Bangkok Home Review, Interior, Design, Decoration, & Etc.

วิธีการยื่นภาษีผ่านเน็ต ภ.ง.ด. 91


เนื่องจากว่าปวดหัวกับการกรอกภาษี หลังจากที่ยื่นผ่านเน็ตเรียบร้อยแล้ว ขอเป็นอาสาสมัครเขียน manual ละกัน เผื่อใครจะใช้ดูประกอบเวลายื่น



1.    เข้าเว็บ http://www.rd.go.th/publish/index.html ดูตรง hot menu แล้วเลือกยื่นแบบผ่านเน็ต





2.    หลังจากกดปุ่มในข้อ 1 มันก็จะมาโผล่ที่ https://rdserver.rd.go.th/publish/index.php หน้าตาเป็นอย่างนี้



screen



อะไรที่เราจะใช้ใน ภงด 91 จะอยู่ตรง what's new



3.    เห็นตรงล่างขวาใช่มั๊ย คำว่าบริการยื่นแบบ เห็นแล้วเก็บไว้ ไม่ต้องกด





4.    ให้ไปดูที่ what’s new แล้วมาเลือกที่ ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 (คนธรรมดา ทำงานกินเงินเดือน)



screen log in



ล็อกอินด้วยเลขประจำตัวประชาชน กับรหัสที่ตั้งไว้





5.    หลังจากนั้นก็ดูข้อมูลตัวเองว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าไม่ถูกก็แก้ มีปุ่มให้แก้อยู่แล้ว





6.    ทีนี้ล่างสุดเนี่ย มันจะมีปุ่มให้อัพโหลดไฟล์ เออ ไฟล์อะไรหว่า อัพโหลดรูปเหรอ ผิด อัพโหลดเพลง ผิด อัพโหลด คลิป ไม่ใช่ มันใช้สำหรับอัพโหลดไฟล์ คำนวณภาษี





7.    ไฟล์คำนวณภาษี เอามาจาก http://rdserver.rd.go.th/publish/index.php   เห็นหรือเปล่าว่ามันมี โปรแกรมช่วยคำนวณใน ภ.ง.ด. 91 ใน what’s new





8.    ก็กรอกเสร็จปุ๊บมันก็จะให้สร้างไฟล์ โดยไฟล์ที่ได้จะเป็นชื่ออะไรยาวๆ นามสกุล TXT





9.    ทีนี้ก็อัพโหลดไฟล์ได้



screen tax info



พอโหลดไฟล์เสร็จ โปรแกรมมันก็จะแปลงรหัส TXT มาเป็นข้อมูลภาษีบนหน้าเว็บให้เราดู ที่สำคัญคือดูขวาล่างไว้ ถ้าได้ภาษีคืนก็เลือกเอาว่าจะรับคืนไหม ส่วนใครที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองก็สามารถบริจาคได้ทางซ้ายมือ





10.   รวบรัดเลยละกัน ตรวจสอบให้เรียบร้อย ใครได้คืนภาษีก็เลือกรับเงินคืนหรือจะบริจาคให้พรรคการเมืองก็ได้นะ



screen ending



พอเสร็จก็เก็บหลักฐานหน้าจอสุดท้ายไว้ด้วยนะ เผื่อไว้





 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2552 10:46:41 น.
Counter : 6874 Pageviews.  

7 วิธี บัณฑิตจบใหม่ฝ่าวิกฤตเตะฝุ่น


"ควอลิตี้โปรไฟล์"แนะเคล็ดลับ 7 วิธี หางานอย่างไรให้ได้งานสำหรับบัณฑิตจบใหม่ที่ปีนี้คาดการณ์กันว่าจะมีคนตกงานถึงกว่าล้านคน ตั้งแต่การเตรียมตัว รู้ความต้องการของตลาด กระทั่งการเลือกองค์กรที่เหมาะสมกับตัวเอง



วิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ลุกลามไปทั่วโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ในปี 2552 มีการคาดการณ์ว่าอัตราของคนว่างงานจะสูงกว่า 1 ล้านคนและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มถึง 2 ล้านคน ทั้งจากผู้ที่ถูกปลดออกจากงานและบัณฑิตจบใหม่ที่ไม่มีตำแหน่งงานรองรับ เมื่องานดีๆ มีจำนวนจำกัด การสมัครงานอย่างไรให้ได้งานจึงเป็นเรื่องที่หลายคนคิดหนักว่าจะเตรียมตัวอย่างไรให้เป็นที่ต้องการของนายจ้างโดยเฉพาะกับบัณฑิตจบใหม่ที่ต้องเจอศึกหนักในปีนี้



cmmu



แม้หลายคนจะได้รับคำปรึกษาที่ดีจากคนใกล้ตัวก็ไม่อาจแน่ใจว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง จึงมีการคิดค้นนวัตกรรมที่จะช่วยให้การสมัครงานมีความเสี่ยงน้อยลง การเกิดขึ้นของโปรแกรม "THE GRAD" ของบริษัทควอลิตี้โปรไฟล์ จะเป็นเหมือนตัวช่วยให้ผู้สมัครมีความมั่นใจในการสมัครงานและค้นพบศักยภาพของตนเองได้ง่ายขึ้น



"คนส่วนใหญ่ที่สมัครงานแล้วไม่ได้งานก็เพราะไม่รู้จักการเตรียมความพร้อม หรือคนรอบข้างที่เป็นที่ปรึกษาไม่ได้มีความรู้จริง เราพยายามเป็นเหมือนโค้ชให้เด็กว่าทำอย่างไรให้เขาโดนใจนายจ้าง สื่อให้ผู้จบการศึกษาใหม่เข้าใจ ที่ผ่านมาไม่ได้นำเสนอความรู้ความสามารถที่จะทำให้บริษัทมั่นใจที่จะรับเข้าทำงาน เพราะบริษัทย่อมแสวงหาคนที่จะไปช่วยสร้างความเจริญเติบโตมากกว่าจะรับคนที่มีแนวโน้มจะไม่สร้างผลงานเข้าทำงาน ผู้สมัครงานที่อยากจะได้งานก็ต้องมองว่าตนเองสามารถให้อะไรกับองค์กรได้บ้าง และเตรียมพร้อมให้ดี" ปิยะมิทน์ รังษีเทียนไชย กรรมการบริหารบริษัท ควอลิตี้โปรไฟล์ จำกัด กล่าว




นอกเหนือจากการมีโปรแกรมเป็นตัวช่วยแล้ว สิ่งที่บัณฑิตควรรู้เพื่อเตรียมพร้อมเบื้องต้นก็ไม่ควรละเลย จากประสบการณ์กว่า 15 ปีของ "ปิยะมิทน์" ที่ทำงานด้านการแนะแนวให้คำปรึกษาและสรรหาบุคลากรให้กับบริษัทชั้นนำ และมองเห็นปัญหาของผู้สมัครงานมามากมาย เขาได้แนะแนวทางก่อนเข้าการสมัครงานโดยสรุปได้ 7 ข้อต่อไปนี้



1.รู้จักตนเอง ว่ามีศักยภาพด้านไหน รู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเองเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก การรู้จักตนเองก็ต้องเริ่มจากการที่เราลองไล่ดูว่าเราต้องการอะไร อยากเป็นอะไร คนส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้จักตนเองเพราะใกล้ตัวเกินไปจึงไม่ใส่ใจ ลองคิดดูว่าในระหว่างที่เรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษาเราเรียนรู้อะไรมากขึ้น จากตอนมัธยมบ้าง นั่นคือการมองย้อนไปดูประสบการณ์ที่เรามี และต้องย้อนกลับมาถามตนเองว่าถ้านายจ้างจะจ้างเรา เรามีอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีบ้าง อาจจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ทุกวันนี้ก็มีโปรแกรมมากมายที่จะช่วยทดสอบ วิเคราะห์ความถนัดในแต่ละด้านหรือบุคลิกภาพของคน



2.รู้ความต้องการตลาด ว่าต้องการคนแบบไหน มีอะไรที่เราสามารถไปสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทเหล่านั้นได้บ้าง จากนั้นค่อยกลับมาดูว่าเราสนใจงานด้านไหน เมื่อหางานที่เราชอบได้ความกระตือรือร้นที่จะทำความรู้จักและพิชิตงานนั้นให้ได้ก็จะตามมา เหมือนเวลาเราไปชอบใครสักคนหนึ่ง ก็ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับคนคนนั้นให้มากที่สุดเพื่อที่จะชนะใจเขาให้ได้



3.หาองค์กรที่เหมาะกับเรา เป็นใครก็คงต้องการทำงานอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่และมั่นคง จึงมีแห่คนไปสมัครจำนวนมากทั้งๆ ที่อาจไม่เหมาะกับตนเอง ในตลาดยังมีองค์กรอีกมากมายที่ไม่ได้ต้องการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจึงไม่ได้ต้องการคนที่เก่งที่สุด เพราะการรับคนที่พร้อมจะเติบโตไปกับองค์กรจะสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าทั้งกับตัวองค์กรเองและคนทำงาน ในขณะที่คนที่มีความสามารถมากๆ เข้าไปทำงานในองค์กรแบบนี้จะรู้สึกเบื่อหน่ายและเกิดปัญหากับองค์กร



4.เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อก้าวไปสู่การเป็นมืออาชีพจะต้องเรียนรู้การพัฒนาบุคลิกภาพให้น่าสนใจและฝึกตนเองให้มีคุณสมบัติเหล่านี้ คือ ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ รู้จักพึ่งพาตนเองและให้ความช่วยเหลือผู้อื่น คุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยทำให้เราก้าวไปสู่การมีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้วิธีการสัมภาษณ์งานรวมไปถึงการเจรจาต่อรองกับผู้ว่าจ้างเรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทน



5.การนำเสนอข้อมูลส่วนบุคคล การเขียนประวัติส่วนบุคคลหรือเรซูเม่อาจหาตัวอย่างได้ทั่วไป แต่ทางที่ดีควรเขียนด้วยตนเองและเรซูเม่ก็ไม่ควรยาวเกินไป ควรเขียนให้สั้นและกระชับจบได้ภายใน 1 หน้า อธิบายเฉพาะเนื้อหาสำคัญ อย่างเช่น ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ที่ทำในระหว่างเรียน หรือสิ่งที่เรียนมาเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัครอย่างไร หากพิมพ์ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด การเลือกใช้แบบตัวอักษรก็สามารถบ่งบอกถึงบุคลิกภาพหรือความสามารถของผู้สมัครได้ จึงควรเลือกแบบตัวอักษรให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครงาน และให้ระวังการใช้แบบตัวอักษรของภาษาไทยในภาษาอังกฤษ เพราะมีระยะบรรทัดไม่เท่ากัน เมื่อเขียนเสร็จตรวจทานระวังอย่าให้มีข้อมูลที่ผิดพลาด อย่างปี พ.ศ.เกิด เพราะอาจแสดงให้เห็นว่าเราไม่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อย สุดท้ายอย่างลืมคัดเลือกรูปถ่ายที่ดูดีที่สุดเพราะบุคลิกภาพก็มีส่วนสำคัญในการรับคนเข้าทำงาน



6.กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ถ้าไม่กำหนดเป้าหมายในชีวิตของตนเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเดินไปถึงเป้าหมาย นั่นสิ่งที่หลายคนลืมที่จะวางแผนเส้นทางชีวิตของตนเอง พอเราได้รับการบรรจุงานก็จะคิดว่านายจ้างเป็นคนกำหนดการก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้น แต่จริงๆ แล้วคือตัวเราเองที่ต้องมองว่างานของเรามีพัฒนาการไปถึงไหน มีประสบการณ์พอแล้วหรือยัง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีระยะเวลาเป็นตัวกำหนด เราต้องวางแผนว่ากี่ปีเราจะก้าวไปสู่ผู้เชี่ยวชาญ มืออาชีพ และก้าวไปสู่ผู้บริหาร เมื่อรู้ระยะทางก็จะถึงจุดหมายเร็ว หากเดินเป็นเส้นตรงก็จะถึงเร็ว แต่ปัญหาของคนคือจะมีสิ่งเร้าเข้ามาทำให้เดินหลงทางจนต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต ถ้าเราวางแผนชีวิตและรู้ศักยภาพตนเองแม้นายจ้างมองไม่เห็นเราก็สามารถเปลี่ยนไปสมัครงานในตำแหน่งที่สูงกว่าได้



7.พัฒนาตนเองอยู่เสมอ เมื่อมีการวางเป้าหมายของชีวิต การพัฒนาตนเองจะทำให้เราก้าวไปสู่จุดที่มุ่งหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักการจูงใจผู้อื่น มีความสามารถในการนำเสนอผลงาน จัดการประชุม การเจรจาต่อรอง และมีวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ รู้ว่าจะจัดการองค์กรอย่างไรให้เจริญเติบโตก้าวหน้า เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ทักษะเหล่านี้จะทำให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้บริหารที่ดีในอนาคต



การเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แม้เศรษฐกิจจะตกต่ำ แต่ถ้าสามารถค้นหาตนเองได้เร็ว พัฒนาศักยภาพและรู้จักนำเสนอศักยภาพของตนเอง พร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อก้าวสู่อาชีพที่ต้องการ โอกาสยังเปิดรับให้กับคนที่พร้อมเสมอ






 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2552 7:35:21 น.
Counter : 207 Pageviews.  

Impress your boss



Step1
You must be competent in the area where you work. Showing your boss that you know your facts, have researched a particular topic well and are prepared everyday when on the clock will catch your boss's attention.


Step2
Follow through is imperative. Remembering who called to speak with your boss or following up on an order is important. Keep track of pending issues either by pen and paper or by recording tasks in Microsoft Outlook.


Step3
Be your boss's number one fan. Everyone need a little stroke of an ego--even your boss. Show him/her that you admire his/her work. Follow their examples, which is the best compliment you can give.


Step4
Mirror your boss's style--not in clothing or taste but in the way he/she handles issues.





Free TextEditor




 

Create Date : 25 มกราคม 2552    
Last Update : 25 มกราคม 2552 10:19:22 น.
Counter : 153 Pageviews.  


High Bridge
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add High Bridge's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.