Group Blog
 
All Blogs
 

รีวิว : สายลำโพง JPS Superconductor V คุณค่าที่คู่ควร

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 

{hot} 1136

หากจะกล่าวถึงสายลำโพงสักคู่หนึ่งซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก มีคุณภาพควรค่าแก่ชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ สามารถเป็นสื่อนำสัญญาณเสียงได้อย่างดีเลิศ ให้น้ำเสียงที่สะอาด ไพเราะ ถ่ายทอดเสียงร้องได้อย่างมีความอิ่มหวาน มีปลายเสียงที่กังวาน แจกแจงรายละเอียดและมิติได้อย่างสมจริงแลวิจิตรพิสดาร และยังให้เสียงต่ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ หนึ่งในนั้นจะต้องมีสายสัญญาณจาก JPS อยู่ด้วยอย่างมิต้องสงสัย


Superconductor V คือสายลำโพงรุ่นใหม่จาก JPS ที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อแทนที่สายรุ่นเก่าซึ่งมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ซึ่งก็ได้แก่ Superconductor + นั่นเอง และด้วยการปรับปรุงและพัฒนามาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นในด้านความยืดหยุ่นของตัวสาย, มีความสามารถที่จะถ่ายทอดสัญญาณเสียงออกมาได้อย่างละเอียดละเมียดละไม, ผนวกกับรูปลักษณ์ที่แลดูสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ โดดเด่นไม่ซ้ำใคร Superconductor V อันล้ำสมัยนี้ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาในที่สุด

{Z}





ในปัจจุบัน เครื่องเสียงและลำโพงไฮเอนด์ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีประวัติวิวัฒนาการอันก้าวไกล เกิดการปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมจากในอดีตเป็นอย่างมาก แต่ทว่า"เสียงที่ไพเราะนั้น" จะมิอาจเกิดขึ้นได้เลยหากขาดปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดไป ซึ่งก็ได้แก่สายลำโพงที่คู่ควรแก่ชุดเครื่องเสียงเหล่านั้นนั่นเอง โดย Superconductor V เส้นนี้ จะทำให้น้ำเสียงและสำเนียงของบทเพลงต่างๆ แม้มีความซับซ้อน หรือมีรายละเอียดของเสียงที่มากมายสักเพียงใด ก็สามารถถูกถ่ายทอดออกมาได้ตรงตามต้นฉบับอย่างถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยน เปรียบเสมือนเส้นสายที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกแห่งดนตรีอันน่าหลงใหล มาสู่โสตประสาทอันละเอียดอ่อนของคุณ ได้อย่างสมจริง
8)











Specification (คุณสมบัติเฉพาะที่สำคัญ)

- มีให้เลือกใช้งานตามความต้องการ ทั้งแบบ "Biwire" (พื้นที่หน้าตัดของสายขนาด 3.9 ตร.มม. / ตัวนำขนาด 11.5 AWG จำนวน 4 เส้น)
และแบบ "Single" (ขนาดพื้นที่หน้าตัด 7.8 ตร.มม. / ใช้ลวดตัวนำเบอร์ 8.5 AWG จำนวน 2 เส้น)
- ใช้ตัวนำความต้านทานต่ำอย่างยิ่งยวด และมีค่า capacitance ที่ต่ำมาก เพียง 0.000000000025 ฟารัด ต่อความยาวหนึ่งฟุต (25pF/Ft.)
- ถ่ายทอดสัญญาณจากแอมป์มาสู่ลำโพงอย่างตรงไปตรงมา ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง
- ขั้วต่อทำด้วยโลหะคุณภาพสูงชุบโรเดียม ประดับด้วยคริสตัล Swarovski® เพื่อระบุขั้วของสายได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร












ชุดทดสอบอ้างอิง

Hi-End Reference

Source: Esoteric X-05
Pre-Amp: Accustic Arts Preamp I
Amp: Accustic Arts Amp II
Analog Interconnect: JPS Aluminata (CD to Pre-amp), Audioquest Columbia 72V DBS (Pre-amp to Power-Amp)

Speaker:
Option1: Proac Response D-38
Option2: Isophon Galileo


Others: Magnet IRG-2000


1140




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2555    
Last Update : 18 สิงหาคม 2555 18:36:24 น.
Counter : 1975 Pageviews.  

รีวิว : Review Speaker Group Set "AE Neo V.2" สุดยอดแห่งเสียงที่ถวิลหามาแรมปี

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 

{!!!}

บริษัท Acoustic Energy จำกัด หรือที่รู้จักกันในนาม AE ได้ก่อตั้งขึ้นในปี คศ.1987 โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้น ได้ก่อตั้งอยู่ในเขตตะวันตกของเมืองลอนดอน แล้วจากนั้นจึงได้ย้ายถิ่นฐานใหม่ ไปอยู่ในเมือง Cotswolds ซึ่งมีพื้นที่ของบริษัทรวมทั้งสิ้น 15,000 ตารางฟุต และได้ใช้ที่ตั้งดังกล่าวจวบจนมาถึงในปัจจุบันนี้

ถัดมาในปี คศ.1988 ทางบริษัทได้เปิดตัวลำโพง AE1 ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโปรเฟสชันแนล เน้นความสามารถในการถ่ายทอดเสียงดนตรีออกมาได้อย่างเที่ยงตรง มีความแม่นยำสูง กอปรกับมีอิมเมจ และไดนามิคส์เรนจ์ที่ดี มีความเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน โดยต่อมาลำโพง AE1 ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ได้รับรางวัลลำโพงที่ดีที่สุดจาก British Hi-Fi Award ในปี 1991-92 และหลังจากนั้นชื่อเสียงของ AE ก็เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น สามารถทำยอดขายได้ทั่วโลก และยังมีความนิยมที่แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว
<cool>

มีบางคนได้เคยกล่าวไว้ว่าลำโพงในซีรี่ของ Neo ชื่อนี้มีนัยยะแฝงอยู่บางประการ กล่าวคือเป็นลำโพงที่ใช้ไดรเวอร์ซึ่งประกอบด้วยแม่เหล็ก Neodymium อยู่ภายใน ทำให้เป็นลำโพงที่มีประสิทธิภาพสูงมาก (อัตรากำลังขับของเสียงเปรียบเทียบกับอัตราการบริโภคกระแสจากแอมป์) ซึ่งหมายความว่าเป็นลำโพงที่ขับได้ง่าย และในส่วนของคำว่า V.2 หรือเวอร์ชัน 2 ที่จะกล่าวถึงในรีวิวฉบับนี้ หมายถึงเป็นการปรับปรุงจากซีรี่ Neo ในรุ่นก่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการตอบสนองของเสียงสูงและต่ำ ทำให้ถ่ายทอดความถี่ออกมาได้ในช่วงที่กว้างมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังถูกปรับแต่งให้สามารถถ่ายทอดเสียงดนตรีออกมาได้อย่างไพเราะ มีน้ำเสียงที่ละเอียด ละเมียดละไม สามารถนำไปใช้ได้ทั้งการฟังเพลงแบบไฮเอนด์ และระบบโฮมเธียเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
8) 8) 8)



ในเซต Neo V.2 ที่ผมจะรีวิวให้ได้อ่านกันนั้น ประกอบด้วยลำโพงตั้งพื้น (Neo Three), ลำโพงเซนเตอร์ (Neo Center), และลำโพงแบบวางหิ้ง (Neo One) ซึ่งทั้งสามรุ่นนี้ได้ถูกปรับปรุงจากเวอร์ชันเก่า โดยการปรับปรุงนั้น ทางผู้ผลิตกล่าวว่าจะเน้นไปที่ภาควงจรครอสโอเวอร์ และในส่วนของตัวไดรเวอร์ ให้มีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น

โดย Neo Three V.2 จะเป็นลำโพงวางพื้น ซึ่งประกอบด้วยไดรเวอร์เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 13 ซม. จำนวน 2 ตัว มาพร้อมกับทวีตเตอร์สำหรับเสียงสูงขนาด 2.5 ซม. ตอบสนองความถี่ในช่วงกว้าง 43-45000 Hz และช่องเบสรีเฟลกซ์ออกทางด้านหลัง สามารถรับกำลังขับโดยเฉลี่ยได้ถึง 170 วัตต์ นอกจากนี้ ทางผู้ผลิตยังระบุไว้ด้วยว่าแอมป์ที่มีกำลังขับขนาด 25-150W (ที่ 8 โอห์ม) สามารถนำมาใช้กับลำโพงวางพื้นคู่นี้ได้อย่างสบายๆ

 

<<คลิกที่นี่เพื่ออ่านต่อ>>




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2555    
Last Update : 9 มิถุนายน 2555 22:17:09 น.
Counter : 1635 Pageviews.  

Review : รีวิว Rega Apollo R หนึ่งในสุดยอดซีดีเพลเยอร์ดีไซน์ล้ำสมัย

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 

[V1] coolspeak


เครื่องเล่นซีดี Apollo-R คือผลงานนวัตกรรมแห่งการออกแบบ ที่ได้ถูกพัฒนามานานนับหลายปี โดยทีมวิศวกรและนักออกแบบ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยทักษะและประสบการณ์อันสูงส่ง โดยเครื่องเล่นซีดีรุ่นนี้ ถือเป็นการนำเอาความสำเร็จจากเครื่องเล่นซีดีชั้นนำ ซึ่งได้แก่รุ่น Isis และเครื่องถอดรหัสอย่าง Rega DAC มาผสานความเป็นเลิศรวมไว้เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว อยู่ใน Apollo-R นั่นเอง

สำหรับภาค Output ของ Apollo-R จะมีสัญญาณเอาพุททั้งในแบบอนาล็อกและดิจิตอล วงจรภายในถูกสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน โดยมีการออกแบบให้แผงวงจรมีขนาดที่เล็กลง จึงทำให้แพ็คเกจโดยรวมมีขนาดที่แลดูแล้วมีความกะทัดรัดมากขึ้น และในส่วนของภาคถอดรหัสนั้น ทางทีมงานผู้ผลิตได้เลือกใช้ชิปรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Wolfson ได้แก่ WM8742 เฉกเช่นเดียวกับ Rega DAC อย่างไม่ผิดเพี้ยน จึงทำให้สัญญาณ Output แบบอนาล็อกมีค่าความผิดพลาดเชิงรวมที่ต่ำมาก เพียงแค่ 0.0025% เท่านั้น (ค่า Overall THD)
{Z}


นอกจากนี้ ภาคจ่ายไฟในเครื่องเล่นซีดีรุ่น Apollo-R ยังถูกพัฒนาให้มีสัญญาณรบกวนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และมีระบบตรวจสอบแรงดัน เพื่อให้มีความเที่ยงตรง และมีเสถียรภาพในการทำงานอย่างสูงสุด เฉกเช่นเดียวกันกับในรุ่น Isis นั่นเอง มากไปกว่านั้น Apollo-R ยังมาพร้อมกับรีโมทควบคุมที่แลดูสวยงาม ขนาดกะทัดรัดน่าสัมผัส มีฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน สามารถเข้าใจและใช้งานได้ง่าย แถมยังครอบคลุมสำหรับผู้ที่จะนำไปใช้งานกับแอมป์ของทาง Rega ได้อีกด้วย
8) <cool>


และที่เหลือร้ายไปกว่านั้น คือ Apollo-R สามารถเล่นไฟล์ชนิด WMA และ MP3 ที่บันทึกลงบนแผ่นซีดีรอมได้ โดยมีข้อแม้ว่าจำนวนเพลงสูงสุดต้องไม่เกิน 999เพลง หรือ 99อัลบั้ม นอกจากนี้ยังสามารถปิดหน้าจอดิสเพลย์ เพื่อลดการรบกวนสมาธิในขณะที่ต้องการฟังเพลงอย่างเอาจริงเอาจังได้อีกด้วย สำหรับบิทเรทที่เครื่องรองรับ และสุ้มเสียงที่ได้จะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามในส่วนของการทดสอบได้เลยครับ
{A2} {Z}

<<อ่านต่อ...คลิกตรงนี้เบาๆ>>




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 20 พฤษภาคม 2555 21:18:52 น.
Counter : 1242 Pageviews.  

Review : รีวิว สาย Digital USB JPS Superconductor Q และ Superconductor 3

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

#Think# <cool>
ในระบบเครื่องเสียงทั้งหลายนั้น สายนำสัญญาณดิจิตอลนับว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพของระบบเสียงโดยรวมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเป็นจุดที่เชื่อมต่อจาก Source/Player ด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญอย่างสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างที่ทราบกันดีว่าหากแหล่งสัญญาณต้นทางไร้ซึ่งความบริสุทธิ์แล้ว แม้จะทุ่มเทเม็ดเงินลงไปเพื่อปรับปรุงส่วนอื่นๆภายในระบบเครื่องเสียงมากมายเท่าใด ก็มิอาจเป็นไปได้เลยที่ชุดเครื่องเสียงตัวเก่งของคุณจะเปล่งประกาย ถ่ายทอดความไพเราะออกมาได้อย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซนต์

โครงสร้างของสายนำสัญญาณที่ดีนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ว่าจะต้องมีชีลด์หรือฉนวนซึ่งทำหน้าที่ป้องกันคลื่นสัญญาณรบกวนจากภายนอกแต่เพียงเท่านั้น หากแต่ว่าจะต้องประกอบจากโครงสร้างหลายๆส่วนโดยอิงจากศาสตร์และองก์ความรู้ ที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้และลึกซึ้งเท่านั้น สายนำสัญญาณดังกล่าวจึงจะเป็นตัวนำสัญญาณที่ดี ซึ่งสามารถทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลจากต้นทางไปสู่ปลายทางอย่างตรงไปตรงมา มีความเที่ยงตรง และแม่นยำอย่างสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


 

<<อ่านต่อ...กรุณาคลิกที่นี่>>

 




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2555 21:18:15 น.
Counter : 964 Pageviews.  

รีวิว ฉบับเล็กๆคลายร้อน กับ AudioQuest Sorbogel Q Feet

Editor : Mr.Chaiwat Jongpatanagitruang

Reviewer, Photographer, & Writer : Highfly

 

หลังจากที่ได้คร่ำเคร่งทดสอบกันอย่างจริงจังมาหลายต่อหลายครั้ง ในยามที่อากาศร้อนเช่นนี้ หากจะคงการนำเสนอในรูปแบบเดิมก็คงจะกระไรอยู่ เดี๋ยวจะพาลเครียดกันไปเปล่าๆ ดังนั้นในคราวนี้ผมขอเสนอรีวิวฉบับกระเป๋า หรือมินิรีวิวเพื่อลดความร้อนแรงลงไปบ้างครับ


ในคราวนี้ผมได้ลองเล่นกับอุปกรณ์เสริมจาก Audioquest นามว่า SorboGel Q Feet แค่ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนามก็ทำเอาผมอึ้งแล้วครับ เมื่อลองค้นหาในระบบฐานข้อมูลสินค้าของทางปิยะนัสฯ จึงได้ทราบว่ามีหน้าตาอย่างในรูปนั่นเอง ส่วนการใช้งาน ก็พอทราบมาบ้างว่าใช้เป็นตัวรองที่ใต้ฐานของอุปกรณ์ต่างๆในชุดเครื่องเสียง แต่ทีนี้ผมก็เกิดคำถามขึ้นในใจว่า "เอ... แล้วมันจะทำให้เสียงดีขึ้นได้อย่างไรกันล่ะหนอ?"
M#5

พยายามนึกโดยอิงกับหลักการทางฟิสิกส์เท่าไรก็นึกไม่ออก มือเจ้ากรรมของผมก็กดคลิกไปที่เวบไซต์ของผู้ผลิตเรียบร้อยแล้วครับ สงสัยมือของผมมันจะมีระบบประมวลผล เริ่มจะมีความคิดเป็นของตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทดแทนสมองที่เริ่มจะฝ่อลงไปทุกวันจากอากาศที่ร้อนอย่างเหลือทนซะแล้วล่ะ
<<grinA>>

เอาล่ะครับ ก่อนที่ผมจะพาผู้อ่านนอกเรื่องไปเสียไกลจนกู่ไม่กลับ ผมว่าเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทางเวบไซต์ผู้ผลิตเค้าบอกเอาไว้อย่างนี้ครับ...ว่า

(ผมใส่ไข่ลงไปนิดหน่อยเพื่อความบันเทิง เวลาอ่านตาม กรุณาทำเสียงหล่อๆแบบทีวีไดเรคท์ด้วยนะครับ)
#Think#

อะแฮ่ม...อุปกรณ์เสริมจาก Audioquest นามว่า Sorbogel Q Feet ตัวนี้นั้น มันจะทำหน้าที่เป็นลมหายใจให้แก่ชุดเครื่องเสียงของคุณ ซึ่งจะทำให้สุ้มเสียงที่ได้มีชีวิตชีวาและสดใสกระชุ่มกระชวยขึ้นมาในทันที ด้วยหลักการสลายแรงสั่นสะเทือน อันเนื่องมาจากคลื่นเสียงที่มาจากลำโพงก็ดี หรือแม้กระทั่งแรงสั่นสะเทือนที่มาจากภายนอกก็ตาม ซึ่งจะย้อนกลับเข้ามารบกวนแหล่งต้นทางของเสียงทั้งหลายนั้น แรงสั่นสะเทือนที่ว่านี้จะส่งผลทำให้เสียงเพลงเลวลงอย่างที่ท่านไม่เคยตระหนักมาก่อน Sorbogel Q Feet จะทำหน้าที่คอยขจัดต้นเหตุเหล่านี้ออกไปเสียให้สิ้นด้วยความยืดหยุ่นจากวัสดุเจลที่มีคุณภาพล้ำเลิศ จึงทำให้น้ำเสียงที่ได้จากชุดเครื่องเสียงตัวเก่าของคุณนั้นมีความลุ่มลึกและกว้างไกลยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม นอกจากนี้ทางเราพบว่า Q Foot จะส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อใช้กับอุปกรณ์ประเภทที่มีกลไกภายในอันซับซ้อน เฉกเช่น เครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่นแผ่นเสียง ฮาร์ดดิส มากไปกว่านี้ยังรวมไปถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งต้นทางในการกำเนิดเสียงเพลงอีกด้วย เมื่อนำ Q Foot มาวางรองที่ฐานให้ครบทุกจุด จนได้ขา(Foot)ครบแล้ว ก็แจกสำรับ เอ๊ย ไม่ใช่ครับไม่ใช่!!! เมื่อได้ขาครบแล้วมันก็จะมีชื่อเรียกว่า Q Feet นั่นเอง ซึ่งจะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้มีการทำงานที่ราบเรียบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จึงมีเสียงที่ดีขึ้นนั่นไง โอ้ หลักการมันเป็นอย่างนี้นี่เองงงงง
{ho}

{Z} {Z}



เอาล่ะครับ เมื่อได้ทราบทฤษฎีแล้ว ก็ถึงเวลาสู่ภาคปฏิบัติเสียที คราวนี้ไม่ต้องรอช้า มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ ~G~

ชุดทดสอบอ้างอิง

Bryston BCD-1 CD Player + Audioquest NRG-10 DBS-72V Power Chord
Pathos Classic One Integrated Amplifier + JPS Aluminata Power Chord
Proac Response D28 + JPS Aluminata Speaker Cable
Audioquest Niagara DBS-72V Analog Interconnect
Magnet IRG-2000





 




 

Create Date : 30 เมษายน 2555    
Last Update : 30 เมษายน 2555 12:17:53 น.
Counter : 1177 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

highfly
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add highfly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.