูฟังเสียงดีขนาดพกพาเช่นเดียวกัน ในยามที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนไกลๆ







ด้วยคุณภาพของหูฟังที่มีมาด้วยกันกับตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดยี่ห้อใดก็ตาม ผมว่าเสียงที่ได้ก็จัดอยู่ในระดับที่ใช้ได้ล่ะ แต่ผมมีความเชื่อโดยส่วนตัวว่าถ้าหากได้ใช้ฟังเพลงไปสักระยะ สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนคือหูของคนเราก็ย่อมที่จะพัฒนาการรับรู้เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ น้ำเสียงที่เคยพอใจในวันนี้ ก็อาจจะไม่ใช่อีกต่อไปในวันข้างหน้า ในวันนี้อาจจะเพียงแค่ต้องการเสียงเบสหนักๆ เสียงแหลมจี๊ดจ๊าด ฟังแล้วสะใจ แต่ต่อไป เมื่อได้เรียนรู้จากการฟังมากขึ้น ก็ย่อมต้องการที่จะได้ยินเสียงที่มีความละเอียดละเมียดละไม มีน้ำเสียงที่สะอาดสะอ้าน นุ่มนวล และพริ้วไหว มากกว่าที่จะฟังแบบตูมตามกระแทกกระทั้นเหมือนแต่ก่อน ซึ่งทางออกก็คือการเปลี่ยนหูฟังให้มีคุณภาพที่สูงขึ้น เพื่อให้สามารถถ่ายทอดศิลปะทางดนตรีออกมาได้อย่างสมจริง มีความวิจิตรมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ


เมื่อก่อนนี้ ผมเคยถกกับเพื่อนเล่นๆว่า หากจะวัดความพอใจจากความไพเราะที่ได้จากเสียงเพลง เทียบกับสนนราคาที่ต้องจ่ายแล้ว หูฟังมักได้เปรียบซิสเต็มฟังเพลงเสมอ สมมติว่าหูฟังราคาสามร้อยบาท อาจจะให้สุ้มเสียงที่ไพเราะ สร้างความประทับใจได้พอๆกับชุดมินิคอมโปเล็กๆราคาสักหนึ่งหมื่นบาท ทีนี้ มันก็เลยเกิดประเด็นขึ้นมา คิดกันต่อไปเล่นๆว่า... แล้วถ้าเราลงทุนกับหูฟังดีๆสักตัวในระดับราคาหลักพันบาท ทีนี้ล่ะ น้ำเสียงความไพเราะที่ได้ มันจะเทียบเท่ากับซิสเต็มในระดับไหน

สิ่งที่ผมได้นำเสนอไป คงจะถือเป็นเนื้อหาสาระอะไรไม่ได้หรอกนะครับ ผมเพียงแค่อยากจะให้คุณผู้อ่านทั้งหลายได้อ่านและคิดตามกันเล่นๆเพียงแค่สนุกๆก็เท่านั้น อย่าได้ถือเป็นจริงเป็นจังแต่ประการใด เพราะหากถือเป็นเหตุเป็นผลกันขึ้นมาจริงๆแล้ว เดี๋ยวกลุ่มออดิโอไฟล์เค้าจะว่าผมเพี้ยนเอาได้ล่ะ

เกริ่นกันมาพอหอมปากหอมคอ ในรีวิวฉบับนี้ จะเป็นการแนะนำและทดสอบหูฟังเสียงดี 3 รุ่นจาก AKG ที่เพิ่งเข้ามายังโชว์รูมปิยะนัสฯ เมื่อไม่นานนี้นั่นเอง ซึ่งก็ได้แก่ รุ่น 404, K540,และ Q460 เอาไว้เป็นแนวทางให้สำหรับผู้ที่กำลังสนใจ ได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจกันครับ




<<คลิกที่เพื่ออ่านต่อ>>




 

Create Date : 05 มีนาคม 2555    
Last Update : 10 เมษายน 2555 10:22:20 น.
Counter : 2147 Pageviews.  

รีวิว ชุดฟังเพลง Yamaha CD-S300 + A-S300

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 


บางครั้งในยามที่โลกสับสนวุ่นวาย การได้สัมผัสกับความสุขในหนทางที่เรียบง่าย ซีดีและอินทิเกรทแอมป์ดีๆสักตัว ถ่ายทอดน้ำเสียงหวานๆออกจากลำโพงเพียงคู่หนึ่ง ในขณะนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือไปด้วย หรือหากรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ก็แค่เอนหลังไปบนโซฟานุ่มๆ หลับตา แล้วดื่มด่ำอย่างจริงจังไปกับเสียงเพลงที่เปี่ยมไปด้วยท่วงทำนองและคำร้องแห่งจินตนาการ ปลดเปลื้องภาระและความตึงเครียดทั้งปวงออกไป เสมือนกับว่ากำลังได้ก้าวเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง สำหรับคอออดิโอไฟล์สองแชนแนลหรือแม้กระทั่งนักเล่นโฮมเธียเตอร์หลายๆท่าน ก็น่าจะรู้ซึ้งและเข้าใจในความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี


ในรีวิวฉบับนี้เอง ถือเป็นรีวิวที่ผมจะได้กลับมาทดสอบเครื่องเล่นซีดีและอินทิเกรทแอมป์อีกครั้งหนึ่ง รีวิวฉบับนี้ผมจึงรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก แกมตื่นเต้นเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังจะได้เจอกับเพื่อนที่มีนิสัยใจคอในแบบที่คุ้นเคย และเพื่อนคนนี้ ที่อยากจะแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้รู้จัก ก็มีชื่อว่า...


"Yamaha CD-S300 (เครื่องเล่นซีดี) และ A-S300 (อินทิเกรทแอมป์)" นั่นเองครับ
 

 

 



<<คลิกที่นี่เพื่ออ่านต่อ>>




 

Create Date : 01 มีนาคม 2555    
Last Update : 10 เมษายน 2555 10:25:37 น.
Counter : 2218 Pageviews.  

รีวิว Group test สาย HDMI 4 รุ่น; Chocolate, Carbon, Vodka, และ Coffee

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 

 

สวัสดีครับ สำหรับในวันนี้เป็นคิวการทดสอบสาย HDMI แบรนด์ดังจากอเมริกา จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ซึ่งสายที่ผมจะทำการทดสอบในรีวิวนี้ก็คือ Audioquest นั่นเองครับ



ในอดีต ผมจำได้ดีว่าการต่อสายทั้งภาพและเสียง เป็นเรื่องที่วุ่นวายเอาการอยู่พอสมควร ถึงแม้ชุดซิสเต็มดูหนังฟังเพลงจะเลิศหรูสักแค่ไหน แค่พอได้ไปเห็นขั้วต่อด้านหลังเครื่องก็แทบจะลมจับ นี่ยังไม่นับเวลาที่ต้องถอดสายออกมาทำความสะอาดปัดฝุ่นกันอีก สำหรับผมแล้วเป็นเรื่องที่อึดอัดชวนเวียนหัว น่าท้อใจเสียจริงๆ


แต่ในปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปมากขึ้น จึงเกิดสายสัญญาณประเภท HDMI ขึ้นมา ซึ่งเป็นสายที่เป็นตัวนำสัญญาณดิจิตอลทั้งข้อมูลภาพและเสียงรวมไว้เข้าด้วยกัน แต่ด้วยความที่สายประเภทนี้ได้ถูกใช้เป็นสื่อในการส่งผ่านข้อมูลจำนวนมหาศาล ก็ย่อมจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณรบกวนในตัวสายเพิ่มขึ้นมาเป็นเงาตามตัว ยิ่งถ้าสายมีความยาวมากๆด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง หลายท่านก็คงประสบพบเจอปัญหาดังกล่าวนี้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจากสายแถม หรือสายสัญญาณ HDMI คุณภาพต่ำ ซึ่งโดยมากมักมีราคาที่ถูกจนน่าใจหาย ครั้นเอามาดูภาพยนตร์แผ่นดีวีดีก็อาจจะใช้ได้ดีอยู่หรอก หากแต่ว่าเมื่อนำมาใช้ส่งสัญญาณจากแผ่นบลูเรย์ หรือโดยเฉพาะกับแผ่นภาพยนตร์สามมิติแล้ว อาจจะพบว่าภาพที่ได้แตกเป็นเหลี่ยมๆจนน่ารำคาญ หรือหนักหน่อย ก็หน้าจอมืดไปเลยก็มี ดังนั้น หากคุณมีซิสเต็มที่ดีๆอยู่แล้ว ก็โปรดอย่าเห็นแก่ของถูก ละเลยที่จะใช้สายสัญญาณที่มีคุณภาพสมแก่ราคา ซึ่งการเลือกใช้สายที่มีคุณภาพและมีราคาที่เหมาะสมก็จะมีผลทำให้ซิสเต็มของคุณแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่


สำหรับสายนำสัญญาณ HDMI ของ Audioquest ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Chocolate, Carbon, Vodka, หรือ Coffee ก็ดี ล้วนถูกผลิตขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน มีความเอาใจใส่ในทุกๆขั้นตอน เริ่มจากวัสดุตัวนำของ Audioquest จะแตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ กล่าวคือทาง Audioquest จะใช้สายแข็งเป็นตัวนำสัญญาณ ในขณะที่ในผู้ผลิตรายอื่นๆจะเป็นสายฝอย นอกจากนี้วัสดุตัวนำที่ใช้ในสายทุกรุ่น ล้วนผ่านกระบวนการทำทองแดงและเงินให้ไร้รอยต่อในผลึก และมีพื้นผิวที่เรียบลื่น ทำให้สายทุกเส้นของทาง Audioquest มีคุณสมบัติเป็นตัวนำที่ดีต่อสัญญาณในทุกๆรูปแบบ

<<คลิกที่นี่เพื่ออ่านต่อ>>




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 10 เมษายน 2555 10:26:54 น.
Counter : 2422 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

highfly
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add highfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.