ขอให้ความสุนทรีย์และความสุขสงบจงมีแด่ท่านทั้งหลาย
Group Blog
 
All Blogs
 
พระฆ่าคน

เส้นทางนักเขียน


Claude Anshin Thomas : บันทึกจากสมรภูมิสู่สันติภาพ

นงค์ลักษณ์ เหล่าวอ nonglakspace@gmail.com

At Hell's Gate บันทึกความทรงจำซึ่งถ่ายทอดออกมาอย่างดิบเถื่อน และทำให้ผู้ที่ได้อ่านมองเห็นภาพของอดีตนายทหารผ่านศึกประจำเฮลิคอปเตอร์จู่โจมทางอากาศ อันเป็นเวลาและห้วงชีวิตหนึ่งของ คล็อด แอนชิน โทมัส (Claude Anshin Thomas)

โทมัสอดีตทหารผ่านศึกชาวอเมริกัน ถ่ายทอดเรื่องราวอย่างเร้าอารมณ์ผู้อ่านในช่วงที่เขารับใช้ประเทศบ้านเกิด เพื่อต่อสู้กับทหารเวียดนาม โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปี 1955 โทมัสสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพสหรัฐ เมื่อผ่านกระบวนการฝึกฝนแล้ว เขาจึงอาสาเข้าปฏิบัติหน้าที่ในเวียดนามในฐานะหัวหน้าทหารผ่านศึกประจำเฮลิคอปเตอร์ โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่กันยายน 1966 ถึงพฤศจิกายน 1967 ตอนที่เป็นทหารผ่านศึกในเวียดนาม โทมัสมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ช่วงที่เป็นทหารเขาถูกยิงได้รับบาดเจ็บรวมแล้วห้าครั้งด้วยกัน เขาปลดประจำการจากกองทัพสหรัฐในเดือนสิงหาคม 1968

ด้วยวัยเพียง 18 ปี กับชีวิตของการเป็นทหาร โทมัสรู้ตัวว่าสงครามครั้งนั้นทำให้เขาแหลกสลายทางด้านความรู้สึก ซึ่งเขาถ่ายทอดออกมาในงานเขียน At Hell's Gate ว่าเขาทำเช่นไรบ้างในการเยียวยาตัวเอง เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ไปสู่หนทางแห่งสันติสุข-สันติภาพ การที่เขาต้องเข่นฆ่าผู้คนมากมายในการรบเป็นประจักษ์พยานที่ประสบกับความป่าเถื่อนในสงครามและราวกับหมาจนตรอกเมื่อต้องหนีตายอย่างหัวซุกหัวซุนในสงครามครั้งนั้น เป็นภาคส่วนสำคัญในหนังสือเล่มนี้

พอกลับบ้านเกิดหลังจากที่ปลดประจำการแล้ว โทมัสรู้ตัวว่าชีวิตของตัวเองตกอยู่ในสภาพของคนที่ยังคงมีชีวิตอยู่กับสงคราม เขาติดกับดักความรู้สึกต่างๆ ที่แผ่ซึมเข้ามาสู่จิตใต้สำนึก จนยากเกินกว่าจะสลัดทิ้งไปได้ โทมัสถูกความรู้สึกผิด ความกลัว ความโกรธแค้น และความหดหู่เข้าครอบงำจิตใจ อันเป็นผลพวงมาจากสภาวะความตึงเครียดในสงคราม เป็นเวลาหลายปีที่เขาต้องต่อสู้กับความเครียดนี้ เขาติดยาและติดสุรา โดดเดี่ยวอ้างว้าง และไม่มีที่พักพิง

ระหว่างนี้เขาร่ำเรียนจนสำเร็จปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการศึกษาภาษาอังกฤษ และเข้าอบรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยสลิปเปอร์รี่ร็อค รัฐเพนซิลเวเนีย อันเป็นรัฐบ้านเกิดเมืองนอน หลังสำเร็จการศึกษา โทมัสเดินทางไปยังยุโรป เอเชีย และตะวันออกไกล แล้วกลับมาประกอบอาชีพด้านดนตรีเป็นเวลาถึง 11 ปี พร้อมกับออกอัลบั้ม 4 อัลบั้ม เป็นเพลงร็อคแอนด์โรลที่ปลุกจิตสำนึกทางสังคม

ช่วงชีวิตของโทมัสระหว่างนี้ เขาอุทิศตนเพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองและสังคมเพื่อยุติสงครามในเวียดนามและให้ความช่วยเหลือเพื่อนทหารผ่านศึกชาวอเมริกัน ซึ่งหลังจากเพื่อนๆ ทหารผ่านศึกเหล่านั้นปลดประจำการ ก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกับเขา ที่จำเป็นต้องได้รับการเยียวยารักษาทางด้านจิตใจ

โทมัสให้ความสนใจและศึกษาศาสตร์ของการต่อสู้กำลังภายในอีกแขนง นั่นคือกังฟูแบบเส้าหลิน จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฮอบคิโดะ จนมีลูกศิษย์ลูกหามากกว่า 500 คน และเขายังศึกษาต่อระดับปริญญาโท จนสำเร็จการศึกษาด้านการจัดการจากวิทยาลัยเลสลีย์ในเคมบริดจ์

การได้รู้จักกับท่านติช นัท ฮันห์ นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของโทมัส การฝึกปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิที่หมู่บ้านพลัมในฝรั่งเศส รับฟังหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ช่วยจรรโลงจิตใจอันบอบช้ำและเยียวยารักษาอดีตอันแสนเลวร้ายของโทมัส จากการที่เขาต้องเผชิญกับความเครียดในสงคราม ท่านติช นัท ฮันห์ ได้ทำให้จิตใจอันแหลกสลายและบอบช้ำของโทมัสฟื้นคืนมาสู่สันติสุข และสันติภาพภายในจิตใจ หลังจากนั้นโทมัสจึงตัดสินใจบวชเป็นพระนิกายเซน และเป็นครูสอนศาสนา เขาเริ่มเดินสายเพื่อเพรียกหาสันติภาพและยุติความรุนแรงในหลายพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่สงคราม เช่น บอสเนีย ออสวิทซ์ อัฟกานิสถาน เวียดนาม และตะวันออกกลาง

At Hell's Gate จึงเป็นบันทึกจังหวะการย่างก้าวของโทมัส ซึ่งไม่เป็นเพียงบันทึกความทรงจำของความรุนแรงในสมรภูมิรบ ภาวะภายหลังสงครามของทหารผ่านศึก ผลกระทบต่างๆ ที่ตามมาเท่านั้น

แต่ At Hell's Gate ยังอุดมไปด้วยการเดินทางจากสงครามสู่สันติภาพและสันติสุขภายในจิตใจของอดีตนายทหารผ่านศึกนาม 'คล็อด แอนชิน โทมัส' อีกด้วย 0

(นำมาจาก กรุงเทพธุรกิจ จุดประกายวรรณกรรม)เห็นว่าน่าสนใจดี


Create Date : 23 มีนาคม 2551
Last Update : 23 มีนาคม 2551 23:13:57 น. 0 comments
Counter : 137 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

LampOfGod
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add LampOfGod's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.